*/
  • hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 568135
  • จำนวนผู้โหวต : 853
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคม 2550
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 6056 , 22:54:31 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Zurich

คุณเคยมีเมืองในฝันที่คิดว่าซักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสไปเยือนซักครั้งไหมครับ คำตอบอาจจะมีมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่คำตอบของผม หนึ่งในนั้นคือสวิสเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งขุนเขาและสายน้ำ ดินแดนที่หลายๆคนฝันถึง ก่อนหน้านี้ผมก็ได้แต่นึกฝันไปวันๆ ไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจังว่าจะได้เดินทางไปยังดินแดนแห่งนี้ เนื่องด้วยราคาที่ต้องจ่ายช่างสูงจนไม่กล้าที่จะคิด ก็เลยคิดว่าจะไปแค่เนปาลหรือสิขิมเพราะคิดว่ายังไงเกิดมาก็ขอไปดูภูเขาหิมะหน่อยก็แล้วกัน ว่าจะน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน

แต่ด้วยโอกาสที่มาถึง ที่ต้องมาอบรมที่เยอรมันถึง 2 เดือน แล้วเมืองที่มาอยู่ก็ไม่ไกลจากสวิสเซอร์แลนด์นัก นั่งรถไฟสามชั่วโมงก็ถึง Zurich อีกอย่างคือช่วงที่มาอบรมก็มีวันหยุดยาวสี่วันถึงสองช่วง คือวันอีสเตอร์ กับวันแรงงาน สวิสเซอร์แลนด์จึงเป็นเป้าหมายสำหรับวันหยุดอีสเตอร์นี้ โดยคราวนี้ไม่ได้ไปคนเดียว แต่ชวนสมาชิกจากเมืองไทยที่ปกติจะเจอกันเฉพาะเวลาเดินป่า คราวนี้เลยนัดกันมาแบกเป้เที่ยวกันที่ยุโรป โดยรวบรวมสมาชิกได้สามคนรวมผมก็สี่พอดี แผนของเราคือสมาชิกจากเมืองไทยจะบินมาถึงมิวนิค ประเทศเยอรมัน แล้วนั่งรถไฟไป Zurich ส่วนผมก็นั่งรถไฟไปเจอกันที่ Zurich เราจะเที่ยวกันที่สวิตเซอร์แลนด์สี่วันเต็ม หลังจากนั้นก็แยกย้าย โดยผมต้องกลับมาอบรมต่อ แต่สมาชิกที่เหลือจะไปต่อกันที่ออสเตรีย แล้วมาเจอกันอีกทีวันเสาร์อาทิตย์หน้าที่เยอรมัน

6 เมษายน 2550

ผมขึ้นรถไฟจาก Karlsruhe ตั้งแต่เช้าตรู่ ภายในเป้มีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด กับกล้องถ่ายรูปคู่กาย หลับๆตื่นๆมาตลอดทาง ไม่ถึงสองชั่วโมงดีก็ถึงป้ายสุดท้ายที่อยู่ในเขตเยอรมันแล้ว พอรถไฟออกตัวเพื่อเดินทางต่อไปก็มีตำรวจสวิสขึ้นมาตรวจพาสปอร์ต ถึงตอนนี้ชักเสียวๆว่าจะมีปัญหาหรือเปล่า เพราะผมไม่มีวีซ่าสวิสเซอร์แลนด์ แต่ข้อมูลที่ได้มาคือ สำหรับคนไทยถ้ามีเชงเก้นวีซ่าแล้วสามารถเข้าไปท่องเที่ยวในสวิสได้ คุณตำรวจรับพาสปอร์ตไปเปิดดู แล้วซักพักก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรโดยเหมือนกับกำลังเช็คอะไรบางอย่างจากเชงเก้นวีซ่าของผม หลังจากคุยอยู่นานก็หยิบตรามาประทับผ่านให้ ค่อยโล่งอกไปที ในใจนึกว่าจะต้องนั่งรถกลับซะแล้ว

มาถึง Zurich ประมาณเก้าโมงเช้า แต่กว่าสมาชิกที่เหลือจะมาถึงก็คงบ่ายแล้วเพราะต้องใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในการนั่งรถไฟจากมิวนิคมา Zurich เลยต้องหาอะไรทำฆ่าเวลา ก่อนอื่นก็เดินออกมายังข้างนอกสถานีรถไฟ มุ่งไปยังถนน Bahnhofstrasse ซื่งเป็นถนนช้อปปิ้งสำคัญ เป็นถนนที่ไม่อนุญาติให้รถวิ่ง มีเพียงรถราง หรือที่นี่เรียกว่ารถทรัมวิ่งเท่านั้น แต่ถึงแม้วันนี้เป็นวันศุกร์แต่ร้านค้าต่างๆปิดทำการเนื่องจากเป็นวันหยุดอีสเตอร์ เลยได้แต่เดินดูหน้าร้านเท่านั้น

ถนนเส้นนี้มุ่งตรงจากสถานีรถไฟไปยังทะเลสาบ Zurich ซึ่งพอเดินไปถึงก็เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มารอขึ้นเรือเพื่อล่องเรือชมทะเลสาบ ซึ่งการล่องทะเลสาบที่นี่มีให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะแบบเป็นสองชั่วโมงหรือสี่ชั่วโมง คำนวณเวลาแล้ว ตั๋วแบบสองชั่วโมงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เผื่อจะได้ไปเดินเล่นในเมืองต่อด้วย เลยซื้อตั๋วแบบสองชั่วโมงนั่งออกจากท่าเรือ Zurich ตอนสิบเอ็ดโมง อันที่จริงถ้ามีสวิสพาสสามารถล่องเรือที่นี่ได้ฟรี แต่สวิสพาสของผมกำลังเดินทางมากับสมาชิกที่เหลือ เลยต้องออกเองไปสองร้อยกว่าบาทค่าล่องเรือ

วันนี้อากาศแจ่มใสเลยเหมาะมานั่งทอดอารมณ์บนดาดฟ้าเรือเพื่อชมทัศนียภาพและชีวิตผู้คนสองฝั่งทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านที่ปลูกอยู่บนเนินเขาริมทะเลสาบ เรือจอดแวะรับส่งผู้โดยสารเป็นระยะๆ แรกๆนั่งก็สนุกดี แต่พอนานเข้าตาชักจะเริ่มปิด นั่งอยู่อีกซักพักเรือก็หันหัวกลับเข้าไปส่งที่ท่าเรือเมือง Zurich

 กลับมาถึงฝั่งแล้วยังมีเวลาเหลือเลยเดินเที่ยวต่อในตัวเมือง Zurich เดินไปเดินมาทำไมทางที่เดินเริ่มเหมือนกับลาดชันขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็มาโผล่ที่ลาน Lindenhof ซึ่งเป็นสวนสาธารณะเล็กๆกลางเมือง โดยจุดนี้สามารถมองเห็นเมือง Zurich ในมุมสูงได้ อีกทั้งอากาศก็ร่มรื่นน่าพักผ่อน ก็เลยนั่งๆนอนๆรอเอาแถวนั้นได้ซักพักใหญ่ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงเวลาบ่ายสามซักที สุดท้ายเลยไปเดินช้อปปิ้งที่สถานีรถไฟซะเลย ถึงแม้ร้านค้าส่วนใหญ่ในเมืองจะปิด แต่ร้านค้าที่สถานีรถไฟยังเปิดปกติ โดยส่วนใหญ่เป็นร้านอาหาร กับร้านขายของที่ระลึก สังเกตดูว่าที่สวิสเซอร์แลนด์จะมีของที่ระลึกน่ารักๆ ให้เลือกมากมาย (ถ้าเที่ยบกับที่เยอรมัน) ส่วนของฝากยอดนิยมอีกอย่างคือมีดพกที่มีขายอยู่ทุกร้าน สำหรับผมได้แค่เล็งๆไว้ก่อนเพราะเพิ่งมาถึง กะว่าเดี๋ยวไว้ใกล้ๆกลับแล้วค่อยซื้อ

และแล้วก็ได้เวลาที่สมาชิกที่เหลือมาถึง เราพบกันตรงชานชาลาได้ไม่กี่นาทีก็ต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถไฟเพื่อมุ่งตรงไปเมืองเบิร์น แต่ก่อนไปก็ไม่ลืมไป activate ตั๋วสวิสพาสก่อน เราใข้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเมืองเบิร์น เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในฐานะที่เป็นเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี เมืองเบิร์นวันนี้ดูคึกคักถึงแม้ว่าร้านค้าจะปิด แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ จนบางครั้งรู้สึกวุ่นวายพอสมควร จุดเด่นของเมืองจะอยู่ที่หอนาฬิกาที่อยู่ตามทางเข้าเมืองด้านต่างๆ อีกทั้งยังมีน้ำพุกระจายอยู่ต่ามจุดต่างๆ เราใช้เวลาเดินเที่ยวอยู่เกือบสองชั่วโมง ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่เป็นที่พักของเราในวันนี้ คือเมือง Interlaken เมืองที่เสมือนเป็นจุดต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

จากเมืองเบิร์น รถไฟพาเราเข้าไปยังเขตชนบทของสวิสเซอร์แลนด์ ทิวทัศน์ยามเย็นสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนไป จากมุมไกลเริ่มปรากฏเทือกเขาสูง พวกเราตื่นเต้นกันใหญ่เพราะเพิ่งเคยเห็นภูเขาหิมะกันครั้งแรก วิ่งไปวิ่งมาบนรถไฟเพื่อพยายามถ่ายภาพให้ได้แต่ค่อนข้างลำบากเพราะแสงเริ่มน้อยลงแล้ว คนสวิสที่นั่งรถไฟอยู่คงคิดว่าพวกนี้ไม่เคยเห็นภูเขาหรือยังไง รถไฟวิ่งมาซักพักก็เริ่มวิ่งเลียบทะเลสาบ Thunersee ทะเลสาบใหญ่ยามพระอาทิตย์ใกล้ตกอย่างนี้ช่างงดงามจนบรรยายไม่ถูก ด้วยฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบปรากฏเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ยิ่งเวลารถไฟวิ่งลัดเลาะริมทะเลสาบจึงเกิดเป็นภาพของเทือกเขาในมุมต่างๆทาบทอกับแสงอาทิตย์ที่ใกล้ลับฟ้าเต็มที เกิดเป็นภาพที่ต้องจดจำไปอีกนาน

เรามาถึงเมือง Interlaken เอาทุ่มกว่าแต่ฟ้าก็ยังไม่มืดซะทีเดียว ทำการเช็คอิน Hostel แล้วจึงออกมาเดินหาอะไรกินกัน แต่เดินไปเดินมาก็ยังไม่ได้ข้อสรุปซะที เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่จะเกินกว่างบที่เราคิดไว้ สุดท้ายเลยต้องกลับมากินที่ Hostel เพราะชั้นล่างของที่นี่เค้าเปิดเป็นร้านอาหารกึ่งผับ มีที่นั่งทั้งในร้านและนอกร้าน แต่เราเลือกนั่งข้างนอกทั้งๆที่ไม่มีใครนั่งเลย เพราะอยากจะสัมผัสอากาศภายนอก อีกทั้งข้างในก็มีแต่กลิ่นบุหรี่ ตอนบอกพนักงานว่าจะนั่งข้างนอก น้องแกทำหน้าไม่เชื่อแล้วยังถามอีกว่าแน่ใจหรือ เพราะมันหนาวนะ จริงๆผมเองก็อยากนั่งข้างในมากกว่า แต่สมาชิกที่เพิ่งหนีร้อนมาจากเมืองไทยอยากลองอากาศหนาวๆ ก็เลยตามใจหน่อย วันนี้เราลองสั่งอาหารที่ใครๆบอกว่ามาสวิสแล้วต้องลอง นั่นคือ ฟองดู โดยที่สวิสจะมีทั้ง ฟองดูชีส ฟองดูผลไม้ ฟองดูเนื้อ แต่ร้านนี้มีฟองดูแบบเดียว คือฟองดูชีส สภาพคือมาเป็นชีสข้นๆอยู่ในหม้อ แล้วมีขนมปังหั่นเป็นชิ้นๆให้จิ้ม ชิ้นแรกๆที่ลองดูก็เค็มๆอร่อยดี แต่พอถึงชิ้นที่สี่ ห้า เริ่มออกอาการเลี่ยน แต่สุดท้ายก็ต้องทนกินกันให้หมดเพราะเสียดาย

สำหรับห้องพักของเราเป็นแบบหกเตียงห้องน้ำรวม ดังนั้นจึงต้องนอนร่วมห้องกับคนอื่นอีกสองคน ตอนกลับเข้าห้องจึงต้องใช้วิธีย่องๆเอาเพราะทั้งสองคนหลับกันหมดแล้ว คืนนี้กว่าจะนอนก็เที่ยงคืน เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องรีบตื่นอีกเพราะจะนั่งรถไฟรอบหกโมงเช้า แผนการของทริปนี้เราจะใช้เวลาเที่ยวให้คุ้มที่สุด คือเริ่มแต่เช้าตรู่จนไปถึงดึกดื่นทุกวัน สรุปคือมาทริปนี้นอนน้อยกว่าวันทำงานปกติอีก แล้วเจอกันตอนต่อไปครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ย่าดา วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ตามมาอ่านจ้า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Breath วันที่ : 18/06/2007 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/breath

สนุกดีครับพี่ รู้สึกถึงการผจญภัยเลย ตื่นเต้นไปด้วยเวลาที่ต้องไปเจออะไรแปลกๆ โฮสเทลแบบนอนรวมกับคนอื่น ผมว่ามันแปลกดีนะ (ไม่เคยคิดถึงว่าจะมีแบบนี้ด้วย)

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กนกษร วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Owann

เมืองนี้สวยจริงๆ ด้วย ไปมาครั้งนึงอยากไปอยู่ อากาศดีมากกกก... แต่ได้แค่ไปเที่ยวนั่นแหละ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
nuning วันที่ : 09/06/2007 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/openning

ภาพถ่ายคุณสวยมากๆเลย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
airmj23 วันที่ : 07/06/2007 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanotoon
เพนกวินบ้า


ภาพสวยครับ...ผมมีญาติอยู่ที่นั้น หวังว่าซักวันจะได้ไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
hooknoi วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ เดี๋ยวจะโพสท์ตอนต่อไปเร็วๆนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่มด วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 01.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

สวยจังค่ะ...น่าไปมั่กๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภัทรพร วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 00.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pataraporn
แตงโม

อยากไปบ้างจังเลย รูปสวยมากคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

โอ๊ยๆๆ แค่สิกขิม แคชเมียร์ ดิฉันก็ยังไม่ได้ไปเลย
อยากไปมากค่ะ ส่วนสวิสก็...แฮ่ะๆ เฉยๆ
อ่านแล้วหนุกดีค่ะ เดี๋ยวตามตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน