*/
  • hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 568083
  • จำนวนผู้โหวต : 853
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 2 มิถุนายน 2550
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 5320 , 01:15:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

7 เมษายน 2550
เช้านี้งัวเงียตื่นกันตั้งแต่ตีสี่กว่า ด้วยว่ากลัวตกรถไฟแต่ดันคุยกันเสียงดังไปหน่อยเลยโดนสาวจีนที่อยู่ห้องเดียวกันด่าว่าเงียบๆกันหน่อย เลยต้องรีบๆย่องออกมาจากห้อง สำหรับวันนี้เราจะขึ้นยอดเขายุงฟราว ยอดเขาที่มีสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป โดยทางขึ้นยอดยุงฟราวสามารถขึ้นไ้้ด้สองทางคือ Grindelwald และ Lauterbrunnen ซึ่งทั้งสองทางจะมีทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน คนส่วนใหญ่จะใช้วิธีขึ้นทางนึง ลงอีกทางนึง สำหรับพวกเราพอซื้อตั๋วขึ้นยุงฟราวแล้วก็เห็นว่ารถไฟไป Lauterbrunnen มีคนเยอะกว่าเลยเลือกไปทาง Grindelwald แทน

รถไฟออกได้ซักพัก ทิวทัศน์สองข้างทางก็ทำให้ผมแทบตะลึงในความสวยงามของทิวทัศน์ ภาพบ้านแบบสวิสเรียงรายตามเนินเขาเขียวขจี ด้านหลังเป็นเทือกเขาหิมะสูงตระหง่าน รถไฟลัดเลาะไปตามเทือกเขาแล้วจึงเริ่มไต่ระดับขึ้นสูง ข้อดีของรถไฟที่สวิสคือหน้าต่างสามารถเลื่อนเปิดได้ ดังนั้นก็จะสะดวกในการถ่ายรูปมากกว่าการต้องถ่ายผ่านกระจกแล้วเสื่ยงกับการเกิดภาพสะท้อนขึ้นมา

เราเปลี่ยนรถไฟหลายรอบจนสุดท้ายรถไฟก็พาเราขึ้นมาบนเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะทั้งหมด ตอนนั้นเป็นเวลาเช้าตรู่ แสงอาทิตย์จึงสาดส่องเทือกเขาสูงเกิดเป็นเงาสะท้อนสีทองอร่าม ซัักพักรถไฟก็เข้ามาอยู่ในอุโมงค์ที่เจาะลึกเข้าไปในเทือกเขา จอทีวีที่ตัวรถเริ่มฉายประวัติการสร้างรถไฟสายนี้ซึ่งต้องใช้เวลาถึงสิบหกปีกว่าจะสำเร็จ ระหว่างนั้นรถไฟจะจอดให้ชมวิวระหว่างทางสองจุด จุดละห้านาที โดยแต่ละจุดเป็นห้องกรุกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นเทือกเขาสูงได้ชัดเจน

ในที่สุดเราก็มาถึงยอดเขายุงฟราว ปรากฏว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่จะมาเล่นสกีกัน มีเพียงส่วนน้อยที่มาเที่ยวชมยอดเขา ดังนั้นจุดชมวิวต่างๆเลยค่อยข้างปลอดคน เราไปยังจุดชมวิวที่เรียกว่าสฟิงค์ เนื่องด้วยตัวอาคารมีลักษณะเหมือนสฟิงค์และที่จุดนี้สามารถชมวิวได้ 360 องศารวมถึงธารน้ำแข็งด้วย เทอร์โมมิเตอร์ที่ตัวอาคารแสดงหมายเลข -7.8 องศา ขนาดว่าตอนนั้นเรายืนอยู่ใต้พระอาทิตย์ตรงๆ แต่ยังหนาวจนมือแข็งไปหมด แต่ภาพที่ปรากฏก็ทำเอาพูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะแค่ธารน้ำแข็งก็ทำเราตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของมัน ภาพของธารน้ำแข็งที่เป็นทางยาวขนาบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนสองข้างทำเอาอึ้งกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ลงมาจากสฟิงค์เราสามารถเดินออกนอกอาคารเพื่อมาสัมผัสกับหิมะจริงๆได้ มองลงไปเบื้องล่างจะเห็นคนจำนวนมากกำลังเล่นสกีลัดเลาะไปตามเนินต่างๆ เห็นอย่างนี้แล้วเกิดอยากเล่นสกีขึ้นมาทันทีแต่คงไม่ใช่ง่ายๆ เพราะเนินแถบนี้แต่ละเนินชันๆทั้งนั้น

เราตัดสินใจที่จะกินข้าวกลางวันกันที่นี่ มีร้านอาหารให้เลือกหลายแบบ ทั้งเป็น Restaurant หรือเป็นแบบช่วยตนเองซึ่งจะถูกกว่า ก็แน่นอนว่าเราต้องเลือกที่ถูกที่สุด แต่ก็ยังถือว่าแพงจังสำหรับเรา โต๊ะอาหารที่นี่จะวางเรียงรายอยู่รอบๆอาคารที่กรุกระจกที่สามารถมองเห็นภาพเทือกเขาสูงด้านนอกได้ชัดเจน เรียกว่ากินไปชมวิวไปจนอิ่มเลย ก่อนลงจากที่นี่เราก็ไม่ลืมที่จะเขียนโปสการ์ดกัน เพราะที่นี่เรียกได้ว่าเป็นไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรปทีเดียว

ขาลงเราเลือกลงอีกทาง คือไปทางเมือง Lauterbrunnen เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ สำหรับเส้นทางนี้ทิวทัศน์ก็ต่างไปอีกแบบ คือจะเลียบเทือกเขามากกว่า จึงดูอลังการไปอีกแบบและที่เป็นจุดเด่นของที่นี่คือภาพของน้ำตกที่ไหลผ่านเทือกเขาสูงสู่หมู่บ้านกลางหุบเขา ช่างสวยเกินกว่าจะคิดว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเป็นภาพจริงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

แผนการต่อไปของเราคือนั่งรถไฟไปที่เมือง Spiez เพื่อนั่งรถไฟสาย GoldenPass Line เป็นรถไฟท่องเที่ยวที่วิ่งผ่านกลางประเทศจาก Luzern ไปสิ้นสุดที่ Montreux แต่เราจะตัดแค่ครึ่งหลัง คือเริ่มจาก Spiez ไปสิ้นสุดที่ Montreux แทน เนื่องจากรถไฟสายนี้เป็นรถไฟสายท่องเที่ยว เลยมีผู้โดยสารเต็มคันรถส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมานั่งรถไฟชมวิว ช่างต่างกับรถไฟสายอื่นๆที่นั่งมาที่มักไม่ค่อยมีผู้โดยสารเท่าไหร่ บางครั้งเราเป็นเพียงกลุ่มเดียวในโบกี้ก็มี ทิวทัศน์สองข้างทางมีทั้งทุ่งหญ้าเขียวขจี หมู่บ้านบนเนินเขา แต่ด้วยความเหนื่อยมาทั้งวัน พวกเราส่วนใหญ่ก็ของีบเอาแรงกันซักพัก พอใกล้ถึงเมือง Montreux เส้นทางจะเริ่มคดเคี้ยวท่ามกลางเทือกเขาสูง แล้วค่อยไต่ระดับต่ำลงจนมองเห็นเมือง Montreux เบื้องล่าง โดยขนาบด้วยทะเลสาบเจนีวากว้างใหญ่ โดยมีเืทือกเขาสูงตระหง่านอยู่ด้านหลัง และหนึ่งในเทือกเขาที่เห็นก็คือยอดมองบลังค์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในสวิทเซอร์แลนด์

Montreux ที่เรามาถึงเป็นเมืองใหญ่กว่่าที่คิดเอาไว้เยอะ ด้วยว่าเป็นเมืองตากอากาศสำคัญที่มีทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลสาบเจนีวาเป็นจุดดึงดูด  พอลงจากสถานีรถไฟแล้วเราก็เดินเลียบไปตามทะเลสาบเพื่อไปยัง ปราสาท Chillion ปราสาทริมทะเลสาบที่แสนจะโรแมนติก ทั้งๆที่รู้ว่าไม่สามารถเข้าชมภายในไ้ด้เพราะได้เวลาปิดแล้ว แต่ยังไงก็ขอเดินดูรอบนอกก็ยังดี แต่ด้วยว่าไม่ได้ฝากกระเป๋าไว้ที่สถานีรถไฟ กว่าจะเดินไปถึงปราสาทก็หมดแรงไปตามๆกัน ก็ขอนั่งนานๆหน่อย รอจนพระอาทิตย์ตกเอาตรงนั้นเลย

วันนี้ริมทะเลสาบมีการเปิดร้านขายของเนื่องในเทศกาลอีสเตอร์ เลยได้โอกาสเข้าไปหาอะไรกินกัน มีทั้งพิซซ่าที่คนทำเป็นคนอิตาลี อาหารจีน อาหารจากชาติใดไม่ทราบแต่ออกมาเป็นเหมือนยำบ้านเราเลย

การเดินทางสำหรับวันนี้ยังไม่หมดครับ เพราะเราต้องนั่งรถไฟไปค้างที่เมือง Sion เพราะไม่สามารถหาที่พักราคาถูกที่ Zermatt อีกทั้งที่ Montreux ก็แพงเกินจะรับไหว เลยต้องไปนอนที่ Sion กว่าจะนั้งรถไฟไปถึงก็ห้าทุ่มแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องออกแต่เช้าตรู่อีก เลยไม่ได้เห็นเมือง Sion ว่าเป็นยังไงเลย

เดี๋ยวมาต่อตอนต่อไปครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
จุดเริ่มต้น วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paksuwanna

ขอบคุณที่เข้าไปชม... เห็นภาพสวยๆ สถานที่สวยๆ เรื่องราวที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ชอบมากๆๆๆๆ (โลกจะอยู่ใกล้ แม้เราไม่ได้เดินทาง) ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันความสวยงาม และความรื่นรมย์ ขอโหวตให้ด้วยความชอบสุดๆ ขอเป็นเพื่อนบ้านขอประจำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
hooknoi วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณเรือรบเมืองมั่น....ตามความรู้สึกผม มงเทอรซ์ มีบรรยากาศของเมืองตากอากาศที่คลาคลั่งไปด้วยนักท่องเที่ยว จริงๆก็น่าจะพักที่นี่ซักคืน แต่ด้วยว่างบประมาณจำกัด เลยต้องไปพักที่ชิยงแทน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

สวยจังครับ เคยไปมงเทอรซ์และชิยงเหมือนกัน ตอนนั้นไม่ยังสวยเหมือนรูปที่คุณถ่ายเลย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ดำดูดี วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/audas

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ ชอบภาพสวยๆ ที่เก็บมาฝากจัง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
hooknoi วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมชมครับ คืออยากมาแบ่งปันเรื่องราวที่ได้เจอมาให้แก่กันครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ใต้ร่มเย็น วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wichit
มนุษย์โลกทุกคนมีสัญชาติเดียว คือ "สัญชาติโลก"...Albert Einstein (1879-1955)

...สวยงามครับ..

...รัก คิดถึง และห่วงใย..ให้พี่น้องทุกคนที่ปักษ์ใต้บ้านเรา
http://www.oknation.net/blog/wichit/2007/03/20/entry-1

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พระจันทร์ตอนเย็น วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eveningmoon

ดีจังเลย ได้เที่ยวสวิส อีกรอบ โดยไม่ต้องเสียตังสักกะบาท
แถมยังสวย และดีกว่า ตรงที่มีคนบรรยายด้วยไง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 00.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

สวยมากเลยครับๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
hooknoi วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภัทรพร วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pataraporn
แตงโม

รุปสวยมากๆ เลยคะ คุณฮูกน้อยทำให้ดิฉันต้องเร่งเก็บตังค์เพิ่อไปเยือนสวิสอีกสักครั้ง

แต่แปลกใจตรงที่ว่า พวกคุณเสียงดังกว่าสาวชาวจีนอีกเนี่ยะนะคะ อืม...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พีรพัศ วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 03.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peerapat

ขอขอบคุณครับที่มีภาพสวยๆมาฝาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pukpik วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 02.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

สวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มด วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 01.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

ตามมาเที่ยวต่อค่ะ...สวยจังเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน