*/
  • hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 568084
  • จำนวนผู้โหวต : 853
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน 2551
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 3464 , 23:43:52 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

๑๓ เมษายน ๒๕๕๑ วันสงกรานต์

 

 

แค่ก้าวแรกก็เปียกแล้ว

หลังจากเดินชมกาดเช้าที่อยู่หน้าเกสเฮ้าส์จนเริ่มสาย ก็ได้เวลาเดินเที่ยวเมืองเชียงตุงกันสำหรับแผนการวันนี้พวกเราจะเดินเที่ยวกันภายในเมืองเชียงตุงเท่านั้น จากเกสเฮ้าส์พวกเราเดินมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง แต่เดินมาได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องชะงักกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่กำลังเล่นสงกรานต์อยู่ข้างหน้า พอน้องๆเห็นพวกเราเท่านั้นก็หยุดยืนยิ้มแฉ่งรอทันที ดังนั้นก็เป็นอันไม่รอด โดนกันไปคนละถังสองถัง ชุ่มฉ่ำกันแต่เช้าเลย

 

 

สำหรับวัดแรกที่เราไปเยือน ถือได้ว่าเป็นพระอารามหลวงของเมืองเชียงตุง ตั้งอยู่วงเวียนใจกลางเมืองเชียงตุง นั่นคือวัดพระมหาเมี๊ยะมุณี ภายในวิหารจัตุรมุขประดิษฐานพระมหาเมี๊ยะมุณี ซึ่งจำลองมาจากพระมหาเมี๊ยะมุณีที่มัณฑเลย์ วัดแห่งนี้สร้างโดยเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๖๓ เจ้าหน้าที่วัดที่เฝ้าอยู่ภายในยิ้มแย้มต้อนรับพวกผมอย่างดี ขณะนั้นมีชาวเมืองเชียงตุงมานมัสการเป็นระยะๆ พวกเราต่างแยกย้ายกันเก็บภาพประทับใจแบบมุมใครมุมมัน ก่อนที่จะรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานที่ถัดไปที่อยู่ห่างเพียงแค่ข้ามถนน นั่นคือวัดหัวข่วง ขณะที่เราเดินมาถึงภายในวัด ปรากฏว่าประตูโบสถ์ทุกบานปิดสนิท มีเพียงเณรสองสามรูปนั่งเล่นอยู่แถวๆนั้น เลยถามว่าเข้าไปได้หรือเปล่า เณรท่านก็ไม่ได้พูดอะไร เดินนำดุ่ยๆไปเปิดประตูให้แล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในโบสถ์ดูขลึมขลังอย่างประหลาด เพราะมีเพียงแต่พวกเราเท่านั้น สังเกตุดูว่าวัดที่เมืองเชียงตุงส่วนใหญ่จะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับภายนอกเท่าไหร่นัก มองดูเผินๆอาจไม่นึกว่าเป็นวัด แต่พอมาเห็นภายในก็ต้องทึ่งกับความวิจิตรบรรจงในการตกแต่ง วัดส่วนใหญ่จะมีขนาดของพระอุโบสถค่อนข้างกว้างใหญ่ อีกทั้งภายในยังประดิษฐานพระพุทธรูปไว้จำนวนมาก ด้านหลังของพระอุโบสถที่วัดหัวข่วงมีอาคารที่เป็นโรงเรียนสอนธรรมะ มีป้ายภาษาไทยเขียนไว้ว่าสร้างโดยวัดปากน้ำจากเมืองไทย

 

 

จากการเที่ยววัดหลายๆแห่งในเชียงตุง ก็ได้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวไทยกับชาวเชียงตุง เพราะหลายๆวัดได้รับการบูรณะจากคณะบุคคลหรือวัดจากเมืองไทย อันเป็นการแสดงน้ำใจในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนเช่นเดียวกัน

 

วัดพระแก้วเป็นอีกวัดที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเช่นเดียวกับวัดมหาเมี๊ยะมุณี และวัดหัวข่วง ภายในประดิษฐานพระแก้วมรกต อันเป็นที่มาของชื่อวัดพระแก้วแห่งนี้ ถึงตอนนี้ทั้งสี่คนเริ่มเหนื่อยเลยอาศัยสถานที่ภายในพระอุโบสถเป็นที่นั่งสุมหัวกินขนมกันจนเวลาล่วงเลยไปนาน พอจะเริ่มเคลื่อนขบวนก็ต้องคิดหนักอีก เพราะวัดที่เหลืออยู่ห่างจากสามวัดนี้ออกไป การจะเดินไปตามถนนเวลานี้คงได้เปียกแน่นอน แต่ไหนๆมาแล้วเป็นไงเป็นกัน เวลาเจอเด็กเล่นน้ำก็ชูกล้องไว้ก่อนเผื่อน้องๆเห็นใจ ซึ่งส่วนใหญ่ก็พอจะได้ผล ยังมีความปราณีบ้าง คือให้เวลาเก็บกล้องก่อน แต่เรื่องเปียกนี่แน่นอนครับ

 

 

วัดอินทร์อยู่ไหน

จุดหมายต่อไปของเราอยู่ที่วัดอินทร์ เราเดินตามแผนที่ที่ได้รับมาจากทางเกสเฮ้าส์ รวมทั้งถามทางชาวบ้านมาตลอดทาง แต่สุดท้ายดันมาโผล่ที่วัดพระธาตุจอมคำแทน เลยแวะเที่ยววัดพระธาตุจอมคำกันก่อน สำหรับพระธาตุจอมคำตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นได้จากเกือบทุกจุดในเมืองเชียงตุง ตัวพระธาตุมีความสูงถึง ๒๒๖ ฟุต จากจุดที่เรายืนอยู่ มองลงไปสามารถมองเห็นวิวของเมืองเชียงตุง และหนองตุงได้อย่างชัดเจน  

 

จากวัดพระธาตุจอมคำ เดินไปอีกไม่ไกลในที่สุดก็ถึงวัดอินทร์จนได้ สรุปแล้วกว่าจะหาวัดอินทร์ได้ เราถามทางชาวบ้านมาประมาณ ๑๐ คนได้ครับ ภายในพระอุโบสถของวัดแห่งนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังที่ต้องใช้ความพยายามที่จะมาให้ถึงจนได้ครับ ทั้งการตกแต่งภายใน ทั้งความสวยงามของพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายใน ภาพของแสงอาทิตย์จากภายนอกที่ลอดหน้าต่างมากระทบพระพุทธรูปโบราณภายในพระอุโบสถ สวยจนต้องใช้ความพยายามเก็บภาพอยู่นานทีเดียว

 

 

กว่าจะออกจากวัดอินทร์ได้ก็เที่ยงแล้ว เราเดินอ้อมมาอีกด้านของตัวเมือง ระหว่างทางก็ต้องสู้รบปรบมือกับด่านสงกรานต์รายทาง ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆที่ถือถังรอเหยื่ออยู่หน้าบ้าน บางครั้งก็ต้องวิ่งหนีบ้าง บางครั้งก็ใช้วิธีเอาขนมมาล่อ ก่อนจะรีบเผ่นหนี แต่ก็เปียกกันคนละเล็กคนละน้อย แต่พอเดินมาถึงประตูป่าแดง ประตูเมืองที่ยังเหลืออยู่ของเชียงตุงก็ต้องตะลึงกับกองทัพวัยรุ่นที่รวมตัวกันมาเล่นน้ำ โดยคราวนี้มากันเต็มรถกระบะจอดกันเต็มถนน แล้วที่สำคัญคือ ร้านอาหารที่ตั้งใจจะเดินไป กลับตั้งอยู่กลางสมรภูมิด้วยสิ ต่างคนต่างมองหน้ากัน แล้วก็ตัดสินใจว่าเลี่ยงไปกินอย่างอื่นดีกว่า

 

เดินอ้อมออกมาอีกด้าน ในขณะเดียวกันก็ถามหาของกินไปตลอดทาง ชาวบ้านแถวนั้นเลยแนะนำให้ไปที่ร้านอาหาร ล็อตแทนโหลง เป็นร้านอาหารจีนที่เดาว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยมาใช้บริการบ่อย เพราะมีป้ายชื่อร้านภาษาไทยด้วย ขณะที่กำลังสั่งอาหารอยู่นั้น พลันก็มีเสียงเฮของฝูงชนดังมาจากถนนอีกด้าน ชาวบ้านแถวๆนั้นก็เดินออกมานอกบ้านกัน ผมถามกับเจ้าของร้าน ก็ได้ความว่าขบวนแห่กลองกำลังจะผ่านมา เลยต้องรีบหยิบกล้องแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ถนนอีกด้านเพื่อเก็บภาพที่มีโอกาสไม่มากนักที่จะได้เห็นพิธีกรรมเช่นนี้ ผมเดินไปถึงตอนที่ขบวนแห่กลองผ่านมาพอดี ผู้คนจำนวนมากเดินร่วมขบวนไปด้วย ชาวบ้านสองข้างทางต่างร่วมกันสรงน้ำกลองไปตลอดทาง ภาพตรงหน้าผ่านผมไปอย่างรวดเร็ว เร็วพอๆกับนิ้วที่กดชัตเตอร์อย่างไม่ยั้ง ก่อนที่ความหิวจะดึงผมกลับมายังโต๊ะอาหารที่ร้านล็อตแทนโหลง เราเติมพลังกันด้วยเมนูอาหารจีนของที่นี่ก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อ

 

ปีนเขากันอีกแล้ว

สำหรับช่วงบ่ายนี้ เราเปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยววัด มาเที่ยวอย่างอื่นในเมืองเชียงตุงบ้าง จุดหมายแรกที่ตั้งใจไว้คือ ต้นยางยักษ์อายุกว่า 200 ปี ต้นยางต้นนี้เป็นต้นยางที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงตุง ว่ากันว่าต้นยางนี้สามารถมองเห็นได้จากแทบทุกจุดในเมืองเชียงตุงเลยทีเดียว แต่ว่ากว่าจะไปให้ถึงต้นยางแห่งนี้ ก็เล่นเอาเหนื่อยไปเหมือนกันครับ ตอนแรกเราไปถามแม่ค้าข้างทาง พี่เค้าก็ใจดีเหลือ ช่วยอธิบายทางไปรวมถึงช่วยเรียกรถตุ๊กๆให้ แต่ราคาที่คนขับบอกเรามันช่างต่างจากที่พี่เค้าบอกไว้แต่แรก พูดง่ายๆก็คือคนขับกะจะฟันนักท่องเที่ยวอย่างพวกเรานั่นเอง สุดท้ายเลยต้องใช้วิธีเดินเอาแต่กว่าจะเดินไปถึงไม่ใช่ใกล้ๆ เพราะต้นยางแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา จึงต้องค่อยๆเดินไป ในขณะเดียวกันก็ชมเมืองไปด้วยทีเดียว

 

ตอนใกล้ถึง พวกเรากลับเดินผิดทางหลงเข้าไปที่สำนักงานที่เดาว่าน่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์ สอบถามเจ้าหน้าที่สาวที่นั่งทำงานอยู่ก็ได้รู้ว่าเราเลี้ยวผิดทางแน่ๆ ขณะนั้นก็เหลือบไปเห็นถังน้ำดื่ม เลยขอเติมน้ำใส่ขวดหน่อย แต่ปรากฎว่าไม่มีน้ำไหลมาซักหยด น้องเจ้าหน้าที่เห็นเข้าก็รีบเดินไปเอากระบอกน้ำส่วนตัวบนโต๊ะทำงานมาแบ่งให้กับพวกเรา ก่อนที่เราจะเดินออกมาด้วยความอายที่ไปเบียดเบียนน้ำดื่มน้องเค้า

 

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงต้นยางจนได้ ต้นยางสูงใหญ่อย่างที่คิดไว้ มองไปด้านบนเห็นรังผึ้งจำนวนมากเกาะอยู่ตามกิ่งก้านของต้นยางใหญ่ มีวัยรุ่นขี่รถขึ้นมาเที่ยวที่นี่ประปราย พวกเรานั่งพักเหนื่อยกันจนแทบจะเคลิ้มหลับ ก่อนที่จะเดินไปเที่ยวชมวัดจอมมนที่อยู่ติดกัน

 

จากต้นยางใหญ่ เราใช้เวลาไม่นานนักในการเดินกลับลงมาด้านล่าง แต่ถ้าจะให้เดินเที่ยวต่อคงได้เป็นลมกันแน่ เลยนั่งรอตุ๊กๆเพื่อเรียกให้ไปยังจุดหมายต่อไป นั่นก็คือ พระยืนชี้นิ้ว ที่ประดิษฐานเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขาอีกลูกหนึ่ง อันที่จริงเหตุผลหนึ่งที่ไม่กล้าเดินต่อ เพราะไม่ว่าจะไปทางไหน ก็เต็มไปด้วยคนเล่นสงกรานต์กันเต็มไปหมด เลยใช้วิธีเรียกตุ๊กๆไปส่งดีกว่า

 

น้องคนขับตุ๊กๆที่เราโบกเรียกดูท่าทางซื่อๆ อีกทั้งราคาที่เรียกก็ไม่โหดร้ายเกินไปนัก เราจึงใช้บริการน้องให้ไปส่งที่พระยืนชี้นิ้ว ก่อนจะพาเรามาส่งที่กลางเมืองเพื่อหาข้าวเย็นกินกัน ตลอดทางที่รถตุ๊กๆวิ่งผ่าน พวกเราต้องผจญกับสายน้ำที่สาดเข้ามาเป็นระยะๆ ขนาดรอบรถมีผ้าใบปิด ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก พวกเราก็ยังคงเปียกกันอย่างทั่วถึง แต่ก็สนุกดี กับการที่ต้องคอยมุดหลบสายน้ำตลอดเวลา

 

ทดสอบน้ำปั่นเชียงตุง

หลักการที่ว่า ไม่มืดไม่กลับที่พัก เป็นสิ่งที่ยึดถือกันมาตลอดดังนั้น หลังจากอิ่มท้องกันด้วยก๋วยเตี๋ยวที่ร้านข้างทางแล้ว เราทั้งสี่คนก็มาเดินเล่นกันริมหนองตุง แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้ากับอากาศสบายๆยามเย็น พาเรามาหยุดที่ร้านขายน้ำปั่นแบบนั่งยองๆริมหนองตุง คนขายเป็นเด็กวัยรุ่นหน้าใส ถามน้องว่าน้ำปั่นแน่หรือเปล่าเพราะที่ผ่านมา แค่จะหาน้ำแข็ง ยังหาไม่ค่อยได้ น้องเค้าก็ตอบเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าปั่นแน่นอน พร้อมกับชี้ไปที่เครื่องปั่นที่ตั้งอยู่ในร้าน ผมเลยสั่งน้ำแคนตาลูบปั่นไปหนึ่งแก้ว รอซักพัก น้องก็เดินออกจากร้านมาพร้อมกับน้ำแคนตาลูบปั่น ที่ต้องยืนยันว่าปั่นจริงๆครับ ปั่นเฉพาะแคนตาลูบ ส่วนน้ำแข็งก็ยังมาเป็นก้อนๆ เดาได้ว่าน้ำแข็งที่นี่คงแพงมาก ถ้าเอามาปั่นคงไม่คุ้มเลยได้แคนตาลูบปั่นใส่น้ำแข็งแทน

 

 

กว่าจะเดินกลับที่พักกันฟ้าก็มืดลงไปแล้ว ระหว่างที่เดินกลับก็เกิดอาการหิวอีกแล้ว เลยกะว่าจะไปกินร้านยายที่อุดหนุนเมื่อคืน แต่แปลกที่ทั้งสี่คนพยายามมองหาเท่าไหร่ก็หาร้านยายไม่เจอ หรือว่ายากแกปิดร้านก็ไม่ทราบ เลยต้องกลับไปกินขนมในห้องแทน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาอุดหนุนยายใหม่ คืนนี้เป็นอีกคืนที่หลับสนิทตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืน เพราะเดินกันทั้งวัน อีกทั้งพอหลังสี่ทุ่ม ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความมืด ก็เหมือนถูกบังคับให้นอนหละครับ

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
officemom วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

อย่ามาทำให้อยาก ขนาดนี้
อยากไป มากกกมากก

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
SHUTTERTD วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SHUTTERTD

ผมชอบภาพสงครามสาดน้ำมากเลยครับ ได้บรรยากาศ และองค์ประกอบ ที่มีคนขี่มอเตอร์ไซค์ ขับมาและมีรอยยิ้มบนใบหน้า ชอบมากครับ
อุตส่าห์ไม่เที่ยวสงกรานต์เมืองไทย ยังอุตส่าห์ไปเปียกได้ถึงพม่า แต่ดูบรรยากาศก็ไม่แตกต่างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

คิดว่าจะได้อ่านตอน จ๋าม ...

อ่ะ! ง้านก็รอต่อไป

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
KonLangKow วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlangkow
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะBy..Yai_Nid

ตามมาเที่ยวค่ะ บรรยากาศแปลกตาน่าสนใจ
ดูเงียบสงบนะคะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
vickie วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

อ้างถึงเมนต์ 15 วรรคท้าย .... 5 5 5 5 ป๋มว่า น้องคนขายก็คงงง ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ย้ำนักย้ำหนา โดยเฉพาะไอ้น้ำแดงปั่นเนี่ยะ ...ตกลงมันจะปั่นยังไงดีหว่า ... ก็มันแหลกอยู่แล้วนิ 5 5 5 5

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 07.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namtan
simply9

ชักอยากชิม น้ำแดงปั่นแล้วสิ เครื่องดื่มที่เชียงตุง ดื่มแล้วยิ้มได้ด้วย เป็นวิธีขายที่น่ารักดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
hooknoi วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 00.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณวิกกี้ ช่ายครับ วัดทางแม่ฮ่องสอนก็เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่เหมือนกับที่เชียงตุงครับ สำหรับที่นี่ไม่ต้องเสียค่าเข้าชมเลยครับ คือทุกอย่างยังไม่ได้เป็นการค้ามาก มีแต่เวลาเดินด้อมๆมองๆหน้าวัด ก็จะมีคนคอยตะโกนบอกให้เข้าไปเลย หรือไม่ก็มาชวนคุย ยิ่งรู้ว่าเป็นคนไทยหละ ชวนคุยไม่หยุดเลย เหมือนกับว่าเรามีความใกล้เคียงกันทั้งภาษา วัฒนธรรม รู้สึกดีกับคนเชียงตุงก็ตรงอัธยาศัยนี่แหละครับ

พี่ชาลี อืม..น่าคิด เห็นที่ย่างกุ้งก็แต่งหน้าทาคิ้วซะแจ่มเหมือนกันเลยครับ แต่ถ้าเป็นพระพุทธรูปในพระอุโบสถก็จะคล้ายๆกับเมืองไทยอ่ะครับ

คุณตุ้มจิ๋ว..บรรยากาศที่นี่ดูเรียบง่ายจริงๆครับ จนบางครั้งรู้สึกว่าเป็นบรรยากาศที่เก๊าเก่า แต่ก็งามแบบไม่ได้ปรุงแต่งครับ

คุณแม่มด คราวนี้พยายามเก็บรายละเอียดให้มากๆ เผื่อใครสนใจจะได้เป็นข้อมูลเดินทางเบื้องต้นได้ครับ

แหะๆๆ ตอบทั้งคุณวิกกี้ คุณตุ้มจิ๋ว แล้วก็คุณแม่มดเลยเรื่องน้ำแคนตาลูปปั่น .....ก็อร่อยดีครับ อย่างน้อยก็มีอะไรเย็นๆให้กินบ้าง เพราะที่นี่เค้ามีไฟแค่ตอนหกโมงถึงสี่ทุ่ม ดังนั้นน้ำแข็งก็เป็นอะไรที่หายากมากๆๆๆ จริงๆมีเด็ดกว่านั้นอีก เพื่อนสั่งน้ำแดงปั่น ย้ำกับน้องคนขายว่าปั่นแน่นะ น้องเค้าตอบว่าแน่ๆๆๆ แต่กลายเป็นน้ำแดงใส่น้ำแข็งเฉยเลย สงสัยน้องเค้าเอาน้ำแดงไปปั่นแน่เลย แล้วค่อยเอาน้ำแข็งใส่ กลับมาเมืองไทยก็คิดถึงน้ำเย็นก่อนเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
แม่มด วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

เที่ยวสมบุกสมบันจริงๆค่ะ...แถมรายละเอียดครบครันเลย...
อยากมีโอกาสเที่ยวแบบนี้บ้างจังค่ะ...
...
ปล. น้ำแคนตาลูปปั่นอาหย่อยไม๊คะ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namtan
simply9

นี่เพิ่งไปหลงรัก Grenoble ที่บ้านหลังนึงมา
มาเห็น เชียงตุง ภาค2 ชักเริ่มจะหลงอีกแล้ว ชอบในความธรรมดา ง่ายๆ
มองภาพรวมๆ เหมือนกลับไปในวัยเด็กไงไม่รู้ บรรยากาศมันเป็นอย่างนั้น

วัดพระธาตุจอมคำ งามจริงๆค่ะ

มาเที่ยวครั้งนี้ ได้เครื่องดื่มใหม่เน๊อะ แคนตาลูบปั่น!!!

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
BlueHill วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สังเกตุว่าพระพุทธรุปชี้นำ มีการเขียวคิ้วทาปาก พระพุทธรูปด้วย ต่างไปจากฝั่งไทยเรานะครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
vickie วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 00.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

วัดทางแม่ฮ่องสอนเราก็ได้อิทธิพลจากวัดพม่ามาเหมือนกันนะฮับ
ภายในวัดดูอลังการเชียว ดีนะที่ไม่ต้องเสียตังค์ค่าเข้าไปถ่ายรูป เหมือนกับบางวัดทางลาว
ว่าแต่น้ำแคนตาลูปปั่นใส่น้ำแข็ง อร่อยมะคร๊า

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
hooknoi วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณกระเจี๊ยบ...แหะๆๆ หายไปนานจริงๆ วันนี้เลยพาไปเที่ยวเชียงตุงกัน

คุณchettapat ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chettapat วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chettapat
เชษฐภัทร วิสัยจร

เป้นบล๊อกที่น่าประทับใจมากครับ

ขออนุญาตแอ๊ดไว้เพื่อศึกษานะครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ไปเล่นสงกรานต์ที่เชียงตุงนี่เอง

ตามมาเที่ยวด้วยคนจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
hooknoi วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณแป๋ม ตามมาเลยครับ ส่วนผมก็จะตามไปอินโดด้วยเน้อ

คุณเกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วิถีชีวิตของชาวเชียงตุง ยังคงงดงามเรียบง่ายเช่นกันครับ

คุณเจเจ ...ขอบคุณหลายเด้อ

คุณpjeabja ขอบคุณครับ

คุณคนขี่เสือ เรียกซะน่ารักเชียว ตุง ตุ่ง ตุ๊ง

คุณchedtha ขอบคุณสำหรับโหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chedtha วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

แวะมาเที่ยวเชียงตุง
วัดสวยมากๆเลย พระพุทธรูปก็งดงาม
บรรยากาศดูเงียบสงบดีครับ

โหวตให้กับเรื่องเล่าและภาพด้วยความขอบคุณยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนขี่เสือ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerrider

มาตามเก็บข้อมูล เชียงตุง ตุ่ง ตุ๊ง ต่อ
รูปสวย ข้อมูลเพียบ
^___^

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
pjeabja วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

แจ่มมักๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

+หวอตค่ะ




ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

นครรัฐ
ที่มิได้งดงาม
อยู่แต่ในหน้า
ประวัติศาสตร์
เท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

อ่านไว้ เก็บข้อมมูลไว้ ..

เดี๋ยวมีตาม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน