*/
  • hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 568135
  • จำนวนผู้โหวต : 853
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 15 มกราคม 2553
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 4405 , 00:15:47 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


การเดินทางในครั้งนี้ ถ้าดูจากจุดหมายปลายทางแล้ว อาจดูไม่น่าตื่นเต้นเท่าการเดินทางที่ผ่านมาเท่าไหร่นัก เพราะทั้งฮ่องกง มาเก๊า เรียกว่าคนไทยเดินกันจนปรุ แต่สิ่งที่แตกต่างก็เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้ประกอบด้วยผมกับพี่สาวอีกสองคน โดยหนึ่งในนั้นต้องอาศัยวีลแชร์ในการเดินทางเนื่องจากโรคไขสันหลังอักเสบเฉียบพลันที่เกิดขึ้นตั้งแต่เด็ก ทำให้ร่างกายส่วนล่างไม่สามารถใช้งานได้ดั่งคนปกติ การเดินทางโดยวีลแชร์ในต่างถิ่นจะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆซะทีเดียวนะครับ
บางคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมต้องลำบากลำบน ขนกันไปให้เหนื่อยด้วย แต่คำตอบในที่นี้ก็ไม่ยากครับ เพราะแค่นึกถึงเราๆท่านๆที่สภาพร่างกายปรกติ ถ้าให้อยู่แต่บ้านสักเดือนสองเดือนก็เบื่อแล้ว  คนที่ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกก็เหมือนกันแหละครับ ใครๆก็อยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งปรกติแล้วเราพี่ๆน้องๆก็มักเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงปลายๆปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ขอไปไกลหน่อยครับ

สาเหตุที่เลือกฮ่องกง เพราะดูค่าใช้จ่ายแล้วไม่แพงเกินไปนัก และน่าจะสะดวกสบายที่สุดในบรรดาประเทศแถบนี้ เพราะจากการหาข้อมูล สาธารณูปโภคที่ฮ่องกงทั้งรถไฟใต้ดิน เรือโดยสาร รวมถึงอาคารสถานที่ต่างๆและฟุตบาต ส่วนใหญ่จะได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้พิการให้สามารถอยู่ร่วมกันกับผู้คนปรกติได้อย่างไม่มีปัญหานัก

อันที่จริงวัตถุประสงค์ในการเขียนบันทึกครั้งนี้ อยากให้อย่างน้อยเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้พิการหรือว่าผู้ที่มีผู้พิการอยู่ในครอบครัว ว่าเราก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกันได้ เพียงแต่กล้าที่จะหลุดออกจากกรอบความคิดที่ว่าคนพิการต้องอยู่แต่บ้าน ไปไหนมาไหนก็ลำบาก แค่อาจต้องเตรียมตัวมากกว่าการเดินทางปรกติเท่านั้นเองครับ รวมถึงต้องทำใจว่าอาจไม่สามารถไปถึงในทุกๆที่ได้ แต่ก็อย่างที่มีคนเคยพูดไว้ ว่าจุดหมายของการเดินทางบางครั้งก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราไปกับใครครับ

ออกเดินทาง สุวรรณภูมิ

เราขับรถจากบ้านไปฝากไว้ที่ลานจอดรถระยะยาวของสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะคำนวณดูแล้ว ค่าจอดรถที่ต้องจ่ายน่าจะถูกกว่าค่าแท็กซี่ไปกลับ อีกทั้งไม่รู้ว่าแท็กซี่จะสามารถใส่วีลแชร์เข้าไปได้หรือไม่ เพราะแท็กซี่ส่วนใหญ่จะมีถังแก็สอยู่ที่ท้ายรถ แต่เพิ่งรู้ว่าลานจอดรถระยะยาวที่อยู่ตรงข้ามกับศูนย์คมนาคมอยู่ไกลจากอาคารผู้โดยสารมาก ต้องนั่งรถบัสมาลงที่อาคารผู้โดยสารอีกที ดีที่ผมปล่อยให้พี่สาวรอกันอยู่ที่อาคารผู้โดยสารแล้วค่อยขับรถมาจอด
เนื่องจากมีการแจ้งกับทางสายการบินไว้แล้วว่าจะมีผู้โดยสารที่ต้องใช้วีลแชร์ ตอนแรกนึกว่าจะมีเจ้าหน้าที่เอารถวีลแชร์ของสนามบินมารับ แต่เจ้าหน้าที่เช็คอินแจ้งกับเราว่าถ้ามีวีลแชร์ส่วนตัวก็สามารถเข็นเข้าไปได้เลย โดยเจ้าหน้าที่จะทำเรื่องเช็คอินวีลแชร์อันนี้ไว้ พอไปถึงหน้าประตูเครื่อง จะมีเจ้าหน้าที่มารับวีลแชร์ไปโหลดลงเครื่อง จากนั้นก็ใช้ไม้เท้าเดินเข้าไปยังภายในตัวเครื่อง ซึ่งจะว่าไปก็สะดวกและเป็นส่วนตัวดีครับ ดีกว่าที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยมาเข็นให้ตลอดทาง เพราะเราสามารถเดินเล่นเองได้จนกว่าจะถึงเวลาขึ้นเครื่องครับ 

อันที่จริงพวกผมมาเช็คอินกันตั้งแต่เนิ่นๆเพราะอยากได้ที่นั่งแถวแรกๆเพื่อที่พี่สาวจะได้ไม่ต้องเดินไกลนัก พนักงานใช้เวลานานมากในการเลือกที่นั่ง เนื่องจากมีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นทั้งระยะห่างจากห้องน้ำ ทั้งระยะจากประตูทางเข้า อีกทั้งที่นั่งของผู้ร่วมเดินทางที่ต้องอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้คอยช่วยเหลือ แต่ในที่สุดเราก็ได้ที่นั่งริมทางเดินแทนเพราะถ้าจะเอาแถวหน้าต้องแยกกันนั่งซึ่งไม่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง  เพื่อความสะดวกพนักงานเรียกเราให้ขึ้นเครื่องก่อนผู้โดยสารปรกติ มีเจ้าหน้าที่มาคอยรับวีลแชร์ที่หน้าประตูเครื่องตามที่เราได้รับแจ้งไว้ แต่ในใจก็นึกเสียวๆว่าวีลแชร์นี้จะไปกับพวกเราแน่ๆนะ

สองชั่วโมงกว่า เราก็มาถึงยังสนามบินนานาชาติฮ่องกง นั่งรอให้ผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเครื่องก่อนแล้วค่อยๆเดินกันออกไป วีลแชร์ของเรามาจอดรออยู่ที่หน้าประตูทันทีที่เราเดินมาถึง มีคุณป้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสนามบินมาช่วยเข็นและอำนวยความสะดวกให้กับพวกเราไปตลอดทางเพราะจากประตูเครื่องบิน ต้องนั่งรถไฟใต้ดินของสนามบินไปยังอาคารผู้โดยสารที่ตั้งอยู่อีกอาคาร คุณป้าดูคล่องแคล่วกับหน้าที่ของแกจนผมเองแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เดินตามต้อยๆ เพราะแม้แต่การเข็นขึ้นรถไฟ หรือเข็นขึ้นลิฟท์ของอาคารผู้โดยสาร ป้าแกเป็นคนจัดการเองหมด ที่สนามบินฮ่องกงจะมีช่องตรวจคนเข้าเมืองของวีลแชร์และผู้ติดตามแยกต่างหาก ทำให้ไม่ต้องรอคิวอันยาวเหยียด ต่างจากฝั่งเมืองไทยที่จะต้องเข้าคิวปรกติ ใช้เวลาไม่นานนักเราก็มาถึงจุดรับกระเป๋าอันเป็นที่ที่เราบอกลากับคุณป้า

รับกระเป๋าแล้วก็ได้เวลาเดินทางเข้าโรงแรมกัน เราเลือกการเดินทางโดยรถไฟสาย Airport Express ที่สามารถขึ้นจากอาคารผู้โดยสาร โดยเลือกซื้อตั๋วแบบเหมารวมการใช้บริการขนส่งมวลชนต่างๆในฮ่องกงเป็นเวลา 3 วันเอาไว้ด้วย รถไฟ Airport Express มีผู้โดยสารไม่มากนัก สามารถเข็นวีลแชร์เข้าไปยังภายในได้สบายๆ อีกทั้งยังมีส่วนที่เว้นไว้สำหรับวีลแชร์โดยเฉพาะ สังเกตได้จากประตูที่มีสัญลักษณ์วีลแชร์ แสดงว่าณ.จุดนั้นของภายในรถไฟ จะมีช่องเว้นว่างสำหรับจอดวีลแชร์โดยเฉพาะ จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่สถานทีฮ่องกงเพื่อต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือที่เรียกว่า MTR ไปยังสถานี Print Edward อันเป็นที่ตั้งของโรงแรมที่จองเอาไว้

ใช้เวลาพอสมควร เราก็มาถึงสถานีฮ่องกง สถานีที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางระบบคมนาคมของฮ่องกง เพราะที่นี่เป็นจุดตัดของรถไฟใต้ดินถึง 4 สาย เราออกจากรถไฟ Airport Express เพื่อมาพบกับบรรยากาศแห่งความวุ่นวายของสถานีฮ่องกง เพราะขณะนี้เป็นเวลา 6 โมงเย็นอันเป็นเวลาเร่งด่วนที่ผู้คนต่างมุ่งหน้ากันกลับบ้าน เราเดินท่ามกลางฝูงชนอันสับสนวุ่นวายคนหนึ่งเข็นวีลแชร์ อีกคนเข็นกระเป๋า ในใจก็นึกขึ้นมาว่าทำไมไม่เรียกแท็กซี่จากสนามบินเลย แต่คิดอีกทีการเดินทางแบบนี้ก็เป็นรสชาติของการเดินทางอย่างหนึ่งเหมือนกัน ถ้ามัวแต่จะเอาความสะดวกสบายเราอาจพลาดประสบการณ์ที่เรากำลังเผชิญหรือกำลังจะเผชิญอยู่ก็ได้ รถไฟใต้ดินหรือ MTR สายสีแดง แน่นขนัดไปด้วยผู้โดยสาร แต่ผมก็พยายามแทรกตัวพร้อมรถเข็นเข้าไปให้ได้ เบียดเสียดกัน 6 สถานีก็มาถึง สถานี Print Edward จากที่หาข้อมูลมาจากอินเตอร์เนต ระบบรถใต้ดิน MTR จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับวีลแชร์ทุกสถานี โดยมีการแจกแจงแยกตามสถานีเลย สถานีไหนมีลิฟท์ สถานีไหนมี Stair Lift ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจว่าเป็นอย่างไรจนกระทั่งมาเจอที่สถานี Print Ecdward นี่เอง

Stair Lift อันที่จริงก็คือรางเลื่อนไฟฟ้าที่จะเลื่อไปตามรางที่ติดอยู่ข้างบันได อันที่จริงเมื่อเทียบกับลิฟท์แล้ว การใช้ลิฟท์สะดวกกว่ามาก เพราะรวดเร็วและง่ายต่อการใช้งาน แต่พอมาเจอ Stair Lift เราต้องกดแจ้งเจ้าหน้าที่ รออีกสักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่มาทำการเปิดเครื่องพร้อมจัดการพาขึ้น stair lift ไปตามทางลาด ซึ่งดูไปก็ค่อนข้างเอิกเกริกเพราะผู้คนก็เดินกันให้ขวักไขว่ และ Stair Lift ก็เคลื่อนที่ช้ามากพร้อมกับมีเสียงสัญญาณดังลั่น อีกทั้งยังเสียเวลาด้วย ทั้งเวลาที่ต้องรอเจ้าหน้าที่และเวลาในการใช้งาน เราจึงตกลงกันว่าทางที่ดีควรหาสถานีที่มีลิฟท์ขึ้นถึงถนนด้านบนเลยดีกว่า ซึ่งพบว่าสถานี Mongkok ที่อยู่ติดกันเป็นสถานีเดียวในแถบนั้นที่มีลิฟท์ขึ้นสู่ถนนได้เลย ในวันต่อๆมาเราจึงเลือกที่จะเดินไปลงลิฟท์มากกว่าที่จะคอยเรียกเจ้าหน้าที่ที่สถานี Prince Edward   แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานีที่เข้ามาช่วยเหลือเป็นอย่างดี ความรู้สึกของผมคือ คนที่นี่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สนามบิน รถใต้ดิน หรือตามสถานที่ท่องเที่ยว ต่างได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีว่าจะจัดการกับผู้โดยสารบนวีลแชร์อย่างไร เราแทบจะไม่เคยเจอสีหน้าแปลกใจเมื่อขอความช่วยเหลือ ทุกคนเหมือนรู้หน้าที่ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร บางครั้งก็เข้ามาจัดการให้ทันทีก่อนที่เราจะร้องขอซะอีก

เรากล่าวคำขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่สถานี Print Edward พร้อมๆกับมุ่งหน้าสู่โรงแรมที่พัก ท้องฟ้าขณะนั้นมืดมิดลงแล้ว แต่สองข้างทางสว่างไสวไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ฟุตบาทที่ฮ่องกงดูกว้างขวาง ไร้สิ่งกีดขวางต่างๆเมื่อเทียบกับเมืองไทยที่จะเต็มไปด้วยอุปสรรค อีกทั้งบริเวณทางแยกก็จะทำทางลาดให้สะดวกในการเข็นข้ามถนนด้วย เราเช็คอินโรงแรมด้วยอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางเพราะจะว่าไป ตั้งแต่ลงจากเครื่องก็ต้องขึ้นลงรถกันหลายรอบกว่าจะมาถึง เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกพวกเราว่าสนใจที่จะพักห้องสำหรับคนพิการโดยเฉพาะหรือไม่ แต่ติดที่ห้องนี้สามารถอยู่ได้ท่านเดียวเราจึงตัดสินใจพักห้องธรรมดาตามที่ได้จองเข้ามา เพราะเรื่องห้องพักไม่น่าจะมีปัญหา ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการเดินทางซะมากกว่าครับ

ห้องพักในโรงแรมถ้ามีเพียงสองเตียง ก็ถือว่าไม่คับแคบอย่างที่เคยได้ยินมาเท่าไหร่นัก แต่พอเพิ่มเตียงเสริมเข้าไปก็แทบจะไม่มีที่ให้ยืนทีเดียว เรียกว่าเข้าห้องแล้วต้องกระโดดขึ้นเตียงเลย หลังจากล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้น เรียกความสดใสกลับคืนมาแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ดีกว่าการเดินชมเมืองพร้อมๆกับหาอะไรกินกัน


เราสามคนเดินไปเรื่อยๆตามถนนนาธาน ถนนช้อปปิ้งเลื่องชื่อของฮ่องกง แต่ณ.จุดที่เรายืนอยู่นี้ก็ถือได้ว่าค่อนข้างปลายถนนเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยร้านค้า และผู้คนที่เดินกันให้ขวักไขว่จนอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้คนมาจากไหนกันมากมายปานนั้น  ผ่านย่านขายของหลายย่าน ไม่ว่าจะเป็นย่านขายอุปกรณ์อิเลคโทรนิคที่ส่วนใหญ่จำหน่ายกล้องและมือถือ ย่านเลดี้มาร์เกต และย่านเทมเพิล สตรีท ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเดินเล่นกันคึกคัก บรรยากาศคล้ายๆกับไนท์มาร์เกตบ้านเราครับ

ด้วยความที่อยากลองอาหารฮ่องกงแบบที่คนฮ่องกงกินกันในชีวิตประจำวัน ผมจึงเลือกที่จะเลี้ยวเข้าไปยังตรอกซอกซอยข้างทางเพื่อมองหาร้านอาหารสำหรับมื้อค่ำนี้ ผ่านร้านอาหารหน้าตาธรรมดาๆที่พนักงานเสริฟกล่าวชักชวนเต็มที่ ทั้งๆที่ฟังไม่ออกแต่ก็รับรู้ได้จากสิ่งที่สื่อออกมา แต่ปัญหาคือพนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เมนูก็ไม่มีภาษาอังกฤษ สุดท้ายพนักงานก็ไปเรียกแกมบังคับให้ลูกค้าประจำของแกมาช่วยคุยให้ คืนนี้เลยได้ลองข้าวหน้าเป็ดจานโต รสชาติก็อร่อยดีครับ เพราะเนื้อเป็ดเป็นเป็ด กับหนังกรอบๆมาพร้อมกับข้าวนุ่มๆ คิดแล้วก็ยังนึกถึงอยู่เลยครับ

ขามาผมก็เข็นรถมาเรื่อยๆ เข็นบ้างหยุดแวะนู่นแวะนี่บ้าง แต่พอถึงเวลากลับก็มานึกได้ว่าเราเดินมาไกลมาก จะนั่ง MTR กลับก็กลัวเสียเวลารอเจ้าหน้าที่ทั้งสถานีต้นทาง แล้วยังสถานีปลายทางอีก ก็เลยต้องค่อยเข็นไปเรื่อยๆ คิดซะว่าเดี๋ยวก็ถึง และถึงแม้เวลาจะล่วงมาเกือบ 4 ทุ่มแล้ว ร้านค้าสองข้างทางก็ยังคงเปิดอยู่ ผู้คนก็ยังเดินกันเต็มฟุตบาท นี่กระมั้งครับ ชีวิตในเมืองใหญ่ ที่บ้านถูกลดบทบาทเป็นเพียงสถานที่หลับนอนเท่านั้น ส่วนช่วงชีวิตที่เหลือกลับถูกผลักให้ออกมายังโลกภายนอกอันวุ่นวาย  

เดินมาถึงสถานีม่งก๊ก เราไม่ลืมที่จะเดินสำรวจหาลิฟท์ เพราะเป็นสถานีเดียวในย่านนี้ที่มีลิฟท์ขึ้นมาถีงริมฟุตบาต ทำให้ไม่ต้องคอยเรียกพนักงานให้มาเปิด stair lift ให้เสียเวลา แต่ก็ต้องแลกกับการเดินมาไกลพอสมควร คืนนี้นอนหลับด้วยอาการเหมือนจะเป็นหวัดลงคอ อาจเป็นเพราะมาเจออากาศที่แตกต่างจากเมืองไทย ยาแก้หวัดทำเอาคืนนี้ผมหลับสบายเลยครับ

เดี๋ยวมาเที่ยวกันต่อครับ...............


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
คนสวย วันที่ : 21/01/2010 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ratana

เกาะปีก..ลุงฮูกฯ...ติดหนึบ...จากอิตาลีตอนที่ ๒๑-๒๒
ผ่านเมืองภูเก็ตไร้สาย....ร่อนลงไปชมเมืองอยู่พักใหญ่....
บินลัดฟ้า....มาถึงฮ่องกงตอนที่ ๑......สนุกค่ะลุงฯ
เอาล่ะ....ประเดี๋ยวคนสวยจะไป...ตอนที่ ๒....
แต่ "คนสวย"ขอพักลูกกะตาหน่อยก่อนนะค้าลุงฯ....

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Panadda_Sunma วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daytripbyjumbosun

ขออภัยคุณฮูกค่า ชอบผลงานคุณฮูกจัง คิคิ
เรามาสู้ๆด้วยกันนะค้ะ ส่วนเรื่องเขาดินไปเก็บภาพมาแล้วค่ะ กำลังหาเวลาเขียนเรื่องหละ แล้วจะรอชมผลงานคุณฮูกด้วยค่า

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
hooknoi วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 00.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

พี่แป๋ม...ห้าทุ่มพี่แกยังเดินกันให้เต็มถนนเลยอ่ะ

คุณรักพงษ์ ใช่ครับ ฮ่องกงนี่คึกคักกันทั้งคืน

วิกกี้...555 ใช่ๆๆ แอบไปเที่ยวกลางคืนมาหละ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
hooknoi วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 00.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณ Catfishae ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวจะเข้าไปแก้ไขครับ

คุณ SHUTTERTD เจออย่างนี้คงต้องลองไปสักครั้งแล้วหละครับ

คุณแม่แคท เดี๋ยวจะตามไปชมนะครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
vickie วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

แอบหนีเที่ยวกลางคืนกันนะ 3 คนพี่น้อง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

สีสันจัดจ้านกับ่ำคืนที่ไม่หลับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

แล้วเค้าไม่หลับไม่นอนกันเหรอเนี่ย ..

4 ทุ่มยัง ช้อปปิ้งกันอยู่เลย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Cat@ วันที่ : 17/01/2010 เวลา : 02.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

อยู่ในใจ หนึ่งแห่งที่อยากไป


มาแล้วค่ะ
ความสุขของคนมีลูก
เชิญจ๊ะ มาช่วยกัน ชมความน่ารัก
ตอน


* Pyjamaparty เก้าขวบหนูโจเซฟีนค่ะ ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SHUTTERTD วันที่ : 16/01/2010 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SHUTTERTD

ตกลงแล้วฮ่องกง มีอะไรมากกว่าที่ผมคิดใ่ช่มั้ยครับ
ตอนนี้ชักเริ่มอยากไปขึ้นมาแล้วล่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SHUTTERTD วันที่ : 16/01/2010 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SHUTTERTD

น้องที่ทำงานชวนอยู่ยิกๆ บอกว่าไปมั้ย ฮ่องกง จะพาเที่ยว
พอผมเล่าให้เพื่อนฟังว่าน้องที่ทำงานชวนเที่ยวฮ่องกง เพื่อนตัวดีก็บอกว่าไปมั้ย มันจะไปด้วย
แฟนผมพอน้องที่ทำงานที่เคยไปฮ่องกง เล่าว่าไปสะดวก ราคาไม่แพง ก็เกิดอาการอยากไปขึ้นมาทันที
ส่วนตัวผม สารภาพเลยว่า ไม่อยากไป เพราะมีความรู้สึกว่าฮ่องกง ไม่น่าจะมีอะไรเที่ยวบ้านเมืองน่าจะมีแต่ตึกๆๆ แล้วก็ตึก ทั้งๆ ที่จริงๆ ก็ไม่เคยไปเลย ฮ่องกงอาจจะมีอะไรมากกว่าที่ผมคิด
แต่ถ้าให้ไปก็ไปได้ครับ และคาดว่าบรรดาเพื่อนๆ ทั้งหลายจะต้องลากคอผมไปด้วยให้ได้แน่ๆ เลย ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ จะได้มาดูข้อมูลบางส่วนได้ที่นี่

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Catfishae วันที่ : 16/01/2010 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catfishae
http://www.oknation.net/blog/culturetoday/

เพิ่งกลับมาจากเที่ยวไม่ง้อทัวร์ อิอิ มาเก๊าเมื่อคืนนี้ค่ะ เห็นฮ่องกงแล้วก็อยากไปเที่ยวอีก ไม่เคยได้เดินเล่นยามค่ำคืนในฮ่องกงแบบนี้เลยคะ แต่สิ่งที่ได้จากการเดินทางนั้น คือ ได้รับประสบการณ์และเรียนรู้จากโลกกว้างนี้ค่ะ

วันนี้คุณ Hooknoi จะเขียนชื่อสถานี MRT สองชื่อสลับไปมา คือ Print Edward กับ Prince Edward นะคะ (ขออนุญาตแซวเฉยๆ คะ)

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hooknoi วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

พี่ลูกเสือฯ...ห้องกรง อันนี้ต้องขอตัวเหมือนกันครับ หุหุ

นายผีเสื้อ...ตามมาเลยครับ แต่คราวนี้เป็นทริปแบบช้าๆนะครับ ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

มาเที่ยวด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มาเที่ยวฮ่องกงด้วยคน...
"ห้องกรง"ไม่ไปนะ ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
hooknoi วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณโคมทอง...ใช่ครับ แถวนั้นคงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก เลยสื่อสารกันยากพอสมควร แต่แม่ค้าพ่อค้าก็ใจดีนะ ถึงพูดกันไม่ได้แต่ก็พยายามสื่อสารกันสุดฤทธิ์ครับ

มารูโกะ...จริงๆผมเองทริปนี้ก็ได้ตั๋วเกือบฟรีมาอ่ะครับ ม่ายงั้นก็คงไม่ได้ไปเหมือนกัน

พี่ Supawan...ครับ..ถ้าอยากรู้วิถีชีวิตเค้าจริงๆต้องลัดเลาะไปตามซอกหลืบ หรือที่ที่ไม่ใช่่แหล่งท่องเที่ยวอ่ะครับ

คุณพาจรดอทคอม สำหรับผม พุกาม ยังเป็นที่สุดของที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ผมไป มา 1 ครั้ง นั่งรถไฟ จากซิมซาจุ่ย ไปเซิ่นเจิ้น พัก
เกาลูน hard rock cafe ช้อปปิงย่านถนนแคนตั้น ไปจุด
ชมวิว กลับมานั่งรอเครื่องบิน 2 ทุ่ม นั่งรอตั้งแต่ 11 โมง
และเป็นการไปกับคณะทัวร์ครั้งสุดท้าย ฮ่องกงศิวิไลซ์
สำหรับใครหลายคน,,,,,สำหรับผม พม่า คือ สุขแท้ที่ได้ไป
เยือน.....แล้วแต่ใครจะชอบครับ..ด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ครั้งสุดท้ายที่ไปฮ่องกง ก็นานมาแล้วค่ะ ...

หากไม่มีที่ไหนที่น่าสนใจกว่า ฮ่องกงสามารถทำให้การเดินเที่ยวน่าตื่นเต้นได้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามตรอก ซอก ซอยข้างถนน มีชีวิตชีวาดีค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มารูโกะ วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

ไม่เคยคิดอยากจะไปที่นี่เลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าจะมีแต่ช้อปปิ้ง
เดี๋ยวจะตามอ่านต่อนะคะเผื่อว่าจะเจออะไรดีๆ แล้วอาจเปลี่ยนใจได้บ้าง

มารูโกะหายไปหลายเดือนเลยล่ะค่ะ กลับมารอบนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะหายไปอีกหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
โคมทอง วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 04.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ฮ่องกงแถวๆ Mongkok ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ บางครั้งเวลาซื้อขนมที่ไม่ติดราคา ก็จะยื่นตังค์ให้แม่ค้าหยิบเอง..เขาไม่โกงนะค่ะ. ถนนแห่งนี้ได้สัมผัสบรรยกาศแบบคนที่นี่แท้ๆ อ่านและดูภาพประกอบแล้วอยากไปอีกค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน