*/
  • hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 568135
  • จำนวนผู้โหวต : 853
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน 2553
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 6884 , 14:22:24 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


วันที่ 2 วันแห่งการเดินทาง

วันนี้เราตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวไปขึ้นรถบัสที่ซื้อตั๋วเอาไว้ คำถามในใจผุดขึ้นมาทันทีว่าเรามาเที่ยวซะเปล่า กลับต้องตื่นเช้ากว่าวันทำงานเสียอีก บางครั้งผมก็สับสนในคำว่าท่องเที่ยวกับพักผ่อครับ เพราะการเดินทางมาต่างบ้านต่างเมืองอย่างนี้คงมิอาจเรียกว่าเป็นการพักผ่อนแน่ๆ วัตถุประสงค์ก็บอกแล้วว่ามาท่องเที่ยว ก็ต้องใช้เวลาทุกๆนาทีให้คุ้มค่า ถ้าจะมาพักผ่อนสู้ไปจองรีสอร์ตริมทะเลนอนสบายๆดีกว่า  


เจ้าหน้าที่โรงแรมอุตส่าห์มารอแต่เช้า เพื่อที่จะพาเราเดินไปขึ้นรถบัส Greenline ที่มีสถานีรถอยู่ไม่ไกลจากย่านทาเมลนัก เพียงเดินออกมาริมถนนก็ต้องพบกันนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต่างแบกเป้ใบเขื่องมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน บ้างก็อาศัยสามล้อถีบเป็นพาหนะ ทุกคนต่างมีจุดหมายอยู่ที่สถานีรถบัสที่จะนำพานักเดินทางทั้งหลายมุ่งสู่โพคารา เมืองท่องเที่ยวสำคัญของเนปาลทีเปรียบดั่งจุดตั้งต้นในการเดินเขาในแถบอันนาปุรณะ สภาพของสถานีถึงแม้จะดูไม่ต่างจากอู่รถเล็กๆในเมืองไทยเท่าไหร่แต่สภาพของตัวรถก็ถือว่าใหม่พอสมควร ประมาณรถบัส ป.2 บ้านเราครับ รถบัสออกจากท่า 7 โมงครึ่ง ตรงเวลาเป๊ะ แต่กลับต้องเสียเวลาอย่างมากกับการจราจรภายในเมืองที่ติดขัดแบบไร้ซึ่งความหวัง เพราะต่างคนต่างแย่งกันใช้ถนนจนไร้ระเบียบ รถยนต์น้อยใหญ่ต่างแข่งกันส่งเสียงแตรจนดังก้องเข้ามาในรถ ทั้งคนขับรถและผู้คนสองข้างทางดูจะชาชินกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า และสิ่งเดียวที่ผมทำได้ขณะนั้นคือปิดตาและตัดการรับรู้เพื่อออมแรงไว้สำหรับวันข้างหน้าดีกว่าครับ  

ออกนอกเมืองมาได้ไม่ไกลนัก คนขับชลอรถเพื่อเข้าจอดยังที่พักริมทาง ให้ผู้โดยสารได้เข้าห้องน้ำรวมถึงหาอะไรรองท้อง แต่พวกเรายังคงหิ้วท้องรอต่อไปเพื่อรอเวลาอาหารเที่ยงที่รวมอยู่กับค่าโดยสารแล้ว ทิวทัศน์รอบข้างของจุดพักรถรายล้อมไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ยังไม่ปรากฎภูเขาหิมะให้เห็นดังนั้นถ้าไม่บอกคงนึกว่ากำลังอยู่แถวแม่ฮ่องสอนเป็นแน่ อากาศขณะนั้นกำลังเย็นสบาย เดินทางกันต่ออีกไม่นานก็ถึงเวลาที่รอคอย รถบัสเข้ามาจอดที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งเพื่อพักทานอาหารเที่ยง เป็นอาหารบุ๊ฟเฟ่ต์ที่สามารถตักกันได้ไม่อั้น เมนูก็มีแกงไก่ ข้าวเปล่า ผัดหมี่เหมือนผัดหมี่เจบ้านเรา นอกนั้นเป็นแกงถั่วซึ่งไม่ค่อยคุ้นเคยสำหรับผมเท่าไหร่ครับ ซึ่งจะว่าไปแล้วกับค่าตั๋ว 18 USD กับอาหารระดับนี้ก็ถือว่าไม่แพงครับ หรืออาจว่าค่าครองชีพที่นี่ไม่สูงนัก กินกันให้อิ่มเต็มที่ ชดเชยอาหารเช้าที่ไม่ได้กินและเผื่อไว้อาหารเย็นด้วย เสร็จแล้วก็ได้เวลานอนต่อ จนบ่ายสามโมงครึ่งเราก็มาถึงยังเมืองโพคารา สภาพบ้านเมืองทั่วไปดูไม่แออัดเท่ากาฐมาณฑุ รถบัสค่อยๆเคลื่อนผ่านใจกลางเมืองก่อนเลี้ยวเข้าจอดยังสถานีรถบัสดูแล้วเป็นเพียงลานกว้างๆเท่านั้น และทันทีที่ก้าวลงจากรถ บรรดารถรับจ้างและตัวแทนโรงแรมต่างกรูเข้ามาเสนอบริการกันเสียงดังโหวกเหวก ผมไม่แน่ใจว่าคนเหล่านี้จะรู้หรือไม่ว่าการนำเสนอแบบรุกเร้าเช่นนี้แทนที่จะสร้างความเชื่อใจ กลับสร้างความรำคาญรวมถึงความหวาดระแวงมากกว่า แต่คนกลุ่มนี้มักจะให้ความสนใจกับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกมากกว่าชาวเอเชียหัวดำอย่างพวกเรา ดังนั้นพวกผมจึงถือโอกาสช่วงชุลมุนเดินฝ่าฝูงชนไปอีกด้านหนึ่งของสนาม เพื่อไปต่อรองราคากับแท็กซี่ที่จอดรออยู่ห่างๆ ค่าแท็กซี่ 100 รูปีที่คนขับเสนอมาแลกกับการไปส่งยังย่านเลคไซด์เป็นราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก  

ขณะที่เรามุ่งหน้าสู่ย่านเลคไซด์อันเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองโพคารา คนขับแท็กซี่พยายามนำเสนอโรงแรมที่บอกว่าเป็นของเพื่อนเขา โดยบอกว่าโรงแรมที่เราจะไปแพงและไม่ดี แต่ผมยืนยันที่จะไปยังโรงแรม Mera Peak ที่มีคนแนะนำมาในอินเตอร์เนตให้ได้ จริงๆผมเองก็ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นโรงแรมนี้หรอกครับ อาศัยว่าไปให้ถึงแล้วค่อยว่ากัน ถ้าไม่ดีก็เดินหาเอาแถวๆนั้นเพราะคิดว่าโรงแรมไม่น่าจะหายาก แต่พอมาดูสภาพของโรงแรม Mera Peak แล้วก็ตัดสินใจพักที่นี่เพราะห้องพักดูโปร่งโล่งสบาย แถมราคาไม่แพงแล้วยังให้พวกเราทั้งสี่อัดกันอยู่ในห้องเดียวกันด้วย

เราติดต่อกับทางโรงแรมให้ช่วยจัดการเรื่องลูกหาบและรถที่จะพาไปยัง นายาปุล หมู่บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นเดินสู่ปูนฮิลล์ เจ้าของโรงแรมพยายามให้เราซื้อทัวร์เป็นแพ็กเกจแบบรวมทุกอย่างทั้งที่พัก อาหาร ไกด์ แต่ทางผมปฏิเสธและขอแค่ลูกหาบให้ช่วยขนสัมภาระกับรถที่พาไปยังนายาปุลเท่านั้น เพราะเท่าที่ทราบมา เส้นทางที่เรากำลังจะไปไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินทางสัญจรระหว่างหมู่บ้านกันอยู่แล้ว อาศัยลูกหาบเป็นคนช่วยบอกทางก็น่าจะเพียงพอ ส่วนเรื่องที่พักและอาหารก็คงหาได้ไม่ยากนัก เมื่อตกลงราคาพร้อมกับนัดหมายเวลาเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเดินเที่ยวกัน แต่โชคไม่ดีที่ท้องฟ้าขณะนี้มืดครึ้มด้วยเมฆฝนทั้งๆที่เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมายังแดดจ้าอยู่เลย เราเดินกันมาที่ริมทะเลสาบเฟวาเพื่อนั่งเรือโดยสารไปยังเกาะกลางน้ำอันเป็นที่ตั้งของวัด Varahi Mandir ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มลงเม็ดหนักขึ้นๆ  

สายฝนที่กระหน่ำไม่เพียงทำให้ผมหวั่นใจกับการนั่งเรือไปกลับเกาะกลางทะเลสาบเท่านั้น แต่ความกังวลกลับไปอยู่ที่แผนการเดินเขาในวันรุ่งขึ้นมากกว่า ว่าจะต้องเดินฝ่าสายฝนหรือไม่ แล้วถ้าสุดท้ายต้องไปยังจุดชมวิวเบื้องบนท่ามกลางสายฝนแล้ว การเดินทางครั้งนี้คงหมดโอกาสได้เห็นอะไรแน่ๆ ใจหนึ่งก็หวลนึกไปถึงเรื่องราวที่ได้รับทราบมาของนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่เลือกเดินในช่วงเดือนเดียวกับเรา แล้วสุดท้ายต้องเจอฝนเมื่ออยู่บนยอดเขา ทำให้ไม่สามารถเห็นทิวทัศน์ใดๆได้เลย แต่ครั้นจะกังวลมากไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะเรื่องอนาคตเป็นสิ่งที่ทำได้เพียงคาดเดา จะไปกังวลกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ไปทำไมกันครับ สู้เก็บเกี่ยวความสุขกับทุกนาทีของการเดินทางที่ได้พบปะผู้คนและสถานที่ต่างถิ่นกับเพื่อนร่วมทางที่ยังต้องผจญภัยร่วมกันอีกยาวไกล

อาหารมื้อเย็นวันนี้เป็นสเต็กจานใหญ่ที่เสมือนเป็นการสั่งลาอาหารในเมืองก่อนที่พรุ่งนี้จะต้องอาศัยเมนูข้าวผัดเป็นสิ่งประทังชีวิตไปอีกหลายวัน สายฝนที่โปยปรายมาแต่ตอนเย็นไม่มีทีท่าจะหยุดลงแต่อย่างไร ร้านค้าบริเวณเลคไซด์ส่วนใหญ่จำหน่ายอุปกรณ์การเดินป่าเช่นเดียวกับย่านทาเมลในกาฐมาณฑุ ซึ่งที่นี่เป็นจุดสุดท้ายสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะซื้อหาอุปกรณ์เป็นที่สุดท้ายก่อนออกเดินทางในเทือกเขาหิมาลัยในแถบอันนาปุรณะ พวกเราช่วยกันสำรวจตรวจตราว่ามีอะไรขาดเหลืออีกหรือไม่จนกระทั่งถูกสายฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาไล่กลับโรงแรมจนเปียกปอนไปตามๆกัน อากาศคืนนี้เย็นสบายด้วยฝนที่ตกอย่างไม่มีทีท่าว่าเมื่อไหร่จะหยุด พรุ่งนี้ก็รู้กันครับว่าจะต้องเดินกันกลางฝนหรือไม่

วันที่ 3 เดินทางกลางสายฝน

จากที่ต้องนอนฟังเสียงฝนมาทั้งคืน ผมตื่นมาด้วยความกังวลกับสภาพดินฟ้าอากาศในวันนี้ แต่เพียงแค่เปิดประตูออกไปยังระเบียงห้องก็ต้องตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นเพราะไม่เพียงไร้ซึ่งสายฝนเท่านั้น แต่การที่ฝนตกเมื่อคืนเสมือนเป็นการชะล้างเมฆหมอกบนท้องฟ้าเบื้องหน้า เปิดทางให้ยอดมัจฉาปุชเรได้อวดโฉมพร้อมๆกับแสงสีทองอันเป็นแสงแรกแห่งวัน  

รีบเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปยังนายาปุล หมู่บ้านเล็กๆที่เป็นจุดเริ่มเดินเขา รถตู้เล็กๆมารอรับเราตั้งแต่ 7โมงครึ่ง พร้อมๆกับลูกหาบสองคนที่นัดหมายไว้ สมาชิกทั้งสี่รวมกับลูกหาบอีกสอง ทำให้ต้องเอาสัมภาระต่างๆผูกไว้บนหลังคาเพราะรถตู้ที่มารอรับมีขนาดเท่าๆกับรถสองแถวเล็กที่บ้านเราเท่านั้นเอง ลำพังคน 6 คนเข้าไปนั่งก็แทบไม่มีที่ขยับตัวแล้วครับ รถตู้มุ่งหน้าออกนอกเมืองโพคาราเข้าสู่พื้นที่ชนบทที่ทิวทัศน์ในวันนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผมเป็นอันมาก ทั้งทุ่งนาเขียวขจี ลำธารที่เลียบไปกับถนน กับยอดเขาสูงตระหง่านในเบื้องหลัง เป็นภาพยิ่งใหญ่เกินบรรยายครับ  


ผ่านไปสักพัก เส้นทางเริ่มคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ผมเลือกที่จะปิดเปลือกตาพักเอาแรงเพราะมองออกไปก็ไม่เห็นทิวทัศน์อะไรเท่าไหร่นัก ใช้เวลาเกือบชั่วโมงจากโพคาราเราก็มาถึง นายาปุล มีรถแท็กซี่หลายคันที่วิ่งมาจอดเทียบข้างๆรถตู้ของเรา นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกหลายกลุ่มกำลังเตรียมตัวเพื่อออกเดินทางเช่นเดียวกัน จุดหมายของแต่ละกลุ่มคงแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้นายาปุลเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดการเดินทางทั้งนั้น เส้นทางไปยัง Poon Hill ที่ผมเลือกจะว่าไปแล้วถือว่าเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในเส้นทางเดินในแถบอันนาปุรณะ เพราะใช้เวลาแค่ 3 – 4 วัน ถ้าจะเดินให้ครบรอบใหญ่คงต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ คราวนี้ถือว่ามาซ้อมก่อนครับ

เส้นทางในช่วงแรกต้องผ่านหมู่บ้านที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าสองข้างทาง เด็กนักเรียนตัวเล็กๆกำลังเดินกันเป็นกลุ่มเพื่อไปโรงเรียนทั้งๆที่เป็นเวลาสายแล้ว ความหนาแน่นของบ้านเรือนเริ่มเบาบางลงตามระยะทางที่เพิ่มขึ้น เดินมาได้ไม่เท่าไหร่ก็มาถึงจุดตรวจที่เราต้องเอา TIMS และ ACAP มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจและลงทะเบียน ขั้นตอนนี้ลูกหาบของเราช่วยเป็นธุระจัดการให้เสร็จสรรพ เพราะตอนนั้นขอนั่งพักเอาแรงสักหน่อย  

ทางเดินต่อจากนี้เป็นเหมือนทางเดินระหว่างหมู่บ้านที่บางช่วงก็มีการปูหินเอาไว้เป็นอย่างดี บางช่วงก็เป็นบันไดหิน ซึ่งดูเหมือนจะช่วยให้เดินสะดวกดี แต่ในความเป็นจริงแล้วเส้นทางบางช่วงที่ค่อนข้างเปียกจะทำให้ลื่นมาก เพราะแม้เราทั้งสี่จะเตรียมไม้เท้ามาช่วยพยุงแล้วก็ตามแต่ก็อดเสียวกับการก้าวย่างในแต่ละก้าวไม่ได้ และนอกจากชาวบ้านที่เป็นผู้โดยสารหลักขอเส้นทางสายนี้แล้ว ยังมีบรรดาฝูงแพะที่ถูกต้อนลงเขาลงมาเป็นระยะๆ ฝูงแพะที่เบียดเสียดกันมาตามเส้นทางแคบๆทำเอาบางครั้งผมเองยังหาที่หลบแทบไม่ได้ แต่พอผ่านฝูงแพะมากๆก็เริ่มจับพฤติกรรมได้ว่า จริงๆแล้วไม่ต้องหลีกก็ได้ เดินดุ่ยๆไป เดี๋ยวบรรดาแพะขี้ตกใจก็จะหลบให้เอง  

เราพักทานอาหารกลางวันกันที่ร้านเล็กๆริมทาง จากกิตติศัพท์ที่หลายต่อหลายคนได้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เกือบทุกร้านที่เนปาลจะใช้เวลาในการทำอาหารนานมาก เรียกว่าสั่งไปแล้วก็นอนรอกันเลย ผมจึงเลือกที่จะสั่งอาหารให้เหมือนกันทั้งสี่คนเพื่อจะได้ประหยัดเวลา แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงต้องนั่งรอกันกว่าครึ่งชั่วโมง หรือจริงๆแล้วก็เป็นการนั่งพักเหนื่อยไปในตัวด้วย  

ออกเดินทางในช่วงบ่ายที่เส้นทางยังคงเลียบไปตามหน้าผาสูง และแล้วด้วยความชะล่าใจบวกกับใจลอย ผมกลับก้าวพลาดในเส้นทางลงบันไดที่อยู่ขอบเหว หน้าคะมำหมิ่นเหม่ที่จะร่วงลงสู่เบื้องล่าง สร้างความตกใจให้กับลูกหาบที่เดินอยู่ข้างหน้าจนผมต้องบอกว่าไม่เป็นไร แต่พอมาตรวจสอบสภาพหลังจากนั้นปรากฏว่าไม่เบาเลย เพราะขากางเกงฉีกขาดทั้งสองข้าง อีกทั้งต้นขายังมีรอยช้ำใหญ่เท่าฝ่ามือ กับรอยถลอกปอกเปลือกตามแขนขา แต่การเดินทางยังต้องดำเนินต่อไป กับขากางเกงแหว่งๆที่ดูไปก็เป็นการระบายอากาศที่ดีครับ

จากที่อากาศในช่วงครึ่งวันแรกดูสดใส ปราศจากเมฆหมอก พอเราไต่ระดับสูงขึ้นเมฆฝนก็เริ่มปรากฏให้เห็น ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มทั้งๆที่เป็นช่วงบ่าย เราเดินมาถึงหมู่บ้าน Tikhedhunga ท่ามกลางเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปราย นักท่องเที่ยวหลายคนมักเลือกที่นี่เป็นที่พัก เพราะการจะเดินไปถึงหมู่บ้าน Ulleri ที่อยู่ถัดไป ถึงแม้จะมีระยะทางไม่ไกลนัก แต่ต้องขึ้นบันไดสูงชันกว่า 3000 ขั้นแบบไม่มีที่ให้หยุดพัก ดังนั้นที่ Tikhedhunga จึงเต็มไปด้วยเกสเฮ้าส์เรียงรายรอรับนักเดินทางที่ผ่านมา แต่ผมยังยืนยันที่ตะเดินต่อไปยัง Ulleri ในวันนี้ สาเหตุหนึ่งคือ Tikhedhunga ตั้งอยู่ในหุบเขา ทำให้ไม่เห็นทิวทัศน์ใดๆ เมื่อเทียบกับ Ulleri ที่ว่ากันว่าสามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลแล้ว ยอมเหนื่อยวันนี้ดีกว่า เพราะถึงแม้จะพักที่นี่ พรุ่งนี้เช้าเราก็ต้องเดินขึ้นบันไดนี้อยู่ดี  


เราหยุดรอให้ฝนซาที่ร้านค้าในหมู่บ้าน Tikhedhunga น้ำดื่มที่เราต้องซื้อดื่มมาตลอดทางเริ่มขยับราคาขึ้นตามระยะทางที่ผ่านไป เดินยิ่งไกล น้ำยิ่งแพง เราอุดหนุนน้ำบรรจุขวดกับร้านที่มาหลบฝนแทนการสั่งอาหารเพราะคิดว่าพอฝนซาก็จะเดินต่อทันที  

จนกระทั่งฝนเบาเม็ดลง ก็ได้เวลาออกแรงเฮือกสุดท้ายของวันในการเดินสู่บันได 3000 ขั้นที่ขณะนี้ทั้งเปียกทั้งลื่น เพิ่มความยากลำบากเข้าไปอีก เดินมาได้ครึ่งทาง ฝนที่ดูเหมือนจะหยุดแล้ว กลับตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินฝ่าฝนไปเรื่อยๆ สองข้างทางไร้ซึ่งที่กำบัง อากาศที่เริ่มหนาวเย็นกับแสงแห่งวันที่เริ่มอ่อนแรง เป็นตัวเร่งให้ผมรีบก้าวเดิน จนในที่สุดก็มาถึง Ulleri ในเวลาเกือบ 5 โมงเย็น หมู่บ้าน Ulleri ขณะนี้ดูสงบเงียบ ผู้คนเหมือนเก็บตัวเงียบอยู่หลังประตูบ้านตนเอง ท้องฟ้าเหนือ Ulleri ถึงแม้ยังคงไม่มืดมิด แต่ก็ขมุกขมัวด้วยเมฆฝนสีดำทมึน

ผมตรงไปยัง Pratab Guesthouse เพื่อสอบถามราคาพร้อมกับดูสภาพห้องพัก เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ให้การต้อนรับพวกเราอย่างดี ดูเหมือนว่าคืนนี้เราจะเป็นแขกเพียงกลุ่มเดียวของที่นี่ ห้องพักที่ได้อยู่ริมอาคารที่สามารถออกมานั่งชมวิวที่ระเบียงได้ แต่เย็นนี้ ภาพตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยเมฆหมอกที่ปกคลุมจนแทบไม่เห็นอะไรมากนัก คงต้องฝากความหวังไว้กับพรุ่งนี้เช้าแล้วครับ กว่าสมาชิกทุกคนจะมากันครบท้องฟ้าก็แทบมืดมิดลงแล้ว หลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยก็เป็นเวลาพักผ่อนร่างกายหลังจากตรากตรำมาทั้งวัน การได้นั่งจิบชาร้อนๆกลางลานหน้าเกสต์เฮ้าส์ท่ามกลางบรรยากาศเย็นๆของหมู่บ้านบนเทือกเขาให้ความรู้สึกผ่อนคลายจนแทบไม่อยากเดินต่อในวันรุ่งขึ้น บทสนทนารถหว่างเพื่อนร่วมทางดูไหลลื่นขึ้นตามจำนวนชาที่หมดไป ผมนั่งซึมซับบรรยากาศดีๆแบบนี้พร้อมกับนึกถึงสิ่งที่มักถูกถามทุกครั้งเมื่อออกเดินทาง ว่าทำไมช่างหลงใหลกับการเดินทางนัก ซึ่งถึงแม้จะเม่ือยล้าเพียงใด แต่การได้มานั่งจิบชาอุ่นๆกับเพื่อนเดินทางที่คุ้นเคย แค่นี้ก็คือคำตอบแล้วครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ForestHang วันที่ : 22/09/2010 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/foresthang
จุดหมายปลายทางของใครหลายคน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของใครบางคน

เฮ้อ....จะไปปั่นจักรยาน (คิก..ๆๆ)

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
tengpong วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

นับว่าเป็นขาลุยที่คลาสสิคมาก

ดีแล้วครับที่เลิกกังวลใจกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

เพราะจะทำให้ทุกนาทีที่อยู่ตรงหน้า มันเสียอรรถรสไป

และการท่องเที่ยวก็คือการเดินทางอย่างนี้แหละ

ส่วนการพักผ่อน น่าจะเป็นการหยุดกับที่ ทำเวลาให้ช้าลง ซะมากกว่า

แต่เจ้าของบ้านอาจะเลือกเอาการพักผ่อน ด้วยการเที่ยวแบบนี้ก็ได้

"เพราะว่าไปที่ไหนก็ได้ สำคัญว่าไปกับใคร"

+1

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
วิตามินบี วันที่ : 10/09/2010 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


โอ้แม่เจ้า
บันไดกว่า3000ขั้น
แค่100 ขั้นก็หอบแฮ่กแล้วค่ะ
เที่ยวตลุยแบบนี้ คงต้องออกกำลังกาย
เตรียมวอร์มร่างกายอย่างหนักเลย

แค่เลนส์kitที่ติดมากับกล้องยังสวยซะขนาดนี้
แล้วถ้าเลนส์wideที่ซื้อมาใหม่เอี่ยม
จะสวยเลิศซะขนาดไหน
จะรอชมนะคะ

บีไม่ได้โม้

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
hooknoi วันที่ : 08/09/2010 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ขอบคุณทุกๆครับเห็นนะครับ

พี่มุกกี้..ผมเองเอเวอร์เรสคงไปไม่ถึงเหมือนกัน เอาแค่เบสแค้มป์ยังไม่รู้จะมีปัญญาหรือเปล่าเลยครับ ตอนนี้ใช้ Nikon D80 กับเลนส์คิด 18-135 ที่มากับกล้องเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
mookie วันที่ : 08/09/2010 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

ตอนที่อ่านเนปาลประมาณสะดือจบ ก็บอกตัวเองว่าต้องไปเนปาล แต่คงไปแบบนิ้วกลมและคุณฮูกไม่ได้ อาจด้วยสังขาร ด้วยอะไรก็ตามแต่ที่จะหาเหตุผล (ที่น่าฟังกว่าขี้เกียจ!) ให้ตัวเอง

ในมติชน สุดฯ ฉบับล่าสุด นิ้วกลมผู้พิชิต poon hill มาแล้วกล่าวว่า

"ถ้าจำไม่ผิดการเดินเข้าครั้งล่าสุดน่าจะเป็นที่เนปาล ที่ผมขึ้นไป "ประมาณสะดือ" ของมัน

หลังจากนั้นร่างกายก็เหี่ยวย่นและเชื่องช้าลงตามวันวัย แต่ใจยังละอ่อนราวกับเลียงผาน้อยที่ยังอยากพิชิตฝันไปให้ถึงค่ายฐาน (Basecamp) ของเอเวอร์เรสต์สักครั้งหนึ่งในชีวิต

ยอดเอเวอร์เรสต์ไม่ได้ไกลเกินกำลังใจ

แต่มันแพงเกินกำลังเงิน

ได้ยินมาว่าถ้าอยากขึ้นไปต้องใช้ตังค์อย่างต่ำสองล้านบาท

ขออนุญาตเก็บเงินจำนวนนั้นไว้ปลูกบ้านอยู่สบายๆ บนพื้นดินแทนก็แล้วกัน

ยอดเขาอาจะเป็นจุดหมายที่น่าพิชิต แต่เมื่อขึ้นไปถึงก็ไม่มีใครอยู่ไปได้ตลอด สุดท้ายก็อยากลงมากอดคนข้างล่าง

คนข้างล่างที่เขาเดินทางจากมาไกลแสนไกลเพื่อพิชิตฝัน

เมื่อทำสำเร็จ คนเหล่านั้นคงจะเป็นคนที่เขาคิดถึงเป็นคนแรก"


ยิ่งติดตามยิ่งสนุก

อยากถามคุณฮูกว่า

"ใช้เลนส์อะไรครับ" ตอบด้วย

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
YingeXtreme วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yingextreme
ก่อเกิดชีวิตไทยขาดเหลือยังเกื้อกูลแบบอย่างที่สมบูรณ์พร้อมเพียงผูกพันด้วยเรายังเป็นคนไทยที่มีใจดวงเดียวกัน พ่อที่มีคือพระองค์ท่านรักกันไว้ไม่ไหวหวั่นก้าวเดินไปในหนทางพอเพียง We love The King We love Thailand

วิวสวยมากค่ะ ข้อมูลปึ้กจริงๆขอบคุณที่พาเที่ยวเนปาลนะคะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ถูกถามบ่อยๆ เหมือนกันครับ ว่า ทำไม ชอบการเดินทาง

ตอบไม่ได้อ่ะ .. ต้องเดินทางเองถึงจะรู้

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Ae^ วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

งามแท้...อากาศคงดีมากๆ ...แต่เขาทาสีไว้ที่เขาแพะเพื่ออะไร แสดงความเป็นเจ้าของหรือเปล่า แบบว่าสีใครสีมัน

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Supawan วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

น่าไปเดินเที่ยวค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 05.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

อยากไปเนปาล..อีกสักรอบ..
ชอบภาพที่บ้านของท่าน..มากเลย..
เรื่องเล่าที่ชวนอ่าน..
คงต้องรอเล่มเนปาลอีกแล้วกระมัง..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ย่าดา วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

อ่านแล้วพลอยใจหายใจคว่ำไปด้วย การเดินทางน่าจะทรหดพอสมควรสำหรับคุณฮูกน้อย ถ้าเป็นย่าก็ต้องเรียกว่าสาหัสสากรรจ์เป็นแน่แท้

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

หน้านี้ ก็เขียวดีเนอะ ชอบมากกว่าขาวๆ ฮ่าๆ

แถมยังมีฝนเหมือนบ้านเราอีก .. ส่วนมาก รูปที่เพื่อนๆโชว์ จะมีแต่ขาวๆ ..

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
lim วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 20.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meema

ตอนไปเจอประท้วงเลยเสียโอกาสเดินตามแผน และเทือกเขามหาปูชาเลก็ไม่สวยงามอย่างนี้เลย

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
นางราตรี วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/midnight
http://www.oknation.net/blog/fangcows http://www.oknation.net/blog/atnoonแม้เพียงสายลมพัดโชยอ่อนตะวันรอนทำให้ใจหวั่นก้าวเดินใต้แสงแห่งพระจันทร์ไล่ตามฝันหมายไขว่คว้าดาว 

อยากไปบ้าง เขาพูดภาษาอะไรกันเหรอค่ะ
ชอบภาพภูเขาอันใหญ่โตมโหฬารนั่นจังรู้สึกตัวเองเล้กนิดเดียวเลย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
virtual วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/virtual
- l\l๐ l)๐ubt ln l\/ly i\/iinl) \/\/here y๐u l3el๐nG -

สวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
น้ำหวาน วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kmee

ขอบคุณ ภาพสวย ๆ เคยไปเนปาลมาครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ถ้ามีโอกาศ ก็ยังคิดอยากไปอีก แต่ไปแบบคุณฮูกน้อยคงไม่ไหวแล้วมั้งคะ สังขารคงไม่ให้

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
pjeabja วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

สวยใสจริงๆ
...นั่นสิ ท่องเที่ยว กับ พักผ่อน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BlueHill วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภาพที่ 4 เห็นแล้วนึกถึง ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงก์ เลย

ทิวเทือกเขา สวย แปลก ไม่แพ้นิวซีแลนด์ นะครับฮูก

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
mr_taweesak วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

งดงามมากๆ ครับ คุณฮูกน้อย ติดตามแล้วได้ความรู้สึกติดตามไปด้วย จะกลับมาติดตามอีกอย่างแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ประจิ้มประเจ๋อ วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 00.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuiboc
สะเปะสะเปือยเรื่อยเปื่อยอยู่เรื่อยไป & รัก"ทองกบ"ที่โลกในสุดเลย! โอ้เย่เย๊เย่  ฮ่าๆๆและ+อีก28.75ฮ่า...จิ้มมียิ้มสุข...ยิ้มสุขส่งให้ด้วยใจเปี่ยมสุข สวัสดีครับผม

สนุกกับการติดตาม
ชมการเดินทางครั้งนี้
สวยงามค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hooknoi วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 23.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

#คุณปรัตยา ...ขอบคุณครับ แค่มีคนเข้ามาอ่านก็เป็นกำลังใจให้เขียนต่อแล้วครับ

#ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ..ช่วงที่ผมไป ปรากฎว่าอากาศไม่ได้หนาวอย่างที่คิดไว้ครับ อาจเพราะยังไม่เข้าหน้าหนาวซะทีเดียว กำลังสบายๆครับ

#พี่วันพุธ...ไม่แน่ว่าดูรูปแล้วอาจจะเก็บกระเป๋าออกเดินทางเลยมั้ยครับ

#ปุ๊กปิ๊ก รูปสุดท้ายเป็นหมอกฝนยามเย็นครับ ตอนนั้นอาบน้ำเรียบร้อย มานั่งคลายเหนื่อย ชมวิวพร้อมกับจิบชาร้อนๆแก้หนาว ยังคิดถึงเวลานั้นอยู่เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
pukpik วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

ภาพสุดท้ายไม่อยากจะพูดเลยคุณฮูก


ชอบมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วันพุธ วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kritwat

พี่เองก็อยากไปเนปาลมานานแล้ว
แต่ยังไม่มีโอกาสเลย
ขอบคุณฮูกนะครับ ที่เก็บภาพสวยๆและบรรยากาศพร้อม
เรื่องราวรายละเอียดของเนปาลมาให้ชมและอ่านกัน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

เนปานอยากไปเที่ยวสักครั้ง อากาศคงหนาว นักเรียนแต่ยูนิฟรอม์สวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปรัตยา วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

อ่านสนุกทุกตอน ชอบมาก




ความคิดเห็นที่ 3 (0)
hooknoi วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณลูกสาวเมืองเลย...สายหมอกที่เมืองเลยก็ไม่แพ้ใครครับ ทั้งภูกระดึง ภูเรือ งามๆทั้งนั้น

คุณแตน ตอนเหนื่อยๆก็คิดนะ ว่าจะมาลำบากทำไม แต่พอได้มาเจอวิวสวยๆแล้วก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ตั้งแต่มาอยู่ OK และอ่านเรื่องท่องเที่ยวของหลาย ๆ ท่าน รวมทั้งบ้านนี้ด้วย...ทำให้ชอบซื้อหนังสือท่องเที่ยวมาอ่านเรื่อย ๆ ตอนนี้ก็ตามซื้อ Places & Prices มาเต็มบ้านเพราะอยากทราบว่าที่ไหนมีอะไรดีบ้าง...มีอะไรน่าสนใจบ้าง...สร้างแรงกระตุ้นให้ตั้งเป้าเพื่อออกเดินทางกับเขาบ้าง

อ่านเรื่องท่องเที่ยวของคุณฮูกทีไรแล้วทำให้อยากไปเที่ยวที่นั่น ๆ บ่อยครั้งเพราะได้มากกว่าไกด์บุ๊คทั่วไปน่ะ...ประสบการณ์แต่ละตอนมันสุดยอด จากที่ไม่เคยอยากไปเนปาลเลย...ทั้งภาพและคำทำให้อยากไปบ้างอ่ะ

แต่ระหว่างบรรทัดทำเอาใจหายเหมือนกันนะ...ช่วงเวลาเฉียดตายคงน่าใจหายมิใช่น้อย...แ้ม้แผลแค่ถลอกก็เจ็บแหละเราว่า...แต่ความสวยงามของธรรมชาติคงบรรเทาความเจ็บปวดไปแล้วสินะ...

แล้วจะตามมาอ่านต่อจ้า...
นอกจากภาพคมชัดแล้ว Compose ภาพก็เลิศมากจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/molly

ชอบความหนาวเย็นแบบนี้แหละ จะได้เจอ
หิมะ ฟ้าครามยามหนาวกับเขาหรือเปล่าหนอ
จะไปคว้าเอาในช่องฟีซในตู้เย็นแทนแล้วกัน
หมอกที่บ้านที่เลย ที่ภูเรือยังมีตอนนี้กำลังเริ่มเลย
ที่เนปาลคดูเงียบสงบดีเนอะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน