*/
  • hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 568084
  • จำนวนผู้โหวต : 853
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน 2553
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 3347 , 20:02:39 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



วันที่ 4 จุดหมายอยู่ไม่ไกล

ตั้งแต่มาถึงเนปาล กิจวัตรประจำวันของผมในยามตื่นนอน คือมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูว่าจะเห็นทิวทัศน์อะไรบ้าง ซึ่งเช้านี้ก็ไม่ผิดหวัง เพราะถึงแม้ไอหมอกยังลอยละเลี่ยอยู่ตามทิวเขา แต่ยอด Annapurna South ก็โผล่พ้นขึ้นมาให้ได้ยลโฉม วันนี้เจ้าของเกสเฮ้าส์ย้ายโต๊ะทานอาหารจากในอาคารออกมาอยู่ที่ลานหน้าเกสเฮ้าส์ จึงเป็นการทานอาหารเช้าท่ามกลางวิวสวยๆ อากาศดีๆยามเช้า นั่งทานอาหารไป นั่งดูฝูงแพะที่ทยอยเดินลงเขากันมาอย่างไม่ขาดสาย บางตัวหลงฝูงปีขึ้นไปบนหลังคาบ้านจนเดือดร้อนคนต้อนและเจ้าของบ้านต้องมาตามไล่ตามต้อนกันจนวุ่นวาย แพะเหล่านี้นอกจากจะถูกนำไปขายข้างล่างแล้ว บางครั้งก็มีการซื้อขายกันริมทางกันเลย ซึ่งหนึ่งในลูกค้าก็คือเจ้าของเกสเฮ้าส์ที่เราใช้บริการนั่นเอง ท่าทางเนื้อต่างๆที่เราทานก็คงได้มาโดยวิธีนี้กระมัง


วันนี้ดูจากระยะทางแล้ว ไม่น่าจะใช้เวลานานมาก เช้าๆอย่างนี้เรี่ยวแรงยังมีเหลือเฟือ จาก Ulleri เดินขึ้นเขามาเกือบชั่วโมงก็มาถึงหมู่บ้าน Banthanti หมู่บ้านริมผาอีกแห่งที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล แต่เสียดายที่ช่วงเวลาที่ผมไปถึงนั้นเต็มไปด้วยเมฆหมอกปกคลุมเกือบมืดมิด มองออกไปเห็นแต่สีขาวโพลน พวกผมหยุดพักเพื่อจิบชาร้อนๆพักเหนื่อย ถ้าได้มาพักที่นี่แล้วอากาศเปิดคงสวยน่าดู เพราะเพียงแค่ลานกว้างสำหรับทานอาหารของที่นี่ก็ตั้งอยู่ริมผาที่ขณะนี้ยากจะจินตนาการว่าเบื้องหลังหมอกขาวนี้จะเป็นเช่นไร เราออกเดินทางกันต่อ เส้นทางเดินเรื่อยๆท่ามกลางป่าดิบที่ดูชุ่มชื้นด้วยอากาศที่เต็มไปด้วยไอหมอก  


เพียงไม่ถึงเวลาเที่ยงตรงดี เราก็มาถึงร้านอาหารที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างจับจองโต๊ะกันจนแทบเต็มร้าน ลูกหาบแจ้งกับเราว่าคงต้องทานข้าวเที่ยงกันที่นี่เพราะถ้าเดินต่อไปข้างหน้าต้องทนหิวจนกระทั่งถึง Ghorepani อันเป็นที่พักในคืนนี้ อันที่จริงผมเองก็ยังไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อขณะนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปถึง Ghorepani ในอีกกี่ชั่วโมง ก็คงต้องเชื่อลูกหาบเขาหละครับ  

จากจุดพักทานอาหาร ใช้เวลาเดินเพียง 1 ชั่วโมงก็มาถึง Ghorepani จุดพักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเยือนจุดชมวิว Poon Hill ตัวหมู่บ้าน Ghorepani แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกที่ผมเดินไปถึงดูเงียบเชียบถึงแม้จะเต็มไปด้วยเกสเฮ้าส์ แต่เมื่อเดินขึ้นเขาไปตามบันไดเรื่อยๆจะพบกับส่วนของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมผา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะมาพักกันแถบนี้ เนื่องจากถ้าอากาศดีจะสามารถมองเห็นยอดเขาต่างๆของเทือกเขาหิมาลัยได้จากหน้าต่างห้องพักเลยทีเดียว

ผมมาถึง Ghorepani ในเวลาบ่ายสองโมง ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็วมาก ที่พักในวันนี้ผมเลือก Super View Lodge ที่ตั้งอยู่เกือบปลายสุดของหมู่บ้าน มองออกไปสามารถเห็นวิวได้กว้างไกล ถ้าไม่เพียงแต่ขณะนี้ตรงหน้าของเราเต็มไปด้ยเมฆหมอกขาวโพลน อีกทั้งยิ่งคล้อยบ่าย ฝนที่ตั้งเค้าก็เริ่มโปรยปราย ดังนั้นสิ่งตอนแรกตั้งใจไว้ว่า อาจจะเดินขึ้นไปยัง Poon Hill ในตอนเย็นๆเป็นต้องพับโครงการไป สิ่งที่ทำได้ก็เพียงแค่นั่งเล่นนั่งคุยกันภายในห้องพักเท่านั้น  

อากาศยามค่ำของที่นี่ช่างหนาวเหน็บ ด้วยว่า Ghorepani ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2750 เมตร แต่ห้องอาหารของที่พักคืนนี้ก็อบอุ่นด้วยเตาไฟที่ตั้งอยู่กลางห้อง ซึ่งไม่เพียงใช้เป็นที่สังสรรค์ของบรรดาลูกหาบ รอบๆเตานี้ยังถูกใช้เป็นที่ตากผ้าของผู้เข้าพักอีกด้วย  

คืนนี้เราคงต้องนอนกันแต่หัวค่ำ เพราะการจะขึ้นไป Poon Hill ต้องเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่ตี 5 สายฝนขณะนี้ขาดเม็ดไปตั้งแต่ตอนเย็น ส่วนพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร เป็นเรื่องที่เกินกว่าจะคาดเดาครับ  


วันที่ 5 นาฏกรรมแห่งธรรมชาติ

ปกติผมจะไม่ชอบที่จะต้องออกเดินขณะท้องฟ้ามืดมิด เพราะรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกที่ต้องมาเดินท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ กับเส้นทางที่มองแทบไม่เห็น แต่ถ้าอยากจะเห็นความสวยงามของแสงแรกแห่งวัน ก็คงต้องยอมครับ เส้นทางที่เดินใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่เป็น 40 นาทีแห่งการเดินขึ้นอย่างเดียว จากที่เดินเกาะกลุ่มกันกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เราค่อยปล่อยให้คนที่แรงดีเดินแซงขึ้นไปทีละคน สองคน จนเราเกือบจะเป็นกลุ่มท้ายๆของขบวน แสงแรกของวันเริ่มฉายแสงเมื่อผมยังเดินไปได้เพียงครึ่งทาง แต่สภาพอากาศวันนี้ถึงแม้จะไร้สายฝนโปรยปราย แต่ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยเมฆหมอก  

ผมเดินไปถึงยอด Poon Hill ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สีหน้าของทุกคนบ่งบอกถึงความสุขที่ได้ขึ้นมาชื่นชมความสวยงามของเทือกเขาหิมาลัยในแถบอันนาปุรณะที่มียอดสวยๆให้ชมหลายยอด และถึงแม้ว่าวันนี้จะมีเมฆค่อนข้างมาก แต่สายลมบนยอดเขาก็ทำให้สายหมอกและปุยเมฆเคลื่อนตัวพริ้วไหวตลอดเวลา ดังนั้นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการนั่งชมวิวบน Pooh Hill ในวันนี้คือการนั่งลุ้นภาพของยอดเขาที่ค่อยๆอวดโฉมกลางหมู่เมฆที่ค่อยๆพัดพาออกไป ยอดแล้วยอดเล่าที่โผล่ออกมาทักทายแล้วลาจากไป แต่บางยอดก็เด่นสง่าอวดโฉมอยู่ลิบๆ  

นอกจากหอชมวิวบนยอด Pooon Hill แล้ว ข้างๆกันยังมีเพิงเล็กๆที่ชาวบ้านนำกาแฟร้อนๆมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อจิบแก้หนาว เก้าอี้ยาวใกล้ๆกับหอชมวิวถูกจับจองจนเกือบเต็ม แสงสีทองยามเช้าเริ่มสาดส่องมาเป็นลำ พร้อมๆกับยอดมัจฉาปุเรที่ค่อยๆอวดโฉมให้เห็น ตามมาด้วยยอดอันนาปุรณะเซาท์ และถึงแม้ยอดมัจฉาปุเร หรือยอดหางปลา จะไม่ใช่ยอดเขาที่สูงที่สุดในแถบอันนาปุรณะ แต่ก็เรียกว่าเป็นยอดที่มีชื่อเสียงอันเนื่องมาจากสภาพสัณฐานอันแปลกตาของยอดที่สูงชะลูดแล้วแผ่ออกเป็นสองแฉกมองดูคล้ายหางปลาสมดั่งชื่อที่ได้รับการขนานนาม

พอแดดเริ่มออก ผู้มาเยือนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินกลับ เหลือไว้แต่คนที่ยังอาลัยอาวรณ์กับภาพตรงหน้า นึกแล้วก็แปลกดีที่กว่าจะเดินทางดั้นด้นเดินทางมาจนถึง Poon Hill แต่กลับมีเวลาอยู่เพียงน้อยนิด แต่จะว่าไปคุณค่าของการเดินทางคงมิใช่อยู่แค่เพียงจุดหมาย แต่สิ่งที่พบเจอระหว่างทางและเพื่อนร่วมทางต่างหาก ที่เติมเต็มประสบการณ์ในการเดินทางครั้งนี้ ผมเดินเก็บภาพทิวทัศน์ตรงหน้าไปเรื่อยๆจนกระทั้งพี่ลูกหาบเดินมาบอกให้กลับที่พักได้แล้ว วันนี้เราต้องเดินกันอีกไกล เดี๋ยวเย็นนี้จะถึงที่พักมืดกันพอดี  

ในตอนเดินขึ้นมาท่ามกลางความมืด ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาเดินกันไป แต่เมื่อเห็นเส้นทางตอนขาลงก็ต้องนึกว่าเดินขึ้นมาได้อย่างไรกับเส้นทางที่สูงชันขนาดนี้ ผมเดินรั้งท้ายกลุ่มเพราะต้องการเก็บภาพระหว่างทางเดินที่สวยไม่แพ้ทิวทัศน์บนยอด Pooh Hill ขั้นบันไดสูงๆต่ำทำเอาผมที่มัวแต่สนใจอยู่กับกล้องถ่ายรูปจนเกือบสะดุดตกเขาไปหลายรอบ แสงแดดเริ่มแรงกล้าตามเวลาที่ผ่านไป กลับมาถึงเกสเฮาส์ผมรีบขึ้นไปยังห้องพักเพื่อเก็บของ ภาพที่มองออกไปจากหน้าต่างห้องนอนทำเอาผมหายสงสัยว่าทำไมนักท่องเที่ยวจึงขึ้นมาพักกันแถบนี้เกือบหมด เพราะที่เห็นผ่านหน้าต่างออกไปเป็นภาพของทิวเขาท่ามกลางหมู่เมฆเบื้องหน้า สวยจนอยากจะนั่งดูชมวิวอีกสักพัก แต่วันนี้ต้องรีบเดินทางเพราะจะเป็นวันที่ต้องเดินไกลที่สุด


หลังจากทานอาหารเช้าที่เกสเฮาส์เรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทาง เส้นทางในวันนี้ค่อนข้างแตกต่างจากทุกวันที่เดินมา เพราะเส้นทางส่วนใหญ่ตัดเข้าสู่ใจกลางป่าดิบ จะมีหมู่บ้านก็เป็นระยะห่างกันมากๆ ผิดกับขามาที่เราเดินตามทางที่มีบ้านคนตลอด ข้อดีของเส้นทางแบบนี้คือได้ชื่นชมกับธรรมชาติของป่าใหญ่ที่ต้นไม้แต่ละต้นถูกปกคลุมไปด้วยหญ้ามอสดูเก่าแก่และเขียวขจีไปหมด แต่ข้อเสียคือเป็นเส้นทางที่อาจทำให้หลงได้ง่ายๆ ดังนั้นการเดินในวันนี้จึงพยายามไม่ทิ้งห่างกันมากนัก เอาแค่พอมองเห็นกันลิบๆเพื่อความอุ่นใจ  

แวะทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารเล็กๆริมทางเดิน ท้องฟ้าที่สดใสขณะนี้เริ่มครึ้มฟ้าครึ้มฝน จนเราออกเดินในรอบบ่าย สถานการณ์ก็เป็นดังเช่นวันก่อนๆ คือสายฝนเริ่มโปรยปรายทำให้การเดินทางยากลำบากมากขึ้น เพราะลำพังเส้นทางขึ้นลงเขากลางป่าก็เดินยากอยู่แล้ว แต่สายฝนกลับทำให้เส้นทางลื่นมากยิ่งขึ้น มาถึงหมู่บ้าน Tadapani ในเวลาบ่าย 3 ครึ่ง นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกที่จะพักที่นี่เพื่อรอชมวิวในตอนเช้า แล้วค่อยเดินไปพักที่ Ghandrung อีกคืนนึง ซึ่งลูกหาบก็ถามพวกเราเหมือนกันว่าจะพักที่นี่หรือไม่เพราะระยะทางจาก Tadapani ไปยัง Ghandrung ยังต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง กลัวเราจะเดินกันไม่ไหว แต่พวกผมตัดสินใจที่จะไปต่อ เพราะตั้งใจไว้ว่าจะไปนอนกันที่ Ghandrung ก็ต้องไปให้ถึง อีกอย่างคืออยากเห็นวิวสวยๆยามเช้าที่ Ghandrung ที่ว่ากันว่าสวยหนักหนา ดังนั้นจึงไม่รอช้า มุ่งหน้ากันต่อครับ

เส้นทางจาก Tadapani ไปยัง Ghandrung เรียกว่าเป็นทางเดินกลางป่าดึกดำบรรณ์ที่ดูดิบกว่าตลอดระยะทางที่ผ่านมา ต้นไม้แต่ละต้นดูใหญ่โตน่าเกรงขาม ทั้งๆที่เป็นเวลาบ่าย แต่ตลอดทางเดินดูมืดครึ้มจากร่มไม้หน้าทึบ สร้างความอึมครึมจนดูลึกลับให้กับเส้นทางที่ก้าวเดิน ท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มเป็นตัวกระตุ้นให้เราเร่งฝีเท้า เพราะไม่เป็นการดีแน่ถ้าจะต้องมาเดินอยู่กลางป่าในเวลามืดค่ำเพราะเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และเสี่ยงที่จะหลงทางเอาง่ายๆ ผมมาถึง Ghandrung เอาตอนที่พระอาทิตย์ลับของฟ้าไปแล้ว ขาทั้งสองล้าจนไม่อยากจะก้าวต่อไป ผมเลือก อันนาปุรณะเกสเฮาส์ เป็นที่พักสำหรับสำหรับคืนนี้ พนักงานโรงแรมแจ้งว่ามีห้องเหลือเฉพาะห้องที่มีห้องน้ำในตัวซึ่งจะแพงกว่าห้องปกติเล็กน้อย ผมตอบตกลงแทบจะทันที เพราะตอนนี้ขอแค่ได้ห้องพักสะอาดๆก็เป็นพอ คงไม่มีแรงออกไปเดินดูห้องพักที่อื่นท่ามกลางความมืดอีกแล้ว  



นักท่องเที่ยวที่มาพักยัง อันนาปุรณะเกสเฮาส์ ค่อนข้างหนาตา ส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตกที่มาเดินเขากันเป็นกลุ่มๆ คืนนี้เราต่างอ่อนล้ากับการเดินทางอันยาวไกล น้ำอุ่นจากฝักบัวช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกหน คืนนี้หลับสบายแบบไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืด เพราะเหลือเส้นทางอีกไม่ไกลก็จะถึงนายาปุล อันเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางแล้วครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ForestHang วันที่ : 22/09/2010 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/foresthang
จุดหมายปลายทางของใครหลายคน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของใครบางคน

Poon Hill เอาไป 1 vote

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 21/09/2010 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/molly

ตามมาย้อนรอยอ่านเค้าชอบภาพสีเขียว ๆ ในป่านั่นมาก
เขียวชอุ่มได้ใจจริง ๆ รูปอื่นก็สวยมากเช่นกัน โหวตจ้า

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

"สายตาเทวดา" จริง ๆ
ยอดมัจฉาปุเรหรือยอดหางปลา สวยมาก

เหนื่อยแค่ไหนก็คุ้มค่ะ...รับรู้ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อเลยค่ะ...เพราะเคยเดินทางไกลและแบกของหนัก ๆ บ่อย ๆ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ชอบภาพที่ 7 มากมายครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
BlueHill วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นเทรลแล้่วนับว่าสุดยอดมาก ๆ เหมาะแก่การปีนป่านเป็นอย่างยิ่ง พืชพรรณที่นี่ ในเมืองไทยเราเห็นจะมีดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้น ที่มีสภาพอากาศและภูมิประเทศใกล้เคียง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
BlueHill วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ตั้งกลุ่มไปดูนกกันดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
hooknoi วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

พี่เต็งพ้ง...อาหารบนป่าบนเขา ก็ต้องทำใจเรื่องรสชาติหน่อยครับ เอาแบบว่าประทังให้มีแรงเดินเป็นพอครับ UK ตอนนี้อากาศน่าจะดีมั้ยครับ

พี่มุกกี้โชคดีที่ไป Sanrankot แล้วได้เห็นวิว ผมอุตสาห์ไปนอนรอ แต่ตอนเช้าเจอแต่หมอก หมอก แล้วก็หมอก มองไม่เห็นอะไรเลย ก่อนกลับเลยลงทุนนั่ง mountain flight ไปยลเอเวอเรสต์ซะเลย เดี๋ยวจะเอารูปมาฝากในตอนถัดๆไปครับ

คุณ best_hand ...ผมหละคนนึงที่ตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ



ความคิดเห็นที่ 13 (0)
hooknoi วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ......เนปาลน่าเที่ยวครับ ทั้งวัฒนธรรม ทั้งธรรมชาติ

ครูแดงครับ จริงๆครับ ธรรมชาติงดงามเสมอ ขอบคุณที่แวะมานะครับ

พี่ทวีศักดิ์..โอ้ว..โหวตให้ตั้งสิบเลยหรอครับ ขอบคุณครับๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
hooknoi วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

พี่  soonthorn ขอบคุณครับ

คุณ sea-sand-n-star....จริงๆ poon hill ก็เดินไม่ยากมานะครับ ค่อยๆเดินเดี๋ยวก็ถึง ผมยังเห็นคนญี่ปุ่นอายุห้าหกสิบเดินกันเป็นกลุ่มเชียว

คุณ tanthainium ขอบคุณครับ

พี่สุภาวัลย์..ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
best_hand วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/besthand
ไม่เป็นกลาง..ระหว่างความดีกับความชั่ว

สวยค่ะ ยังมีความเป็นธรรมชาติ ชอบยอดภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
best_hand วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/besthand
ไม่เป็นกลาง..ระหว่างความดีกับความชั่ว

สวยค่ะ ยังมีความเป็นธรรมชาติ ชอบยอดภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
mookie วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

ปีใหม่ปีที่แล้วที่พี่มุกกี้เทรคกิ้งระยะสั้นขึ้น Sarangkot เดินมองโน่น มองนี่เพลินๆ อยู่ๆ ยอด Fish Tail ก็โผล่มาทักทายเหมือนภาพวาด นึกว่าตาฝาด พอกระพริบตาทีนึงก็หายไปเพราะเมฆมาก เหมือนภาพฝัน ...

ภาพคุณฮูกเซตนี้เหมือนภาพวาดในฝันมากๆ เลยครับ

ทีมคุณฮูกต้องแข็งแรงมากๆ เลยนะครับ เพราะตอนที่พี่มุกกี้อ่านเนปาลประมาณสะดือ เห็นนิ้วกลมเค๊าบรรยายแต่ละก้าวเดิน เดินๆๆๆ จนหน้าแดง หน้าเขียว หน้าดำ ก็แล้ว ยังไม่ถึงสักที เอาใจช่วยแทบแย่ ถ้าพี่มุกกีี้ไปเดิน กลับลงมาคงต้องแอดมิทเปลี่ยนข้อเข่าทั้งสองข้างแน่ๆ

ขากลับเก็บยอดเอเวอร์เรสต์จากบนเครื่องบินได้หรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
tengpong วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

POON HILL ท้าทายดีแท้ อยากไปหายใจให้เต็มปอด สักครา
อาหารก็....เฮ้อ


เพิ่งกลับมาจาก UK เลยยังไม่ได้ไปอ่านตอนสอง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
mr_taweesak วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

สุดยอดครับ คุณฮูกน้อย งดงาม มองภาพแล้วแอบจินตนาการตามไปด้วยครับ ต้องโหวต +10 เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ครูแดง วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ทุกๆแห่งในโลกมีธรรมชาติที่งดงามเสมอ

-ภาพสวย....มากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 07.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

อยากไปเที่ยวเนปาลมานานแล้ว น่าจะมีวาสนาสักครั้งในเวลาอันใกล้นี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 12/09/2010 เวลา : 06.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวยค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tanthainium วันที่ : 11/09/2010 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

เข้ามาแล้วต้องร้อง...อื้อฮือ...โหวตเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 11/09/2010 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

สวยจัง เดินไกลขนาดนี้ ต้องโหวตให้ค่ะ
ภาพก็สวยมากค่ะ
อยากไป แต่คงไม่มีปัญญาเดินขนาดนี้

เพื่อนเพิ่งพูดแหม๊บๆ ว่า
อยากไปเนปาลอีกเนอะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
soonthorn วันที่ : 11/09/2010 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soonthorn-filmkayab
    Life+Bright  ชีวิต...งดงามเสมอ  

หวัดดี ครับ สวยงามมาก ทั้งเนื้อหา ภาพ โหวต ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน