*/
  • hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 568135
  • จำนวนผู้โหวต : 853
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน 2553
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 3255 , 18:53:29 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน mookie โหวตเรื่องนี้


อาการเมื่อยล้าสะสมจากวันวานทำให้เช้าวันใหม่นี้รู้สึกเนือยๆชอบกล แต่หลังจากพยายามฝืนตัวเองให้ลุกจากเตียง กิจกรรมแรกก็คือการมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดิม และก็โชคดีที่วันนี้สามารถเห็นยอดมัจฉาปุเรได้ชัดเจนจากบนเตียงเลยทีเดียว หลังจากจัดแจงล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ผมรีบเดินลงไปยังสนามหญ้าด้านหลังของเกสเฮาส์ พื้นที่โล่งเตียนอันประกอบด้วยสนามหญ้ากับนาข้าวเขียวขจี เมื่อมองออกไป ภาพของยอดเขา อันนาปุรณะเซาท์ กับมัจฉาปุเร ตั้งตระหง่านพร้อมๆกับปุยเมฆที่ดูสวยงามดั่งสรวงสวรรค์เลยทีเดียว ยอดเขาทั้งสองอยู่ใกล้มากกว่าที่ Pooh Hill เสียอีก ผิดแต่ว่าที่ Poon Hill จะมองเห็นวิวได้โดยรอบเท่านั้นเอง กลิ่นน้ำค้างยอดหญ้ากับภาพความยิ่งใหญ่ของขุนเขาตรงหน้าทำเอาผมรู้สึกว่าคิดไม่ผิดแล้วที่เมื่อวานยอมเดินกันมาถึงที่นี่


การเดินทางในวันนี้ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบมากนัก เส้นทางในช่วงแรกเป็นเส้นทางที่เลียบไปกับนาขั้นบันไดสีเขียวขจี อากาศยามสายเย็นสบายสดชื่นพร้อมๆกับสายลมที่พัดเอื่อย ทางเดินที่เป็นบันไดหินที่ค่อยๆลาดลงสู่เบื้องล่าง ทำให้การเดินในวันนี้ไม่เหนื่อยนัก เส้นทางในช่วงท้ายเป็นการเดินเลียบไปกับลำธารสายใหญ่อันเชี่ยวกราก สายน้ำที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสูงไหลลงมาหล่อเลี้ยงผู้คนบนพื้นราบ เสียงโครมครามของสายน้ำขุ่นคลั่กที่กระทบโขดหินบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่มนุษย์เรามิอาจเปรียบได้เลย  

จุดตรวจ TIMS และ ACAP เป็นดั่งเสมือนเส้นชัยที่เป็นตัวบอกว่าในที่สุดเราก็มาถึงปลายทาง ปลายทางที่เมื่อ 3 วันก่อนเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่รู้ว่าจะได้พบเจออะไรบ้าง แต่วันนี้ ณ ที่เดิมแต่ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป กับการเดินทางที่มิใช่เพียงแค่ต้องการให้ถึงจุดหมายเท่านั้น แต่สิ่งต่างๆที่ได้เก็บเกี่ยวระหว่างการเดินทางก็น่าจดจำไม่แพ้กัน

เราเดินมาถึงนายาปุลในเวลาบ่ายโมงครึ่ง รถแวนคันเล็กมาจอดรอพวกเราอยู่แล้ว ผมหลับแทบจะทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากนายาปุล มารู้สึกตัวอีกทีก็ใกล้ถึงโรงแรมที่โพคาราแล้ว เรากล่าวคำล่ำลากับพี่ๆลูกหาบทั้งสองคน พร้อมๆกับจัดการแพ็กของที่ฝากไว้ที่โรงแรม สำหรับในคืนนี้ ผมเลือกที่จะไปพักที่หมู่บ้าน Sarangkot อันเป็นจุดชมวิวชื่อดังของเมืองโพคาราที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

อันที่จริงรถแวนที่มารับเราจากนายาปุล เสนอตัวที่จะไปส่งพวกเราที่ Sarangkot ด้วยราคา 1200 รูปีซึ่งสูงกว่าราคา 600 รูปีที่ผมเช็คราคามาจากอินเตอร์เนต จึงต้องขอปฏิเสธไป หลังจากเก็บของเรียบร้อยเราก็เดินแบกเป้ออกไปหาแท็กซี่ไปยัง Sarangkot บริเวณเลคไซด์ของเมืองโพคารา เป็นศูนย์รวมการให้บริการนักท่องเที่ยว ดังนั้นจึงไม่ยากนักที่จะหาแท็กซี่ ซึ่งราคาที่ได้คนขับบอกก็ตรงตามที่ได้มาก่อนหน้านี้ที่ 600 รูปีไม่มีผิดเพี้ยน  

Sarangkot ในความคิดผม น่าจะเป็นหมู่บ้านที่มีรถเข้าถึง และสามารถเดินหาที่พักได้ไม่ยากนัก แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นครับ เพราะหลังจากผ่านด่านเข้าหมู่บ้านที่ต้องจ่ายค่าผ่านทางคนละ 20 รูปี แท็กซี่ก็นำเรามาจอดยังข้างทางที่มีเพียงบันไดหินที่ลัดเลาะขึ้นไปยังยอดเขาเบื้องบน มีชายหนุ่มหลายคนเดินเข้ามาเสนอตัวเป็นลูกหาบให้กับพวกเรา พร้อมกับเตือนแกมขู่ว่าเดินทางขึ้นไม่ใช่ใกล้ๆนะ เดินไปไม่ไหวหรอก  

แต่ด้วยความสับสนพร้อมๆกับต้องการตั้งสติ เราเลือกที่จะปฏิเสธพร้อมกับบอกว่าจะเดินขึ้นไปเอง ทั้งๆที่คิดว่าเย็นนี้จะเป็นวันสบายๆหลังจากลงเขามาแล้ว แต่กลับอาการหนักกว่าเดิมที่ต้องมาแบกเป้ขึ้นเขาที่ขณะนี้ยังไม่มีวี่แววของปลายทางว่าจะไปสุดลงที่ไหน ที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดก็คือ ฝนเจ้ากรรมดันมาตกลงอย่างไม่หยุดหย่อนอีก เดินกลางฝนกันมาจนเหนื่อยอ่อน ก็มาพบกับเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่ง เจ้าของให้การต้อนรับอย่างดี พร้อมๆกับบรรยายสรรพคุณว่าตอนเช้าสามารถชมวิวได้จากหน้าห้องพักเลย แต่เมื่อสำรวจดูจากสภาพห้องพักปรากฎว่าไม่ค่อยดีนัก ยิ่งห้องน้ำยิ่งน่ากลัว ขณะนั้นจึงปฏิเสธไปและตัดสินใจยอมทนอีกนิด ไปหาที่อื่นดีกว่า โดยให้สองสาวเฝ้าของอยู่ที่เดิมผมกับขาวสองคนเดินขึ้นไปเพื่อสำรวจที่พักด้านบน  

เดินมาอีกไม่ไกลนักก็ถึงแหล่งรวมของที่พักที่มีให้เลือกหลากหลาย บางแห่งได้รับความนิยมมากจนเต็มไปแล้วก็มี ผมมาเจอที่พักเล็กๆแห่งหนึ่งที่แต่งห้องได้น่ารัก สภาพทั่วไปก็ดูสะอาดกว่าที่พักข้างล่างค่อนข้างมาก อีกทั้งยังดูเป็นส่วนตัวดีด้วยเพราะมีห้องพักแค่สองห้อง พร้อมกับสนามหญ้าหน้าห้องพักที่ถ้าอากาศเปิดสามารถชมวิวได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว อีกทั้งราคาก็ไม่แพงด้วย แค่ 300 รูปีต่อห้อง หรือร้อยกว่าบาทเท่านั้น

ผมขอยอมแพ้ที่จะลงไปแบกของขึ้นมาเอง เลยเรียกให้เจ้าของเกสต์เฮาส์หาลูกหาบให้ 1 คนเพื่อไปช่วยแบกกระเป๋าขึ้นมา ขณะนี้ฝนขาดเม็ดลงแล้ว ฟ้าหลังในยามเย็นดูขมุกขมัว ทิวทัศน์ของหุบเขาเบื้องล่างกับลำธารสายคดเคี้ยวดูเลือนลางจากไอหมอกฝน ดวงตะวันยังคงซ่อนตัวอยู่ในหลืบเมฆหนาทึบมีเพียงความมืดยามราตรีที่เร่ิมเข้าปกคลุม ผมคงต้องฝากความหวังไว้กับวันพรุ่งนี้ครับ เราไม่ลืมที่จะจัดการเรื่องการเดินทางกลับไปยังกาฐมาณฑุ ซึ่งเมื่อเทียบราคานั่งรถบัสกับเหมารถกลับ ปรากฏว่าไม่ต่างกันเลย อีกทั้งการเหมารถสามารถให้มารับถึงที่ Sarangkot ได้ด้วย เราจึงตกลงที่จะเหมารถตู้ให้มาส่งยังกาฐมาณฑุในวันรุ่งขึ้น คืนนี้เราทานอาหารค่ำกันบนสนามหญ้าท่ามกลางแสงดาวที่ถึงแม้ส่วนใหญ่จะถูกเมฆหนาปกคลุม แต่อย่างน้อยแสงระยิบระยับของเมืองโพคาราเมื่อมองไปเบื้องล่างก็พอที่จะทดแทนกันได้ครับ  

กลับสู่เมืองใหญ่

การท่องเที่ยวธรรมชาติ บางครั้งก็ต้องเผื่อใจเอาไว้บ้าง เพราะมนุษย์เรามิอาจกำหนดความเป็นไปของธรรมชาติให้เป็นไปดั่งใจหวัง ซึ่งเช้าวันนี้เป็นวันที่ต้องทำใจ เพราะเมฆหมอกที่ปกคลุมท้องฟ้าโดยรอบ ทำให้ไม่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ได้ไกลนัก เช้านี้เราจึงทำได้เพียงนั่งจิบชาร้อนๆ บนสนามหญ้าหน้าห้องพักเท่านั้น ผมลองเดินขึ้นบันไดไปยังจุดชมวิวด้านบน สิ่งที่เห็นก็ไม่ต่างอะไรจากที่เห็นหน้าห้องพัก เพราะทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยไอหมอกขาวโพลนไปหมด คงได้แต่ทำใจสบายๆ นั่งทานอาหารเช้าท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางไปยังกาฐมาณฑุในตอน 9 โมงเช้า  

รถตู้คันใหญ่มารับพวกเราทั้งสี่ที่เชิงทางขึ้นเขา ผมหวังว่าวันนี้คงได้นอนสบายกันตลอดทาง เพราะที่นั่งอันเหลือเฟือกับผู้โดยสารเพียงแค่สี่คน แต่นอกจากคนขับรถแล้ว ภายในรถตู้ยังมีชายหนุ่มนั่งมาด้วยอีก 3 คน ทำเอาผมนึกหวั่นถึงความปลอดภัย ว่าจะเอาพวกเราไปทำอะไรหรือเปล่า แต่ก็ต้องโล่งใจเพราะผู้โดยสาร 2 ใน 3 ลงจากรถไปเมื่อเข้าสู่เมืองโพคารา เหลือเพียงคนขับกับอีก 1 คนเท่านั้น  

จากที่คิดว่าการนั่งรถตู้จะช่วยประหยัดเวลาได้ค่อนข้างมาก แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะต้องเสียเวลาไปกับเรื่องเอกสารกว่าครึ่งชั่วโมง อีกทั้งเส้นทางที่คดเคี้ยวก็ไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก ทำให้กว่าจะมาถึงกาฐมาฑุก็เป็นเวลา 4 โมงเย็นไปแล้ว มิหนำซ้ำรถตู้ยังไม่สามารถไปส่งเราถึงยังย่านทาเมลได้ เนื่องจากเป็นรถนอกพื้นที่ ทำให้พวกเราต้องเดินกันกว่า 15 นาที จึงไปถึงย่านทาเมล

ภารกิจตอนนี้คือการหาที่พักสำหรับคืนนี้ อันที่จริงย่านทาเมลมีที่พักให้เลือกหลากหลาย ซึ่งราคาก็มักแปรผันไปตามคุณภาพครับ หลังจากเลือกอยู่ 3-4 โรงแรม เราก็ตัดสินใจมาพักที่ Budda Hotel เนื่องจากราคาที่เหมาะสมและสภาพห้องพักที่สะอาดใช้ได้ จัดแจงเก็บของเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาเที่ยวกันต่อ แต่เวลาเย็นย่ำอย่างนี้คงไปไหนได้ไม่ไกลนัก อีกทั้งทุกคนก็เหนื่อยกับการเดินทางมาตลอดทั้งวันอีกด้วย

สวยมภูวนาถ  

เราออกจากโรงแรมมาเรียกแท็กซี่จากย่านทาเมลเพื่อไปยังเจดีย์สยมภูวนาถที่อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองนัก เส้นทางผ่านตรอกซอกซอยคดเคี้ยวเต็มไปด้วยผู้ใช้ทาง ทั้งคนเดิน ทั้งรถยนต์ ทั้งสามล้อถีบ ใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงตีนบันไดที่นำขึ้นสู่เจดีย์สยมภูวนาถ ที่รายล้อมสองข้างบันไดคือบรรดาลิงน้อยใหญ่ที่คอยมารอรับอาหารจากนักท่องเที่ยว จึงทำให้สถานที่นี้ถูกเรียกอีกชื่อว่า Monkey Templeหรือวัดลิง บันไดที่ทอดยาวมุ่งตรงสู่องค์เจดีย์ นับได้กว่า 365 ขั้นทำเอากว่าจะถึงด้านบนก็แทบเหนื่อยหอบกันไปเลย

ที่ปลายบันได มีจุดชำระค่าเข้าชม 100 รูปี เจดีย์สวยมภูวนาถ ตั้งเด่นสง่าท่ามกลางบรรยากาศขรึมขลังอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนที่มาเยือนมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวเนปาลที่มาสักการะพระเจดีย์สีขาวองค์ใหญ่ ภาพวาดดวงตาแห่งธรรม บนยอดสถูปในขณะนั้นถูกปิดไว้ด้วยม่านผ้าผืนใหญ่ นอกจากนี้บริเวณระเบียงใกล้ๆกับบันไดยังเป็นจุดชมวิวเมืองกาฐมาณฑุอีกด้วย

ท้องฟ้าขณะนั้นเริ่มมืดมิด เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องกล่าวลา พวกเราเดินลงมายังเบื้องล่างก่อนเดินทางกลับไปยังย่านทาเมล หลังจากออกนอกเมืองไปอยู่ชนบทหลายวัน เมนูประจำวันที่ผ่านมาจึงมักมีแค่ข้าวผัดกับโมโม่เท่านั้น วันนี้จึงถือโอกาสเลือกเมนูที่แตกต่างออกไปหน่อย เราเลือกร้านหิมาลายัน สเต็ก เฮาส์ สำหรับอาหารเย็น ย่านทาเมลยามค่ำยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวดังเช่นวันที่เราเดินทางมาถึง จากวันแรกที่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะได้พบเจอ มาวันนี้ ณ สถานที่เดิมแต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปเป็นความอิ่มกับประสบการณ์ที่ได้เก็บเกี่ยว นี่กระมังครับรสชาติของการเดินทางที่หลายคนหลงใหล 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
mookie วันที่ : 06/10/2010 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อ่านแล้วนึกภาพตามตอนที่พี่มุกกี้นั่งอยู่บนจุดชมวิวที่Sarangkot แล้วมองยอดมัชฉาปูชเรย์ที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า จิตใจมันสดชื่น เบิกบาน เป็นสุข และสงบอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

นี่ล่ะหนา ที่เขาเรียกว่า มนตราหิมาลัย


ความคิดเห็นที่ 22 (0)
อาคม วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akom

เมืองสวยเป็นธรรมชาติครับ ภาพสวย ฝืมือจัดจ้าน รอสะสมอีกเล่มครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ForestHang วันที่ : 22/09/2010 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/foresthang
จุดหมายปลายทางของใครหลายคน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของใครบางคน

ไปอีกเมื่อไหร่ รบกวนเอาหิมะมาฝากสักถุงนะครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 21/09/2010 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/molly

ข้อมุลเยอะมาก ชอบมาก เหมือนได้เที่ยวจริง ๆ เลย
สวยจัง

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ตามมาเที่ยว อีกคนเช่นเคยครับ ..
มองดูเทือกเขา เมหือนใน ยุโรปเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 07.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/kintaro/2010/09/14/entry-1

ขอบคุณครับที่นำเที่ยว
คงจะมีโอกาสได้ไปเยือนสักครั้ง

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
tanthainium วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

เพลินตาเพลินใจจริง ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ไม่รู้ว่าการเดินไปสู่ Sarangkot ยากเย็นแค่ไหน...แต่ พ.ย.นี้จะไปปืนยอดภูกระดึงครั้งแรกในชีวิต...หวังว่าจะไหวค่ะ

ในเมืองใหญ่ก็งดงามมากค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สิริปตี วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.

ความสุขของการได้ท่องเที่ยว ดีที่มีของแถมเป็นเรื่องเล่าให้เก็บเป็นความทรงจำดีดี

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
BlueHill วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อยากตามรอยไปดูจริง ๆ ครับฮูก ชอบมาก
ออกเป็นหนังสือเมื่อไหร่ จะซื้อเก็บไว้่ทันที

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

แต่ละภาพ
สุดยอดเลยครับ
ต้องโหวตๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
market วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 00.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

สวยงามมากเลยค่ะ

เป็นทริปที่เมื่อยน่าดูทริปนึงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

ตอนแรกเห็นแค่ภาพก็สุดคุ้มแล้วที่ได้เข้ามาดูครับ แต่พออ่านจบจึงรู้ว่าแต่ละภาพกว่าจะได้มาเอาการอยู่ทีเดียว...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
NN1234 วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

สวยงามกำลังได้อารมณ์เดียวครับ
ทั้งเรื่องและภาพ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
hooknoi วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 23.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

คุณ indylove..ขอบคุณครับ นี่ขนาดไม่ได้แบกของเองยังเหนื่อยเอาการ เข้าใจคำว่าสังขารไม่เที่ยงจริงๆครับ

พี่แป๋ม..อย่างพี่เดินได้สบายอยู่แล้ว ขนาดโมโกจูยังไปมาแล้ว ปูนฮิลล์เดินง่ายกว่าตั้งเยอะ...ไปนั่งจิบกาแฟชมหิมาลัย ผมเห็นคนญี่ปุ่นอายุตั้งห้าหกสิบยังเดินกันเลย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hooknoi วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

#คุณพูนทรัพย์....คิดถึงเหมือนกันครับอยากกลับไปอีกครั้ง อยากไปเดินชมหิมาลัยแบบใกล้ชิดมากกว่านี้ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ครับ

#คุณ pjeabja ขอบคุณครับ

#พี่ลูกเสือ...ใช่ครับ..สวยจริงๆ แต่กว่าจะไปถึงก็เหนื่อยเอาการเลยนะพี่

#คุณ chettapat ขอบคุณครับ

#พี่จ่า...พี่จ่าไปช่วงเทศกาลอย่างนี้บรรยากาศภายในเมืองน่าจะครึกครื้นมั้ยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 22.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

นี่ถ้าไม่รอบคอบทุกๆเรื่อง อาจจ่ายตังค์มากเกินความจำเป็นนะคะเนี่ย .. ราคารถ 2 เท่าเลยเนอะดีนะที่นายนกฮูกข้อมูลแน่น

นึกถึงความรู้สึกของคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่บ้านพักสีขาว มองยอดเขาด้านหลัง .. นั่น .. อลังการ์ยิ่งใหญ่จริงๆเนอะ ..

กว่าพี่จะมีโอกาสได้ไป ไม่รู้ว่าจะมีแรงเดินหรือเปล่า เฮ่อ!

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
INDYLOVE วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สวัสดีค่ะ คุณฮูกน้อย...

เห็นภาพแล้วใจละลาย..
WOW!! สวยทั้งนั้นเลยค่ะ..
กว่าจะได้ภาพสวยๆ มา
ก็ต้องแลกด้วยความลำบากนะคะ

โหวตให้เลยค่ะ.......+1

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

เคยไปเทศกาล..
ดอกไม้ไฟ..
ประทับใจเนปาลี..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chettapat วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chettapat
เชษฐภัทร วิสัยจร

สวยงามครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เมืองเขาสวยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pjeabja วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

สวยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พูนทรัพย์ วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gowithauntie
รักโลกใบนี้จัง

คิดถึงเนปาล และเทือกเขาหิมาลัย ป้าไปเยือนเมื่อหลายปีก่อน ไปกับศรัทธาทัวร์ ประเทศนี้เหมือนกับหลุดโลกไปหลายๆๆสิบปีนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน