*/
  • hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 568135
  • จำนวนผู้โหวต : 853
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม 2553
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 4889 , 22:49:16 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน Sea-Sand-n-Star , mookie และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้





วันที่ 8 หิมาลัยกลางสายหมอก

ตี 5 ครึ่งเป็นเวลาที่ผมถูกปลุกเพื่อขึ้นมาเป็นสักขีพยานของแสงแรกแห่งวันที่เริ่มสาดแสงที่ขอบฟ้าไกล ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม มีเพียงแสงสีแดงจากทิศตะวันออก ขอบฟ้าวันนี้แทนที่จะเป็นเส้นตรงดังเช่นปกติ กลับกลายเป็นเส้นขรุขระเหมือนฟันปลา กว่าจะรู้ความจริงว่าเส้นขรุขระนั้นแท้จริงคือเทือกเขาหิมาลัยที่แข่งกันแทงยอดสูงเสียฟ้าก็ต้องรอจนแสงสีทองเริ่มสาดส่อง และหนึ่งในยอดแหลมจำนวนมากนั้น คือเอเวอร์เรสยอดเขาอันสูงเสียดฟ้า หุบเขาเบื้องล่างขณะนี้ถูกปกคลุมไปด้วยทะเลหมอกผืนใหญ่ที่แผ่ตัวกว้างเป็นระลอกคลื่นปกคลุมไปทั่ว  

คงเป็นการเกินไปสำหรับผมที่จะสามารถกำหนดตำแหน่งได้ ว่าภาพของยอดเขาหลายสิบยอดที่เรียงตัวอยู่ลิบๆที่ปลายขอบฟ้านั้น ยอดใดเป็นยอดเอเวอร์เรส เพราะถึงแม้จะเรียกพนักงานโรงแรมมาช่วยชี้ให้ดู แต่ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี ไม่เพียงแค่ระเบียงหน้าห้องพักเท่านั้นที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกกับเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ แต่ห้องอาหารของโรงแรมก็มีระเบียงเปิดโล่งเพื่อชมวิวหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน ทะเลหมอกที่จัดตัวกันแน่นในยามเช้าเริ่มแตกตัวเมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามสายท้องฟ้าหลากสีในยามเช้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม อาหารเข้าแบบบุฟเฟ่ห์ของที่นี่ทำเอาพวกเราใช้เวลาอยู่ที่ห้องอาหารเกือบ 2 ชั่วโมง เรียกว่ากินเผื่อมื้อกลางวันก็ไม่ผิดนัก แต่อย่างไรก็ต้องบอกลาโรงแรมสวยๆเพื่อเดินทางต่อเพราะวันนี้เราจะไปเที่ยวบักตะปูร์ 1 ใน 3 เมืองโบราณของหุบเขากาฐมาณฑุที่ยังไม่ได้ไปเยือน  



จากนากาก็อต ใช้เวลาไม่นานนัก เราก็มาถึงบักตะปูร์ อีกหนึ่งเมืองโบราณที่อดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองต่างสรรค์สร้างปราสาทราชวังให้สวยงามทัดเทียมกับกาฐมาณฑุและปาตัน หลังจากจ่ายค่าเข้าชมราคา 750 รูปีเราก็เข้ามายืนอยู่กลางลาน Durbar Square ที่ดูกว้างขวางและเงียบสงบ ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับ Durbar Square ของกาฐมาณฑุและปาตัน บรรดาสิ่งก่อสร้างโดยรอบทั้งพระราชวัง วิหาร สถูปต่างๆได้รับการบูรณะให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ บ้านเรือนภายในเมืองบักตะปูร์ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยอิฐแดงที่ยังคงเอกลักษณ์ของงานแกะสลักบานประตูและหน้าต่างไว้อย่างสวยงาม ตรอกแคบๆนำเราสู่จัตุรัสหม้อดินเผาที่ครึ้กครื้นไปด้วยบรรยากาศของการซื้อขาย ซึ่งในวันนี้นอกจากการซื้อขายหม้อดินเผาที่เป็นสินค้าหลักแล้ว ยังมีสัตว์ปีก และแพะที่เชือดขายกันสดๆกลางลานนี้เลย  


เดินมาอีกไม่ไกลเราก็มาถึงจัตุรัส Taumadhi Tole จัตุรัสสุดท้ายในบรรดา 3 จัตุรัสสำคัญในเมืองบักตะปูร์ จัตุรัสแห่งนี้ยังคงบรรยากาศอันครึกครื้นของการซื้อขายสินค้าต่างๆ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไม Durbar Square ของบักตะปูร์ถึงดูเงียบสงบเพราะการค้าขายต่างๆมาอยู่ที่จัตุรัสแห่งนี้มากกว่าจะอยู่ที่ Durbar Square ดังเช่นเมืองอื่น

จัตุรัส Taumadhi Tole เป็นที่ตั้งของวัดเนียตาโปลา อันโดดเด่นด้วยหลังคาห้าชั้นที่แทงยอดสูงสง่าจนเป็นเจ้าของสถิติวัดที่สูงที่สุดในหุบเขากาฐมาณฑุเลยทีเดียว และที่ตั้งอยู่เคียงข้างกันคือ วัด Bhairabnath ที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระไภยราพ ผู้เป็นปางหนึ่งของพระศิวะ บันไดขั้นเล็กๆพาเราขึ้นไปสู่ชั้นบนของวัดเนียตาโปลา และถึงแม้จะไม่สามารถเข้าชมภายในได้ แต่การได้ชมวิวเมืองบักตะปูร์ในมุมสูง ก็ทำความตื่นเต้นให้กับเราไม่น้อยทีเดียว  


แท็กซี่นำเรามุ่งหน้ากลับถึงกาฐมาณฑุในเวลาเที่ยว วันนี้ยังมีเวลาเหลืออีกกว่าครึ่งวันในการเก็บตกกาฐมาณฑุ หลังจากกลับเข้าไปเช็คอินที่ Budda Hotel เรียบร้อย ผมตัดสินใจที่จะไปยังเมือง กีรติปูร์ เมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากกาฐามาณฑุเท่าไหร่นัก แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเพราะถูกรัศมีของปาตันและบักตะปูร์บดบังเสียมิด กีรติปูร์เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา รถแท็กซี่นำมาเราถึงยังเชิงบันไดที่ทอดยาวขึ้นสู่ใจกลางเมือง เราเดินขึ้นบันไดด้วยความไม่แน่ใจว่าเส้นทางนี้จะไปสิ้นสุดที่ไหน ตลอดการเดินขึ้นมาไม่มีวี่แววของนักท่องเที่ยว มีเพียงชาวบ้านไม่กี่คนที่เดินสวนลงไป สุดทางบันไดเป็นทางที่นำไปสู่เจดีย์ Chilanchu Vihara เจดีย์ทรงลังกาคว่ำที่มีรูปแบบเดียวกับสถูปโพธินาถและสวยมภูวนาถ เพียงแต่มีขนาดย่อส่วนลงมาเท่านั้น บริเวณโดยรอบ Chilanchu Vihara ร้างราผู้คนจนน่าแปลกใจ ผมเดินลัดเลาะไปภายในเมืองที่สองข้างทางเป็นบ้านเรือนคล้ายๆกับหลายๆเมืองที่ผ่านมา แต่ที่นี่ไม่มีร้านขายของที่ระลึก ไม่มีโรงแรม เกสต์เฮ้าส์ มีแต่ชาวบ้านที่มองเราสี่คนด้วยความสนใจ  

เนื่องจากการมาเยือนกีรติปูร์เหมือนกับเป็นของแถมในการเดินทางครั้งนี้ เราจึงไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก ผมเดินเข้าไปถามทางไปวัดพระแม่อุมาเทวี หรือ Uma Maheshwar Temple กับชาวบ้านข้างทาง แต่การสื่อสารก็เป็นไปอย่างลำบาก จากที่เริ่มต้นเพียงชาวบ้านสองสามคน สมาชิกจากรอบข้างต่างเข้ามารุมล้อมพร้อมๆกับพยายามหาทางช่วยเหลือจนรวมๆแล้วนับได้เป็นสิบ ในที่สุดก็สื่อสารรู้เรื่องว่าเราต้องการไปไหน แต่เส้นทางที่ไปกลับไม่ง่ายเลย เพราะต้องผ่านหลายเลี้ยวหลายโค้ง ที่ทำได้ขณะนั้นก็คงจับทิศทางให้ถูกเท่านั้น ที่เหลือค่อยไปถามเอาข้างหน้า  

จากตอนแรกที่มาถึงกีรติปูร์ด้วยความหวั่นๆว่าชาวบ้านที่นี่ดูหน้าตาเฉยเมยมาก แต่เอาเข้าจริงๆเวลาเข้าไปขอความช่วยเหลือ ทุกคนก็ให้ความเอื้อเฟื้ออย่างดีถึงแม้จะขลุกขลักบ้างในการสื่อสาร ในที่สุดก็มาถึง วัด Uma Maheshwar Temple วัดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองกีรติปูร์ที่ขณะนั้นเพิ่งมีการบูชายันต์ด้วยควายตัวใหญ่ อวัยวะแต่ละส่วนถูกชำแหละและทยอยขนย้ายออกจากวัด ทำเอาบริเวณโดยรอบนองไปด้วยเลือดสีแดงฉาน บรรยากาศของพิธีกรรมตรงหน้าทำเอาผมกล้าๆกลัวๆที่จะเข้าไปยังเขตประตูวัด แต่เมื่อลองส่งภาษามือไปถามชาวบ้านว่าเข้าไปได้มั้ยก็ได้รับการตอบรับให้เข้าไปได้ แต่กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ก็ทำให้ไม่สามารถอยู่นานได้ครับ

เราเดินลงมาจากใจกลางเมืองสู่ตลาดซึ่งเป็นเขตเมืองใหม่เพื่อหาแท็กซี่กลับกาฐมาณฑุ แต่ระหว่างทางขอแวะเข้าวัด Pashupatinath ก่อน เพียงแค่เราเดินเข้าใกล้บริเวณวัดก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก เพราะที่นี่เป็นวัดสำคัญของเมืองที่มีการฌาปนกิจศพกันริมแม่น้ำบักมาติร์ภายในบริเวณวัด ถึงแม้จะไม่สามารถเข้าไปยังภายในบริเวณชั้นในของวัดได้ แต่เราก็สามารถร่วมเป็นสักขีพยานกับพิธีกรรมนี้ได้บริเวณฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ ทั้งที่มีผู้คนจำนวนมากภายในวัด ทั้งญาติผู้วายชนม์ ทั้งนักท่องเที่ยว แต่บรรยากาศภายในบริเวณวัดกลับเงียบงันและอึมครึมด้วยควันไฟจากเชิงตะกอนหลายต่อหลายกอง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกผมขณะนี้ เหมือนจะเป็นการบอกเป็นนัยว่าสุดท้ายแล้วชีวิตคนเราก็เหลือแค่กองเถ้าถ่านเพียงหนึ่งกองเท่านั้น ไม่มีใครอยู่ยั้งยืนยง ไม่ว่ารวยหรือจน สุดท้ายแล้วร่างกายก็ต้องสลายไปสู่ธรรมชาติ เปรียบแล้วความตายก็คือส่วนหนึ่งของชีวิต ผมเห็นเด็กน้อยหลายคนดำผุดดำว่ายอยู่ในลำธาร ในขณะที่ริมฝั่งน้ำ การฌาปนกิจก็ดำเนินควบคู่กันไป ผมจาก Pashupatinath มาพร้อมกับความรู้สึกอันหลากหลาย แต่ก็อดที่จะหดหู่ไปกับบรรยากาศของสถานที่ที่เพิ่งจากมาไม่ได้

ผมมาถึงย่านทาเมลอีกครั้ง เย็นนี้ได้เวลาช้อปปิ้งกันสบายๆ ทั้งเสื้อยืด สร้อยข้อมือ หรือบรรดาของฝากกระจุกกระจิก เป็นการผ่อนคลายหลังจากตะลุยเที่ยวกันมาหลายวัน แต่ก็เพิ่งรู้ว่าของฝากส่วนใหญ่ถ้าซื้อตามสถานที่ท่องเที่ยวจะได้ราคาที่ถูกกว่าซะอีก คืนนี้ต้องนอนกันแต่เช้าเพราะพรุ่งนี้เราจะบินไปเยี่ยมเอเวอร์เรสกันแต่เช้าตรู่ครับ


เลียบเคียงเอเวอร์เรส

วันสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้เราต้องรีบออกจากโรงแรมตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีเพื่อให้ทันกับเที่ยวบิน Mountain Flight ที่ซื้อตั๋วเอาไว้ และถึงแม้ท้องฟ้ายังคงไม่สว่างดี แต่การหาแท็กซี่จากย่านทาเมลก็ไม่ใช่เรื่องลำบาก แท็กซี่นำเราไปส่งยังสนามบินภายในประเทศ สัมภาระทั้งหมดถูกนำติดตัวไปด้วย เพราะต้องบินกลับเมืองไทยตอนบ่ายสองโมง หลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่สายการบินเพื่อขอฝากสัมภาระไว้ที่ออฟฟิตของสายการบินก่อนที่จะทำการเช็คอินสายการบิน Budda Air ที่จะพาเราขึ้นไปสัมผัสหิมาลัยอย่างใกล้ชิด เครื่องบินลำเล็กนำพาผู้โดยสาร 16 คนบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือเมืองกาฐมาณฑุ ที่นั่งทุกที่มีหน้าต่างส่วนตัวให้ชื่นชมวิวทิวทัศน์กันอย่างจุใจ เสียแต่เพียงว่าที่นั่งส่วนใหญ่มักถูกปีกเครื่องบินบดบังทิวทัศน์ไปไม่มากก็น้อย

เวลาผ่านไปไม่นานนัก ที่ปลายขอบฟ้าเริ่มปรากฏเทือกเขาสูงตระหง่าน นักบินค่อยๆนำเราเข้าไปสู่ใจกลางทะเลภูเขาที่วันนี้ยังขาวโพลนด้วยหิมะ แอร์โฮสเตสทำการแจกแผนผังแสดงยอดเขาสำคัญๆพร้อมๆกับเดินมาให้คำแนะนำกับผู้โดยสารทีละคนๆ เมื่อเครื่องบินเข้าใกล้ยอดเขาเอเวอร์เรส ผู้โดยสารทุกคนจะได้รับการเชิญให้ทยอยเข้าไปยังห้องนักบิน เพื่อชมทัศนียภาพอันกว้างไกลผ่านหน้าต่างบานใหญ่พร้อมๆกับคำแนะนำจากนักบินที่คอยชี้ให้ดูยอดเขาเอเวอร์เรสและยอดอื่นๆที่สำคัญ  


พวกเราตื่นตาตื่นใจกับภาพความยิ่งใหญ่ของขุนเขาตรงหน้า การได้มายลโฮมเอเวอร์เรสในมุมสูงแบบสบายๆอย่างนี้ คงเทียบไม่ได้กับความรู้สึกของผู้พิชิตที่ใช้สองขาในการไปถึง แต่ก็ถือว่าเป็นการสัมผัสเอเวอร์เรสแบบไม่ต้องลงแรงมากนัก หิมาลัยไม่ได้มีแค่เอเวอร์เรส ทิวเขารอบข้างแม้ไม่ได้เป็นเจ้าของสถิติที่ใครๆรู้จัก แต่ความสวยงามของเทือกเขาสลับซับซ้อนก็สร้างความตื่นเต้นจนทำให้ช่วงเวลา 1 ชั่วโมงของการบินผ่านไปอย่างรวดเร็ว  

เครื่องบินนำเรากลับมาส่งยังสนามบินในเวลาสายๆของวัน ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเช็คอินเที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ แต่เราก็ไม่มีทางเลือกมานัก นอกจากนั่งรอกันที่อาคารผู้โดยสารขาออก ครั้นจะกลับเข้าเมืองไปอีกทีก็ดูจะเป็นการเสียเวลาเกินไป นั่งๆนอนๆกันจนช่วงบ่ายจนกระทั้งได้เวลาที่เครื่องบินของสายการบินไทย จะนำเรากลับมายังสนามบินสุวรรณภูมิอย่างสวัสดิภาพ  

การเดินทางแต่ละครั้ง เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีทั้งสมหวัง ผิดหวัง ไม่ได้ดั่งใจ หรือบางครั้งก็เกินคาดคิด เหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่การเดินทางสู่เนปาลในครั้งนี้ก็ไม่มียกเว้น เราพลาดหวังจากสภาพอากาศที่ซาราก็อต แต่ก็มาเกินคาดกับนากาก็อต เราต้องล้มลุกคลุกคลานกว่าจะถึงปูนฮิลล์ แต่ก็แลกมากับภาพสวยๆบรรยากาศงามๆที่จุดชมวิว เรื่องเหล่านี้เองที่เป็นรสชาติของการเดินทางที่หลายคนต่างหลงใหล ถ้าเรามัวแต่คาดหวังว่าตลอดเส้นทางการเดินทางต้องราบรื่นสวยงาม การเดินทางครั้งนั้นคงหมดสนุกไปกับการหัวเสียในส่ิงที่ไม่คาดหมาย ผมเองมักถือว่าปัญหาในการเดินทางก็เป็นสิ่งท้าทายให้เราต้องแก้ไขเฉพาะหน้า เพียงแค่เราเตรียมการให้ดีทีสุด อะไรจะเกิดก็สนุกไปกับมัน รสชาติของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว สิ่งที่เราจะจดจำไปตลอด คือสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางเดินเหล่านั้นครับ  




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 16/10/2010 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

สวยยังกับอยู่บนสวรรค์นะครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

นมัสเต.
นมัสเต..
ครับผม..

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 06/10/2010 เวลา : 13.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

ภาพสวยค่ะ
เห็นแล้วก็น่าไปอีกนั่นแหละ
แต่ติดเรื่องเมืองแขกนี่แหละ ทำเอาเข็ดๆ
+1 ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
mookie วันที่ : 06/10/2010 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

คาดว่าเราน่าจะพักโรงแรมเดียวกันที่นากาก็อตนะครับคุณฮูก พี่มุกกี้จำชื่อโรงแรมไม่ได้ แต่จำสีของโรงแรมได้

ไม่มีโอกาสเดินขึ้นยอดเอเวอร์เรสให้เป็นบุญตีน! ก็มีโอกาสได้เห็นยอดเอเวอร์เรสเป็นบุญตาจากบนเครื่องบินขากลับ ก็ตายตาหลับแล้วครับ พี่มุกกี้บอกกับตัวเองอย่างนั้นตอนที่นั่งเครื่องขากลับ

ของคุณฮูกได้บิน Mountain Filght ด้วย ยิ่งใกล้ชิดเข้าไปอีก

มนตราหิมาลัย มีความหมายกับชีวิตจริงๆ

เป็นการปิดทริปที่สวยงามจริงๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
sakdachai วันที่ : 05/10/2010 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khwanfah
สร้างวัฒนธรรมที่ดีๆค่านิยมที่ถูกต้อง   สืบทอดสู่ลูกหลานเยาวชนแต่สิ่งดีๆเท่านี้ประเทศชาติก็จะไม่ขาดคนดี   คิดดี ทำดีพูดดี ไม่เห็นแก่ตัว ไม่โกงกิน นะครับ 

สถาปัตยกรรม ที่ยังคงอยู่ได้สวยงามกับวัฒนะรรมปัจจุบันของเนปาล

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
วิตามินบี วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ดีจังไม่ต้องปีนยอดเขาเอง
นั่งเครื่องบินชมเอาก็ได้เนอะ

ภาพสวยมากๆ
รอชมเลนส์wideนะคะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พูนทรัพย์ วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gowithauntie
รักโลกใบนี้จัง

ดิฉันไปเนปาลกับศรัทธาทัวร์ ได้นอนโรงแรมที่ตื่นเช้าขึ้นมา เปิดประตูก็มองเห็นเทือกเขาหิมาลัย ไม่รู้ว่าจะเป็นที่เดียวกันหรือเปล่า มันคลับคล้ายคลับคราอยู่...

คุณฮูกน้อยถ่ายรูปไสวยมากๆ คนชมภาพถ่ายได้อรรถรสมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

เห็นหมอกแล้วอยากว่ายจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
hooknoi วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

พี่ dogstar....ขอบคุณครับ..ผมก็ชอบภูเขาครับ ถึงขึ้นเมืองเหนือทุกปีเลย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
hooknoi วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

#คุนแตน..จริงๆภูเขาหลายแห่งในเมืองไทยก็มีทะเลหมอกสวยๆไม่แพ้กันนะ..ลมหนาวใกล้มาแล้วเน้อ

#พี่Supawan ขอบคุณครับ แต่ทริปนี้สั้นไปหน่อยครับ แป๊บเดียว จบแล้ว

#ผีเสื้อพเนจร สองภาพแรกดูเหมือนทะเลจริงๆเลยเนอะ ทะเลสีขาว


#คุณฝน...ลองไปสิครับ แล้วจะติดใจ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
hooknoi วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

#พี่ชาลี..อันนี้ยังใช้เลนส์คิด 18-135 mm ที่ติดมากับกล้องอยู่เลยพี่ เดี๋ยวไว้ทริปหน้าจะได้ลองเลนส์ไวน์ตัวใหม่แล้วครับ

#คุณ bon09 คือไม่ชอบการผิดหวังครับ ก็เลยตั้งความหวังตอนการเดินทางต่ำๆไว้ อย่างนี้อะไรที่เจอก็ถือเป็นกำไรดีครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
hooknoi วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

#ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ.....เที่ยวเนปาลได้ทั้งวัฒนธรรมได้ทั้งธรรมชาติครับ

#กับตันแจ๊ก..นมัสเตครับ :D

#พี่จ่า....คิดถึงอย่างนี้ต้องไปอีกรอบสิพี่

#คุณปรัตยา...อวยกันขนาดนี้ ลอยเลยครับ ขอบคุณครับ

#คุณ canary ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

#พี่ลูกเสือ...ต้องเรียกว่าโชคดีด้วยมั้งครับ เพราะถ้าฟ้าไม่เปิดก็จะเห็นเป็นมัวๆเหมือนตอนอยู่ซาราก็อตครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Dogstar วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

ชอบมากๆค่ะ ด็อกสตาร์ชอบภูเขามากที่สุด
ภาพสวยจนอยากไปเที่ยวจริง ยังไม่เคยไปแถบนี้มาก่อนเลย
เอาไปเลย โหวต

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
fonsasami วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fonsasami
http://www.namfardress.com 

สวยงามมากๆ ค่ะ อยากไปเห็นหมอกงามๆ แบบนี้มั่งจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ใช่ครับ สิ่งที่น่าจดจำ เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางนี่แหละครับ

ชอบ ภาพ 2 ภาพแรกมากๆเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Supawan วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ชอบซีรี่ย์นี้จังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ให้ตายเถิดโรบิน...เมื่อไหร่เราจะได้มีโอกาสเห็นทะเลหมอกแบบนี้บ้างนะ...อยากเห็นจริง ๆ อ่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
bon09 วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

รูปถ่ายทะเลหมอกสวยงามมากจริงๆค่ะ
ยึดคติของคุณฮูกน้อยที่ว่า
"ปัญหาในการเดินทางเป็นสิ่งท้าทายที่เราต้องแก้ไขเฉพาะหน้า เพียงแค่เราเตรียมการให้ดีทีสุด อะไรจะเกิดก็สนุกไปกับมัน รสชาติของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว สิ่งที่เราจะจดจำไปตลอด คือสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางเดินเหล่านั้น"



ฟังเพลงย้อนยุคที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณฮูกถ่ายด้่วยเลนส์อะไรครับ ภาพมุมกว้่าง สวยสะใจจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ทะเลหมอกที่เนปาล สวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Canary วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajhara

เป็นสถานที่ต้องไปให้ได้วันหนึ่ง งามจริงๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปรัตยา วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 01.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

เรื่องท่องเที่ยว ชอบอ่านบล็อกนี้ที่สุด เปิดเจอชื่อฮูกน้อยเป็นต้องคลิก เป็นบล็อกท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโอเคเนชั่น


ผมใช้เป็นลายแทงเลยนะเนี่ย



ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

เนปาลี..
ฉันคิดถึงเธอ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
captain.Jack วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

นมัสเต...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

ชอบสถาปัตยกรรมของชาวเนปาลที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนบรรยากาศโดยทั่วไปสวยงามมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน