• ครส.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hrdth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-30
  • จำนวนเรื่อง : 132
  • จำนวนผู้ชม : 168251
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
Human Rights in Thailand
สิทธิมนุษยชน คือจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/humanrights
วันศุกร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by ครส. , ผู้อ่าน : 1191 , 16:10:11 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมกับสหพันธ์ต่อต้านการบังคับบุคคลให้สูญหายแห่งเอเชีย (AFAD) และคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ (WGJP) จัดการสัมมนา ‘อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับสูญหาย’ ณ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ

นายวสันต์ พานิช คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์เพื่อต่อต้านการทรมาน คณะกรรมการสิทธิฯ ได้ออกแถลงการณ์โดยระบุว่าจากการตรวจสอบกรณีร้องเรียนการทรมานของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์เพื่อต่อต้านการทรมาน ตั้งแต่ พ.ศ.2550 จนถึงปัจจุบัน ได้รับการร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ตำรวจที่ไม่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมปกติ ทหาร อาสาสมัคร (อ.ส.) และทหารพราน ได้ใช้วิธีการทรมานด้วยวิธีการต่างๆ ทำได้รับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ บางรายถึงกับหวาดกลัวหวีดร้องเมื่อถูกซักถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว บางรายถึงแก่เสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัว มี 4 ราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1 ราย จากจังหวัดยะลา 2 ราย และจากจังหวัดนราธิวาส 1 ราย

การร้องเรียนเกิดขึ้นในปริมณฑลทั่วประเทศ จำนวนเกือบ 40 ราย จากจังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนั้นมีการร้องเรียนว่ามีการซ้อมทรมานเกิดขึ้นในระหว่างการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหาร เกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในระหว่างการคุมขังในหน่วยเฉพาะกิจของทหาร และภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี การตรวจสอบเบื้องต้นจากญาติหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ทุกกรณี ถูกซ้อมทรมานในช่วงไม่อนุญาตให้ญาติพบ 3 วันแรก หรือใกล้เคียง โดยใช้ระเบียบของ กอ.รมน.ภาค 4 ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มิใช่ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก

นอกจากนี้ยังพบว่า การซ้อมทรมานทำเพื่อบังคับให้รับสารภาพว่า เป็นผู้กระทำความผิดในเหตุการณ์ต่างๆ โดยวิธีการ เช่น การเตะ การต่อย บริเวณใบหน้าหรือท้อง การทุบตีด้วยของแข็งไม่มีคม (ท่อนไม้หรือเหล็กพันด้วยผ้าหรือยาง) ตีตามร่างกายและศีรษะ การให้อยู่ในห้องเย็นและห้องร้อนสลับกัน หรือกระทำด้วยวิธีการอื่นๆ

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์เพื่อต่อต้านการทรมาน มีข้อเสนอต่อรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รัฐบาลกำกับดูแลหน่วยงานของรัฐมิให้เจ้าหน้าที่มีการซ้อมทรมานในระหว่างการควบคุมเกิดขึ้นในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะความขัดแย้งใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด และเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เมื่อมีการซ้อมทรมานเกิดขึ้น ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ร้อง ผู้เกี่ยวข้อง และพยาน สามารถให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการฯ ได้โดยปกติ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ความจริงครบถ้วนและยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

ประการสุดท้าย เมื่อมีการร้องเรียนกรณีการซ้อมทรมาน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ โดยอิสระและเป็นธรรม โดยลงโทษผู้กระทำดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งเยียวยาความเสียหายที่เหมาะสม

สำหรับการสัมมนาในช่วงบ่าย นายอิสมาแอ สาและ สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์ในภาคใต้ว่า ปัจจุบันไม่ดีขึ้นแต่หลายคนกลับบอกว่าดีเลยทำให้ไม่มีการแก้ไข แม้แต่รัฐบาลเองก็มีแนวทางแก้ไขไม่ชัดเจน เวลานี้ทางสมาคมจะได้รับโทรศัพท์อย่างน้อย 3 รายต่อวันที่รายงานการสูญเสีย ส่วนสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นคือ การที่มีคนถูกซ้อมมากที่สุด บางคนถูกซ้อมจนเป็นบ้าสติเสียอยู่ในค่าย สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ช่วยกันมันจะลามขึ้น

“เราได้รับเรื่องร้องเรียนจากการถูกบังคับสูญหายตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์การปล้นปืน 4 ม.ค. 2547 จำนวน 3 ราย แต่ปัจจุบันมียอดทั้งหมด 26 ราย และมีกรณีล่าสุดคือเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ หายไปโดยทหารอ้างว่าคนเหล่านั้นหนีจากค่ายไปแล้ว ตอนนี้เรารับเรื่องร้องเรียนคือ 29 ราย” นายอิสมาแอกล่าว

สำหรับตัวอย่างพฤติการ กรณีหนึ่งเขากล่าวว่า เป็นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปโดยบอกภรรยาว่าจะเอาไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องสงสัยยิงตำรวจในพื้นที่จากนั้นเขาก็หายสาบสูญไป ในบางกรณีผู้สูญหายถูกจับไปตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือกฎอัยการศึก แต่ญาติก็ไม่เคยได้พบผู้ถูกจับไปอีก เมื่อไปถามเจ้าหน้าที่จะได้รับคำตอบว่าปล่อยตัวกลับมาแล้ว

นายอิสมาแอ กล่าวถึง ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้คือ รัฐยังไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดได้ ทั้งที่บางกรณีญาติสามารถระบุตัวได้ว่าใครมารับตัวไป ในส่วนการดูแลเยียวยา ครอบครัวผู้สูญหายยังไม่ได้ถูกระบุในระเบียบของรัฐในการให้ความช่วยเหลือ ผลกระทบจึงมีหลายด้าน เช่น เรื่องทุนการศึกษาที่ไม่ได้รับ หรือบางครั้งเมื่อไปแจ้งความตำรวจก็ไม่รับแจ้งความ นอกจากนี้แม้แต่ผู้ทำงานประสานงานช่วยเหลือในพื้นที่เองก็ถูกถูกลอบยิง มีเสียชีวิตแล้ว 2 ราย เมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมา อีกปัญหาคือทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐยังคิดว่าครอบครัวผู้สูญหายเป็นครอบครัวโจร ทำให้ญาติสื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้

กรณีเช่นเรื่องศพนิรนามในสุสานจีน ในปี 2549 ที่สุสานจังหวัดปัตตานีแห่งเดียวพบศพนิรนาม 400 ศพ โดยยังไม่ถูกเปิดเผยว่าคือใคร เจ้าหน้าที่อาจจะบอกว่าเป็นคนต่างชาติมาทำงานประมงในพื้นที่ แต่หากเป็นเช่นนั้นก็ต้องตรวจสอบเพราะเขาก็มีญาติในต่างประเทศเช่นกัน ทำไมจึงไม่ทำให้เด่นชัดและไม่แน่ใจว่าคนหาย 29 คน ที่กำลังตามหาจะอยู่ในนี้ด้วยหรือไม่เพราะไม่มีการตรวจสอบ และถ้าไม่สามารถยุติการทำให้สูญหายได้ จะมีคนหายมากกว่านี้

นายเมธา มาสขาว ผู้ประสานงานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เป็นเวลา 1,430 วันที่ไม่เกิดอะไรขึ้นกับคดีของทนายสมชาย นีละไพจิตร เป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกับกลไกรัฐและการกระทำในนามรัฐที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างอำนาจนิยม อิทธิพลนิยม และกระบวนการยุติธรรมที่ใช้ระบบอภิสิทธิ์

มูลเหตุของการอุ้มทนายสมชาย พนักงานสอบสวนโยงว่าเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ ตั้งแต่การล่า 50,000 ชื่อเพื่อเลิกการใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ ส่วนเรื่องที่ทั้งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เห็นสอดคล้องกันว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการอุ้มหายมากที่สุดคือ การทำเรื่องร้องเรียนการทรมานผู้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเจไอ 5 คน ซึ่งในการอุ้มพบการกระทำที่ติดตามทนายสมชายอย่างเป็นกระบวนการตั้งแต่เช้าถึงเย็นจนกระทั่งหายตัวไป

องค์ประกอบสำคัญที่ศาลวินิจฉัยไปแล้วคือ มีคนอย่างน้อย 3 คนเกี่ยวข้อและมีการอุ้มจริง แต่กฎหมายยังไม่ครอบคลุมจึงพิพากษาความผิดได้เพียงคนเดียวคือ พ.ต.ท.เงิน ทองสุข จำคุก 3 ปี ในข้อหาขืนใจทำให้สูญเสียอิสรภาพ ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์

ในปี 2548 ดีเอสไอเริ่มรับเรื่องเข้าไว้ดำเนินการ แต่ผ่านมาเกือบ 3 ปี ในปัจจุบันยังไม่คำตอบ เมื่อหลังการรัฐประหารได้รื้อฟื้นคดีบางส่วน พ.อ.ปิยวัฒก์ เกตุกิ่ง โฆษกดีเอสไอกล่าวว่ามีการพิจารณาและคาดว่าจะออกหมายจับได้ 10 คน จะมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือน แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ในขณะที่ พ.ต.ต.ทินกร เกสรบัว สารวัตรสืบสวนสอบสวน เป็นพยานปากสำคัญที่ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.ชาญชัย สิขิตคันธศร สารวัตรกองปราบปรามได้เล่าให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ฟังว่าก่อนเกิดการอุ้มทนายสมชาย พ.ต.ท.ชาญชัย ได้พบกับกลุ่มบุคคลที่รู้จักกันที่หน้ากองปราบฯจึงได้ถามว่ามาทำอะไร กลุ่มบุคคลตอบว่า “จะไปอุ้มทนายโจร” เรื่องนี้บันทึกอยู่ในชั้นศาล และมีหมายเลขที่ผู้ต้องหาคดีอุ้มทนายสมชายทั้ง 5 คนใช้โทรศัพท์เชื่อมติดต่อกันตั้งแต่เช้าจนไปถึงที่สุดท้ายคือจังหวัดราชบุรีเวลา 1.00 น. และเปิดสัญญาณอีกที 4.00 น. ในพื้นที่เดียวกัน แต่สัญญาณโทรศัพท์เหล่านี้ไม่สามารถใช้ได้ในชั้นศาล ศาลจึงยกฟ้องจำเลย 4 คน

มกราคม ปี 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาให้ข่าวว่า ทราบว่าทนายสมชายเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่มีการสอบสวนเพิ่มเพื่อขยายผลทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องสอบสวนต่อการหายไปตามคำพิพากษาว่าหายไปไหน ต้องสอบสวนต่อไปที่ทั้ง พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ  แต่สังคมไทยมีเป็นปัญหาอยู่ที่ไม่สอบสวนนักการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาในกระบวนการยุติธรรมที่ต้องคลี่คลาย คือกฎหมายไทยถ้าไม่เห็นศพก็เอาผิดไม่ได้ซึ่งน่าจะต้องแก้ไข เช่นถ้าชัดเจนว่าเป็นการทำให้สูญหายก็น่าจะมีบทลงโทษที่ใกล้เคียงกัน คดีทนายสมชายจึงถือว่าเป็นปัญหาของรัฐไทย ในหลายประเทศผู้ต้องหาบริสุทธิ์ทั้งสิ้นถ้าไม่มีหลักฐาน แต่ไทยคือมีผู้ต้องหาแล้วจะมีหลักฐาน เป็นการสืบสวนจากผู้ต้องหาไปสู่หลักฐานทั้งสิ้น เป็นการทำให้คนสูญหายอย่างเป็นระบบ ที่กำกับโดยรัฐไทย และระบบอำนาจนิยม

สำหรับรัฐบาลใหม่เองอาจจะคาดหวังยาก เพราะมีนายกรัฐมนตรีที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องอยุติธรรมเนื่องจากคาดว่าเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยกับกรณี  6 ตุลาคม 2519 ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เป็นผู้มีอิทธิพล (ในปัญหาของรัฐไทย)

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่คาดหวังกับบุคคล แต่ขอเสนอให้ดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งรัดคดี ที่บอกว่าจะขยายผลจับเพิ่ม 10 คน ไปถึงไหนแล้ว และต้องไต่สวนผู้ให้สัมภาษณ์ทางสาธารณะ เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับสูญหาย เพราะจะเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้เมื่อใดมีการอุ้มหายแล้วต้องมีคนรับผิดชอบ

นายธนพลพล อนุพันธุ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย กล่าวถึงคดีที่จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า เป็นการหายตัวไปของชาวบ้าน กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดแรกของนโยบายสั่งปราบปรามยาเสพติดและผู้มีอิทธิพลตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเป็นจังหวัดนำร่องซึ่งประกาศชัยชนะยาเสพติดและผู้มีอิทธิพลหมดไปแล้ว

แต่ผลที่ตามมาคือมีคนหายและตายไปจำนวนมาก ที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเอเชียพยายามสืบเสาะว่าใครเอาไป หรือใครยิง และทำเรื่องขอข้อมูลส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สภ.อ.เมืองกาฬสินธุ์ ล่าสุดได้รับหนังสือตอบกลับมาด้วยการอ้างตาม ป.วิอาญา มาตรา 140 ว่า สืบสวนมา 1 ปีแล้ว ให้งดการสืบสวนและส่งสำนวนต่อไปอัยการ อัยการให้งดการสอบสวน ซึ่งหนังสือตอบกลับในคดีที่มีการตาย 18 ราย เหมือนกันหมดในลักษณะนี้ต่างกันเพียงการลงชื่อในวันเดือนปี

ส่วนกรณีคนหาย ยังไม่มีหนังสือตอบกลับว่าดำเนินการไปถึงไหน จากการที่คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะบอกว่า ตราบใดที่ไม่เจอศพก็ไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ แต่เมื่อไปคุยกับชาวบ้านจะบอกว่าถึงพบเจอเป็นศพถูกแขวนคอก็ไม่สามารถเอาผู้ทำผิดมลงโทษได้เช่นกัน ปัจจุบัน รายชื่อผู้ที่หายตัวไปที่จังหวัดกาฬสินธุ์มี 8 ราย

อุปสรรคในการติดตาม คือการทำงานของตำรวจล่าช้า พอเวลานานพยานหลักฐานก็หาย เมื่อหลักฐานหาย ตำรวจจะใช้ ป. วิอาญา 140 หรือกรณีที่รู้ตัวก็อ้างว่าขาดพยานหลักฐาน กรณีมีพยานหลักฐานจะอ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอจึงไม่สามารถเอาใครมาลงโทษได้ กรณีมีหลักฐานเพียงพอก็อ้างว่าผู้ใหญ่ยังไม่สั่งให้ดำเนินการก็ไม่สามารถเอาผิดได้

นางกรองกาญจน์ สืบสายหาญ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาคม 2535 กล่าวว่า ญาติของผู้สูญหายเป็นผู้เจ็บปวด จึงได้ทำข้อมูลต่อเนื่องในกรณีคนหายจากเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 มา 16 ปีแล้ว ข้อมูลที่ไปขอจากหน่วยรัฐจะไม่ได้มาง่าย ต้องร่วมกับองค์กรภาคเอกชนเท่านั้นจึงได้มา ปัจจุบันมีญาติผู้สูญหายในเหตุการณ์ พฤษภาคม 2535 ทุกภาค รัฐยอมรับว่ามีคนหายเพียง 38 คน แต่มีข้อมูลคนหายในกระทรวงมหาดไทย 300 กว่าคนและกระทรวงยังไม่ทำอะไรเลย

ในส่วน 38 คนนั้น เป็นเพราะบังเอิญมีภาพถ่ายและมีพยานของคนที่มาร่วมในเหตุการณ์ ตำรวจเองไม่ได้ติดตามจริง ทำอย่างไรให้กระบวนการตรงนี้ให้จริงจังต่อเนื่อง เพราะญาติผู้สูญหายเพียงต้องการตามคนกลับมาเท่านั้นไม่ว่าเป็นหรือตาย เนื่องจากต้องการทำบุญให้ เป็นเรื่องจิตใจ จะสมานฉันท์กันได้ต้องกล้าพูดความจริง

“อยากให้คนไทยในสังคมให้ความสำคัญเรื่องผู้สูญหาย เมื่อปี 2544 พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งคณะกรรมการเกี่ยวกับผู้สูญหาย แต่ตั้งแล้วไม่ให้อำนาจ แค่ตั้งเพื่อซื้อเวลาเท่านั้น ไม่ติดตามจริง คือให้แล้วแต่อย่าเรียกร้อง จะมีการต่อรองทุกครั้ง” นางกรองกาญจน์ กล่าว

ข่าว : ประชาไท





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



[ Add to my favorite ] [ X ]