• ครส.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hrdth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-30
  • จำนวนเรื่อง : 132
  • จำนวนผู้ชม : 168380
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
Human Rights in Thailand
สิทธิมนุษยชน คือจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/humanrights
วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม 2552
Posted by ครส. , ผู้อ่าน : 1260 , 13:01:04 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันนี้ 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล องค์กรสิทธิมนุษยชน โดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ได้เข้าพบประชุมและยื่นหนังสือนายกรัฐมนตรี ประมาณ 1 ชั่วโมงที่ตึกไทยคู่ฟ้า นำโดย นายสมชาย หอมลออ ประธาน ครส. นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครส. นางอังคณา นีละไพจิตร พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน นายโคทม อารียา นางสาวกชวรรณ ชัยบุตร นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ คณะทำงานไทยเพื่อจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน นางสมศรี หาญอนันทสุข เครือข่ายสังเกตุการณ์เลือกตั้งเอเชีย (Anfrel) และญาติผู้เสียหายจากเจ้าหน้าที่รัฐอุ้มและทรมาน คือนางพิกุล พหรมจันทร์ และนายประเสริฐ เหล่าโสภาพันธ์

โดยมีนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน สัตยาวัฒนา นายไกรศักดิ์ ชุนหะวัณ นางผุสดี ตามไท ดร.รัชดา ธนาดิเรก นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิทและคณะร่วมรับฟัง รายละเอียดตามจดหมายยื่นนายกรัฐมนตรี ที่แนบมาด้วยนี้ ยื่นและเสนอโดยนายสมชาย หอมลออ

ที่ 1/2552

                                                                        19 มกราคม 2551

เรื่อง ข้อเสนอทางนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนต่อรัฐบาล

กราบเรียน ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

             

            คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) และเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ขอแสดงความยินดีต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพวกเราตระหนักดีถึงภาระกิจอันหนักหน่วงของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในการแก้ไขวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่ประเทศชาติและประชาชนกำลังเผชิญอยู่  โดยขอสนับสนุนแนวทางและนโยบายของ ฯพณฯ ที่จะเร่งแก้ปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนมีเสรีภาพปลอดพ้นจากความอดอยากแร้นแค้น  ที่จะแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยการจัดตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมาดูแลและส่งเสริมบทบาทของพลเรือน  ที่จะลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยยึดมั่นแนวทางประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในการแก้ปัญหา

            เพื่อที่จะสนับสนุนให้รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมและประชาชน  องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่มีรายนามข้างท้ายนี้ จึงใคร่ขอเสนอต่อรัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทั้งในฐานะผู้นำของประเทศ และในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานสมาคมอาเซียน อันสมควรจะมีบทบาทผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนและความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน ให้เกิดความต่างจากยุคสมัยของรัฐบาลที่ผ่านมา  เพื่อปฏิรูปสังคมและการเมืองไทยให้พัฒนาไปสู่สังคม-ประชาธิปไตย (Social-Democracy) ที่มีบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชน กระบวนการยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของพลเมือง คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) และเครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชน มีข้อเสนอดังต่อไปนี้           

 ด้านปัญหาสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรม

            1.รัฐบาลจะต้องคลี่คลายและเยียวยาปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งถูกเลือกปฏิบัติจากผู้มีอำนาจ เพื่อให้มีการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมโดยยึดหลักนิติธรรม ไม่ว่าจะเป็นกรณีการฆ่าตัดตอนในสงครามปราบปรามยาเสพติด นโยบายอำนาจนิยมและการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและความสมานฉันท์ รวมถึงการเร่งคลี่คลายคดีการคุกคามนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defenders) ที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีการอุ้มหายทนายสมชาย นีละไพจิตร การลอบสังหารนายเจริญ วัดอักษร พระสุพจน์ สุวโจ จากความล่าช้าของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และความรุนแรงในพื้นที่เสี่ยงจากความขัดแย้งในสงครามการแย่งชิงทรัพยากรระหว่างกลุ่มทุนผู้อิทธิพลกับชุมชนในพื้นที่อื่นๆ โดยรัฐบาลจะต้องมีนโยบายในการปกป้องคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดทำ บัญชีขาว (White List)  เพื่อให้ความช่วยเหลือและปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงภัย เพื่อให้ไม่ซ้ำรอยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในอดีตซึ่งมีการคุกคาม ข่มขู่และลอบสังหารอย่างแพร่หลาย

            2.รัฐบาลจะต้องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดให้มีองค์กรและการบริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดชายแดนภาคใต้รูปแบบพิเศษ เพื่อให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์ของพี่น้องในพื้นที่ดังกล่าว เช่นมีสภาประชาชน  ที่ประกอบด้วยกลุ่มพลังมวลชนทุกกลุ่ม ทำงานคู่ขนานไปด้วย โดยที่นายกรัฐมนตรีควรมากำกับดูแลการแก้ปัญหาเองภายใต้นโยบาย “พลเรือนนำทหาร”  ไม่ควรให้ทหารเป็นผู้มีอำนาจเต็มในการแก้ไขปัญหาเพียงส่วนเดียวดังที่ผ่านมา เพราะในนโยบายการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบนั้น  มีผู้ที่อยู่ในบัญชีดำถูกฆาตกรรมด้วยการฆ่ารายวันจำนวนหนึ่งเป็นเหตุวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ (คดีชันสูตรไต่สวนการตาย) ซึ่งเป็นการฆ่าตามคำสั่งโดยกลุ่มหรือหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ (Death Squad)  โดยไร้การตัดสินตามกระบวนการยุติธรรม และนำมาสู่การอุ้ม ฆ่า ทรมานตามที่ปรากฎอยู่  รัฐบาลควรจัดตั้ง "คณะกรรมการอิสระเพื่อการตรวจสอบ ศึกษา วิเคราะห์ การกำหนดนโยบายการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียงและทรัพย์สินของประชาชน"  เช่นเดียวกับคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายการปราบปราบยาเสพติดให้โทษไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สิน ของประชาชน (คตน.) ที่ศึกษานโยบายการปราบปรามยาเสพติด   เพื่อเป็นแนวทางที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศที่เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมจะเป็นบันไดก้าวไปสู่สันติสุขในภาคใต้ได้อย่างแท้จริง รวมทั้งการผลักดันให้มีการตรวจสอบการดำเนินการของกองทัพได้อย่างโปร่งใสในอนาคต

            3.รัฐบาลจะต้องปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เพื่อลดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการซ้อม-ทรมาน การฆ่านอกระบบกฎหมาย และการอุ้มหาย เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถมีบทบาทในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะต้องทบทวนการให้อำนาจสอบสวน-สืบสวนแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่มีการคานอำนาจอย่างเหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องมีการปฏิรูปตำรวจอย่างเร่งด่วน รวมถึงการแก้ไขกฎหมายที่ล้าหลังและขัดหลักสิทธิมนุษยชนสากล เช่น พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การปรับปรุง พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และถอนร่างกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง เช่น ร่างกฏหมายเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ  และร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

            4.ขอให้รัฐบาลในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานสมาคมอาเซียน และเลขาธิการอาเซียนก็เป็นผู้นำของพรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลจะต้องให้ประเทศไทยมีบทบาทผู้นำด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างการยอมรับของประชาคมโลกกลับคืนมา โดยรัฐบาลจะต้องให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ โดยเฉพาะ ธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)  ที่รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ได้ไปลงนามไว้แล้ว และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการถูกบังคับให้บุคคลสูญหาย และดำเนินการแก้ไขกฎหมายให้สอดรับกับมาตรฐานระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อมิให้มีการใช้ข้อหาดังกล่าวกลั่นแกล้งศัตรูทางการเมืองหรือ จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน  ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย รวมถึงในด้านสิทธิแรงงาน รัฐบาลต้องให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ  ฉบับที่ 87 และ 98 โดยเร่งด่วน

            นอกจากนั้น ประเทศไทยจะต้องมีบทบาทนำในการสร้างสรรประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในอาเซียน เช่น การจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่มีอำนาจในการตรวจสอบและเสนอแนะประเทศสมาชิก การเดินไปสู่หนทางประชาธิปไตยของประเทศพม่า รวมทั้งประเทศไทยจะต้องดูแลเอาใจใส่และเคารพซึ่งสิทธิมนุษยชนของประชาชนอาเซียน โดยเฉพาะที่อยู่ในประเทศไทยด้วย การผลักดันให้ชาวโรฮิงยาที่หนีการกดขี่จากประเทศพม่าออกไปในท้องทะเลหลวงให้เผชิญกับความตายดังที่เป็นข่าวอยู่นั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก รวมทั้งจะต้องแสดงความเอื้ออาทรและเคารพสิทธิมนุษยชนของแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนนับล้านคนที่มีส่วนสร้างสรรเศรษฐกิจของชาติอย่างสำคัญด้วย

 ด้านปัญหาประชาธิปไตย การปฏิรูปสังคม การเมืองและรัฐธรรมนูญ

            1.รัฐบาลจะต้องผลักดันการปฏิรูปการเมืองและสังคมใหม่โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในรูปของ “สภาปฏิรูปสังคมและการเมืองแห่งชาติ” หรือ “คณะกรรมการปฏิรูปสังคมและการเมืองแห่งชาติ” จากการมีส่วนร่วมของสังคมทุกภาคส่วน รวมถึงจากส่วนที่มีความขัดแย้งทางสังคมร่วมด้วย เพื่อนำไปสู่การสังคมการเมืองใหม่และการปฏิรูปรัฐธรรมนูญในส่วนที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในอนาคต เพื่อไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์แก่กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ อันจะเป็นการลดความขัดแย้งลงในระยะยาว

            2.รัฐบาลจะต้องปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เพื่อลดการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถมีบทบาทในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ  รวมถึงกฎหมายที่ล้าหลังและขัดหลักสิทธิมนุษยชนสากล

            3.รัฐบาลจะต้องตั้ง “คณะกรรมการอิสระ” ระดับชาติที่ได้รับการยอมรับจากสาธารณะ เพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดยยึดหลักนิติธรรมและความสมานฉันท์อย่างเคร่งครัด ให้มีการดำเนินการสอบสวนลงโทษผู้กระทำผิดที่ก่อความรุนแรงอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงที่มาจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลกลุ่มใดก็ตาม เพื่อสร้างหลักประกันให้สังคมต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพลเมืองในอนาคต โดยเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรงทีเกี่ยวข้องกับการชุมนุมมวลชนที่ผ่านมา  ทั้งจะต้องลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เลือกปฏิบัติ และยอมตนป็นเครื่องมือทางการเมืองของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล ทั้งทางวินัยและอาญา เพื่อสร้างบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

ข้อเสนอต่อปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคมและความยากจน

            1.รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหาความยากจนโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ ช่องว่างคนรวยและคนจน คนในชนบทและคนในเมือง สูงติดอันดับโลก โดยใช้นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชนบท การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม ปฏิรูประบบภาษี โดยให้มีการเก็บภาษีทรัพย์สิน-ภาษีมรดกอัตราก้าวหน้า เพื่อสร้างสังคม-ประชาธิปไตย (Social-Democracy) และสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง

            2.รัฐบาลจะต้องมีนโยบายรัฐสวัสดิการ ผลักดันให้เกิดการประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีประสิทธิภาพ ไม่เลือก ปฏิบัติ การประกันการว่างงานและสนับสนุนการศึกษาเป็นบริการสาธารณะที่รัฐจัดหาให้ โดยเน้นการกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นธรรม สนับสนุนการพัฒนาการศึกษาภาคพลเมือง (Civic Education)

            3.รัฐบาลจะต้องมีนโยบายปฏิรูปที่ดิน จำกัดการถือครองที่ดิน และกระจายสู่เกษตรกรที่ไร้ปัจจัยในการผลิต  รวมถึงส่งเสริมระบบสหกรณ์โรงสีที่ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของ เพื่อป้องกันการค้ากำไรของพ่อค้าคนกลางแบบเก่าดังที่ผ่านมา

            4. รัฐบาลจะต้องรับรองสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติและครอบครัว ให้สอดคล้องกับหลักสากลและ ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิแรงงานข้ามชาติ ขจัดอุปสรรคในการที่แรงงานข้ามชาติจะเข้าถึงสิทธิต่างๆ และการปฏิบัติหน้าที่ การเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย เช่น การเสียภาษี การเข้าถึงกองทุนเงินทดแทนเมื่อต้องเจ็บป่วย บาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตจากการทำงาน เป็นต้น

            5.รัฐบาลจะต้องปฏิรูปกระทรวงแรงงาน เพื่อทำให้กระทรวงแรงงานให้เป็นกระทรวงเพื่อผู้ใช้แรงงานอย่าง แท้จริง เพราะรัฐบาลมีกระทรวงที่ดูแลผลประโยชน์ให้ฝ่ายกลุ่มทุนมากมายหลายกระทรวงและทำหน้าที่ให้กับฝ่ายทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น แต่คนงานซึ่งมีมากถึง 36.5 ล้านคน กลับไม่มีกระทรวงที่ดูแลประโยชน์ให้พวกเขาอย่างจริงจัง ดังนั้น รัฐบาลจะต้องปฏิรูปกระทรวงแรงงานเพื่อสนับสนุนสิทธิของแรงงาน ส่งเสริมสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองของผู้ใช้แรงงานอย่างจริงจัง เพราะในสังคม-ประชาธิปไตย คนงานถือเป็นหุ้นส่วนกับผู้ประกอบการที่เรียกว่า Social Partnership หากแรงงานไม่สามารถรวมตัวกันได้คนงานก็จะมีสภาพเหมือนทาสในเรือนเบี้ยที่ถูกกำหนดโดยนายทาสเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้แรงงานถูกเอารัดเอาเปรียบท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน

            6.รัฐบาลจะต้องทบทวนข้อตกลงทางการค้าแบบทวิภาคี หรือ FTA ระหว่างประเทศที่ไม่ผ่านกระบวนการรัฐสภา หรือที่ประเทศไทยเสียประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าวเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง

            จึงกราบเรียนมาเพื่อพิจารณา

                                                                       ขอแสดงความนับถือ อย่างยิ่ง

                                                                          (นายสมชาย  หอมลออ)

                                                       ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.)

                                                          เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

                                                                       

(นางอังคณา นีละไพจิตร)                                       

ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ                  

                        (นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์)                                 (นายเมธา มาสขาว)

                    คณะทำงานกลไกไทยเพื่อจัดตั้งกลไก                               เลขาธิการ

                              สิทธิมนุษยชนอาเซียน      คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.)

                     

                 (พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ)                                  (สมศรี หาญอนันทสุข)

         ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์     ผู้อำนวยการเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี(ANFREL)

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]