• ครส.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hrdth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-30
  • จำนวนเรื่อง : 132
  • จำนวนผู้ชม : 168243
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
Human Rights in Thailand
สิทธิมนุษยชน คือจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/humanrights
วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ครส. , ผู้อ่าน : 4875 , 09:46:46 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


หมายเหตุ: เมื่อวันที่ 9 ก.พ. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน – คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ และศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์เรื่องนโยบายการแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และคดีอุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตร และแสดงความห่วงใยกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารบุกค้นสำนักงานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ แนะรัฐทบทวนกฎอัยการศึก

แถลงการณ์

เรื่องนโยบายการแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

และคดีอุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตร

สืบเนื่องจากการบุกค้นสำนักงานของนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนที่จังหวัดปัตตานี โดยเจ้าหน้าที่สนธิกำลังตำรวจ-ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีประมาณ 20 นาย นำโดย พันโทประเวศ สุทธิประภา ได้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก นำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ เลขที่ 22/186 ถ.หนองจิก ต.รูสะมิแล อ.เมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อเช้ามืดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเอกสารและข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของสำนักงาน ปฏิบัติการครั้งนี้มาจากทัศนคติในแง่ลบต่อนักสิทธิมนุษยชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งจัดกิจกรรมให้ความรู้ในการเข้าถึงกระบวนการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้อำนาจนอกระบบกระบวนการยุติธรรม อันเป็นสาเหตุสำคัญที่เกิดปฏิปักษ์ด้านความมั่นคงของรัฐกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งนำมาสู่สถานการณ์ความไม่สงบตลอดมา และจากฐานข้อมูลของ กอ.รมน. ภาค 4 ที่มีรายงานออกมาว่า ขณะนี้มีนักสิทธิมนุษยชนและนักศึกษาได้ทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูลกับชาวบ้านโดยตรง แต่อาจมีผู้ก่อความไม่สงบปลอมตัวเป็นนักสิทธิมนุษยชนเพื่อยุยงและบิดเบือนข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) และองค์กรตามรายนามท้ายนี้ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง ปฏิบัติการดังกล่าวนอกจากถือเป็นการพยายามข่มขู่คุกคามการทำงานของนักสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังสะท้อนว่ากองทัพละเลยและละทิ้งประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่จะต้องปฏิบัติด้วยความใส่ใจในการทำงานแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่เป็นบันไดสำคัญในการคลี่คลายความขัดแย้ง ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนเคยคาดหวังว่ากองทัพจะสามารถทำงานร่วมกันกับภาคประชาสังคมและหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวได้ แต่เหตุการณ์นี้กลับตอกย้ำว่า กองทัพมีทัศนะคติในการแก้ปัญหาด้วยความคิดอำนาจนิยมและการใช้ความรุนแรง ไม่ต้องการให้มีทางออกของปัญหาด้วยสันติวิธีและวิถีแห่งสันติภาพ ดังที่ไม่สนใจการผลักกันให้เกิดมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังที่หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนพยายามผลักดันอยู่

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) และองค์กรตามรายนามท้ายนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องประกาศความชัดเจนในเรื่องนี้ทั้งในทางนโยบายและแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ที่จะต้องหยุดใช้นโยบายอำนาจนิยมและมองสิทธิมนุษยชนเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหา ซึ่งจะนำมาซึ่งการใช้อำนาจโดยมิชอบของกองทัพและเจ้าหน้าที่รัฐ ดังกรณีที่เกิดการอุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตรหายสาบสูญกลางเมืองหลวง เนื่องเพราะเป็นทนายความให้ผู้ต้องหาที่ถูกซ้อมทรมาน และนโยบายที่เน้นอำนาจนิยมเหล่านี้ ประจักษ์ชัดตลอด 5 ปีที่ผ่านมาว่า มีการอุ้มหายและซ้อมทรมานผู้ต้องหาจำนวนมากในพื้นที่โดยคนเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมตามครรลองได้ และหากรัฐบาลไม่หยุดเรื่องนี้ เพื่อคืนความยุติธรรมต่อชาวบ้านในพื้นที่และเปิดเผยความจริงคืนสู่สังคมดังที่นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจกระทำอยู่ กรณีดังกล่าวจะมีอีกตามมามากมาย

ดังนั้น รัฐบาลจะต้องทบทวนการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยขาดการประเมินความเสียหายจากทุกฝ่าย เนื่องเพราะกฎอัยการศึกคือการปฏิบัติการซึ่งสงครามเท่านั้นและตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) การประกาศกฎอัยการศึก เป็นเรื่องต้องห้ามในภาวะที่ไม่เกิดสงคราม และจะต้องแจ้งให้เลขาธิการสหประชาชาติทราบเสมอ แต่ประเทศไทยละเลยเรื่องนี้ตลอดมาจนฐานะด้านสิทธิมนุษยชนไทยตกต่ำลงอย่างมาก อันเนื่องมาจากผลประโยชน์ทับซ้อนของกองทัพในการใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าว ตามที่ยังเป็นที่ครหาว่า กองทัพได้ใช้งบประมาณมหาศาลรวมทั้งงบลับในพื้นที่ที่ไม่สามารถตรวจสอบอย่างโปร่งใสได้ และการที่กองทัพใช้อำนาจตามกฎหมายนี้อย่างเต็มที่ไม่ว่าเพื่อประโยชน์การใดก็จะไม่ต่างอะไรจากกรณีในสงครามอิรัก ที่ซึ่งนำมาสู่การสรุปบทเรียนความล้มเหลวในปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามา ได้สรุปความล้มเหลวและทบทวนปฏิบัติการสงครามเหล่านั้นแล้ว ซึ่งเราหวังว่ารัฐบาลที่ได้ฉายาคล้ายกันว่า “โอบามาร์ค” จะสรุปบทเรียนและทบทวนเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน ตามที่มีนโยบายการออกกฎหมายใหม่ เพื่อให้พลเรือนนำทหาร และแก้ปัญหาโดยสันตวิธีที่ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

กระทั่งวันนี้ เราคงต้องสรุปว่า ปฏิบัติการทางทหารของกองทัพ ซึ่งมีทหารของเราเสียชีวิตไปมากมายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้มเหลวในการแก้ปัญหาอย่างสิ้นเชิง และจำเป็นต้องมีการประเมินและตรวจสอบการปฏิบัติการและการใช้อำนาจ รวมถึงงบประมาณที่เกินความจำเป็นและหรือนอกระบบจำนวนหลายหมื่นล้านที่ผ่านมาอย่างจริงจังและโปร่งใส เพื่อยุติปัญหาความไม่สงบในพื้นที่โดยยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อยุติการนำพลเมืองมารบกันเองตามนโยบาย “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ของฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลและกองทัพที่ผ่านมา

สิทธิมนุษยชน เป็นจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ

9 กุมภาพันธ์ 2552  

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.)

คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ

ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย(YPD)

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]