• ครส.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hrdth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-30
  • จำนวนเรื่อง : 132
  • จำนวนผู้ชม : 168252
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
Human Rights in Thailand
สิทธิมนุษยชน คือจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/humanrights
วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2552
Posted by ครส. , ผู้อ่าน : 1357 , 14:36:55 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

28 เม.. 52 – คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ออกแถลงการณ์  “5 ปี กรือเซะ กับกระบวนการยุติธรรมไทย” ระบุให้อัยการสูงสุด ทบทวนคำสั่งพิจารณาไม่ฟ้องคดีกรณีดังกล่าวเพื่อดำรงความยุติธรรมทางสังคมโดยให้ กระบวนการยุติธรรม

แถลงการณ์
5 ปี กรือเซะ กับกระบวนการยุติธรรมไทย

จากกรณีเหตุการณ์นองเลือดที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 โดยการปะทะกันด้วยกำลังอาวุธ ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งประกอบด้วยกำลังตำรวจและทหาร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในมัสยิดจำนวน 32 คน ท่ามกลางข้อครหาว่ามีการใช้กำลังทหารเข้าปฏิบัติการล้อมปราบเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรุนแรงโดยการสังหารผู้ที่อยู่ในมิสยิดทั้งหมด โดยไม่ใช้กระบวนการเจรจา แม้ฝ่ายเจ้าหน้าที่จะอ้างว่าจำเป็นต้องใช้อาวุธเพื่อปกป้องชีวิตตนเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ก็ตาม แต่เมื่อคำนึงถึงที่ตั้งของมัสยิดกรือเซะซึ่งตั้งอยู่อย่างเป็นเอกเทศ ไม่ได้อยู่กลางแหล่งชุมชนและจำนวนประชาชนก็ไม่ได้มีจำนวนมากตามที่มีการกล่าวอ้าง การใช้วิธีปิดล้อมและตรึงกำลังไว้รอบมัสยิดควบคู่ไปกับการเจรจาและเกลี้ยกล่อมโดยสันติวิธี อาจทำให้ผู้ก่อความไม่สงบยอมจำนนได้ในที่สุด และน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อันจะช่วยให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลเรื่องวัตถุประสงค์ของการดำเนินการครั้งนี้รวมทั้งผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การประเมินสถานการณ์และป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การยุติเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะด้วยสันติวิธีจึงมีความเหมาะสมกว่าที่จะใช้วิธีรุนแรงและอาวุธหนักเพื่อยุติเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ยังมีข้อเท็จจริงตามรายงานของ “คณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ”  ระบุว่า พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในขณะนั้น ได้สั่งการให้มีการปิดล้อมมัสยิดไว้และสั่งไม่ให้ยิงผู้ที่อยู่ในมัสยิด แต่ให้นำอาหารและน้ำดื่มไปให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดเพื่อจะได้ยอมมอบตัวต่อไป  แต่ พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และ พันเอกมนัส  คงแป้น ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ จังหวัดปัตตานี ในขณะนั้น ได้พยายามรายงานว่า มีความจำเป็นที่จักต้องใช้กำลังทหารเข้าปฏิบัติการ เพราะได้ตรวจสอบกับรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แล้วว่า ไม่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่ในมัสยิด ซึ่งอาจจะเป็นมูลฐานของการปฏิบัติการจนเกิดการสังหารหมู่ผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดกรือเซะดังกล่าว

จนถึงปัจจุบันนี้ การเสียชีวิตของประชาชน 32 คนที่มัสยิดกรือเซะ ยังคงไม่ได้รับคำตอบถึงผู้ที่จะต้องรับผิดชอบจากรัฐบาล แม้จะผ่านมาแล้วถึง 5 ปีแล้วก็ตาม คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ซึ่งได้ติดตามความคืบหน้าในการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนในเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด จึงมีข้อเสนอต่อเรื่องดังกล่าว ดังนี้

1. ขอให้อัยการสูงสุด ทบทวนคำสั่งพิจารณาไม่ฟ้องคดีกรณีดังกล่าว และแจ้งเหตุผลต่อสาธารณะ เนื่องเพราะคำสั่งของศาลจังหวัดปัตตานี ระบุถึงสาเหตุแห่งการตายและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าในเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน อันน่าจะยกประโยชน์ให้สังคมโดยให้มีการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามหลักกฎหมายว่า เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุอันควรหรือไม่ เพื่อดำรงความยุติธรรมทางสังคมโดยให้ “กระบวนการยุติธรรม” เป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และเยียวยาจิตใจญาติมิตรผู้เสียชีวิตในมัสยิดกรือเซะต่อไป

2. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจักต้องดำเนินการให้ “กระบวนการยุติธรรม” เป็นเครื่องมือของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และเป็นที่พึ่งสำคัญที่ประชาชนต้องเข้าถึงได้เมื่อรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือรู้สึกถูกกลั่นแกล้งคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐก็ตาม เพราะพื้นฐานปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่ก่อให้เกิดการขยายตัวของความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  และเป็นโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่  ดังนั้น กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือดำเนินการนอกกฎหมาย จะต้องมีการดำเนินการโดยไม่เลือกปฏิบัติทั้งทางวินัยและทางอาญา เช่น การซ้อมทรมาน การอุ้มหาย เป็นต้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) เห็นว่า หากอัยการสูงสุดมีความเห็นให้ฟ้องร้องในคดีกรือเซะเพื่อพิสูจน์ความเป็นธรรมตามกระบวนการกฎหมาย จะเป็นการพิทักษ์ความยุติธรรมและเยียวยาจิตใจประชาชนในพื้นที่ได้ และเกิดมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจเกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศไทยต่อไป

3.  คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) เห็นว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องใช้ “การเมืองนำการทหาร” ไม่ปล่อยให้กองทัพยึดกุมอำนาจและแนวทางแก้ไขปัญหาเหนือรัฐบาลพลเรือน เพราะนโยบายการใช้กำลังทางอาวุธด้วยความรุนแรงไม่ใช่ทางออกในการบรรลุสันติภาพ ซึ่งหยั่งรากฝังลึกในความคิดของฝ่ายความมั่นคงไทยมาโดยตลอด อันเป็นเหตุให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนมากมาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการทบทวนการใช้ยุทธการทหารในพื้นที่ โดยมีการปฏิรูปกองทัพและปฏิบัติการณ์ที่ใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหากับมวลชนโดยเร่งด่วน โดนให้ฝ่ายทหารและกองทัพอยู่ภายใต้อำนาจสั่งการทางนโยบายของฝ่ายพลเรือนและเป็นผู้นำการแก้ปัญหา เพื่อหยุดความรุนแรงทางสังคมและยุติความขัดแย้งทางอาวุธในระยะยาวต่อไป

28 เมษายน 2552

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]