• ครส.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hrdth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-30
  • จำนวนเรื่อง : 132
  • จำนวนผู้ชม : 168901
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
Human Rights in Thailand
สิทธิมนุษยชน คือจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/humanrights
วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2552
Posted by ครส. , ผู้อ่าน : 1328 , 13:18:21 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Seminar Summary The 4th Anniversary of Phra Supoj Suwajo Murder

:A Test Case of the Thai Justice System and Society

17 June 2009 at 14 October Foundation

Host

- Phra Supoj Friends Network

- Metta Dhamma Foundation

- Campaign Committee for Human Rights (CCHR) 

Panelists

- Sunee Chairos, Member of the National Human Rights Commission
- Niran Pitak-watchara, Member of the National Human Rights Commission
- Piyawat Kingket, Head of DSI's special criminal cases division
- Phikul Phromjan, Relative of the victim of the crime of hanging case in Karasin Province
- Sangchai Ratanaseriwong, Human Rights Lawyer
- Metha Matkhao, Secretary General, Campaign Committee for Human Rights
    (
CCHR)
 

 

            The murder of Phra (monk) Supoj is an exemplary case to show the ineffectiveness of the Thai system of justice.  It is the case among many cases which bare witness that the Thai system of justice is not able to prosecute the murderer.  Previous case of violation of human rights intoxicating the killing of attorney Somchai Neerapaijit, Khun Kiattisak Thitbunkhrong the victim of the crime of hanging case, which continuously occurs in Karasin, and forced disappearance of Khun Kamol Laosopapun at Konkaen police station, had no signs of positive movements and progresses.  There are no signs of closing even single case as the arresting of even single murderer has not been found.  Department of Special Investigation (DSI) takes three of these cases; which are, attorney Somchai Neerapaijit, Khun Kiattisak Thitbunkhrong, and Phra Supoj Suwajo as special criminal cases, all are in the processes of collecting all evidences in order to seize and tie the murderer.

            There are 5 major suggestions coming out from the key participants and expertise:

1.                  The fraudulent and non-transparent of Thai system of justice – the Thai system of justice fails to realize the huge amount degree of conflict of interest between the capital and the people, which often mandates the conflict over land and natural resources. Thai government needs to improve the system of justice as soon as possible.

2.                  Thai social system shows no sign of corresponding well with the principal of justice in which the influential people victimizes the helpless people – the problems though arisen from the local area, it still reflects the tremendous degree of politics situated at the macro level.  Local people somehow need to strive for their livings against the prevalence of mafia interests.

3.                  Huge setbacks concerning on the preventive measure in defense of the rights of the human rights activists and the guardian of the witnesses – the principal of human rights is very low perceptive in the public recognition as the dignity and living are underestimated by the state officials themselves, exposing the lapse of the rule of law as well as the negative power of the government.     

4.                  According to several cases relevant to the violation of human rights, Thai government is likely to be a huge troublesome; as the law is likely to be an empty content, so as to the government does not constrict much to its enforcement. Furthermore, insofar as the vest interest, interrelating capitalist, government, and people, is incessantly available, it is a huge obstacle to enforce the law to come up with the principal of the rule of law.

5.                  The solidarity of civil society is a compulsory for the collective movement to transform the old state ideology, which is entrenched in the conflict with the principal of justice.  Human rights are condemned to the lives of the disadvantages people.  Therefore civil society enthralls number of people with the sole objective to trespass the old system of justice.  Justice would come true unless the people make it to manifest.  

           

ทำบุญครบ 4 ปี คดีฆ่าพระสุพจน์ยังไม่คืบ ญาติมิตรหวังสู้สรุปบทเรียนกันเหตุซ้ำรอย

สืบเนื่องจากเหตุการณ์คนร้ายสังหารพระสุพจน์ สุวโจ พระนักกิจกรรมในกลุ่มเสขิยธรรม กลุ่มพุทธทาสศึกษา และประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ สถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม พื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ใน ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2548 ซึ่งมีผู้พบพระสุพจน์เสียชีวิตบริเวณพงหญ้าริมทางเดิน ในเขตสถานปฏิบัติธรรม เบื้องต้นพบว่าพระสุพจน์ถูกทำร้ายด้วยของมีคมไม่ทราบชนิดและขนาด จากคนร้ายไม่ทราบจำนวน มีบาดแผลฉกรรจ์กว่า 20 แผล ทั้งที่ศีรษะ ใบหน้า ลำคอ มือ แขน และลำตัว กระทั่งถึงแก่มรณภาพ ถึงปัจจุบันเวลาผ่านไป 4 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถนำคนร้ายมาดำเนินคดีได้

วานนี้ (17 มิ.ย.52) เครือข่ายกัลยาณมิตรพระสุพจน์ฯ ร่วมกับคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอัฐิและกิจกรรมครบรอบ 4 ปี การสังหารพระสุพจน์ สุวโจ ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.30 น. โดยกิจกรรมในช่วงเช้ามีการทำพิธีบำเพ็ญกุศลอัฐิ ถวายผ้าบังสุกุล และถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ 20 รูป

ช่วงบ่าย พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ได้กล่าวในหัวข้อ “สรุปความไม่คืบหน้าคดีสังหาร” ว่า ถึงบัดนี้ผู้ที่ทำร้ายพระสุพจน์จนถึงแก่มรณภาพยังไม่ถูกจับกุม ไม่มีการดำเนินคดี ไม่สามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่ต้องพูดถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง กล่าวอย่างตรงไปตรงมาทั้งญาติและผู้เกี่ยวข้องที่เคยร่วมงานกับพระสุพจน์ ถึงวันนี้ทุกฝ่ายไม่ได้คาดหวังที่จะให้ตัวผู้บงการถูกนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และไม่ได้คาดหวังให้กระบวนการยุติธรรมในสังคมจะช่วยอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้น

สิ่งที่พยายามทำอยู่ในขณะนี้และในอนาคต คือ ความพยายามที่จะสรุปบทเรียน จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อที่สังคมจะได้องค์ความรู้เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นเดียวกันกับคดีของพระสุพจน์เกิดขึ้น ที่ผ่านมาคณะญาติ ผู้เกี่ยวข้องและผู้ที่ศรัทธาในผลงานของพระสุพจน์รวบรวมเงินได้ราว 250,000 บาท ขณะนี้กำลังเตรียมการที่จะตั้ง “มูลนิธิพระสุพจน์ สุวโจ” ขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมข้อบังคับวิธีปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายช่วยพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรที่ตั้งขึ้นใหม่สามารถรองรับการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน การประยุกต์ใช้ศาสนธรรมกับการแก้ปัญหาสังคมเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของพระสุพจน์ต่อไป

ส่วนการกระตุ้นให้ผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือว่ารัฐบาล ให้เหลียวมองมายังเรื่องนี้ เพราะนอกเหนือจากคดีพระสุพจน์ คดีทนายสมชาย นีละไพจิตร คดีเจริญ วัดอักษร ยังมีคดีด้านมนุษยชนอีกมากมาย มีความสูญเสียอีกหลายต่อหลายราย ซึ่งต้องการบรรทัดฐานที่ชัดเจนว่าเมื่อเกิดความสูญเสียต่อบุคคลที่ทำประโยชน์ต่อสาธารณะ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรวางบทบาท ท่าที หรือมีวิธีปฏิบัติอย่างไร เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
 
“เราคงจะต้องสรุปบทเรียนกันบ้างว่าจะต้องเกิดความสูญเสียอย่างนี้อีกเท่าไร แค่ไหน เราจึงจะสามารถทำให้สังคมนี้อยู่เย็นเป็นสุขโดยคำนึงถึงประโยชน์ของมหาชน ของผู้ด้อยโอกาส ของส่วนรวมได้” พระกิตติศักดิ์กล่าว

ด้าน พ.อ.ปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวในเวทีเสวนา  “4 ปีคดีพระสุพจน์: บทพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมและสังคมไทย” ว่า ตั้งแต่รับผิดชอบดูแลคดีสังหารพระสุพจน์ ประเด็นต่างๆ ที่เคยมีก่อนหน้านี้ อาทิ การเป็นพื้นที่ลักลอบค้ายาเสพติดมาก่อน ประเด็นทะเละวิวาท ได้ตัดทิ้งไปเกือบหมดแล้ว มีเพียงประเด็นการบุกรุกพื้นที่สวนเมตตาธรรมที่เกิดขึ้นบ่อย ซึ่งยังมีทั้งที่แจ้งความและอยู่ในชั้นศาล และประเด็นผู้มีอิทธิพล การเมืองท้องถิ่น ในซึ่งเกี่ยวโยงกับการวิพากษ์วิจารณ์ความรุนแรงของรัฐบาลในสมัยนั้น

ทั้งนี้ ดีเอสไอมั่นใจว่า พยานหลักฐานที่มีขณะนี้สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่า บุคคล 2 กลุ่มนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันและน่าจะเป็นประเด็นมูลเหตุที่สำคัญในการฆาตกรรมพระสุพจน์ ในส่วนพนักงานสอบสวนเห็นตรงกันว่ากลุ่มผู้เกี่ยวข้องมีใครบ้าง แต่ต้องมีการรวบรวบพยานหลักฐานเพิ่ม ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากห่วงความปลอดภัยของพยานหลักฐาน

พ.อ.ปิยวัฒก์ กล่าวด้วยว่า การวางแผนคดีฆาตกรรมดังกล่าว บุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีความรู้ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจึงพบว่ามีความพยายามในการทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุ เช่น มีดที่ใช้ก่อเหตุ บุหรี่ก้นกรอง ในส่วนคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน และเชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องหลายราย หลังจากลงไปสืบพบผู้ที่คาดว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องบางคนได้ถูกตัดตอนไป อย่างไรก็ตามยืนยันว่า หากผลการสืบสวนพบว่า มีหลักฐานที่จะเอาผิดกับผู้ใดที่เข้าไปเกี่ยวข้องได้ จะดำเนินการทั้งหมดไม่มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด

ในประเด็นชู้สาว พ.อ.ปิยวัฒก์กล่าวว่า ฮาร์ดดิส ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของพระสุพจน์ หลังส่งให้ไอซีทีตรวจสอบพบว่ามีภาพลามกอยู่ แต่จุดที่น่าสังเกตคือ ข้อมูลถูกนำเข้าเครื่องมากในระหว่างวันที่ 9-16 มิ.ย. ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตค่อนข้างต่ำ การดาวโหลดรูปภาพแต่ละรูปต้องใช้เวลามาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบเช่นกันว่าภาพดังกล่าวเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร

ส่วนนางสุนี ไชยรส รักษาการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวแสดงความเห็นว่า ปัญหาเรื่องการแย่งชิงฐานทรัพยากร ผืนดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ มักเป็นประเด็นขัดแย้งมาก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ทำร้ายนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และเป็นความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ตลอด เพราะในส่วนของนโยบายไม่ดำเนินการ แต่ปล่อยให้ชาวบ้านต้องสู้โดยลำพัง ดังนั้นสิ่งที่ต้องสรุปบทเรียนอดีต เพื่อไม่ให้นักต่อสู้เหล่านี้ต้องสูญเสีย คือเมื่อเกิดความขัดแย้ง มีการร้องเรียน ทุกฝ่ายต้องไปช่วยเข้าไปสะสางก่อนเกิดเหตุรุนแรง

รักษาการคณะกรรมการสิทธิฯ ยังได้กล่าวถึงการคุ้มครองพยานว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรมีการขับเคลื่อนไปพร้อมกับกระบวนการสืบหาข้อเท็จจริง นอกจากนี้ในส่วนของกองทุนที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนก็เป็นเรื่องที่ต้องขับเคลื่อนกันต่อไป

น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ว่าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่าโดยส่วนตัวมองว่าคดีพระสุพจน์ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะการสรุปว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองระดับท้องถิ่นรวมทั้งการเมืองระดับชาตินั้น ได้มีการสรุปตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ สังคมไทยมีเรื่องที่ต้องมองอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.สังคมไทยไม่ได้ยอมรับเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิในการมีชีวิตอยู่ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของคนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อชุมชน 2.ความล้มเหลวของระบบนิติรัฐ รัฐล้มเหลวในการคุ้มครองผู้ที่ลุกขึ้นมาปกป้องประโยชน์สาธารณะ 3.เชิงนโยบาย รัฐบาลมีอำนาจแต่ไม่สามารถใช้อำนาจในการปราบปรามกลุ่มอิทธิพลได้ เป็นปัญหาทางโครงสร้างที่ทำให้ต้องไว้อาลัยกันอยู่เรื่อยๆ

ส่วนทางออก 1.เมื่อเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลหรือนักการเมืองจะสามารถมาต่อสู้ให้ได้ประชาชนต้องรวมตัวเป็นองค์กรภาคประชาชนลุกขึ้นต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชน ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของทุกหน่วยงานของรัฐ สร้างเครือข่าย และรัฐต้องมีนโยบายปราบปรามอิทธิพลท้องถิ่นและนักการเมืองผู้มีอิทธิพลระดับชาติ 2.การต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนต้องทำงานในเชิงรุก เข้าไปเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกัน มีการปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง

นายแสงชัย รัตนเสรีวงศ์ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน  กล่าวว่าปัญหาของคดีนี้ไม่ได้อยู่ที่การจับผู้ร้ายได้หรือไม่ แต่ปัญหาคือทำไมรัฐจึงปล่อยให้เกิดกระบวนการใส่ร้ายป้ายสี ทำลายหลักฐาน หน่วยงานรัฐละเลย จงใจปกปิด บิดเบือนหลักฐานพยาน และผู้กระทำความผิดยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในหน้าที่ได้ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ สังคมเองจะอยู่ไม่ได้ ดังนั้นคนในสังคมต้องช่วยกันออกเสียงกระตุ้นจนกว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง และอย่าละเลยเสียงของคนตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา

“รู้สึกสูญเสียยิ่งกว่าการสูญเสียตัวบุคคล คือสูญเสียความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม กระบวนการของรัฐ” นายแสงชัยกล่าว

นอกจากนี้นางพิกุล พรหมจันทร์ ผู้เรียกร้องความเป็นธรรมคดีฆ่าแขวนคอ 21 ศพ ที่ จ.กาฬสินธุ์ ได้กล่าวถึงกรณีการข่มขู่คุกคามพยานในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานยังมีผู้ได้รับความสูญเสียจากการต่อสู้เพื่อประโยชน์สาธารณะเข้าร่วมด้วย อาทิ นางอังคณา นีละไพจิตร นักเคลื่อนไหวสตรี ภรรยาของนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ซึ่งศาลมีคำสั่งให้สาบสูญ ถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา และนางกรณ์อุมา พงษ์น้อย ภรรยานายเจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ต.บ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิต และในวันที่  21 มิ.ย.นี้จะถึงกำหนดครบรอบ 5 ปี การจากไป

 -------------------------------------------





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]