*/
  • mahdee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mahdee_021@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 178
  • จำนวนผู้ชม : 340863
  • จำนวนผู้โหวต : 94
  • ส่ง msg :
  • โหวต 94 คน
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับความรุนแรง ไฟใต้ในปัจจุบัน
ดีขึ้นมาก
28 คน
ดีขึ้น
23 คน
ปานกลาง
17 คน
แย่ลง
91 คน

  โหวต 159 คน
วันพุธ ที่ 6 มิถุนายน 2550
Posted by mahdee , ผู้อ่าน : 432 , 12:10:22 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผู้บริหารกูเกิลรับ ซื้อบริษัทฟีดข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตนามฟีดเบอร์เนอร์ (FeedBurner) จริง ไม่เปิดเผยตัวเงินซื้อขายว่าถึงหลัก 100 ล้านเหรียญสหรัฐตามข่าวลือหรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นทำให้กูเกิลสามารถขยายธุรกิจเข้าสู่โลกฟีดข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่กำลังโตวันโตคืน เชื่อจะทำให้เครือข่ายโฆษณาออนไลน์ของกูเกิลมีอาณาเขตกว้างขึ้นอีกนับแสนเว็บไซต์
       
       ซูซาน วอจซิกิ (Susan Wojcicki) รองประธานกูเกิลฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ กล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่ากูเกิลกำลังตื่นตัวกับการควบรวมฟีดเบอร์เนอร์ ซึ่งนอกจากจะทำให้กูเกิลได้รับผลดีด้านธุรกิจโฆษณาออนไลน์แล้ว ยังจะช่วยเติมเต็มบริการของกูเกิลให้ครอบคลุมความต้องการมากขึ้นด้วย
       
       "เราเชื่อว่าสองบริษัทนี้คือส่วนผสมที่ลงตัว และจะทำให้เครือข่ายธุรกิจโฆษณาออนไลน์แอดเซนส์ (AdSense) ของกูเกิลมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายแสนเว็บไซต์"
       
       ฟีดเบอร์เนอร์เป็นบริษัท "เว็บฟีด (web feed)" ที่ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนท์ออนไลน์สามารถส่งลิงก์เว็บไซต์ตัวเองป้อนให้กับผู้ใช้ทางเว็บเบราเซอร์ทันทีที่มีการอัปเดทข้อมูลใหม่ โดยเฉพาะคอนเทนท์ประเภทสถานีวิทยุออนไลน์พ็อดคาสต์ (podcast) บทความไดอารี่ออนไลน์เว็บล็อก (weblog) และข่าวซึ่งมีการอัปเดทตลอดเวลา
       
       เมื่อผู้ใช้เลือกที่จะรับลิงก์อัปเดทใหม่จากเว็บไซต์ใด ลิงก์อัปเดทใหม่ก็จะปรากฏในกล่องเมนูบนหน้าต่างเว็บเบราเซอร์ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นคือทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเข้าเว็บไซต์แต่ละเว็บเพื่อตรวจดูข้อมูลอัปเดทใหม่ด้วยตนเอง แต่สามารถเลือกอ่านหรือฟังได้จากเมนูบนเบราเซอร์โดยตรง ขณะเดียวกันเว็บไซต์เหล่านี้ก็จะแน่ใจได้ว่าคอนเทนท์อัปเดทใหม่ทุกชิ้นจะถูกส่งถึงผู้ใช้อย่างไม่ตกหล่น
       
       ความที่เทคโนโลยีเว็บฟีดมีประโยชน์ต่อทุกฝ่ายเช่นนี้ โลกของการฟีดจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าการซื้อบริษัทฟีดเบอร์เนอร์แสดงให้เห็นว่ากูเกิลเล็งเห็นถึงความสำคัญของตลาดนี้ และการควบรวมก็ทำให้กูเกิลสามารถขยายอาณาเขตอาณาจักรโฆษณาออนไลน์ของตัวเองไปสู่โลกฟีดได้อย่างใจหวัง
       
       สถิติการทำงานของฟีดเบอร์เนอร์คือ ไลฟ์ฟีด (live feed) หรือการส่งลิงก์อัปเดทใหม่ 763,000 ลิงก์ต่อวัน ท่ามกลางสมาชิกที่เป็นเว็บไซต์คอนเทนท์ออนไลน์กว่า 430,000 แห่ง ซึ่งตามข้อมูลจาก ดิค คอสโตโร (Dick Costolo) ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารกูเกิลรายใหม่ พบว่าเว็บไซต์สมาชิกบริการฟีดเบอร์เนอร์ส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์องค์กรเกิดใหม่
       
       "จำนวนเว็บไซต์ที่ใช้เทคโนโลยีฟีดนั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับผู้บริโภคที่สนใจใช้บริการฟีด" คอสโตโรกล่าว "ถึงโลกแห่งช่องทางการกระจายข่าวสารที่กูเกิลมองเห็นนั้นมีความซับซ้อนเกี่ยวพันกันไม่มีที่สิ้นสุด แต่อย่างน้อยฟีดเบอร์เนอร์ก็สามารถเป็นสื่อที่เหมาะสมและประสบความสำเร็จได้อย่างน่าพอใจ"
       
       หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โลกเว็บฟีดเติบโตขึ้นคือการอาศัยเทคโนโลยีฟีดเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ของบริษัทมากมายในปัจจุบัน เช่น บริษัททัวร์สามารถใช้เว็บฟีดประชาสัมพันธ์โปรโมชันแต่ละฤดูท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เป็นต้น
       
       วอจซิกิให้ข้อมูลว่า ฟีดเบอร์เนอร์จะสามารถให้ข้อมูลว่าผู้บริโภครายใดให้ความสนใจคอนเทนท์ประเภทใดอยู่ ซึ่งจะทำให้กูเกิลสามารถให้บริการโฆษณาออนไลน์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นไปอีก จุดนี้เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับที่กูเกิลเคยทำมาแล้ว
       
       "โอกาสของกูเกิลไม่ได้หยุดอยู่ที่การให้บริการฟีดข้อมูลเช่นที่ฟีดเบอร์เนอร์ทำอยู่ กูเกิลหวังเชื่อมให้เทคโนโลยีฟีด ผู้สร้างคอนเทนท์ซึ่งเป็นสมาชิกฟีดเบอร์เนอร์ และนักลงโฆษณาในโปรแกรมแอดเวิร์ดสามารถเข้าถึงบริการอื่นๆของกูเกิลได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์ ทั้งผู้บริโภค ผู้สร้างคอนเทนท์ และนักโฆษณา"
       
       ผู้บริหารกูเกิลปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลจำนวนเงินที่กูเกิลใช้ไปกับการซื้อบริษัทฟีดเบอร์เนอร์ โดยกล่าวเพียงว่าจะปรับโครงสร้างการทำงานของฟีดเบอร์เนอร์เข้ากับกูเกิลให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่ากูเกิลทุ่มเงินจำนวนสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐซื้อบริษัทที่ก่อตั้งด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านเหรียญสหรัฐนี้ โดยฟีดเบอร์เนอร์นั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2004 เท่านั้น สำนักงานใหญ่อยู่ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา
       
       คอสโตโรกล่าวว่าพนักงานของฟีดเบอร์เนอร์จะถูกรับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกูเกิล เพื่อสานต่อการคิดค้นเทคโนโลยีฟีดต่อไป
       
       "เหตุผลที่ทำให้บริการของกูเกิลสมบูรณ์แบบทั้งในด้านลึกและกว้าง คือการที่เราสามารถสร้างความสัมพันธ์แบบหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสามได้" คอสโตโรคุยโวทิ้งท้าย


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน