*/
  • mahdee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mahdee_021@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 178
  • จำนวนผู้ชม : 340989
  • จำนวนผู้โหวต : 94
  • ส่ง msg :
  • โหวต 94 คน
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับความรุนแรง ไฟใต้ในปัจจุบัน
ดีขึ้นมาก
28 คน
ดีขึ้น
23 คน
ปานกลาง
17 คน
แย่ลง
91 คน

  โหวต 159 คน
วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม 2550
Posted by mahdee , ผู้อ่าน : 1292 , 21:44:34 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ยักษ์ใหญ่ไอทีสัญชาติไต้หวันทุ่มงบ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐลงทุนในเขตเศรษฐกิจของเวียดนามตามหลังอินเทล โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการสร้างโรงงานและสาธารณูปโภคพื้นฐานขึ้นที่เมืองบิ่งดิง (Binh Dinh) ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม คาดแล้วเสร็จเต็มรูปแบบในปี 2011 เผยภาครัฐเน้นนโยบายดึงเงินทุนต่างชาติเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมไอที
       
       จากการเปิดเผยของสำนักข่าวแท็งเนียนได้อ้างถึงเจ้าหน้าที่ของเมืองบิ่งดิงซึ่งเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า มีการเซ็นสัญญาความร่วมมือกับบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี (Foxconn Technology) ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในการอนุญาตให้บริษัทสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นบนพื้นที่ 1,730 เอเคอร์ในเขตเศรษฐกิจเญินเฮย (Nhon Hoi) เป็นเวลา 70 ปี
       
       แผนการลงทุนดังกล่าวแบ่งออกเป็นสามเฟส คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในเฟสแรกได้ปลายปี 2009 และมีกำหนดการแล้วเสร็จในปี 2011 ซึ่งจะประกอบด้วยสาธารณูปโภค สนามกอล์ฟ บ้านพักพนักงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย
       
       สำหรับเขตเศรษฐกิจบิ่งดิงจะมุ่งเน้นไปที่การผลิตสินค้าไฮเทคโนโลยี ชิ้นส่วนจักรยานยนต์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหลัก
       
       ฟ็อกซ์คอนน์ เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำให้กับค่ายยักษ์ใหญ่ในวงการไอที ไม่ว่าจะเป็นโนเกีย เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อด, เกมเพลย์สเตชั่น 2 และคอมพิวเตอร์แลปท็อปของโซนี่ ฯลฯ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการส่งออกสินค้าประมาณปีละ 45 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่ประเทศจีน ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 200,000 คนทั่วโลก มีการดำเนินธุรกิจอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย
       
       รัฐบาลเกื้อหนุน
       
       นอกเหนือจากทุนก้อนยักษ์ของไต้หวันแล้ว ทางการเวียดนามก็มีนโยบายขยายภาคอุตสาหกรรมด้วยการดึงทุนต่างชาติ เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ล่าสุดเชื้อเชิญกลุ่มผู้บริหารอุตสาหกรรมชั้นนำของอินเดียให้มาลงทุนในด้านไอที อุตสาหกรรมยารักษาโรค เหล็กกล้า และการคมนาคม ชูจุดขายที่สภาวะการเมืองและสังคมของเวียดนามที่มั่นคง และนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มที่
       
       นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๋น ยวุ๋ง (Nguyen Tan Dung) กล่าวในการอภิปรายกับตัวแทนบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศอินเดีย ว่ามีความมั่นใจเต็มที่หากนักธุรกิจอินเดียตัดสินใจลงทุนในประเทศเวียดนาม พร้อมให้คำมั่นว่ารัฐบาลเวียดนามจะสนับสนุนการลงทุนด้วยการดำเนินนโยบายที่ชัดเจนและครอบคลุม
       
       "เรามั่นใจว่านักธุรกิจอินเดียจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนในเวียดนาม ซึ่งเป็นการลงทุนที่สามารถสร้างกำไรได้ และรัฐบาลของเราก็จะพยายามส่งเสริมการลงทุนที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่"
       
       นายกรัฐมนตรียวุ๋งระบุว่า ทั้งเวียดนามและอินเดียสามารถลงทุนร่วมกันหลายๆด้าน เช่น อุตสาหกรรมเคมี ปุ๋ยและการเพาะพันธุ์ไม้ อุตสาหกรรมบ่อน้ำมัน ไอที ยารักษาโรค กสิกรรม และการคมนาคมโดยรถไฟ โดยเชื่อว่านักลงทุนจะได้รับประโยชน์จากข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติของเวียดนาม
       
       ไอทีเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่นายกรัฐมนตรียวุ๋งออกปากเชิญให้บริษัทสัญชาติอินเดียมาลงทุนในเวียดนาม สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ไอทีเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่เวียดนามจะพยายามผลักดันให้เจริญเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วยการดึงเงินลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งเป็นก้าวที่ไอทีประเทศไทยควรจับตามองอย่างใกล้ชิด
       
       นอกจากไอที ยังมีอุตสาหกรรมยารักษาโรค เหล็กกล้า และการคมนาคม 4 ภาคอุตสาหกรรมนี้คือภาคอุตสาหกรรมที่เวียดนามมองว่าจะเสริมศักยภาพให้เวียดนามมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค
       
       การอภิปรายที่เกิดขึ้นนี้เป็นหนึ่งในภาระกิจที่นายกรัฐมนตรียวุ๋งเข้าร่วมระหว่างการเยือนประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการพร้อมรัฐมนตรีอาวุโสหลายคน พ่วงท้ายด้วยนักธุรกิจชาวเวียดนามกว่า 70 คนซึ่งพร้อมจะเจรจาธุรกิจได้ทันที
       
       มูลค่าการค้าขายระหว่างประเทศเวียดนามและอินเดียในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลจากนายกฯยวุ๋ง ซึ่งระบุว่า ที่ผ่านมา เวียดนามสนับสนุนนโยบายอินเดียตามกฎบัตรอาเซียนอย่างเต็มที่ และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อประชาสัมพันธ์การลงทุนจากต่างชาติในประเทศเวียดนามมาโดยตลอด ผลที่เกิดขึ้นคือ บริษัทจากทั้งสองประเทศมีการเซ็นสัญญาความร่วมมือหลายฉบับแล้ว โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสืบค้นแหล่งแร่ธาตุธรรมชาติ เทคโนโลยีพลังงาน และการศึกษา
       
       ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของเวียดนาม เหวียน ซแว็ง วิง (Nguyen Danh Vinh) ได้เข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของอินเดีย อัชวานี คุมาร์ (Ashwani Kumar) เพื่อเจรจาขยายตลาดให้ผลิตภัณฑ์กสิกรรมของเวียดนามสามารถเข้าสู่ตลาดอินเดียได้ดีขึ้น เช่นเมล็ดกาแฟ ใบชา และพริกไทย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน