*/
  • mahdee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mahdee_021@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 178
  • จำนวนผู้ชม : 341091
  • จำนวนผู้โหวต : 94
  • ส่ง msg :
  • โหวต 94 คน
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับความรุนแรง ไฟใต้ในปัจจุบัน
ดีขึ้นมาก
28 คน
ดีขึ้น
23 คน
ปานกลาง
17 คน
แย่ลง
91 คน

  โหวต 159 คน
วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม 2550
Posted by mahdee , ผู้อ่าน : 2336 , 20:28:30 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลายครั้งที่ผู้เชี่ยวชาญในวงการไอทีจะแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นของเทคโนโลยีในอนาคตว่าจะเปลี่ยนโลกให้เป็นไปในลักษณะใด ผู้เชี่ยวชาญหลายคนซึ่งมีฐานความรู้แตกต่างกันตามความถนัดก็อาจจินตนาการเจาะลึกลงไปถึงรายละเอียดของแต่ละเซกเมนท์ และทำให้มันกลายเป็นฝันที่เป็นจริงได้ในชั่วระยะเวลาสิบปีต่อมา ซึ่งหากจะลองรวบรวมเทรนด์ของวงการไอทีที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ เชื่อว่าต้องมีหัวข้อต่าง ๆ เหล่านี้ปรากฏอยู่เป็นแน่
       
       อีเมลเปลี่ยนสู่ Instant Messaging
       
       น่าเสียดายแทนอีเมล เมื่อมันถูกจัดอันดับว่า เป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อีกต่อไป แต่อาจจะเป็นบริการ SMS, Instant Messaging หรือการโพสต์ข้อความฝากไว้ที่ MySpace เข้ามาแทนที่ เป็นต้น
       
       เทรนด์ดังกล่าวเกิดขึ้น และจะยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้มีผลมาจากความสนใจในสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างคนสองวัย กลุ่มคนทำงานวัยผู้ใหญ่ และทำงานในองค์กร คนกลุ่มนี้ยังคงใช้อีเมลในการติดต่อสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาเปรียบอีเมลเสมือนเครื่องมือที่สำคัญต่อการทำงาน และการรันโปรเซสงานต่าง ๆ ให้ไหลลื่นไปได้
       
       แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจเป็นวัยรุ่น หรือผู้สำเร็จการศึกษามาหมาด ๆ อาจมองเห็นถึงเครื่องมือที่ทันอกทันใจมากกว่านั้น และถ้าพูดถึงอีเมล พวกเขาอาจจะตอบกลับมาว่า "ทำไมคุณถึงไม่ส่ง SMS หาผม หรือจะส่งข้อความผ่านทางโปรแกรม Instant Messaging ก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ผมไม่ได้เช็คอีเมลอีกต่อไปแล้ว"
       
       จากข้อมูลของการ์ทเนอร์ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า ภายในปี 2011 โปรแกรม Instant Messaging จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารสำหรับองค์กรธุรกิจยุคใหม่ โดยจะสามารถรองรับได้ทั้งภาพเคลื่อนไหว เสียง และข้อความเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อเวลาที่โปรแกรม Instant Messaging กลายเป็นเครื่องมือสำหรับผู้ใหญ่และภาคธุรกิจมาถึง เหล่าวัยรุ่นก็จะมีเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารตัวใหม่มาใช้แทนแล้วเช่นกัน
       
       มือถือเกิดมาเพื่อเปลี่ยนโลกอินเทอร์เน็ต
       
       เทคโนโลยีกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ญี่ปุ่นมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งชิปพิเศษ และสามารถเติมเงินเพื่อใช้จับจ่ายซื้อสินค้าได้มาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งการพัฒนาความสามารถดังกล่าวให้กับโทรศัพท์มือถือนั้น เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่อาจสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกทางหนึ่ง
       
       นอกจากนั้น ในบรรดาผู้ผลิตหลายค่ายก็มีการทดสอบกับผลิตภัณฑ์ต้นแบบกันแล้วเรียบร้อย ซึ่งก็พบว่ามันสามารถทำงานได้ รายงานข่าวจากไฟแนนเชียลไทม์ได้อ้างคำกล่าวให้สัมภาษณ์ของนาย Tero Ojampera ผู้บริหารของโนเกีย ว่าเคยเล่นมุกตลกกับทางร้านแมคโดนัลด์ เมื่อเขาระบุว่า ต้องการจ่ายเงินด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพนักงานของร้านแมคโดนัลด์ก็ไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจ เธอเพียงแต่ตอบเขาว่า "ร้านเราไม่รับชำระเงินด้วยวิธีนี้"
       
       ส่วนหนึ่งอาจทำให้มองเห็นภาพได้ว่า ผู้บริโภคส่วนหนึ่งพร้อมที่จะยอมรับกับการมาถึงของเทคโนโลยีกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว และจะทำให้การใช้งานขยายตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย
       
       นาย Ojampera ยังกล่าวด้วยว่า ในอนาคตอันใกล้ โทรศัพท์มือถือจะมีความสำคัญในแง่ของการเป็นเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมบนโลกของอินเทอร์เน็ตได้มากกว่าคอมพิวเตอร์
       
       ด้านนาย Mike Lynch จาก Autonomy เปิดเผยว่า การมาถึงของยุค Web 2.0 โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็น Social Networking เช่น ยูทิวบ์ หรือมายสเปซ จะพลิกวงการอินเทอร์เน็ตให้เปลี่ยนจาก Information ไปสู่โฉมหน้าใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
       
       "มนุษย์จะเปลี่ยนจากการตกเป็นทาสของคอมพิวเตอร์ และป้อนข้อมูลตามที่คอมพิวเตอร์ต้องการ ไปสู่ยุคที่คอมพิวเตอร์ต้องให้บริการมนุษย์ในสิ่งที่เราต้องการแทน" Lynch กล่าว
       
       แอนดรูว์ เฮอร์เบิร์ท หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ที่แคมบริดจ์กล่าวสนับสนุนแนวคิดนี้ พร้อมเพิ่มเติมว่า "คอมพิวเตอร์จะทวีความสำคัญมากขึ้น และจะทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยจดจำว่า คุณต้องทำงานร่วมกับใคร และอาจจัดเตรียมข้อมูลที่คุณต้องการมาให้ก่อนที่คุณจะคลิกเมาส์ก็เป็นได้"
       
       เขาได้ขยายความว่า การจะทำเช่นนั้นได้คือคอมพิวเตอร์ต้องมีหน่วยความจำสำหรับบันทึกการทำงานในแต่ละวันของผู้ใช้ว่าเปิดใช้ไฟล์เอกสารใด และตอนที่เปิดเอกสารนั้นมีการติดต่อสื่อสารกับใครอยู่ ทั้งนี้เมื่อผู้ใช้มีการติดต่อกับบุคคลนั้น ๆ อีกครั้ง คอมพิวเตอร์จะเตรียมไฟล์เอกสารเอาไว้ให้ได้อย่างถูกต้อง
       
       นอกจากนี้ในแง่ของการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต อาจเปลี่ยนรูปแบบจากค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดไปสู่การใช้ "คอนเซ็ปต์" หรือแนวความคิดเป็นคำค้นหา โดยอาศัยความเชื่อที่ว่าคอมพิวเตอร์ในอนาคตจะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองมาประกอบ
       
       Don Rippert จาก Accenture ให้ความเห็นว่า ในอนาคต การที่มนุษย์ต้องฝ่าการจราจรไปทำงานอาจไม่เกิดขึ้นอีกก็เป็นได้ อยากให้ลองสังเกตุเด็กวัยรุ่น พวกเขาสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการทำงานกับคนอื่น ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องเดินทางออกไปไหน แต่มันก็ทำให้งานของพวกเขาเดินต่อไปได้
       
       ความสามารถทั้งหมดที่กล่าวมานี้อาจทำให้หลายคนฝันถึงโลกที่สะดวกสบาย และช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น อย่างไรก็ดี การจะอำนวยความสะดวกเช่นนั้นได้ "คอมพิวเตอร์ต้องบันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งเอาไว้ เพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจ" แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นความทรงจำที่เจ้าของไม่อยากจดจำแล้วก็ตาม ซึ่งหากมองในฐานะของมนุษย์ด้วยกันแล้ว คำถามที่เหลือทิ้งท้ายก็คือ ความศิวิไลซ์นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์เราต้องการจริงหรือ?
       
       เรียบเรียงจากไฟแนนเชียล ไทม์

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พี่คนโต วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khwannation

อ่านแล้วคิดถึงในหนังเลย ที่เทคโนโลยีมีอำนาจมากแล้วมนุษย์ก็ตกเป็นทาสมันมากขึ้น และก็จริงที่ต่อไปมือถือจะทำได้ทุกอย่างจนเราขาดไม่ได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน