• iheartia
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tsuriya@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 100
  • จำนวนผู้ชม : 169966
  • ส่ง msg :
  • โหวต 273 คน
iheartia
บันทึกความทรงจำ...ทุกข์...สุข...สนุก...เศร้า...เหงา...เมา...เคล้าน้ำตา...สุราฮาเฮ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/iheartia
วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2552
Posted by iheartia , ผู้อ่าน : 3851 , 01:17:40 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       "ป๋า...รองเท้านักเรียนของหนู คับจนใส่เกือบไม่ได้แล้วนะครับ"

       เป็นเสียงของเด็กน้อยหัวโหนกที่พูดเจื้อยแจ้วขึ้นมากลางวงข้าวมื้อเย็นของครอบครัว ทำให้ชายวัยกลางคนต้องหยุดชะงักจากการกินอาหารลงชั่วคราว ชายวัยกลางคนหันไปมองหน้าภรรยาที่อยู่ตรงข้ามส่งสายตาในเชิงตั้งคำถามกับเธอแทนคำพูด ภรรยาของเขาตอบรับด้วยการขยับใบหน้าขึ้นลงช้าๆ นั่นหมายความว่า สิ่งที่เด็กชายหัวโหนกพูดออกมานั้น คงจะเป็นเรื่องจริงที่ว่า ร่างกายของเด็กน้อยหัวโหนกเติบโตขึ้นจนทำให้ "รองเท้านักเรียน" มีขนาดเล็กเกินไปสำหรับการเปิดเทอมใหม่เสียแล้ว เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดกับเด็กน้อยหัวโหนกออกมาว่า

       "เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปช่วยป๋าขายของ เสร็จแล้วไปซื้อรองเท้าใหม่ด้วยกัน"

       เด็กน้อยหัวโหนกยิ้มทันทีที่ได้ยินคำตอบจากผู้เป็นพ่อ ผู้ชายที่เขาเรียกมาตั้งแต่จำความได้ว่า "ป๋า" เด็กน้อยรู้ว่า หากวันใด ได้ไปช่วยป๋าขายของแล้ว วันนั้นเขาจะมีโอกาสได้เดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในละแวก "วงเวียนใหญ่" สถานที่ค้าขายของป๋าของเด็กน้อยนั่นเอง และยังได้เงินในการกินอาหารกลางวันเหลือพอที่จะซื้อขนมได้เล็กๆ น้อยๆ แทนการอยู่จับเจ่าที่บ้านโดยที่ไม่มีเงินค่าขนม เหมือนอย่างตอนเปิดเทอม นั่นเป็นเพราะว่า แม่ของเขานั้นเตรียมไว้พร้อมทั้ง ข้าว และขนมเพียงพอสำหรับเด็กสามคนอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องใช้เงินเลย แต่เด็กน้อยหัวโหนกก็อดไม่ได้ที่จะแอบบ่นกับพี่สาวของเขาอยู่เรื่อยๆ ว่า

       "...เมื่อไหร่จะเปิดเทอมสักทีนะ วัน จะได้มีตังค์ซื้อขนม ปิดเทอมเนี่ย น่าเบื่อจริงๆ เลยเนาะ ว่ามั๊ย..."

       หลังเสร็จสิ้นอาหารเย็นของภายในครอบครัว ลูกๆ ของชายวัยกลางคนทั้งสามคนก็จับกลุ่มกันดูละครจากโทรทัศน์ภายในบ้าน ภรรยาของเขาก็เข้าไปจัดแจงล้างถ้วยล้างชามอยู่ข้างหลังบ้าน ส่วนเขาออกมาสูบบุหรี่บริเวณหน้าบ้าน เขานั่งคิดคำนึงถึงสิ่งที่ลูกชายพูดในระหว่างกินข้าวเย็น เขาลืมนึกถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียนในส่วนของลูกชายคนนี้จริงๆ ในปีนี้ เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์การศึกษาของลูกสาวคนโตมากขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากเป็นการก้าวข้ามจากชั้นประถมศึกษาตอนต้น เป็นประถมศึกษาตอนปลาย ชุดนักเรียนที่เคยใช้ จากกระโปรงมีหู ต้องเปลี่ยนเป็น "ชุดนักเรียนคอซอง" พูดง่ายๆ นั่นก็คือ เปลี่ยนใหม่ทั้งหมดนั่นเอง ไหนจะค่าหนังสือการเรียนการสอน และสมุดต่างๆ ซึ่งต้องซื้อใหม่ทั้งหมด ยังไม่รวมถึงค่าเทอม ที่เขาตัดสินใจให้ลูกทั้งสองคนเข้าโรงเรียนเอกชน แทนที่จะเรียนโรงเรียนวัด เนื่องจากว่า เขาหวังให้ลูกๆ ของเขามีการศึกษาที่ดี แม้ว่าจะเสียเงินมากกว่า แต่เพื่ออนาคตของลูก เขาเลือกที่จะเหนื่อยกว่าเดิม นับว่ายังดี ที่ลูกชายและลูกสาวของเขาเรียนไล่ชั้นกันมาปีต่อปี ทำให้ประหยัดค่าหนังสือการเรียนการสอนไปได้หนึ่งเปลาะ หนังสือของพี่สาวคนโต ก็ถูกโอนมอบฉันทะให้กับ เจ้าเด็กหัวโหนกลูกชายคนที่สอง โดยมีภรรยาของเขาเป็นคนทำให้หนังสือดูดีขึ้นกว่าเดิม โดยการนำกระดาษปฎิทินเก่า มาห่อปกใหม่ในทุกๆ เล่ม เพื่อที่จะเขียนชื่อเจ้าของสมุดเป็นเด็กหัวโหนก เขาอดคิดไม่ได้ว่า หากเจ้าเด็กน้อยหัวโหนกเป็นลูกคนโต คงจะต้องซื้อหนังสือการเรียนการสอนใหม่ในทุกปีเป็นแน่ เนื่องจากเขาเคยไปเปิดดูหนังสือ "มือสองจากพี่สาว" ของลูกชาย ก็จะพบแต่ตัวการ์ตูนต่างๆ ที่วาดตามหน้าหนังสือในแทบทุกหน้า และสภาพของหนังสือก็ยับเยินยู่ยี่เกินที่จะบรรยาย นับว่ายังเป็นโชคที่ที่เขามีลูกสาวเป็นคนโตเสียจริงๆ

       ช่วงเวลาใกล้เปิดเทอมในแทบทุกครั้ง เขามีความรู้สึกว่า "เงินทอง" ช่างหาได้ยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน การค้าขายในละแวก "วงเวียนใหญ่" ก็ไม่เฟื่องฟูเหมือนสมัยที่ยังไม่มีห้างสรรพสินค้ามาเปิดบริเวณใกล้เคียง ผู้คนพากันไปจับจ่ายใช้สอยที่ห้างสรรพสินค้ากันไปจนเกือบหมด ที่ค้าขายได้ก็เพียงแค่พอประทังชีวิตเท่านั้น หากวันใดค้าขายดีก็พอมีเหลือเก็บ แต่หากค้าขายไม่ดีก็ต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจุนเจือครอบครัว คำว่า "ทรงๆ ทรุดๆ" คงจะนิยามได้สำหรับสถานะของอาชีพของเขาในเวลานี้ แต่สำหรับวันพรุ่งนี้แล้ว เขาได้แต่หวังไว้ว่า จะมีโชคในการค้าขายขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อที่จะได้มีเงินเหลือมาซื้อ "รองเท้านักเรียน" คู่ใหม่ให้กับเด็กหัวโหนก ลูกชายของเขานั่นเอง

       "ตี๋ พรุ่งนี้นะ เราจะได้รองเท้าใหม่แล้ว เดี๋ยวจะเลือกยี่ห้อที่แถมของเล่น แถมตารางสอนสวยๆ เยอะๆ จะได้เอามาแบ่งกัน ดีมั๊ย" เสียงของเด็กหัวโหนกเจื้อยแจวเปื้อนรอยยิ้มกับพี่สาวและน้องชายของเขาในระหว่างที่นั่งดูโทรทัศน์

       "ดี ดี ดี เราจะได้มีของเล่นใหม่เนาะทู" เสียงน้องชายของเขาตอบกลับมาอย่างมีความหวัง

       ภายในใจของเด็กหัวโหนกในตอนนั้น อยากจะเร่งให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ เขานึกถึง เกมทอดลูกเต๋าจากรองเท้าแพน เกมโจรสลัด จากรองเท้า บาจา BM2000 เขานึกถึงไม้บรรทัดสามมิติ และตารางสอนสีสวยๆ ลายการ์ตูนน่ารักๆ จากถุงเท้าคาร์สัน ทุกอย่างจะมาอยู่ในมือของเขาในวันพรุ่งนี้

       "ทำไม...วันพรุ่งนี้มัน "ช้า" จังนะ" เด็กหัวโหนกรำพึงกับตัวเองเบาๆ ในกลางดึก เนื่องจากนอนไม่หลับนั่นเอง

 
....................
 
....................
 
....................

       "ทู ไปเดินเล่นก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวป๋าเก็บของก่อน"

       เสียงของชายวัยกลางคนบอกกับลูกชายของเขาในช่วงเวลาเย็น หลังจากที่วันนี้เขาได้พาลูกชายมาช่วยค้าขายกับเขา วันนี้...เขาไม่มี "โชค" ในการค้าขายเลย จนเขาอดสงสารลูกชายไม่ได้ที่มานั่งสัปหงกเฝ้าแผงขายของ คงเป็นเพราะว่า..."เปิดเทอม" นั่นแหละ ที่ทำให้ผู้คนไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างที่ควรจะเป็น เขาขายของแทบไม่ได้เลยตั้งแต่เช้ายันเย็น จะมีเพียงลูกค้าประจำที่มาซื้อของกระจุกกระจิกเพียงไม่กี่บาทเท่านั้น เด็กน้อยหัวโหนกสะบัดร่างกายเพื่อให้หายจากอาการง่วงเหงาหาวนอน ก่อนที่เด็กน้อยหัวโหนกจะเดินออกไปจากร้าน เขายื่นเงินให้เด็กน้อย ๑๐ บาท ก่อนที่จะเอ่ยกับเด็กน้อยว่า

       "เอาไปซื้อขนมกิน เหลือทอนแล้วค่อยมาคืนป๋านะ"

       "ขอบคุณครับ ป๋า" เด็กน้อยยิ้มกว้างระหว่างเอ่ยขอบคุณผู้เป็นพ่อ

       เด็กน้อยหัวโหนกเดินเล่นฆ่าเวลาในร้านค้าปลาตู้ละแวกวงเวียนใหญ่ได้สักพัก เขานึกขึ้นได้ จึงเดินไป "สำรวจ" ร้าน "ว่าที่" รองเท้านักเรียนคู่ใหม่ของเขา ร้านแรกที่เขาหมายตาคือ ร้าน "บาจา" เด็กน้อยเดินเข้าไปในร้าน กระทำการ "ลูบคลำทางสายตา" กับรองเท้านักเรียน "บีเอ็มสองพัน" และของเล่นสีสันสดใสที่นำมาวางไว้เป็นตัวอย่างอย่างมากมายภายในร้าน

       "บีเอ็มสองพันเนี่ย แจ๋วสุดๆ เลย แถมเกมโจรสลัดเสียด้วย" เด็กน้อยคิดฝันหวานในใจ

       พนักงานขายเดินมายิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยราวกับรู้ใจของเด็กน้อยออกมาว่า "ชอบของเล่นเหรอ หนู"

       "ครับ เดี๋ยวผมจะพาพ่อมาซื้อให้แล้วครับ" เด็กน้อยตอบเปื้อนยิ้ม ก่อนที่จะเดินออกจากร้านไปยังจุดหมายร้านที่สอง

       เมื่อเขาเดินไปถึงร้าน "สุโขสโตร์" ก็ได้พบกับซุ้มสินค้ารองเท้า "แพน" พร้อมกับของแถมเป็น "เกมส์ทอดลูกเต๋าสีสันสดใส" แล้วก็พบกับซุ้มสินค้าถุงเท้า "คาร์สัน" ที่มี "ไม้บรรทัดสามมิติ" และ "ตารางสอนลายการ์ตูน" เป็นสิ่งดึงดูดใจเด็กๆ

       "เอ...หรือเราจะ "สวมแพน...แสนเพลิน" ดีนะ เกมส์ทอดลูกเต๋าเล่นได้ตั้งหลายคนซะด้วย" เด็กน้อยคิดในใจ

       หลังจากสำรวจว่าที่ "รองเท้านักเรียน" คู่ใหม่ จนอิ่มสายตาของเด็กน้อยหัวโหนกแล้ว เด็กน้อยก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยหัวใจพองโตกลับไปยังร้านของพ่อของเขา เขาตัดสินใจว่าให้ "ป๋า" เป็นคนเลือกน่าจะดีที่สุด เพราะว่า...ไม่ว่า "รองเท้านักเรียน" ยี่ห้อไหน ก็มี "ของแถม" ที่เขา "ชื่นชอบ" ทั้งนั้นนั่นเอง

....................
 
....................
 
....................

       "ป๋า ผมคืนเงิน ๑๐ บาทครับ" เด็กน้อยหัวโหนกยื่นเงินให้กับพ่อของเขา

       "อ้าว...ไม่ได้กินขนมเหรอ ทู" พ่อของเขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสงสัย

       "ไม่เอาล่ะครับ หนูไม่หิว เก็บไว้ซื้อรองเท้าดีกว่า" เด็กน้อยหัวโหนกตอบด้วยภาษาซื่อ

       เมื่อได้ยินคำพูดของลูกชาย เขาถึงกับสะท้อนใจพลางคิดถึงเงินที่มีอยู่ภายในกระเป๋า จะมี "รองเท้านักเรียน" ราคาเท่ากับเงินในกระเป๋าหรือไม่หนอ...? น่าจะมีสิ เขาเคยเห็นอยู่ร้านหนึ่งละแวกนี้ เมื่อเขาคิดได้ จึงจัดแจงเก็บร้านให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเอ่ยบอกกับเด็กน้อยหัวโหนกลูกชายของเขาว่า

       "ไป ทู ไปซื้อรองเท้านักเรียนก่อนกลับบ้านกัน เออ..."ถุงเท้า" เก่ายังใช้ได้อยู่ใช่ไหมลูก...?"

       เด็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของผู้เป็นพ่อ หัวใจที่พองโตอยู่เมื่อครู่นั้น ก็พลันเหี่ยวลงไปนิดหนึ่ง เด็กน้อยคิดไปไกลว่า "ไม้บรรทัดสามมิติ" และ "ตารางสอนสีสวยๆ" ได้หลุดลอยออกไปจากอ้อมอกของเขาแล้วในตอนนั้น ไม่เป็นไรน่ะ ยังมีเกมส์สนุกๆ จากรองเท้ารอเราอยู่ เด็กน้อยคิดในใจก่อนบอกพ่อของเขาว่า

       "ก็พอได้ครับป๋า แต่ว่า...ยางยืดหมดแล้ว ต้องใช้หนังยางรัด ส้นก็เป็นรูหมดแล้ว"

       "เดี๋ยวถ้าใช้ไม่ได้จริงๆ ค่อยซื้อใหม่วันหลังก็แล้วกัน ก็เอ็งใช้ไม่รักษานี่นา ไป ไป ซื้อรองเท้ากัน" พ่อของเขาเอ่ยด้วยเสียงค่อนข้างดุนิดๆ


       ระหว่างที่พ่อของเด็กน้อยหัวโหนกพาเขาไปซื้อรองเท้า หัวใจของเขาเริ่มเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อใกล้ถึงร้าน "บาจา" พนักงานขายใจดีคนนั้นเมื่อเห็นเด็กน้อยเดินมากับพ่อ ก็ส่งสายตามาทางเด็กน้อยและยิ้มให้ เด็กน้อยยิ้มตอบ แต่ว่า...เมื่อใกล้ถึงร้านแล้ว พ่อของเขาก็ยังไม่มีทีท่าหยุดเดิน และจูงมือของเด็กน้อยหัวโหนกเดินผ่านร้าน "บาจา" ไปในที่สุด เด็กน้อยเหลียวหันหลังกลับไปมองร้าน "บาจา" พลางคิดในใจว่า

       "ลาก่อน บีเอ็มสองพัน ลาก่อน เกมโจรสลัด สงสัยเราต้อง สวมแพน...แสนเพลิน ซะแล้วสิ"

       และเมื่อเดินใกล้จะถึงร้าน "สุโขสโตร์" มีผู้คนพากันซื้อรองเท้านักเรียนอยู่จำนวนหนึ่ง พ่อของเด็กน้อยหัวโหนกพามาหยุดอยู่ที่หน้าร้าน เด็กน้อยหัวใจพองโตขึ้นมาอีกครั้ง พ่อของเขาสอดสายตาไปยัง "ป้ายบอกราคา" ของรองเท้าอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วก็จูงมือของเด็กน้อยหัวโหนกออกจากหน้าร้าน "สุโขสโตร์" ภายในใจของเด็กน้อยหัวโหนก เริ่มมีคำถามมากมายอยู่ข้างใน "...จะไปไหนเนี่ย รองเท้านักเรียนของเรา เกมส์ทอดลูกเต๋า...อะไรกันเนี่ย...?"

       พ่อของเขาได้พามาหยุดอยู่ที่หน้าร้านของชำเก่าๆ โทรมๆ ร้านหนึ่งบริเวณป้ายรถเมล์ เด็กน้อยหัวโหนกมองเห็น "รองเท้านักเรียน" ราคาถูก ที่อยู่ในถุงพลาสติกสีมอซอ กองอยู่ในกล่องลูกฟูกสีครีมบริเวณหน้าร้าน ไม่มีของแถม ไม่มีเกมส์ทอดลูกเต๋า หัวใจที่พองโตของเด็กน้อยมื่อครู่ คล้ายกับถูกปล่อยลมไปจนแบนแต๋ในเวลานี้ พ่อของเด็กน้อยเลือกขนาดของรองเท้าที่ดูพอดีมาให้เด็กน้อยลองสวมใส่ดู เด็กน้อยหัวโหนกรับมาลองใส่อย่างไม่มีกะจิตกะใจ หากชายวัยกลางคนสังเกตภายในลูกตาของเด็กน้อยหัวโหนกในช่วงเวลานี้สักหน่อย ก็จะเห็นว่ามี "น้ำใสๆ" เริ่มเอ่อล้นอยู่บริเวณข้างในดวงตาคู่นั้น

       "ใส่ได้ไหม ทู...?" พ่อของเด็กน้อยหัวโหนกถาม

       "ครับ" เด็กน้อยตอบสั้นๆ โดยที่พยายามกลั้นความรู้สึกภายในใจไม่ให้เสียงสั่นเครือหลุดรอดออกมา

       "เท่าไหร่ล่ะเฮีย คู่นี้" เสียงพ่อของเขาถามเจ้าของร้าน

       เด็กน้อยหัวโหนกไม่รู้ว่ารองเท้าราคาเท่าไหร่ เนื่องจากไม่มีหัวจิตหัวใจอยากรับรู้สิ่งใดๆ อีกต่อไปแล้ว เด็กน้อยรู้อย่างเดียวว่า "ความฝัน" เมื่อคืนก่อนหน้านั้นได้พังทลายลงไปหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เด็กน้อยได้ยินเพียงแค่เสียงต่อรองราคา ระหว่างพ่อของเขากับเจ้าของร้าน มีคำมากมายในการสนทนาที่เด็กน้อยไม่เข้าใจว่า "ไม่ได้บอกผ่าน" มีความหมายว่าอย่างไร เด็กน้อยรู้อย่างเดียวว่า "รองเท้านักเรียนใหม่" คู่ใหม่คู่นี้สำหรับเขา "ไม่ผ่าน" ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยประการทั้งปวง

       "ใส่คู่เก่าไปก่อนได้ไหม...ทู" เสียงพ่อของเด็กน้อยหัวโหนกเอ่ยถามหลังจากการต่อรองราคาไม่สำเร็จ

       "ครับ" เด็กน้อยตอบสั้นๆ ซึ่งคราวนี้เริ่มมีเสียงสะอื้นเร็ดลอดออกมาบ้างแล้ว

       "ถ้าไม่ได้ราคานี้ก็ไม่เอา เฮีย" พ่อของเด็กน้อยส่งรองเท้าคืนเจ้าของร้าน ก่อนจะจูงมือเด็กน้อยหัวโหนกออกไปจากร้าน

....................
 
....................
 
....................

       เมื่อถึงบ้าน เด็กน้อยหัวโหนกเริ่มมีอาการซึมเศร้าลงจนผู้เป็นแม่สังเกตได้ หลังจากที่กินข้าวเย็นและพาลูกทั้งสามคนขึ้นนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงลงมาเอ่ยถามสามีของเธอว่า เกิดอะไรขึ้นกับบุตรชาย ถึงได้ซึมเศร้าจนสังเกตได้ขนาดนี้

       "ป๋า ทูมันเป็นอะไรเหรอ ไม่ยอมพูดยอมจา ถามคำตอบคำ เค้าแอบเห็นมันนอนร้องไห้ด้วยนะ"

       "ป๋าซื้อรองเท้าใหม่ให้มันไม่ได้น่ะสิ ช่วงนี้ขายของไม่ดีเลย ไม่รู้จะเอาเงินจากไหนแล้วน้อย เฮ้อ" ชายวัยกลางคนถอนหายใจหลังกล่าวจบ

       "รองเท้าของทูมันคับแล้วจริงๆ นะป๋า ต้องเหยียบส้นถึงจะใส่ได้ ถุงเท้าก็ยานหมดแล้ว ส้นก็ขาดแทบทุกคู่" เธอกล่าวกับสามี

       "ก็มันใช้ของไม่รู้จักรักษา อะไรกัน ปีที่แล้วเพิ่งซื้อให้หยกๆ คิดแล้วมันน่าตีเสียจริงๆ ไอ้ลูกคนนี้" เขากล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิด

       "ป๋าต้องเห็นใจมันนะ วัน มันได้ของใหม่หมดเลย ไหนจะชุดใหม่ หนังสือใหม่ รองเท้าใหม่ แต่มันไม่มีอะไรใหม่เลย" เธอต่อรองกับสามี

       "เออ เออ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะหา "เงิน" มาซื้อให้มันก็แล้วกัน ไม่ใช่ป๋าไม่รู้นะน้อย แต่ป๋าไม่มีเงินเลยช่วงนี้ น้อยก็รู้นี่" เขาพูดตัดบท

       หลังพูดคุยกับภรรยาจบ เขาก็ออกมาสูบบุหรี่หน้าบ้าน เขาคิดถึงอากัปกิริยาของลูกชายระหว่างทางกลับบ้าน ไม่ใช่เขาไม่รู้ถึงความรู้สึกของลูกชาย เพียงแต่ว่า...เขาใช้จ่ายกับอุปกรณ์การเรียนของลูกสาวคนโตไปมากกว่าทุกปี เนื่องจากต้องเปลี่ยนแปลงใหม่หมด และสรีระร่างกายของเด็กผู้หญิง ก็เติบโตเร็วกว่าเด็กผู้ชาย เขาไม่คิดมาก่อนว่า บางครั้งความรู้สึกของ "ลูก" ก็ "ยาก" เกินกว่าที่ผู้เป็น "พ่อ" จะเข้าใจได้ เขานั่งคิดหา "หนทาง" อยู่ครู่ใหญ่ จนในที่สุดเขาก็ "คิดออก" จึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน

       "พรุ่งนี้นะ ทู เดี๋ยว ป๋า จะซื้อรองเท้าใหม่ให้" เขาพูดกับตัวเองเบาๆ

....................
 
....................
 
....................

       วันรุ่งขึ้น หลังจากเลิกเรียน เด็กน้อยหัวโหนกก็มานั่งซึมกะทือบริเวณม้านั่งที่เดิมที่รอแม่มารับกลับบ้านพร้อมพี่สาว วันทั้งวัน เด็กน้อยเห็นเพื่อนๆ มีของเล่นใหม่ๆ ตารางสอนสวยๆ จากรองเท้า ถุงเท้า ใหม่ๆ ของเพื่อนที่นำมาอวดกันภายในห้อง โดยที่เด็กน้อยหัวโหนกต้องใส่รองเท้าเหยียบส้น พร้อมกับถุงเท้ายานๆ ที่มีหนังสติ๊กสีแดงรัดไว้ไม่ให้กองไปถึงตาตุ่ม

       "ทู ป๋ามารับกลับบ้านแล้ว ไป เร็ว" เสียงของพี่สาวเรียกเด็กน้อยหัวโหนก

       เด็กน้อยรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตามปกติต้องเป็นแม่ของเขาที่มารับกลับบ้าน แล้วเหตุใดวันนี้ "พ่อ" ของเขาถึงมารับแทน

       "ไป ทู เดี๋ยวป๋าพาไปซื้อรองเท้านักเรียนใหม่" เสียงพ่อของเด็กน้อยหัวโหนกกล่าว

       เด็กน้อยหัวโหนกไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไร ทั้งนี้เด็กน้อยรู้แล้วว่า "รองเท้าคู่ใหม่" จะเป็นรองเท้าคู่ใด คงเป็นรองเท้าที่ไม่มีของแถมคู่นั้น ระหว่างทางนั่งรถไปยัง "วงเวียนใหญ่" เด็กน้อยหัวโหนกก็ได้แต่นั่งซึม ไม่พูดจาเจื้อยแจ้วเหมือนเคย จนกระทั่งพ่อของเขาสะกิดให้ลงรถที่ป้ายก่อนหน้าร้านค้าของชำ เด็กน้อยรู้สึกแปลกใจ และแปลกใจมากขึ้นเมื่อพ่อของเขา เดินเข้าไปในร้าน "บาจา" ร้าน "รองเท้านักเรียนในฝัน" ของเขา พ่อของเด็กน้อยหัวโหนกยิ้มให้ และเอ่ยกับเขาว่า

       "อยากได้ "บีเอ็มสองพัน" ไม่ใช่เหรอทู ลองใส่ดูสิ เลือกหลวมๆ หน่อยนะจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ"

       หัวใจของเด็กน้อยพองโตขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน เขาบรรจงลองรองเท้าในฝัน และเลือกรองเท้าที่ใส่สบายที่สุด เมื่อเลือกได้ เด็กน้อยมองหา "ของแถม" เกมโจรสลัด ที่บรรจุอยู่ในกล่องสีสันสวยงาม "ในที่สุด...ก็ตกเป็นของเราจนได้" เด็กน้อยหัวโหนกกระหยิ่มในใจ

       "ความสุข" ของเด็กน้อยหัวโหนกยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อพ่อของเขาพาไปที่ "สุโขสโตร์" ซื้อถุงเท้า "คาร์สัน" ให้เขาอีกสามคู่ พร้อมกับ "ไม้บรรทัดสามมิติ" เด็กน้อยขอตารางสอนจากพี่พนักงานขายถึง สามอัน เพื่อที่จะแบ่งให้พี่สาวและน้องชาย พี่คนขายก็ใจดีให้มาถึง สี่อัน ระหว่างเดินออกจากร้าน พ่อของเขาบอกกับเด็กน้อยหัวโหนกว่า

       "ใส่ถุงเท้าให้รู้จักรักษานะ ทู ถ้าขาดอีก ป๋า ไม่ซื้อให้นะ"

       "ครับ ป๋า" เด็กน้อยยิ้มกว้างพร้อมกับตอบพ่อด้วยน้ำเสียงดีใจแบบสุดๆ

       เมื่อถึงบ้านเด็กน้อยหัวโหนกรีบอาบน้ำ ทำการบ้าน และจัดแจงผูกเชือกรองเท้าใหม่ด้วยความสุข ก่อนที่จะหยิบ "เกมโจรสลัด" ของแถมในฝันมาเล่นกับน้องชาย ในวันนี้ เด็กน้อยหัวโหนกมีความสุขมากๆ อีกวันหนึ่งของชีวิต และเด็กน้อยหัวโหนกก็ยังมีความรู้สึก "รัก...ป๋า" มากกว่าทุกวันเสียจริงๆ

       เด็กน้อยหัวโหนกคงไม่รู้หรอกว่า ถุงเท้า "คาร์สัน" ใหม่ และ "รองเท้านักเรียน บีเอ็มสองพัน" ใหม่คู่นั้น ป๋าของเขา ได้เสีย "พระเครื่องเมืองสุพรรณ" หนึ่งใน "ของรักของหวง" ของป๋าเขาไปแล้ว "หนึ่งองค์" นั่นแหละที่แสดงให้เห็นว่า ไม่มี "ของรักของหวง" ใดๆ ในโลกนี้ มีค่ากว่า "เด็กหัวโหนกและพี่น้อง" ในความคิดของ "ป๋า" ของเด็กน้อยทั้งสามคน นั่นเอง

....................
 
....................
 
....................

       "สิบกว่าปี" ที่ผ่านมา...สำหรับผมนั้น (แปลว่ายังวัยรุ่นอยู่นะไอ้เตี้ย) ผมยังจำได้ถึงเหตุการณ์ในวัน "เปิดเทอม" ในช่วงเวลานั้นอยู่เสมอไม่เคยลืมเลือน ผมจำได้ว่า "เปิดเทอม" คือ การสิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนานสำหรับผม แต่กลับเป็น "ความเหนื่อยยาก" ของพ่อและแม่ผมในช่วงเวลาเดียวกัน เด็กๆ ทุกคนอยากให้เปิดเทอมไวๆ จะได้มี ชุดใหม่ รองเท้า ถุงเท้าใหม่ หนังสือใหม่  โดยที่เด็กๆ ไม่รู้หรอกว่า ของใหม่ๆ ทั้งหลายแหล่นั้น แลกมาด้วย "หยาดเหงื่อ" ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ขนาดไหน ซึ่งผมคิดว่า คงเป็น "ความเหนื่อยยาก" ที่ "อิ่มอกอิ่มใจ" อยู่ข้างในลึกๆ ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่มองเห็นการเจริญก้าวหน้าทางการศึกษาของลูก ผมอยากจะบอกว่า ผมมีความรู้สึก "ภูมิใจ" ที่ไม่ทำให้ "ความเหนื่อยยาก" และ "หยาดเหงื่อ" ของ "พ่อ-แม่" ผมต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ผมได้ใช้ "ทรัพย์สมบัติ" ที่ "ป๋า" และ "แม่" ให้มาตั้งแต่เล็ก นั่นคือ "วิชาความรู้" มาเลี้ยงชีวิต และตอบแทนพระคุณท่าน แม้จะไม่ได้สัก "เสี้ยวกระบิ" ที่ท่านมีพระคุณกับผมมา คำว่า "มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน" ยังคงเป็นจริง และไม่มีข้อใดที่จะมาโต้แย้งคำนี้ได้ มิตรรักนักอ่าน ว่าไหมครับ

       สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกกับมิตรรักนักอ่านทุกท่านว่า

"ผมคิดถึง บีเอ็มสองพัน ผมฝันถึง คาร์สัน

และผม..."รัก...ป๋า"...ที่สุดในโลก ครับ"

       ปัจฉิมลิขิต : แม้จะเปิดเทอมไปแล้วอาทิตย์กว่าๆ หวังว่ายังไม่ช้าเกินไปนะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 01/07/2009 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

เด็กๆ อย่างต้นหลิว ไม่ต้องไปสนใจหรอกนะจ๊ะ

เป็นแค่เสียงนกเสียงกา เสียง"หมา"เสียงแมว เท่านั้นแหละ

น้องต้นหลิวไปคิดเรื่องนิทานใหม่น่าจะดีกว่านะจ๊ะ

จบข่าวจ๊ะ

พี่เตี้ย รายงาน

พี่เตี้ย ถ่ายภาพ

พี่เตี้ย ราตรีสวัสดิ์
..........................................................................
ขอบคุณนะคะ...คุณพี่เตี้ย ^^
ที่อุตส่าห์เป็นห่วงหูน้อยๆทั้งสองแอนด์สมองของลูกสาวพี่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
(แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะเพราะความจำเธอสั้นแต่รักพี่เตี้ยนานนะคะ เรื่องไร้สาระแบบนี้เธอไม่เก็บไว้นานหรอกค่ะ..เนี่ยตื่นมาเช้านี้ก็คงลืมไปแว้ว) ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
...
...
คือคุณแม่ก็ถามหาเรื่องเองแหละค่ะ...5555555
เหตุด้วยความรำคาญ
นั่งฟังข่าวตั้งนาน ได้ยินแต่เรื่องโฟนอิน...ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ก็เลยอยากรู้ว่าเด็กที่นั่งข้างๆพี่ เขาคิดยังไงอ่ะค่ะ
...
...
พี่เตี้ยของต้นหลิวน่ารักจังเลย (ขอถามอายุหน่อยได้ปะ)5555555
ตลกบริโภคเกินไป(หรือเปล่าเนี่ย) ^^

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 26/06/2009 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

หรือว่า.........จริงๆ แล้ว
ยังคิดไม่ออก..

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 26/06/2009 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

คุณพี่เตี้ย...
ทำไมไม่มีเรื่องใหม่ซักกะที
สงสัยแบบนี้ที่เขาเรียกกันว่า "ผลงานคุณภาพจากมืออาชีพ"ใช่ป่าว
ต้องผ่านการคัดสรรกลั่นกรอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าดีที่สุดแล้ว
(ฮืม....ของเขาดีจริงๆ)..ถึงว่าแต่ละเรื่องกินใจคุณแม่ตูมากๆ ค่ะ ^^

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
mookie วันที่ : 20/06/2009 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อ่านไปตั้งแต่ตอนที่โพสต์ใหม่ๆ...

เฮียเห็นภาพอดีตของตัวเองอยู่รำไร...

อารมณ์ประมาณเดียวกัน แต่ของเฮียน้อยครั้งมากที่จะมีโอกาสได้ของใหม่ในวันเปิดเทอม เพราะอย่างไรก็ต้องรับมรดกตกทอดจากพี่สาวอยู่ดี...

ตอนหลังเลยคิดการใหญ่ ดัมพ์ตัวเองด้วยเนื้อ นม ไข่ ให้โตวันโตคืน จนในที่สุดประสบความสำเร็จ ตัวโตกว่า สูงกว่า เท้าใหญ่กว่า ไม่สามารถรับมรดกได้อีกต่อไป ถ้าไม่ซื้อให้ใหม่ก็ต้องเดินเท้าเปล่าไปเรียนกระมัง ไม่ฮา ขมขื่นจริงๆ...

จนจบมอสาม เลยฉีกมาเรียนพาณิชย์เสีย เครื่องแบบคนละเรื่อง ก็ไม่ต้องรับมรดกอีก เป็นงัยล่ะ แผนของเฮีย เฉียบคมสมคิดม๊ะ ...

ในอนาคต ถ้าน้องเตี้ยมีน้องเตี้ยจูเนียร์ออกมา อย่าลืมวันเวลาที่เราเคยเดินผ่านมา แล้วต้องเข้าใจเค๊ามากๆ เอาใจเค๊ามาใส่ใจเรา และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย...

เฮียรับรอง น้องเตี้ยจูเนียร์ต้องสุขภาพจิตบรรเจิดเบิกบานแน่ๆ...

ขอบคุณที่ย้อนกลับไปเยี่ยมทุกเอนทรี่... ไม่ทำมาหากินหรืองายยยย อ้ายบร้า...

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 13/06/2009 เวลา : 06.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

ยังไม่มีเรื่องใหม่อีกเหรอคะ
รออยู่นะ...^^

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

สงสัยแต่ว่า วัน ทู แล้วทำไมคนที่ 3 กลายเป็นไอ้ตี๋ ไปได้

ขออนุญาตแยกมาเมนท์แบบฮา เนื่องจากกลัวว่าจะทำให้ความซึ้งหายไปในเมนท์ก่อนหน้า

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ยาวแต่โคตรซึ้ง จริงๆ ว่ะน้องเตี้ย

โอ้โห ไปโด่งดัง ขึ้นหน้าหนึ่ง manager online ซะด้วย

+1 ให้เลย

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
ข้าเปนฅนไท วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yanindy
   พึ่งพาธาดาญาณิน   ณ ನઈาಖ        ²

อ ย า ก ร้ อ ง ไ ห้ ....T T

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
Mitraphap วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 19.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mitraphap




ความคิดเห็นที่ 38 (0)
tutu วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

กอดๆ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
PostAmorndern วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amorn

อ่านเรื่องนี้ตอนติดชาร์ตในผู้จัดการออนไลน์ เลยนึกถึงพ่อขึ้นมา ตอนพาไปซื้อชุดนักเรียนที่ร้าน "ทรงสมัย" แถวทรงวาด เมื่อช่วงเปิดเทอมเมื่อหลายสิบปีก่อน

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
WiKi วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wiki
   (◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪  

ละนี่...หายไปเป็นคุณพ่อเหรอะเอ๊งงง

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn


V17 อนันดา วานูฮาตู (ปุ้มปุ้ย)

อายุ: 18 ปี (หนึ่งปีวานูฮาตูมี 20 เดือน)

ภูมิลำเนา: วานูฮาตู ซิตี้

การศึกษา: อ่านออก เขียนได้ ด่าคนเป็น

ความใฝ่ฝัน: ได้ทาน "จิ้มจุ่ม" ร่วมโต๊ะกับ "น้องพอลล่า และเทย่า" โดยมีฝนตกพรำๆ ระหว่างนั่งกินด้วยนะ
................................

พี่ดีเจ.. AF 6 มาแร้ววน่ะ ปีนี้จะแข่งกับเค้าด้วยป่าวอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 06/06/2009 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

เง้อ...ซึ้งอ่ะ คิดถึงพ่อ

หนูก็ชอบน่ะอะไรที่ซื้อแล้วมีของเล่นแถมมาให้ด้วยเนี่ย

พี่อ่ะโชคดีเนอะที่มีความทรงจำกับครอบครัวมากมาย

อ่านของคนอื่น ๆ ในคอมเม้นท์เค้าก็มีกันอ่ะ

หนูจิไม่มีอะไรบ้างเลย เศร้าวุ๊ย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
แม่หมี วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

โทษฐานที่ทำให้แม่หมีน้ำตาซึม เอาไป 1 โหวต

แม่หมีก็แบบเดียวกันค่ะ อยากได้ของเล่นที่มาคู่กับรองเท้า

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

วางแอก แวะมาเมนท์... ไว้ค่อยมาอ่านนะ (แม้เรื่องมันจะคุ้นๆ ว่าเคยได้ยินจากปากแล้ว...555)

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
นายนุ1991 วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nainu1991
เป็น อยู่ คือปัจจุบัน

หวัดดีครับ เพื่อน
..เขียนเรื่องราวได้ดีเยี่ยมเลย
...ตัวเราไม่ถนัดเขียนเรื่อง ถนัดแต่สร้างเรื่อง อิ อิ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

คห.15

นึกถึงหัวอกแฟนผีสิ

เจ๋งที่อังกฤษ

เจ๊งที่โรมอ่ะ

If you are the first you are first...

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary


แล้วเมื่อไหร่ถึงจะมีเรื่องใหม่ซักทีอ่ะคะ ^^

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
tengpong วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 19.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

รู้สึกตัวเอง แย่มากตอนที่แม่เอาของเก่าจากพี่ๆมาให้ใช้แล้วไม่ค่อยพอใจทุกที
เพราะเรามันน้องสุดท้อง ที่มีพี่อีก 4 คน

แต่ซากของเก่าของพี่ๆที่แม่ดูแลเก็บไว้ให้ใช้นี่แหละ
ที่ทำให้เราเป็นคนได้ทุกวันนี้

ขอบคุณบทความกระแทกใจดีแท้ น้องเตีย
+1 ครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

:::ขึ้นหน้าหนึ่ง Manager Online เลยนะ เรื่องนี้:::

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Sjib วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sjib

ไม่มีพ่อให้ดูแลอ่ะ...
ใครยังมีคนในครอบครัว ก็ให้ความสำคัญมากๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
JoyGangster วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gangster-1
Photo Blog...สากกระเบือยันเรือรบ, I Love เมืองไทย I Like Korea, เรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องเดียวกัน...


พ่อแม่..พยายามสรรหาสิ่งที่ดึที่สุดให้ลูกเท่าที่จะทำได้

ลูก..ก็ต้องเข้าใจพ่อแม่

และพอใจในสิ่งที่มีอยู่ด้วย

....................

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
พระจันทร์รำพึง วันที่ : 29/05/2009 เวลา : 20.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/completefeeling
พระจันทร์ไกลไหม...จะไปพระจันทร์ เสี่ยวง๊วย นางมารพระจันทร์น้อย

ความคิดเห็นที่ 15
iheartia
ดอกไม้ สวยได้ด้วยตัวมันเอง
..................................
อ่ะ..ล้อเล่น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
พระจันทร์รำพึง วันที่ : 29/05/2009 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/completefeeling
พระจันทร์ไกลไหม...จะไปพระจันทร์ เสี่ยวง๊วย นางมารพระจันทร์น้อย

โหวดคับผม

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
พระจันทร์รำพึง วันที่ : 29/05/2009 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/completefeeling
พระจันทร์ไกลไหม...จะไปพระจันทร์ เสี่ยวง๊วย นางมารพระจันทร์น้อย

พอดี...ฝนตก...
ทำให้เจ้าความทรงจำ
มานั่งข้างๆ
ให้พอได้นึกถึง "ป๋า"
.
.
.
.
.
.
ป๋ามักชอบตักปลาให้กิน(ไม่ได้อยากกินซักหน่อย)
เราชอบกินส่วนไหนก็ได้..ของปลา ที่กรอบๆ
แต่ ป๋า มัก ตักตรงแก้มให้กิน บอกว่าอร่อย
เราไม่เคยอร่อยกะแก้มปลาของป๋าเลย..
แต่ทุกครั้งที่กินปลา...มักนึกถึงป๋าตลอด

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
พระจันทร์รำพึง วันที่ : 29/05/2009 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/completefeeling
พระจันทร์ไกลไหม...จะไปพระจันทร์ เสี่ยวง๊วย นางมารพระจันทร์น้อย

อ่านแล้ว
ได้อารมณ์เหมือนได้รื้อค้นความทรงจำเก่าๆ
ร้านบาจาและสุโขสโตร์บรรยากาศของร้านตู้ปลาแถววงเวียนใหญ่...เป็นเรื่องบังเอิญ ที่เราเติบโตมาในระแวกเดียวกัน...
ภาพต่างๆในวัยเยาว์ของ "ทู"
จึงชัดเจน..ในความความทรงจำ ของเจี๊ยบ เช่นกัน
จำได้สมัยเด็กๆ พ่อจะพาไปซื้อรองเท้าที่ร้านบาจาเช่นกัน
และอีกร้านที่อยู่ในความทรงจำ คือ ร้านธนบุรีศึกษา

เป็นพี่คนโต เลยได้ใช้ของใหม่ทุกปี แต่ไม่ได้เปลี่ยนชุดทุกปี..เพราะเป็นเด็กขี้โรคโตช้า...
ส่วนน้องสาว ก็ดันมาเข้าเรียน ป.1 พร้อมกันเพราะเค๊าเรียนเก่งได้ข้ามชั้น(น้องห้าขวบอยู่ ป.1เรา6 ขวบ)เราได้เรียนชั้นเดียวกับน้องตลอด..และมักโดนล้อว่า สอบตก
เพราะดันอยู่ห้องเดียวกับน้อง ทั้งที่สมัยนั้น หกขวบ อยู่ป.1 ก็เก่งแล้วนะ
และด้วยเหตุนี้น้องสาวก็จะได้ชุดใหม่ของใหม่เช่นกัน
พ่อและแม่ก็คงเหนื่อยน่าดูเหมือนกัน
ตอนเด็กๆไม่ได้คิดไรเลย
และก็จดจ่อ รอเปิดเทอม เพราะอยากอ่านมานะมานี
อิอิ
เออ ว่าจะเมนต์ชม
ด้วยความชื่นชอบ
ในงานคุณภาพ...
ป๊าดมาเล่าเรื่องตัวเองซะงั้น

เขียนดีมากๆค่ะชอบ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 29/05/2009 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

เหนื่อยจริงๆ ครับเตี้ย คนที่เป็นพ่อ
เหนื่อยมากๆ (รวมไปถึงคุณแม่ด้วยนะ)

แต่จากบรรทัดสุดท้าย....

"...และผม..."รัก...ป๋า"...ที่สุดในโลก ครับ"

คนเป็นพ่อเป้นแม่...หายเหนื่อยกับหนูๆ หัวโหนกๆ เป็นปลิดทิ้งเชียว

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ฅนผ่านทาง วันที่ : 28/05/2009 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konphantang
ร่างไร้วิญญาณของคุณน้าผ่องพรรณนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงศพหน้าเตาเผา หากไม่มีบรรยากาศของพิธีการแห่งความโศกเศร้า ก็คงไม่ต่างกับภาพการนอนหลับของผู้หญิงวัยเกษียณที่ยังมีเค้าความสวยให้เห็น..

สำหรับผู้ใช้ชีวิตแล้วผมเชื่อว่าย่อมเคยได้รับทุกรสชาติจากการดำเนินชีวิต เพียงแต่ว่ามากน้อยอาจแตกต่างกันบ้างตามวาระและโอกาสของแต่ละคน คงไม่มีใครมีความพอดีทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม สำคัญอยู่ที่ว่า ณ เวลานั้นแต่ละคนมีสิ่งใดเป็นสรณะ เช่นเดียวกับเด็กชายหัวโหนกในวัยนั้นที่ความทุกข์ใจด้วยปริมาณมากกับเรื่องรองเท้า และถุงเท้า ซึ่งในเวลาต่อมาก็จะมีสิ่งอื่นที่เป็นความต้องการมากกว่า

ทว่าเรื่องราวข้างต้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการสื่อใช่มั้ยครับ

แต่ผมคิดว่าแต่รองเท้าและถุงเท้าใหม่พร้อมของแถม จะไม่มีความหมายใดๆ ในความรู้สึกเลยหากสิ่งเหล่านั้นได้มาด้วยความง่ายดายซึ่งเกิดขึ้นในครอบครัวที่พร้อมในทุกสิ่ง คุณค่าของรองเท้าคู่นั้นอาจไม่มีค่าแม้เพียงนิดเดียวในความรู้สึก นั้นคือความแตกต่าง นั้นคือความตรงกันข้าม และนั่นคือคุณค่าในใจที่เราได้รับมา และอย่างน้อยมันก็ทรงคุณค่ามาจนถึงทุกวันนี้ ในวันที่รองเท้าคู่นั้นไม่ได้มีประโยชน์ใดๆ ในแง่ของการใช้ประโยชน์อีกแล้ว แต่ก็เชื่อว่า.. อดีตเด็กชายหัวโหนกในวันนี้ยังคงใส่รองเท้าคู่นั้นอยู่ตลอดเวลา

แต่เป็นหัวใจต่างหากที่เป็นผู้สวมใส่มัน หาใช่เทัาคู่นั้นไม่ !!

และในทุกๆ วันเปิดเทอม.. รองเท้าคู่นั้นก็จะเป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนให้เราได้หันกลับมามอง ไม่ว่าเหตุการณ์ในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตามที เป็นเรื่องเล่า เป็นข้อคิด หรือแม้กระทั่งเป็นคำสอนต่อเด็กหัวโหนกในรุ่นต่อๆ ไปได้เป็นอย่างดี

เพราะแท้ที่จริงแล้วไม่มีของมีค่าใดๆ มีคุณค่าได้หากมันไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ไม่ว่าจะทั้งร่างกายหรือจิตใจ ต่อให้เป็นพระเครื่องเมืองสุพรรณ หรือพระเครื่องที่ไหนก็ตาม

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับผม

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 28/05/2009 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

เพชรโชคดีที่ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนต่อจากพี่ เพราะมีพี่ชายค่ะ
พอเปิดเทอมที ก็ตื่นเต้นเหมือนกับเด็กชายหัวโหนก ที่จะได้รองเท้า ถุงเท้าใหม่ ชุดใหม่ และกระเป๋าใหม่
ส่วนน้องชาย ก็ใส่ต่อจากพี่ชายคนโตมะไหว เพราะอายุห่างกันถึง 8 ปี
เพราะฉะนั้น ที่บ้านต้องซื้อชุดใหม่ รองเท้าใหม่กันทุกปี
จริงๆก็ลืมความรู้สึกไปแล้วนะคะ พออ่านก็นึกถึงอารมณ์เปิดเทอมของเด็กขึ้นมาได้อีกครั้ง

เช้าวันเปิดเทอมวันแรก จะตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน
พอผ่านไปสักอาทิตย์นึง แม่แทบจะต้องแซะออกจากที่นอน ฮ่าๆๆ

ความสุขของเด็กช่างหาได้ง่าย พอๆกับความทุกข์ของผู้ใหญ่เลยนะคะ


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

ขออภัยที่ไม่สามารถเม้นต์อย่างทรงคุณค่าได้
เนื่องจากเอนทรีทรงคุณค่าเหลือเกินแล้ว

แถมเด็กชายหัวแบนก็ไม่เคยมีของใหม่เหมือนเด็กชายหัวโหนก เพราะว่ามันดันมีพี่ชายไล่เรียงกันขึ้นไปอีก 5 คน เลยใช้ของมือ 6 ตั้งแต่เล็กจนโต

แต่ตารางสอนของเด็กชายหัวแบนก็สวยไม่ซ้ำใคร
เพราะอยากได้แบบไหนสีไหน ก็นั่งวาดนั่งระบายเอาเอง บางปีจึงมีหุ่นอภินิหาร บางปีจึงมีซุปเปอร์แมน, มนุษย์ค้างคาว ทุกตัวหน้าตาเหมือนเด็กชายหัวแบนมาก

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

ภูมิใจนั่นแหละค่ะ...น่าภูมิใจมากๆๆๆๆๆ

จากคุณแม่น้องต้นหลิว

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
iheartia วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iheartia
...Live is Beautiful...Enjoy Your Life Now!...




(เจ๋ง...ที่โน่น แต่ธรรมดา...ถึงไม่น่าสนใจที่นี่ ควรจะ ภูมิใจ...หรือ เสียใจ ดีนะเรา)


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

ซึ้ง..เกินคำบรรยาย
อ่านไปน้ำตาคลอไป (จะเชื่อมั๊ยเนี่ย) T T

อ่านเสร็จทำให้คิดถึงพ่อกับแม่ของพี่ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
คิดถึง...คิดถึง T T

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
lost-in-space วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lostinspace
เคยไหม ? ที่เดินไปยิ้มไปได้อยู่คนเดียว :)

เขียนได้ดีมาก ๆ เลย ใช้คำง่าย ๆ แต่กินใจ

ตอนเด็ก ๆ เราไม่ค่อยได้ซื้อของใหม่ ๆ ทุกเปิดเทอม เพราะแม่เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์มาก ใช้ฝีมือด้านการตัดเย็บ ขยายดัดแปลงชุดนักเรียนชุดเก่าให้ใหญ่ขึ้นตามวัยที่เติบโต 2-3 ปี จึงจะได้ซื้อชุดใหม่ซะที แม้แต่เวลาที่ได้แสดงบนเวทีในงานปีใหม่ เพื่อน ๆ เค้าซื้อชุดใหม่กัน แม่ก็ดัดแปลงตัดเย็บชุดเก่าเมื่อปีที่แล้ว มาให้เราใช้ใส่ถึง 3 ปีใหม่ติด ๆ กัน (โชคดีตรงที่แม่มีฝีมือด้านนี้อยู่แล้ว)

แต่นั่น ก็ไม่เคยทำให้เกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ นำไปเปรียบเทียบกับเพื่อน ๆ คนอื่นเลย เพราะสิ่งที่พ่อกับแม่ให้มาตลอดไม่ขาดพร่อง คือ "เวลา" กับ "ความเอาใส่ใจ" ที่มีให้ลูก ๆ ในสิ่งละอันพันละน้อยตั้งแต่เล็กจนโต ก็เลยไม่เคยรู้สึกว่าขาดอะไรในชีวิตเลยสักครั้ง

ทั้ง ๆ ที่ความจริงตอนนั้น เมื่อเราได้มองย้อนกลับไปคิดถึง จึงได้รู้ว่าพ่อกับแม่ลำบากมาก ต้องประหยัด ต้องเก็บหอมรอมริบเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างอนาคตให้ลูก ๆ แต่ก็ไม่เคยแสดงออกด้วยคำพูดใด ๆ ให้ลูก ๆ รับรู้เลยแม้สักน้อย

ไป ๆ มา ๆ แทนที่จะเม้นท์เรื่องที่เขียน กลับมาเล่าเรื่องตัวเองซะงั้น เอาเป็นว่าเรื่องของคุณเตี้ย ให้คุณค่ากับคนอ่าน ที่สามาถกระตุ้นความคิดคำนึงถึงประสบการณ์ชีวิตในวัยเยาว์ให้ย้อนคืนกลับมาได้เป็นอย่างดี

+1 Vote

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
karnn วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karnn

อ่านแล้วซึ้งครับ สำหรับพ่อแม่ไม่มีของรักของหวงใดๆสำคัญเท่าลูกจริงๆครับ ตอนเด็กๆผมก็นั่งรอวันเปิดเทอมเหมือนกันฮ่ะอยู่บ้านเฉยๆมันเบื่อไม่มีเพื่อนเล่นคิดแค่นี้เองตอนนั้นแต่พ่อแม่คงลำบากน่าดูเวลาเปิดเทอม บ้านผมลูกตั้ง 4 คน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
แม่ไก่ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 07.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamakai


ทู...โตเป็นหนุ่มแล้วนี่
.
.
ให้เลือกเอา จะเลือกใช้ ข้างล่างหรือข้างบน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Jui วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

แวะมาเยี่ยม
ท่าน..เตี้ย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
nilsamai วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 06.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

ต่อไป..ขอเรื่องชื่อสั้นๆว่า "แม่"นะทู

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
nilsamai วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 06.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

เอ่อ..น้องเตี๊ยเป็นนักประพันธ์ได้แน่ๆค่ะ
มิตรรักนักอ่านเอาหัวเป็นประกัน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แม่ไก่ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 06.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamakai


ยังไม่ได้อ่าน...แค่ฟังเพลง...ก้อ..ซึ้งแระ แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆ..ไม่มีพ่อเว๊ยยยยยย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Supawan วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 06.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Supawan วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 06.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
kamolnum วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 03.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

กลับ กทม ประมาณวันที่ห้า
แล้วเจอกัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
kamolnum วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 03.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

ซึ้งต้อนรับวันเปิดเทอม
อ่านแล้วก็ เฮ้ออออ นึกถึงพ่อ

มีเหตุการณ์ทำนองนี้อยู่เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Pinyaporn วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 02.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinyaporn

อ่านแล้วคิดถึงพ่อมากค่ะ ยังจดจำทุกสิ่งที่พ่อทำให้ในวัยเด็กเสมอ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Pinyaporn วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 02.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinyaporn


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]