• iheartia
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tsuriya@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 100
  • จำนวนผู้ชม : 170008
  • ส่ง msg :
  • โหวต 273 คน
iheartia
บันทึกความทรงจำ...ทุกข์...สุข...สนุก...เศร้า...เหงา...เมา...เคล้าน้ำตา...สุราฮาเฮ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/iheartia
วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม 2552
Posted by iheartia , ผู้อ่าน : 2833 , 14:26:57 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       เนื่องจากใน ๒ เอนทรีที่ผ่านมา ผมได้วนเวียนเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ "เพื่อนตัวเล็ก ต่างเพศ ต่างวัย" ถึง ๒ ต้น (น้องต้นฝ้าย - น้องต้นหลิว) ผนวกกับได้เห็นเอนทรี "ปัดฝุ่น" ของศิลปินใหญ่แห่งเมืองสุพรรณฯ ก็เลยทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และหวนคำนึงไปถึงเรื่องราวในเอนทรีเก่าๆ ที่เคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ "เพื่อนต่างเพศตัวเล็กๆ" จึงคิดที่จะนำมา "รีรัน" อีกครั้ง (คำว่า "ขี้เกียจ" เนี่ย พูดยากเหลือเกินนะ น้องต้นเตี้ย แหะ แหะ แหะ) เอาเป็นว่า เชิญทัศนากันได้ ตามอัธยาศัยก็แล้วกันนะจ๊ะ มิตรรักนักอ่าน

....................

....................

..................... 

       เนื่องจากเอนทรีที่ผ่านมา ผมได้ย้อนเวลากลับไปสู่ความทรงจำในวัยแรกรุ่นเมื่อมี "รักแรก" สมองน้อยๆ ของผมกลับเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านั้น...ผมหวนคิดไปถึง "เด็กผู้หญิง" ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ยังคงอยู่ในซอกหลืบของความทรงจำในวัยเยาว์ถึงเยาว์มากของผม ภาพของเรื่องราวเมื่อครั้งนั้น ต่างพากันออกมาวิ่งเล่นเป็นภาพต่างๆ วนไปวนมาอยู่ภายในหัวสมองน้อยๆ ของผม ทำให้ผมคิดว่า ถ้า...ผมไม่เรียบเรียงเรื่องราวเหล่านี้ไว้ในตอนนี้ บางที...ความทรงจำดีๆ เรื่องนี้ อาจจะลบเลือนไป
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เนื่องจากทุกวันนี้ สมองน้อยๆ ของผมเริ่มที่จะลดประสิทธิภาพในความจำลงไปทุกที เพราะถูกกระทำชำเราจากเจ้า "น้ำสีอำพัน" ที่ผมขยันเติมเพิ่มลงไปในร่างกายในแทบจะทุกวันนั่นเอง

       ผมได้พบกับ "เด็กผู้หญิง" คนนี้ครั้งแรก เมื่อสมัยผมเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.๔ สมัยนั้นการแบ่งชั้นเรียนจะใช้ตัวอักษรไทยแบ่งเป็น ห้อง ก ข ค และ ง เรียงตามลำดับความฉลาดของเด็กนักเรียน ซึ่งก็แน่นอน เด็กสมองใส แหน๊ว แหนว อย่างผมนั้นต้องอยู่ห้อง ฮ เอ๊ย! ง. งู อย่างไม่ต้องสงสัย ตามประสาของเด็กที่"เรียนดี" แต่ "ขี้เกียจ" นั่นเอง เธอย้ายมาจากโรงเรียนหญิงล้วน และได้ถูกจัดให้มาเรียนห้องเดียวกันกับผม เมื่อคุณครูแนะนำตัวเธอกับเพื่อนในห้องเป็นที่เรียบร้อย ก็จัดโต๊ะเรียนให้นั่งอยู่ข้างๆ กับผม ทั้งนี้เนื่องจากเธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก จึงต้องมานั่งอยู่หน้าห้องเหมือนกันกับผม และเมื่อเธอได้เดินมานั่งยังโต๊ะเรียนข้างผมแล้ว เธอหันมายิ้มให้ผม ก่อนที่จะเอ่ยปากคุยกับผมเป็นคำแรกว่า

       "สวัสดีจ๊ะ เราชื่อ "เอมอร" เธอล่ะชื่ออะไรเหรอ..?"

       ผมยิ้มให้เธอ ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า "เราชื่อ สุริยา ชื่อเล่น ทู แล้วเธอมีชื่อเล่นมั๊ยเนี่ย"

       เธอส่ายหน้าให้ผม แลัวบอกกับผมว่า "ไม่มีจ๊ะ ป่าป๊า กับ หม่าม๊าเรียก "เอมอร" มาตั้งแต่เด็กแล้ว"

       "เอมอร" เป็นเด็กผู้หญิงรูปร่างเล็ก ดูบอบบาง ผิวขาว ขาวจนผมมองเห็นแก้มของเธอทั้งสองข้างมีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ให้เห็นอยู่ทั้งสองข้าง เธอเป็นลูกครึ่งจีนที่ "ตาโต" ไม่เหมือนลูกคนจีนในสมัยนั้น เธอตัดผมสั้น และไว้ผมหน้าม้า ติดกิ๊บสีสันสดใสทีเดียว หน้าตาเธอดูเป็นเด็กที่แก่นและซนไม่เบา ผมชอบดูเวลาเธอยิ้ม หรือหัวเราะ เนื่องจากเธอจะมีเขี้ยวเล็กๆ อยู่สองข้าง เธอเป็นคนพูดเสียงดังและไม่กลัวใคร ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ทั้งๆ ที่ตัวเล็กกระเปี๊ยกกว่าใครในห้องเรียน พูดง่ายๆ ก็คือ ทั้งผมและเอมอรต้องเข้าแถวอยู่หน้าสุดคู่กันเป็นประจำทุกวันในตอนเคารพธงชาติ น่าจะทำให้มองเห็นภาพว่า "เอมอร" และผมตัว "กระเปี๊ยก" ขนาดไหน หลังจากที่เราได้รู้จักกันแล้วเราก็เริ่มมีความสนิทสนมกันมากขึ้นตามประสาเด็กๆ ซึ่งในภายหลัง เอมอรได้เรียกชื่อผมใหม่ว่า "ไอ้โหนก" ตามลักษณะของหน้าผากของผม และพูดกับผมเป็น "แก...ฉัน" โดยที่ตัวผมนั้นยังคงเรียกชื่อเธอว่า "เอมอร" และ "เรา...เธอ" เหมือนเดิม ตั้งแต่ตอนแรกที่เรารู้จักกัน

       บ้านของ "เอมอร" เป็นร้านขายของชำ ซึ่งนับว่ามี "ฐานะ" ในสมัยนั้นอยู่พอสมควร ซึ่งเธอก็มักจะมีขนมอร่อยๆ แปลกๆ มาให้ผมอยู่เสมอ เช่น "ลูกอมรสนม" ที่สามารถกินได้ทั้งเปลือก ซึ่งขนมชนิดนี้ ผมชอบมากเนื่องจากขี้เกียจแกะนั่นเอง อีกทั้งยังมีหนังสือภาพหนังจีนกำลังภายใน ที่มีการบรรยายภาพเป็นช่องๆ คล้ายๆ กับหนังสือการ์ตูนในสมัยนี้มาให้ผมอ่าน ซึ่งที่เป็นที่นิยมของเด็กๆ ในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก แต่ผมชอบของที่ "เอมอร" เอามาฝากผมมากที่สุด ก็คือ "สมุดฉีก" เล่มเล็กๆ ที่หน้าปกเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ แล้วฉีกเป็นแผ่นๆ ได้ เพราะผมเป็นคนที่ชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่มีกระดาษที่ไม่มีเส้นบรรทัดมาวาดรูปอย่างที่ใจต้องการ เอมอรมักจะเอาเจ้าสมุดฉีกมาฝากผมอยู่บ่อยๆ แต่เอมอรจะมี "เงื่อนไข" กับผมว่า ต้องวาดรูปการ์ตูน "แคนดี้" ที่ตาโตๆ มีวงกลมสามสี่ดวงในลูกตาจนเธอพอใจเสียก่อน เธอถึงจะให้สมุดฉีกที่เหลือกับผม ซึ่งผมรู้สึกยากลำบากใจกับการวาดเจ้าตัวการ์ตูน "แคนดี้" เสียแทบจะทุกครั้ง เนื่องจากมันเป็นการ์ตูนของ "เด็กผู้หญิง" แต่ผมต้องจำใจวาดเพื่อ "สมุดฉีก" เล่มน้อยๆ และข้อสำคัญก็คือ...ผมเป็นคนที่มีนิสัยไม่ชอบ "ขัดใจ" เพื่อนนั่นเอง

       แต่ก็ใช่ว่าผมจะเป็นฝ่ายที่ "รับ" ผลประโยชน์จากเอมอรเพียงฝ่ายเดียวนะครับ ทั้งนี้ก็เพราะว่า เอมอรมักจะ "พึ่งพา" ไอ้โหนก ในเรื่องของการลอก "การบ้าน" ในแทบจะทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียนอยู่เสมอ เอมอรยังเคยบอกกับผมครั้งหนึ่งว่า

       "ไอ้โหนก ทำไมแกเรียนเก่งจังวะ ฉันอิจฉาแกว่ะ"

       ผมก็ได้แต่ยิ้มให้เอมอร โดยที่มือยังไม่ละจากการวาดการ์ตูน "แคนดี้" เพื่อแลกกับ "สมุดฉีก" ขณะที่เอมอรก็กำลังก้มหน้าก้มตาลอกการบ้านของผม ตอนเช้าก่อนเคารพธงชาติในห้องเรียน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติในแทบจะทุกวัน ถ้าใครผ่านไปมาที่ห้อง ป.๔ ง งู ในช่วงเช้า ก็จะได้เห็นเด็กผู้ชายกับผู้หญิงนั่งโต๊ะข้างๆ กัน นั่งขีดๆ เขียนๆ พร้อมกับคุยโดยที่ไม่มองหน้ากัน

       เหตุการณ์ที่ผมรู้สึกประทับใจกับ "เพื่อนต่างเพศ" ที่ชื่อ "เอมอร" มากที่สุด มีอยู่สองเหตุการณ์ ซึ่งในเหตุการณ์แรกนั้น เกิดขึ้นในสมัยชั้น ป.๔ วันนั้น ผมได้ขออนุญาตคุณครูไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำการ "ปัสสาวะ" ซึ่งก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เมื่อขณะที่ผมกำลังกระทำการ "จัดเก็บน้องน้อยๆ" ให้เข้าที่เข้าทางนั้น "ซิป" เจ้ากรรมได้กระทำการพรากเอา "เนื้อนุ่มๆ ของน้องน้อยๆ" เข้าไปติดคาอยู่กับซิปกุงเกง ซึ่งผมพยายามกู้สถานการณ์ฉุกเฉินนั้นอยู่นานสองนาน ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ผมร้องไห้อยู่ในห้องน้ำเพียงลำพังเป็นเวลาค่อนชั่วโมง จนกระทั่งคุณครูพละได้เข้ามาช่วยแก้ไขกู้ชีวิต "น้องน้อย" ของผม ให้หลุดจากพันธนาการจาก "เจ้าซิปใจร้าย" ผมเดินกลับเข้าห้องเรียน โดยคราบน้ำตายังไม่แห้งไปจากแก้ม เพื่อนๆ ภายในห้องพากันล้อเลียนผมกันอย่างสนุกสนาน มี "เอมอร" เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่หัวเราะเยาะเย้ยผม เธอหันมาถามผมด้วยสีหน้าที่เป็นห่วงเป็นใยผม ที่ดูแล้วมาจากความรู้สึกที่แท้จริงว่า...

       "เจ็บมากไหม...โหนก"

       ผมหันไปมองหน้าเธอ ก่อนจะตอบเธอไปด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า "เจ็บ...มาก"

       ซึ่งผมรู้ในภายหลังจากเหตุการณ์ "วันสยองของน้องน้อย" ว่า "เอมอร" เป็นคนที่บอกคุณครูให้ไปตามหาผมในห้องน้ำโรงเรียน เนื่องจากผมหายไปนานจนผิดสังเกตนั่นเอง

       เหตุการณ์ที่สองนั้นเกิดในสมัยชั้น ป.๕ ในชั่วโมงการฝีมือ วันนั้นมีการทำการฝีมือในห้องเรียน ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ในการทำงานฝีมือนั้นต้องมี "กรรไกร" อยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย วันนั้นตัวของผมนึกสนุกเล่นเป็น "ช่างตัดผม" โดยที่คิดว่าเอมอรเป็นลูกค้าของผม ผมใช้กรรไกรฉวัดเฉวียนไปมา ฉับๆ ภายในอากาศรอบๆ ผมบริเวณหน้าม้าของเอมอร เป็นการตัดผมแบบหลอกๆ โดยที่เอมอรได้เอ่ยปากบอกกับผมด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า

       "แกเล่นบ้าอะไรของแกวะ ไอ้โหนก อย่าเล่นอย่างนี้สิ"

       ผมก็ทำเป็นไม่สนใจ ยังคงฉวัดเฉวียนกรรไกร ฉับๆ ของผมไปไม่ยอมหยุด...แต่เจ้ากรรม...มีเสียงของกรรไกรที่ดัง "ฉับ" ขึ้นมาหนึ่งครั้ง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่ผ่าน "อากาศ" แต่เป็นเสียงที่กระทบกับเส้นผมบริเวณ "หน้าม้า" ของเอมอร เส้นผมของเธอร่วงหล่นมาเป็นกระจุกใหญ่ๆ เมื่อเธอเห็นเส้นผมที่หล่นบนกระโปรง เธอหันมามองหน้าผม พร้อมกับร้องไห้ออกมาเสียงดังมากๆ ซึ่งผมไม่เคยเห็นเอมอรร้องไห้ขนาดนี้มาก่อนเลยตั้งแต่เราคบกันมา เจ้าเพื่อนร่วมห้องตัวดีก็รีบจัดแจงวิ่งไปรายงานคุณครูว่า

       "คุณครูครับ คุณครูครับ สุริยา แกล้ง เอมอร ครับ"

       ในตอนนั้น ผมคิดว่าใบหน้าของผมคงจะซีดจนไม่มีสีเลือดเลย ผมนึกถึง "ไม้เรียว" ขึ้นมาโดยทันที งานนี้ผมคงต้อง "ร้องไห้" ไม่น้อยไปกว่าเอมอรอย่างเป็นแน่แท้ แต่เมื่อคุณครูมาถึงที่เกิดเหตุแล้วเอมอรหยุดร้องไห้ แล้วกลับบอกคุณครูไปว่า

       "สุริยา ไม่ได้แกล้งหนูค่ะ คุณครู"

       ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ผมหันไปมองหน้าเธอ เอมอรหันหน้าหนีจากผม ยังคงมีน้ำตาคลออยู่ภายในดวงตาของเธอ แล้วคุณครูก็เดินจากไป วันนั้นทั้งวันเรานั่งอยู่ข้างกัน โดยที่เอมอรไม่พูดคุยกับผม อย่าว่าแต่คุยเลยครับ หน้าผมเธอยังไม่มองด้วยซ้ำ ผมคิดว่าผมคงถูกเอมอร "ไล่ออก" จากความเป็น "เพื่อน" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจำได้ว่ารู้สึก "ผิด และเสียใจ" เป็นอย่างมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อผมกลับถึงบ้าน ผมได้แต่หยิบสมุดฉีกที่เหลือมานั่งวาดการ์ตูน "แคนดี้" ที่ผมคิดว่าผม "ตั้งใจ" มากกว่าในการวาดทุกครั้งที่ผ่านมา ผมวาดไปหลายรูป โดยที่ตั้งใจจะนำไปให้เอมอรในวันรุ่งขึ้น โดยที่ไม่หวังจะได้ "สมุดฉีก" เล่มใหม่ โดยคิดว่าเป็นการวาดรูปให้เอมอรเป็น "ครั้งสุดท้าย"

       เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึง ผมมานั่งรอเธอที่ห้องเรียนแต่เช้าเหมือนเช่นทุกวัน เตรียมสมุดการบ้านของผมวางไว้บนโต๊ะของเอมอร เพื่อให้เธอลอกเหมือนเดิม สักพัก เอมอร ก็มาพร้อมกับทรงผมที่ดูแล้ว "ประหลาด" จากความพิเรนทร์ของผม หน้าม้าของเธอเว้าๆ แหว่งๆ ผมได้แต่ก้มหน้าไม่กล้ามองเธอ สักพักผมก็ได้ยินเสียงเอมอรพูดกับผมว่า

       "ไอ้โหนก ฉันเอา ลูกอม กับ สมุดฉีก มาฝากแก"

       ผมหันไปมองหน้าเธอ รู้สึกดีใจมากที่เอมอรยังคุยกับผมเหมือนเดิม ราวกับว่าเธอไม่โกรธผมแล้ว ผมรีบเอารูป "แคนดี้" ที่วาดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนให้เธอ เอมอรเก็บรูปใส่กระเป๋า แล้วก็ก้มหน้าก้มตาลอกการบ้านผม โดยที่มีผมนั่งกิน "ลูกอมรสนม" ด้วยความสบายอกสบายใจอยู่ข้างๆ เธอ ผมได้ถามเอมอรภายหลังจากที่ผมของเธอดูไม่น่าเกลียดแล้วว่า

       "เอมอร โกรธเรามั๊ยเนี่ย?"

       เอมอรหันมาผมมองตาเขียว ก่อนจะตอบผมด้วยน้ำเสียงที่ยังดูแค้นเคืองอยู่ไม่หายว่า

       "ฮึ...โกรธสิแก โกรธมากๆ ด้วย ไอ้โหนก นะ ไอ้โหนก แกไม่น่าทำกับฉันเลย"

       "แล้วทำไมไม่ฟ้องคุณครูล่ะ เอมอร" ผมถามเอมอรต่อด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

       "ก็แกเป็น "เพื่อน" ฉันน่ะสิ ถามได้" เอมอรหันมาตอบพร้อมทำหน้าตาประหลับประเหลือก

       เมื่อขึ้นชั้น ป.๖ ผมรู้สึกว่าเอมอรมีการเปลี่ยนแปลง เธอเริ่มส่องกระจกบ่อยๆ รักสวยรักงามขึ้น แต่กับผมแล้ว เอมอรยังคงเหมือนเดิม ยังคงเล่นหัวกันเหมือนเมื่อตอนสมัยชั้น ป.๔ ผมก็ยังคงรู้สึกเห็นเอมอรเป็น "เพื่อน" ที่สนิทที่สุด เรายังคง "ลอกการบ้าน วาดการ์ตูน กินขนมแปลกๆ" ด้วยกันในแทบจะทุกๆ วัน จนเมื่อเราสองคนใกล้จะเรียนจบชั้น ป.๖ เอมอรได้ตั้งคำถามกับผมว่า

       "ไอ้โหนก จบ ป.๖ แล้ว แกจะไปเรียนต่อที่ไหนเหรอ...?"

       "พ่อให้สอบเข้าโรงเรียนแถวบ้านน่ะเอมอร แล้วเอมอรล่ะ" ผมตอบโดยที่ยังมีลูกอมคาอยู่ในปาก

       "ไม่รู้สิ หม่าม๊าให้เรียนต่อที่นี่แหละ แกน่าจะเรียนต่อที่นี่กับฉันนะ ฉันจะได้มีคนลอกการบ้าน"

       "พ่อบอกว่าค่าเทอมมันแพง ให้เราเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้แล้วน่ะ" ผมตอบเธอ

       "ฉันคงคิดถึงแกน่าดูเลยนะ" เสียงของเอมอรสำหรับผมในตอนนั้นมันดูเศร้าๆ ยังไงก็ไม่รู้

       เมื่อวันจบการศึกษาใกล้จะมาถึง เช้าวันหนึ่ง เอมอรได้นำสมุด "เฟรนด์ชิพ" ที่หน้าปกเป็นรูปตัวการ์ตูน "แคนดี้" ขวัญใจของเธอออกมาจากกระเป๋านักเรียน มายื่นให้ผมพร้อมกับบอกผมว่า

       "โหนก แกเซ็นเฟรนด์ชิพให้ฉันหน่อย ฉันให้แกเซ็นเป็น "เพื่อนคนแรก" ต่อจากคุณครูเลยนะเนี่ย"

       ผมรับสมุดเล่มนั้นมาเก็บใส่กระเป๋า ก่อนบอกกับเธอว่า "เดี๋ยวพรุ่งนี้ เราเอามาคืนให้นะ"

       เอมอรยิ้มให้ผม ก่อนที่จะถามผมว่า "แล้วแกไม่ให้ฉันเซ็น เฟรนด์ชิพ แกบ้างเหรอเนี่ย..?"

       "พ่อไม่ให้ซื้อน่ะเอมอร พ่อบอกว่าแพง ซื้อสมุดหนังสือเรียนดีกว่า" ผมบอกเสียงเบาๆ กับเธอ

       "เดี๋ยวเราเอา เฟรนด์ชิพ ที่บ้านมาให้แกดีมั๊ย ที่บ้านเรามีเยอะนะ" เอมอรถามผมอีกครั้ง

       "ไม่เอาล่ะเอมอร เราเซ็นให้เธอคนเดียวดีกว่า" ผมตอบกลับเอมอรไปด้วยความเกรงใจ

       ผมจำได้ว่า คืนนั้นทั้งคืน ผมวาดรูป "แคนดี้" เต็มสองหน้ากระดาษในสมุดเฟรนด์ชิพของเธอ มีถ้อยคำมากมายในนั้นที่เลือนรางไปจากความทรงจำ แต่มีคำหนึ่งที่ผมยังพอจำได้ เป็นคำลงท้ายธรรมดาๆ ในเฟรนด์ชิพเล่มนั้น ว่า

       "ให้...เอมอร เพื่อนที่เรา "สนิท" มากที่สุด"

       ผมเคยสงสัยว่าทำไมไม่มีเพื่อนในสมัย ป.๖ มาจีบเอมอรเลยแม้แต่สักคนเดียว ซึ่งผมเพิ่งมารู้ในภายหลังจากเพื่อนที่เรียนด้วยกันในสมัยชั้น ป.๖ ว่า เอมอร เป็นคนที่บอกกับใครต่อใครว่าเป็น "แฟน" กับผม ซึ่งมีผมอยู่คนเดียวที่ไม่เคยรู้เลยว่า เอมอร "คิดอย่างไร" กับผมในตอนนั้น

       และแล้ววันจบการศึกษาชั้นประถมก็มาถึง ผมก็สอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลแถวบ้านได้ตามความประสงค์ของพ่อ การปรับตัวในสถานศึกษาใหม่ ทำให้ผมค่อยๆ ลืมเลือน "เพื่อนผู้หญิง" คนสนิทตัวเล็กๆ ของผมไปทีละนิด ทีละน้อย จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อผมกลับมาจากโรงเรียน แม่ได้เอาจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ โดยมีการจ่าหน้าซองเป็นชื่อของผม ผมมองไปที่ลายมือนั้น ผมเห็นครั้งแรกก็จำได้เลยว่านี่คือ จดหมายของ "เอมอร" อย่างแน่นอน และยิ่งการจ่าหน้าซอง มีการวงเล็บต่อท้ายว่า (โหนก) แล้วล่ะก็คงไม่ใช่ใครที่ไหนอย่างแน่นอน

       ในเนื้อความจดหมายบอกผมว่า เอมอร ต้องย้ายตามครอบครัวไปต่างจังหวัด เธอคงต้องย้ายโรงเรียนใหม่ เอมอรได้แนบรูปถ่ายติดบัตรนักเรียนในซองจดหมายให้ผมด้วย เธอบอกกับผมว่า เมื่อเธอย้ายไปยังที่อยู่ใหม่แล้ว จะเขียนจดหมายมาหาผมอีกครั้ง เราจะได้ติดต่อกันทางจดหมาย โดยที่คำลงท้ายในจดหมายนั้น เธอบอกกับผมว่า

       "ฉันคิดถึงแกนะโหนก"

       ผมอ่านไปอมยิ้มไป ตัวผมก็อยากบอกเอมอรเหมือนกันว่า ผมย้ายโรงเรียนใหม่แล้ว ผมก็มีแต่เพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชาย ผมไม่มีเพื่อนผู้หญิงคนไหนที่ผมสนิทด้วยเลยเหมือนอย่างเอมอร

       หลังจากวันนั้น ผมก็เฝ้ารอคอยจดหมายจากเอมอร วันแล้ว...วันเล่า จดหมายจากเอมอรที่ผมรอ ก็ไม่เคยมาถึงมือผมอีกเลยแม้แต่ฉบับเดียวจนกระทั่งในที่สุด...เมื่อเวลาผ่านไป..."เพื่อนต่างเพศ" คนนี้ของผมก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากความคิดของผมในที่สุด

       ยี่สิบกว่าปีผ่านไป...สำหรับผมแล้วเหตุการณ์ต่างๆ ข้างต้นนั้น เป็นความรู้สึกที่ "สวยงาม" ในความทรงจำของผมอยู่ "เสมอ" ไม่เคยเปลี่ยน การที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของผม ได้มีโอกาสพบกับ "เพื่อนต่างเพศ" มีความรู้สึกดีๆ มอบให้แก่กันและกัน มีความห่วงใย ความเอื้ออาทร และมี "ความรัก" ต่อกัน โดยที่ "ความรัก" นั้น เป็นความรักที่ บริสุทธิ์ สะอาด ไม่ใช่ความรัก ที่เกิดจากอารมณ์และความรู้สึกปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้าม เป็น "ความรัก" ระหว่าง "เพื่อน" ที่มีต่อ "เพื่อน" ด้วยใจจริงนั้น มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่บรรยายออกมาไม่ถูกเลยจริงๆ

       ผมเคยนั่งคิดนอนคิดเล่นๆ ว่า ถ้า...ผมไม่ย้ายโรงเรียน ยังคงเรียนอยู่กับเอมอรไปเรื่อยๆ ถ้า...ความสัมพันธ์ของเราพัฒนาขึ้นมาจาก "เพื่อน" เป็น "คนรัก" คงจะเป็น "รักครั้งแรก" ที่สุดแสนจะคลาสสิกกว่าคู่รักคู่อื่นเป็นไหนๆ และถ้า...เราตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกัน ผมว่า ป่านนี้ ผมคงต้องนั่งวาดรูปการ์ตูน "แคนดี้" ให้ เอมอร ดูก่อนนอนทุกคืน โดยที่เอมอรต้องคอยซื้อ "ลูกอมรสนม" มาไว้ให้ผมกินทุกวัน คงจะมีความสุขอย่างมากเลยทีเดียวเชียว

       แล้วมิตรรักนักอ่านล่ะครับ เคยมีความรู้สึกดีๆ กับ "เพื่อนต่างเพศ" เหมือนกับผมกันบ้างหรือเปล่า...? ลองเขียนให้ผมอ่านดูสักที ดีมั๊ยครับเนี่ย...?

ปัจฉิมลิขิต : ขอบพระคุณ ศิลปิน "โฟลค์เหน่อ" เจ้าของแรงบันดาลใจ "ปัดฝุ่น" ไว้ ณ โอกาสนี้

                 ขอบพระคุณภาพสวยๆ จาก คุณ orange และท่าน Norman Rockwell ที่ผมชื่นชอบ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 01/09/2009 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

คุณพี่เตี้ย..^^
..
แล้วเมื่อไหร่จะเขียนเรื่อง "รักครั้งแรก" ล่ะคะ
อยากอ่านค่ะ.....
..
ว่าเรื่องราวของ "รักครั้งแรก" ของพี่โหนกจะเป็นอย่างไร
..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 31/08/2009 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

ซ่อนไว้ไม่ลึกเลย สำหรับ รักครั้งแรก

อือ.. น้องเตี้ย เขียนนิยายประกวดเหอะ ตัวเองน่ะ

รางวัลสุภัทร สวัสดิรักษ์ ที่สกุลไทย หรือหญิงไทย

พิมพ์ขนาดเอสี่ หน้าเดียว คอร์เดีย ยูพีซี สิบหก พอยท์ ความยาวของเรื่อง ไม่เกิน ยี่สิบห้า ถึง สามสิบตอน ตอนละไม่เกินแปดหน้า

ส่งแผ่นไลต้นฉบับ ด้วยล่ะ

กองบรรณาธิการนิตยสารสกุลไทย รายสัปดาห์ เลขที่ ห้าสิบแปด ซอยนภาศัพท์ (แยกที่ห้า) ถนนสุขุมวิท ซอยสามสิบหก แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ หนึ่งศูนย์หนึ่งหนึ่งศูนย์ วงเล็บมุมซองด้วย "นวนิยายส่งเขาประกวด รางวัล สุภัทร สวัสดิรักษ์"


หมดเขต สามสิบ พฤศจิกาค่ะ


ชอบงานเขียนคุณค่ะ

แจม

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 31/08/2009 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

ไอ้โหนกเองลอกการบ้านพี่ลำภา ตรูจะไปฟ้องคุณครู

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
cozy วันที่ : 29/08/2009 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ชอบๆครับ

ผมเองไม่มีประสบการณ์วัยเด็กแบบนี้เลย เอาแต่เล่นเกมน่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary


รูปนี่เท่ห์มั่กๆๆๆๆๆ
..

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

เรื่องนี้ไม่คุ้นว่าเคยอ่านนะ น้องเตี้ยเอามาให้อ่าน ถือว่าพี่โชคดีมากเลย

น้องเตี้ยเคยตามหา เอมอร ดูหรือเปล่าล่ะ
ไม่แน่นะ อาจจะเจอกันอีกก็ได้ ไม่ว่าเธอจะมีครอบครัวไปแล้วก็ตาม

พี่เอง ยังเจอเพื่อนสนิทสมัย ป.5 แล้วเลย โดยเจอพี่สาวเขาในโอเคนี่แหละ

โลกเรานี่ มันกลมเนอะ

แต่เอาเถอะ ถึงน้องเตี้ยอยากจะเก็บให้เรื่องนี้ เอมอรคนนี้
เป็นเพียงแค่ ความทรงจำที่สวยงาม พี่ก็เห็นดีด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

ลืมบอกไปอีกอย่างค่ะ
ต้นหลิวมีการ์ตูนเล่มโปรดที่สะสมอยู่ 3 เรื่อง
..
1."การ์ตูนแคนดี้"
2."ไมเคิลแมวแก่แดด"
3."อาราเล่"
..
ปล.แต่ถึงแม้ว่าต้นหลิวจะชอบอ่านแคนดี้เหมือน "น้องเอมอร"
แต่ต้นหลิวไม่ชอบลอกการบ้านเพื่อนเหมือน "เอมอร" นะคะ...อิอิอิ
..
และแม่ตูก็รู้ด้วยล่ะว่าทำไม "เอมอร" โกรธ "น้องเตี้ย" ไม่ลง ถึงแม้ว่าจะโดนตัดผม
(สงกะสัยกลัวไม่ได้ลอกการบ้าน"น้องเตี้ย" แน่ๆ เลย)
(แบบนี้เขาเรียกว่า "เด็กฉลาด รู้จักเอาตัวรอด ชาติเจริญ)

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

คุณพี่เตี้ย..มีพี่คนหนึ่งเขาฝากมาบอกว่า
ชื่นชมบทกวีที่พี่เตี้ยบรรจงสร้างให้ "ต้นหลิว" ด้วยอ่ะ
..
..
อยากรู้ป่าวว่าครายยยยยยยย ^^
v
v

ดูความเห็นของคุณกับ Nok' นิรมล
27 ส.ค. 15:25 น.
Nok'นิรมล พูดว่า:
ชอบบทกวีข้างซ้ายนี่มากเลย ขอชมเชยคนแต่งด้วยจ้า...
..
..
ถ้าอยากรู้ต้อง..ตามไปดู ^^
http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=173415832

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

ขอบอกว่า..คุณพี่เตี้ย "ยังถือว่าเรียนเก่งมั่กๆ"
ห้อง "ง.งู" ดีจะตายไป
v
v
ส่วนแม่ตูตอนเรียนประถมไม่รู้ทำไม.......
ครูให้อยู่ห้อง "ค.ควาย" ทู๊กที กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก
ฟังดูเหมือนฉลาดมั๊ยเนี่ย..อิอิ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
TonLewเองค่ะ วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonLew
TonLew Diary

คนเขียนหนัง "แฟนฉัน" ชิดซ้ายไปเลย..อิอิ
..
ขายเป็นบทภาพยนต์หรือเปล่าเนี่ย ^^

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 19.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

โหนกเพื่อนรัก

คห.5 น่าจะไม่พูดความจริง

เห็นอ่านไป 120 รอบแล้วนี่นา


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

"ฉันคิดถึงแกนะโหนก"


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ชอบๆๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
fonsasami วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fonsasami
http://www.namfardress.com 

ตามมาอ่านแฟนฉันฉบับการ์ตูนแคนดี้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

มาอ่านรอบที่ 101

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
kamolnum วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

แทรก ตก หล่น

"อ่านอีกครั้งก็ยังรู้สึกดีเหมือนเดิม"

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
kamolnum วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

อ่านอีกครั้งก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม

"แล้วมิตรรักนักอ่านล่ะครับ เคยมีความรู้สึกดีๆ กับ "เพื่อนต่างเพศ" เหมือนกับผมกันบ้างหรือเปล่า...? ลองเขียนให้ผมอ่านดูสักที ดีมั๊ยครับเนี่ย..."
อืมม์ มีเหมือนกันนะ แต่ชักเริ่มเปลี่ยนเพศเดียวกันซะแล้วสิ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tutu วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

ไปตัดผมเค้าทะมาย นิสัยไม่ดี สมน้ำหน้า โดนหนีบน้อง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tutu วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 14.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

ไอ้โหนก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]