• รักประเทศไทย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakulwongp@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 27991
  • ส่ง msg :
  • โหวต 21 คน
ชีวิตมีขึ้น มีลง
พอใจกับสุข ตระเตรียมทุกข์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/iloveYou
วันพุธ ที่ 3 ตุลาคม 2550
Posted by รักประเทศไทย , ผู้อ่าน : 592 , 15:00:14 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พอดีอ่านเจอหัวข้อเขียนโดย คุณโสภณ สุภาพงษ์

มันเข้ากับบรรยากาศเรื่องที่เขียนวันนี้ เลยขอยกมาให้อ่านครับ

บทความข้างล่างสอนให้รู้ว่า "ดี ชั่ว รู้ จะทำหรือไม่อีกเรื่อง"

กำไรก๊าซน้ำมันและหุ้นทับซ้อน
โดย โสภณ สุภาพงษ์2 ตุลาคม 2550 18:49 น.
       หลังการแปรรูป ปตท.ของรัฐขายเป็นหุ้นให้เอกชนเมื่อปี 2544-2545 รัฐบาลช่วงนั้นยังคงให้มีการผูกขาดก๊าซธรรมชาติต่อไป จากนั้นบริษัทโรงกลั่นน้ำมันเอกชน 5 แห่งที่มีกำลังผลิต 86 เปอร์เซ็นต์ ของประเทศถูก ปตท. ถือหุ้นเพิ่ม และนำไปขายในตลาดหุ้น
       
       ปรากฏว่าตัวเลขกำไรเมื่อนำมารวมกันของบริษัทโรงกลั่นน้ำมันที่รวมกันไม่เคยเกิน 22,000 กว่าล้านบาทต่อปีมาตลอด 20 ปี ก่อนหน้าปี 2545 นั้น ได้เพิ่มเป็น 120,989 ล้านบาทในปี 2547 และเพิ่มเป็น 195,853 ล้านบาท ในปี 2548 และยังคงเพิ่มเป็น 135,330 ล้านบาทในปี 2549 (ดูตารางประกอบ)

       ตัวเลขกำไรมหาศาลนี้เป็นรายงานประจำปีของบริษัทที่ต้องรายงานต่อกระทรวงพาณิชย์และตลาดหลักทรัพย์ (แบบรายงาน 56-1)ตามกฎหมาย
       
       กำไรที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติมากกว่าแสนล้านบาทต่อปีหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 500 ถึง 900 เปอร์เซ็นต์ต่อเนื่อง 3-4 ปี นี้ได้มาจากราคาน้ำมันและราคาก๊าซ (ทำไฟฟ้า) ที่ประชาชนจ่าย
       
       ถามว่า ใครเป็นผู้มีอำนาจควบคุมกำหนดการแปรรูป และราคาหุ้น กำหนดราคาน้ำมันและ ราคาก๊าซฯ ที่ประชาชนต้องจ่าย
       
       คำตอบคือ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
       แต่จากรายงานประจำปีตามกฎหมายต่อทางราชการ กลับพบว่า กรรมการส่วนหนึ่งในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ผู้ให้เอาหุ้นไปขายอย่างน้อย 5 คน เป็นผู้ไปซื้อหุ้นบริษัทน้ำมันเอกชนและ ปตท.เสียเอง
       
       ท่านกรรมการนโยบายกลุ่มนี้ได้หุ้นถูกพิเศษในราคาหุ้นละ 10 บาท และในราคาเริ่มขาย IPO ของแต่ละบริษัท
       
       จากข้อมูลที่กรรมการบริษัทต้องรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ในปี 2548 พบว่า กรรมการ 5 คน ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่มีหุ้นกันคนละ 2-5 บริษัทนั้น ได้เบี้ยประชุม และโบนัสรวมปีละ 7-16 ล้านบาทต่อคน ได้กำไรจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นแต่ละคน 7-120 ล้านบาทต่อคน ไม่รวมเงินปันผลอีกหลายสิบล้านบาท
       
       ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจคนเดียวได้เบี้ยประชุมและโบนัส 32 ล้านบาทต่อปี ถือหุ้นพิเศษบริษัทต่างๆ ได้กำไรจากหุ้นมากกว่า 102 ล้านบาท ไม่รวมเงินเดือนและเงินปันผลอีกหลายสิบล้านบาทต่อปี
       

       ถามว่า เบี้ยประชุม โบนัส กำไรหุ้น ที่กรรมการท่านเหล่านี้ได้รับมาจากไหน
       
       คำตอบก็คือ มาจากประชาชน มาจากราคาน้ำมันที่ท่านกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเหล่านี้กำหนดให้ประชาชนต้องจ่ายให้บริษัทของท่านนั่นเอง
       
       ดังนั้นเราจะเห็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้ประโยชน์เหล่านี้ออกมาแก้ต่างแทนธุรกิจทุกครั้ง อ้างตัวเลขเรื่องเล็กเรื่องน้อย ไม่ให้เชื่อตัวเลขกำไร ที่ท่านเป็นผู้ต้องรายงานเองตามกฎหมายแทนที่จะดูแลความเป็นธรรมให้ประชาชนกลับแก้ต่างแทนธุรกิจ
       
       เห็นใจคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติท่านอื่นๆ ที่สุจริต ไม่รู้
       
       แต่สงสารประชาชนมากกว่าที่ถูกเอาเปรียบ ต้องจ่ายเงินค่าน้ำมันและก๊าซโดยไม่เป็นธรรมเพิ่มปีละมากกว่าแสนล้านบาท 3-4 ปี โดยไม่มีใครดูแล เพราะคนมีหน้าที่ดูแลเป็นผู้ได้กำไรเสียเอง
       
       ถามว่า นายกรัฐมนตรีรู้เรื่องกำไรและหุ้นทับซ้อนนี้ไหม
       
       ตอบว่า รู้ครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สมดุล วันที่ : 09/11/2009 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บริษัทมหาชนขนาดใหญ่กำลังเปิดให้มีการใช้เงินทำงานแบบ SME ที่คืนทุนไว ความเสี่ยงต่ำมีรายได้ยั่งยืน เดือนละ 2 ล้านบาทต่อหน่วยการลงทุน เร่งศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Beauty_Forever วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/happyforever

ขอขอบคุณที่ช่วยกระจายข่าวการบริจาคเลือดให้ค่ะ น่ารักจริงๆ...บิวตี้มาขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 03/10/2007 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

สรุป นายทุนก็ยังร่ำรวย ในระดับชาติเช่นเดิม

เพราะพื้นฐานของเศรษฐกิจ ไม่ได้มีไว้ให้ประชาชน อย่างที่รัชกางที่ 5 ท่านหวัง

มีแต่เรื่องของกำไร กำไร และกำไร


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน