• ทิชา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tomyante2@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 13138
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
แบบว่า อยากเล่า
เล่าเรื่องราว บ้านบ้าน พื้นพื้น ในความทรงจำ ที่ประทับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories
วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน 2556
Posted by ทิชา , ผู้อ่าน : 941 , 09:40:57 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ลิลิตดา , ลูกเสือหมายเลข9 โหวตเรื่องนี้

                      ขอหัวใจ ฉันกลับคืน

 

      ช่วงเวลาปิดเทอมใหญ่  เป็นช่วงที่พี่ป๊อกกับฉันรอคอย

 เนื่องจาก ไม่ได้มีพลพรรคร่วมแก๊งค์เพียงสองพี่น้องกันเองแค่จิ๊บๆ

 แต่ยังมีบรรดาเพื่อนๆ ลูกข้าราขการพนักงานในสำนักงานพ่อ

 ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวไล่เรี่ยกันกับพี่ป๊อกและฉัน

อาศัยอยู่บ้านหลวงเหมือนกัน ปลูกเรียงต่อรั้วไปจากบริเวณบ้านเรา

 ที่พ่อแม่ของเพื่อนๆต่างยินดีเต็มใจส่งให้เข้ามาเล่นกับเราที่บ้าน

 ที่ทั้งกว้างขวางกว่า ทั้งมีอาหารคาวหวานน้ำท่าบริการไม่ขาดช่วง

 และยังมีพี่เลี้ยงคอยช่วยดูแลเป็นหูเป็นตา บรรเทาความเป็นห่วงเป็นใย

จากอุบัติเหตุความซุกซนที่พึงบังเกิดขึ้นได้ทั้งหลาย

         จะว่าไป เพื่อนเล่นทั้งหลายแหล่  ล้วนเป็นเด็กผู้ชาย

 ที่อาสาขอสมัครเป็นสมุนพี่ป๊อกด้วยความเต็มใจทั้งนั้น

 เพราะพอเล่นเกมส์กีฬาสารพัดในบ้านจนได้เหงื่อจนเหนื่อยแล้ว

 พี่ป๊อกก็ยัง จัดโปรแกรมทีมถีบจักรยาน ออกผจญภัยในโลกกว้าง

 แค่วนเวียนอยู่ในอาณาเขตรั้วรอบ ก็ตื่นเต้นเร้าใจ

เหมือนโคลัมบัสค้นพบถิ่นใหม่ มิรู้จบสิ้นแล้วละ

 แถมพี่ป๊อก มีทีเผลอ  แอบแว่บแปล๊บ ถีบนำทีมจักรยาน

 แล่นทะยานออกนอกรั้วทางประตูด้านหลัง ทุกบ่อยเหมือนกัน…….

 

 

        เพียงก้าวข้ามฟากจากฝั่งบ้านและสำนักงานราชการ

  ไปฝั่งถนนตรงกันข้าม เลยไปอีกไม่กี่ร้อยเมตร

 ก็เป็นดินแดนแห่งเรื่องราว เล่าสู่กันฟัง มิรู้เบื่อ

 เพราะเป็นที่ตั้งคฤหาสน์ หลังใหญ่โตโอฬาร

มีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นระเกะระกะรกรุงรัง

คะเนว่า  ถูกทิ้งร้างไว้เนิ่นนานกาล

 รู้จักกันในนาม ปราสาทพ่อเลี้ยงรังสี

 อาคารอิฐทึบสูงสามชั้น ยอดหลังคาทรงกรวยแหลม

 ดังปราสาทราชวังเมืองฝรั่ง จำลองมาปลูกอยู่ในผืนดินส่วนตัว

 กว้างขวางยิ่งกว่าอาณาบริเวณของส่วนราชการ

         พ่อเลี้ยงท่านนี้ มิใช่ตัวละครในนิยายลูกบุญธรรมเรื่องใด

หากเป็นสรรพนามที่นิยมใช้เรียกขาน เศรษฐีผู้มีอันจะกินในภาคเหนือ

 ที่ส่วนใหญ่ ร่ำรวยจากการได้รับสัมทานผูกขาดค้าไม้

หรือจากการเป็นเอเย่นค้าฝิ่น

 ที่ยุคสมัยโน้น ภาครัฐยังไม่เอื้อมมือเข้าไปหยุดยั้งห้ามปราม

คงทำไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้ชาวเขาปลูกฝิ่น และชาวเราค้าฝิ่น

อย่างค่อนข้างอิสระเสรี

         ในอดีตอันรุ่งเรือง ฟังว่า พ่อเลี้ยงรังสีพากเพียรก่อร่างสร้างฐานะตน

 เพิ่มพูนทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาล ตั้งแต่ที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม

 ร่ำลือกันว่า พ่อเลี้ยงร่ำรวยจากการค้าไม้ค้าฝิ่นเป็นหลัก

 มุ่งหมายเตรียมไว้ให้พร้อมพรัก สำหรับภริยาสุดที่รักและบุตร

ที่วาดหวังให้เกิดมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของชีวิตครอบครัว

 ให้ได้รับความสุขสบายถ้วนหน้าไปตลอดชาติ

        ทว่า เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง

บุตรชายของพ่อเลี้ยงเกิดมาพร้อมความพิการแต่กำเนิด

 ตาสองข้างบอดสนิท

 และภริยาของพ่อเลี้ยง ก็ด่วนสิ้นชีวิตลงด้วยอาการตกเลือดเกินเยียวยา

 จากการคลอดบุตรชายคนแรกนี้เอง......

แล้วจะมีใคร ได้ร่วมชื่นชม

ความหรูหราอลังการของแหล่งพำนักพักพิง

  และร่วมเสพย์ความสุขสะดวกสบายนานาประการ

 ตามที่พ่อเลี้ยง หมายมาดปรารถนา ได้เล่า......

        พ่อเลี้ยงรังสี ได้รับความสงสารเห็นใจจากทั่วสารทิศ

ที่พยายามฟันฝ่าความเศร้าเสียใจผิดหวัง

 เลี้ยงคุณหนูสมบูรณ์ ลูกชายตาพิการ

โดยลำพังต่อมา อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย

        พ่อเลี้ยงมีอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า คิดอยากฆ่าตัวตายเป็นพักๆ

เพื่อหนีความเหงาเรื่องสูญเสียภริยา

และความทุกข์ใจเรื่องลูกชายตาพิการ

แต่แล้ว ก็แสวงหาวิธีผ่อนคลายความเหงาหงอยเศร้าสร้อย ได้

ด้วยการเริ่มตั้งวงไพ่ยามค่ำคืน

 เชื้อเชิญมิตรสหายเข้าร่วมวง ภายในปราสาทตน

 จนแผ่ขยาย กลายเป็นบ่อนการพนันลือชื่อ ในเวลาต่อมา

        พ่อเลี้ยงรู้สึกว่า ตนยังโชคดี

 ที่ได้ หม่า เด็กชายชาวม้ง ที่พ่อแม่ยินดียกให้พ่อเลี้ยง

ด้วยหวังให้ลูกชายตนมีชีวิตที่ดีกว่าการเป็นชาวเขา

 ทำไร่ปลูกฝิ่น ย่ำตามรอยเท้าพ่อแม่

รับมาชุบเลี้ยงไว้ ตั้งแต่ที่ภริยาพ่อเลี้ยงยังไม่ตั้งครรภ์

คู่กัน กับลูกเสือดำตัวจ้อย

ที่หม่าขอนำติดตัวลงจากเขา เข้ามาเลี้ยงในเมืองด้วย

     แล้วหม่าก็เติบโตเป็นหนุ่ม ทันเป็นพี่เลี้ยงคอยรับใช้ดูแล

 เป็นเสมือนดวงตาให้คุณหนูสมบูรณ์

แถมด้วย เจ้าเสือดำ สัตว์ป่าหน้าขน ที่หม่าเลี้ยงดูแต่เล็กจนเติบใหญ่

สามารถฝึกปรือให้เป็นเสือเชื่อง คู่บารมีคุณหนูสมบูรณ์

เหมือนเจ้าดำก็มีสัญชาติญาณที่รับรู้ได้ ว่าเจ้านายตัวน้อยตาพิการ

 ต้องอาศัยพึ่งพาตนและหม่า ช่วยระแวดระวัง คุ้มกันภัยให้

       คงไม่ต้องบรรยายถึงความรักความสงสาร

ที่พ่อเลี้ยง มีมอบหมดใจ ให้แก่คุณหนูสมบูรณ์

 ทายาทมหาเศรษฐี สุดอาภัพ ตาพิการ กำพร้าแม่ตั้งแต่แบเบาะ

ในขณะเดียวกัน คุณหนูสมบูรณ์ ก็ติดทั้งหม่าทั้งเจ้าดำ แจ

 เพราะเพื่อนทั้งคู่ เป็นที่พึ่งผู้นำทางที่ฉลาดเฉลียว  รู้ใจไปทุกสิ่ง

 

         เกิดเหตุที่เป็นเรื่องช็อคทั่ววงการ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

 เมื่อมีเสียงร้องโหวกเหวก ของคนเดินถนนในเช้ามืดวันหนึ่ง

 ที่แลลอดสายตา ผ่านประตูรั้วเหล็กโปร่งเข้าไป

ที่กลางสนามหญ้า ด้านหน้าปราสาทพ่อเลี้ยงรังสี

เห็นบันไดไม้พาดคาลำต้นมะขามเก่าแก่สูงตระหง่าน

บนกิ่งก้าน มีเชือกเกลียวเส้นใหญ่ผูกแขวนรอบคอมนุษย์ผู้ชาย

 ลำตัวมือเท้าห้อยต่องแต่ง ลิ้นจุกปาก คอตกพับ …..

 ปรากฏชัดเจน ในการแถลงของตำรวจตรวจพิสูจน์ ว่า

เป็นร่างไร้วิญญาณของพ่อเลี้ยงรังสี เจ้าของปราสาท นั้นเอง!

      นับเป็นข่าวใหญ่โตครึกโครม เมื่อหนังสือพิมพ์เผยข้อความ

ในกระดาษจดหมายระบายความในใจ ที่ตรวจพบ

พับซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงผู้ตาย

 เขียนด้วยลายมือที่ได้รับการยืนยันว่า เป็นลายมือของพ่อเลี้ยงรังสี

      “ ทรัพย์สมบัติเงินทองความร่ำรวยของเรา

 ไม่อาจซื้อความสุขความสมหวัง

และเติมเต็มความสมบูรณ์ใดๆให้ชีวิตเราได้เลย

 รังแต่นำมา ซึ่งความโศรกเศร้าและความวิตกกังวล

ที่เราหนีเท่าไร ก็ไม่เคยผ่านพ้น

พิจารณาแล้วว่า มีเพียงความตายเท่านั้น

ที่สามารถนำพาเราไปจากความทุกข์ทรมานในโลกนี้ ได้สำเร็จ”

        อนิจจา!

 

        

        ตัวฉันนั้น  โดนจำกัดเส้นพรมแดนในการถีบจักรยาน

ได้เฉพาะบนเส้นทางสัญจรภายในรั้ว รอบบริเวณบ้านพักเท่านั้น

 ไม่มีอิสระเสรี ที่จะเสแสร้ง ทำทีเผลอ

หลุดหลงพ่วงท้ายทีมออกไปนอกอาณาเขต อย่างพี่ป๊อก

 หรือแม้แค่เพียงขอเอี่ยวนั่งซ้อนเกาะหลัง ก็ไม่ได้โดยเด็ดขาด

 ซึ่งฉันก็มิอาจหันหน้าไปพึ่งพาต่อรองร้องขอผู้ใด

 เนื่องจากผู้ออกคำสั่งน้ำเสียงเฉียบเฮี้ยบกริบนี้  คือแม่

 ผู้ทรงอิทธิพล รับหน้าที่วินิจฉัยความเหมาะสมแบบเบ็ดเสร็จผู้เดียว

 แม่อ้างเรื่องที่ฉันยังเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กนัก

ขาดสัญชาติญาณระมัดระวังภัย

และยังขับขี่ยวดยานได้ไม่ชำนาญคล่องแคล่ว

  ซึ่งก็ถูกยิ่งจริงแท้แหละ  เพราะรถถีบของฉัน

 ยังเป็นแบบมีสองล้อเล็กประคองข้างล้อหลังเอาไว้

  ขืนถอดออกเมื่อใด ก็มีหวัง ถีบไปแล้วล้มลูกเดียว!

      เท่าที่ฉันทำได้ ก็จึงแค่... ทำใจ....

แล้วคอยอาศัยเดินเกาะ ตามหลังรถเข็นเด็กสี่ล้อหลังคาประทุนหุ้มผ้า

 มีน้องหนอนนอนเอ้เต หลับๆตื่นๆอยู่ข้างใน

ที่พี่บัวผัน พี่เลี้ยง เข็นตามหลังขบวนจักรยานของพี่ป๊อก

แล้วหยุดโบกมือส่งขบวน อยู่แค่ประตูรั้วด้านหลัง

        แล้วฉันก็ชอบหาเหตุ อ้อยอิ่งเถลไถล

เพื่อรอให้พี่ป๊อกและลูกทีม ท่องโลกกว้าง

กลับมาเล่าเรื่องราวผจญภัยสารพัน

ให้ได้อ้าปากหวอฟังเพลิน ก่อน

 แล้วจึงค่อยกลับขึ้นบ้านไปพร้อมกัน

 โดยชักชวนให้พี่บัวผันหยุดแวะ ที่กระต๊อบริมรั้ว

 ตามเสียงร้องเชื้อเชิญ ของลุงเขียวป้าคำ  คนทำสวนคู่สามีภรรยา

ที่ขยันยกร่องดินไว้รายรอบ ปลูกผักสารพัดชนิด

ให้เลือกใช้ปรุงอาหารโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ

และยังขันอาสาช่วยเป็นยามเฝ้าประตูด้านหลังอีกด้วย

        ในกระต๊อบ เป็นเหมือนอีกดินแดน ที่น่าค้นหา

คงเป็นด้วย ทั้งลุงและป้ามีพื้นเพเป็นชาวเขา

 ที่อพยพย้ายถิ่นฐาน เข้ามาหางานทำในเมือง

และเลือกสมัครเป็นคนสวนที่บ้านเรา โดยไม่ประสงค์รับค่าตอบแทน

เพียงขออนุญาต ได้อาศัยปลูกเพิงเป็นที่พักพิง ก็พอ

          นอกจาก ความชำนาญในฝีมือทำสวนพรวนดินรดน้ำ

ปลูกไม้ดอกไม้ใบ พืชผักสวนครัว

 เจริญงอกงามพรึ่บพรั่บทั่วแดนอย่างหาตัวจับยาก

ใครเห็นใครชมด้วยความถูกใจเป็นที่ยิ่ง

ลุงเขียว ยังมีฝีมือเฉพาะด้าน ในการวาดภาพนิ่งคน สัตว์ สิ่งของ

  ติดโชว์เต็มพื้นที่ผนังไม้ไผ่ด้านในกระต๊อบ

ขณะที่ ป้าคำ ก็ชอบร้อยลูกปัดสารพัดสีสดใส

สลับด้วยเม็ดเงิน สไตล์ชาวเขา

โดยไม่ลืม ประดิษฐ์เรียงร้อยเป็นสร้อยเส้นเล็กจิ๋ว

ให้ฉันได้สวมใส่ประดับ เชิดคอชูข้อมือ อวดโชว์ใครต่อใคร ด้วย

        ใครๆต่างหาข้ออ้างให้ ว่า

 ที่ลุงเขียวป้าคำมีเวลาเหลือเฟือทำโน่นนี่ ไม่มีว่างเว้น

 ก็เพราะไม่มีลูกให้ต้องเลี้ยงต้องพะวักพะวงเหมือนใครอื่นเขาน่ะสิ

ซึ่งลุงเขียว  ก็จะพาชี้ให้ดูฝีมือวาดลายเส้นของลุงเอง

ภาพเด็กชายตัวน้อย อุ้มสัตว์เลี้ยงเหมือนแมวดำไว้ในอ้อมแขน

เป็นการแก้ต่าง ว่า ลุงป้าก็มีลูกเหมือนใครๆ

แล้วป้าคำก็จะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงเจือความคิดถึงอยู่มิรู้คลาย ว่า

เพียงแต่   เขาได้ตายจากลุงป้า นานนักหนาแล้ว……….

 

         และแล้ว พี่ป๊อกกับขบวนจักรยาน ผจญภัยสุดขอบฟ้า

ก็ส่งเสียงจ้อกแจ้กกลับเข้ามา

น่าแปลก ที่สมาชิกยังเกาะกลุ่มเหนียวแน่น

ไม่มีใครยอมแยกย้ายสลายตัว กลับบ้านใครบ้านมัน สักราย

แถมมีเพิ่ม คุณอาสุระ พ่อของหนึ่งในลูกทีมพี่ป๊อก

 ที่มีบ้านพัก อยู่ตรงกันข้ามกับปราสาทพ่อเลี้ยงรังสี

  ถีบจักรยานคันใหญ่ ปิดท้ายขบวนเด็กๆ ตามมาด้วย

              พี่ป๊อกเปิดฉากเล่า ด้วยน้ำเสียงยังตื่นเต้นไม่หาย

ที่วันนี้ ได้มีโอกาส เข้าไปสัมผัสพื้นที่ภายในบริเวณปราสาทร้าง

 “ดินแดนแห่งเรื่องราว” ที่ปกติ ประตูรั้วจะปิดตายตลอดมา นานกว่าสิบปี

เนื่องจาก บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับสิทธิ์

เข้าครอบครองที่ดินและอาคารทั้งหมด

เพิ่งเข้ามา เตรียมจัดระเบียบปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่รกร้างแห่งนี้

ด้วยบารมี ของคุณอาสุระ

 พี่ป๊อกและเพื่อนๆจึงพลอยจับพลัดจับผลู

 ได้รับอนุญาต ให้เข้าไปร่วมสำรวจพื้นที่ ทั้งภายนอกภายในตัวปราสาท

ที่พี่ป๊อกเสริมว่า

 พวกเด็กๆ พากันเดินตามติดขบวนของผู้ใหญ่ แบบประชิดตัวเกาะกันเป็นพรวน

เพราะขนาดเป็นเวลากลางวันแสกๆ บรรยากาศก็สุดวังเวง

แค่ก้าวเท้าเหยียบใบไม้แห้ง

เสียงกรอบแกรบ ก็ดังฝ่าความเงียบให้ได้สะดุ้งผวา แล้ว

       คุณอาสุระคงเห็นสีหน้าอยากรู้อยากเห็นของพวกเรา

ที่ได้ยินตำนานเจ้าของเดิม ของปราสาทแห่งนี้ ปูพื้นกันมาอยู่บ้าง

จึงขยายเรื่องเล่า ที่ปะติดปะต่อความ

อ้างอิงที่มาของสาเหตุแห่งการผูกคอฆ่าตัวตาย

จากข้อสันนิษฐานของแพทย์ประจำตัวพ่อเลี้ยง ว่า

เนื่องมาจากโรคซึมเศร้ากำเริบ จากการเล่นได้เสียในวงพนัน

แต่มิใช่เหตุเพราะเสียพนันนะ

ตรงกันข้าม เพราะพ่อเลี้ยงร่ำรวยการพนันในชั่วข้ามคืน

จึงเกิดอาการจิตตกคิดมาก

ว่าความรวยของตน สร้างความจนให้เพื่อนนักพนันอื่น

แม้มีเงินทองกองอยู่เกือบท่วมตัว ก็หามีความสุขแต่อย่างใดไม่!

 

       แล้วทุกคน ก็มีคำถามเดียวกันตามมา

 ว่า แล้วชีวิตของ คุณหนูสมบูรณ์ ลูกชายตาพิการ ของพ่อเลี้ยงล่ะ

เมื่อเป็นกำพร้าทั้งแม่และพ่อ  

แม้มีสมบัติพัสถานเหลือล้นปานนั้น

 จะมีใครแจ้งให้รับรู้ ด้วยความหวังดีบ้างหรือไม่

 และจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

          ในฐานะผู้มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์กว่าใคร

คุณอาสุระ  จึงเล่าตามที่รับฟังต่อทอดมา

ถึงรื่องร้ายแรงไม่คาดคิด ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน

         จากเด็กชายหม่า ชาวม้ง ที่พ่อเลี้ยงรังสีกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย

กลายเป็นหนุ่มหม่า  ที่มีบทบาทสำคัญ กุมชะตาชีวิตของหนูสมบูรณ์ไว้ในกำมือ

         หม่าเข้าสวมหน้าที่ เป็นผู้ดูแลรักษาเงินสดๆและจัดการทุกสิ่งอย่าง

ที่เป็นผลพวงความร่ำรวยจากการพนันจำนวนมหาศาลของพ่อเลี้ยง

ด้วยเจตนาที่พร่ำบอกตัวเอง ว่า เพื่อสะสมไว้ให้คุณหนู

 แต่แล้ว หม่าก็หลอกตัวเองต่อไปไม่ไหว

ความละโมภโลภมากค่อยก่อตัวขึ้น

 หม่าเล็งเห็นช่องรวยทางลัด ที่จะสร้างฐานะของตนเอง

ให้เป็น พ่อเลี้ยงหม่า ได้ในพริบตา ไม่ยากเย็น

พยายามกีดกันคุณหนูสมบูรณ์ ออกจากการติดต่อของผู้คนและโลกภายนอก

 เพราะหากเพียง ขจัดคุณหนูออกไปจากเส้นทางชีวิตได้สำเร็จถาวร

ในลักษณะให้ดูเป็น การตายโดยอุบัติเหตุ

หม่าก็ย่อม มีสิทธิ์อยู่อาศัย ครอบครองปราสาทหลังนี้ต่อไปได้อย่างลอยตัว

อดใจทำไม่รู้ไม่ชี้สักพัก  ก็จะเป็นเสมือนเจ้าของ  ยึดครองไว้แต่ผู้เดียว

 

          เรื่องจริงจะเป็นเช่นไร  คุณอาสุระหรือใคร ก็คงไม่ทราบได้

แต่ที่เล่าต่อกันมาให้ได้เห็นภาพ ก็คือ

หม่าคงใช้อาวุธปืนสั้นของพ่อเลี้ยง จับยัดใส่มือคุณหนูสมบูรณ์

สร้างเหตุการณ์ ทำที เหมือนเด็กตาบอดซุกซน หยิบปืนมาเล่นเอง

แล้วลองขยับกดลั่นไกด้วยความไม่รู้เท่าถึงการณ์

จึงกลายเป็นจ่อยิงตัวเองในระยะเผาขน โดยไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป

 กระสุนดิ่งทะลุตัดขั้วหัวใจ

 ปลิดชีพคุณหนูสมบูรณ์ ผู้อยู่ในโลกมืด ขาดใจตายทันที

อย่างโหดเหี้ยม น่าเวทนายิ่งนัก

          ทว่า เรื่องมิได้จบลงง่ายๆเพียงนั้น

เจ้าดำ  สัตว์หน้าขนผู้ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ จวบจนวาระสุดท้าย

กระโจนเข้าขย้ำหม่า เป็นการตอบโต้

กัดกระชากลากทึ้งอวัยวะส่วนอกด้านซ้ายเหวอะหวะ

คาดเดาว่า คงมีการต่อสู้ตะลุมบอนกันไม่ลดละ

 เพราะในที่สุด ก่อนที่หม่าจะสิ้นลม ด้วยทนพิษบาดแผลไม่ไหว

 ก็ได้ใช้อาวุธปืนสั้นกระบอกเดียวกัน จ่อยิงเจ้าดำ

 ฟุบขาดใจตาย  คาอยู่บนร่างหม่านั้นเอง

เลือดคนและเลือดสัตว์สีแดงเข้มข้นคลั่ก

 ไหลเจิ่งนองปนเป ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งทั่วบริเวณ

เป็นภาพสามชีวิต ที่ระทึก และรันทด  แก่ผู้เข้าไปพบเห็น ในเวลาต่อจากนั้น ยิ่งนัก.............

          เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนขวัญ สยดสยองที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง

หน่วยงานในจังหวัด จึงรวมตัวกันรับภาระเป็นเจ้าภาพ

จัดการเรื่องงานศพทั้งปวงอย่างรวบรัดรีบเร่ง

เพื่อให้เรื่องสงบจบสิ้น พ้นจากการวิพากษ์ทั้งปวงโดยเร็ว ไม่ยืดเยื้อ

 

       คุณอาสุระ  สั่งสอนพวกเราเด็กๆส่งท้ายเรื่องเล่าน่าขนหัวลุกนี้

ว่า  อย่าเป็นอย่างเจ้าหม่า ตัวอย่างมนุษย์อกตัญญู ไม่รู้บุญคุณผู้มีพระคุณ

 มีกิเลศตัณหาความละโมภโลภมากเข้าครอบงำ จนหน้ามืดตามัว

สวมวิญญาณฆาตกรชั่วร้าย ฆ่าเลือดในอกของผู้เลี้ยงดูตนมาได้ลงคออย่างเลือดเย็น

ต่างกันลิบลับ กับ เจ้าดำ  สัตว์เดรฉานหน้าขน   ที่เป็นตัวอย่างผู้มีจิตใจประเสริฐสูงส่ง

 มีความกตัญญูรู้คุณล้นเหลือ

 

          ขณะที่พวกเรา นั่งฟังคุณอาสุระเล่ากันตัวเกร็ง

พี่ป๊อกก็ค่อยๆหยิบสร้อยลูกปัดสีสดใส ร้อยสลับกับเม็ดเงินก้อนเล็กๆ

เส้นขนาดยาวพอเหมาะห้อยได้รอบคอ ออกมาจากเป้สะพายเฉียงไหล่ใบจิ๋ว

หยิบยื่นส่งให้ป้าคำ

“ ตอนที่เดินตามคณะสำรวจเข้าไปดูห้องหับในปราสาท

ป๊อกเห็นสร้อยเส้นนี้ แขวนอยู่บนผนังหัวเตียง

ในห้องพักห้องนึงที่ชั้นล่าง โดดเด่นชัดเจนเลยครับ

ตอนนั้น มันเหมือนมีแรงดลใจ ให้ป๊อกนึกขึ้นได้

ว่า เออ น่าจะเป็นสร้อยของชาวเขา

เพราะเหมือนกันกับสายสร้อยที่ป้าคำชอบร้อยแบบเดียวกันนี้

 ที่เห็นหน่อย ใส่อวดโชว์อยู่บ่อยๆ

ป๊อกถามเจ้าหน้าที่เขาแล้ว เขาอนุญาต บอกให้เก็บเอามาได้

ป๊อกตั้งใจ เก็บเอามาฝากป้าคำโดยเฉพาะ นะครับ”

 

           ไม่ทันมีใครสังเกต ว่า มีน้ำใสเอ่อคลอดวงตาป้าคำ

ตลอดเวลาที่นิ่งฟังคุณอาสุระเล่าเรื่องราว

และทันทีที่รับสร้อยเส้นสวยจากพี่ป๊อก ป้าคำก็ปล่อยโฮ

กอดพี่ป๊อกไว้แน่น พร่ำกล่าวขอบคุณ น้ำตาไหลพรากอาบสองข้างแก้ม

ทำเอาพี่ป๊อกออกอาการงงๆ ว่าแค่สร้อยเส้นเดียวที่เก็บมาให้

 เป็นความดีอะไรที่ประทับใจป้าคำได้ล้นเหลือซะขนาดนั้น

           “ โถ  ไอ้หม่าลูกแม่  มันยังอุตส่าห์นึกถึงแม่

 เก็บสร้อยที่ร้อยใส่คอให้มันไว้ตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ยอมทิ้งขว้างไปเลยหรือนี่”

         และแล้ว ลุงเขียว ก็เอ่ยคำพูดพรั่งพรู ด้วยเสียงสั่นเครือ

เหมือนทำนบที่กักกั้น เก็บกดอัดอั้นไว้ชั่วนาตาปี แตกทะลัก ว่า

“เราก็ไม่นึกเลยนะครับ ว่า  ไอ้หม่า มันจะเนรคุณท่านพ่อเลี้ยง ได้ถึงขนาดนี้

 ตอนที่ยังเป็นลูกชายตัวน้อยของเรา อยู่บนยอดเขาลูกโน้น

มันก็ไร้เดียงสาน่ารัก จิตใจดีมีเมตตา

มันยังขอเก็บลูกเสือดำที่กำพร้าแม่ เอามาเลี้ยงไว้ในไร่เลย

ไม่นึกจริงๆครับ  ว่า พอลงมาเป็นชาวเมือง

มันจะเติบโตมาอย่างมีกิเลสความอยากได้ใคร่มี

พอกพูนจิตใจมากมาย จนกล้าทำเรื่องชั่วร้ายยังงี้

ตอนที่ เราสองคนพ่อแม่  ได้ทราบข่าวครึกโครม

เรื่องร้ายแรงของเจ้าหม่า เราก็รีบลงมาร่วมงานศพ

 แต่ไม่เคยกล้าเปิดเผยตัวเรา ว่าเป็นพ่อแม่ของมันหรอกครับ

ได้แต่  มาขออโหสิกรรมท่านพ่อเลี้ยงและคุณหนู

ในเรื่องน่าอับอายที่ไอ้หม่ามันได้กระทำลงไป

แล้ว เราสองคน  ก็ตัดสินใจ โยกย้ายถิ่นฐาน

เลือกมาหางานทำ ที่ตรงนี้

จะได้ พอมองไปเห็นปราสาทท่านพ่อเลี้ยง

ได้รำลึกถึง ชดใช้หนี้กรรมแผ่อุทิศส่วนบุญกุศล

ให้แก่ท่านผู้มีพระคุณต่อลูกชายคนเดียวของเรา

เท่านี้  เราก็มีความทุกข์ เหมือนตกนรกหมกไหม้ ตายทั้งเป็นกันอยู่แล้ว   

ลุงกับป้า ก็หวังว่า ไอ้หม่าลูกเรา จะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในนรกขุมใด

 ลึกยิ่งกว่า นรกในใจของเราขุมนี้ อีกเลย ”

 

      หลังจากที่พวกเรา ต้องสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่เพราะความตกตะลึงยิ่งกว่า

 ที่ได้ล่วงรู้  ถึงความสัมพันธ์ข้องเกี่ยวลึกซึ้ง อย่างคาดไม่ถึง

ของลุงเขียวป้าคำ กับอาณาจักรเบื้องหลังรั้วปราสาทพ่อเลี้ยงรังสี

ความรู้สึกแสนชอกช้ำ ที่พวกเรา ได้ยินฟัง

 จากหัวอกของผู้เป็นพ่อแม่ ผู้ถวิลหาลูกทุกห้วงเวลา

ด้วยความรักความห่วงใยหมดทั้งสี่ห้องหัวใจ

ทำให้เราที่อยู่รวมตัวกัน ณ ที่นั้น มีความรู้สึกเดียวกันขึ้นมาว่า

 แม้ลุงเขียวป้าคำ ไม่มีวัน ได้หัวใจดวงน้อยดวงเดิม

 ของเจ้าหม่าลูกชายกลับคืน

พวกเราก็อยาก แกะหัวใจดวงน้อยๆของเรา

พร้อมมอบให้ ทดแทนความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก  ทุกดวง

 

                                                   จบ

                                     

                                  

 

 

 

 

 

        

 

 

 

    

 

 

 

  





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ทิชา วันที่ : 14/06/2013 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories

ขอบคุณที่มีคนชอบเรื่องค่ะ และก็ ดีใจที่บอกว่า เดาตอนจบไม่ออก เพราะก็ตั้งใจแต่งเรื่อง อย่างไม่อยากให้เดาตอนจบได้ถูกน่ะค่ะ!!! :-)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลิลิตดา วันที่ : 11/06/2013 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phenvipa

ตามมาอ่านอีกแบบแฟนพันธ์แท้คุณทิชาค่ะ สนุกเช่นเคย แต่จบเศร้าเคล้าคติให้คิด ความอยากได้ใคร่มีเป็นกรรมที่ติดตัวมา ทำให้คิดว่าหากไอ้หม่าไม่ได้มาอยู่ในเมือง ไม่ได้มาเห็นและสัมผัสสิ่งแวดล้อมของบ้านพ่อเลี้ยง เขาจะมีชีวิตแบบเด็กชาวเขาดีๆ หรือว่ากมลสันดานจะเป็นผู้ร้าย เรื่องทำให้คิดได้หลายมุมนะคะ จะตามมาอ่านอีกค่ะ อ้อ..ชอบภาพประกอบทุกเอ็นทรี่มากค่ะ วาดเองหรือเปล่าคะคุณทิชา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่ใหญ๋ วันที่ : 10/06/2013 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Presentmoment
แม่ใหญ่

เรื่องสั้นแต่วางplot ได้เหมือนนวนิยายเรื่องยาว ชวนให้ติดตามใคร่รู้ตอนจบที่เดาไม่ออก เก่งมากจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่ใหญ๋ วันที่ : 10/06/2013 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Presentmoment
แม่ใหญ่

เรื่องสั้นแต่วางplot ได้เหมือนนวนิยายเรื่องยาว ชวนให้ติดตามใคร่รู้ตอนจบที่เดาไม่ออก เก่งมากจ้ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]