• ทิชา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tomyante2@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 15077
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
แบบว่า อยากเล่า
เล่าเรื่องราว บ้านบ้าน พื้นพื้น ในความทรงจำ ที่ประทับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories
วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน 2556
Posted by ทิชา , ผู้อ่าน : 1308 , 16:12:02 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

                           

ซ่อนทรัพย์   (ไม่)  ลับตา

           คุณตาคุณยาย  เป็นแขกพิเศษ  ฮอทฮิทติดอันดับไม่มีตก ประจำบ้านลำปางของพวกเรา

แม้ทั้งสองท่าน จะปลีกเวลา เดินทางจากบ้านที่กรุงเทพฯ

 ขึ้นมาเยี่ยมเยียนและพักพิงอยู่กับเรา ได้ระยะสั้นๆ แค่ชั่วครั้งชั่วคราว

  แต่ก็  เป็นเวลาที่พวกเราโหวตอย่างเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ว่า

มีคุณค่า และไม่อยากให้วันจากลามาถึง เอาเลย

        ในขณะที่  คุณยาย แบ่งเวลาไปขลุกอยู่ในครัว ถ่ายทอดสูตรอาหารจานเด็ดเอร็ดอร่อย

  ให้พ่อครัวประจำบ้าน ได้จดจำกรรมวิธี ผสมผเสเคล็ดลับนานา

ไว้ปรุงรสให้ถูกปาก สำหรับบำรุงบำเรอพวกเราได้ต่อไป บ้าง /

   ช่วยผ่อนแรง เป็นหูเป็นตาแทนแม่ ในการกำกับดูแลพี่เลี้ยงของพวกเราทั้งสามคน บ้าง /

 ตลอดจน  ออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าตัวน้อยน่ารัก ทั้งให้พวกเรา โดยเฉพาะ ฉันกับหนอนใส่

 และบางครั้ง เผื่อแผ่ให้ตุ๊กตาของเรา ได้แต่งตัวเข้าชุด เป็นฝาแฝดกับเจ้าของด้วย บ้าง  .......

  คุณตาก็จะเป็นดังเจ้าพ่อหอจดหมายเหตุ คลังแห่งสารพัดเรื่องราวในอดีต

  โดยเฉพาะ  ความทรงจำฝังใจ สมัยคุณตาคุณยายเป็นหนุ่มเป็นสาว

 รำลึกนึกเหตุการณ์ นำมาเล่าสู่กันฟัง อย่างเก็บรายละเอียดได้ครบทุกเม็ด เกร็ดเล็กเกร็ดย่อย

 อย่าว่าแต่พวกเราเด็กๆเท่านั้นเลย

ที่สมัครใจล้อมวงนั่งฟังหลังอาหารมื้อค่ำ อย่างสนุกเพลิดเพลิน ราวนิทานก่อนนอน น่ะ

  ขนาดพ่อกับแม่ ที่ชอบแซวคุณตา

 ว่าเอาเรื่องเก่ามาปัดฝุ่นใส่ขวดเขย่าเล่าใหม่ ให้หลานๆหลงไหลหลงฟัง  อีกแล้ว

  ก็ยังมิวาย เข้าร่วมจับจองเก้าอี้ เป็นผู้ฟังขาประจำ ของคุณตา  ทู้กที

 

        เรื่องที่คุณตาชอบเล่า เพราะเหมือนเป็นวีรกรรมชิ้นโบว์แดง มาสเตอร์พีซ

 ควรแก่การหมั่นดูแลหยิบปัดเช็ดถู  วางโชว์หราบนหิ้ง

 ที่คุณตา ภาคภูมิใจสุดๆ ไม่รู้จบ

 ก็เรื่องยาว ที่ มีคุณยายเข้ามาข้องเกี่ยว เอี่ยวอยู่ด้วย เรื่องนี้แหละ..........

 

       “ เป็นเหตุบังเอิญที่ไม่น่าเชื่อ...ก็ต้องเชื่อ  ว่าตา ก็เป็นข้าราชการป่าไม้

 ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ ขลุกอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือเหมือนกับพ่อของหลานๆ

 แถมยังเคยดำรงตำแหน่ง ป่าไม้เขต  พักอยู่ที่บ้านตำแหน่งในจังหวัดลำปาง หลังเดียวกันนี้อีก!

 แตกต่างเพียงช่วงเวลา ที่ห่างกันหลายช่วงทศวรรษ

        ในสมัยที่ตาเป็นข้าราชการหนุ่มโสด การปลูกป่าค้าไม้ในภาคเหนือ

 ตกทอดเปลี่ยนมือการผูกรับสัมปทานจากบริษัทเอกชนชาวยุโรป

 มาเป็นของบริษัทที่มี  ท่านหม่องขิ่น คหบดีชาวพม่า

ซึ่งมีภริยาเป็นสุภาพสตรีชาวไทย  เป็นเจ้าของกิจการ

 ตา รับหน้าที่ตัวแทนภาคราชการ

ทั้งในการร่าง-ตรวจแก้ไขสัญญา และติดต่อประสานงานเจรจาต่อรองกับภาคเอกชน

  เพื่อให้ฝ่ายรัฐได้รับประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านค่าตอบแทนและผลพลอยได้อื่นๆ

  ในขณะเดียวกัน ก็พึงต้องให้ฝ่ายเอกชนได้รับความพึงพอใจ

 รู้สึกว่า ตนมิได้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

สมน้ำสมเนื้อกับที่ได้ทุ่มเทกายใจ ลงทุนทั้งเม็ดเงินและแรงงาน

         การเจรจาที่จะให้ได้ผลสำเร็จเกินคาดนั้น

 มิได้อยู่ที่การหารือพบปะทางการบนโต๊ะประชุมหรอกนะ

 หากสำคัญยิ่งกว่า ในการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อกัน

  โดยปกติ  ฝ่ายเอกชน  ที่มีความต้องการ เข้ามาเป็นผู้แสวงหาประโยชน์

จากผืนป่าในแผ่นดินไทยระยะยาว

 ย่อมถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ เอาอกเอาใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ

เพื่อหวังแลกกับผลพวง ที่ตนพึงได้รับแบบผูกขาด ให้ได้สูงเกินกว่าที่คาดคะเนไว้

        แต่ในรายของ ท่านหม่องขิ่น คู่สัมปทานรายใหม่

 ชาวถิ่นแหลมทองด้วยกัน ที่ตาได้พบและรู้จักเป็นครั้งแรกรายนี้

 กลับวางมาดสงบเงียบเรียบเฉย ด้วยวัยวุฒิที่อาวุโสกว่าตาหลายขุม

มีบุคลิกเป็นที่น่ายำเยงเกรงขามในสายตาของตายิ่งนัก

และแม้เป็นชาวพม่า ที่ต้องเจรจา ทำสัญญาต่อกัน เป็นภาษาอังกฤษสากล

 เราก็สามารถสื่อสารเจรจากันได้ด้วยภาษาไทย

 เนื่องจาก ท่านหม่องขิ่น  เรียนรู้ภาษาพูดจากภรรยาชาวไทยของท่าน

        เมื่อได้ร่วมเจรจาปรึกษาหารือบ่อยครั้งขึ้น

 ตาเริ่มรู้สึกศรัทธา ในความไม่ละโมภโลภมาก ของพ่อค้าคหบดีชาวพม่าอาวุโสรายนี้

  ที่ยอมรับเงื่อนไขสัญญาอย่างเน้นให้มีความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

ไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

 และตาก็รู้สึกได้ว่า หม่องขิ่นท่านน่าจะถูกชะตากับเด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้ทำนองเดียวกัน

 เพราะท่านเอ่ยปากเชื้อเชิญตา ไปร่วมรับประทานอาหารค่ำ ที่บ้าน

  ที่นอกจาก ท่านหม่องขิ่น  และ ตา แล้ว

 ก็ยังมี  คุณพลับพลึง  ศรีภริยา  พร้อมด้วย คุณเชวา บุตรสาว

 เจ้าของใบหน้างดงามยิ้มแย้มร่าเริง ช่างเจรจาพาที

 ที่ตารู้สึกถูกอัธยาศรัยด้วยตั้งแต่แรกพบ ที่ได้ร่วมโต๊ะอาหารด้วย

        ท่านหม่องขิ่นกล่าวแบบให้ยาหอมตาซึ่งหน้า

 ว่า  ตาเป็นตัวอย่างของข้าราชการที่ดี

ที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อภาคเอกชนอย่างตรงไปตรงมา น่าชื่นชม

 ตาเอง ก็เผยความรู้สึกของตา ที่นิยมชมชอบท่าน เช่นเดียวกัน

  ในความสมถะ ไม่ฟู่ฟ่าฟุ่มเฟือย

 แตกต่างสิ้นเชิง จากวิสัยชอบอวดความมั่งมียกตนข่มท่าน

ของพ่อค้าที่ประสบความสำเร็จบางคน  ที่ตาเคยได้พบเห็น

        เมื่อการเจรจายุติ ได้รับผลสำเร็จลุล่วง

  มีการลงนามในสัญญาสัมปทาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 ตาก็ยังคงได้รับการต้อนรับต่อเนื่อง

 กลายเป็นแขกประจำบ้านท่านหม่องขิ่น นับจากนั้นเป็นต้นมา

      ตาประทับใจในความเป็นอยู่แบบสุขสงบเรียบง่าย

 ความอบอุ่นระหว่างพ่อแม่ลูก ภายในครอบครัวของท่านหม่องขิ่น

 และการอบรมเลี้ยงดูบุตรสาว ให้เป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม มีกลิ่นอายให้ตาสัมผัสได้

  นับตั้งแต่ย่างเท้าก้าวแรกเข้าไปในบริเวณบ้านเรือนไม้สักสองชั้นหลังใหญ่

 ล้อมรอบด้วยสนามหญ้าเขียวขจีกว้างขวาง

  ปลูกสวนดอกไม้ไทยกลิ่นหอม คุมโทนสีขาวล้วน ตัดเป็นพุ่มเป็นกอสูงต่ำลดหลั่น

ได้จังหวะทัศนียภาพ ที่เพลิดเพลินน่าแลมอง

      ภายในตัวบ้าน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้

แกะสลักเสลาฝีมือช่างชาวพม่า อย่างมีรสนิยมดี

  ไม่ละเลยที่จะวางแจกันใบเขื่อง ปักดอกไม้ไทยพร้อมก้านใบอย่างมีศิลป์

ส่งกลิ่นหอมอ่อน ไว้ ณ มุมโน้นมุมนี้ 

 ที่สำคัญ อาหารคาวหวานทุกจาน ที่นำเสิร์ฟด้วยพนักงานผู้ได้รับการฝึกสอนรู้งาน

 บนภาชนะถ้วยโถโอชามกระเบื้องเนื้อดี ช้อนส้อมเงินขัดขึ้นเงาวาววับงดงาม

 ล้วนฝีมืออร่อยเลิศรสถูกลิ้นไม่มีที่ติ

 ผ้าปูโต๊ะผ้าเช็ดมือลินินขาวสะอาด ลงแป้งรีดเรียบกริ๊บ…..

        ตาอดมิได้ ที่จะสอบถามสายตรงกับคุณเชวา

 ถึงที่มาที่ไป ของผลงานแม่บ้านแม่เรือนชิ้นประณีตบรรจง บรรดามีทั้งหลายเหล่านี้

 ซึ่งคุณเชวา ก็ตอบให้ทราบอย่างชัดเจน ด้วยน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจว่า

 แต่เดิมนั้น  เริ่มจากคุณแม่เป็นต้นแบบก่อน

 พอลูกสาวได้เติบโตขึ้น ก็จึง รับช่วงถ่ายทอดการฝึกปรือวิทยายุทธทั้งหลาย

 ด้วยความสนใจในงานหลากหลายรูปแบบทั้งมวล

 จึงสมัครใจ ขันอาสา รับภาระเป็นหูเป็นตาแทนคุณแม่

 กำกับดูแลและลงมือทำเองทั้งสิ้น  ทั้งงานสวนนอกบ้าน และงานการเรือนการฝีมือการครัวในบ้าน

 รวมถึงงานฝึกสอนบริวารบ่าวไพร่ จัดสรรหน้าที่ความรับผิดชอบ  จัดแจงครบเบ็ดเสร็จ  

       จากการติดต่อในฐานะคู่สัญญาสัมปทานทางการคนละฟากฝ่าย

  ตาขยับเลื่อนตนเอง ขึ้นชั้น เป็นแขกประจำบ้าน ท่านหม่องขิ่น เพิ่มมาอีกลำดับหนึ่ง

 และขยายเครือข่าย  จากการพบปะพูดคุยเรื่องราชการงานเมืองทั่วไป

ที่จำต้องนั่งจ่อมอยู่ ณ โซฟาประจำตัว ในห้องรับแขกทางการ แต่ถ่ายเดียว  ตามมารยาท

เป็นผูกสัมพันธ์อันดียิ่ง ทั้งกับคุณพลับพลึง และคุณเชวา

 ถึงระดับที่  ท่านหม่องขิ่นเอ่ยปากอนุญาต

ให้ตา สามารถลุกเดินติดตามคุณพลับพลึงและคุณเชวา

 เข้านอกออกใน ห้องโน้นห้องนี้  ทั่วพื้นที่ชั้นล่าง โดยไม่ถูกล็อคกรอบจำกัดอาณาเขต อีกต่อไป..........

       ทัศนคติในเรื่องคู่ครอง ที่ตาเรียนรู้และสัมผัสได้

จากการพูดคุยสนทนาเมื่อคุ้นเคยสนิทสนมกับท่านผู้เป็นมิตรต่างวัย ผู้มีเลือดชาตินิยมเข้มข้นล้นเหลือ

  ก็คือ   ผู้ชายพม่าเท่านั้น  คือบุรุษผู้เลิศล้ำในปฐพี  เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

 สำหรับกุลสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ ทุกเชื้อชาติ

 ผู้ชายชนชาติอื่นน่ะหรือ แม้นจะดีพร้อมครบถ้วนด้วยคุณสมบัติสารพัดอย่างไร ก็ไม่อาจเทียบชั้น

  คงตัดสินชี้ชะตา ให้เป็นได้เพียงพระรองเท่านั้น

        นั่นสินะ  หม่องขิ่นคงมุ่งมั่นในความเชื่อนามธรรมของท่าน

 และประสงค์ที่จะแปลงให้เป็นรูปธรรมชัดเจน

 เพราะ นอกจากชายหนุ่มคนไทย คือ ตัวตาเอง

ที่ได้รับไฟเขียว ให้เป็นแขกคนคุ้นเคย ดั่งยาสามัญประจำบ้านท่านหม่องขิ่น แล้ว

 ผู้เป็นแขกพิเศษแท้จริง  ที่หม่องขิ่น ท่านออกอาการโอภาปราศรัย ให้การต้อนรับขับสู้

 ส่งเสียงสนทนาด้วยภาษาพม่าอย่างออกรส ในทุกเรื่องราว

คือ ชายหนุ่มชาวพม่าหน้าตาหล่อเหลา อายุน่าจะไล่เลี่ยกันกับตา

ที่ร่วมอยู่ในทีมการพบปะเจรจา และเป็นพยานลงนาม ในสัญญาสัมปทาน

 ในตำแหน่ง ผู้จัดการบริษัทฯ

  ที่ตาทราบข้อมูลเพิ่มเติม จากคุณเชวา ว่าท่านหม่องขิ่นให้ความไว้วางใจยิ่ง

 เพราะตั้งใจคัดสรรแบบเลือกเฟ้นเป็นพิเศษด้วยตนเอง สอบประวัติภูมิหลัง

 การศึกษาดี-ประสบการณ์ทำงานกับบริษัทชาวยุโรปโดดเด่น น่าพึงพอใจยิ่งนัก

        ไปๆมาๆ  ความสัมพันธ์ระหว่างตา กับบุคคลทั้งหลาย ภายในบ้านท่านหม่องขิ่น

ก็เบี่ยงเบน จากที่มีจุดประสงค์หลัก เพื่อไปพบท่านประมุขของบ้าน ลดเป็นจุดประสงค์รอง

และยกกลุ่มเป้าหมายรอง บรรดาสมาชิกสตรี เจ้าบ้านฝ่ายในทั้งหลาย

 ขึ้นมาเป็น จุดประสงค์หลัก ของการพบปะ

ที่เพิ่มความสลักสำคัญ ผสมผเสความเสี่ยงภัยเล็กๆ ที่บังเกิดขึ้นเรื่อยๆ แทน

แต่ขณะเดียวกัน  ตาก็มีความประหม่าหวั่นเกรงเจือปนความไม่สบายใจ อยู่ในความรู้สึกส่วนลึกด้วย

จนในที่สุด กลายเป็นว่า  วันใดไปบ้านท่านหม่องขิ่น

แล้วคุณพลับพลึง และคุณเชวา  แจ้งให้ทราบว่า ท่านไม่อยู่  ไม่ต้องพบท่าน

ตาก็กลับ ดีใจและโล่งใจ เป็นหลายเท่าทวีคูณ!

        ขณะเดียวกัน ทั้งคุณแม่คุณลูก

 ต่างกระวีกระวาด ร่วมแรงรวมใจ..... และรู้เห็นเป็นใจ

ลุ้นระทึก  ให้ตา  ได้สมหวัง  ในความรักแรกพบ

 ที่ก่อร่างสร้างความรู้สึก ขึ้นในส่วนลึก ของหัวใจ”

       อยู่ๆ คุณตาก็บอกว่า ขอหยุดพักครึ่งเวลา

 ปล่อยให้ความรู้สึกของหลานตาทั้งสาม ที่ล้วนแล้ว เป็นผู้ฟังหน้าใหม่ จำต้องค้างชะงัก สะดุดกึก ซะงั้น

พี่ป๊อกรำพึงเสียงดัง คิดว่า  คุณยายมีแต่ชื่อไทยว่า กุหลาบ ซะอีก

ที่จริง  ยังมีชื่อภาษาพม่าไพเราะ ว่า เชวา ด้วย

คุณตาส่งยิ้ม  สบตาคุณยาย ที่ได้จังหวะ เดินเข้ามาสมทบ และส่งยิ้มตอบ

แล้วคุณตา  จึงขยับเล่าเรื่อง ให้พวกเราฟังต่อ

 

       “ ก่อนที่ความรักบ่มเพาะยากเย็นเนิ่นนานพอสมควรของตา จะสุกงอม

เกือบล้นทะลักออกนอกอก ตาตัดสินใจ  ขอความกรุณาคุณพลับพลึง

ที่ตามั่นใจว่าถือหางข้างตา หนุ่มเชื้อชาติไทยเดียวกัน เต็มพลังอยู่แล้ว

 ช่วยหาเวลานัดหมายที่เหมาะสมให้ตา

เพื่อเข้าพบ ท่านหม่องขิ่น โดยมีคุณพลับพลึง อยู่พร้อมหน้าเป็นพยานสำคัญด้วย

       ครั้น  วันนี้ที่รอคอย  มาถึง

หลังจากพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศเปิดฟลอร์ พอเป็นพิธี

เหมือนท่านหม่องขิ่น  จะเดาเรื่องแท้จริง ที่ตามาขอเข้าพบได้ถูก

ท่านถามเปิดทางให้ก่อนเลยว่า  ตาจะมาเจรจาเรื่องลูกสาวของท่านใช่หรือไม่

ตารีบตอบรับท่าน โดยไม่ลังเล ก่อนที่ท่านจะต่อคำพูดประโยคต่อไปให้ ว่า

ตาก็น่าจะทราบ ว่า ท่านเองก็พอใจในตัวตา และก็ไม่ได้รังเกียจหนุ่มชาวไทย คือตา แต่อย่างใด

 แล้วท่านก็หันไปถามคุณพลับพลึง ว่า แล้วเชวา ลูกสาวเรา เขารู้เรื่องนี้แล้วยัง.......

         บรรยากาศภายในห้องรับแขก ที่ปกติโปร่งโล่งสบายน่านั่ง

  อ้ำอึ้งอึดอัดขึ้นมาทันที

ตารีบชิง ตอบแทนคุณพลับพลึง ว่า

คุณเชวา น่าจะไม่ทราบเรื่อง

เพราะที่จริง ตามิได้จะมาเจรจาเรื่องที่เกี่ยวกับคุณเชวา แต่อย่างใด

         ตายังจำภาพ ใบหน้าตกตะลึงงันไปชั่วขณะ ของท่านหม่องขิ่นได้ไม่ลืม

เมื่อเอ่ยถามตาต่อว่า ตาหมายความว่าอย่างไร

ตาจำชั่วขณะจิตนั้นได้ว่า แทบอยากกลั้นใจสิ้นลมไปต่อหน้า

เมื่อกราบเรียนตอบท่านอย่างรวบรัดให้เรื่องกระชับขึ้น

ว่า  ตามีความรักในตัว  คุณหยิ่น บุตรสาวคนโตของท่านและคุณพลับพลึง

          ใบหน้าท่านหม่องขิ่น ที่ตาเคยเห็นแต่ความนิ่งสงบ แทบไม่แสดงความรู้สึกใดๆ

มีสีแดงจัดจนซีดขาว จนกลับแดงจัดขึ้นมาอีก  คิ้วขมวด นัยน์ตาจ้องเขม็งมาที่ตา

 ราวอยากให้มอดไหม้ลงไปตรงหน้า กระนั้น!”

 

        คุณยายทำหน้าที่ ตัวช่วย  อย่างรู้จังหวะ

         “  ก่อนอื่น ยายขอขยายความ ที่ตาชอบแกล้งเล่าเรื่อง แบบหมกเม็ดบางส่วน

 เพื่อไม่ให้หลานเข้าใจคลาดเคลื่อนไป ซะก่อน

ตัวยายเอง  นอกจากชื่อไทยว่า กุหลาบแล้ว

ยายมีชื่อพม่าว่า หยิ่น

 ส่วนชื่อ เชวา นั้น  เป็นชื่อพม่าของน้องสาวยาย  ก็คุณยายพุดขาว น่ะจ้ะ

         ตอนที่ ตามีโอกาสเข้ามาเป็นแขกชายหนุ่มคนไทยคนเดียว ของบ้านยายน่ะ

ตาไม่เคยคาดคิดเลยมั้ง ว่า  ในบ้าน ยังมียายเป็นลูกสาวอยู่อีกคน

เพราะตาคงเข้าใจเอาเองโดยตลอดตั้งแต่แรก

 ว่า คุณทวดมี คุณยายพุดขาว เป็นลูกสาวอยู่เพียงคนเดียว

        ตัวยายนั้นน่ะ ได้รับมอบหมายความไว้วางใจ

ให้ดูแลภารกิจจัดการงานบ้านช่อง ทุกสิ่งทั้งมวล ก็จริง

ได้รับหน้าที่ ให้ช่วยคุณทวดทั้งสอง คอยต้อนรับแขกเหรื่อ

โดยเฉพาะที่เป็นคนไทย ที่มาเยือนถึงบ้าน ก็จริง

แต่คุณทวดชาย  ก็เข้มงวดในการคัดเลือกแขกรับเชิญ ที่จะอนุญาตให้ยายเข้าร่วมวงได้

แบบกรองแล้วกรองอีก ให้แน่ใจ ว่า เป็นบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ ที่เป็นคู่สามีภรรยา เท่านั้น

หากเป็นชายโสด โดยเฉพาะชายหนุ่มคนไทย ด้วยแล้วละก้อ

ก็จะเป็น คุณยายพุดขาวเท่านั้นแหละ ที่ได้รับไฟเขียวให้เข้าร่วมรับแขก พูดคุยสนทนา

        เหตุผลของคุณทวดชาย  ก็คงเข้าใจได้ไม่ยาก

ท่านมีความคาดหวังสูงในตัวยาย ที่เป็นลูกสาวคนโต

และเป็นที่รับรู้กัน ว่า คุณทวดชาย ทั้งรักทั้งหวงแหนยายมากมายแค่ไหน

 การที่ยายจะมีคู่ครอง จึงสมควร เป็นชายหนุ่มชาวพม่า เฉกเช่นเดียวกับตัวท่าน

ที่ท่านมีส่วนร่วมกลั่นกรองคัดเลือกไว้ให้

ตามที่ ท่านมีความเชื่ออย่างมั่นคงว่า เป็นเพียงเชื้อชาติเดียว ที่เหมาะสมกับยายที่สุด

        แต่ก็ใช่ว่า  คุณทวดท่าน จะมองข้ามชายหนุ่มชาวไทย ผู้มีอนาคตไกล อย่าง ตา นะจ๊ะ

เพียงแต่  ท่านคงตั้งใจหมายปอง ตา เอาไว้ ให้ลูกสาวคนรอง คือ คุณยายพุดขาว มากกว่า”

       “ อ้าว แล้วมีอุปสรรคเส้นใหญ่ปึ้ก กางกั้นตั้งแต่แรกยังงี้

 แล้วคุณยายโผล่มาเจอคุณตาได้ไง ตอนไหนหรือครับ”

พี่ป๊อก ตั้งคำถามแทนความสงสัยให้พวกเรารุ่นหลาน อย่างแสดงสีหน้าภาคภูมิใจในคำถามของตนเอง

        “ ก็ไม่รู้จะโทษอะไร นอกจาก บุพเพสันนิวาส  ละมั้ง ที่นำพาให้เราได้มาพบกัน น่ะจ้ะ

เพราะผู้หญิงในสมัยของยายน่ะนะหลาน

 ไม่มีสิทธิ์หรือโอกาส ที่จะเลือกคู่ครองเองหรอก

ยิ่งอยู่ในสถานะ ที่พ่อแม่แทบไม่ปล่อยออกไปไหนข้างนอกบ้านเองลำพัง เลย เนี่ยะ

ส่วนใหญ่ ก็เป็นฝีมือพ่อแม่  ดูตัว กลั่นกรอง คัดเลือกมาให้สำเร็จรูป ทั้งนั้น     

        คู่ครองของยาย  ที่คุณทวดชายเลือกไว้ให้

 ก็ ผู้จัดการบริษัทของคุณทวด ที่เป็นหนุ่มพม่า คนนั้นแหละ

ก็คือ  คุณตา หม่องวิน ที่ได้แต่งงานกับคุณยายพุดขาว ในที่สุด”

      คุณตาชิงตัดบท  เป็นผู้ตอบให้ตรงคำถามของพี่ป๊อก

       “ เป็นชายไทย ก็ต้องมีฝีมือสิ หลานเอ๋ย

ก็หยั่งที่ยายเล่านั่นละ ว่า ตาก็หลงเข้าใจผิดเป็นนาน

ว่า  คุณทวดท่านมีลูกสาวเพียงคนเดียว คือ คุณยายพุดขาว

ฟังที่คุณยายพุดขาวชี้แจง  ตอนนั้น ตาก็ยังนึกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่แลดูเพียบพร้อมในบ้าน

เป็นฝีมือของ คุณทวดหญิง ร่วมกันกับคุณยายพุดขาวเสียอีก

ทีนี้  พอตาได้รับความไว้วางใจ ให้เข้านอกออกในได้

ก็ให้บังเอิญ ได้เห็นยาย กำลังบงการสอนวิธีปักดอกไม้ในแจกัน ให้บริวารอยู่

ตาเล่าให้หลานฟังอย่างไม่อายได้เลย

ว่า  ตายังจดจำติดตาภาพยาย มาจนบัดนี้

ในความประทับใจแรกพบ ที่ตา ตื่นตะลึงมากมายเพียงไร

ทั้งสง่างาม สูงเพรียว ผิวพรรณวรรณะผุดผ่องยองใย

ใบหน้าสวยคมคาย และอากัปกิริยาตลอดจน น้ำเสียงกังวาลใสไพเราะ

 ของกุลสตรีในชุดแต่งกายแบบหญิงพม่า

 เกล้าผมมุ่นเป็นมวยต่ำเรี่ยท้ายทอยแซมไว้ด้วยดอกไม้

 ที่ยืนประจันอยู่เบื้องหน้า ตาต่อตาสบกัน ดังมนต์สะกด เข้าอย่างจัง

 จนมีเสียงคุณยายพุดขาว มาเตือน ว่า คุณทวดชายกลับเข้ามาจากธุระนอกบ้านแล้ว นั่นแหละ

      กลับไปบ้านในคืนวันนั้น

ตาก็ลงนั่งเขียนบันทึกใส่กระดาษ ระบายความใน

ที่ตัวเองเพิ่งกระจ่างแจ้ง  หลังจากเข้าใจผิดมาเป็นนาน

ว่า หญิงงามผู้เปี่ยมล้นด้วยคุณสมบัติของกุลสตรี มีความสามารถนานา ของบ้านที่แท้จริงนั้น คือใคร

        แล้วทีนี้ ตาจะอยู่เฉยได้อย่างไรเล่า

ในวันรุ่งขึ้น ที่ตาได้เข้าร่วมวงรับประทานอาหารของครอบครัวคุณทวด

ที่ก็มีเพียง คุณทวดชายหญิงและคุณยายพุดขาว

ตาก็แอบหยอดแผ่นกระดาษ แผ่นที่ได้ประจงถ้อยคำจากใจลงไว้ แผ่นนั้น

ซุกไว้ใต้ช่อดอกไม้ประดับแจกัน  และแอบส่งสัญญาณ ให้คุณยายพุดขาว รับทราบ

เพื่อเป็น ตัวช่วย ของตา  ทำหน้าที่ในครั้งแรก  นำส่งให้ถึงมือ ยาย ให้ได้ ด้วย

เพราะ ณ เวลานั้น ตาก็มีความคุ้นเคยสนิทสนมกับทั้งคุณทวดหญิงและคุณยายพุดขาว

จนค่อนข้างแน่ใจ  ว่าทั้งสองท่านเข้าใจและน่าจะเห็นใจ  ถึงความรู้สึก รักแรกพบ ของตา

         หลังจากวันนั้นต่อมา ตาต้องรออยู่อีกหลายวันทีเดียว

 กว่าที่ยายจะมีข้อความส่งตอบกลับมา เพียงสั้นๆ

 ว่า ยินดีรับไมตรี ที่จะพูดคุยกับตา ผ่านทางตัวหนังสือเช่นนี้ ต่อเนื่องไป

           ตาก็ยังอดขำตัวเองในความรักล้นทรวงของคนหนุ่มครั้งกระนั้น ไม่ได้

ที่วันใด ไปเยือนบ้านคุณทวด ตาเป็นต้อง รี่ไปชื่นชม แจกันดอกไม้ที่มุมห้องอาหารก่อนสิ่งอื่น

เพื่อภารกิจสำคัญยิ่งสิ่งใด รีบหยิบกระดาษของยายออกมาจากแจกัน และนำกระดาษของตาซุกไว้แทนที่

บางครั้ง จดหมายจากยาย ก็หล่นไปอยู่ในน้ำในแจกันเปียกโชก

โชคดี ที่สมัยนั้น ยายใช้เขียนข้อความบนกระดาษ ด้วยดินสอ”

         คุณยายช่วยเล่าเสริมเกร็ดขำๆว่า

        “เพื่อให้ภารกิจ  “ แลกเปลี่ยนเพลงยาวระหว่างกัน ”

 สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นแนบเนียน

ยายจำต้อง แจ้งยกเลิกหน้าที่ของสาวใช้

ผู้เคยได้รับมอบหมาย ให้จัดและนำแจกันไปวางในมุมที่เหมาะสมต่างๆ

และรับมาเป็นภารกิจที่ยายลงมือดำเนินการ ทั้งจัดตกแต่ง ยกไปวาง เก็บกลับคืน ด้วยตนเอง

จนสาวใช้ผู้นั้น อดรนทนไม่ได้ ถามยายว่า

 เขามีข้อบกพร่องในหน้าที่ ทำให้ไม่ถูกใจหรืออย่างไร

ซึ่งยายก็รีบตอบตัดบทไปว่า

 เนื่องจากยายประสงค์จะรื้อฟื้นฝีมือจัดตกแต่งของตน

 ให้คงที่ เสมอต้นเสมอปลาย มิให้ตกหล่น  เท่านั้นเอง       

            ที่จริง  คุณตาหม่องวินกับตัวยายเอง

 เราต่างก็รู้ตัวเราดีนะ ว่า เราไม่ได้ผูกสมัครรักใคร่กันเลยแม้แต่น้อย

แค่เป็นเพื่อนคู่คิดที่สนิทสนม แค่นั้น

เพราะยายก็รู้ๆอยู่ ว่า คุณตาหม่องวินกับคุณยายพุดขาว  ต่างมีใจให้กัน

คุณทวดหญิงน่ะ รู้มาตลอด และได้แต่ คอยช่วยเหลือ ภาวนาให้ความรักของลูกสาวสมหวัง

แต่คุณทวดชาย  ไม่เคยสังเกตเห็นหรอก

 เพราะท่านหมายมั่นปั้นมือ ตีกรอบที่จะจับคู่โดยเฉพาะให้ยาย

 ให้ได้คู่ครองเป็นหนุ่มพม่า สมดังที่ท่านวาดหวังไว้ ให้จงได้

          ท่านหวงแหน แทบจะ เก็บรักษา กันยายออกแยกต่างหากจากใครๆ

เหมือนยายเป็นทรัพย์สิน ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในหีบสมบัติ ปิดฝาเหล็กล็อคกุญแจมิดชิดแน่นหนา

 ไม่ให้เจอะเจอชายหนุ่มคนใด นอกจากคุณตาหม่องวินเท่านั้น

ยายก็เลย ช่วยสมรู้ร่วมคิด เอาตัวเองออกหน้า

เวลาที่  คุณตาหม่องกับคุณยายพุดขาวอยากพบปะพูดคุยกัน

ในฐานหนุ่มสาวผู้มีหัวใจรักตรงกัน “

         คุณตาอดเล่าแทรกไม่ได้

      “ ยายเขาไม่รู้ตัวหรอก ว่า ตาน่ะ แอบทั้งทึ่งทั้งชื่นชม

 ในความเป็นแม่บ้านสมบูรณ์แบบด้วยจิตวิญญาณ ของเขา

 เริ่มหลงรัก ตั้งแต่ ที่ได้ก้าวย่างเข้าไป ในอาณาจักร

 และได้สัมผัส ผลงานของยาย ที่อบอวลอยู่ ในทุกอณูเนื้อ ของบ้าน  ก็ว่าได้

ยิ่งต่อมา ตาได้มีโอกาสพบตัว รู้จัก พูดคุย

  ตาก็ยิ่งตอกย้ำในความโชคดีของตัวเองว่า

 ตาได้พบเจอ ทรัพย์สมบัติล้ำค่าที่สุด ที่เฝ้าฝันไฝ่มาแสนนาน

 และตาจะไม่ยินยอมให้หลุดลอยไปจากมือได้ เป็นอันขาด

          จงจำไว้เถิดนะ หลาน  ว่า ทรัพย์สินที่เลิศล้ำค่าน่ะ

 ยิ่งซ่อนยิ่งซุก หมายให้ลับตาผู้คนเท่าใด

  ก็ยิ่งเป็นที่ร่ำลือ กระหายหมายปองของผู้คน

ที่อยากไขว่คว้า ติดตามค้นหามาครอบครอง เป็นเจ้าของ ให้จงได้

       ถึงคุณทวด จะไม่พอใจตาในช่วงแรก ขนาดปิดประตูตาย ไม่ยอมต้อนรับตา ยังไง

ตาก็ยังภาคภูมิใจ ในความเป็นหนุ่มไทยของตา  ที่ไม่ละความพยายาม

ตาจับมือกับคุณตาหม่องวิน

ขอให้ คุณตาหม่องวินออกหน้า นัดหมายขอเข้าพบคุณทวดชาย แบบขอเปิดการเจรจา

แล้วตาก็พ่วงติดตามเข้าไปจนได้

      ด้วยความรักท่วมท้นของคุณตาหม่องวินเช่นเดียวกันเลย

ทำให้ คุณตาหม่อง ที่แม้มีอีกสถานะ เป็นพนักงานในบริษัทคุณทวดด้วย

กล้าที่จะบอกกล่าวความในต่อคุณทวด ว่า มีความรักบุตรสาวคนที่สองของคุณทวด

และประสงค์ที่จะสู่ขอคุณยายพุดขาวไว้เป็นคู่ครอง

       ตาเข้าใจว่า  ลึกๆในใจคุณทวดเอง

ท่านก็คงหวั่นเกรงอยู่เหมือนกัน และมองการณ์ไกลว่า หากตอบปฏิเสธ

อาจทำร้ายจิตใจและพลอยสูญเสียผู้จัดการคนเก่งมือดี ไปได้ด้วย

       เพราะแท้ที่จริงแล้ว  คุณทวด ก็ได้ลูกเขยสองคน สมดังที่มุ่งหวังตั้งใจ

เพียงแต่ สลับตำแหน่งแห่งที่  

 ยินยอมให้เขยไทยเป็นพระเอก เขยพม่าเป็นพระรอง  เท่านั้นเอง!  

         ในที่สุด คุณทวดผู้มีทัศนวิสัยกว้างไกล ก็สร้างสถานการณ์ วินวิน ให้บังเกิด

ท่านยอมรับว่า นอกจากที่ท่านจะเห็นว่า ตาโชคดี มีนัยน์ตาแหลมคม

ควานหาทรัพย์สมบัติล้ำค่า หวงแหนยิ่งสิ่งใด  ที่ท่านประจงซุกซ่อนไว้ จนเจอ

รับมอบไปเก็บรักษาครอบครองดูแล

ก็นับเป็นโชคดีของลูกสาวท่านเช่นกัน ......(รองจากคุณทวดหญิง)

ที่ได้ตกลงใจเลือกตา ผู้ที่ท่านเห็นว่า เป็นชายหนุ่ม(ไทย)ที่โดดเด่นที่สุด (รองจากท่านเอง) เป็นคู่ครอง”

 

                                                              จบ

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ทิชา วันที่ : 02/07/2013 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories

ขอบคุณและดีใจมากทุกครั้งเลยค่ะ ที่ได้รับข้อความต่างๆจากผู้อ่าน ที่แสดงว่า กรุณาอ่านเรื่องอย่างละเอียดจริงๆเลย :-)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลิลิตดา วันที่ : 02/07/2013 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phenvipa

ตามมาอ่านและแสดงความคิดเห็นเช่นเคยค่ะ
สนุกและชวนติดตามแบบเดาไม่ถูกว่า ซ่อนทรัพย์ไม่ลับตาแบบไหน
ภาระกิจแลกเปลี่ยนเพลงยาวของคุณตากับคุณยายนี่เอง ...แล้วก็ใครจะไปนึกว่า บุพเพสันนิวาสมีจริง คู่ตุนาหงันคุณตาที่คนอ่านคาดเดากับไม่ใช่ คุณเชวา ที่ท่านหม่องขิ่นมาดหมายจะให้ แต่กลายเป็นคุณหยิ่น หรือกุหลาบซะงั้น
ชีวิตรักจากเรื่องจริงที่คุณทิชาบอกนั้นถ้าเป็นละครคงสนุกและคาดเดาไม่ถูกแน่ๆ..เขียนอีกนะคร๊าคุณทิชา...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ทิชา วันที่ : 26/06/2013 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories

จะเรียนว่า เรื่องนี้ ได้นำชีวิตรักจากเรื่องจริง มาเขียนอิงนิยาย ก็เป็นได้ค่ะ ขอขอบคุณ ที่ได้กรุณาส่งข้อคิดมาให้ นะคะ:-)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คุณแม่ขี้บ่น วันที่ : 25/06/2013 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jijumom

ทรัพย์ที่มีค่า คู่ควรกับคนที่มีคุณค่าและมองเห็นคุณค่าของทรัพย์นั้น
เขียนเป็นนิยายรักโรแมนติคได้เลยนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]