• ทิชา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tomyante2@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 13128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
แบบว่า อยากเล่า
เล่าเรื่องราว บ้านบ้าน พื้นพื้น ในความทรงจำ ที่ประทับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories
วันศุกร์ ที่ 26 กรกฎาคม 2556
Posted by ทิชา , ผู้อ่าน : 3087 , 11:35:02 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Globetrotter โหวตเรื่องนี้

                                                                 

                                        ลีลา   ลีลาศ

         ในยุคช่วงปีพอศอ สองสี่เก้าศูนย์เป็นต้นมา

 ที่ยังไม่มีการออกกำลังกายแนวแอโรบิค แผ้วพานเข้ามาสู่สังคมใดในชนชาติไทย

รูปแบบการออกกำลังกายสบายๆ ที่นิยมทั้งในหมู่คนหนุ่มสาว และผู้หลักผู้ใหญ่ ในภาคพื้นภูธร

ได้แก่การฝึกเต้นรำในจังหวะสากลหลักๆ  ไม่ว่าจะเป็น วอลซ์  ควิกวอลซ์ ควิกสเต็ป แทงโก้ รุมบ้าฯลฯ 

ที่นอกจากจะเป็นการขยับเขยื้อนทุกสัดส่วนของร่างกายอย่างมีท่วงทีลีลาแล้ว

ยังช่วยปรับสรีระ การยืน-ก้าว-เดิน ให้หลังตรง-อกผาย-ไหล่ผึ่ง มีบุคลิกภาพสวยสง่าน่าดูขึ้น

ในขณะฟังเสียงเพลงบรรเลงขับกล่อมไปพลาง

ก็ยังได้ผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดทั้งปวงไปพลาง ด้วย

            จึงไม่แปลก ที่กิจกรรมลีลาลีลาศวาดโชว์ลวดลาย จะมีแทรกอยู่ในแทบทุกงาน

ทั้งการจัดประกวดประชันดาราเท้าไฟ ชิงรางวัลใหญ่ในงานระดับภาค-ระดับจังหวัด

 หรือแม้ การโชว์ฝีเท้ายิบย่อย ระดับภายในหน่วยงานกันเอง

 ที่เปิดโอกาสให้ได้แต่งชุดราตรีโก้ออกงาน ไม่น้อยหน้าทั้งฝ่ายหญิงและชาย

 

          คุณอาประจวบ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่พ่อเพิ่งรับเข้าทำงาน มีพรสวรรค์ด้านการเต้นรำที่หาตัวจับยาก

คุณอาเป็นหนุ่มเนื้อหอม มีสาวน้อยสาวใหญ่รุมตอม จับจองเป็นคู่เต้น ไม่มีว่างเว้นสักงาน

เพราะนอกจากที่ยังครองตนเป็นหนุ่มโสดรูปหล่อ(แม้นพ่อไม่รวย)แล้ว

คุณอายังมีงานอดิเรกชอบการแข่งขัน และไม่ค่อยพลาดรับตำแหน่ง แชมป์-รองแชมป์ลีลาศสารพันประเภท

มีถ้วยรางวัลชนะเลิศ-รองชนะเลิศแบบกวาดมาเรียบทั้งภาคพื้น ติดตัวเป็นคุณสมบัติพิเศษพ่วงท้าย

เมื่อเปิดบ้านพักของตนเป็นสถานที่สอนเต้นรำในช่วงวันหยุด

 จึงมีผู้เชื่อถือศรัทธาในฝีเท้าอาจารย์ประจวบ สมัครเข้ารับการฝึกสอนเนืองแน่น

สำหรับลูกศิษย์ที่เป็นหญิงสาว ก็แอบมีความหวัง เผื่อฝีเท้าคล่องแคล่วเข้าตาอาจารย์

ก็อาจได้รับคัดเลือกให้เป็นคู่เต้น ในการเข้าแข่งขันประชันฝีเท้าคราวหนึ่งคราวใด ก็เป็นได้

             พ่อกับแม่ ก็ไม่พลาดตกเทร็นด์ คงสมัครเป็นลูกศิษย์แพ็คคู่

 ตั้งใจจะแวะเวียนเป็นครั้งคราว ไปให้คุณอาประจวบช่วยปรับปรุงแก้ไขท่าเต้นรำให้ดูดี

 ยามมีภารกิจรับเชิญเปิดฟลอร์ หรือร่วมงานราตรีลีลาศในจังหวัด

ปรากฏว่า คุณอาไม่ให้พ่อแม่ต้องบุกไปถึงที่บ้าน

 โดยขอจัดโปรแกรมสอนพิเศษบริการแก่พ่อแม่เป็นการเฉพาะ ณ สถานที่บ้านเราเอง ในวันทำงานปกติ

ในช่วงเย็นหลังเวลาเลิกงาน ตามแต่ที่พ่อแม่จะสะดวกนัดหมาย

พี่วัลลา  สาวแสนสวย เพื่อนรุ่นน้องเล็กของแม่ในชมรมสตรีประจำจังหวัด

ที่มีทุนเดิมเป็นนักเต้นรำหญิงเท้าไฟ เห็นเป็นโอกาสเหมาะ

 ขอร่วมเอี่ยวเข้ากลุ่มพ่อแม่ ฝึกปรับท่วงท่ากับอาจารย์ประจวบ ด้วย

             เหมือนบุญมาฟ้าส่ง  พอคุณอาประจวบเห็นลีลาท่าเต้นของพี่วัลลาแล้ว

ก็ยอมรับว่า เป็นสาวฝีเท้าดีระดับโดดเด่น เข้าตากรรมการ

 ราวกับได้ค้นพบช้างเผือกคุณสมบัติคชลักษณ์ครบครันโดยไม่คาดฝัน ยังไงยังงั้น

คุณอาขออนุญาตจัดหลักสูตรเร่งรัดติวเข้มเพิ่มให้

 เพราะเห็นแววพี่วัลลา  ที่สมควรได้รับเชิญให้เป็นคู่เต้นกิติมศักดิ์ ในการแข่งขันของคุณอาคราวต่อๆไป

            ฉันได้ยินพ่อแม่เอ่ยถึงคุณอาประจวบและพี่วัลลา อย่างอดภูมิใจที่ตัวเองมีส่วนร่วมไม่ได้

ว่า คุณอาประจวบช่างตาแหลมคม ที่เลือกพี่วัลลาเป็นคู่เต้น ในการแข่งขันชิงรางวัลแทบทุกประเภท

เพราะทั้งสอง สามารถคว้าทั้งรางวัลชนะเลิศ และรางวัลคู่เต้นคู่ขวัญที่มีความเหมาะสม มาครอง

เลื่องลือชื่อเด่นดังไปทั่วภาคเหนือ อย่างไม่มีผู้ใดเทียบเทียม

          คุณป้าแสง เจ้าของร้านอาหารในเมือง

 ที่เลี้ยงดูคู่หลานชายหลานสาวผู้กำพร้าบิดามารดามาแต่เล็ก

 พี่วัลลภและพี่วัลลา  ดั่งเป็นลูกชายและลูกสาว

ก็ชื่นชมในความสามารถ และส่งเสริมด้านการเต้นรำของหลานสาว

 คอยเป็นพี่เลี้ยงติดตามไปในการแข่งขันทุกแห่งหน

กับทั้ง คุณป้าคงมีความเชื่อถือและเกรงใจพ่อ

 ที่เป็นเสมือนเกราะกำบังหลักให้คุณอาประจวบ ผู้มีงานการเป็นหลักแหล่งอยู่ในสังกัดด้วยกระมัง

คุณป้า จึงดู มิได้ขัดข้อง ในวี่แววความติดเนื้อพึงใจกัน ที่มองเห็นได้ในระหว่างหนุ่มหล่อสาวสวยคู่นี้

ตรงข้ามกับพี่วัลลภ ที่ศรศิลป์ไม่สู้กินกันกับคุณอาประจวบสักเท่าไหร่

ก็คงปกติวิสัยของพี่ชายที่หวงน้องสาวคนเดียว

และคงมองว่า อาชีพหลักรับราชการของคุณอาประจวบ

 เป็นเพียง ข้าราชการผู้น้อย กระจอกต๊อกต๋อย น่ะแหละ

 

           แล้วงานแข่งขันลีลาศระดับประเทศ ก็เลือกมาจัด ณ ถิ่นเหนือ  ที่จังหวัดลำปางของพวกเรา

ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลของ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ผู้มุ่งให้ความสนใจในกิจกรรมด้านนี้

 โดยท่านรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางมาเป็นประธานในวันชิงชนะเลิศ เพื่อมอบรางวัลของท่าน ด้วยตนเอง

          ก็ตามเคย ที่ฉันได้ยินฟัง แบบเก็บข้อมูลมาจากพ่อแม่อีกต่อ

ว่า น่าเสียดาย ที่ในที่สุด ตัวท่านรัฐมนตรีติดภารกิจร่วมต้อนรับอาคันตุกะระดับชาติ ที่สำคัญกว่า

ไม่อาจปลีกตัวเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ ที่แม้จะสำคัญ แต่ก็แค่ในสายตาพวกเรา แค่ระดับจังหวัด

ได้แต่มอบหมายภารกิจ ให้บุตรชาย ที่มีตำแหน่งการเมืองสำคัญเช่นกัน

เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการ(ก็ตั้งลูกเป็นเลขาพ่อน่ะแหละ) มาเป็นประธานในงานแทน

         ก็ไม่น่าผิดกติกาอันใด ที่ลีลาลวดลายลีลาศงดงามยามเยื้องย่าง

 ร่างกายพริ้วไหวอ่อนโอน หมุนวนไปทั่วฟลอร์ของคู่ชนะเลิศ คุณอาประจวบและพี่วัลลา

จะประทับตาตรึงใจท่านเลขานุการ บุตรชายท่านรัฐมนตรี  ที่มีเชื้อแถวรักการลีลาศเช่นเดียวกับบิดา

จนภายหลังการตัดสินมอบรางวัลสิ้นสุดพิธีการแล้ว

ท่านเลขานุการรัฐมนตรีจากเมืองกรุง ก็เอ่ยความประสงค์ ขอเป็นคู่เต้นรำของพี่วัลลา แชมป์สตรี คนงาม

และงานในค่ำคืนนั้น ก็ยืดเยื้อเกินเวลา

เนื่องมาจาก การลีลาศมาราธอนโดยไม่ยอมเปลี่ยนคู่เต้น ของท่านประธานหนุ่ม นั่นเอง

         นับจากคืนสำคัญคืนนั้นเป็นต้นมา

ท่านเลขานุการรัฐมนตรี(รูปไม่หล่อ แต่พ่อรวยและเป็นรัฐมนตรีอีกต่างหาก)

ก็มักให้มีภารกิจรับมอบหมายตรวจราชการแถบภูมิภาคถิ่นเหนือทุกบ่อย

หมั่นเดินทางขึ้นล่อง เจาะจงจุดหมายปลายทางเป็นจังหวัดลำปาง อย่างไม่ละความพยายาม

 เพียรสานสัมพันธไมตรีกับพี่วัลลาอย่างต่อเนื่อง

 ผู้ออกอาการหน้าบานเป็นจานเชิงกว่าใคร น่าจะเป็นคุณป้าแสงและพี่วัลลภ

ที่ย่อมปลาบปลื้มยินดี รอวันเห็นหลานสาวและน้องสาวได้เป็นฝั่งฝาระดับศรีสะใภ้บุคคลสำคัญทีเดียวเชียว

ส่วนคุณอาประจวบน่ะ คุณป้า ก็คงเจตนามองข้าม อย่างจงใจลดระดับความสัมพันธ์

 จัดไว้ให้เป็นเพียง เพื่อนที่ดีต่อกันของหลานวัลลา เท่านั้น

          ในยุคสมัยนั้น การออกเรือนของบรรดาหญิงสาว

 หากฝ่ายชายเป็นที่ยอมรับและพึงพอใจของพ่อแม่ผู้ปกครองแล้ว

ก็เหมือนว่า หญิงสาวที่หัวอ่อนเชื่อฟัง จำพร้อมยอมน้อมรับโดยปริยาย

 ไม่เปิดโอกาสให้ถามไถ่ หรือให้โต้แย้งท้วงติง แต่อย่างใด 

รายของพี่วัลลา  ก็ไม่พ้นเข้าข่ายดังว่านี้

  แล้วเหตุการณ์ก็ดำเนินไปตามคาด ที่ท่านรัฐมนตรี ขนขบวนขันหมากขึ้นมาสู่ขอพี่วัลลาให้แก่บุตรชาย

 รับเป็นสะใภ้ตามประเพณีอย่างเอิกเกริก สมเกียรติทุกประการ

            ไม่ต้องอรรถาธิบาย ก็คงวาดภาพออก ว่า  ภายหลังที่พี่วัลลาโยกย้ายลงไปเป็นศรีสะใภ้อยู่เมืองกรุง

คุณอาประจวบ ผู้ถูกทอดทิ้งอยู่เบื้องหลัง

 จะชอกช้ำระกำทรวง ตามประสาคนอกหักรักสลาย หนักหนาสาหัสเพียงใด

ที่เห็นชัดก็คือ คุณอาแจ้งปิดหลักสูตรการสอนลีลาศ อย่างไม่มีกำหนดว่าจะเปิดสอนอีกเมื่อไรหรือไม่

หันเหทุ่มเทความสนใจ  ลงชื่อขอสมัครออกป่าตรวจราชการกับทีมงานของพ่อแทบทุกคราว

           แต่ข้าราชการหนุ่มรูปหล่ออย่างคุณอาประจวบ ก็ครองโสดอยู่อีกไม่นาน

ไม่มีใครทราบแน่ชัด ว่า คุณอาแต่งงานตามหลังงานแต่งของพี่วัลลา  เพื่อประชดชีวิตหรืออย่างไร

แต่สาวเจ้าที่คุณอาตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ก็คือคุณพยาบาลสาวประจำอยู่ที่คลีนิคคุณหมอ

เป็นคลีนิคที่คุณอาประจวบคุ้นเคย

 เพราะตั้งอยู่ในห้องแถวกลางใจเมือง ติดกันกับร้านอาหารของป้าแสงนั่นเอง

         ปกติ คุณอามักพึ่งพาคุณหมอ ให้ตรวจอาการปวดแข้งขา เหตุจากที่ออกกำลังลีลาศมากเกิน

มาภายหลัง ต้องหวนกลับมาขอให้คุณหมอ ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ ที่เพิ่งเป็นโรคใหม่ประจำตัว

คุณอาประจวบ จำต้องทักทายพี่วัลลภเมื่อพบเจอกัน ยามคุณอาแวะรับประทานอาหารที่ร้าน

ด้วยไม่ได้มีร้านอาหารแห่งอื่นใดในบริเวณใกล้เคียงให้เลือกไปรับประทาน เพื่อเลี่ยงการพบปะเผชิญหน้าได้

เพราะเมื่อป้าแสงตกลงใจ ติดตามลงไปอยู่กรุงเทพตามคำชักชวนของพี่วัลลาหลานสาว แล้ว

ก็มอบหมายให้พี่วัลลภหลานชาย รับช่วงดูแลกิจการร้านอาหารแห่งนี้ แทน

            ล่วงเลยเวลามาแรมปี นับเป็นข่าวดีของผู้ได้ยินฟัง  เมื่อทราบว่า ภริยาคุณอาประจวบตั้งครรภ์

โดยมีถ้อยคำเชิงหยอกเอินของเพื่อนร่วมงานที่สำนักงานพ่อ พูดไล่หลังคุณอา ว่า

 ขนาดเข้าป่าออกตรวจราชการงานหลวงบ่อยๆ คุณอาก็ยังไม่เว้นทำการบ้านเป็นอันดี ไม่มีบกพร่อง

แต่คนช่างสังเกตอย่างพ่อ ผู้อยู่ใกล้ชิดลูกน้อง ก็ยกประเด็นคุณอาประจวบมาคุยกับแม่ ว่า

ดูหน้าตาคุณอาไม่สู้เสบย  เหมือนอึดอัดกับข่าวดีที่จะได้เป็นพ่อคน  ยังไงชอบกล.......

 

             ทิ้งห่างจากข่าวดีฟากการตั้งครรภ์และคลอดบุตรเป็นชาย ของภรรยาคุณอาประจวบ

 ผ่านล่วงมาอีกขวบปี กลับเป็นข่าวไม่สู้ดีช็อควงการฟากพี่วัลลา ที่ตกลงหย่าขาดจากสามีลูกท่านรัฐมนตรี

เดินทางกลับสู่มาตุภูมิเมืองเหนือ ด้วยสภาวะจิตใจที่บอบช้ำ

แน่นอนที่พ่อแม่เรา อยู่ในกลุ่มรับรู้ข่าววงในจากปากคำของพี่วัลลา

ที่รุดมาหา เล่าให้พ่อแม่ฟังเองที่บ้าน ว่า

ภายหลังการแต่งงาน ทั้งสามีพี่วัลลา ที่เป็นลูกชายคนเดียว และพ่อแม่สามี

ต่างเร่งรัดมุ่งหวังให้พี่วัลลามีลูกน้อยไว้เชยชม เป็นทายาทคนแรกของครอบครัว

หลังจากความเพียรพยายามเท่าไร ให้เวลาเท่าไร ก็ไม่สัมฤทธิ์ผล จึงถึงขั้นให้แพทย์ตรวจเช็คดูเพื่อรู้แจ้ง

ปรากฏว่าดังฟ้าฟาด  พี่วัลลาเป็นหมัน  ไม่อาจมีทายาทใดๆได้

ทั้งพ่อแม่สามี  และสามีพี่วัลลา ต่างเห็นพ้องต้องกัน

สมควรที่จะให้มีภรรยาได้อีกคน เพื่อเป็นแม่ของลูก ที่เป็นจุดประสงค์สำคัญยิ่งของทั้งครอบครัว

ซึ่งมาถึงขั้นนี้ แม้นจะเคยหัวอ่อนผ่อนโอนเพียงไร พี่วัลลาก็ทำใจให้ยินยอมไม่ได้

พี่วัลลาเคยต่อรอง ขอเป็นการรับอุปการะบุตรบุญธรรม ก็ไม่มีใครรับฟัง โดยเฉพาะพ่อแม่สามี

 ถึงขั้นกล่าวหา ว่าพี่วัลลาใจแคบ ปิดโอกาส ไม่ยอมให้สามีมีบุตรที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง

พี่วัลลาจึงตัดใจอย่างเด็ดเดี่ยว เลือกเส้นทาง  ขอหย่าขาด แยกทางจากลามาอย่างฉันมิตร  ดีกว่า............

        แล้วพ่อแม่ก็ดูออก ว่าพี่วัลลา ยังมีจิตอาวรณ์หา ระลึกถึงคุณอาประจวบอยู่ มิรู้ลืม

เหมือนใจถึงใจ   เมื่อทราบว่า พี่วัลลามาถึงเรือนชานบ้านเรา

คุณอาประจวบ คอยชะเง้อคอรอพบ อยู่ที่สำนักงานข้างล่าง

พ่อแม่เห็นตรงกันว่า คงมิใช่เรื่องผิดบาปอะไร

ที่จะเชื้อเชิญให้สองหนุ่มสาว แค่ได้พบปะพูดคุยทักทายภายหลังจากกันไปนมนาน บนบ้านเรา

อันเป็นสถานที่เปิดเผย มีทั้งพ่อแม่อยู่เป็นพยานรู้เห็นเช่นนี้

        พี่วัลลา กล่าวยินดีที่คุณอามีครอบครัว และโชคดี มีลูกชายเป็นโซ่ทองคล้องใจพ่อแม่

ต่างกับความโชคร้ายของตนเอง ที่ไม่อาจมีทายาท ไม่อาจสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้ในชีวิตนี้

คุณอาประจวบอ้ำอึ้งอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะบอกเล่าความในออกมา ให้ได้ยินทั่ว ทั้งพี่วัลลาและพ่อแม่

คุณอาขอเปิดเผยความจริงให้ทราบ ว่า คุณอากำลังเตรียมหย่าขาดกับภรรยา!

       ไม่ทันขาดคำพ่อ ที่พูดแทงใจตรงๆ ว่า ไม่ใช่พอทราบข่าวพี่วัลลาเป็นอิสระ

 คุณอาประจวบก็ถือโอกาสตีจากครอบครัว เพื่อหวนกลับคืนมาหาคนรักเดิม นะ

คุณอาส่ายศรีษะหน้าเคร่งเครียด ประกอบคำชี้แจงเพิ่มเติม

ว่า อันที่จริง คุณอาคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ที่ภรรยาเริ่มตั้งครรภ์แล้ว

แต่ภรรยาเป็นฝ่ายขอร้องวิงวอน ขอที่จะเป็นผู้ตกลงไปจากคุณอาเอง

 โดยขอตั้งหลัก  รอให้คลอดลูก  และทิ้งระยะทอดไป ให้ลูกมีอายุครบขวบเสียก่อน

ซึ่ง ณ บัดนี้  เวลาดังว่านั้น ก็มาถึงแล้ว

      คุณอาประจวบอ้ำอึ้งไปอีกครั้ง เหมือนลังเลว่า จะเปิดเผยขยายความชัดเจนกว่านี้ ดีมั้ยดี

หลังจากเห็นความสงสัยใคร่รู้ เป็นเครื่องหมายคำถามลอยอยู่เต็มใบหน้าพ่อแม่

แล้วคุณอาก็โพล่งออกมาให้ทุกคน ณ ที่นั้น ได้ตกตะลึงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

ว่า  เมื่อพี่วัลลาก็ยังกล้าบอกกล้าเปิดเผยความจริงของตน

 คุณอาก็ขอเปิดเผยความจริงที่เก็บงำไว้ตลอดมา เพราะไม่เห็นความจำเป็นต้องให้ผู้ใดล่วงรู้

ว่า คุณอามีสภาวะร่างกายเป็นหมัน  มีบุตรไม่ได้  เช่นเดียวกันเลยกับพี่วัลลา

และกล่าวต่อ อย่างไม่พึงต้องรอให้ซักถามว่า

      “ เมื่อผมบอกความจริงของผมให้ภรรยาทราบ

 เขาจึงต้องจำนนอย่างไม่อาจหาเหตุผลใดมาต่อสู้ยืนยัน จำยอมรับสารภาพ

ว่า เขาตั้งท้องกับคุณวัลลภ พี่ชายคุณวัลลา ครับ

 เขาอ้างว่า เขาเหงา เพราะ ผมไม่ค่อยสนใจใยดีเขา  เอาแต่เข้าป่ากับที่ทำงานตลอด

และอันที่จริง เขากับคุณวัลลภ ก็รู้จักชอบพอกันในฐานะเพื่อนมานาน เพราะที่ทำงานอยู่ติดกัน

ผมก็ไม่แน่ใจนะ ว่า คุณวัลลภกล้าลักลอบทำเรื่องล่อแหลมท้าทายขนาดนี้

  เพราะรักใคร่ชอบพอกับภรรยาผม ด้วยความผูกพันใกล้ชิดเป็นเหตุ

หรือแค่ต้องการแก้แค้นผม ซึ่งเขาผูกใจไม่ชอบขี้หน้า ตั้งแต่ที่แสดงตัวชอบพอคุณวัลลาแล้ว ให้สาสมสะใจ

และไปๆมาๆ ผมดันชิงแต่งงานกับสาวข้างบ้าน ที่เขามีใจให้ อีก

ยอมรับว่า ผมก็คือปุถุชน จึงต้องทำใจอยู่เป็นนาน กว่าจะสามารถสงบสติอารมณ์ ไม่คิดเข่นฆ่าอาฆาต

กับคิดในแง่บวกว่า ยังไงหนูน้อยคนนี้ถึงไม่ใช่ลูกผม  เราก็ตัดกันไม่ขาด

เพราะเจ้าหนูก็คือหลานแท้ๆของคุณวัลลา ผู้หญิงที่ผมรัก

และผมให้ความเมตตาเอ็นดูแกด้วยเหตุผลนี้ ตลอดระยะเวลากว่าขวบปีที่ผ่านมา

ผมต้องนำคำสอนทางธรรมะมาข่มความคิดของตัวเองให้ได้ ว่า

 กรรมใดใครก่อ  กรรมนั้นย่อมตกอยู่กับผู้ก่อ พึงต้องรับไป ในที่สุด”

 

        แล้วคุณอาประจวบ กับพี่วัลลา ก็ได้กลับมาครองรักร่วมกัน อย่างออกแนวกระอักกระอ่วนเล็กๆ

 เพราะจำต้องพบเจอนับญาติ กับพี่วัลลภและครอบครัว(ใหม่) คือภรรยา(เก่า)คุณอาประจวบและลูกชาย

ที่พี่วัลลภวางมาดแมน อ้าแขนรับคู่แม่ลูก ไว้เป็นครอบครัวของตัวเองอย่างเต็มใจ

คุณป้าแสง ที่พลาดโอกาสเลี้ยงหลานยาย กลับคืนถิ่นมาดูแลร้านอาหารดังเดิม

ก็ดูท่าว่ายินดี ที่หลานชายหาหลานสะใภ้ไว้ให้แบบสำเร็จรูป

 มีหลานย่าอายุขวบกว่ารอให้เลี้ยงทันใจเบ็ดเสร็จ

          ไปๆมาๆ คุณอาประจวบ  จึงตัดสินใจ ลาออกจากราชการป่าไม้

ย้ายไปตั้งรกราก ปักหลักอยู่จังหวัดเชียงใหม่

 เปิดสถานฝึกสอนลีลาศหลักสูตรมาตรฐานสากล ยึดเป็นอาชีพจริงจัง

 มีชื่อเสียงขจรขจาย รายได้เป็นกอบกำ

เพราะมีทั้งครูประจวบและครูวัลลาระดับแชมเปี้ยนชายหญิง พร้อมให้การฝึกสอนอย่างทุ่มเทหมดหน้าตัก

ด้วยกาย-ใจ-และเวลา  แก่ลูกศิษย์ทุกคนทุกระดับ สุดประทับใจ

 

                                                        จบ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลิลิตดา วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 06.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phenvipa

เขียนได้น่าติดตามเสมอค่ะ หักมุมตอนหลัง สะท้อนสังคมโบราณที่ลูกชายคนใหญ่คนโตต้องมีทายาท สาวใดไม่มีให้ก็ต้องร่ำอำลาจากครอบครัวสามี ส่วนที่ได้กลับมาร่วมทุกข์สุขกับคนรักเก่าก็คงสมกับคำโบร่ำโบราณที่ว่า คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ทิชา วันที่ : 30/07/2013 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories

ดีใจทุกครั้งเลยค่ะ ที่มีความเห็นมาจากท่านผู้อ่าน:-) เพราะแค่เข้ามาเปิดอ่านจนจบเรื่องก็เป็นปลื้มแล้ว นี่ท่านยังกรุณามีโบนัสแถมท้ายเรื่องให้อีก และยิ่งดีใจนะคะ ที่อ่านแล้วคิดว่า เป็นเรื่องจริงที่เหมือนนิยาย.....เพราะบางที ก็โปรดอย่าหลงเชื่อมากนัก เพราะอาจเป็นนิยายที่คล้ายเรื่องจริง ก็ได้ค่ะ!!!!^_____^

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ทิชา วันที่ : 30/07/2013 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories

ดีใจทุกครั้งเลยค่ะ ที่มีความเห็นมาจากท่านผู้อ่าน:-) เพราะแค่เข้ามาเปิดอ่านจนจบเรื่องก็เป็นปลื้มแล้ว นี่ท่านยังกรุณามีโบนัสแถมท้ายเรื่องให้อีก และยิ่งดีใจนะคะ ที่อ่านแล้วคิดว่า เป็นเรื่องจริงที่เหมือนนิยาย.....เพราะบางที ก็โปรดอย่าหลงเชื่อมากนัก เพราะอาจเป็นนิยายที่คล้ายเรื่องจริง ก็ได้ค่ะ!!!!^_____^

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่ใหญ๋ วันที่ : 28/07/2013 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Presentmoment
แม่ใหญ่

อ่านเพลิดเพลินวันฝนพรำจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Globetrotter วันที่ : 26/07/2013 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/InsideIndia

เขียนสนุกมากเลยครับ เหมือนอ่านนิยายเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน