• ทิชา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tomyante2@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 13200
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
แบบว่า อยากเล่า
เล่าเรื่องราว บ้านบ้าน พื้นพื้น ในความทรงจำ ที่ประทับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/impressivememories
วันอังคาร ที่ 30 กรกฎาคม 2556
Posted by ทิชา , ผู้อ่าน : 612 , 14:26:06 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                                

                                                      เรื่อง กุ๊ก-กิ๊ก

         เวลานั่งคิดถึงความหลัง ย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยเกิดในบ้านนอก

ฉันอดอัศจรรย์ใจไม่ได้ ว่า โอ้โฮ! ทำไมสมัยโน้น บ้านเรามีบริวารผู้คนในบ้านเยอะแยะมากมายจัง

รึเป็นเพราะสายงานป่าไม้ ของพ่อ  ต้องฟอร์มทีมออกป่าเป็นประจำ

 จึงมีการจัดเตรียมความสะดวกครบพร้อม  ไม่เฉพาะบุคลากรเจ้าหน้าที่ข้าราชการหลักสายงานตรง

แต่รวมถึงบรรดาพนักงานลูกจ้างอื่น ในสายงานฝ่ายส่งเสริมสนับสนุน

ได้แก่พ่อครัวเตรียมเสบียงหุงหาอาหาร  ตามคติเก่าแก่ว่า  กองทัพเดินด้วยท้อง/

 คนเลี้ยงม้า คอยคุมสัตว์สี่ขาเป็นพาหนะบุกป่า ทดแทนพาหนะสี่ล้อปกติ

ยามเจอทางขาด หรือทางตัน หรือเปลี่ยนแผนกระทันหัน จำต้องออกนอกเส้นทางที่กำหนดเดิม /

ตลอดจนผู้ทำหน้าที่ลูกหาบรับใช้งานทั่วไป

คอยดูแลขนข้าวของสัมภาระเครื่องใช้จำเป็นประดามี  สำหรับการเดินทางเข้าป่าหนทางทุรกันดารยาวไกล

ที่อาจต้องกางเต๊นท์พักแรมในบางแห่งบางจุด  เป็นเวลานาน เกินกว่าคาดคะเนไว้ อีกด้วย

         คงเนื่องจาก ยุคโน้น  งบประมาณรายได้ของรัฐบาล น่าจะสูงกว่ารายจ่ายโขอยู่  ไม่ขาดดุลย์

ประกอบกับ ค่าครองชีพมวลรวม ของประชากร  ยังชิลๆสบายๆ ไม่มีปัญหาเศรษฐกิจยุ่งยากใดรุมเร้า

ข้าราชกาพพนักงานลูกจ้างของทุกภาคส่วนทั้งประเทศ ก็มีจำนวนไม่มากมาย

ค่าใช้จ่ายต่างๆในสำนักงานภูธรของส่วนราชการทั้งหลาย

  ก็มิได้สูงเกินขีดความสามารถที่หน่วยเหนือจากส่วนกลาง จะจัดสรรงบประมาณให้

 ยามพ่อปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงาน เวลาปกติ

 ต้นสังกัดจึงอนุมัติการให้ที่อาศัยพักพิงที่อยู่ที่กิน  จุนเจือความสะดวกแก่เหล่าทีมงานสนับสนุนดังกล่าว 

ซึ่งมีการหมุนเวียนเข้าออกงาน ตามความเหมาะสม  โดยไม่มีข้อขัดข้อง

และให้สิทธิ์พ่อ ใช้สอยผู้คนเหล่านี้  เสมือนรับการฝึกปฏิบัติงานไปในตัว   ไม่ให้อยู่ว่างโดยเปล่าประโยชน์

         สำนักงานและบ้านพักประจำตำแหน่งพ่อที่จังหวัดลำปางเทียบได้กับ Home Officeสมัยนี้ ชัดๆ

มีเหตุการณ์ฝังจำ ของหลากหลายตัวละคร  หลากหลายครรลองชีวิตโลดแล่น

   ให้ฉันเก็บมาเล่าขานได้ไม่รู้จบสิ้น

        บอกตรงๆ ว่า ถ้าให้นึกถึงผู้คนในบ้านเราเก่าก่อน

 ที่ฉันมีความหวาดกลัวประหวั่นพรั่นพรึงที่สุด ยามย้อนรำลึกคราวใด

ภาพ   กุ๊กละมูล พ่อครัวคนเก่ง  จะ ลอยเด่นผุดขึ้นมาในมโนนึกทุกครั้ง

กุ๊กละมูล มีรูปลักษณ์เหมือน  ยักษ์ตัวเขียว ในหนังการ์ตูนแอนนิเมชั่นฝรั่งยอดฮิท ยุคปัจจุบันไม่มีผิด

ทั้งหัวโล้นโต-ทรงกลมรี   คอสั้น หูกาง ร่างกายอ้วนใหญ่เผละผละแบบเนื้อผสมไขมันย้วยเหลวไม่ได้สัดส่วน

แม้แต่เสื้อผ้าที่กุ๊กชอบสวมใส่ ก็ยังเป็นเสื้อยืดคอเว้าแขนกุดแนวเดียวกับตัวยักษ์ในการ์ตูน เลย

ที่แตกต่างจากเจ้าการ์ตูนยักษ์ตัวเขียวหน้าตายิ้มแย้มอารมณ์ดีมีเสน่ห์ 

น่าจะเป็นใบหน้าบึ้งตึง แบบเสือยิ้มยากไร้เสน่ห์ของกุ๊กน่ะเอง

       กุ๊กละมูล  เคยเป็นพ่อครัวให้ครอบครัวมิชันนารีฝรั่งต่างชาติมาก่อน

จึงมีความสามารถปรุงอาหารฝรั่งจานเด็ดเอร็ดอร่อยแทบทุกประเภท  ถูกปากพ่อแม่และพวกเราไปหมด

แต่น่าประหลาด ที่รสนิยมส่วนตัวของกุ๊ก

กลับชื่นชอบการประกอบอาหารเมืองเหนือพื้นบ้านรับประทาน

อาจเป็นเพราะ กุ๊กชอบดื่มสุราเป็นนิจ  ชนิดไม่เว้นวาง  จึงต้องมีกับแกล้มรสแซ่บจัดจ้านเป็นเครื่องเคียง

เอ๊ะ  รึกุ๊กละมูล อาจปรุงอาหารท้องถิ่น เอาใจความชอบของเพื่อนต่างวัย ร่วมก๊ง ร่วมกิน ร่วมนอน ก็เป็นได้

         คู่หูอ่อนวัยกว่า ที่ร่วมวงดื่มประจำ แบบติดลมทุกเย็นของกุ๊กดังว่า

 คือ นายใจ พนักงานรับใช้ประจำบ้านเรา

ที่เป็นคนโสดเหมือนกันกับกุ๊ก และพักอยู่ห้องเดียวกันข้างโรงครัวด้านหลัง

แม้จะมีร่างเล็ก กิริยาอ้อนแอ้นคล้ายผู้หญิง แต่นายใจก็เป็นคนขยัน คล่องแคล่ว สู้งานทุกประเภทไม่มีเกี่ยง

นอกจากดูแลรับใช้กิจวัตรส่วนตัวของพ่อแล้ว

  ยังชอบช่วยเก็บกวาด  เช็ดถูข้าวของตกแต่งที่พ่อแม่สะสม เป็นสุราวิสกี้ต่างประเทศยี่ห้อดีมีราคามากมาย

 ที่ได้รับเป็นของขวัญของฝากในวาระโอกาสต่างๆ  จัดวางเรียงรายพร้อมถ้วยแก้วเจียรนัยใสแหนวเนื้อดี

 ตกแต่งสลับประดับประดาอย่างเป็นจังหวะสวยงาม ในตู้โชว์ใหญ่ห้องอาหาร

  ให้สะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้  แลเป็นระเบียบเรียบร้อย

แล้วนายใจยังขันอาสา ปลีกหาเวลาว่าง คอยเป็นผู้ช่วยกุ๊ก หยิบ-ส่ง-หั่น-ซอย-คลุก-ปรุง โน่นนี่ ในครัว

ลำเลียงอาหารทุกจานจากครัว นำเสิร์ฟบริการยังโต๊ะอาหารเจ้านาย

และรอเก็บโต๊ะเมื่อเจ้านายรับประทานแล้วเสร์จ  นำกลับไปล้างทำความสะอาดเช็ดเก็บให้ด้วย

      แม่อดนินทาไม่ได้ ว่า นายใจเลือกขยันเช็ดถู ขวดเหล้ายี่ห้อดีราคาแพงทั้งหลายด้วยใจสมัคร

ก็เพื่อ   แค่ได้หยิบจับ สูดดมกลิ่นแอลกอฮอล์นอกขวด  ก็สุขลมหายใจพอแล้ว  น่ะสิ

 

      เพราะพ่อเอง  เป็นคนไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่

จึงบ่นให้พวกเราได้ยินฟังบ่อยๆ ไม่พอใจพฤติกรรมสิงห์นักดื่ม ของทั้งกุ๊กละมูลและนายใจ

และการดื่มสุราแล้วชอบเมาอาละวาด ของกุ๊กละมูล ที่เตือนแล้วเตือนเล่า ก็ไม่ค่อยสนใจฟังหรือหลาบจำ

ฉันยังจดจำอาการเมาสุราแล้วเดินโซเซอาละวาด

  ที่ฉันเคยเห็นกุ๊กละมูล สามารถใช้พลังยักษ์  เอ๊ย พลังคนเมา

 ถอนกระชากแผงรั้วไม้ระแนงที่ปักดินลึกหลังบ้าน  หลุดติดอุ้งมือ(มาร)ออกมาได้ทั้งแผง

เป็นภาพแห่งความกลัวที่ฝังอยู่ในร่องหัวสมอง  ตั้งแต่วัยเด็กในบัดนั้นจวบจนวัยชราในบัดนี้   ไม่มีลืม

อาศัยว่า  กุ๊กยังมีเสน่ห์ปลายจวัก  พอเป็นข้อดีหักกลบลบข้อเสียไปได้แบบ พอกล้ำกลืน...(ฝืนทน)

ข้อสำคัญคือ กุ๊กละมูลไม่ได้นิยมชมชอบดื่มเหล้าซื้อหาจากร้านธรรมดาทั่วไป

 แต่ชอบดื่มเหล้าขาวที่(แอบ)ต้มเองหมักเองไว้ดื่มเอง

เข้าข่ายเหล้าเถื่อน ที่ก็คงไม่พ้นลักลอบใช้พื้นที่หนึ่งที่ใดแถวบริเวณที่ว่างหลังครัวของเรา ดำเนินการ  

        ฉันยังจำได้ เมื่อคราวพ่อบุกจู่โจมเข้าไปสำรวจเพื่อตั้งใจทำลายแหล่งซุกซ่อนเหล้าเถื่อนสีขุ่นขาว

 ที่คาดว่า กุ๊กคงซ่อนเร้นไว้ตามขวดโหลหรือไหเล็กใหญ่ในซอกมุมตู้กับข้าวโรงครัว

 กุ๊กเดินตามประกบพ่อ ด้วยท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ ไปทุกที่  ที่พ่อก็ค้นไม่พบหาไม่เจอของกลางต้องประสงค์ใดใด

จวบจนเช้าวันรุ่งขึ้น  พี่ป๊อกที่กำลังเห่อหมาพันธุ์แม้ว ขนขาวฟูน่ารักเหมือนลูกแกะ

 ที่พ่อได้รับจากชาวเขาเอามาให้เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่น

และตั้งใจนำน้ำข้าวในหม้อข้าวในโรงครัว รินลงจานข้าวหมา นำมาป้อนเลี้ยงเจ้าแกะหมาน้อยดังเคย

ปรากฏว่า หลังจากเจ้าแกะเล็มเลียน้ำข้าว   ที่พี่ป๊อกเองก็สูดดมทำจมูกฟุตฟิตว่ากลิ่นแปลกๆ เข้าไปไม่กี่คำ

ก็อาเจียรออกมา และนอนซมฟุบไปเลย

       กว่าที่ความจะแตกว่า น้ำสีขาวขุ่นในหม้อข้าวเช้าวันนั้น  มิใช่น้ำข้าว

หากเป็นเหล้าขาว ที่กุ๊กละมูลแสวงหาที่ซุกซ่อน ให้พ้นหูพ้นตาการค้นหาของพ่อจนสำเร็จ

ก็เมื่อกุ๊กละมูลต่อว่านายใจเสียงดังฟังชัด  ว่า สะเพร่า

ทำไมไม่วางหม้อข้าวที่ใส่เหล้าไว้ใบนั้น  ให้อยู่สูงให้พ้นมือพี่ป๊อกเอื้อมถึงซะก็หมดเรื่อง

เที่ยวนั้น   พวกเราต้องกลุ้มรุม  รีบช่วยกันเอาน้ำกรอกปากล้างท้องลูกหมาตัวน้อยเป็นโกลาหล

 เข้าใจว่า เหตุจากครั้งนั้นแหละ ที่กุ๊กเจอะเจอภาวะจำยอม ตามคำสั่งพ่อ

 ต้องเลิกการต้มเหล้าเถื่อน กักตุนไว้ดื่มเอง โดยเด็ดขาดทันที

          แล้วเหมือนเป็นข่าวดีทันใจ   ที่พ่อแม่รับฟังจาก  ผู้สื่อข่าวข้างครัว  ป๊อก น่ะแหละ

พี่ป๊อกรายงาน โดยสันนิษฐานจากพฤติกรรมที่เห็นมากับตา

ว่า  กุ๊กละมูลและนายใจ น่าจะ หักดิบตัวเอง  เลิกดื่มเหล้าได้อย่างฉับพลัน

เพราะพี่ป๊อกย่างกรายเข้าไปในครัวคราใด

เป็นได้เห็นไม่กุ๊กละมูลก็นายใจ   ต้มน้ำชาจีนสีแก่ไว้ทีละ หม้อใหญ่ๆ อย่างขมักเขม้นทีเดียวเชียว

ก็น่าจะทำใจกล้ำกลืนฝืนทน  ยอมดื่มน้ำชารสขื่น ทดแทนน้ำอมฤตรสขม พอได้กระมัง

 

            งานสงกรานต์ประจำปี เป็นอีกงานสำคัญยิ่งใหญ่ของชาวเหนือ

เป็นวันปีใหม่ไทย ที่มีประเพณีพิธีรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ

ติดตามด้วยงานเลี้ยงฉลองเอิกเกริกทุกแห่งหน ต้อนรับลมฤดูร้อน

สำนักงานพ่อ ก็ไม่น้อยหน้า จัดสถานที่เลี้ยงฉลองยามเย็นกลางแจ้ง

ประดับประดาไฟราวดวงน้อยห้อยระยิบ

  โยงเส้นกระดาษย่นสารพัดสีสดใสบิดเป็นเกลียว  ผูกเป็นเส้นแฉก แยกพันติดไว้กับกิ่งต้นไม้ใหญ่

 ตั้งเวทีสำหรับวงดนตรี  และจัดวางโต๊ะเก้าอี้เต็มสนามหญ้ากว้างหน้าบ้าน

             ในฐานะประธานจัดงาน  แม้พ่อเองมิใช่นักดื่ม

แต่ก็อนุญาตให้งานเลี้ยงฉลองวาระโอกาสพิเศษนี้ของเหล่าลูกน้อง   มีเหล้าเบียร์เลี้ยงดูกันได้พอประมาณ

พ่อเอง ก็เต็มใจหยิบวิสกี้ต่างประเทศยี่ห้อดีราคาแพงหลายขวดจากชั้นโชว์บนบ้าน

  ลงมาร่วมในการเฉลิมฉลองด้วยดังเคย

            เรื่องราวที่ไม่น่าเกิด  ก็เกิดขึ้นจนได้   เป็นเรื่องเล่าฟังดั่งตำนานต่อมา  

อาจมีแต่งเติมเสริมต่อเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย  แพร่กระจายออกไป   มิรู้จบ........

          เริ่มจากเมื่อพ่อประเดิม เปิดขวดวิสกี้ รินผสมโซดา แจกเพื่อนระดับผู้ใหญ่ในโต๊ะประธาน

ใบหน้าของผู้ดื่มแต่ละราย ออกอาการหน้าตาเจื่อนๆ  แต่ต่างก็ฝืนค่อยๆละเลียดดื่มเงียบๆจนหมดแก้ว

ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้รู้แจ้ง  หากผู้ที่อยู่ในโต๊ะอื่น ที่มีวิสกี้ของพ่อจัดวางไว้ด้วย

จะไม่เอ่ยวิจารณ์ด้วยเสียงดังฟังชัด   ด้วยอาจไม่รู้ ว่า เป็นวิสกี้อภินันทนาการจากท่านประธานในงาน  ว่า 

 “เฮ้ย!  รสชาติวิสกี้ขวดนี้   มันจืดชืดเหมือนดื่มชาจีนชัดๆนี่นะ”

หลังจากนั้น  เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทำนองเดียวกัน ก็ค่อยฮือฮาแบบเออออ เห็นด้วย ไปทั่ว

จนพ่อต้องขอให้มีการชิมพิสูจน์วิสกี้ของพ่อทุกขวดอย่างเป็นเรื่องราว

 และทุกคนก็พยักเพยิดยอมรับผล  ว่าเป็นรสชาติของน้ำชาจีน  จริงตามนั้น!

 

           ก็ฟังกันได้ไม่จืดหูเลยละ  ในความจริงที่ปรากฏเป็นต้นเหตุให้พ่อต้องหน้าแตกเพล้งดังสนั่น

เรื่องที่มีซุบซิบป้องปาก แต่แบบลับลมคมใน ไม่เป็นที่เปิดเผยแน่ชัด

  ได้รับการยืนยันแบบกระมิดกระเมี้ยน จากตัวนายใจเอง

ว่าตัวเขาและกุ๊กละมูล  เป็นกิ๊กของกันและกัน!!!

           นายใจซัดทอดว่า เริ่มแรกจากที่เขาโดนกุ๊กละมูลมอมเหล้าจนเมาได้ที่  แล้วโดนข่มขืนใจก่อน

จึงเลยตามเลย  ยอมตกบันไดพลอยโจนนับจากนั้นมา

 ซึ่งผู้ฟังฟังแล้วส่ายหน้าไม่อยากเชื่อ

เพราะดูตามฟอร์ม ที่ฝ่ายหนึ่งห้าวหาญอวบอ้วน  อีกฝ่ายอรชรอ้อนแอ้น

และต่างครองความโสด ต่างพักอยู่ด้วยกัน ต่างช่วยกันทำงาน

ถ้อยทีถ้อยอาศัย คนละไม้ละมือกระหนุงกระหนิง

 ตีกันทุกทาง ไม่ให้พ่อแม่ต้องมอบหมายใครอื่นใดเข้ามาเป็นผู้ช่วยเพิ่มเติม

ซ้ำยังเป็นคู่หูดื่มด้วยกัน เมาด้วยกัน  หลังเวลางาน แล้ว

วิเคราะห์ได้เป็นเสียงสอดคล้องกันว่า  น่าจะเป็นความพอใจสมยอมของทั้งสองฝ่ายซะละมากกว่า

           แล้วเรื่อง ขวดสุรามีแต่น้ำชาจีน จุดแตกหักของเรื่องนี่

 ก็ชัดเจนว่า มาจากสมองคิดของ กุ๊ก สั่งการให้  กิ๊ก  ปฏิบัติการยักย้ายถ่ายเทให้สัมฤทธิ์ผลแนบเนียน

เริ่มแรก ทดลองเปลี่ยนรสนิยมนักดื่มจากเหล้าโลเคิ่ลพื้นบ้าน  ปรับสู่เหล้าอิมพอร์ตอินเตอร์ฯ ทีละขวดก่อน 

อ๊ะ  ดื่มแล้วได้รสอร่อยลิ้นนุ่มคอกว่ากันเยอะเลย นี่นา 

พอเห็นว่า  พ่อเองก็ไม่ใช่นักดื่ม  ก็ชักชะล่าใจ  จะขโมยเปลี่ยนถ่ายสักกี่ขวด  คงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้แน่นอน

กว่าความจะแตก  ก็น่าจะเป็น   โน่น  เมื่อตนทั้งสองลาออกไปทำงานที่อื่นกันหมดแล้ว

จึงย่ามใจขึ้น  แปลงเหล้าแท้  ทิ้งติดก้นขวดไว้พอเป็นเชื้อกลิ่นกระเส็นกระสาย

 บรรจุเหล้าเก๊ทีละฮวบฮาบ  ไล่กรอกเรียบเกือบทุกขวดทุกยี่ห้อ   ทั้งชั้นตู้โชว์

            เพียงรุ่งขึ้นจากวันงานเลี้ยงสงกรานต์

คู่ กุ๊กละมูล และ กิ๊กใจ  ถูกพ่อไล่ออก   ชนิดเก็บข้าวของไปจากบ้านเราแทบไม่ทัน

พ่อซีเรียสกับเรื่องนี้  ที่ มิใช่แค่วางแผนจงใจกระทำทุจริตอย่างไม่กลัวเกรง

แต่พ่อให้ความสำคัญในการปกครองคนหมู่มาก ที่ต้องมีระเบียบวินัยกฎกติกาในการอยู่ร่วมกันที่ชัดเจน

ผู้กล้าแข็งขืนฝ่าฝืน มีเจตนาที่ไม่สุจริต กระทำผิดโดยไม่ยำเยง

เกิดความระแวงไม่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อยอด  ที่ไม่อาจวางใจได้

ว่าเงินทองที่มอบให้จับจ่ายซื้อหาเป็นค่าข้าวปลาอาหารทั้งปวง

ได้โดนงุบงิบมิบเม้ม   ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย หรือไม่

 จึงพึงย่อมต้องได้รับการลงโทษให้หลาบจำโดยไม่ชักช้า มิให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบต่อเนื่อง ตามมา

 ความผิดของคู่กุ๊ก-กิ๊กนี้

  เป็นเรื่องพนักงานระดับล่าง ที่หาญกล้าเหยียบจมูกเจ้านายระดับสูงสุดในองค์กรของตน

บังเกิดความเสียหน้าเสียหายใหญ่หลวงต่อหน้าธารกำนัล  เกินกว่าจะลดหย่อนโทษทัณฑ์ให้อภัย

ราวกับ   กินบนเรือน  แล้วขี้รดบนหลังคา  ขนาดนั้น

 

           บทเรียนของกุ๊กแก่   มีกิ๊กเกย์ร่วมก๊ง   กล้าลงแรงร่วมโกง(ดื่ม)กิน

 ในที่สุด  ก็ไม่พ้น   ต้องพากัน  เก็ทเอ๊าท์-โกอะเวย์   ด้วยประการะฉะนี้แล!!!

 

                                                     จบ

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน