*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 554116
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 7098 , 17:59:37 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ต้นเหตุความเสื่อม ต้นเหตุความแตกแยก ต้นเหตุการปฏิวัติ เกิดจากคนเดียว

เมื่อก่อนนี้ประเทศไทยมีเงินคงคลังประมาณสี่แสนล้านบาท แต่ทุกวันนี้บวกๆลบๆมาโดยตลอด เมื่อเงินคงคลังติดลบหรือขาดมือก็ใช้วิธีขายหุ้นหรือขายสินทรัพย์ในพอร์ตของกระทรวงการคลัง แปรรูปรัฐวิสาหกิจ กู้เงินจากธนาคารออมสิน จากธนาคารกรุงไทย  และกู้เงินจากระบบโดยการออกพันธบัตรกระทรวงการคลัง ออกหวยบนดิน หาภาษีและค่าธรรมเนียมจากเหล้าเบียร์ เอาโรงเรียนและมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เอาโรงพยาบาลออกจากระบบ ให้นักเรียนนักศึกษากู้เงินมาเรียน

กำลังจะหารายได้จากการออกบัตรประชาชนอีก

เป็นสิ่งบอกเหตุว่าประเทศไทยจนลง


 

10 ปีที่ผ่านมา นอกจากเงินคงคลังไม่มีแล้ว ยังมีหนี้สาธารณะกองโตเกิดขึ้นกว่า 3.5 ล้านล้านบาท

สินทรัพย์ที่กระทรวงการคลังขายออกมา ขายราคาถูกๆ คนไทยก็ไม่มีเงินซื้อ ต่างชาติมีเงิน จึงซื้อไปในราคาถูกๆ ซื้อจนมาตั้งเป็นธนาคารได้ถึง 2 ธนาคาร คือธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) และธนาคารยูโอบี จํากัด (มหาชน) ต่างชาติกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไป 99 เปอร์เซนต์

รัฐบาลปี 2544 บอกว่าอีก 4 ปี งบประมาณจะไม่ขาดดุล บอกว่าอีก 4 ปีประเทศจะเจริญ ไม่ได้เป็นจริงทั้ง 2 อย่าง ถ้ารักษาเสถียรภาพค่าเงินและเศรษฐกิจได้ ค่าเงินบาทไม่ผันผวน เงินเฟ้อก็ไม่สูงขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีประชานิยม

แปรรูปปตท.เข้าตลาดหุ้นของรัฐบาลปี 2544 นำผลประโยชน์ไปแบ่งปันกันระหว่างกลุ่มกว้างขวางเป็นประวัติการณ์ กระทรวงการคลังได้เพียงเศษเงิน แต่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้คนเดือดร้อนทั่วประเทศ

ประเทศฝรั่งเศสเกิดจลาจลบ่อยครั้ง แทบทุกปี หรือตลอดปี ทรัพยากรถูกนายทุนดูดไป ทำให้ระบบจนลง โลกทุนนิยม นายทุนรวย แต่ระบบจนลง คนขาดความเชื่อมั่นในการดำรงชีพ

คนยุโรปไม่ได้มีความสุข

“มาร์ติน วีลเลอร์” คนอังกฤษ หนีความไม่มั่นใจในการดำรงชีวิตจากประเทศอังกฤษ มาเป็นเกษตรกรที่จังหวัดขอนแก่น เล่าว่า คนอยู่บ้านนอกคือคนมั่งคั่ง

“..ต้องเข้าใจว่าคนอังกฤษอยู่บ้านนอกไม่ได้ เพราะชนบทมีพื้นที่นิดเดียว พวกขุนนางยึดหมด คนยากจน จึงอยู่ชนบทไม่ได้ ต้องไปอยู่ในเมืองที่สกปรก แออัด

คนอังกฤษที่ยังรวยไม่ถึงขั้น เช่นพ่อของผม มีเงินเยอะ แต่ก็ยังรวยไม่ถึงขั้น เพราะยังอยู่ในเมือง วัดจากคนที่อยู่กลางเมืองใหญ่ๆ จะเป็นคนจนที่สุด

ที่อยู่ชานเมือง จะเป็นพวกครู ข้าราชการ อะไรแบบนั้น เป็นผู้จัดการ ก็ยังอยู่ในเมือง ส่วนคนที่จะได้อยู่บ้านนอก จะต้องเป็นคนรวยถึงขั้นจริงๆ เป็นพวกขุนนางใหญ่โต

มันเป็นเรื่องแปลก ผมมาอยู่ที่ขอนแก่น เห็นแต่ละคนมีที่ดินเยอะมาก ชาวบ้านธรรมดา คนเดียวมีถึง 50 ไร่ 200 กว่าไร่ก็มี พ่อแม่ผมมีแค่ ครึ่งไร่เท่านั้นเอง

แต่อยู่บ้านนอกที่นี่ โอ้โฮ..มีเยอะมาก สะอาดด้วย อากาศก็ดี ตอนแรกได้กลิ่น ผมก็ว่ากลิ่นอะไร อ๋อ มันกลิ่นธรรมชาติ ผมไม่เคยดมมาก่อน โอ้สุดยอดเลยบ้านนอก

คนอื่นว่าฝรั่งมันบ้า เพราะเขาไม่คิดว่า ทำไมฝรั่งอยากไปอยู่บ้านนอก

เขาคิดว่าฝรั่งมีแต่คนรวย ฝรั่งไม่มีคนยากจน เขาไม่รู้จริงๆ ว่าฝรั่งส่วนมากลำบาก บ้านก็ไม่มี ที่ดินก็ไม่มี เป็นขี้ข้าเขาหมด ลูกก็ไม่มีอนาคต ”

นี่คือโลกาภิวัฒน์ที่อดีตนายกคนหนึ่งของประเทศไทยพูดถึงเป็นประจำ พูดให้รู้สึกว่าประเทศไทยต้องทันสมัยทันโลก โดยไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงแห่งการพัฒนาการของระบบทุนนิยม เขากล่าวบ่อยครั้ง “เมื่อโลกเป็นทุนนิยม ประเทศไทยจะเป็นอื่นไปไม่ได้ ก็ต้องเป็นทุนนิยม” เป็นเรื่องที่ไม่จริง  (อ่านบุญนิโยมิคส์ ศักดิโนมิคส์ ทักษิโณมิกซ์)

ทุนนิยมคือต้องมีทุนเป็นของตนเอง หรือเป็นเจ้าของทุน ทุนนิยมประเทศไทย เป็นทุนนิยมผกผัน ผิดแบบไปจากทุนนิยมหลัก ประเทศไทยขายทุนให้ต่างชาติแทบหมด แล้วประเทศไทยจะเป็นทุนนิยมได้อย่างไร ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศนายทุน ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศลูกจ้างของนายทุนต่างชาติ

หลังจาก ปรส. บสท. ขายทรัพย์ก้อนโตของชาติแล้ว ก็ยังมีหน่วยงานอื่น รวมทั้งเอกชน ก็ยังขายสินทรัพย์ให้ต่างชาติเช่นกัน การแปรรูปรัฐวิสาหกิจนำพาไปสู่การขายสินทรัพย์ให้ต่างชาติ

http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/23/entry-4 ปลายเดือนพฤษภาคม 2551 มีข่าว "ธปท.ยันขาย ไทยธนาคาร เมินนิวบริดจ์"

ประเทศไทยได้ยินข่าวพวกนี้ แม้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ความผิดปกติ ทำให้เกิดความเสียหายตลอดเวลา ประเทศไทยผิดปกติจากทั้งปัจจัยภายในประเทศและปัจจัยนอกประเทศ ประเทศอื่นมีความผิดปกติจากปัจจัยภายนอกอย่างเดียว แต่ปัจจัยภายในปกติ ก็จะเสียหายน้อย ไทยธนาคารลงทุนใน CDO (Collateralized debt obligation) ที่อเมริกากว่า 260 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัญหาซับไพร์มของอเมริกา ก็อาจจะทำให้เกิด Capital loss ได้ ผีซ้ำด้ามพลอย แล้วก็ประกาศขายไทยธนาคาร

อบายมุขหวยบนดินถูกนำมาหาความนิยม ให้เด็กไทยไปเรียนต่างประเทศ เอาเงินบาปมาทำบุญ คิดกันอย่างไร การศึกษาเจริญเท่าใด อบายมุขก็ต้องมากเท่านั้น สมดุลแล้วได้อะไร

หัวหน้ารัฐบาล ที่เป็นโฆษกรัฐบาลไปในตัว ย้ำพูดบ่อย ว่าการมาของรัฐบาลเขา ทำให้เกิดความเชื่อมั่น 

ทำให้ตลาดหุ้นสูงขึ้น ทำให้ราคายางสูงขึ้น สามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกำหนด สร้างสนามบินสุวรรณภูมิใหญ่ที่สุดในโลก

เรื่องไม่จริง

เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดจากฝีมือการบริหารประเทศ เกิดจากการผิดปกติของโลกทุนนิยม ที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ สนามบินประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

คนส่วนหนึ่งหลงเชื่อจนหลงไหล คนส่วนหนึ่งไม่เชื่อ

อะไรที่ตะวันตกเป็นหรือตะวันตกทำใช่ว่าดี อังกฤษเปิดเสรีให้ต่างชาติซื้อสินทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ในประเทศตน ซึ่งเป็นธุรกรรมของนายทุนที่เป็นคนส่วนน้อยประเทศ คนรวยของประเทศต่างๆก็เข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษ แล้วก็ขายต่อทำกำไรกันเป็นทอดๆ ราคาอสังหาริมทรัพย์มีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ คนท้องถิ่นไม่มีปัญญาซื้อ เดือดร้อน

ศักดินาไทยมักง่ายไม่แพ้กัน ชอบที่จะขายอสังหาริมทรัพย์ให้ต่างชาติเช่นกัน หากไม่ขายก็ให้เช่าระยะยาว 99 ปีเป็นต้น เป็นวิสัยทัศน์เบี่ยงเบนที่มีต่อเนื่องมานาน

การขายที่พักตากอากาศที่เกาะสมุย 200 ล้านบาทของคนไทยให้เดวิด เบคแฮม ก็ออกมาในรูปแบบเดียวกัน

http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/22/entry-4  อดีตผู้นำไทยก็มีวิสัยทัศน์ไม่แตกต่างจากศักดินา “แม้วอุ้มแขก ทำนาในไทย” อย่าว่าแต่ซื้อที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ 2 แสนไร่ แขกใช้เพียงขนหน้าแข้ง ก็ซื้อประเทศไทยได้ทั้งประเทศ

ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยขายที่ดินให้ชาวไต้หวัน มาปลูกกล้วยไม้

ข่าวขายที่ดิน ขายชาติของตนเองเช่นนี้ มีอยู่ตลอดเวลา
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/26/entry-3 

“หวั่นต่างชาติฮุบ "ที่ดินเกษตร"รุมค้านรัฐเปิดต่างชาติถือหุ้นเกิน 49%” ฟังข่าวดูดี “รุมค้าน” แต่สินทรัพย์ของประเทศไทยตกเป็นของต่างชาติมากขึ้น

เรื่องเช่นนี้ ตำหนิ”นักการเมือง”ฝ่ายเดียวไม่ถูกต้อง “ข้าราชการระดับสูง (ศักดินา)” “พ่อค้านายทุน” และ “สื่อมวลชน” มีส่วนสำคัญของการเสียกรุงครั้งที่ 3

เมื่อกระแสข่าวแขกมาทำนาในไทยเป็นลบ เขาต้องไหว้วานให้อดีตนายกบรรหาร ศิลปอาชา และนายกสมัคร สุนทรเวช ออกมาปฏิเสธข่าว การกระทำที่ไม่ตรงกับคำพูดเป็นประจำ คือมุสา ไม่จริงแล้วสบถสาบานออกรายการโทรทัศน์ คนทั่วไปไม่เชื่อคนทั้งคู่ ไม่รู้จะทำอะไรได้ ก็ได้แต่ฟังอย่างเดียว นั่งดูเขาตัดสมบัติประเทศไทยขายให้ต่างชาติตลอดเวลา นักการเมืองเป็นเพื่อนกันทั้งหมด

นายกสมัครเป็นคนที่มีความคิดทั้งบวกและลบอยู่ในเรื่องเดียวกัน แทบทุกเรื่อง ต่อว่าคณะปฏิวัติไทยว่าเป็นเผด็จการ ขณะเดียวกันก็ยกย่องเผด็จการพม่าเลิศลอย ต่อว่าสาดเสียพ่อแม่ไม่ดูแลลูกเล่นหวย แต่ชื่นชมคนเสนอนโยบายหวยบนดินมาให้อนุมัติ คนตายเกือบ 40 คน บอกตายคนเดียว งงกันทั้งโลก ผู้นำประเทศ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น

เพียงแแค่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี วาจาเด่นกว่างาน

ที่ดินทุกวันนี้คงเหลือเป็นของคนไทยไม่เท่าใด คนไทยขายชาติไม่น้อย เป็นนอมินีต่างชาติถือครองที่ดินในประเทศไทย  

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากนโยบายที่เบี่ยงเบนของรัฐ ความเห็นแก่ได้ของทุนนิยมจัดจ้าน มั่งคั่งเกินความพอเพียง แม้ต้องขายสินทรัพย์ให้ต่างชาติก็ไม่เว้น 

ทรัพย์สินของคนในชาติก็เป็นทรัพย์สินของชาติ เมื่อทรัพย์สินนั้นตกเป็นของต่างชาติ ชาตินั้นก็ไม่ใช่ชาติของคนเผ่าพันธ์เดิมในชาติ

“ทุนไม่มีสัญชาติ” มันเป็นเพียงข้ออ้างของนายทุนชั้นเลว อยากมั่งคั่งแบบไม่มีสิ้นสุด ประกอบกับวิสัยทัศน์ปรัชญาของศักดินาที่เบี่ยงเบน ที่ทำให้ทรัพย์สินของคนในชาติหดหายลงตลอดเวลา หากวิสัยทัศน์และปรัชญายังคงเป็นเช่นนี้ ทรัพย์สินของชาติก็ตกเป็นของนายทุนกักขฬะที่ไม่มีสัญชาติหมด

“คนไทย” ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินของประเทศไทย จึงจะเรียกประเทศไทยว่าประเทศไทยได้ แต่ทุกวันนี้มีชื่อว่าไทย แต่ไส้ในเป็นต่างชาติ

เสียงประกาศก้องที่สนามหลวงวันหนึ่ง “ก็ของของผม ทำไมผมจะขายไม่ได้” ก็ขายได้ แต่ควรขายให้คนไทยด้วยกัน ไม่ใช่เอาไปขายให้ต่างชาติ อ้างว่าคนไทยไม่มีเงินพอที่จะซื้อ มั่งคั่งแบบเอาสมบัติของประเทศไปขายให้ต่างชาติ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

ขายชาติ

ทุนนิยม คือเอาทรัพยากรมาเป็นของตน ทำให้ทรัพยากรหายไปจากระบบ ระบบจะจนลง
บุญนิยม คือไม่เอาทรัพยากรมาเป็นของส่วนตน ให้ทรัพยากรยังเป็นของระบบ ระบบจะมั่งคั่ง

ตัวอย่างความเดือดร้อนในยุโรปมีให้เห็นประจำ ซูเปอร์สโตร์ก็ไม่ทำให้คนยุโรปมีความสุขได้ ห้างสรรพสินค้าทันสมัยหรือซูเปอร์สโตร์ที่ทุนหนา กำลังเกิดขึ้นทุกหัวระแหงของประเทศไทย ทำให้บรรดาโชว์ห่วยที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศหมดอาชีพ เป็นที่มาของระเบิดที่หาดใหญ่ 2 ครั้ง โจรขโมยจะมากขึ้น คนเดินทางไปยุโรปต้องระวังตัว สมบัติติดตัวอาจจะถูกฉกขโมยได้ง่าย

ทันสมัยแล้ว คนในระบบเดือดร้อน วุ่นวาย จลาจล แล้วจะทันสมัยทำไม

ต้องการความทันสมัยและความเจริญ แต่คนส่วนใหญ่แย่ลง เป็นความเจริญจอมปลอม ปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น ดังที่กำลังเกิดขึ้นในโลกทุนนิยมต่างๆทุกวันนี้ เสียมากกว่าได้

อังกฤษ ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา แม้แต่สหรัฐอเมริกาที่เป็นหัวขบวนประเทศทุนนิยม เสื่อมลงตลอดเวลา คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ด้วยความวิตกกังวล เจริญเพียงด้านวัตถุ และเจ้าของวัตถุเป็นต่างชาติ ดูดทรัพยากรไปจากระบบ คนในระบบเดือดร้อนมากขึ้นทุกวัน ความคิดที่จะตามให้ทันโลกาภิวัฒน์ของดีตนายก จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

ค่ารถเมล์ปี 2544 เที่ยวละ 3.50 บาท ปี 2549 อยู่ที่ 7 บาท เพราะวิสัยทัศน์ปรัชญาที่เบี่ยงเบน ทุกวันนี้ราคาขึ้นมาเป็นเที่ยวละ 10 บาท ค่ามอร์เตอร์ไซด์ในซอยก็ขึ้นมาในอัตราส่วนเดียวกัน

การสูงขึ้นของราคาน้ำมันโลก มีส่วนทำให้เงินเฟ้อได้ แต่การแปรรูปปตท.เข้าตลาดหุ้นอย่างขาดความเข้าใจ และรวมทั้งการบริหารจัดการที่เบี่ยงเบน ซ้ำเติมเงินเฟ้อให้สูงขึ้นอีก เข้าออกบ้านรอบหนึ่งค่ารถ 40 บาท หากนั่งรถเมล์หลายต่อ ก็ต้องเสียเงินมากกว่านี้ 

ความไม่เชื่อมั่นต่อการดำรงชีวิตของคนยุโรป แสดงถึงการเสื่อมลงแล้วของโลกาภิวัฒน์ทุนนิยม อดีตผู้นำไทยไม่เข้าใจ   

คนยุโรปที่อยู่ตามบ้านนอกของไทย แต่งงานกับหญิงไทย อยู่กันเป็นครอบครัวจริง มีบำนาญเลี้ยงตัว บำนาญนี้หากอยู่บ้านเกิดก็ไม่พอกินพอใช้ แต่เมื่อมาอยู่ประเทศไทย ก็พอกินพอใช้ คือตัวอย่างการเสื่อมลงของโลกโลกาภิวัฒน์

ปี 2549 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานว่า
จังหวัดขอนแก่นมีเขยฝรั่ง 2,435 คน
จังหวัดอุดรมีเขยฝรั่ง 2,228 คน

สนใจรายละเอียดของ “มาร์ติน วีลเลอร์” ค้นข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google หรือ Yahoo

ก่อนการมาของผู้นำปี 2544 เศรษฐกิจประเทศเสียหายอยู่แล้ว

อดีตผู้นำปี 2544 เป็นความหวังของผู้ใหญ่ในประเทศเต็มเปี่ยม เมื่อครั้งที่ต้องคดีซุกหุ้น 3 สถาบันพิเศษ ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว ให้ฉายาเขาว่าอัศวินควายดำ หลวงตามหาบัว แห่งวัดป่าบ้านตาด และพลตรีจำลอง ศรีเมือง แห่งชุมชนอโศก ต่างพากันล่าลายเซ็นต์ของประชาชนคนไทย เพื่อสนับสนุนให้เขามาแก้ปัญหาประเทศ ได้ลายเซ็นต์สนับสนุนเต็มรถตู้ เหนื่อยยากไปตามๆกัน

ต้องการผู้นำมาแก้ปัญหาของประเทศให้ถูกต้อง

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้เขาชนะคดีการปกปิดทรัพย์สิน 8 ต่อ 7 มีการคลางแคลงใจเล็กน้อยว่า เกิดจากการกดดันจาก 3 สถาบันพิเศษ หรือเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของอดีตผู้นำ

3 สถาบันพิเศษ ที่หวังดีต่อประเทศชาติ ต้องพบกับความผิดหวัง ตระหนักว่า การทุ่มเทกายใจเพื่ออดีตผู้นำปี 2544 เป็นความผิดมหันต์

เขามาซ้ำเติมปัญหาประเทศ

กลุ่มคนที่เคยสนับสนุนทักท้วง แต่เขาไม่สนใจ

เขาสามารถมีภาพและมีเสียงทุกเช้าวันเสาร์ ทำให้ได้ภาพและคะแนนเสียงมากกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องมีเสียงผู้สนับสนุนเดิมแต่อย่างใด มีเสียงสนับสนุนใหม่ถึง 19 ล้านเสียง

ชัยชนะที่ผ่านมา เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวมาแต่ต้น

ไม่ใช่จากหมอเสม ไม่ใช่จากพลตรีจำลอง ไม่ใช่จากหลวงตามหาบัว

เขาได้กลุ่มวัดธรรมกาย และคนกลุ่มใหม่ มาสนับสนุน

กลายเป็นชายชุดขาว

ที่มา http://www.oknation.net/blog/nity/2008/05/23/entry-4

เมื่อครั้งอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศ  
 
วันที่ 9 มิถุนายน 2549  เอกชนและภาครัฐ ได้ร่วมกันจัดงาน ฉลองครองสิริราชสมบัติ 60 ปีของพ่อหลวงแล้ว แต่วันที่ 17-18 กรกฎาคม 2549 นายกทักษิณให้กระทรวงมหาดไทยเกณฑ์อบต.ทั่วประเทศกว่า 80,000 คน มาจัดงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปีซ้ำอีก ..ที่วัดธรรมกาย

แท้จริงแล้วเป็นวาระซ่อนเร้น เป็นการจัดงานวันเกิดให้ตัวเอง อดีตนายกทักษิณ เกิดวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492  ถลุงงบประมาณรัฐเพื่อการนี้ 94 ล้านบาท

มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเสมอเมื่อจะทำการใหญ่

1) ตลาดทุนคือมิจฉาอาชีวะของโลกทุนนิยมที่ไม่มีใครทราบ ที่ทำให้เกิดสิ่งเลวร้ายในประเทศไทยและโลกทุนนิยม วันหนึ่งที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีผู้เชี่ยวชาญสายเศรษฐกิจนั่งฟังเป็นจำนวนมาก   เขาจ้องหน้าผู้ฟังแล้วบอกว่า “โลกยุคใหม่ ต้องรู้จักเปลี่ยนกระดาษให้เป็นเงิน” ผู้คนเงียบกริบกันทั้งห้อง ไม่เข้าใจว่าเปลี่ยนกระดาษเป็นเงินทำอย่างไร ต่างแอบชื่นชมผู้นำประเทศของตน ผู้นำของประเทศวิสัยทัศน์สูงส่ง พวกเขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร บุญของประเทศมากที่ได้ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี

2) ในหลายวันต่อมา ท่านพูดผ่านโทรทัศน์ “กฎหมายของประเทศไทยเก่าล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ ทำให้ก้าวไม่ทันโลกาภิวัฒน์ ต้องปรับปรุง” มีการแก้กฎหมายเพิ่มการถือครองธุรกิจคมนาคมจาก 25 เป็น 49 เปอร์เซนต์ ที่เคยให้กรรมการเป็นต่างด้าวได้เพียง 1 ใน 4 ก็ยกเลิก (ต่างด้าวเป็นกรรมการกี่คนก็ได้)

หลังพ.ร.บ. ดังกล่าวประกาศในราชกิจนุเบกษาวันเดียว

วันรุ่งขึ้น มีการถล่มขายชินคอร์ป 49 เปอร์เซนต์ของทุนจดทะเบียนที่เป็นของเขาผู้เดียว ให้กับกองทุนเทมาเซคของสิงคโปร์ เตรียมสัดส่วนได้พอเหมาะพอเจาะกับกฎหมายที่ออกมา ไม่ขาดไม่เกิน ต่างชาติมีการถือชินคอร์ปก่อนหน้านี้แล้ว วันที่ขายชินคอร์ป 49 เปอร์เซนต์ รวมแล้วต่างชาติถือชินคอร์ปเกิน 49 เปอร์เซนต์

ชินคอร์ปตกเป็นของต่างชาติกว่า 90 เปอร์เซนต์ ส่วนที่เกิน 49 เปอร์เซนต์ถือโดยนอมินีต่างชาติ ที่อ้างว่าเป็นคนไทย ไม่เห็นว่าจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดได้ ไม่เห็นว่ากฎหมายจะทำอะไรได้ ที่กฎหมายกำหนดว่า ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซนต์เป็นเรื่องไม่จริง นี่คือรูปแบบของการเสียชาติของประเทศไทย ที่ไม่มีใครนำพา

ผู้คนรับรู้ได้ทันทีว่า เปลี่ยนกระดาษเป็นเงินทำอย่างไร

ผู้บรรยายใช้วิธีสอนให้ทราบโดยการปฎิบัติการจริง

ประเทศไทยตั้งศาล ตั้งสภา ตั้งสถาบันเพิ่มเยอะมาก ช่วยอะไรได้

ไม่รู้จะมีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจไปทำไม

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเงียบกริบมาจนถึงทุกวันนี้

ไม่ทราบว่าเป็นการขายชาติ 

การถล่มขายชินคอร์ป ทำให้คนไทยเกิดความแตกแยกเป็น 3 กลุ่ม

คนกลุ่มแรก ทึ่งในฝีมือ รวยทีเดียวกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท ทำให้เชื่อว่า คนเช่นนี้แหละที่จะทำให้ประเทศมั่งคั่ง หลงไหลในตัวผู้นำแบบโงศรีษะไม่ขึ้น


เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ประโยชน์ 2 ด้าน (win-win solution) แต่เป็น Zero sum games คือเมื่อฝ่ายหนึ่งได้ อีกฝ่ายจะเสีย และไม่ใช่การได้เสียระหว่างปัจเฉกชนกับปัจเฉกชน แต่เป็นการได้เสียระหว่างปัจเฉกชนกับประเทศ คนคนเดียวเบียดเบียนทรัพยากรของประเทศไปเป็นของส่วนตน แล้วเอาไปขายต่อให้ต่างชาติ


เขาฉกทรัพย์ไปจากกระเป๋าทุกคน เพียงแต่คนไม่เข้าใจ แทนที่จะเสียไจ กลับหลงไหล

คนกลุ่มที่ 2 งง ทำได้อย่างไร ขายของแล้วไม่เสียภาษีให้ประเทศชาติ   

ผู้เขียนเป็นกลุ่มที่ 3 เข้าใจว่าเป็นการขายชาติ

เมื่อหาเสียงบอกว่าจะมาแก้กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ แต่เมื่อได้เสียงเข้ามาแล้ว กลับมาออกกฎหมายขายชาติเพิ่มขึ้นอีก แก้กฎหมายเพื่อตัวเอง แล้วก็เป็นคนมาขายสมบัติชาติด้วยตัวเอง

ปรส. บสท. หรือปัจเฉกชน ขายทรัพย์สินของชาติ ไม่ถูกต้อง สามารถหาทางออกด้วยวิธีอื่นได้ แต่แทนที่ผู้นำประเทศจะยับยั้ง กลับซ้ำเติมการขายชาติมากขึ้นไปอีก

ลูกให้ขาย เพื่อพ่อจะได้ทำงานการเมืองได้เต็มที่

บอกว่า กฎหมายเพิ่มการถือครองธุรกิจโทรคมนาคม เริ่มไว้ในรัฐบาลชุดก่อน เขาเพียงมาสานต่อ

กฎหมายขายทรัพย์สินของชาติเช่นนี้ ไม่มีประชาพิจารณ์ แก้กฎหมายได้ง่ายเหมือนปลอกกล้วย   สมบัติของประเทศเหลือน้อยแล้ว ทำเช่นนี้ได้อย่างไร

เพราะแก้กฎหมายได้ง่ายดาย เป็นที่มาของการคิดแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550

ประเทศไทยเป็นของคนคนเดียวอย่างไม่น่าเชื่อ

ประเทศไทยเน้นที่กฎหมาย

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดากฎหมายไทยกล่าวไว้ว่า

 “.. กฎหมายคือ คำสั่งทั้งหลายของผู้ปกครอง ว่าการแผ่นดินต่อราษฎรทั้งหลาย เมื่อไม่ทำตามแล้ว ตามธรรมดาต้องโทษ.. เราต้องระวัง อย่าคิดเอากฎหมายไปปนกับความชั่ว ฤาความยุติธรรม กฎหมายเป็นแบบคำสั่งที่เราต้องปฏิบัติตาม แต่กฎหมายนั้นบางทีอาจจะชั่วได้ ฤาไม่ยุติธรรมได้ ความคิดว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรเป็นยุติธรรม อะไรไม่ยุติธรรม มีบ่อที่เกิดขึ้นหลายแห่ง เช่นศาสนาต่างๆ แต่กฎหมายนั้นเกิดได้แห่งเดียวคือจากผู้ปกครองแผ่นดิน ฤาที่ผู้ปกครองแผ่นดินอนุญาตเท่านั้น.. “

แปลได้ว่า

แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าอย่างไรคือขายชาติ

ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นการขายชาติ

เรื่องของตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นของรัฐบาลปี 2544 ไม่ดีเด่นอะไร เมื่อเทียบกับตลาดประเทศต่างๆ หรือตลาดหุ้นโลก 

รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544(2001) แล้วถูก“คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คปค.” ยึดอำนาจ จึงสิ้นสุดการมีอำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549(2006) รวมเวลาอยู่ในอำนาจเกือบ 6 ปี

เปรียบเทียบตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นโลกช่วงของรัฐบาลทักษิณ

1) WORLD81 STOCK INDEX
 

2) SET INDEX
 

ช่วงเวลาของรัฐบาลทักษิณในกราฟทั้ง 2 คือ A – B – C หรือระหว่าง 9 กุมภาพันธ์ 2001 ถึง 19 กันยายน 2006 คือวันเดือนปี ที่ตรงกันของทั้ง 2 กราฟ

A วันเข้ารับตำแหน่ง ของรัฐบาลทักษิณ
B วันที่ตลาดหุ้นสูงสุด ของรัฐบาลทักษิณ
C วันที่รัฐบาลทักษิณถูกปฏิวัติ

3) ตารางสรุปเปรียบเทียบตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นโลกช่วงรัฐบาลทักษิณ

index

A

B

C

A->B

B->C

A->C

date

Feb9 01

Jan12 04

Sep19 06

3 yrs

3 yrs

6 yrs

WORLD81

1,814.37

2,595.44

5,538.24

+43%

+113%

+205%

SET Index

324.72

794.01

702.56

+145%

-12%

+116%

ตลาดหุ้นโลกขึ้นอย่างต่อเนื่อง 6 ปี 205 เปอร์เซนต์
ตลาดหุ้นไทย 6 ปี ขึ้น 116 เปอร์เซนต์

ตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาดังกล่าวผันผวนสูงมาก ผันผวนสูงกว่าตลาดหุ้นโลก

3 ปีแรก รัฐบาลทักษิณตลาดหุ้นขึ้นมา 145 เปอร์เซนต์
3 ปีหลัง รัฐบาลทักษิณตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 12 เปอร์เซนต์

ตลาดหุ้นรัฐบาลปี 2544 ไม่ได้เด่นอย่างที่อดีตผู้นำอ้าง

อัยการสูงสุด (อสส.) ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ ตำแหน่งที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลก่อนหน้า ร่วมแถลงผลงานรัฐบาลวันหนึ่ง ฟังแล้วไม่ระรื่นหู ฟังแล้วดูเหมือนไม่จริงใจที่จะส่งฟ้องนายกทักษิณ


ลองค้นข้อมูลอัยการสูงสุดท่านนี้ดู พบว่าเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ 3 แห่ง ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ กรรมการธนาคารกรุงไทย กรรมการการบินไทย กรรมการบริษัทไออาร์พีซี (ทีพีไอเดิม) กรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ เงินเดือนก็จะใหญ่ไปด้วย ประมาณ 5 แสนถึงเกือบล้านบาทต่อเดือน หากได้เดือนละ 5 แสนบาท

3 ตำแหน่งรวมกันก็ 1.5 ล้านบาทต่อเดือน 1 ปี 18 ล้านบาท ไม่รวมเบี้ยประชุม โบนัสประจำปี จำนวนหนึ่ง ซึ่งพอๆกับเงินเดือน เป็นกรรมการต่อเนื่อง 2-3 ปี ลองคำนวณดูว่าเท่าใด

มีผลประโยชน์ส่วนตนมาเกี่ยวข้อง แล้วจะให้อัยการสูงสุด ส่งคดีของอดีตนายกปี 2544 สู่ศาล ดูละครโน๊ต เชิญยิ้ม ก็เพลินพอกัน  

มูลนิธิกระจกเงา ตั้งปี 2534 มีอายุ 17 ปี ในปี 2551
เริ่มต้นจากคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งจำนวน 5 คน ในปลายปี 2534 ซึ่งประกอบด้วยนักกิจกรรมในและนอกรั้วมหาวิทยาลัย ได้รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมทางการเมืองหลังช่วงการทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช) โดยในขณะนั้นใช้ชื่อกลุ่มว่า "กลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา และได้ขอเข้าอยู่เป็นโครงการภายใต้มูลนิธิโกมลคีมทองในปี 2535 เคลื่อนย้ายสู่เชียงรายปี2541 เปิดสำนักงานที่ กทม อีกครั้งในปี 2546 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (หนูหริ่ง) เป็นประธานกรรมการมูลนิธิกระจกเงา

มูลนิธิดวงประทีป ก่อตั้งในปี 2521 มีอายุ 30 ปีในปี 2551
ความยากจนต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำของคนในชุมชนแออัด ทำให้ต้องทอดทิ้งลูกหลานให้อยู่ตามลำพัง ไม่มีใครดูแล ครูประทีป และครูมิ่งพร(พี่สาว) จึงรับดูแลเด็กเหล่านี้โดยใช้บริเวณใต้ถุนบ้านของตนเอง โดยคิดค่าใช้จ่ายเพียงวันละ 1 บาท ไม่เพียงให้การดูแลเพียงอย่างเดียว ยังให้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ชาวบ้านร่วมกันตั้งชื่อว่า “โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา” กรุงเทพมหานครรับโรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนาไว้ในสังกัดปี พ.ศ. 2519 และขยายโรงเรียนจากระดับประถมเป็นมัธยมจนกระทั่งปัจจุบัน

วันที่ 31 สิงหาคม 2521 ครูประทีปได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการชุมชน จากประเทศฟิลิปปินส์ ด้วยเงินรางวัลจำนวน 20,000 เหรียญดอลล์ล่าสหรัฐ หรือประมาณ 402,500 บาท จึงได้ก่อตั้งองค์กรการกุศลที่ชื่อว่า “มูลนิธิดวงประทีป” พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานมูลนิธิฯ คนแรก

ชุมชนบุญนิยมอโศก กำเนิดขึ้นในปี 2518 มีอายุ 33 ปีในปี 2551
อโศกสร้างชุมชนขึ้นมาแบบพึ่งตนเอง ทรัพย์สิน ทุน และแรงงานเป็นของส่วนกลาง เรียกว่าระบบเศรษฐกิจสาธารณะโภคี งานและวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนฯเป็นประโยชน์ต่อระบบ ไม่เป็นภาระต่อสังคม  สมณะโพธิรักษ์ เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นผู้นำจิตวิญญาณของชุมชน

--------------------------------------------------------------------------------------

การบริหารประเทศของรัฐบาลทักษิณล้มเหลว ล้มเหลวเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้มีอะไรเด่นกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆมา หลายเรื่องกลายเป็นการซ้ำเติมปัญหาของประเทศ


คำว่า "โจรกระจอก" และการ "อุ้มหายไปทนายสมชาย ลีนะไพจิตร" เป็นเหตุให้ไฟใต้ลุกแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีระเบิด และมีการตายมากขึ้นในเขต 3 จังหวัดชายแดนใต้ 


ผู้คนตายมากเป็นพิเศษในการแก้ปัญหายาเสพติด ยาเสพติดก็ยังอยู่


การแปรรูปปตท. กระทรวงการคลังได้เพียงเศษเงิน แต่เป็นต้นเหตุให้เกิดเงินเฟ้อตั้งแต่ตอนนั้น มาถึงปัจจุบัน


เงินคงคลังขาดมือ มีการขายสินทรัพย์ของกระทรวงการคลังออกมาค่อนข้างมาก เพื่อมาจ่ายเงินเดือนข้าราชการ


ถูกทำให้เชื่อว่า การขายทรัพย์สินให้ต่างชาติ จะทำให้ประเทศชาติเจริญ แท้จริงเพิ่มความยากจนให้ประเทศชาติ และเป็นการขายชาติ


ไม่เห็นนัยสำคัญอะไรจาก มงฟอร์ดโมเดล และอาจสามารถโมเดล เห็นแต่ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ


ท่าเรือแหลมฉบังลงทุน 270,000 ล้านบาท ยกเป็นสัมปทานให้นายลีกาชิง เศรษฐีฮ่องกงถึง 30 ปี

--------------------------------------------------------------------------------------


ทัวร์นกขมิ้น แม้การบริหารประเทศล้มเหลว แต่อดีตผู้นำปี 2544 ขยันมีกิจกรรมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะทัวร์นกขมิ้น น่าจะมีปัจจัยซ่อนเร้น อธิบายปรากฏการณ์ทัวร์นกขมิ้นว่าออกไปติดตามงาน ไปเกือบจะทุกพื้นที่ในประเทศไทย


แท้จริง เอาเงินไปหว่าน 


สุรเธียร จักรธรานนท์ นำเสนอไว้ในหนังสือ “สันติอโศก สามทศวรรษที่ท้าทาย” ผู้เขียนนำมาประกอบการเขียนบทความตรงนี้


ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดกล้าเข้าเยี่ยมชุมชนอโศก เกรงว่าภาพพจน์ตนเองจะไม่ดี เป็นภาพพจน์ของการไม่มั่งคั่ง ไม่ร่ำรวย (คนชุมชนอโศกจะไม่สะสมสินทรัพย์เป็นของตนเอง)

วันที่ 23 เมษายน 2547 นายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ดั้นด้นเข้าไป และค้างแรมที่ชุมชนศีรษะอโศก ตำบลกระแซงใหญ่ อำแภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีษะเกษ


ชาวชุมชนศีรษะอโศกถูกกำชับอย่างหนักแน่นว่า “ไม่ให้ขอสิ่งใด” จากการมาค้างแรมที่ศีรษะอโศกของนายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

การที่จะบริจาคเงินให้ชุมชนอโศก ไม่ใช่เรื่องง่าย อดีตนายกมีความประสงค์จะทำบุญถวายเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทให้กับสมณะโพธิรักษ์ แต่ติดขัดด้วยกฎแห่งบุญนิยม คือ ต้องอ่านหนังสือของชาวอโศกให้ครบ 7 เล่ม หรือต้องคุ้นเคยกับชาวอโศกเกิน 7 ครั้ง จึงจะสามารถบริจาคได้ คุณสมบัติของอดีตนายก มีไม่พอที่จะบริจาคเงินได้

อดีตนายกได้ขอผ่อนผัน ให้นับรวมแต่ละครั้งของคณะรัฐมนตรีที่ได้เดินทางมาด้วยทั้ง 7 คน ซึ่งเมื่อนับรวมกันแล้วจะครบและเกิน 7 ครั้ง มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะบริจาคเงินตามหลักการแห่งบุญนิยมของชาวอโศก 

สุดท้าย ลงเอยด้วยการเลี่ยงไปมอบเงินดังกล่าวให้เป็นทุนการศึกษาของนักเรียนสัมมาสิกขา

ชุมชนถูกยัดเยียดด้วยกองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มอี และเงินบริจาค ตอนหลังจึงทราบว่า ”เสียท่าท่านนายก” ว่าเงินที่รับมานั้นเป็นเงินจากหวยเบอร์ เป็นเงินบาป ตอนหลังเอาเงินไปคืน ทางการไม่รับคืน เพราะเกรงว่าจะมีปัญหากับการรับคืนจากที่อื่น

รูปแบบของการหว่านเงิน

นอกจากมอบเงินให้ชุมชนแล้ว ยังพยายามมอบเงินให้เจ้าสำนักด้วย

เงินประชานิยมยังพลัดเข้าชุมชนอโศกได้ แล้วมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งมูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิกระจกเงา ที่ไม่ระมัดระวังตัว จะไม่โดนอาวุธอาวุธลับเหล่านี้ได้อย่างไร เงินบาปว่านทั่วประเทศ ย่อมไม่น้อย กระทั่งงบประมาณมีปัญหา มีการใช้เงินนอกงบประมาณด้วย เป็นปัญหาภาระผูกพันในปีต่อมาในอนาคต 

ในทางธรรม คนที่จะรับมาก็ต้องพิจารณาด้วย ว่าเงินมาอย่างปกติถูกต้องหรือไม่ หรือว่าปล้นมาบริจาค หรือเอาจากที่ไหนมาให้ ประเทศไม่มีเงิน แล้วเอาเงินที่ไหนมาแจก จังหวัดหนึ่งได้งบประมาณ อีกจังหวัดหนึ่งไม่ได้งบประมาณ ไม่เป็นธรรม

การที่จะช่วยสงเคราห์ส่วนอื่นได้ ต้องช่วยตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าประเทศเจริญ ก็จะอยู่ดีมีสุข จะไม่เป็นภาระแก่มูลนิธิหรือเอ็นจีโอต่างๆ เพราะประเทศไม่เจริญ จึงมีปัญหามาก ชุมชนมีปัญหา มูลนิธิฯ ขาดเงินทุนสนับสนุน สุดท้ายมูลนิธิหรือเอ็นจีโอ กลายมาเป็นปัญหาของระบบเสียเอง

มูลนิธิดวงประทีป มูลนิธิกระจกเงา มีจุดประสงค์ดี เป็นสัมมาทิฏฐิ มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิกระจกเงา เติบโตตลอด  17 – 30 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายก็ย่อมเติบโตเป็นเงาตามตัว ช่วงหลัง มูลนิธิดวงประทีปได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เติบโตมาด้วยการอุปถัมภ์

ถ้าประเทศมั่งคั่ง ระบบอุปถัมภ์จะไม่มีปัญหา แต่ประเทศยากจน ระบบอุปถัมภ์จะเพิ่มปัญหาให้ประเทศ ทำให้คนเข้ามาหาประโยชน์ส่วนตนได้ง่ายขึ้น ไม่ได้เอาเงินส่วนตัวมาอุปถัมภ์ แต่เอาเงินของประเทศมาอุปถัมภ์อย่างไม่รับผิดชอบ ส่งผลกระทบต่อระบบในเวลาต่อมา

อดีตนายกปี 2544 มีบุญคุณต่อชุมชนและผู้บริหารชุมชนกว้างขวาง เมื่อถูกปฏิวัติออกจากตำแหน่ง จึงได้รับความเห็นใจจากคนหรือกลุ่มคนที่เคยได้รับการอุปถัมภ์

ชื่อและนามสกุลกรรมการมูลนิธิดวงประทีปคุ้นเคยหลายท่าน เช่น ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นางธิดา โตจิราการ นางประทีป อึ้งทรงธรรม มูลนิธิกระจกเงามี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นประธาน

นางธิดา โตจิราการ เป็นภรรยานายแพทย์เหวง โตจิราการ

เมื่อก่อนนี้ ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์รัต นายแพทย์เหวง โตจิราการ นางประทีป อึ้งทรงธรรม อยู่ฝ่ายประชาชน ร่วมมือกันต่อสู้และต่อต้านนักการเมืองชั่วร้าย โดยเฉพาะกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ตอนหลังเปลี่ยนไปแบบยูเทิร์น ไปนิยมยกย่องนักการเมืองเฉพาะตัว ผลประโยชน์ส่วนชุมชน ผลประโยชน์ส่วนตัว จากระบบอุปถัมภ์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ปฏิวัติเป็นเรื่องที่ไม่น่านิยม

การบริหารประเทศแบบเบี่ยงเบนของอดีตนายกปี 2544 ก็ไม่น่านิยม

มีการออกกฎหมายขายสมบัติชาติเพิ่ม นายแพทย์เหวงไม่สนใจ

นายแพทย์เหวง เปลี่ยนวาจา จาก “ผมเกลียดทักษิณ” มาเป็น “ผมรักทักษิณ” ง่าย จนงง

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงา อยู่ตรงข้ามคณะปฏิวัติ ทั้งนอกและในไซเบอร์อย่างเข้มข้น

สมณะโพธิรักษ์ แห่งชุมชนสันติอโศก นำพาชุมชนสู่บะบบเศรษฐกิจบุญนิยม “สาธารณะโภคี” ทำให้ชุมชนมั่นคงอยู่ได้ด้วยลำแข้งตัวเอง เศรษฐกิจชุมชนมั่นคง แข็งแกร่ง เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่เป็นภาระต่อระบบ ไม่ต้องรับการอุปถัมภ์จากใคร มีแต่ให้ มากกว่าที่จะรับ

มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิกระจกเงา ได้รับการอุปถัมภ์แต่อย่างเดียว ในขณะที่ชุมชนอโศกไม่ได้รับการอุปถัมภ์จากใคร การอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ กับการไม่ได้อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ จึงมีอิทธิพลต่อความชอบและไม่ชอบ หรือเชื่อหรือไม่เชื่อ หลงไหลหรือไม่หลงไหล ที่มีต่อตัวอดีตนายกทักษิณ

ได้ปัจจัยบุญ จากคนมีบุญมาอุปถัมภ์ก็ดีไป

ได้ปัจจัยบาป จากคนบาปมาอุปถัมภ์ ไม่ใช่เรื่องดี ภายหลังต้องไปปกป้องคนบาปอีก

การบริหารประเทศเบี่ยงเบน เกิดการแตกแยก ความแตกแยกขยายวงมากขึ้น มีการฆ่าคนหลายพันศพง่ายดาย ทนายดังถูกอุ้มหาย เกิดการขายชาติเพิ่มขึ้น ยกประโยชน์ให้ต่างชาติ หาแต่ประโยชน์ส่วนตน เหตุการณ์เดินหน้าเลวร้ายลง ไม่มีทีท่าวะจะดีขึ้น ไม่รับฟังความเดือดร้อนของประชาชน คอร์รัปชั่น

เป็นต้นเหตุของการปฏิวัติ

ไม่มีใครนิยมการปฏิวัติ คนโฉเกสามารถใช้การประชาสัมพันธ์ เอา “ผลมาเป็นเหตุ” ว่าการปฏิวัติเป็นเผด็จการ ทำให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่น ไม่เจริญก็บอกว่าเจริญ แต่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการปฏิวัติ ไม่นำเสนอ

ประชาชนไม่ชอบปฏิวัติ คนโฉเกคือต้นเหตุของการปฏิวัติ คนโฉเกจึงสมควรถูกประนาม

สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 และสถานีวิทยุในสังกัด เป็นช่องที่มีผู้ชมและผู้ฟังมากที่สุดในประเทศไทย หากใช้ไปในทางที่ถูกต้อง ประเทศก็จะเจริญ หากใช้ไปในทางที่เบี่ยงเบน ประเทศก็จะเบี่ยงเบนเช่นกัน รายการนายกพบประชาชนทุกเช้าวันเสาร์ ถูกใช้ไปในทางที่เบี่ยงเบน

ส่งผลให้ดีกรีความแตกแยกของคนในประเทศ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

ASTV NEWS1 ผู้ชมน้อย ผู้ที่จะชมได้ ต้องมีจานดาวเทียม ไม่เห็นด้วยกับการพูดและการกระทำของอดีตนายก และออกมาโต้ตอบ เป็นสัญญาณของความแตกแยกในช่วงถัดมา

อดีตผู้นำ บริหารประเทศด้วยความเบี่ยงเบน

มีวาระซ่อนเร้น

เป็นที่มาของปรากฎการณ์สนธิ

มิจฉาทิฏฐิ และมิจฉาวาจาของอดีตผู้นำ ทำให้หลงผิดเป็นชอบ

ผู้คนหลงผิด กระทั่งหลงไหล

“ต้นเหตุ” ความแตกแยก

แตกแยกรุนแรงเป็นประวัติการณ์ประเทศไทย

ไม่ใช่แตกแยกเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แตกแยกทั่วประเทศ

 
ชุมนุมเดินขบวนของชาวไทยหน้าสถานกงสุลไทย ในลอสแองเจลิส  25 พฤษภาคม 2551 เป็นรูปแบบของความแตกแยก เป็นผลพวงของการบริหารประเทศที่เบี่ยงเบน

--------------------------------------------------------------------------------------

ชั่ว กับ โง ไม่เหมือนกัน

โง่บวกชั่วคืออวิชชา

โฉเกคือฉลาดแกมโกง ฉลาดแกมโกง คือโง่

ความไม่ถูกต้องทางจิรธรรมและคุณธรรม (คอร์รัปชัน-คือชั่ว) คิดเป็นเบี่ยงเบน 50 เปอร์เซนต์

ความไม่ถูกต้องทางวิสัยทัศน์และปรัชญา (โฉเก-คือโง่) คิดเป็นเบี่ยงเบน 50 เปอร์เซนต์

อดีตผู้นำ ไม่ได้เบี่ยงเบนเพียง 50 เปอร์เซนต์ อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ

รวม การเบี่ยงเบนทางจริยธรรมคุณธรรม (ที่คนทั่วไปเข้าใจ) 50 เปอร์เซนต์ 

และ การเบี่ยงเบนทางวิสัยทัศน์และปรัชญา (ที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ) 50 เปอร์เซ็นต์

เป็นเบี่ยงเบน 100 เปอร์เซนต์ หรืออวิชชา

แล้วพยายามถ่ายทอดความเบี่ยงเบนนั้นมาให้คนเชื่อ

คนธรรมดาเบี่ยงเบน ความเสียหายเป็นวงแคบ

ผู้นำประเทศเบี่ยงเบน ความเสื่อมเกิดทั่วทั้งภูมิภาค ไทย กัมพูชา ลาว พม่า

--------------------------------------------------------------------------------------

 
ฝ่ายตรงข้ามพันธมิตรประชาธิปไตย คอยขว้าง ก้อนหิน ขวดน้ำ ดักทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ถนนราชดำเนิน คืนวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 คือรูปแบบของความแตกแยก เป็นผลพวงของการปกครองประเทศที่เบี่ยงเบนของรัฐบาลปี 2544


เหตุจากคนคนเดียว


กรรมของฝ่ายพันธมิตรประชาธิปไตย


กรรมของฝ่ายต่อต้านพันธมิตรประชาธิปไตย


เวรกรรมของประเทศไทย


พุทธศาสนาสอนให้เชื่อหลักแห่งกรรม เรื่องความเชื่อและความเข้าใจของมนุษย์มีมาก่อนสมัยพุทธการแล้ว และพระพุทธเจ้าเองได้แบ่งระดับความรู้ความเข้าใจของคนออกเป็น 4 ระดับ โดยนำไปเปรียบเทียบกับบัว 4 ระดับ ความรู้ความเข้าใจของคน อาจจะติดตัวมาแต่ชาติปางก่อนได้ ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งบอกว่านายกเป็นคนฉลาด แต่พระพุทธเจ้าอาจเห็นว่าเป็นอวิชชาได้

คริสต์จักรในอดีตยิ่งใหญ่มาก ศาสตร์ของอาริสโตเติล ได้รับความเชื่อถือต่อเนื่องมากว่า 1600 ปี แล้วกาลิเลโอก็เกิดขึ้น กาลิเลโอพบว่าศาสตร์ของของอาริสโตเติลบางอย่างไม่ถูกต้อง และพิสูจน์ให้ผู้คนทราบได้ แต่ กาลิเลโอถูกตำหนิว่า หมิ่นศาสนา และถูกจับตัวไปขังคุก อวิชชา

ความเชื่ออาจจะนำมาซึ่งความหลงไหล เชื่อมากก็หลงไหลมาก เชื่อน้อยก็หลงไหลน้อย

ความเชื่อของผู้คนที่มีต่ออดีตผู้นำปี 2544 อาจจะแบ่งคนออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่  

กลุ่มหนึ่ง คือเชื่อ กระทั่งหลงใหล

อีกกลุ่มหนึ่ง คือไม่เชื่อ กระทั่งชิงชัง

ทำให้คนแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย

อดีตนายกเป็นผู้ที่มีวาทะศิลป์ มีภาพประกอบส่วนตัวที่มั่งคั่งท่วมท้นแค่ช่วงเวลาประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เป็นเรื่องชวนหลงใหล มียศทางตำรวจสูง เป็นถึงดอกเตอร์ แล้วยังเป็นผู้นำประเทศอีก รวมทั้ง ”ตั้งใจ” สร้างภาพให้ตนเองอีก

เพราะเครื่องมือของระบบผิดปกติ และตนเองก็ผิดปกติด้วย ยิ่งทำให้ความผิดปกติยังคงอยู่ในระบบต่อไป


อดีตผู้นำเองไม่ทราบว่าตนเองผิดปกติ และไม่ทราบว่าสิ่งผิดปกติที่อยู่ในระบบคืออะไร ส่งผลให้ระบบเสียหายถึง 2 เท่า


หากอดีตผู้นำไม่เบี่ยงเบน และทราบว่าสิ่งผิดปกติในระบบนั้นคืออะไร นอกจากจะไม่เข้าไปหาประโยชน์ส่วนตนจากสิ่งผิดปกตินั้นแล้ว ยังเข้าไปแก้ไขสิ่งผิดปกตินั้นด้วยตัวเอง แทนที่จะเกิดความเสียหายเป็น 2 เท่า ก็จะไม่เกิดความเสียหายต่อระบบเลยได้ ทำให้ประเทศเจริญอย่างแท้จริง


ผู้เขียนอยู่ในฝ่ายที่ไม่เชื่อและไม่ศรัทธาต่ออดีตนายก ด้วยเหตุและผลที่นำเสนอมาแต่ต้น แต่ผู้เขียนไม่ได้มีความชิงชังเป็นการส่วนตัวต่ออดีตนายก


คนกลุ่มหนึ่งนิยมยกย่อง เนื่องจากได้ประโยชน์ส่วนตนจากอดีตนายก ขณะเดียวกันก็ย่อมจะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่นิยมยกย่อง เนื่องจากไม่ได้ประโยชน์ส่วนตนจากอดีตนายก โดยไม่สนใจในความถูกต้องชอบธรรม มีการแย่งชิงกันรับใช้ คนฝั่งธนคนหนึ่งประกาศก้องว่าจะเป็นโฆษกให้อดีตนายก การรับใช้อาจแสดงออกทางการกระทำและทางวาจาได้ อดีตนายกมีคนรับใช้เป็นจำนวนมาก บางคนว่าเป็นทาษรับใช้ สามารถเกณฑ์คนมาแสดงพลังเป็นหมื่นและเป็นแสนคนได้


แต่หากมีคนไม่เห็นแก้ประโยชน์ส่วนตน ไม่เห็นแก่ยศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่เห็นแก่เงินทอง อดีตนายกอาจจะเหงาได้


หมอบางคนยังเปลี่ยน จาก "ทักษิณขายชาติ ผมเกลียดทักษิณ" มาเป็น “ผมรักทักษิณ” ได้ง่ายดาย ผลประโยชน์ส่วนตน ทำให้หลงไหลในอดีตนายก คนกลุ่มใหญ่ส่วนหนึ่ง ไม่ได้ประโยชน์ส่วนตนอะไรจากนายก แต่ประทับใจในภาพ และวาจาของอดีตนายก ไม่มีเหตุผลประกอบ มีการโพสต์ข้อความในเวบบอร์ดทางอินเตอร์เนทต่างๆนาๆ.. “ก็กูชอบของกู” ..อาการหนักมาก


อย่าว่าแต่ชาวบ้านทั่วไปหลงใหล และหลงเชื่อ
แม้ระดับสูงของประเทศก็หลงเชื่อและหลงใหล

ผู้เป็นใหญ่ต้องรู้จักผิดชอบชั่วดี รู้ว่าอะไรเป็นธรรม อะไรไม่เป็นธรรม

แต่ดูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ผลประโยชน์ส่วนตนบังตา

ก่อนเป็นนายก นายกสมัครบอกทำนองว่า เป็นนอมินีของคนเก่งเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยนำความเจริญมาสู่ประเทศชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี บอกว่าจะเชิญท่านมาเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข บรรยายถึงความเก่งความดีของอดีตนายก ถึงระดับหลงไหล ประชานิยมและอบายมุขหวยบนดินไม่ใช่เรื่องยาก ผู้นำคนใดก็ทำได้ หากทำโดยไม่มีความรับผิดชอบรอบด้าน แต่สิ่งผิดปกติที่ฝังลึกอยู่ระบบเศรษฐกิจไทย ไม่เห็นจะแก้ไขได้ มองปัจจัยบวกเบี่ยงเบน ขณะเดียวกันปัจจัยลบไม่มีการกล่าวถึง


ถ้าวิสัยทัศน์ปรัชญา จริยธรรมและคุณธรรมของอดีตนายกเป็น “กุศล” ความเชื่อของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็เป็นกุศลด้วย    ถ้าวิสัยทัศน์ปรัชญา จริยธรรมและคุณธรรมของอดีตนายกเป็น”อกุศล” ความเชื่อของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็เป็นอันตรายต่อระบบ

เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆ มาจากผลประโยชน์ส่วนตนของผู้บริหารประเทศ ทำให้ประชาชนทุกข์เข็ญลำเค็ญ ความทุกข์เข็ญลำเค็ญไม่ได้เกิดจากตัวประชาชนเอง

สรุป เหตุแห่ง ผู้คนหลงใหลในตัวนายกรัฐมนตรี

เกิดจาก

1) การให้ประโยชน์ส่วนตนแก่ผู้คน เช่น งาน ตำแหน่งงาน เงิน ทรัพย์สิน ทัวร์นกขมิ้น ไม่ได้ใช้เงินส่วนตัว แต่นำเงินจากกองสลากฯไปแจกชุมชน ตามตำบลหรืออำเภอต่างๆ ใช้อย่างขาดความรับผิดชอบ ตำแหน่งกรรมการในองค์กรต่างๆ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ ถูกแจกแหลก ทั้งแจกทั้งแถม บางคนได้มากกว่า 5 ตำแหน่ง

2) รายการนายกพบประชาชนทุกเช้าวันเสาร์ คนพูดมีตำแหน่งนายรัฐมนตรี ฐานะมั่งคั่ง และเป็นดอกเตอร์ เป็นการพูดแบบหาเสียง มีวาทะศิลป์ของการพูด ส่งผลให้คนทุกระดับชั้นทั่วประเทศหลงไหล 

3) ชำนาญในการตลาด ใช้สื่อสร้างกระแสและสร้างภาพ ให้เห็นว่ามีผู้คนจำนวนมากสนับสนุนตน เช่นใช้เงินงบประมาณ 94 ล้านบาท ให้ทุกอบต.ทั่วประเทศ เกณฑ์คนมาชุมนุมที่วัดธรรมกายกว่า 8 หมื่นคน 

4) ผู้คนทั่วไป ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน ถึงระดับปริญญาเอก "ขาด ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ ทางด้านเศรษฐกิจ" ยากที่จะเข้าใจในเรื่องที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอ  จึงเชื่ออย่างเดียว เชื่อมากกว่าจะเข้าใจ เชื่อกระทั่งหลงใหล

5) ตัวผู้พูด มีกิเลสส่วนตนสูง ทะเยอทะยาน เห็นแก่ตัว ทำการณ์แบบขาดความละอายแก่ใจ ไม่มีน้ำใจนักกีฬา เอารัดเอาเปรียบฝ่ายตรงกันข้าม เอารัดเอาเปรียบประเทศชาติประชาชน เอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้คนใกล้ชิดไม่มีความเป็นอิสระ ต้องตามแห่แหน ขอแบ่งเศษทรัพย์จากตนตลอดเวลา    

ปัญหาของประเทศแก้ไขได้

ต้องประกอบด้วยปัญญา และการไม่มีประโยชน์ส่วนตน

 มีปัญญา แต่มีประโยชน์ส่วนตน จะแก้ปัญหาไม่ได้

 ไม่มีปัญญา ไม่มีประโยชน์ส่วนตน ก็แก้ปัญหาไม่ได้ 

ผู้เขียนจำพระบรมราโชวาทของพ่อหลวงที่พระราชทานต่อคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายสมัคร ในวันที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณได้ 2 ประโยค


“ให้เป็นผู้ใหญ่” “ให้มีความรับผิดชอบ”


ผู้เขียนเข้าใจว่า

พระองค์ทรงอึดอัดกับอดีดผู้นำที่ผ่านมา

ไม่อยากให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้เป็นเด็ก และไม่รับผิดชอบ


31 พฤษภาคม 2551
@
@
@
/truethaksin/mops.doc


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
มังกรเจ็ดหัว วันที่ : 06/02/2009 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/luktung

ร่ายมาซะยาวเหยียดขนาดนี้ ผมสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าคุณเสียผลประโยชน์จากการที่รัฐบาลไทยรักไทยเข้ามาบริหารประเทศ คำกล่าวที่ว่าคนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล แต่คนเมืองจ้องล้มรัฐบาลน่าจะเป็นความจริง มันน่าน้อยใจมั้ยครับคนชนบทถูกตราหน้าว่าด้อยการพัฒนา ไม่เข้าใจการเมือง ถูกซื้อด้วยเงินจึงถูกกล่าวเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยู่ทุกยุคทุกสมัย คนเมืองที่ทะนงตัวว่าเหนือกว่าในทุกด้าน แล้วเหยียบย่ำชาวชนบทว่าไม่มีคู่ควรที่จะมีสิทธิมีเสียง เพราะข้อหาอมตะนิรันดร์กาลคือขายเสียง ไม่เข้าใจประชาธิปไตย ความจริงแล้วการที่คนเมืองที่ถือตนว่าวิเศษ เลิศเลอกว่าเพื่อนร่วมชาติผู้เกิดมาพร้อมกับความขาดแคลนในทุกๆด้านอย่างนี้ พวกเขาสมควรได้รับโอกาส ได้รับความเห็นใจ เข้าใจ มากกว่าดูถูกเหยียดหยามไม่ใช่หรือครับ หรือว่าคนเมืองต้องการผลักพวกเขาเป็นพลเมืองชั้นสอง ต้องการเช่นนั้นหรือครับ?

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
tutu วันที่ : 06/02/2009 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

กีสสสสสสสสสสสสสสสสสส


ถูกจายยย


เอาไป +2

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ธี_คำภรณ์ วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangdoremon
ชีวิตคือการเรียนรู้ อยู่เพื่อเรียนรู้ชีวิต: กลุ่มเขียนข้าว


โอ้....ประเทศไทย..สงสารประเทศไทย
กำลังนับถอยหลัง..วันสิ้นเนื้อประดาตัวอยู่
..นี่แหละนาาาา..ชอบความรุ่งเรืองแบบจอมปลอมกัน..
..บทความดีมากๆครับ...ชื่นชมจากใจ

....ธีรา.........

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
kae_31 วันที่ : 10/11/2008 เวลา : 12.00 น.
www.oknation.net

สงสารคนไทยและประเทศไทย เฮ้อ..สงสารตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
ตะเกียงยามเย็น วันที่ : 05/11/2008 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leobear

แน่น และเยี่ยมครับ

ได้แต่ภาวนา........
เอาโหวตแรกผมไปเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
backpacker4x4 วันที่ : 01/11/2008 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

จริงๆอยากให้คนเสื้อแดงได้อ่าน

แต่ติดที่ว่า คนเสื้อแดงไม่ชอบวิเคราะห์เนื้อหาที่มีข้อมูลประกอบเยอะๆแบบนี้ และเป็นกลุ่มคนที่ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆอีก

เพราะเห็นส่วนมากจะเป็นแบบ "จะเอายังไง ให้ว่ามาเลย"

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ข้าราชบริพาร วันที่ : 01/11/2008 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teshin

เยี่ยมครับ ผมจะนำลิ้งค์นี้ไปเผยแพร่เยอะๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ข้าราชบริพาร วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teshin


วิเคราะห์ได้ ชัดเจน และ ลึกครับ มีเหตุแห่งที่มา อยากให้คนที่รักอดีตนายยกได้อ่าน ลองดูว่าเหตุแห่งที่มาคืออะไร
เหตุใดจึงลุ่มหลง

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
พานทองชุบ วันที่ : 02/10/2008 เวลา : 15.55 น.

ยกย่องและชมเชยว่า วิเคราะห์จริง ๆ ดีครับ
คึกฤทธิ์ว่าเอาไว้ว่า
อุปสงค์แห่งชีวิตไม่เปลี่ยแปลง
อุปทานแห่งชีวิตก็ไม่เปลี่ยนไป
จริงไหมครับ ครูสลัม หมอวังเวง เอ็นจี จารัญ ha ha

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
Thaihippy วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

นายแน่มาก..vote

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
หน่อผุด วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

ขอบคุณค่ะข้อมูลละเอียดมาก...นี่และคืออาจารย์หมอที่มีคุณภาพอีกท่านหนึ่งที่จะช่วยรักษาโรคทักษิณฟีเวอร์

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
แม่มด วันที่ : 17/09/2008 เวลา : 01.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

เหตุเกิดเพราะคนๆเดียว...
นี่คือความจริงและถูกต้องที่สุดค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
สิงห์คะนองนา. วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/singhkanonkna

“ให้เป็นผู้ใหญ่” “ให้มีความรับผิดชอบ”

พวกมันรับแต่ชอบไม่เคยรับผิด

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
อยากเชื่อเธอสักครั้งหนึ่ง วันที่ : 15/08/2008 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/madamemook
อ่ะจริงดิ

กลุ่มหนึ่ง คือเชื่อ กระทั่งหลงใหล
อีกกลุ่มหนึ่ง คือไม่เชื่อ กระทั่งชิงชัง
ทำให้คนแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย

คุณสรุปไว้ได้ดีมากค่ะ ข้อมูลต่างๆก็กึ่งๆวิชาการ เข้าใจได้ง่าย(พอสมควร)
อัพบล็อคอีกนะคะ เวลามีประเด็นใหม่ๆ น่าสนใจ จะได้แลกแปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ
และขอขอบคุณที่ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นนะคะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
กวีสวรรค์ วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 14.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baankvee
หยุด เป็นตัวสำเร็จ

ทำไมถึงจับเรื่องนั้นมาโยงเรื่องนี้เรื่องนู่น คิดเองทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
sako วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakata
Sako

มาช้าไปหน่อย
ถ้าพลาดบทความนี้จะเสียดายมากเลยครับ
1 โหวตครับ ธรรมดาผมไม่ค่อยโหวตใครเลยนะ
แต่ท่าน index ได้จากผมไป 2 แล้วนะครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
pnokeox วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pnokeox
แล้วแต่จะจัด..

ฟังไม่ขึ้น..

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ปลิวลม วันที่ : 03/07/2008 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pliewlom

พลาดบทความนี้ไปได้ยังไง โวตให้

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
พี่ใหญ่เอง วันที่ : 30/06/2008 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sipichai
ลูกคนจีน

ขอบคุณและคารวะอย่างสูงสำหรับบทความนี้ ให้ความกระจ่างและสมบูรณ์(ที่สุด)ที่เคยอ่านมา จะช่วยทำให้พวกพวกมากลากไปและพวกพลังเงียบเข้าใจสักที ในสิ่งที่ได้เกิดแล้วและกำลังเกิดขึ้นและดำเนินอยู่ในประเทศเรา
อ่านบทความนายคนหนึ่งเรียกตัวเองว่า "ไต่กอ" แล้วเศร้าใจครับ ไปสรรหาอะไรมาพูดได้ เพียงเพื่อต้องการทำลายใครคนหนึ่งด้วยความขัดแย้งส่วนตัว(รู้นะ) อ่านดูแล้วทำให้หลายคนสับสนว่า ตกลงใครกันแน่ที่ลบหลู่เบื้องสูง ใครกันแน่ที่คิดลบล้างสถาบันชาติศาสน์กษัตริย์กันแน่
แต่ที่แน่ๆคือคนเขียนบทความน่ะเป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว ทำอะไรไว้ย่อมรู้แก่ใจดี มาสำแดงตัวเป็นคนดี เฮอะ มีคนเชื่อก็บ้าแล้ว

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
indexthai วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 22.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ขอบคุณ ..ความคิดเห็นที่ 16 19

กลไกการเกิดขึ้น และการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ ..
นำเสนอไว้ที่นี่..... "ก า ร ล่ ม ส ล า ย โ ล ก ทุ น นิ ย ม"
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/17/entry-1

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
INDYLOVE วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

ไม่รู้ว่าหมอดีแตกเข้ามาแหกตาอ่านหรือยัง ตาสว่างหรือยังหรือว่ายังโง่เหมือนเดิม น่าสงสารธรรมเข้าไม่ถึงซะแล้ว

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
หมูสนาม วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08

จะขอยกตัวอย่างเพื่ออธิบายสักเรื่องที่ยกมา

ในกรณีใช้หนี้ IMF ก่อนกำหนด
ที่คุณทักษิณ และบริวารมักยกมาอวดอ้างเสมอว่า
เกิดจากฝีมือการบริหารประเทศของตนเอง
จนทำให้ประเทศร่ำรวยขึ้น
สามารถใช้หนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด
ประชาชนทั่วไปได้ฟังข่าวสารอย่างนี้
ก็เกิดอาการหลงใหลได้ปลื้ม ชื่นชมกับความสามารถ
การหลงใหลได้ปลื้มนั้นเป็นความรู้สึก
ที่ไม่ได้อยู่บนฐานของความจริง

เป็นผลที่เกิดจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
จากนักการเมืองที่หวังจะได้คะแนนเสียง
โดยพูดความจริงบ้างเท็จบ้างปนกันไป
หรือพูดความจริงไม่หมด แต่อาศัยการตลาด
ทำให้เกิดกระแสความนิยมในตัวของนักการเมือง

ความจริงเรื่อง IMF คือ ประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
และแก้ไขวิกฤตที่เกิดผิดทาง
ส่งผลให้ทุนสำรองเงินตรา($US. )ลดต่ำลง
ถึงแม้จะมีเหลืออยู่บ้างก็ติดภาระ swap
ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นว่าจะมีเงิน $US.
เพียงพอสำหรับชำระหนี้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
ในที่สุดก็ต้องเข้าโปรแกรมขอรับความช่วยเหลือจาก IMF
( International Monetary Fund กองทุนการเงินระหว่างประเทศ )
เป็นจำนวนวงเงินประมาณ 17,200 ล้าน $US.
โดยที่ประเทศไทยต้องทำหนังสือแสดงเจตจำนง
( Letter of intent ) ว่าจะมีวิธีการอย่างไร
เพื่อแก้ไขสภาพวิกฤตทางเศรษฐกิจให้กลับมาเป็นปกติ
( ถ้าต้องการรายละเอียดต้องอ่านจาก รายงาน ศปร. และ Loi 1-8 เพิ่มเติม )

การรับเงินช่วยเหลือจาก IMF เป็นการรับเงินเป็นช่วงๆ
และมีกำหนดชำระเงินคืนเป็นช่วงๆเช่นเดียวกัน
ตามแผนงานที่วางไว้ โดยระบุรายะเอียดไว้ใน Loi

เงินที่ได้จาก IMF เราก็นำมาเก็บไว้ในรูป
ทุนสำรองระหว่างประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจกับนานาประเทศ
ที่ทำการค้ากับไทยว่า มีเงินตราต่างประเทศเพียงพอ
จะชำระหนี้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศได้แน่นอน
เงินก้อนนี้ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นชัดขึ้น
ก็เสมือนกับเป็นวงเงิน OD ในธุรกิจของเอกชน
( เงินจาก IMF ใช้คำว่า Stand by )
แปลว่า ถ้าต้องใช้ก็มีให้เบิก

เมื่อประเทศไทยเริ่มฟื้นตัว ฐานะทุนสำรองดีขึ้น
ภาระ swap ที่ทำล่วงหน้าไว้ ลดลง
ก็บอกไม่ขอรับเงินช่วยเหลือจาก IMF เพิ่มอีก
โดยแจ้งเป็นหนังสือแสดงเจตจำนง ในฉบับที่ 8
ลงวันที่ 21 กย. 2542
รวมยอดรับความช่วยเหลือ ประมาณ 14,000 ล้าน $US.
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการชำระหนี้คืน
ตามที่กำหนดไว้ใน Loi ก่อนหน้านี้

สามารถดูยอดเงินทุนสำรองระหว่างประเทศได้ ใน
http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/Pages/Press_weekly.aspx


ประเด็นที่จะต้องพิจารณาคือ
1. ฐานะทุนสำรองที่ดีขึ้นจนไม่ต้องรับความช่วยเหลือจาก IMF มาจากไหน ?
2. เราเอาเงิน จาก IMF ออกมาใช้หรือเปล่า?
3. การคืนเงิน IMF ก่อนกำหนดเป็นฝีมือของนักการเมืองจริงหรือไม่ ?

เรื่องแบบนี้อธิบายให้ชาวบ้านฟังยากจริงๆ

เรื่องที่ชาวบ้านรับรู้จากนักการเมืองคือ
1.เราเป็นหนี้ IMF
2.นักการเมืองใช้หนี้ IMF หมดก่อนกำหนด
3.นักการเมืองคนนี้เก่งจริงๆ จึงทำได้


นักการเมืองที่เป็นนักการตลาด
และใช้เครื่องมือทางการตลาดเก่ง
ก็ใช้โอกาสนี้หาเสียงให้ตัวเองตลอด

ถ้าเป็นแบบนี้เราจะทำอย่างไร
ตอนนี้ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน
ก็ต้องใช้ความพยายามหาความรู้และอธิบาย
ให้คนอื่นๆรู้ความจริงด้วย
ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ชาวป่า วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/forester

หนักแน่น และลึกซึ้งครับ
.
+1
.
ขอบคุณครับ สำหรับทั้งหมดทั้งปวง

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เรือนข้าหลวง วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 06.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banklangtung

ฤาไทยจะไปไม่รอด..
คนไทยคงต้องหนักแน่น
อย่ารับของโจร...
อย่าซื้อของโจร..
อย่าให้โอกาสโจร..

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
หมูสนาม วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08

บทความของคุณ ยาวววววววว มาก
ต้องใช้เวลาพิจารณาทำความเข้าใจมากเป็นพิเศษ
แต่ละเรื่องมีที่มาที่ไป ซับซ้อน
แต่ถ้าพิจารณาถึงเจตนาของผู้เขียน
ที่มีความพยายามเขียนจนได้ขนาดนี้
ก็ต้องขอชื่นชมในความปราถนาดี
ที่มีต่อประเทศชาติ


แต่ในระดับข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่อง
ถ้าสามารถแยกย่อยให้ชัดเจนขึ้นเป็นเรื่องๆ
จะเกิดประโยชน์แก่ผู้อ่านมากขึ้นไปอีก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กฤษณกมล วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 22.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benz
.

เคราะห์ซ้ำ กรรมซัดจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting



โธ่ถัง กะละมังแตก
โอ่งก็แตก
หม้อชามรามไหร้าวและแตกไม่เหลือเลย

เหลืออะไรมั่งเนี่ยที่ยังไม่แตก

ที่นี่ประเทศไทยค่ะ



มิกล้าไม่เห็นด้วย
นักกฎหมายยังไร้ตาชั่ง
แล้วจะเหลือเหรอคะ


ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

เสียดายจังครับ คงมีคนจำนวนไม่มากที่ได้อ่านบทความนี้ แล้วผมจะพยายามให้คนอื่นได้อ่าน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
มาลีรัตน์ วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maleerat

สมบูรณ์ในตัวค่ะ +๑

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
dekkid วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reading

หลงอะไรก็ไม่ดีทั้งนั้นนะคะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 11.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anti-Corruption


ผลลัพธ์แห่งการสัประยุทธ์ครั้งสุดท้ายระหว่างความดีกับความชั่วในสังคมไทยจะเป็นเช่นเช่นไร ธรรมะย่อมชนะอธรรมจริงหรือไม่ ไม่ช้าสัจธรรมจักปรากฏ!!

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
indexthai วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


(เพิ่มเติมข้อมูล)

อดีตอัยการสูงสุด ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ ตำแหน่งที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลก่อนหน้า ร่วมแถลงผลงานรัฐบาลวันหนึ่ง ฟังแล้วไม่ระรื่นหู

ลองค้นข้อมูล พบว่าเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ 3 แห่ง ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ กรรมการธนาคารกรุงไทย กรรมการการบินไทย กรรมการบริษัทไออาร์พีซี (ทีพีไอเดิม) กรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ เงินเดือนก็จะใหญ่ไปด้วย ประมาณ 5 แสนถึงเกือบล้านบาทต่อเดือน หากได้เดือนละ 5 แสนบาท

3 ตำแหน่งแหน่งรวมกันก็ 1.5 ล้านบาทต่อเดือน 1 ปี 18 ล้านบาท ไม่รวมเบี้ยประชุม โบนัสประจำปี จำนวนหนึ่ง ซึ่งพอๆกับเงินเดือน เป็นกรรมการต่อเนื่อง 2-3 ปี ลองคำนวณดูว่าเท่าใด

จะหวังให้อัยการสูงสุด ส่งคดีของอดีตนายกปี 2544 สู่ศาล ดูละครโน๊ต เชิญยิ้มก็เพลินพอกัน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chaiyassu วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 05.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

พูดได้น่าสนใจมาก
จะพยายามตามลิงค์ที่อ้างถึงให้ครบ
โดยส่วนตัวแล้ว
ก็มองเห็นวิกฤตลาง ๆ ที่รัฐบาลก่อขึ้น
และเราก็หลงชื่นชม
เพราะผลประโยชน์บังตา
......อนุโมทนาสำหรับข้อมูล
แล้วจะแวะเก็บรายละเอียดอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
บิ๊กกัน191 วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/biggun191


ดูดู ดู ดูเธอทำ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BaCon วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
nhongkampangdin วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nhongkampangdin

ท่านอับบราฮัมลินคอน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเอาไว้ว่า "ประชาธิปไตยคือการปกครองประเทศของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน" ถ้าเราได้ติดตามแฝ้สังเกตุในอารยประเทศ ทั้งหลายที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย อาทิ สหหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ จะพบว่ามีพรรรคการเมือง และประชาชนผู้ศรัทธาพรรคการเมืองนั้นและต่างก็แบกแยกชัดเจนว่าใครเป็นคนของพรรคการเมืองใด ถึงเวลาเลือกตั้งก็ลงคะแนนให้พรรคนั้น ๆ ไป และเมื่อฝ่ายดได้รับการเลือกตั้งก็มีหน้าที่บริหารประเทศไปจนครบวาระ ฝ่ายที่แพ้ก็เป็นฝ่ายค้านคอยตรวจสอบการบริหารประเทศของรัฐบาล และคอยให้ข้อมูลที่ถูกต้องไม่บิดเบือนกับประชาชนสม่ำเสมอ ถ้าคราวนี้รัฐบาลบริหารประเทศได้ห่วยแตกเหลือกำลัง ในการเลือกตั้งคราวต่อไป ประชาชนก็จะตัดสินพิพากษาพรรคการเมืองนั้น โดยการไม่เลือกให้เข้าไปบริหารประเทศ เรื่องที่ท่านสอบถามกระผมมา ทุกเรื่องมีสองด้านครับ จริงหรือเท็จไม่เป็นประเด็นสำคัญอีกต่อไป สำคัญที่ว่าคุณเชื่อฝ่ายไหน ถูกต้องหรือไม่ครับ ข้อมูลที่ได้มา มีทั้ง ข้อเท็จ ข้อจริง ส่วนไหนมีน้ำหนักมากกว่ากันเป็นหน้าที่ขององค์คณะผู้พิพากษาท่าน ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะก้าวล่วงละเมิดอำนาจศาลท่านมิได้ เรามิควรสรุปจากสิ่งที่เรารู้และเราเชื่อ ไม่อย่างนั้นกระบวนการยุติธรรมจะถูกบิดเบือน โปรดให้ความสำคัญที่ความถูกต้อง มิใช่ความถูกใจ ตอนนี้เรื่องก็อยู่ในกระบวนการแล้วมิใช่หรือครับ ถ้าระบบศาลยุติธรรมยังไม่สามารถพึ่งพิงได้แล้ว ประเทศไทยแล้วจะดำรงค์ได้อยู่อีกหรือ
รักสงบจงลืมซึ่ง “ตัวกู” และลืมทั้ง “ตัวสู” อย่างเต็มที่
มี “สติ” “ปัญญา” และ “ปราณี”
หน้าที่ใคร ทำให้ดี เท่านี้เอย
พุทธทาสภิกขุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซันญ่า วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 04.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

งั้นคงต้องเป็นประชาไม่ธิไตยกันละ ไม่ ไม่ มีประชาธิปไตย
เพราะเราคนไทยไม่คัดสรรค์กลั่นกรองกันเลยว่าคนที่จะเข้าเป็นฝ่ายบริหาร มีความสามารถที่ปาก หรือสมอง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Jaychang วันที่ : 30/05/2008 เวลา : 06.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaysky

คงต้องหาทางใหม่แล้วมั้ง
เลือกออกมาแล้วลื้อเอง
ประชาชนเลือกไม่ใช่เหรอ เสียงข้างมากเลือกไม่ใช่เหรอ
ถ้าเสียงข้างน้อยมาลื้อได้ตลอด งั้นไม่ต้องมีรัฐบาลแระ เพราะเสียงข้างน้อยหรือเสียงตรงข้ามมีอยู่เสมอ
คงต้องคิดดูแล้วว่าประชาธิไตยเหมาะสมกับไทยจริงหรือเปล่า ซึ่งอาจารย์ของเราหลายท่านที่เป็น doctor ต่างก็สงสัยความเหมาะสมดังกล่าว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
officemom วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นในประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน