*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 543891
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 4530 , 06:14:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

แปรรูปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เบียดบังผลประโยชน์ชาติไปเป็นสมบัติตน ตลาดหลักทรัพย์ไทยจะตกเป็นของต่างชาติ

ขณะที่ประชาชนเดือดร้อน จากการที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น อันเนื่องมาจากเอาปตท.เข้าตลาดหุ้น นำรายได้และผลประโยชน์มาแบ่งจ่าย "ผู้บริหาร" และ "ผู้ถือหุ้น" อย่างเป็นล่ำเป็นสัน  

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้พากันไปชุมนุมประท้วง และทวงคืนบริษัท ที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ถนนวิภาวดีรังสิต

ก่อนหน้านั้น ประชาชนได้พากันลงชื่อเพื่อเสนอยกเลิก พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจ

แต่อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ใช้เวลาประมาณ 5 เดือนของรัฐบาลสมัคร ก็ทำการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทเอกชนได้สำเร็จ และเตรียมนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2554

ตลาดหลักทรัพย์เป็นองค์ที่ไม่แสวงหากำไร ตลาดฯมีรายได้จากค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ในธุรกรรมตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์มั่งคั่งที่สุดในประเทศไทย มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้สนับสนุนกีฬาเอเซี่ยนเกมส์ในประเทศไทย ร่วมกับปตท.และผู้สนับสนุนรายอื่นๆ ตลาดเป็นผู้ให้การอุปถัมภ์ (Sponsor) รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อุปถัมภ์ทุกด้าน ด้านการศึกษา ด้านวิชาการ การกีฬา ด้านสังคม การทหาร การตำรวจ มูลนิธิฯ ชมรมฯ เวปไซด์ ให้การสนับสนุน สิ่งพิมพ์ สื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์  วิทยุ โทรทัศน์  รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ที่มีราคาหุ้นวิ่ง

แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร แต่ยังเป็นผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ขนาดนี้

หากแปรรูปเป็นเอกชน และแสวงหากำไร จะมีกำไรสักปานใด 

ตลาดหลักทรัพย์ เป็นองค์กรที่มีบุญคุณแก่คนและส่วนที่เกี่ยวข้องกว้างขวาง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยกฎหมายพิเศษ ในปี 2518

กฎหมายพิเศษคืออะไร กฎหมายพิเศษคือเรื่องที่ถูกต้อง เหมาะสมแค่ไหน ให้ประโยชน์ประเทศชาติได้จริงหรือไม่
 
การตั้งสถานีโทรทัศน์ TPBS ก็ตั้งโดยกฎหมายพิเศษ..

33 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ไม่เคยโอนรายได้ให้กระทรวงการคลัง

ไม่มีใครคิดที่จะแก้กฎหมาย ให้โอนรายได้ของตลาดหลักทรัพย์ ให้กระทรวงการคลัง

ศักดินา(ข้าราชการระดับสูง) กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงการคลัง ฯลฯ ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก

พบว่ากระทรวงการต่างประเทศนำพาประเทศชาติเสียดินแดน

กระทรวงการคลังก็นำพาให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของชาติเช่นกัน

กระทรวงการคลังนำพาประเทศไทย ประสบวิกฤติเศรษฐกิจชาติ กระทั่งต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว การแก้ปัญหาที่เบี่ยงเบน ผิดทิศทาง เป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจให้เกิดความเสียหายต่อเนื่อง

ทำให้เกิด ป.ร.ส. บ.ส.ท. ผู้บริหารแผนทีพีไอ ฯลฯ ขึ้นมาขายสมบัติชาติ

รัฐวิสาหกิจที่กิจการดี ถูกนำมาแปรรูปเป็นบริษัทเอกชน เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เป็นผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มตน นำความย่ำแย่และนำความเดือดร้อนมาสู่ประเทศชาติและประชาชนอีก

ยกตัวอย่างเช่นการแปรรูปตท. เป็นการชงเรื่องโดยศักดินากระทรวงการคลัง มาเจอนักการเมือง และกลุ่มผู้บริหาร ที่คิดจะเอาประโยชน์ส่วนตน เข้าสวมรอยหาประโยชน์ทันที พากันได้หุ้นจองราคาต่ำผ่านนอมินีที่เป็นคนไทยและต่างชาติ  หุ้นส่วนหนึ่งจัดสรรให้แก่ผู้มีพระคุณ แบบไหนเรียกว่าผู้มีพระคุณ ชาวบ้านคือเจ้าของกลุ่มปตท.แต่แรก คือผู้มีพระคุณตัวจริง  ไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย แต่ต้องมาใช้น้ำมันที่ราคาสูงกันทั่วหน้า

ราคาหุ้นปตท. จากราคาจอง 35 บาท ได้พุ่งสูงขึ้นถึง 440 บาท กำไรกว่า 10 เท่าตัว  คนที่เกี่ยวข้องกำไรมหาศาล

สุดท้าย ศักดินาในกระทรวงการคลังก็มามีตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหารในรัฐวิสาหกิจที่แปรรูปนั้น คนละหลายตำแหน่ง

บริษัทในกลุ่มปตท. นำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 6 - 7 บริษัท มีตำแหน่งกรรมการและผู้บริหาร 161 ตำแหน่ง มีผู้บริหาร 70 คน บางคนเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร 4-6 ตำแหน่ง เฉลี่ย 2.3 ตำแหน่งต่อคน ได้รับเงินเดือน โบนัสประจำปี เบี้ยประชุมกรรมการ เบี้ยประชุมอนุกรรมการ อัตราสูง

บริษัทเอกชนมีกรรมการ 10 ตำแหน่ง แต่เอกชนแบบรัฐวิสาหกิจมีกรรมการ 15 ตำแหน่ง เฉพาะโบนัส ค่าประชุมกรรมการ ค่าประชุมอนุกรรมการ ตกประมาณปีละ 2.5 ล้านบาทต่อคน เฉลี่ยคนละ 2.3 ตำแหน่ง ก็จะมีผลตอบแทนประจำปีเกือบ 6 ล้านบาท เงินเดือนปีละ 10 ล้านบาท รวมผลตอบแทนประจำปีกับเงินเดือน ต่อคน ตกปีละ 16 ล้านบาท

กระทรวงการคลังได้รับเงินปันผลจากกลุ่มปตท.ตามสัดส่วนหุ้นที่เหลือ

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จำนวนหนึ่ง และผู้ถือหุ้นรายย่อยเพียง 204,561 คน (จากคนไทยทั้งหมด 63,000,000 คน) ได้รับเงินปันผลจากบริษัทในเครือปตท.

กระทรวงการคลัง มีภาษีรับจากผลประกอบการจากกลุ่มปตท.จำนวนหนึ่ง

ปตท.มีปตท.สผ.เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้โรงกลั่น ก็บวกกำไรจากการขายวัตถุดิบ ปตท.มีส่วนแบ่งโรงกลั่นสูงสุด กำหนดค่าการกลั่นสูง ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มสูง แม้ปั๊มปตท.ไม่มีกำไรหรือมีกำไรหน้าปั๊มน้อย แต่ภายหลังได้เงินปันผลจากบริษัทจัดหาวัตถุดิบ และ กลุ่มโรงกลั่น ก็ทำให้ปตท.มีกำไร

5-6 ปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นโดยตลอด ทำให้ต้นทุนนำเข้าน้ำมันสูงขึ้น

และ 5-6 ปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทก็สูงมาโดยตลอดเช่นกัน ทำให้ต้นทุนนำเข้าน้ำมันต่ำลง

ปตท.ก็คิดราคาน้ำมันขายหน้าปั๊มสูงขึ้นตามการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบนำเข้า แต่ไม่ได้คิดส่วนลดราคาน้ำมัน จากการสูงขึ้นของค่าเงินบาท ส่งผลให้บริษัทปตท.กำไรมโหฬาร

ราคาน้ำมันจากปตท.สูงขึ้นอย่างผิดปกติ ทำให้ราคาสินค้าและบริการทุกชนิดสูงขึ้นทั่วหน้า เงินเฟ้อสูง ทำให้คนไทย 63 ล้านคนทั่วประเทศ เดือดร้อนทั่วหน้า

ปตท.และบริษัทในกลุ่มปตท.มีกำไรมากเท่าใด ชาวบ้านก็เดือดร้อนมากเท่านั้น

ผลประโยชน์จากการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ จะมีการได้เสียมากกว่าการแปรรูปของกลุ่มปตท.

ลำดับปฏิบัติการ แปรรูปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

1) 27 กุมภาพันธ์ 2551 13:17 น. โพสต์ทูเดย์ ออนไลน์ รายงาน "หมอเลี๊ยบ"ตั้งกก.พัฒนาตลาดทุนใน 2 สัปดาห์  น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนในเบื้องต้น โดยมีรมว.คลังเป็นประธาน และคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เลขาธิการคณะกรรมการก.ล.ต. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมทั้งภาคเอกชนด้วย เพื่อช่วยกันดูแลเรื่องมาตรการในการขับเคลื่อนตลาดทุนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะสามารถเสนอให้นายกฯแต่งตั้งอย่างเป็นทางการได้

2) กลางเดือน มีนาคม  2551 16:17 น. Breakingnews Nationchannel รายงาน นางสาวศุภรัตน์ นาคบุญนำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวที่ประชุม ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย จำนวน 22 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน

3) 23 เมษายน 2551 12:30 น. Manager Online เสนอข่าว “เลี้ยบ” สั่งรื้อใหญ่โครงสร้างตลาดหุ้น ยกร่างแผนเสร็จใน 6 เดือน

นายวิจิตร สุพินิจ

4) 29 เมษายน 2551 18:49 น. Manager Online รายงาน ครม.สนองคุณ“แม้ว” ตั้ง “วิจิตร” คุมบอร์ด ก.ล.ต. (วิจิตร สุพินิจ ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งประธานตลาดหลักทรัพย์ ได้เข้ามาเป็นประธาน ก.ล.ต. แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อ 7 กรกฎาคม 2551)

นายกัมปนาท โลหะเจริญวานิช

5) วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2551 โพสต์ทูเดย์ดอทคอม รายงานข่าว นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ นายกัมปนาท โลหะเจริญวานิช ว่า สัปดาห์หน้าทาง "บอสตัน คอนซัลติง กรุ๊ป (บีซีจี)"  จะนำเสนอผลศึกษาขั้นสุดท้ายสำหรับการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ต่อคณะอนุกรรมการศึกษารูปแบบปรับโครงสร้างตลาดหลักทรัพย์ และคณะอนุฯ จะนำเสนอต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มิถุนายนนี้

เบื้องต้นแนวทางโครงสร้างการถือหุ้นตลาดหลักทรัพย์เมื่อแปรรูป จะแบ่งการถือครองหุ้นออกเป็น 3 ส่วน คือ โบรกเกอร์ ทางการถือหุ้นโดยตรง หรือองค์กรที่มีทางการควบคุมอยู่ และผู้ลงทุนทั่วไป ซึ่งอาจหมายรวมถึงพันธมิตรจากต่างประเทศ ทั้งนี้การถือหุ้นในส่วนโบรกเกอร์ยังไม่มีข้อสรุป

"ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ในโลกนี้ จะมีการถือหุ้น 3 แนวทาง คือ
1) โบรกเกอร์ถือทั้งหมด 2) โบรกเกอร์และทางการถือเท่ากันฝ่ายละ 50% และ 3) ระหว่างโบรกเกอร์ ทางการ และผู้ลงทุนทั่วไป ซึ่งหากป้องกันการถูกครอบงำกิจการ อาจจะเปิดทางให้ทางการเข้ามาถือครองหุ้นด้วย"

“ส่วนตัวผมต้องการให้โบรกเกอร์ถือหุ้นตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด แต่ คงเป็นไปไม่ได้ ส่วนแนวทางที่เหมาะกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ต้องให้ทางการเข้ามาร่วมถือหุ้น แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้นควรจัดโครงสร้างหน่วยธุรกิจก่อน เพื่อแยกธุรกิจ ที่สร้างกำไรและธุรกิจเพื่อสังคม ออกจากกัน ซึ่งน่าจะเริ่มเห็นในปีนี้” นายกัมปนาท กล่าว

6) วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน 2551 โพสต์ทูเดย์ดอทคอม นำเสนอข่าว บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นชอบแปรสภาพตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นบริษัทมหาชน

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ฉบับที่4) พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้เมื่อ 5 มีนาคม 2551

ภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้กรรมการโดยตำแหน่งยังเหมือนเดิมคือ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดย 2 ตำแหน่งแรกเป็นตำแหน่งที่ภาคการเมืองมีอำนาจสั่งการได้โดยตรง

และต้องมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คน

...........................................

วิจารณ์....

แต่นี้ต่อไป รัฐมนตีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้เป็นประธานตลาดหลักทรัพย์แล้ว แต่ได้เอกชนมาเป็นประธานตลาดหลักทรัพย์แทน (นายวิจิตร สุพินิจ)

ระบุว่าจะมีการแบ่งหุ้นให้ 3 กลุ่ม คือกระทรวงการคลัง โบรเกอร์ และพันธมิตรต่างชาติ

ข้ออ้างการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ..ก็คล้ายๆข้ออ้าง การแปรรูปปตท.(..เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ..เพื่อการตรวจสอบได้มากขึ้น)

ข้ออ้างการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ "เพื่อเป็นการพัฒนาตลาดทุนให้เจริญทัดเทียมกับต่างประเทศ"

นาย กัมปนาท โลหเจริญวนิช กรรมการบริษัท ทรีนิตี้ วัฒนา จำกัด(มหาชน) ที่เพิ่งครบวาระรองประธานตลาดหลักทรัพย์ รายงานผ่านผู้จัดการรายสัปดาห์ (18 กรกฎาคม 2551)  ว่า  "การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์นั้นผลดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมุมมองของใคร ถ้าเราไม่เกี่ยวข้องกับโลกภายนอก คงไม่เป็นไร ก่อนหน้านี้ทาง MSCI ให้น้ำหนักในตลาดหุ้นไทยราว 8-10%

แต่วันนี้เขาให้เราเพียง 1-2% ดังนั้นการแข่งขันต่อไปคงลำบาก ตลาดหุ้นบ้านเราโตในสัดส่วนที่น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน"

พูดคล้ายๆนายกรัฐมนตรีในอดีต อดีตนายกทักษิณ เมื่อพูดถึงการทำให้ประเทศไทยเจริญ มักอ้างคำว่าโลกโกลบอลไลซ์เป็นประจำ ทั้งๆที่โลกโกลบอลไลซ์ที่มีตลาดทุนทั้งหลายเสื่อมลงตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้น

ประเทศสหรัฐอเมริกายากจนลง เอกชนล้มลงจำนวนมาก เรื่อง "ซับไพร์ม" แสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินสหรัฐเสียหนัก สถาบันการเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯของไทยก็พบกับความเสียหายที่ไปลงทุนใน CDO สหรัฐอเมริกาเช่นกัน

ตลาดหุ้นในหลายประเทศ ไม่ว่า ตุรกี อาร์เจนตินา อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ สภาพคล่องของระบบเสียหาย ค่าเงินเสียหาย ภาคการผลิตจริง และภาคการเงินล้มลง ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟทุกประเทศ ยกเว้นแต่ประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ

33 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ กระทั่งต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว เป็นเหตุให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย ค่าเงินบาทเสียหาย ภาคการผลิตจริงล้มลงค่อนประเทศ สถาบันการเงินล้มลงในช่วงแรก 54 แห่ง แต่ทุกวันนี้ล้มลงกว่า 70 แห่งแล้ว

ได้มีการอ้างต่างประเทศ(โลกภายนอก)อีกเช่นเคย "ก่อนหน้านี้ทาง MSCI ให้น้ำหนักในตลาดหุ้นไทยราว 8-10% แต่วันนี้เขาให้เราเพียง 1-2%"

ดัชนีสะสมหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้นไทย


ข้อมูลการซื้อขายแยกประเภทตามกลุ่มผู้ลงทุนที่เห็นนี้ มีอยู่ทุกโบรเกอร์ การซื้อขายหุ้นไม่ได้อยู่ที่การชี้บอกของ MSCI แต่ขึ้นอยู่กับภาวะสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจของโลก จากการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000 เป็นต้นมา ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ทำให้เงินไหลออกจากอเมริกา ไหลไปท่วมประเทศต่างๆ เข้าไปลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศต่างๆ ทำให้ค่าเงินและตลาดหุ้นของประเทศต่างๆสูงขึ้น

จากกราฟที่เห็น การลงทุนของต่างชาติไม่ได้เหลือเพียง 1-2% ดังที่นาย กัมปนาท โลหเจริญวนิชกล่าว จะเห็นว่าปี 2007 ต่างชาติมีการสะสมหุ้นไทยมากเป็นประวัติการณ์

การพัฒนาตลาดหุ้นไทยมีต่อเนื่องตลอด 33 ปีที่ผ่านมา แต่ยิ่งพัฒนายิ่งกลายเป็นบ่อนการพนันมากขึ้น เช่น ตลาดตราสารอนุพันธ์ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นต้น ซึ่ง "คือการเอาตัวเลขดัชนีหรือราคาหุ้น หรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์มาทำการซื้อขาย" ซึ่งไม่ได้แตกต่างอะไรจากการขายตัวเลขหวยเบอร์หรือสลากกินแบ่งของรัฐบาล ทางอีสานของไทย เรียกการซื้อหวยว่า "ซื้อเลข"

มันคือธุรกรรมอบายมุข 

กองสลากกินแบ่งรัฐบาล คือตลาดอบายมุขกองใหญ่ของประเทศไทย รายได้ดีมาก ไม่ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะดีหรือฟุบ รายได้ของกองสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่เคยฟุบ ตลาดหลักทรัพย์เป็นอบาบมุขกองใหญ่กว่ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล

ตลาดหุ้นมีรายได้สูงกว่ากองสลากมาก

เพราะเหตุนี้จึงพากันคิดแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเอกชน เพื่อนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เอาผลประโยชน์ใบหุ้นมาแบ่งปันกัน จะมีการเอาเปรียบระบบจากธุรกรรมของตลาดทุนสูงมาก เลวร้ายกว่าการนำปตท.เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้น

หากการแปรรูปตลาดหุ้น เป็นเอกชน คือการพัฒนาประเทศ การแปรรูปกองสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นเอกชน ก็คือการพัฒนาประเทศเช่นกัน คนที่เข้าใจจะเห็นด้วยเรื่องนี้ได้อย่างไร ผู้เขียนไม่เห็นด้วยธุรกรรมอบายมุข หากเลิกสลากกินแบ่งและเลิกตลาดหุ้นได้เป็นเรื่องที่ดี แต่นี่คือการเบียดเบียนประโยชน์ของรัฐไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม ออกกฎหมายมาฉ้อฉลสมบัติชาติ หรือ ..คอร์รัปชันเชิงนโยบาย

จะมีคนร่ำรวยแบบตรงไปตรงมา และร่ำรวยจากการปั่นตลาด แต่การร่ำรวยทั้ง 2 แบบเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการร่ำรวยจากเครื่องมือที่ผิดปกติของระบบ มีคนและองค์กรส่วนน้อยที่ร่ำรวยมหาศาลจากธุรกรรมดังกล่าว แต่ประเทศชาติยากจนลง

'วอร์เรน บัพเฟตต์' มั่งคั่งที่สุดในโลก มั่งคั่งจากการซื้อขายกระดาษในตลาดเงินและตลาดทุน มั่งคั่งจากเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ผิดปกติของโลก

ส่งผลให้  'วอร์เรน บัพเฟตต์' มั่งคั่งอย่างผิดปกติ

แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาจนลงอย่างผิดปกติเช่นกัน

"ตลาดหุ้นกรุงเทพฯ" คือตลาดหุ้นยุคแรก เป็นของเอกชน และดำเนินงานโดยเอกชน มีที่ทำการอยู่ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์

..ต่อมา

ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจะจัดให้มีแหล่งกลางสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์และการระดมเงินทุนในประเทศ ตามมาด้วยการแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับรายได้เพื่อให้สามารถนำเงินออมมาลงทุนในตลาดทุนได้ ในปี พ.ศ. 2518 รูปแบบทางกฎหมายต่างๆได้รับการปรับแก้จนลงตัว 

และในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย (ชื่อภาษาอังกฤษในขณะนั้นคือ The Securities Exchange of Thailand) ได้เปิดทำการซื้อขายขึ้นอย่างเป็น ทางการครั้งแรกและได้ทำการเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น "The Stock Exchange of Thailand" (SET) เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2534

ก็แสดงว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นองค์กรของรัฐ หรือของกระทรวงการคลังตั้งแต่ปี 2518 แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่ของเอกชน แต่เพราะตลาดหลักทรัพย์ตั้งขึ้นด้วย "กฎหมายพิเศษ" ที่ไม่เคยนำส่งรายได้ให้กระทรวงการคลังเลย จึงทำให้โมเม หรือแกล้งไม่รู้ว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นของใคร เป็นของรัฐหรือเป็นของเอกชน

ที่มาของความเป็นเจ้าของ อยู่ที่ช่วงเริ่มต้น หากช่วงเริ่มต้นเป็นของเอกชน ก็ต้องเป็นของเอกชน หากช่วงเริ่มต้นเป็นของรัฐ ก็ต้องเป็นของรัฐ

กิจการที่มีกำไรแน่นอนดีอย่างเช่น "สำนักงานสลากกินแบ่ง" เป็นของรัฐ ก็ไม่ต้องไปแบ่งหุ้นให้เอกชน เอกชนมีสิทธิอะไรที่จะมาขอแบ่งเอาผลประโยชน์ไปดื้อๆ

ประเทศไทยหวังพึ่งใครได้ยาก ไม่ว่าศักดินากระทรวงการคลัง(ข้าราชการระดับสูง) และนักการเมือง ต่างจับมือมุ่งหน้าลงต่ำในทิศทางเดียวกัน คิดแอบฉวยผลประโยชน์ของประเทศชาติไปเป็นของส่วนตน

ที่อ้างทุกครั้งคือ แปรรูปแล้ว ทางการก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทางการยังถือหุ้นใหญ่เช่นปตท. ชาวบ้านเดือดร้อนเพิ่มขึ้นทุกหย่อมหญ้า

"ข้ออ้าง" ในการคิดแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เป็น "ข้อแอบอ้าง"

ไม่คิดออกกฎหมายให้ตลาดหลักทรัพย์ส่งรายได้เข้าคลัง"

แต่คิดออกกฎหมายแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ..ให้เป็นบริษัทเอกชนแทน..

รัฐบาลสมัครใช้เวลา 5 เดือน ทำการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเอกชนสำเร็จ

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยตลอดเวลา

ต่อไปรายได้ที่แน่นอนของตลาดหลักทรัพย์ก็จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังที่คัดลอกข่าวมานำเสนอในช่วงต้น  อาจจะมีนักลงทุนรายย่อยเป็นผู้ถือหุ้นบ้าง

ผลจากวิกฤติการพังทลายของตลาดหุ้นปี 2538 - 2541 ทำให้โบรเกอร์ทุกวันนี้ตกเป็นของต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ เอาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ไปแบ่งให้โบรเกอร์ ..ก็คือเอาไปแบ่งให้ต่างชาติ

ขายชาติ

ตลาดหุ้นไม่ได้ทำความเจริญทางเศรษฐกิจแก่ประเทศใดๆ

ประเทศที่มีตลาดหุ้น กำลังล่มสลายเพราะตลาดหุ้น ไม่ยกเว้นแต่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตลาดหุ้นมั่งคั่งขึ้น แต่ระบบจะจนลง ดังเช่นปรากฎการณ์ที่ได้เกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐอเมริกาขณะนี้

ตลาดหุ้นเป็นนายบ่อน คอยเก็บค่าต๋ง จึงร่ำรวยมั่งคั่งอย่างเดียว แต่ทำให้ประเทศชาติยากจนลง เป็นเรื่องที่อันตรายที่ยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดตระหนัก และยังไม่มีใครคิดแก้ไข  แต่คิดนำประโยชน์ไปแบ่งปันกัน

สิ่งเลวร้ายนี้ยังถูกปล่อยให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย

การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทเอกชน  ดูแล้วเหมือนฉลาด

แท้จริงไม่ฉลาด

เป็นการฉลาดแกมโกง (โฉเก) ยักยอก หรือฉ้อฉลทรัพย์สินของชาติ

เลวร้ายกว่าการนำปตท.เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

33 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย ต้องลดและต้องลอยเงินบาท คือต้นเหตุที่ทำให้ประเทศชาติยากจน ที่ไม่มีใครตระหนัก และสินทรัพย์ของประเทศตกเป็นของต่างชาติแทบหมด การพัฒนาตลาดทุนครั้งนี้ จะซ้ำเติมการทำร้ายประเทศชาติมากกว่าเดิม

สรุปประเด็นของบทความ

1) ตลาดหุ้นไม่ใช่องค์กรที่ทำให้ประเทศไทยเจริญ เป็นองค์กรที่ทำให้เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจกระทั่งต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว เป็นวิสัยทัศน์ปรัชญาที่เบี่ยงเบน ประกอบกับคุณธรรมและจริยธรรมของคนที่เกี่ยวข้องต่ำ ทำให้ประเทศไทยยากจนลง

2) ด้วยกลไกของระบบตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นอยู่  จะมีการออกเครื่องมือตัวใหม่(อบายมุข)เพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นมั่งคั่งขึ้นแต่อย่างเดียว แต่ประเทศไทยจนลง และหลายๆประเทศก็เป็นเช่นนี้ เช่นประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้น

3) ไม่เห็นถึงอันตรายของตลาดหุ้นที่ส่งผลร้ายต่อระบบ แต่กลับมีการนำตลาดหุ้นไปแปรรูปเป็นบริษัทเอกชน เพื่อจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ความมั่งคั่งจะถูกนำมาแบ่งปันให้ผู้ถือหุ้น ตลาดหุ้นมั่งคั่งมากขึ้นเท่าใด ประเทศชาติประชาชนจะล่มจมลงเท่านั้น จะเดือดร้อนมากขึ้น

(ภาพจาก internet)

@@@@@@@@@@@@@@@


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
soultraveller วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 03.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
Vacation Rentals by Owner

ขอบคุณสำหรับ entry นี้ครับ

http://horoscope.krubpom.com/

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 30/08/2008 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

มาศึกษาหาความรู้และมาทักทายครับหลังจากที่เจอในเสรีไทยบ้างแล้ว..มาขอแอดด้วยเด้อครับ..

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ฟิวเจอร์ วันที่ : 22/08/2008 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cwichuda

เศร้าจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
indexthai วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


‘ประเสริฐ’คั่ว ผู้นำตลาดทุน

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551
http://www.posttoday.com/stockmarket.php?id=1343

โพสต์ทูเดย์ — “ประเสริฐ บุญสัมพันธ์” ผงาด คว้าเก้าอี้ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยคนใหม่

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้มีการเลือกประธานสภาฯ คนใหม่แทนนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ที่จะหมดวาระลงในสิ้นเดือนนี้
ทั้งนี้ ที่ประชุมลงมติเป็น เอกฉันท์ เลือกนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นประธานสภาฯ คนใหม่ ซึ่งจะทำให้สภาฯ มีบทบาทมากขึ้นในเวทีเจรจาต่างๆ

สำหรับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประกอบด้วย 5 สมาคมที่อยู่ในวงการตลาดทุน ซึ่งตามธรรมนูญเมื่อประธานสภาฯ หมดวาระลงก็จะเลือกประธานหรือนายกใน 5 สมาคมนี้ขึ้นเป็นประธานสภาฯ คนใหม่

ที่ผ่านมา ประธานสภาฯ คนแรก คือนายสุเทพ พีตกานนท์ อดีตประธานสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ นายก้องเกียรติเป็นคนที่ 2 โดยสภาฯ ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของคนในวงการตลาดทุน มีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นต่อรัฐบาล

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
indexthai วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 22.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คห.20 ..อ.มาลีรัตน์
http://www.oknation.net/blog/maleerat
..................................................
ขอบคุณ อ.มาลีรันต์ที่เม้นท์ (เม้นท์ ..ภาษาใหม่ของคนใน blog คงมาจาก comment)

ผมอยู่กับเรื่องเศรษฐกิจโลกมานาน เก็บข้อมูลตลาดหุ้นประเทศต่างๆทั่วโลกมาสร้างดัชนีไว้ เป็นการส่วนตัว

เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ และของทั้งโลก จึงทำให้ทราบความเป็นไปทาง

เศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลก ผ่านตลาดหุ้น เช่นที่นำเสนอนี้

http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/08/16/entry-1 ตลาดหุ้นเป็นต้นเหตุให้เกิดความยากจน

อย่างมีนัยสำคัญ ตลาดหุ้นเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจโลกทุนนิยมทุกประเทศ ไม่ว่าไทย อาร์เจนตินา และอเมริกา

เห็นข่าวเรื่องหุ้น ของรัฐบาลสมัคร ที่ออกมาเป็นระยะๆ แบบเร่งด่วน ผมจึงรวบรวบไว้ใน rivermoon .."

สัญชาตญาณ" บอกว่า "พวกอวิชชา" กำลังคิดชำเราชาติ กำลังคิดหาประโยชน์ส่วนตนจากตลาดหุ้น โดยไม่

ทราบว่าจะทำให้ประเทศชาติ ประชาชนเดือดร้อนต่อเนื่อง แล้วสัญชาตญาณของผมก็เป็นจริง..

ดูข่าวที่นำเสนอไว้อีกครั้ง...

1) 27 กุมภาพันธ์ 2551 13:17 น. โพสต์ทูเดย์ ออนไลน์ รายงาน "หมอเลี๊ยบ"ตั้งกก.พัฒนาตลาดทุนใน 2

สัปดาห์

2) กลางเดือน มีนาคม 2551 16:17 น. Breakingnews Nationchannel รายงาน นางสาวศุภรัตน์ นาคบุญนำ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวที่ประชุม ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุน

ไทย จำนวน 22 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน

3) 23 เมษายน 2551 12:30 น. Manager Online เสนอข่าว “เลี้ยบ” สั่งรื้อใหญ่โครงสร้างตลาดหุ้น ยกร่าง

แผนเสร็จใน 6 เดือน

4) 29 เมษายน 2551 18:49 น. Manager Online รายงาน ครม.สนองคุณ“แม้ว” ตั้ง “วิจิตร” คุมบอร์ด ก.ล.ต.

(วิจิตร สุพินิจ ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งประธานตลาดหลักทรัพย์ ได้เข้ามาเป็นประธาน ก.ล.ต. แทนรัฐมนตรีว่า

การกระทรวงการคลัง เมื่อ 7 กรกฎาคม 2551)

กลางเดือน มีนาคม 2551...
"ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย จำนวน 22 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เป็นประธาน"

23 เมษายน 2551...
"“เลี้ยบ” สั่งรื้อใหญ่โครงสร้างตลาดหุ้น ยกร่างแผนเสร็จใน 6 เดือน"

29 เมษายน 2551...
"ครม.สนองคุณ“แม้ว” ตั้ง “วิจิตร” คุมบอร์ด ก.ล.ต."
....................................................................................
กรรรมการฯ 22 คนเป็นใครบ้าง ไม่มีรายชื่อในข่าว ไม่ถึง 6 เดือน ก็ตั้ง "วิจิตร” คุมบอร์ด ก.ล.ต. แทนรมว.คลัง

..กลายเป็นเอกชนไปเรียบร้อย และเตรียมเข้าตลาดหุ้น.. ข่าวต่างๆที่ออกมาจึงเป็นเพียงสร้างภาพเท่านั้น

ใครเป็นคนชงงานเช่นนี้.. "รัฐมนตรีคลังของแต่ละรัฐบาล" เป็นเพียงเครื่องมือของศักดินากระทรวงการคลัง

ประเทศไทยเสียหายต่อเนื่องมากว่า 30 ปีแล้ว

ทักษิณมาก็ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น แต่มาซ้ำเติมประเทศไทยให้เลวร้ายลงอีก
....................................................................................
เรื่องที่อาจารย์ ..ถามถึง
....................................................................................
1) หุ้นปตท. "ก่อนเข้าตลาดกับหลังเข้าตลาด ประมาณ ๑ เดือน มีใครบ้างในวงการการเมือง และปัจจุบัน ผู้

เกี่ยวข้องยังมีใครถือหุ้นใหญ่ไหม"

คงหาได้ครับ โดยค้นจากรายงานประจำปี ที่ห้องสมุดตลาดหลักทรัพย์ ที่ website http://www.pttplc.com/ มี

ข้อมูลแค่ปีล่าสุดเท่านั้น

แต่ที่ผมรวบรวมไว้.. รายชื่อของกรรมการในเครือปตท. 70 คน มีตำแหน่ง 161 ตำแหน่ง (ปี 2549)
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/17/entry-2
....................................................................................
2) "อยากรบกวนอาจารย์เขียนเรื่อง ปตท.ในมุมธรรมาภิบาลสักครั้งค่ะ"
ผมเตรียมจะเขียนอยู่เหมือนกัน คงจะเขียนเชิงปรัชญา.. ซึ่งผมก็นำเสนอไว้บ้างแล้ว ผมนำเสนอไว้ใน หนังสือ "

ศักดิโนมิคส์ ทักษิโณมิกซ์" ..ที่ชุมชนอโศกนำไปตีพิมพ์ แจกผู้ชุมนุมที่สะพานมัฆวาน ซึ่งเอาไปจาก link นี้ ..

http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/05/03/entry-1

นำเสนอเชิงเปรียบเทียบ

เปรียบเทียบปรัชญาองค์กร .. ระหว่าง "ปตท." กับ "ชุมชนอโศก"

2.1) ผู้บริหารระดับสูงปตท. มีประโยชน์ส่วนตนในองค์กรสูง เช่น นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ มีตำแหน่งในเครือ

ปตท. 6 ตำแหน่ง
เงินเดือน ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ10 ล้านบาทต่อปี ต่อตำแหน่ง .. 6 ตำแหน่ง เท่ากับ 60 ล้านบาทต่อปี

2.2) ผู้รับใช้ชุมชนอโศก (ชุมชนอโศก เขาไม่เรียกมีผู้บริหารระดับสูง แต่เรียกว่า "ผู้รับใช้" ) เช่น ร.ต. แซมดิน

เลิศบุศย์ มีตำแหน่งผู้รับใช้ระดับสูงมากกว่า 10 ตำแหน่งในชุมชุนอโศก แต่มีเงินเดือน 2,500 บาทต่อเดือน (

อ้างอิงคำเทศน์ของท่านจันทร์) ต่อปี 30,000 บาท ชุมชนอโศกอยู่กันแบบสาธารณะโภคี มีและใช้ปัจจัย 4 คือ

อาหาร เครื่องห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค เอาจากส่วนกลาง "สาธารณะโภคี"

@@ ปรัชญาแบบ ปตท. _______________________________
ยกตัวอย่าง ..นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ มีรายได้ต่อปี 60 ล้านบาท ..ปตท.กำไรสูง ..ก็จ่ายปันผลผู้ถือหุ้นสูง
ปตท.กำไรปีละเกือบ 1 แสนล้านบาท
ประชาชน ต้องใช้ราคาน้ำมันสูงกว่าความเป็นจริง แทนที่จะใช้เบนซินลิตรละ 30 บาท แต่ต้องมาใช้เบนซิน

ลิตรละ 40 บาท
หลังประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ..ผู้บริหารปตท.ออกมารณรงค์ ให้ประหยัดน้ำมัน ..(ตลกจัง)
ราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าการเดินทางสูงขึ้น (เงินเฟ้อสูง)
แล้วรัฐบาลก็ออกมาเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ

ถ้าปตท.ไม่เอากำไรมาก ผู้บริหารไม่เอาเงินเดือนมาก นักลงทุนก็ไม่ต้องมีเงินปันผลมาก ราคาน้ำมันก็จะไม่สูง

มาก
ราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าการเดินทาง ก็ไม่สูงขึ้น (เงินเฟ้อต่ำ)
ก็ไม่ต้องมาขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ ก็ไม่ต้องออกมารณรงค์ ให้ประหยัดน้ำมัน

ประชาชนไม่มีใครขึ้นเงินเดือนให้ ต้องเป็นฝ่ายแบกภาระ เป็นฝ่ายที่เดือดร้อน
.
"ปตท. ผู้บริหารระดับสูง ผู้ถือหุ้น" มีรายได้มากเท่าใด ประเทศชาติประชาชนก็เดือดร้อนมากเท่านั้น

ผู้บริหารปตท. ข้าราชการ ต้องทำงาน ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข
แต่เรื่องนี้กลับตรงกันข้าม...
สิ่งที่เกิดขึ้นคือประชาชน กลายเป็นผู้ทำให้ผู้บริหารและข้าราชการระดับสูงอยู่ดีมีสุข มีรายได้สูง
แล้วตนเองเดือดร้อน
เช่น ..ทำให้นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ มีรายได้ต่อปีสูงถึง 60 ล้านบาท

@@ ปรัชญาแบบชุมชนอโศก_______________________________
ยกตัวอย่าง ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ มีรายได้ต่อปี 30,000 บาท
ชุมชนอโศก.. ผลิตผลและผลบุญที่เกิดขึ้น จากสัมมาอาชีวะ ถูกรวบรวมไว้เป็นของส่วนกลาง เรียก "สาธารณะ

โภคี"
ประชาชน (ชุมชน) มีกิน มีใช้ ร่วมกัน บริบูรณ์ จากสาธารณะโภคี
ผู้รับใช้ไม่เอารายได้สูงๆ มาเป็นของตนเอง ..ทำให้ความมั่งคั่งอยู่ที่ระบบ
ประชาชน (ชุมชน) จึงไม่เดือดร้อน
ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ มีรายได้ต่อปี 30,000 บาท ..ต่ำอย่างเหลือเชื่อ

ทุนนิยม.. ปตท. ..กอบโกยทรัพยากรณ์ไปจากระบบ ..ทำให้ระบบยากจนลง
บุญนิยม.. ชุมชนอโศก ..ไม่กอบโกยทรัพยากรณ์ไปจากระบบ ..ทำให้ระบบมั่นคง มั่งคั่ง

ตัวอย่าง ความมั่นคงของ "ชุมชนอโศก" ที่พธม.ขณะนี้
ทำบุญ ทำทานแรงงาน ..ไม่มีค่าจ้าง ในการทำครัว เก็บกวาดขยะ ทำความสะอาดบริเวณงาน
ทำบุญ ทำทานปัญญา พิมพ์หนังสือแจกฟรี 3 เรื่อง นับแสนเล่ม ซึ่งต้องมีทุนในการดำเนินงาน ..
แสดงถึงเศรษฐกิจของชุมชนมั่นคงจริง..จึงสามารถพิมพ์หนังสือแจกฟรีได้..
มั่นคง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และ
มั่นคง ทั้งทางด้านจิตใจ..
....................................................................................
กลไก.. ที่เกิดขึ้น เป็นความจริง ที่พบได้ทุกวันนี้..

ตัวนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ "มั่งคั่ง" ...แต่ "ระบบยากจนลง" ..ชาวบ้าน หรือคนส่วนใหญ่เดือดร้อน
ตัว ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ "ไม่มั่งคั่ง".... แต่ "ระบบมั่นคง" (เรียกว่ามั่งคั่งได้) ..ชาวบ้าน หรือคนส่วนใหญ่มีอยู่มี

กินบริบูรณ์ ไม่เดือดร้อน

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ..เอาประโยชน์ไปจากระบบ
ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ ..ไม่เอาประโยชน์ไปจากระบบ
....................................................................................
เรื่องธรรมาภิบาล..
เราเรียนรู้ ..ศีล 5 มา 2551 ปีแล้ว ..ศีล 5 คือหลักธรรมาภิบาล
ไม่เบียดเบียน ไม่เอารัดเอาเปรียบ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น
ไม่เบียดเบียน ไม่เอารัดเอาเปรียบ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง
ไม่เบียดเบียน ไม่เอารัดเอาเปรียบ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของทั้งคนและสัตว์
ไม่เบียดเบียน ไม่เอารัดเอาเปรียบ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของสิ่งแวดล้อม

แต่ธรรมมาภิบาลเกิดขึ้นกับประเทศไทยน้อยมาก
พบเห็นการเบียดเบียน การเอารัดเอาเปรียบ ประเทศชาติ ประชาชน ตลอดเวลา
นี่คือปัญหา ..เราจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร ?????

ใครเป็นคนกำหนด ..รายได้ของ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ..หรือ ..รายได้ของ ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์
ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ปรัชญา คุณธรรมจริยธรรมของระบบ

ระบบทุนนิยม (นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์) คือการเอารัดเอาเปรียบรอบด้าน กอบโกย ..ไม่มีการเสียสละ
ระบบบุญนิยม (ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์) ไม่คิดเอารัดเอาเปรียบรอบด้าน ไม่กอบโกย ..เป็นการเสียสละสูง

หากผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศเป็นแบบนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประเทศชาติ ประชาชน จึงเดือดร้อน
แต่หากผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศประเทศ ทำตัวเองเป็นผู้รับใช้แบบ ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ ประเทศชาติ

ประชาชน จะไม่เดือดร้อน
@
ผู้บริหารระดับสูงสุดประเทศไทย
ที่ ..มีทรัพย์สินเพิ่ม 1-2 แสนล้านบาท ..แล้วประเทศชาติ และประชาชนจะไม่จนลงได้อย่างไร
@
....................................................................................
@
ตลาดหุ้น คือสิ่งผิดปกติของประเทศ ทำให้ประเทศยากจนค่นแค้นลง ..ที่ไม่มีใครเข้าใจ
แม้เศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ล่มลงอย่างบอบช้ำ เพราะตลาดหุ้น
ประเทศไทย...
แม้นักการเมืองไม่ชั่วร้าย ความยากจนค่นแค้น ก็เกิดขึ้นกับประเทศไทยอยู่แล้ว
แต่นักการเมืองส่วนใหญ่ยังชั่วร้ายเป็นส่วนมาก
คือความเลวร้ายยกกำลัง 2 ของประเทศไทย
.
สิ่งที่มีรายได้ และกำไรสูง ที่ไม่เคยโอนเงินเข้ากระทรวงการคลัง
แต่กลับจะเอาไปแบ่งขายให้ต่างชาติ 49%
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/08/17/entry-1
@

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
มาลีรัตน์ วันที่ : 15/08/2008 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maleerat

ขอบคุณบทความค่ะ แม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องมากนัก แต่คำว่าแปรรูปมันหลอกหลอนไว้ค่ะ ยอมรับว่ากลัวค่ะ แต่เอาไปเผยแพรต่อไม่เป็นเพราะยังเข้าใจไม่ถ่องแท้ อาจารย์คะ เรื่อง ปตท.เราสามารถค้นย้อนหลังได้ไหมคะว่าผู้ถือหุ้นก่อนเข้าตลาดกับหลังเข้าตลาด ประมาณ ๑ เดือน มีใครบ้างในวงการการเมือง และปัจจุบัน ผู้เกี่ยวข้องยังมีใครถือหุ้นใหญ่ไหม สรุป อยากรบกวนอาจารย์เขียนเรื่อง ปตท.ในมุมธรรมาภิบาลสักครั้งค่ะ ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
vpts439 วันที่ : 11/08/2008 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vpts439dependent
vpts439- - - - - - - - - ->@/\_/\@


สวัสดีน้า indexthai ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์ครับ
เรื่องหุ้น เงิน ๆ ทอง ๆ เป็นเรื่องกลโกง ครับ
เป็นปกติของวงการ..... มันเป็นไปแล้วครับน้า
อิๆๆ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
indexthai วันที่ : 11/08/2008 เวลา : 05.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


รายชื่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.
(ข้อมูล ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2551)
http://www.sec.or.th/sec/Content_0000000105.jsp?categoryID=CAT0000428&lang=th

นายวิจิตร สุพินิจ ประธานกรรมการ

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นางธาริษา วัฒนเกส กรรมการ
ปลัดกระทรวงการคลัง นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล กรรมการ
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ กรรมการ

นายสมพล เกียรติไพบูลย์ กรรมการ
นายนนทพล นิ่มสมบุญ กรรมการ
นายกำชัย จงจักรพันธ์ กรรมการ
นางพรรณี สถาวโรดม กรรมการ
พล.ต.ต. พรภัทร์ สุยะนันทน์ กรรมการ
นายสมชาย คูวิจิตรสุวรรณ กรรมการ
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล กรรมการและเลขานุการ
@

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
indexthai วันที่ : 11/08/2008 เวลา : 05.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


รายชื่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.
(16 มีนาคม 2535 - ปัจจุบัน)
http://www.sec.or.th/sec/Content_0000000622.jsp?categoryID=CAT0000428&lang=th

ประธานกรรมการ ก.ล.ต. (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง)
นายสุธี สิงห์เสน่ห์ 17 มีนาคม 2535 - 15 มิถุนายน 2535
นายพนัส สิมะเสถียร 16 มิถุนายน 2535 - 28 กันยายน 2535
นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ 29 กันยายน 2535 - 17 กรกฎาคม 2538
นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย 18 กรกฎาคม 2538 - 26 พฤษภาคม 2539
นายบดี จุณณานนท์ 28 พฤษภาคม 2539 - 15 ตุลาคม 2539
นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ (รักษาการ) 16 ตุลาคม 2539 - 18 พฤศจิกายน 2539
นายประภัตร โพธิสุธน (รักษาการ) 19 พฤศจิกายน 2539 - 28 พฤศจิกายน 2539
นายอำนวย วีรวรรณ 29 พฤศจิกายน 2539 - 20 มิถุนายน 2540
นายทนง พิทยะ 21 มิถุนายน 2540 - 23 ตุลาคม 2540
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ 24 ตุลาคม 2540 - 13 พฤศจิกายน 2540
นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ 14 พฤศจิกายน 2540 - 17 กุมภาพันธ์ 2544
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 18 กุมภาพันธ์ 2544 - 9 กุมภาพันธ์ 2546
ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ 10 กุมภาพันธ์ 2546 - 9 มีนาคม 2547
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 10 มีนาคม 2547 - 1 สิงหาคม 2548
นายทนง พิทยะ 2 สิงหาคม 2548 - 19 กันยายน 2549
ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล 9 ตุลาคม 2549 - 28 กุมภาพันธ์ 2550
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ 7 มีนาคม 2550 - 5 กุมภาพันธ์ 2551
นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี 6 กุมภาพันธ์ 2551 - 6 กรกฎาคม 2551

ประธานกรรมการ ก.ล.ต. (ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง)
นายวิจิตร สุพินิจ 29 เมษายน 2551 - ปัจจุบัน

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
นายวิจิตร สุพินิจ 17 มีนาคม 2535 - 2 กรกฎาคม 2539
นายเริงชัย มะระกานนท์ 13 กรกฎาคม 2539 - 27 กรกฎาคม 2540
นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ 28 กรกฎาคม 2540 - 5 พฤษภาคม 2541
ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล 6 พฤษภาคม 2541 - 30 พฤษภาคม 2544
ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล 31 พฤษภาคม 2544 - 7 ตุลาคม 2549
นางธาริษา วัฒนเกส 8 พฤศจิกายน 2549 - ปัจจุบัน

ปลัดกระทรวงการคลัง
นายพนัส สิมะเสถียร 17 มีนาคม 2535 - 15 มิถุนายน 2535
นายบัณฑิต บุณยะปานะ 16 มิถุนายน 2535 - 7 กรกฎาคม 2536
นายอรัญ ธรรมโน 20 กรกฎาคม 2536 - 30 กันยายน 2538
มรว. จัตุมงคล โสณกุล 1 ตุลาคม 2538 - 28 กรกฎาคม 2540
นายศุภชัย พิศิษฐวานิช (รักษาการ) 29 กรกฎาคม 2540 - 4 สิงหาคม 2540
นายศุภชัย พิศิษฐวานิช 5 สิงหาคม 2540 - 30 กันยายน 2543
นายสมใจนึก เองตระกูล 1 ตุลาคม 2543 - 30 กันยายน 2547
นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล 1 ตุลาคม 2547 - ปัจจุบัน

ปลัดกระทรวงพาณิชย์
นายพชร อิศรเสนา ณ อยุธยา 17 มีนาคม 2535 - 16 กันยายน 2537
นายจเร จุฑารัตนกุล 1 ตุลาคม 2537 - 30 กันยายน 2538
นายสมพล เกียรติไพบูลย์ 27 ตุลาคม 2538 - 30 กันยายน 2543
นายเกริกไกร จีระแพทย์ 1 ตุลาคม 2543 - 6 กันยายน 2544
นายธรรมนูญ เชี่ยวสกุล (รักษาการ) 7 กันยายน 2544 - 15 ตุลาคม 2544
นายการุณ กิตติสถาพร (รักษาการ) 16 ตุลาคม 2544 - 6 พฤศจิกายน 2544
นายการุณ กิตติสถาพร 7 พฤศจิกายน 2544 - 30 กันยายน 2550
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ 1 ตุลาคม 2550 - ปัจจุบัน

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
นายนิพัทธ พุกกะณะสุต 17 มีนาคม 2535 - 16 กรกฎาคม 2535
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ 17 มีนาคม 2535 - 27 กรกฎาคม 2535
นายวีรพงษ์ รามางกูร 17 มีนาคม 2535 - 27 พฤศจิกายน 2535
นายทวี หนุนภักดี 17 มีนาคม 2535 - 15 มีนาคม 2537
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี 17 มีนาคม 2535 - 28 พฤศจิกายน 2539
นายมารวย ผดุงสิทธิ์ 17 มีนาคม 2535 - 24 ตุลาคม 2540
นายศุภชัย พิศิษฐวานิช 17 กรกฎาคม 2535 - 8 ตุลาคม 2535
นายอมร จันทรสมบูรณ์ 28 กรกฎาคม 2535 - 21 มิถุนายน 2547
นายสมชัย ฤชุพันธุ์ 9 ตุลาคม 2535 - 24 กุมภาพันธ์ 2540
นายสุธี สิงห์เสน่ห์ 26 มกราคม 2536 - 17 มิถุนายน 2545
นายพนัส สิมะเสถียร 16 มีนาคม 2537 - 3 กรกฎาคม 2549
นายวิโรจน์ นวลแข 15 มกราคม 2540 - 15 กุมภาพันธ์ 2548
นายวุฒิชัย พงษ์ประสิทธิ์ 25 กุมภาพันธ์ 2540 - 13 ตุลาคม 2540
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล 3 กุมภาพันธ์ 2541 - 27 ธันวาคม 2542
นายประสงค์ วินัยแพทย์ 3 กุมภาพันธ์ 2541 - 21 มิถุนายน 2547
นายประสิทธิ์ โฆวิไลกูล 22 มิถุนายน 2547 - 14 พฤศจิกายน 2549
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช 30 กันยายน 2548 - 15 พฤศจิกายน 2549
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง 21 พฤศจิกายน 2549 - 1 กรกฎาคม 2551
นายวสันต์ เทียนหอม 25 เมษายน 2543 - 6 กรกฎาคม 2551
นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ 22 มิถุนายน 2547 - 6 กรกฎาคม 2551
นายสมพล เกียรติไพบูลย์ 2 กรกฎาคม 2545 - 1 กรกฎาคม 2551
7 กรกฎาคม 2551 - ปัจจุบัน
นายนนทพล นิ่มสมบุญ 4 กรกฎาคม 2549 - 6 กรกฎาคม 2551
7 กรกฎาคม 2551 - ปัจจุบัน
นายกำชัย จงจักรพันธ์ 19 ธันวาคม 2549 - 6 กรกฎาคม 2551
7 กรกฎาคม - ปัจจุบัน
นางพรรณี สถาวโรดม 7 กรกฎาคม - ปัจจุบัน
พล.ต.ต. พรภัทร์ สุยะนันทน์ 7 กรกฎาคม - ปัจจุบัน
นายสมชาย คูวิจิตรสุวรรณ 7 กรกฎาคม - ปัจจุบัน

กรรมการและเลขานุการ
นายเอกกมล คีรีวัฒน์ 17 มีนาคม 2535 - 25 ธันวาคม 2538
นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา 26 ธันวาคม 2538 - 25 ธันวาคม 2542
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล 28 ธันวาคม 2542 - 27 ธันวาคม 2546
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล 28 ธันวาคม 2546 - 6 กรกฎาคม 2551
15 กรกฎาคม 2551 - ปัจจุบัน

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
indexthai วันที่ : 09/08/2008 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


เศร้า!บอร์ดกลต. ส่งนิพัทธคุมตลท.
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/08/09/entry-1
@

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
komyos วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีเจ้า..แวะมาทัทายต๋อนแลงๆ

ขอบคุณตี้แวะไปแอ่วบ้านข้าเจ้า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
indexthai วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


"ยุทธศาสตร์ยางพาราแห่งชาติ"

วันที่ 30 กรกฏาคม พ.ศ. 2551 เวลา 22:02:40 น. แสดงความคิดเห็น [1] , จำนวนผู้อ่าน [668]
http://newsroom.bangkokbiznews.com/list.php?user=peerapon
By peerapon

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองอันร้อนระอุ มีใครทราบบ้างไหมครับว่า ช่วงวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา (25-26 ก.ค.51) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร จัดให้มีการสัมมนาระดมความคิดเห็น ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร จากบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับยางพาราทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตรกร และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อวางเป็นยุทธศาสตร์พัฒนายางพาราแห่งชาติ พ.ศ.2552-2556

ในงานนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายธีระชัย แสนแก้ว ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด และท่านได้มอบนโยบายว่า ควรสร้างมูลค่าเพิ่มให้ยางธรรมชาติที่ผลิตได้โดยหันมาสนับสนุนให้นำยางธรรมชาติมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้นลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศที่ส่งออกในรูปวัตถุดิบ เป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมยางของประเทศให้เข้มแข็ง (ไทยรัฐ 26 ก.ค.51)

ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับสินค้าชนิดอื่นๆ มากกว่ายางพารา เช่น ข้าว น้ำมัน ทองคำ แต่จะมีท่านใดทราบบ้างครับว่า อุตสาหกรรมยางพาราของประเทศเรานั้น มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก เห็นได้จากในปี 2550 ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติอันดับ 1 โลก จำนวนประมาณ 3 ล้านตัน หรือ ประมาณ 30% ผลผลิตยางธรรมชาติของทั้งโลก ซึ่งยางพาราจำนวน 3 ล้านตันนี้ คิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาดปัจจุบัน ประมาณ 3 แสนล้านบาท (หรือประมาณ 4% ของ GDP ของไทย) โดยมีผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการทำสวนยางประมาณ 6 ล้านคน

ในจำนวนยางพาราที่ไทยผลิตได้กว่า 3 ล้านตันที่ว่านี้ ยางส่วนใหญ่เกือบ 90% จะถูกส่งออกขายต่างประเทศในรูปของวัตถุดิบ เช่น ยางแผ่นรมควัน และอีกประมาณ 10% จะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ จักรยานยนต์และจักรยาน ยางรัดของ หนังสติ๊ก ยางยืด ถุงมือยาง และถุงยางอนามัย

นอกจากความสำคัญของยางพาราดังกล่าวแล้ว ไม้ยางพาราจากต้นยางพารา ก็ยังมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในฐานะวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดยชาวสวนยางจะโค่นต้นยางที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป ที่ให้ผลผลิตน้ำยางไม่คุ้มแล้ว ขายเป็นไม้ยางให้กับโรงงานแปรรูปไม้เพื่อนำไปทำเฟอร์นิเจอร์

การที่ประเทศไทยกลายเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติอันดับหนึ่งของโลกนั้นไม่ใช่เหตุบังเอิญ เป็นเพราะรัฐบาลไทยส่งเสริมให้มีการปลูกและผลิตยาง นอกจากที่ภูมิศาสตร์ของไทยเหมาะกับการปลูกยาง ค่าแรงของไทยก็ไม่สูงเกินไป รัฐบาลไทยได้เห็นความสำคัญของยางพาราได้สนับสนุนการปลูกยางพาราโดยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับยางพารา หลายหน่วยงาน เช่น กรมวิชาการเกษตรโดยสถาบันวิจัยยาง (ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่ดูแลทั้งด้านการวิจัย และ การตลาดยางพารา) องค์การสวนยาง (หรือ อสย.) สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (หรือมีตัวย่อว่า สกย.) เป็นต้น

เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนาข้างต้น การสัมมนาระดมความคิดเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในครั้งนี้จัดแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มอันได้แก่ กลุ่มการผลิต กลุ่มเศรษฐกิจ-การตลาด และกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (สำนักงาน ก.ส.ล.) โดยเลขาธิการ ดร.ชัยพัฒน์ สหัสกุล และตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (ต.ส.ล. หรือ AFET) โดยกรรมและผู้จัดการ ดร.นิทัศน์ ภัทรโยธิน ได้รับเกียรติรับเชิญเข้าร่วมระดมความคิดเพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์ในกลุ่มเศรษฐกิจ-การตลาด ในครั้งนี้ด้วย
หลายท่านคงจะทราบกันดีแล้วนะครับว่า ต.ส.ล. หรือ AFET ได้เปิดให้มีการซื้อขายล่วงหน้า (Futures Trading) ยางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3 Futures) มาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว และเป็นที่น่ายินดีที่ว่าในเดือน มิ.ย.2551 ที่ผ่านมานี้ แต่น้อยคนคงจะทราบว่า การซื้อขายยางล่วงหน้าใน AFET ได้มีปริมาณการซื้อขายล่วงหน้า RSS3 แซงหน้าตลาดล่วงหน้าสิงคโปร์ และตลาดล่วงหน้าโอซาก้า ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (รองจากตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ และ ตลาดล่วงหน้าโตเกียว) ด้วยปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 475 สัญญาต่อวัน หรือเป็นมูลค่าการซื้อขาย 244 ล้านบาทต่อวัน

ผลที่ตามมาก็คือราคายางแผ่นใน AFET เป็นราคาล่วงหน้าที่อ้างอิงสำหรับการซื้อขายยางพาราในตลาดโลก ชาวสวนยาง/สหกรณ์ชาวสวนยาง ใช้ราคายางล่วงหน้าของ AFET เป็นราคาอ้างอิงเพื่อต่อรองราคาขายยางพาราในท้องถิ่น ผู้ประกอบการยางของไทย (ผู้ส่งออกยาง และโรงงานแปรรูป) ได้เข้ามาใช้กลไก ต.ส.ล. ในการลดความเสี่ยงด้านราคายางของตนเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

เป็นที่น่ายินดีว่า การสัมมนาระดมสมองเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ยางพารา กลุ่มเศรษฐกิจ-การตลาด ประเด็นเรื่องการซื้อขายล่วงหน้าใน AFET เป็นที่สนใจของผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก เนื่องจากทุกท่านอยากจะเห็นระบบตลาดยางพาราของไทย อันประกอบด้วย ตลาดกลางและตลาดเครือข่าย ตลาดข้อตกลง (Forward Market) และ ตลาดล่วงหน้า (Futures Market:AFET) มีการพัฒนาที่เป็นสากล สามารถชี้นำราคายางในตลาดโลกได้ (แทนที่จะถูกชี้นำโดยตลาดล่วงหน้าต่างประเทศดังเช่นปัจจุบัน)
อีกทั้ง ที่ประชุมยังได้สนับสนุนให้ใช้ AFET เป็นกลไกในการบริหารความเสี่ยงอันเนื่องมาจากความผันผวนของราคาพารา (ซึ่งถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า) แสดงให้เห็นถึงการมีความรู้และความเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้า (Futures Trading) ของผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยางพารา

การระดมความคิดเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ในครั้งนี้นับได้ว่าถูกที่และเวลา กับโอกาสที่ไทยจะได้รับจากภาวะการอันร้อนแรงของสินค้าโภคภัณฑ์ที่กำลังเป็นอยู่ ณ ขณะนี้

(indexthai : AFET เป็นการซื้อขายกระดาษตัวเลขราคายาง เกี่ยวกับความเสี่ยงของนักเก็งกำไรอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับเกษตรกรสวนยาง เอารัดเอาเปรียบชาวสวนยาง เอาเกษตรการสวนยางมาแอบอ้าง)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
indexthai วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ETF อ้อนกลต. ขายจบเทรด ไม่ต้องรอ7วัน

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551
http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=invest&id=254269

อ้อน ก.ล.ต. ขอให้กองทุนอีทีเอฟเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ทันทีหลังขายไอพีโอ เพื่อลดความเสี่ยงนักลงทุน

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผ่อนปรนกฎให้กองทุนรวมดัชนี (อีทีเอฟ) สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ทันทีหลังจากการเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อลดความเสี่ยงของนักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันต้องรอ 7 วัน ตามกฎของกองทุนรวมทั่วไป

“แทนที่จะรอให้มีเงินลงทุนเกิน 50 ล้านบาท ก็ให้มีนักลงทุนรายใหญ่เป็นผู้ลงทุนเริ่มต้น แล้วนำกองทุนเข้าซื้อขายในตลาดในวัน ถัดไปได้ทันที ซึ่งคาดว่า ก.ล.ต.จะแก้ไขให้กับอีทีเอฟกองต่อไป”

นอกจากนี้ นางโชติกา ยังกล่าวว่า ในปัจจุบัน บลจ.ไม่สามารถลงทุนในกองทุนที่ตัวเองบริหารอยู่ได้ และการลงทุนในอีทีเอฟจะถือเป็นการลงทุนในหุ้น 1 ตัว จึงเป็นข้อจำกัดสำหรับกองทุนที่ต้องการลงทุนในอีทีเอฟ

วานนี้ กองทุน Mtrack Energy ETF (ENGY) เข้าซื้อขายวันแรกราคาปิดที่ 4.16 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือ 1.21% จากราคาไอพีโอที่ 4.11 และมีมูลค่าการซื้อขาย 49.84 ล้านบาท

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
indexthai วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 07.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


"ดูงานตลาดอนุพันธ์แดนโสม"

วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เวลา 21:23:00 น. แสดงความคิดเห็น [0] , จำนวนผู้อ่าน [157]
http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=3386&user=kesara
By kesara

สวัสดีค่ะ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บมจ. ตลาดอนุพันธ์ฯ (TFEX) ได้พาผู้ลงทุนและเจ้าหน้าที่การตลาดที่เป็นผู้ได้รับรางวัลจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ ที่ TFEX จัดมาตลอดในช่วงปีที่ผ่านมา จากโครงการ TFEX Futures Camp Challenge, Lucky กับ TFEX และ TOP20 Futures Icon รวมกว่า 30 ท่าน บินลัดฟ้าไปทัศนศึกษาดูงานด้านตลาดอนุพันธ์ ณ ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดอนุพันธ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของโลก

ในครั้งนี้ TFEX ได้นำกลุ่มเดินทางเข้าเยี่ยมชมและดูงานด้านอนุพันธ์ รวม 3 แห่ง คือ Korea Exchange (KRX) และ Broker อีก 2 แห่ง ได้แก่ Samsung Securities Co., Ltd. และ Daewoo Securities Co., Ltd. ซึ่งแต่ละแห่งก็จัดเตรียมวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ และตอบข้อซักถามอย่างเต็มที่

ตลาดอนุพันธ์เกาหลี มีปริมาณการซื้อขายอนุพันธ์สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นตลาดเดียวในภูมิภาคเอเชียที่มีขนาดใหญ่ มีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จระดับแนวหน้าของโลก โดยในปี 2007 การซื้อขายของสินค้าอนุพันธ์ของเกาหลีมีมูลค่าสูงกว่า GDP ของประเทศ หรือสูงกว่าการซื้อขายในตลาดหุ้นหลายเท่าตัว

สินค้าหลักของตลาดอนุพันธ์เกาหลี คือ KOSPI200 Options แม้จะมีมูลค่าการซื้อขายในสัดส่วนเพียง 2% ของมูลค่าตลาดรวม แต่มีสัดส่วนของปริมาณซื้อขายกว่า 96% ของสินค้าตลาดอนุพันธ์ทั้งหมด เนื่องจาก KOSPI200 Options มีขนาด Contract เล็ก และราคาค่อนข้างถูก จึงเอื้อให้ผู้ลงทุนซื้อขายได้โดยสะดวก

คนเกาหลีจะใส่ใจเรื่องการลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนุพันธ์ สัดส่วนผู้ลงทุนในตลาดหุ้น และตลาดอนุพันธ์รวมกันสูงถึง 70% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก ขณะที่ในประเทศไทย ยังมีสัดส่วนไม่สูงนัก เราจึงยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก

ส่วนกลุ่มผู้ลงทุนเกาหลีมีทุกเพศทุกวัย จึงถือเป็นเรื่องปกติ หากจะเห็นแม่บ้านชาวเกาหลีซื้อขายออปชั่น ผู้ลงทุนส่วนใหญ่นิยมการซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากมีความคล่องตัวสูงและค่า FEE ต่ำ จึงเป็นปัจจัยสำคัญและแรงผลักดันโบรกเกอร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโปรแกรมซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า Home Trading System (HTS) ที่ใช้งานง่าย (User-Friendly Interface) และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้อย่างครบถ้วน และเนื่องจากชาวเกาหลีมีความสนใจ และความรู้เกี่ยวกับการลงทุนเป็นทุนเดิม

ประกอบกับอินเทอร์เน็ตในเกาหลีมีประสิทธิภาพสูงมาก KRX และโบรกเกอร์อนุพันธ์ของเกาหลี จึงเน้นการผลิตสื่อให้ความรู้เผยแพร่บนเว็บไซต์ โดยผู้ลงทุนที่สนใจจะติดตามเรียนรู้เอง

ส่วนคนไทยนั้น เมื่อเทียบกับชาวเกาหลีแล้ว การใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันยังค่อนข้างน้อยมาก ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ ยังนิยมการรับฟังบรรยาย และสัมมนาในเรื่องที่สนใจด้วยตนเองมากกว่า แต่สิ่งที่ทั้งสองตลาดเน้นเหมือนกัน คือ การเสริมสร้างให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ลงทุน เพื่อสร้างฐานผู้ลงทุนที่มีคุณภาพและมั่นคงในอนาคต

นอกเหนือจากปัจจัยสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว ตลาดอนุพันธ์เกาหลียังมีจังหวะ และโอกาสที่เอื้ออำนวยอีกด้วย นั่นคือ ช่วงหลังวิกฤติ IMF เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นเกาหลีมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนหันมาใช้อนุพันธ์เป็นเครื่องมือในการทำกำไรจากภาวะความผันผวนของตลาด จึงส่งผลให้ตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดด ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสอยู่ด้วยเสมอ เพียงแต่เราอาจต้องใช้เวลาในการค้นหา และกล้าที่จะใช้โอกาสนั้นให้เป็นประโยชน์ ก็จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ในที่สุด

ปัจจุบัน ตลาดอนุพันธ์เกาหลีมีอัตราการเติบโตที่ชะลอลง เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่ (Maturity Stage) ซึ่งเป็นไปตามวัฏจักรธุรกิจ (Business Cycle) โบรกเกอร์จึงเริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น และการเสริมสร้างคุณภาพ (Quality) ของผู้ลงทุน เพื่อพัฒนาเหล่านักเก็งกำไร (Speculator) ไปสู่การเป็นนักค้ากำไร (Arbitrageur) เนื่องจาก Arbitrageur จะคอยมองหาโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาของสินค้าอ้างอิงในตลาด Futures กับตลาด Spot ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าอ้างอิงที่สูงหรือต่ำเกินไป กลับเข้าสู่จุดดุลยภาพ และสะท้อนราคาที่แท้จริง จึงส่งผลให้เกิดเสถียรภาพของราคาสินค้าอ้างอิงในที่สุด

แม้ตลาดอนุพันธ์เกาหลีจะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จในสินค้าทุกตัวที่ออกสินค้าอนุพันธ์บางตัวก็ถูก DELIST ได้เช่นเดียวกับหุ้น แต่ก็จัดได้ว่าเป็นตลาดที่มีความหลากหลาย และความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยในหลายๆ เรื่อง เราอาจนำมาประยุกต์ใช้กับตลาดบ้านเราได้

ส่วนตลาดอนุพันธ์ในบ้านเรา ซึ่งเปิดดำเนินการมาเพียง 2 ปี ถือว่ายังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงยังจำเป็นต้องใช้เวลาในปรับปรุงแก้ไขอีกพอสมควร ก่อนที่จะพร้อมก้าวขึ้นสู่การวงการตลาดอนุพันธ์โลก

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
indexthai วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คนที่อเมริกา.. confirm สาระบทความที่นำเสนอ ขอบคุณ คห.2 ครับ...
...................................
ความคิดเห็นที่ 2
ซันญ่า วันที่ : 06/08/2008 เวลา : 06.58 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS
ip : 75.210.103.126/75.210.103.126


ตลาดหุ้นไม่ได้ทำความเจริญทางเศรษฐกิจแก่ประเทศใดๆ ประเทศที่มีตลาดหุ้นกำลังล่มสลายเพราะตลาดหุ้น ไม่ยกเว้นแต่ประเทศสหรัฐอเมริกา
...............จริง จริงค่ะอาจารย์ สวัสดีค่ะ อเมริกา ๑๖.๕๘น.ค่ะ
@

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
indexthai วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 06.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ฉวยโอกาสการเมืองป่วน 'ทักษิณ' ส่งทีมยึด ตลาดหุ้น-แบงก์ชาติ-คุมการเมือง-ศก.เบ็ดเสร็จ !
(หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์)
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/07/18/entry-1
@

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
indexthai วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 05.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


รายชื่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (8 สิงหาคม 2551) http://www.set.or.th/th/about/overview/board_p1.html

นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา
ประธานกรรมการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เลขที่ 62 ถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
Tel. (662) 229 2000 ต่อ 2390
Fax. (662) 654 5631

นายวิบูลย์ เพิ่มอารยวงศ์
รองประธานกรรมการ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัทหลักทรัพย์สินเอเชีย จำกัด
เลขที่ 999/9 อาคารดิออฟฟิสเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 18
ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Tel. (662) 658 9101
Fax. (662) 658 9110

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม
กรรมการ
กรรมการ และกรรมการบริหาร
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
9 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10110
Tel. (662) 544 555-6
Fax. (662) 937 7550

ดร.พิชิต อัคราทิตย์
กรรมการ
กรรมการผู้จัดการ
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 199 อาคารคอลัมน์ทาวเวอร์ ชั้น G และชั้น 21-23
ถนนรัชดาภิเษก คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
Tel. (662) 649 2000
Fax. (662) 649 2111

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ
กรรมการ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
เลขที่ 989 อาคารสยามทาวเวอร์ ชั้น 14-15
ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Tel. (662) 657 7701
Fax. (662) 658 1258

นายมนตรี ศรไพศาล
กรรมการ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 999/9 อาคารสำนักงาน ดิออฟฟิศเศส แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 20-21
ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Tel. (662) 658 6300 ต่อ 5100
Fax. (662) 658 6855

ดร.วัลลภ วิมลวณิชย์
กรรมการ
กรรมการ
บริษัท ทรู มูฟ จำกัด
เลขที่ 18 อาคารทรูทาวเวอร์ ชั้น 32
ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
Tel. (662) 643 2169
Fax. (662) 643 2170

นายวิชัย พูลวรลักษณ์
กรรมการ
นายกสมาคม
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
เลขที่ 33/44 อาคารวอลล์สตรีททาวเวอร์ ชั้น 10 ห้อง 1004
ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
Tel. (662) 237-1992-3 ต่อ 13
Fax. (662) 237-1994

นายสุเทพ พีตกานนท์
กรรมการ
ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร
บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 21/3 อาคารไทยวา ทาวเวอร์ ชั้น 15
ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120
Tel. (662) 285 0060 ต่อ 1503
Fax. (662) 285 0620

ผศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์
กรรมการ
รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เลขที่ 126/1 ถนนวิภาวดีรังสิต ดินแดง
กรุงเทพฯ 10400
Tel. (662) 697 6385
Fax. (662) 692 3015

นางภัทรียา เบญจพลชัย
กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เลขที่ 62 ถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
Tel. (662) 229-2000 ต่อ 2392
Fax. (662) 654-5631
@

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
indexthai วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 05.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

บทความ link ข้างล่างนี้ นำเสนอให้ทราบว่า ตลาดหุ้นคือต้นเหตุวิกฤติเศรษฐกิจ

1) วิกฤติเศรษฐกิจช่วงปี 1994 - 1995 (2537-2538) ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้
เข้าโครงการ IMF ในปี 1997 - 1998 (2540 - 2541) ทั้ง 3 ประเทศ

2) วิกฤติเศรษฐกิจปี 2000 - 2001 (2543 - 2544) ได้แก่ อาร์เจนตินา ตุรกี สหรัฐอเมริกา
เข้าโครงการ IMF ในปี 2002 - 2003 (2545 - 2546) 2 ประเทศ คือ อาร์เจนตินา ตุรกี
สหรัฐอเมริกาไม่ได้เข้าโครงการณ์ IMF

บทความนี้.. ยกข้อมูล.. ของประเทศไทย และประเทศสหรัฐอเมริกามาแสดงให้เห็น

แสดงให้เห็นว่า.. ตลาดหุ้นคือต้นเหตุวิกฤติเศรษฐกิจ
ส่งผลต่อปัจจัยต่างๆแบบเดียวกัน..

สภาพคล่องเสียหาย ค่าเงินเสียหาย และไหลออกนอกประเทศ เงินเฟ้อสูงขึ้น
ภาคการผลิตจริงและสถาบันการเงินล้มลง คนตกงานมาก ระบบเกิดความยากจนรุนแรง

มิจฉาวาจาจากการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/26/entry-2
@

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ธาตุดินน้ำลมไฟ วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/omikami


มะลิวันแม่ จ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
indexthai วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คนคิดจะป้องกันสมบัติชาติ ตามไม่ทันคนที่คิดจะฮุบสมบัติชาติ
อ้อยเข้าปากช้าง.. อย่างปตท. ยากที่จะเอาออกจากปากช้างได้
ตอนนี้.. ตลาดหุ้นไทยก็กำลังจะถูกนำเข้าปากช้างอีก....

...มีข่าวว่า.. การประปาก็จะถูกแปรรูป นำเข้าตลาดหุ้นด้วย...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
indexthai วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ความเสียหายของสถาบันการเงินไทยในการลงทุนในตราสาร CDO ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/08/06/entry-2

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
indexthai วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


เรื่องการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ..จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/07/18/entry-1

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 06/08/2008 เวลา : 07.14 น.
พบกับชีวิตและเรื่องราวของการต่อสู้ แม่พระแห่งสังคมที่ถูกลืม “คุณหมอเพียร เวชบุล” ได้ที่ www.pierra-vejjabul.com


อ่านแล้วพอจะเข้าใจ ......นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ..... ต้องขอขอบใจที่ทำให้สมองโตขึ้นมาอีก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซันญ่า วันที่ : 06/08/2008 เวลา : 06.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ตลาดหุ้นไม่ได้ทำความเจริญทางเศรษฐกิจแก่ประเทศใดๆ ประเทศที่มีตลาดหุ้นกำลังล่มสลายเพราะตลาดหุ้น ไม่ยกเว้นแต่ประเทศสหรัฐอเมริกา
...............จริง จริงค่ะอาจารย์ สวัสดีค่ะ อเมริกา ๑๖.๕๘น.ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 06/08/2008 เวลา : 06.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

นั่นซิคะ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน