*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 528802
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 5505 , 06:37:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฉลาด โง่ = วิสัยทัศน์ ปรัชญา

ดี เลว = คุณธรรม จริยธรรม

ศักดินา (ข้าราชการระดับสูง) ในความหมายของบทความนี้ แตกต่างจากความหมาย ศักดินาของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายจักรภพให้ความหมาย ศักดินา ทำนองว่า ..เป็นคนล้าหลัง ทำให้ความเจริญของประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า เหมือนทากเดิน และบอกว่าตนเองทนไม่ได้กับศักดินา

ผู้เขียนเห็นแตกต่างจากนายจักรภพ เห็นว่าศักดินา เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ปรัชญาเฉพาะตัวระดับหนึ่ง เป็นผู้มีข้อมูลความรู้ในเระบบของประเทศดีกว่านักการเมือง เพียงแต่เขาใช้คุณสมบัติดังกล่าวไปในทางเบี่ยงเบน ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ทำประโยชน์เพื่อตัวเองคล้ายนักการเมืองนั่นเอง 

76 ปีระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา ทั้งศักดินาและนักการเมืองต่างมีมิจฉาทิฏฐิเหมือนกัน  ต่างแสวงหาแต่ประโยชน์ส่วนตน ทำให้ประเทศไทยเสื่อมลง นายจักรภพ ก็มาจากศักดินา แล้วแปลงตัวมาเป็นนักการเมือง

แท้จริงแล้วนักการเมืองและนายจักรภพ เพ็ญแข รู้ไม่เท่าทันมิจฉาทิฏฐิของศักดินา หรือเพราะมีมิจฉาทิฏฐิเหมือนกัน

แทนที่จะหยุดยั้งห้ามปรามวิสัยทัศน์ปรัชญาที่เบี่ยงเบนของศักดินา แต่กลับสวมรอยหาประโยชน์จากระบบไปด้วยกัน

นายกทักษิณ ไม่ได้ทำให้ประเทศเจริญ ไม่ได้ทำอะไรให้มีการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกำหนด ไม่ใช่คนที่ทำให้ราคายางสูงขึ้น เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกลไกเศรษฐกิจโลกที่เบี่ยงเบน อินโดนีเซียและเกาหลีใต้ ที่เข้าโครงการไอเอ็มเอฟ ก็สามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมดเช่นเดียวกัน ราคายางก็สูงขึ้นทั่วโลก สูงขึ้นเหมือนราคาหุ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน ราคาถั่วเหลือง ราคาข้าว ราคาข้าวโพด ราคามันสัมปะหลัง ฯลฯ

ตลาดหุ้นในยุคทักษิณ อยู่ช่วงตลาดหุ้นโลกขาขึ้น เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลกแล้ว ก็ไม่ได้ดีกว่าชาวโลกแต่อย่างใด

นายจักรภพ เพียงหลงไหลในตัวอดีตนายก พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ทราบถึงวิสัยทัศน์ปรัชญา คุณธรรมจริยธรรมที่เบี่ยงเบนของนายกทักษิณ นำความหลงผิดมาข่มศักดินา

การนำปตท.เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นของรัฐบาลทักษิณ คือตัวอย่าง ทำความเดือดร้อนให้คนทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้

การหลงผิดของนายจักรภพ เพ็ญแขต่อตัว พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ถึงขนาดเป็นแกนนำนปก.บุกบ้านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่สี่เสาเทเวศน์

อดีตนายกทักษิณมีอิทธิพลต่อนายจักรภพสูง การนำนปก.บุกบ้านพลเอกเปรมของนายจักรภพ เพ็ญแข เพราะ หลง งมงาย ในตัวทักษิณ กระทั่งเอาตัวเข้าแลก เหมือนคนไม่มีสติ  เป็นเรื่องอวิชชา คาดว่ามีเป้าหมายเพื่อนายกทักษิณสูงมาก สูงกว่าคนผมขาว

ศักดินาส่วนน้อย เป็นใหญ่เป็นโตขึ้นด้วยวิธีการที่เบี่ยงเบน เป็นตัวที่สร้างปัญหาให้ประเทศชาติ ศักดินาส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่การบริหารประเทศเป็นไปด้วยระบบตัวแทน ที่คนส่วนน้อย ที่ไม่ดี บริหารประเทศ

ถ้าเรียกว่าเป็นอาชีพ

ยุคสมบูรณาญาสิทธิราช มีอาชีพที่อยู่ในแนวหน้า 2 อาชีพ คือ 'อาชีพศักดินา' กับ 'อาชีพพ่อค้า' ภายหลังเมื่อกลายเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว ทำให้มีอาชีพในแนวหน้าเพิ่มมาอีกอาชีพหนึ่ง คือ 'อาชีพนักการเมือง' ทำให้ประเทศไทยทุกวันนี้มีอาชีพชั้นแนวหน้าถึง 3 อาชีพ คืออาชีพศักดินา(ข้าราชการระดับสูง) อาชีพพ่อค้า(นายทุน) และอาชีพนักการเมือง

แท้จริงแล้วประเทศไทยมีระบอบ 'ศักดินาธิปไตย' ทับซ้อนกันอยู่กับระบอบ 'ประชาธิปไตย'

ศักดินาธิปไตย ไม่ต้องเลือกตั้ง ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้ง

ประเทศไทยไม่มีเพียง นายทุน และ นักการเมืองสามานย์เท่านั้น แต่ประเทศไทยมีศักดินาสามานย์ด้วย

ราชการระดับสูงอยู่กับข้อมูลของประเทศ คือผู้บริหารประเทศตัวจริง  เป็นผู้ชงเรื่องให้นักการเมือง(ผู้บริหาร)อนุมัติ แต่ข่าวสารการดำเนินงานออกมาว่า "เป็นนโยบายรัฐมนตรี" ข้าราชการระดับสูงของรัฐและรัฐวิสาหกิจ คือศักดินาในยุคประชาธิปไตย หรือศักดินาธิปไตย พรรคข้าราชการเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่ในประเทศไทย

จะเห็นว่าพรรคการเมืองใดมาบริหารประเทศ นโยบายก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ทั้งนี้เป็นเพราะนโยบายหลักมาจากส่วนข้าราชการเดียวกัน เดิมๆนั่นเอง พลเอกชวลิต ยงใจยุทธเคยบอกว่า 'พรรคไหนมาก็เหมือนกัน ไม่แตกต่างกัน' ที่แตกต่างกันคงอยู่ที่เรื่องการกินมากกว่า อยู่ที่พรรคไหนจะกินมูมมาม หรือกินได้ดุเดือดกว่ากัน

ประเทศไทยไม่ได้เป็นของคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่เป็นของศักดินายุคใหม่ นักการเมือง และนายทุน ประชาชนรู้สึกไม่พอใจที่นักการเมืองมาทำมาหากินกับประเทศชาติ แต่แทัที่จริงมีคนรุมกินโต๊ะประเทศไทยถึง 3 กลุ่ม คือ ข้าราชการระดับสูง(ศักดินา) นักการเมือง และนายทุน ประเทศชาติประชาชนไม่ได้อะไร มีแต่เสียกับเสีย ประเทศชาติประชาชน เป็นเพียงข้ออ้างของคนทั้ง 3 อาชีพ

ประไทยแก้ปัญหาไม่ได้ ยิ่งแก้ยิ่งเหมือนลิงแก้แห เพราะคิดว่าปัญหาของประเทศไทยอยู่ที่นักการเมืองกลุ่มเดียว แท้จริงแล้ว ข้าราชการระดับสูง และนายทุนก็คือกลุ่มอาชีพที่ทำให้ประเทศชาติเกิดปัญหาเช่นกัน

ข้าราชการระดับสูง(ศักดินา) นักการเมือง และนายทุน อยากได้อะไร ก็ออกกฎหมาย และแก้กฎหมายเอาได้ดังใจ

ข้าราชการระดับสูง นักการเมือง และนายทุน คือต้นเหตุความวุ่นวายของประเทศ

ข้าราชการ รอจังหวะมิจฉาทิฏฐิอยู่ตลอดเวลา ที่จะ 'ชงเรื่อง' ออกมาเมื่อใด และในทิศทางใด

การจะชงเรื่องให้ประโยชน์ประเทศชาตินั้น ..ยาก

ส่วนใหญ่จะชงมากินกันเอง

ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการแบ่งส่วนกันระหว่าง เอกชน และราชการอย่างชัดเจน คงเป็นเพราะการเริ่มต้นของประเทศ ด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยตรง

ประเทศไทย การแบ่งส่วนกันระหว่าง เอกชน และราชการอย่างไม่ชัดเจน  ส่วนของเอกชน และส่วนของราชการปนเปกัน คงเป็นเพราะประชาธิปไตยของประเทศไทยแปลงตัวเองมาจากระบบมบูรณาญาสิทธิราช

มาจากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช ที่มีศักดินาเป็นแกนหลักของระบบ ที่ยังติดอยู่กับอำนาจ และความมั่งคั่ง ที่พยายามยึดความเป็นเจ้าขุนมูลนาย เอารัดเอาเปรียบ และความมั่งคั่งไว้กับตัว

ศักดินาในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมั่งคั่ง มีที่นา มีทรัพย์สินเงินทอง และข้าทาษบริวารมาก จนมีคำกล่าวว่า 'สิบพ่อค้า ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง' ทุกวันนี้ ศักดินา  หรือข้าราชการระดับสูง ก็มีความมั่งคั่งเหมือนในอดีตนั่นเอง มั่งคั่งเชิงนโยบาย (คล้ายคอร์รัปชันเชิงนโยบาย)

ศักดินายุคประชาธิปไตย 'ราชการระดับสูง' มีการออกอุบาย แปลงสินทรัพย์ของชาติไปเป็นทรัพย์สินส่วนตน ง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่นการแปรรูปปตท. และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั่วไปเป็นต้น หลายคนเป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทในเครือและนอกเครือหลายสิบแห่ง ได้รับเงินเดือน ค่าเบี้ยประชุม โบนัสประจำปี รวมกันแต่ละปี 50 - 100 ล้านบาท ข้าราชการระดับสูงในปัจจุบัน จึงมั่งคั่ง เหมือนศักดินา หรือพระยา หรือเจ้าพระยาในอดีต

เคยศึกษาเรื่องกรรมการบอร์ดบริษัทในเครือปตท. 7 แห่งเมื่อปี 2549 พบว่า มีตำแหน่งทั้งหมด 161 ตำแหน่ง ใช้คนเป็นประธาน เป็นกรรมการและผู้บริหารทั้งหมด 70 คน เฉลี่ย 2.3 ตำแหน่งต่อ 1 ต่อคน บางคนมี 6 ตำแหน่งในเวลาเดียวกัน http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/17/entry-2

อำนวย วีรวรรณ เขียนในหนังสือ 'เล่าเรื่องสมมุติในอดีต' ยุครัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์   มีรัฐวิสาหกิจกว่า 130 แห่ง จอมพลสฤษดิ์ได้ปิดรัฐวิสาหกิจไปหลายแห่ง  ปี 2521 - 2523 มีรัฐวิสาหกิจ  76 แห่ง มูลค่าทรัพย์สินรวมกัน 177,600 ล้านบาท  ปี 2546 เหลือรัฐวิสาหกิจ 61 แห่ง

ส่วนหนึ่งของรัฐวิสาหกิจที่หายไปเพราะเกิดการขาดทุนจากการบริหารงาน ถูกปิดกิจการ ส่วนที่ยังอยู่ มีการแปรรูปเป็นเอกชน แม้จะเห็นว่ารัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ตาม แต่ผู้ถือหุ้นรองก็เป็นศักดินา และนักการเมือง

นอกจากนี้ก็มีการสร้างรัฐวิสาหกิจใหม่ขึ้นเช่นกัน เช่นการตั้งธนาคารเอสเอ็มอี การตั้งสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เป็นต้น การตั้งสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ตั้งขึ้นจากการล้มลงของโทรทัศน์เอกชน ITV

ทำให้ศักดินาได้กระบอกเสียงของรัฐเพิ่มขึ้น ได้ตำแหน่งกรรมการ และตำแหน่งงานมาแบ่งปันกัน เป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นวิสัยทัศน์ปรัชญาที่คุณภาพต่ำของศักดินา แสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่ไม่มีคุณภาพเช่นกัน

ประเทศไทยไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้น หนี้คงค้างของ ITV ที่ก่อไว้กับรัฐ กว่า 70,000 ล้านบาท ศักดินาก็ไม่กระตือรือร้นที่จะตามเก็บ ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องจ่ายงบประมาณให้กรมประชาสัมพันธ์ปีละหลายพันล้านอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องเสียงบประมาณให้กับ Thai PBS อีกปีละ 2,000 ล้านบาท ภาษีของเรา เอามาใช้ในงานโฆษณาชวนเชื่อให้เราหลงไหล และหลงทาง  

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
รัฐมนตรีศักดินาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ 
ผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ Thai PBS

เพราะการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เป็นไปเพื่อเพื่อประโยชน์ส่วนตน เป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นเรื่องที่ไม่ชอบ

ที่ควรแปรรูปก็ไม่ได้แปรรูป ที่ไม่ควรแปรรูป กลับถูกแปรรูป

เช่นการแปรรูปปตท.เป็นต้น

รัฐวิสาหกิจที่เป็นสาธารณูปโภค เช่นพลังงาน ไฟฟ้า ประปา ระบบขนส่งมวลชน รถไฟ รถเมล์ ควรจะคงอยู่เป็นของรัฐ

ที่ไม่เป็นสาธารณูปโภค ไม่จำเป็นที่จะเป็นของรัฐก็ได้ เช่นสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุต่างๆ

สถาบันการเงินก็ไม่จำเป็นต้องเป็นของรัฐ ให้เป็นเอกชนทั้งหมดได้ แต่วิกฤติทางเศรษฐกิจแต่ละครั้ง ทำให้สถาบันการเงินล้มลง ทำให้ตกมาเป็นของรัฐเป็นจำนวนมาก รัฐไปควบกิจการมา(ยึด) แต่รัฐก็รักษาไว้ไม่ได้ ต้องขายออกแทบไม่หลือเช่นกัน สถาบันการเงินบางแห่งก็ยังขายไม่ออก

เอกชน ควรเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินงานวิสาหกิจ (Operator) รัฐ ควรถอยออกมา และมาเป็นผู้ควบคุมกฎอย่างเดียว (Regulator)

รัฐบาลสมัคร มีการเข้าไปหาประโยชน์ส่วนตน ในรัฐวิสาหกิจกันดื้อๆ

เช่น..

1) การแปลงโทรทัศน์ช่อง 11 มาเป็นโทรทัศน์ NBT ทำเป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มคน

2) การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์เป็นเอกชน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.กระทรวงการคลัง และนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี  ใช้เวลาเพียง 5 เดือน ทำการแปลงตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเอกชน เตรียมนำเข้าตลาดหุ้นในปี 2544 http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/08/06/entry-1

การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ เช่นนี้ คือการแปลงสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทย ไปเป็นเอกชน ตลาดหลักทรัพย์มีมูลค่ามากกว่าปตท.หลายเท่า มูลค่าสินทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีมูลค่าทรัพย์สินเท่ากับหรือเกือบเท่ากับมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวสะท้อนค่าเงินบาทโดยตรง มูลค่าตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้น ค่าเงินบาทก็จะสูงขึ้น มูลค่าตลาดหลักทรัพย์ตกลง ค่าเงินบาทก็จะตกลง มูลค่าตลาดหลักทรัพย์พังทลาย ค่าเงินบาทก็พังทลาย ความเป็นไปของตลาดหลักทรัพย์อิทธิพลสูงต่อระบบเศรษฐกิจหลักของประเทศ ทั้งสภาพคล่องของระบบ ค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อ ตลาดหุ้นจึงไม่สมควรแปรรูปเป็นเอกชน  

ตลาดหุ้น เครื่องมือทางการเงินที่อันตรายของโลกทุนนิยม

ค่าเงินบาทพังทลาย กระทั่งต้องลอยค่าเมื่อกลางปี 2540 ก็เป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537

ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมานี้ ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไหลออกจากอเมริกาแทบเกลี้ยง ไหลออกมาท่วมโลก ก็เกิดจากการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000 (2543)

ตลาดหุ้นเป็นต้นเหตุวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้ง วิกฤติเศรษฐกิจ 2 ครั้งที่ผ่านมา ทำให้สินทรัพย์ของคนในประเทศ ตกไปเป็นของต่างชาติเกินครึ่ง

คนทั่วไป ขาดข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจใน เรื่องนี้ จึงปล่อยให้อยู่ในการจัดการของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์แต่อย่างเดียว เช่น กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โบรเกอร์ สภาตลาดทุนไทย

ข้ออ้างการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้แตกต่างจากข้ออ้างการแปรรูปปตท.แต่อย่างใด "เป็นการพัฒนาตลาดทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับสากล"

ตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นของรัฐมาแต่แรก ไม่เหมือนของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นเอกชนมาแต่แรก ตลาดหลักทรัพย์ไทย ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยกฎหมายพิเศษ ให้กำกวมว่าเป็นของเอกชนหรือของรัฐ

ตลาดหลักทรัพย์มีรายได้ดี แต่ 33 ปีที่ตั้งตลาดหลักทรัพย์ไม่เคยโอนเงินเป็นรายได้ให้กระทรวงการคลัง รายได้ของตลาดหลักทรัพย์ถูกจัดการโดยลำพังของตลาดหลักทรัพย์เอง

ตลาดหลักทรัพย์ โดยมูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน เป็นผู้สนับสนุนเอเซียนเกมส์ปี 2550 ที่จังหวัดนครราชสีมา แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งของตลาดหลักทรัพย์

ศักดินาไม่รู้ว่า ทำไมวิกฤติเศรษฐกิจ 2 ครั้งที่ขึ้นกับประเทศไทย มีต้นเหตุมาจากอะไร ทำไมจึงเกิดวิกฤติซ้ำรอย เขาไม่ทราบว่า  ทำอย่างไรจึงจะให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่พวกเขาทราบสินทรัพย์ของชาติอยู่ตรงไหนบ้าง และหาวิธีการที่จะหาประโยชน์ส่วนตนจากสินทรัพย์เหล่านั้นได้อย่างไร ดังเช่นการหาประโยชน์การแปรรูป ปตท. และรัฐวิสาหกิจต่างๆนั่นเอง

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
นายกสภาตลาดทุนไทย (กรรมการผู้จัดการปตท.)

การแปรรูปปตท. และบริษัทในกลุ่มเป็นเอกชน และนำเข้าตลาดหุ้น ผู้บริหารได้เงิน เดือน โบนัสเพิ่มขึ้น ผู้ถือหุ้นได้เงินปันผลสูง แต่ประชาชนเดือดร้อนทั่วประเทศ 

ปตท.เป็นกิจการลักษณะผูกขาด หรือกึ่งผูกขาด ซึ่งเป็นข้อห้ามของการนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ทำไมจึงนำปตท.เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้

การที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก ส่งผลให้ราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าเดินทาง ค่าความเป็นอยู่สูงขึ้น เงินเฟ้อของประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างถาวร ประชาชนเดือดร้อนกันทั่วประเทศ

รัฐวิสาหกิจที่ผลการดำเนินงานไม่ดี ศักดินาไม่เคยคิดที่จะเข้าไปทำการปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น

ศักดินาคิดแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรดี และมีแนวโน้มกำไรดีเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ตำแหน่งบริหาร ได้ตำแหน่งงาน ได้ส่วนผู้ถือหุ้น และได้ผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน

เช่นการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์เป็นต้น

นายวิจิตร สุพินิจ
ประธานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)

เมื่อก่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานกลต.โดยตำแหน่ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

ตอนนี้นายวิจิตร สุพินิจเป็นประธาน

เป็นรูปแบบของเอกชนแล้ว

ทำอะไรดูง่ายไปหมด เอาไปง่ายเหมือนปอกกล้วย

การแปรรูปตลาดหุ้น คือการคิดหาประโยชน์ส่วนตนของคนที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้น ป่วยการที่จะไปกล่าวถึงอดีตนายกทักษิณ มีนายกทักษิณหรือไม่มีนายกทักษิณ ก็มีความตั้งใจจะทำเช่นนี้อยู่แล้ว รุมกินโต๊ะประเทศไทย

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ 'หมอเลี๊ยบ' เลขาธิการพรรคพลังประชาชน หนึ่งในกลุ่มคนเดือนตุลา เป็นคนเรียนเก่ง สอบปลายปีม.ศ. 5 สายวิทย์ ได้ที่ 1 ของประเทศ

ร้อยเก่งหรือจะสู้ 1 ชำนาญ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

การมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขาไม่ได้เจอผู้ชำนาญการเพียงคนเดียว

แต่เขาตกมาอยู่ในกลุ่ม 100 ศักดินาที่ชำนาญการ

ชำนาญการในการหาประโยชน์ส่วนตน  ชำนาญการในการปล้นชาติตน ชำนาญการในการขายประเทศชาติของตนเอง ชำนาญในการให้ต่างชาติเช่าประเทศชาติตน

6-7 เดือนของรัฐบาลสมัครที่ผ่านมา ส่งเงินออกกระตุ้นรากหญ้า ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ โรดโชว์ต่างประเทศ กู้เงินญี่ปุนมาทำเมกะโปรเจ็คท์ อ้างว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้ยินเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจทุกเดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนใดมาก็หาเงินแบบมักง่าย รมว.คลัง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ก็คิดหาเงินจากอบายมุขหวยบนดินเช่นกัน

10 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยขาดดุลงบประมาณแล้ว กว่า 170,000 ล้านบาท รวมทั้งหนี้สาธารณะคงค้างของประเทศยังอยู่ระดับสูงประมาณ 3.5 ล้านล้านบาท รัฐบาลยังออกรายโครงการณ์ประชานิยม 6 เดือน 6 เรื่อง ทำให้สูญงบประมาณเพื่อการนี้อีกไม่ต่ำกว่า 56,000 ล้านบาท ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ได้ประโยชน์เฉพาะคนกรุง คนต่างจังหวัดได้ประโยชน์น้อย เป็นการบริหารประเทศที่ขาดความรับผิดชอบ เมื่อเงินขาดมือ ทางการก็ต้องหาทางขึ้นภาษีวีเอที หรือไม่ก็ขายรัฐวิสาหกิจเอาเงินมาใช้อีก

นพ.สุรพงษ์ไม่สงสัย รายได้ของตลาดหุ้น ช่วง 33 ปีที่ผ่านมา เป็นอย่างไร? ใช้แบบไหน ? ทางใดบ้าง ? ตลาดหุ้นนี้ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญจริงหรือไม่ ? 

วิสัยทัศน์และปรัชญาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่ละรัฐบาลไม่ได้แตกต่างกัน ไม่ได้มีวิสัยทัศน์และปรัชญาที่เป็นส่วนตน การตัดสินใจทางด้านเศรษฐกิจจึงเป็นไปตาม การชี้นำของศักดินาเดิมๆในกระทรวงการคลัง ซึ่งวิสัยทัศน์ปรัชญาเบี่ยงเบนเป็นส่วนใหญ่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ผ่านมา รวมทั้งนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นเพียง 'เครื่องมือ' ของศักดินาในกระทรวงการคลัง และศักดินาพันธมิตรของกระทรวงการคลัง

กรรมเก่าของนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี สร้างมาดี ทำให้เกิดมาเรียนเก่ง

แต่ชาตินี้มาอยู่กับคนบาปหนาถึง 2 คน พลอยทำให้ชาตินี้ต้องมาทำบาปด้วย การแปรรูปตลาดหุ้นเป็นเอกชนของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คือการทำบาปกับประเทศชาติ  การแปรรูปตลาดหุ้นเป็นเอกชน ไม่ได้ช่วยให้มีการพัฒนาตลาดหุ้น ไม่ต้องแปรรูปฯก็พัฒนาตลาดหุ้นได้

ดัชนีตลาดหุ้นไทยยุคทักษิณ
เปรียบเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นไทยกับดัชนีตลาดหุ้นประเทศอินโดนีเซีย

ปรับฐานเท่ากันที่ 100 ในวันเริ่มต้นของรัฐบาลทักษิณในปี 2544 (2001) ตลาดหุ้นยุคทักษิณดีเฉพาะ 3 ปีแรก (วงกลมในกราฟ) และ 3 ปีหลัง ไม่ได้ดีขึ้น และอยู่ต่ำกว่าดัชนีตลาดหุ้นของประเทศอินโดนีเซียอย่างมาก

พบข่าวในหนังสือพิมพ์ มูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน มีทุน 16,000 ล้านบาท อยากจะหารายละเอียด ดูจาก http://www.cdf.or.th/vhcs2/aiweb/modules.php?

ไม่ได้รายละเอียดอะไร ได้แต่รายชื่อคณะกรรมการ มูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน

มี

นายนิพัทธ  พุกกะณะสุต ประธานกรรมการ 
นายโกวิทย์  โปษยานนท์ รองประธานกรรมการ
นายธวัชชัย  ยงกิตติกุล กรรมการ
คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม กรรมการ
นางสาวนวพร เรืองสกุล กรรมการ
นายวิโรจน์  นวลแข กรรมการ
นายไกรทิพย์  ไกรฤกษ์ กรรมการ
นายวิจิตร  สุพินิจ กรรมการ
มีนายนายชูชัย  ตีรณชาติ เป็นกรรมการและผู้จัดการ เหรัญญิก และเลขานุการ

นายนิพัทธ  พุกกะณะสุต ประธานกรรมการมูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน

การแปรรูปตลาดหุ้น เป็นเรื่องที่ศักดินา ชงเรื่องไว้กินเอง เป็นการเปิดประตูให้กลุ่มคนเข้ามาปล้นสินทรัพย์ทรัพย์ของชาติด้วย 

บอร์ดรัฐวิสาหกิจ บอร์ดองค์กรรัฐ คือปัญหาของชาติ ที่สำคัญ เป็นแหล่งที่เข้าไปหาผลประโยชน์ของศักดินาและนักการเมือง หรือเป็นแหล่งที่นักการเมืองใช้เป็นที่ให้ผลประโยชน์ต่างตอบแทน แก่คน หรือคณะบุคคล ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประเทศชาติประชาชน ทำให้ประเทศชาติประชาชนมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ต้นทุนความเป็นอยู่สูงขึ้น

นักการเมืองส่ง 'อัยการ' และ 'ตำรวจ' เข้าไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ และบอร์ดองค์กรรัฐ มีผลประโยชน์ตอบแทนปีละหลายสิบล้านบาท โดยที่หากรับเงินเดือนตามตำแหน่งปกติ ไม่มีทางที่จะมีรายได้ขนาดนี้ ทำให้อัยการและตำรวจต้องมาทำงานรับใช้นักการเมือง ความเป็นธรรมในระบบจึงเบี่ยงเบน ประเทศชาติประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ความเดือดร้อน ความไม่เป็นธรรม ความเสื่อมจึงเกิดขึ้นกับระบบ 

ปัญหาของเอกชนทีพีไอเกิดจากความล้มเหลวในวิสัยทัศน์และปรัชญาแห่งรัฐ อัยการสูงสุด  อธิบดีกรมตำรวจ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในรัฐบาลทักษิณ ถูกส่งไปเป็นกรรมการผู้บริหารไออาร์พีซี(ทีพีไอเดิม) เอกชนหวังความเป็นธรรมจากรัฐ เมื่ออัยการสูงสุด  อธิบดีกรมตำรวจเข้ามาเป็นกรรมการในไออาร์พีซีแล้ว เอกชนจะได้รับความเป็นธรรมจากรัฐได้อย่างไร

ทั้งตำรวจและอัยการ มีความเฉื่อยกับคดีของอดีตนายกทักษิณ ก็เพราะผลประโยชน์ต่างตอบแทนนี้ นั่นเอง 

รูปแบบกรรมการบอร์ด ดังที่เป็นอยู่ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อระบบ ไม่เพียง  'อัยการ' และ 'ตำรวจ' เท่านั้น 'ศักดินาระดับสูงในสาขาอื่น' ที่ส่งเข้ามาเป็นกรรมการบอร์ด ก็จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ระบบเช่นกัน 

..........................................

บล๊อก http://www.oknation.net/blog/korbsak/2008/08/13/entry-1 นำเสนอเรื่องของการได้มาของกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามกฎหมายใหม่ ดังนี้..

"ดูรายชื่อคณะกรรมการคัดเลือกที่คุณหมอว่าการกระทรวงการคลังเขาจัดมา    คนที่ทำให้ฝันของธปท.ล่มสลายในทันที

 ๑.นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง
 ๒.นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง
 ๓.นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการธนาคารทหารไทย
 ๔.นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ
 ๕.นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
 ๖.นายวิจิตร สุพินิจ กรรมการธนาคารทหารไทย
 ๗.นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย

ใครเป็นใคร   ดีชั่วอย่างไร  ลองอ่านดูที่ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=44015&catid=5

ท่านทั้ง ๗ นี่ละครับเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกหาคนดีมานั่งเป็นคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย      ดูผลงานซิครับ   หน้าตาส่วนหนึ่งของคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกิดจากฝีมือของกรรมการคัดเลือกที่คุณหมอแต่งตั้ง

 ๑.นายพรชัย นุชสุวรรณ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
 ๒.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 ๓.นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
 ๔.นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด
 ๕.นายจรุง หนูขวัญ  อดีตรองผู้ว่าการ ธปท.
 ๖.นายคณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง"

..........................................

การ 'ชง' เรื่องตลาดหลักทรัพย์

นักวิชาการกระทรวงการคลัง และพันธมิตรของกระทรวงการคลัง ผู้ร่ำเรียนและช่ำชองทฤษฎีตะวันตก ออกบทความมากมาย ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา  "..พัฒนาตลาดทุน ..แปรรูปตลาดทุน ..พัฒนาตลาดหุ้น ..แปรรูปตลาดหุ้น"  พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปัญหาของตลาดทุนมีอะไรบ้าง ไม่ทราบว่าทำไมสหรัฐอเมริกา หรือโลกทุนนิยมจึงล่มสลาย

'ทิฏฐิ' ของการทรวงการคลัง

มีสักกี่คนจะเข้าใจว่า เป็น ..สัมมาทิฏฐิ ..หรือ ..มิจฉาทิฏฐิ 

ผู้เขียนว่าเป็น มิจฉาทิฏฐิ

การแปรรูปตลาดหุ้น เป็นไปแบบ เบี่ยงเบน

แทนที่จะ ..ชงเรื่อง "โอนรายได้ของตลาดหลักทรัพย์ ..ให้กระทรวงการคลัง"

กลายเป็น ..ชงเรื่อง .."แปรรูปตลาดหุ้นเป็นเอกชน" เอาใบหุ้นบริษัทตลาดหุ้นไทย มาแบ่งปันกัน ระหว่างศักดินา นักการเมือง และนายทุน

..........................................

ระบบ คือประเทศชาติประชาชน

มีคนได้ ก็มีคนเสีย (Zero sum games) มีคนหรือกลุ่มคน เอาประโยชน์ไปจากระบบ ระบบก็เสียประโยชน์  คือต้นเหตุทุกข์เข็ญลำเค็ญ ที่ไม่มีใครทราบ และไม่รู้ตัว แม้บางช่วงได้ผู้นำที่โกงกินน้อย ผู้คนก็ลำบากเหมือนเดิม ต้องออกมาเคาะกะลา เคาะหม้อ เคาะไห ด้วยความอัดอั้นตันใจ เหมือนกับคนในบางประเทศ

ปัญหาอยู่ที่คนระดับสูงของประเทศ ไม่ได้อยู่ที่ระดับชาวบ้าน

การแก้ปัญหา ต้องแก้ปัญหาที่คนระดับสูงของประเทศ ไม่ใช่มาแก้ปัญหาที่ระดับชาวบ้าน

การแก้ปัญหา ก็ต้องคิดถึงคนระดับสูงที่อยู่ในระบบทั้งหมด 

หากคิดว่านักการเมืองฝ่ายเดียวคือปัญหา ประเทศไทยไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้

นอกจาก 'นักการเมือง' แล้ว

'ศักดินา' และ 'นายทุน' ก็คือปัญหาของชาติไม่แพ้กัน

ผู้เขียนไม่ตอบปัญหาหรอกว่า 'ศักดินา' กับ 'นายทุน' ใครเก่งใครดีกว่ากัน ผู้อ่านตอบเองได้

ศักดินา นักการเมือง นายทุน มั่งคั่งมากเท่าใด
ประเทศชาติและประชาชนจะยากจนลงเท่านั้น

ปัญหา คือการคิด และการเข้า ไปหาผลประโยชน์ส่วนตน ที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบระบบ

การแก้ปัญหา ..ต้องรู้เท่าทัน ..ต้องควบคุม การเข้าไปหาประโยชน์ส่วนตนจากระบบ

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)
@@@

...................................................................................
...................................................................................

อ้างอิง : เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

มิจฉาวาจาจากการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/26/entry-2

มิจฉาทิฏฐิจากการสูงขึ้นของราคายาง
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/27/entry-1

ร่วมกันคัดค้านสัมปทานอุทยานแห่งชาติ (วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2551)
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/09/08/entry-3

พระราชกฤษฎีกาให้บำเหน็จบำนาญ ส.ส.-ส.ว. (วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2551)
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/08/31/entry-1

ครม.อนุมัติขึ้นค่าครองชีพพิเศษ ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำ6%
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/13/entry-2

ภาษีจากหยาดเหงื่อแรงงานของเรากำลังถูกเม้มอย่างถูกกฎหมาย
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/19/entry-1

posttoday.com วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2551
มท.3 เปิดช่องต่างชาติซื้อที่ดินครองสิทธิตลอดชีพ

เลี้ยบสู้ไม่ถอยลุยตั้งบอร์ดธปท.ฉาว
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/08/17/entry-2

โยกทุนสำรอง1หมื่นล.$ตั้งกองทุนข้ามชาติ
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/07/30/entry-1

อบายมุข 'หวย' ท่วมประเทศต่อเนื่องสมัย สมัคร-สุรพงษ์
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/08/18/entry-3

คอหวยเฮ!คลังยันเปิดขายออนไลน์งวดก.ย.
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/07/01/entry-1

คลังเดินหน้า'หวยบนดิน'รูปแบบออนไลน์ คาดเริ่มขายงวดเดือนก.ย.
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/22/entry-5

ขอคืนยศดวง..ข้อมูลที่เฉลิมทำแอ๊ค-อ๊าด
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/01/entry-3

เศร้า!บอร์ดกลต. ส่งนิพัทธคุมตลท.
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/08/09/entry-1

อนุมัติขึ้นค่าทางด่วนเป็น 45 บ.
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/07/25/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
soultraveller วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 03.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
Vacation Rentals by Owner

ขอบคุณสำหรับ entry นี้ครับ

http://horoscope.krubpom.com/

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
indexthai วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 07.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ศักดินาในความหมายของผม คือข้าราชการระดับสูง คนดีก็มี คนไม่ดี มักจะวิ่งเต้นมามีอำนาจ เพื่อได้ประโยชน์ส่วนตน ระดับบนที่บริหารประเทศไทย ทั้งศักดินา-นักการเมือง นำพากันกินประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ธีร์/อันมัย วันที่ : 27/09/2008 เวลา : 02.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teeanmai
คนเช่นไร แสดงออกเช่นนั้น

แน่ใจหรือว่านั่นคือศักดินา?

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ปลิวลม วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pliewlom


ความคิดเห็นที่ 27 (0)
indexthai วันที่ : 17/09/2008 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

high light .. "ศักดินา นักการเมือง ใครเก่ง ใครดี กว่าใคร ? (การเมืองใหม่)"

นายจักรภพ เพียงหลงไหลในตัวอดีตนายก พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ทราบถึงวิสัยทัศน์ปรัชญา คุณธรรมจริยธรรมที่เบี่ยงเบนของนายกทักษิณ นำความหลงผิดมาข่มศักดินา

การนำปตท.เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นของรัฐบาลทักษิณ คือตัวอย่าง ทำความเดือดร้อนให้คนทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้

แท้จริงแล้วประเทศไทยมีระบอบ 'ศักดินาธิปไตย' ทับซ้อนกันอยู่กับระบอบ 'ประชาธิปไตย'

ข้าราชการระดับสูง(ศักดินา) นักการเมือง และนายทุน อยากได้อะไร ก็ออกกฎหมาย และแก้กฎหมายเอาได้ดังใจ

ข้าราชการระดับสูง นักการเมือง และนายทุน คือต้นเหตุความวุ่นวายของประเทศ

ข้าราชการ รอจังหวะมิจฉาทิฏฐิอยู่ตลอดเวลา ที่จะ 'ชงเรื่อง' ออกมาเมื่อใด และในทิศทางใด

การจะชงเรื่องให้ประโยชน์ประเทศชาตินั้น ..ยาก

ส่วนใหญ่จะชงมากินกันเอง

ศักดินาในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมั่งคั่ง มีที่นา มีทรัพย์สินเงินทอง และข้าทาษบริวารมาก จนมีคำกล่าวว่า 'สิบพ่อค้า ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง' ทุกวันนี้ ศักดินา หรือข้าราชการระดับสูง ก็มีความมั่งคั่งเหมือนในอดีตนั่นเอง มั่งคั่งเชิงนโยบาย (คล้ายคอร์รัปชันเชิงนโยบาย)

ประเทศไทยไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้น หนี้คงค้างของ ITV ที่ก่อไว้กับรัฐ กว่า 70,000 ล้านบาท ศักดินาก็ไม่กระตือรือร้นที่จะตามเก็บ ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องจ่ายงบประมาณให้กรมประชาสัมพันธ์ปีละหลายพันล้านอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องเสียงบประมาณให้กับ Thai PBS อีกปีละ 2,000 ล้านบาท ภาษีของเรา เอามาใช้ในงานโฆษณาชวนเชื่อให้เราหลงไหล และหลงทาง

รัฐวิสาหกิจที่เป็นสาธารณูปโภค เช่นพลังงาน ไฟฟ้า ประปา ระบบขนส่งมวลชน รถไฟ รถเมล์ ควรจะคงอยู่เป็นของรัฐ

1) การแปลงโทรทัศน์ช่อง 11 มาเป็นโทรทัศน์ NBT ทำเป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มคน

2) การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์เป็นเอกชน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.กระทรวงการคลัง และนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาเพียง 5 เดือน ทำการแปลงตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเอกชน เตรียมนำเข้าตลาดหุ้นในปี 2544 http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/08/06/entry-1

ข้ออ้างการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้แตกต่างจากข้ออ้างการแปรรูปปตท.แต่อย่างใด "เป็นการพัฒนาตลาดทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับสากล"

การแปรรูปปตท. และบริษัทในกลุ่มเป็นเอกชน และนำเข้าตลาดหุ้น ผู้บริหารได้เงิน เดือน โบนัสเพิ่มขึ้น ผู้ถือหุ้นได้เงินปันผลสูง แต่ประชาชนเดือดร้อนทั่วประเทศ

การแปรรูปตลาดหุ้น คือการคิดหาประโยชน์ส่วนตนของคนที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้น ป่วยการที่จะไปกล่าวถึงอดีตนายกทักษิณ มีนายกทักษิณหรือไม่มีนายกทักษิณ ก็มีความตั้งใจจะทำเช่นนี้อยู่แล้ว รุมกินโต๊ะประเทศไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ผ่านมา รวมทั้งนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นเพียง 'เครื่องมือ' ของศักดินาในกระทรวงการคลัง และศักดินาพันธมิตรของกระทรวงการคลัง

บอร์ดรัฐวิสาหกิจ บอร์ดองค์กรรัฐ คือปัญหาของชาติ ที่สำคัญ เป็นแหล่งที่เข้าไปหาผลประโยชน์ของศักดินาและนักการเมือง หรือเป็นแหล่งที่นักการเมืองใช้เป็นที่ให้ผลประโยชน์ต่างตอบแทน แก่คน หรือคณะบุคคล ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประเทศชาติประชาชน ทำให้ประเทศชาติประชาชนมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ต้นทุนความเป็นอยู่สูงขึ้น

รูปแบบกรรมการบอร์ด ดังที่เป็นอยู่ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อระบบ ไม่เพียง 'อัยการ' และ 'ตำรวจ' เท่านั้น 'ศักดินาระดับสูงในสาขาอื่น' ที่ส่งเข้ามาเป็นกรรมการบอร์ด ก็จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ระบบเช่นกัน

การแปรรูปตลาดหุ้น เป็นไปแบบ เบี่ยงเบน

แทนที่จะ ..ชงเรื่อง "โอนรายได้ของตลาดหลักทรัพย์ ..ให้กระทรวงการคลัง"

กลายเป็น ..ชงเรื่อง .."แปรรูปตลาดหุ้นเป็นเอกชน" เอาใบหุ้นบริษัทตลาดหุ้นไทย มาแบ่งปันกัน ระหว่างศักดินา นักการเมือง และนายทุน

หากคิดว่านักการเมืองฝ่ายเดียวคือปัญหา ประเทศไทยไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้

นอกจาก 'นักการเมือง' แล้ว

'ศักดินา' และ 'นายทุน' ก็คือปัญหาของชาติไม่แพ้กัน

ศักดินา นักการเมือง นายทุน มั่งคั่งมากเท่าใด
ประเทศชาติและประชาชนจะยากจนลงเท่านั้น

ปัญหา คือการคิด และการเข้า ไปหาผลประโยชน์ส่วนตน ที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบระบบ

การแก้ปัญหา ..ต้องรู้เท่าทัน ..ต้องควบคุม การเข้าไปหาประโยชน์ส่วนตนจากระบบ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
indexthai วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คห.21 คุณหาดใหญ่...

ผมก็นำเสนอเรื่องศักดินา ใน entry ได้และเอียดพอสมควร...

ศักดินา(ข้าราชการระดับสูง)คือวิสัยทัศน์ ปรัชญา ของประเทศไทย ..เขาเป็นคนชงเรื่องแทบทุกเรื่องทุกเรื่อง
กล่าวได้เลยว่า.. คือข้าราชการคือพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เวลามีปัญหา ..เราก็ไปโทษแต่นักการเมือง (แท้เป็นของศักดินา)

ตัวอย่างผลประโยชน์ต่างตอบแทน..

คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยที่แต่งตั้งโดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
๑.นายพรชัย นุชสุวรรณ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
๒.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
indexthai วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

น้องออน คห.23 comments ได้สมบูรณ์

ผมไม่ทราบจะนำเสนอให้ผู้รับผิดชอบทางเศรษฐกิจให้เข้าใจได้อย่างไร ตลาดหุ้นเป็นอันตรายต่อประเทศไทย เป็นอันตรายต่อประเทศสหรัฐอเมริกา อันตรายต่อโลกทุนนิยม

แต่.. ศักดินา และพันธมิตรศักดินา ของกระทรวงการคลัง ยังรุมทึ้ง ตลาดหุ้นอีก

สงสารประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
kasemtele วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kasemtele

สมชายก็ไม่เอา

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
น้องออน วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 15.33 น.

น้องออนอ่านมาทั้งหมดแล้วค่ะ และก็มองว่าในเมืองไทยนอกจากอาจารย์ของน้องออน อดีตนายจ้างเก่าที่ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ (ดร.สมภพ มานะรังสรรค์) ก็มีแต่คุณนี่แหละที่เข้าใจเรื่อง Capital Market แบบแตกฉานมากๆ มากกว่าพวก Technocrat ในกระทรวงการคลังและที่ ธปท.เป็นร้อยเท่าเลย

แต่ถ้าจะให้สรุปปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมือง คิดว่าคำพูดที่คุณชอบใช้อยู่เสมอๆน่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนครอบคลุมที่สุด
"บุคคลมั่งคั่ง แต่ระบบเสียหาย" เป็นปัญหาพื้นฐานของระบบทุนนิยมที่มีรากฐานมาจากระบบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ดังนั้นวิธีการแก้ต้องต้องทำอย่างที่คุณบอก

ระบบสาธารณโภคี ที่เน้นที่ตัวระบบ โดยมองว่าถ้าระบบอยู่รอด หน่วยย่อยในระบบก็อยู่ได้ ไม่ใช่โอนเอาทรัพยากรมาไว้ที่ปัจเจก

อีกเรื่องที่น้องออนคิดว่าคนไทยไม่ค่อยรู่เกี่ยวกับนาย Warren Buffet ก็คือ เรื่องภาพลักษณ์นักบริจาคของเขา

ถ้าใครอ่านพวกนิตยสารด้านธุรกิจ การเงิน การลงทุนมาโดยตลอดจะพบว่า หากเทียบกับเศรษฐีคนอื่นๆแล้ว นายคนนี้ขี้งกที่สุด

โดยการจัดอันดับของ Forbes ประมาณปี 2004 ถ้าจำไม่ผิด ก่อนที่นายคนนี้จะบริจาคเงินก้อนมโหฬารกว่า 30,000 ล้านเหรียญ (จริงๆแล้วเป็นหุ้นใน Berkshire ไม่ใช่เงิน) ตลอดชีวิต 70 กว่าปี นายคนนี้บริจาคเงินเพียงแค่ 1,000 ล้านเหรียญเท่านั้น จากทรัพย์สินกว่า 50,000 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 2% กว่าๆเท่านั้น

ขณะที่เจ้าของ CNN อย่างนาย Ted Turner บริจาคมากกว่า 50% ของทรัพย์สินในชีวิตของเขา ทั้งๆที่มีเงินน้อยกว่ามากๆ แถมความมั่งคั่งยังเกิดจากการประกอบการด้วย ตรงนี้คือความต่าง

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
indexthai วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

มีคำถามดีๆ ทั้งนั้น..
รวมทั้งคำถาม ..คุณ 'หาดใหญ่2521" เดี๋ยวจะมาตอบครับ มีธุระนิหน่อย

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
หาดใหญ่2521 วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wanderer

แล้วเราจะทำไงดีครับ
พรรคข้าราชการ เราได้ยินมานาน
แต่....จะทำไงดี จะทำอะไรได้บ้างเรายังคิดไม่ออก

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
indexthai วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณน้องออน...

อย่างไรก็ตาม.. ทางเทคนิค ..เงินจะไหลเข้าอเมริกา
ไม่ต้องทำอะไร เศรษฐกิจอเมริกาก็จะฟื้นตัว ...dollar zone จะ rebound

แต่ทั่วโลก ..จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อย่างที่ว่าจริงครับ .. out of dollar zone จะ collapse

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
indexthai วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณน้องอร...

อ่านเรื่องนี้หรือยังครับ..
การพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/04/16/entry-2
.
ต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน..

1) ตลาดหุ้นไทยพังทลายในปี 1994
ทำให้ค่าเงินบาทพังทลาย และเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2
ต้องเข้าโครงการณ์ IMF
ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินพังทลาย

2) ตลาด NASAQ พังทลายในปี 2000
ทำให้ค่า USD พังทลาย เงินไหลออกจากอเมริกา และวิกฤติเศรษฐกิจเศรษฐกิจประเทศขณะนี้
แม้ไม่ต้องเข้าโครงการณ์ IMF ก็ตาม
ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินพังทลาย

เห็นไหมครับ ..ต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน
ผลกระทบ .. ความเสีย.. ก็เป็นแบบเดียวกัน

== ดูว่าคุณเป็นคนที่มีข้อมูล และความรู้ในเรื่องนี้ ที่ผมรู้สึกว่ามีคนรู้เรื่องที่ผมนำเสนอ ==

เรื่องนี้ Hedge Fund รวยคนเดียว ..วอร์เรน บัปเฟต มั่งคั่งที่สุดในโลก
แต่คนท้องถิน ประเทศท้องถิ่น เช่นไทย และอเมริกา ยากจน ค่นแค้น แต่อย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม.. ทางเทคนิค ..เงินจะไหลเข้าอเมริกา ..ไม่ต้องทำอะไร เศรษฐกิจอเมริกาก็จะฟื้นตัว...

และประเทศไทยจะดิ่งลง...

ต้นเหตุคืออะไร ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ..
== ตลาดหุ้น ..คือสิ่งผิดปกติของโลกทุนนิยม ..คือต้นเหต.. ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ..ต้องแก้ที่ตลาดหุ้น ==

เขียนเรื่องนี้ไว้เช่นกัน..."การล่มสลายโลกทุนนิยม"
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/17/entry-1

เข้ามา blog นี้.. มีแต่เรื่องหนักสมองนะครับ ...ขออภัยด้วย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
น้องออน วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 13.19 น.

แหมแต่งานนี้รู้สึกจะเหลือแต่ Goldman Sachs เพียงผู้เดียว ที่ยีงอยู่ แหมแต่งานนี้พูดได้คำเดียวว่า สมน้ำหน้าโว้ย ไอ้พวกที่มาซื้อทรัพย์สินเราช่วงปรส. สมน้ำหน้า Lehman Brothers สะใจโว้ย ทำเวรกรรมกับเราช่วง 1997 ต่อมา 10 ปีให้หลังเจ๊ง สมสมสม

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
น้องออน วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 13.15 น.

Lehman Brothers เจ๊งแล้ว เวรกรรมมีจริง
ทุนการเงินล่ม สถาบันการเงินใหญ่ๆ จะพากันล้มระเนระนาด Nasdaq คราวก่อนเสียหาย 7 trillion จนถึง ณ วันนี้ตลาดหุ้นและตลาด bond เสียหายเกือบ 20 trillion แล้ว

อยากถามคุณ indexthai ว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อคะ เห็นผู้บริหาร Sovereign Wealth Fund ของสิงคโปร์ GIC นายโทนี่ แทน บอกเลยว่างานนี้โลกจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบญี่ปุ่นเลย
"World May Face `Japan-Like' Economic Stagnation, GIC's Tan Says"

แล้วท้ายที่สุดอยากให้พูดแบบฟันธงเลยว่าสหรัฐฯจะแก้ปัญหาจากการที่ทุนการเงินพังพินาศโดยการใช้ไม้ตายสุดท้าย "Warfare Economy" หรือเปล่าคะ เพราะที่ผ่านมาสหรัฐฯที่รอดมาจากวิกฤต 1929 มาได้ก็เพราะสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนั่นทำให้สหรัฐก่อหนี้สาธารณะถึง 120% ต่อจีดีพีเลยทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
indexthai วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 03.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณนิดนรี
เราพากันต่อว่าแต่"นักการเมือง" ว่าหาแต่ประโยชน์ส่วนตน
"ข้าราชการระดับสูง" สายเศรษฐกิจก็หาประโยชน์ส่วนตนเช่นกัน

ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เป็นเหมืนปตท. แต่จะเป็นยิ่งกว่าปตท.
เพราะเงินมันมากกว่า
ผลประโยชน์มันมากกว่า

เรื่องของประเทศไทย มันเลวร้ายกว่าที่คนทั่วไปทราบ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 00.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เขียนได้ละเอียดดีค่ะ น่าเอาไปขยายความน่ะค่ะ เรื่องแปรรูปตลาดหลักทรัพย์นี่ น่าสนใจมากค่ะ ใครได้ใครเสียประโยชน์ค่ะ กลัวเหมือน ปตท. ยิ่งเป็นเรื่องการเงินของชาติ ยิ่งต้องระมัดระวังมากๆ ทำไมข่าวเงียบจังเลย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อาคม วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akom

เป็นเรื่องที่น่าติดตามมากครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เมื่อยลูกตาจัง....

นี่คล้ายชวนใครบางกลุ่มปรับทัศนะเรื่องโคงสร้างสังคม

มีความเห็นข้อหนึ่ง - หากใครบางกลุ่มจะเฉลี่ยความมั่งคั่งของประเทศจากบางชั้นชนลงไปสู่รากหญ้าส่วนใหญ่ของประเทศตามที่อ้าง ไฉนไม่ทำกับความมั่งคั่งนับแสนล้านของตัวเอง กลุ่มตัวเองด้วย และไฉนยังกอบและโกยอย่างมูมมามยิ่งกว่าชูชก(ห้าเดือนผ่าน ๑.๘ ล้านล้าน)ในโครงการสาธารณูปโภคของรัฐ
นี่ก็โกหกคำโตไม่ต่างกับระบบเดิม
....ผมคิดได้แค่นี้.. ที่เหลือค่อยมาย่อย...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Kinaree_ วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boss-Dee


รักกันไว้ เพื่อ ประเทศไทย

thank
ที่แวะไปเยื่อน จ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลุงฟาง วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/semtele

เก่งแต่โกงก้ไม่ไหวนะครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ศักดินา นักการเมือง ใครเก่ง ใครดี กว่ากัน

คำตอบคือ มีความเก่ง ไม่ต่างกัน

แต่มีความดี ต่างกัน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

มาเยี่ยมเยียนครับ
และขอบคุณที่แวะไปทักทาย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ซันญ่า วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 00.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

เก่ง = วิสัยทัศน์ ปรัชญา

ดี = คุณธรรม จริยธรรม
สวัสดีค่ะอาจารย์ เฮ้อ....

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อังศนา วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam


..อ่านแล้วหดหู่ใจจังค่ะ!

นายนิพัทธนี่หรือเปล่าคะที่ประวัติขมุกขะมอม ไหนจะเคยต้องคดีรับสินบน
ไหนจะโดนข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ มาอยู่อย่างนี้ไม่ยิ่งไปกันใหญ่หรือเนี่ย

เฮ้อออ.. เมื่อไหร่ประเทศไทยจะพ้นวิบากกรรมเสียทีน้อ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

อย่ามัวพูดอยู่แต่ในนี้เลย ช่วยกันออกไปบนถนนเยอะๆ ผีตายซากพวกนี้จะได้ไปลงนรกซะที

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 07.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 


ฮื่อ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 07.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

การเมืองไทย ... เหนื่อยอีกนาน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายหัวไทร วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman

อือ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Duplex วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 06.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Duplex

สบายดีหรือเปล่า แวะมาทักทายมีโครงการดีๆ มาบอก รับบริจาคหนังสือในโครงการปันหนังสือให้น้องอ่าน เพื่อนำไปมอบให้โรงเรียนต่างๆ ที่ยังขาดแคลนหนังสือ เนื่องจากได้ไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ ด้านคุณธรรมชั้นนำ และได้เห็นปัญหาการขาดเคลนหนังสือ จึงได้ทำโครงการปันหนังสือให้น้องอ่าน หากเห็นเป็นประโยชน์ช่วยประกาศให้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
khunjumbo วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 06.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunjumbo

สวัสดียามเช้าครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน