*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531303
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 6970 , 20:57:31 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

@

สาเหตุ ..การพังทลายภาคการผลิตจริง และภาคการเงิน อเมริกา

@

NASDAQ Index  ตลาดหุ้นอเมริกา เริ่มพังทลายต้นปี 2000 ตกถึงปลายปี 2002 ตกลงถึง 78 เปอร์เซนต์

@
................................................
@

ค่าเงินเหรียญสหรัฐ (เทียบกับ EURO)   ช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ตกลง 48 เปอร์เซนต์

@
................................................
@

ติดตามข่าว เรื่องการพังทลายของ Lehman Brothers และ เมอร์ริล ลินช์ 

ไม่มีใครบอกถึงสาเหตุ ว่าเป็นเพราะเหตุใด Lehman Brothers และ Merrill Lynch จึงล้มและล่ม ผมทราบเรื่องนี้ล่วงหน้ามา 6-7 ปีแล้ว ว่าเป็นเพราะเหตุใด ก็คล้ายกับที่เกิดกับประเทศไทยในปี 1994 นั่นเอง

มีต้นเหตุมาจากการพังทลายของตลาดหุ้น..
ตลาดหุ้นใดพังทลายหนัก ก็จะเกิดปัญหาแบบเดียวกันนี้ทุกประเทศ...

1) ตลาดหุ้นไทยพังทลายในปี 1994 ....... SET Index ตก 88 เปอร์เซนต์
ทำให้ค่าเงินบาทพังทลาย ทำให้เงินไหลออกจากประเทศไทย (ค่าเงินบาทตก 54 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับ USD)
และเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2
ต้องเข้าโครงการณ์ IMF
>> ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินพังทลาย (สถาบันการเงินล้มลงกว่า 70  แห่ง)
(ไม่ได้แสดงกราฟไว้)

2) ตลาด NASAQ พังทลายในปี 2000  ..... NASDAQ Index ตก 78 เปอร์เซนต์
ทำให้ค่า USD พังทลาย เงินไหลออกจากอเมริกา  (USD ตก 48% เมื่อเทียบกับ EURO)
และเกิดเป็นวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกาขณะนี้
แม้ไม่ต้องเข้าโครงการณ์ IMF ก็ตาม
>>ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินพังทลาย (สถาบันการเงินล้มลงมากกว่า 50 แห่ง)
รวมทั้ง Lehman Brothers และ Merrill Lynch ไงละ...

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ศึกษาที่นี่ ...จะให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ เพิ่มขึ้น..

เปรียบเทียบต้นเหตุการเกิดวิกฤติ ของไทย และ สหรัฐ (การเมืองใหม่)
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/19/entry-1
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

....................................................................................................................
entries ให้ความรู้เพิ่มเติม...

1) การล่มสลายโลกทุนนิยม
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/17/entry-1

2) ซับไพร์ม
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/15/entry-1

3) แอ๊บแบ๊วโลกทุนนิยม
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/04/21/entry-1

4) การพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/04/16/entry-2



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
soultraveller วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 03.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
Vacation Rentals by Owner

ขอบคุณสำหรับ entry นี้ครับ

http://horoscope.krubpom.com/

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
indexthai วันที่ : 04/10/2008 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

สภาสหรัฐผ่านแผนแก้วิกฤติสถาบันการเงิน

4 ตุลาคม พ.ศ. 2551 08:20:00
http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/04/news_300455.php

ดาวโจนส์ร่วงหวั่นแผนไม่เพียงพอ:(Update)สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านแผนแก้ไขวิกฤติสถาบันการเงิน หลังรัฐบาลแก้ไข 'บุช'ลงนามทันที ขณะที่ตลาดหุ้นร่วง หวั่นไม่เพียงพอในการใช้แก้ปัญหา

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ผ่านร่างกฎหมายฟื้นฟูสถาบันการเงินของประธานาธิบดียอร์จ ดับเบิลยู บุช ในการโหวตเมื่อคืนนี้ตามเวลาในไทย โดยแผนดังกล่าวมีการแก้ไขในรายละเอียดเพิ่มเติมจากการเสนอสภาในคราวแรก

ประธานาธิบดีบุชได้ลงนามในร่างกฎหมายทันที เพื่อบังคับใช้และหวังว่าแผนดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาวิกฤติสถาบันการเงินของสหรัฐ ซึ่งกำลังคุกคามตลาดเงินรตลาดทุนทั่วโลก

ทั้งนี้ประธานาธิบ บุช ลงนามอนุมัติแผนกอบกู้เศรษฐกิจมูลค่า 700,000 ล้านดอลล่าร์แล้วเมื่อบ่ายวันศุกร์ตามเวลาในสหรัฐ หรือเมื่อเวลาประมาณตี 2 ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทยหลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้การรับรองแผนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือภาคการธนาคารของสหรัฐ และผ่อนคลายวิกฤตการณ์ด้านเครดิตที่บุชเตือนว่าอาจจะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับภาคประชาชนได้

หลังจากที่ใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์ในการเกลี้ยกล่อมสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ยังลังเลที่จะให้การรับรองแผนดังกล่าวทั้งทางโทรศัพท์และในการหารือเป็นการส่วนตัว บุชได้ลงนามในแผนกอบกู้เศรษฐกิจที่มีชื่อว่า “กฏหมายสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจฉุกเฉิน 2008 “ ที่ทำเนียบขาว ก่อนจะเดินทางออกจากทำเนียบขาวเพื่อไปพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์

ภายใต้แผนนี้ กระทรวงการคลังมีอำนาจในการเข้าซื้อหนี้เสียของธนาคารและสถาบันการเงินที่กำลังสร้างปัญหาให้กับภาคการเงินอยู่ในปัจจุบัน โดยจะมีการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 700,000 ล้านดอลล่าร์ในการจัดการเรื่องนี้

การลงนามดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่นานนักหลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ปรับท่าที และหันมายกมือสนับสนุนแผนดังกล่าวด้วยมติ 263 ต่อ 171 หลังจากที่เมื่อวันจันทร์สภาแห่งนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดหุ้นและวงการการเมืองเมื่อไม่รับรองร่างแผนดังกล่าวที่ถือว่าเป็นการแทรกแซงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐนับตั้งแต่ยุค 30 ด้วยมติ 228 ต่อ 205 ก่อนที่วุฒิสภาจะปรับแก้บางส่วนและโหวตรับรองไปเมื่อวันพุธ

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงปรับตัวลดลงเมื่อวานนี้ แม้สภาผู้แทนราษฎรจะโหวตครั้งที่สองรับร่างกฎหมายกอบกู้เศรษฐกิจมูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนยังวิตกว่า แผนดังกล่าวที่ให้อำนาจกระทรวงคลังเข้าซื้อหนี้เสียของบรรดาธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นปัญหา จะไม่พอที่จะช่วยผ่อนคลายตลาดสินเชื่อคลายและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้

แม้ว่าดัชนีหลัก อย่างอุตสาหกรรมดาวโจน จะปรับตัวขึ้นทันทีหลังสภาล่างโหวต แต่ก็ยังปิดตลาดปรับตัวลดลง 157.47 จุด หรือร้อยละ 1.5 ปิดที่ 10,325.38 จุด เช่นเดียวกับ ดัชนีสแตนดาร์ด แอนด์ พัวส 500 อินเด็กซ์ ก็ลดลง 15.05 จุด ปิดที่ 1,099 . 23 จุด หรือหุ้นกลุ่มแนสแด็ก ก็ปรับตัวลดลง 29.33 จุด ปิดที่ 1,947.39 จุด

นักวิเคราะห์กล่าวว่านักลงทุนยังกังวลว่าแผนดังกล่าวจะไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกต่อไป

ด้านราคาน้ำมันในตลาดนิวยอร์ก ทรงตัว โดยปิดลดลงเล็กน้อย 0.09 เซ็นต์ ปิดที่ 93.88 ดอลลาร์/บาร์เรล

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
indexthai วันที่ : 17/09/2008 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

entries นำเสนอเรื่องเศรษฐกิจและสื่อ

“สนธิ”แนะรับมือพิษการเงินโลก-ย้ำการเมืองใหม่สร้างระบบ ศก.เป็นธรรม ..คลิป
(ไม่ตึกผลึก มีจุดด้อย ข้อมูลไม่สมบูรณ์)
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000110119

“พิภพ”หนุนการเมืองใหม่สร้าง ศก.พอเพียง-พึ่งตนเอง ..คลิป
(ไม่ตึกผลึก มีจุดด้อย ข้อมูลไม่สมบูรณ์)
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000110139

วิจารณ์คุณสื่อ (เห็นด้วย)
http://www.oknation.net/blog/GADGET/2008/09/17/entry-1
http://www.oknation.net/blog/GADGET/2008/08/28/entry-1

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
บ่าวยัณ วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheYann

ก็ไม่ค่อยเข้าใจครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
บ่าวยัณ วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheYann

ขอบคุณสำหรับความรู้

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
indexthai วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ไม่ได้ต่อว่าคนที่ไม่เข้าใจ นะครับ
เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ ...

ข่าวสารข้อมูลในประเทศไทยที่ทราบ ก็ยกเมฆตามน้ำ

ยกตัวอย่างเรื่องราคาน้ำมัน
เมื่อเห็นราคาน้ำมันขึ้น ..ข่าวก็บอกว่าสำรองน้ำมันอเมริกาลดลง (ต้องเพิ่มปริมาณสำรอง)
เมื่อเห็นราคาน้ำมันลดลง ..ข่าวก็บอกว่าสำรองน้ำมันอเมริกาพอเพียง (ไม่ต้องเพิ่มปริมาณสำรอง)
ประมาณนี้...

ทั้งแหล่งข่าว และสื่อ ก็มั่ว และตามน้ำ พอๆกัน
ส่งผลให้ คนไทยทั้งประเทศ โง่ และไม่รู้เรื่องกันทั้งประเทศ

คงไม่ปฏิเสธ

ได้มีการ ส่งเดช อ้างอิง เลียนแบบ อเมริกา
โกลบอลไลซ์.. แบบอเมริกา
บ้าอเมริกา ..ไปเรียนอเมริกา
ประหนึ่งว่าอเมริกาเป็นเทวดา

ผมรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2002 ..ที่ NASDAQ ตกถึง 78% แล้ว
อเมริกา ..มันยังไม่รู้ ว่าอะไรเกิดขึ้นกับประเทศตัวเอง

ผมมีบทความ 2 เรื่อง (เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2003 -2004) ..ยังไม่ได้เอาขึ้นบล๊อก
1) สองรูปแบบการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกา (..โจมตีโดยผู้ก่อการร้าย ..โจมตีโดย Hedge Fund)
2) อเมริกาประเทศยากจนใหม่
(เคยส่งให้สถานฑูตอเมริกา ตอนบุช มาประชุมเอเปกสมัยทักษิณ ..คงไม่สนใจ)
(ทุกวันนี้ ..ก็เป็นอย่างที่นำเสนอไว้ในบทความทุกประการ)

และเรื่องนี้..
แสดงถึง วิสัยทัศน์ ปรัชญา คุณธรรม จริยธรรม ที่อ่อนด้อย ของศักดินาและนักการเมืองไทย
"แปรรูปตลาดหุ้น ..หมอเลี๊ยบใช้เวลา 5 เดือน" (การเมืองใหม่)
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/08/06/entry-1

เรื่องที่เกิดขึ้นกับอเมริกานี้ เป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุด ร้ายแรงกว่าการแพ้สงครามโลก(หากแพ้)
เพราะมันทำให้อเมริกากลายเป็นประเทศยากจนลง

อย่างที่เห็นนี้..
เราจะยังเห็นอเมริกา เป็นเทวดาอยู่อีกหรือครับ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
kruhnoi วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...

ขอบคุณที่เม้นต์มานะคะ..

เข้ามาอ่านก็พยายามทำความเข้าใจนะคะ

ยากค่ะ..คงต้องขอศึกษาบ่อยๆ


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
น้องออน วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 15.18 น.

Rubin เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสมัยรัฐบาล Clinton ทีมงาน Clinton ยุคนั้นเป็นที่ปรึกษาของ Obama ตอนนี้ทั้งหมด

เท่าที่น้องออนติดตามมาดูแล้วก็สรุปได้ว่า Goldman Sachs น่าจะเป็น Hedge Fund ระดับหัวหน้าของ Hedge Fund ทั้งโลก Goldman Sachs ที่ผ่านมาก็เป็นคนออกบทวิเคราะห์ชี้นำตลาดน้ำมันมาโดยตลอด และก็เป็น trader อันดับ 1 ในตลาด commodities และ NYSE ด้วย แถมยังมีคนตั้งข้อสงสัยถึงการ collapse ของ Bear Stearns และ Lehman Brothers ด้วยว่า Goldman เกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า

แต่หนูเชื่อว่าเกี่ยวแน่ๆ

ดูสิโลกทุนนิยม ไร้สัญชาติ ไร้จิตสำนึกจริงๆ กลืนได้แม้แต่พวกเดียวกันเอง ก่อนหน้านี้ Lehman ก็จับมือกับ Goldman ถล่มภูมิภาคเอเชียตอนปี 1997 มาวันนี้ 2 หัวหน้า Hedge Fund ของโลกหักหลังกันเอง ตอนนี้อดีตคนของ Goldman Sachs คุมทุกสถาบันการเงินใน Wall Street และในยุโรปแล้ว

Jew ด้วยกันแท้ๆ มันทำได้ลงคอโอ้โหสุดยอด

แต่หนูมองว่าเงินไหลกลับสหรัฐฯแน่ แต่มันน่าจะไหลไปกองที่ตลาด Treasury Securities มากกว่า แทนที่จะเข้าตลาดหุ้นนะ ตลาดอาจมีการดีดตัวแรงๆ เป็นพักๆ แต่โดยรวมแล้ว ยังน่าจะเป็น Trend ลง แต่ลงไม่เร็วมาก

เพราะงานนี้รัฐบาลสหรัฐฯจะเกทับอุ้มระบบการเงินเต็มที่ การออก Treasury Bond มาระดมทุนเพื่อรักษาระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯมีข้อดีคือ ดอกเบี้ยต่ำ จากการที่มีอุปสงค์ต่อ safe asset มากขึ้น แต่ risk asset ถูกทิ้งหมด

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
indexthai วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

เป็นไปได้ว่า...
การพังทลายของ ..Lehman Brothers และ Merrill Lynch ของสหรัฐ
อาจจะสิ้นสุดภาวะตกต่ำทางศก.อเมริกา.. จากนั้นก็จะฟื้นตัวยาวนานได้..

แต่ก็เป็นเรื่องที่ผิดปกติในโลกทุนนิยม...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
indexthai วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณน้องออน Robert Rubin หากจำไม่ผิด เคยเป็นรมว.คลังมาด้วย สมัย Clinton หรือเปล่า ไม่แน่ใจ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อังศนา วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 14.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam


..กำลังพยายามทำความเข้าใจค่ะ
มีอีกตั้ง ๓-๕ เอ็นทรี่เชียวเนอะที่ต้องตามอ่าน
(เศรษฐศาสตร์ไม่กระดิกหูเลย แต่อยากรู้เรื่อง)

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
indexthai วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ขอบคุณทุกเม้นท์..

ต้นเหตุ.. คือตลาดหุ้น

Robert Rubin หรือ Obama หรือใคร ก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้
แม้ช่วงแต่นี้ต่อไป เงินจะไหลเข้าอเมริกา หุ้นอเมริกาจะขึ้น ..แต่คนอเมริกันจะจนลง

มันคือความผิดปกติโลกทุนนิยม

ตลาดหุ้น.. คือสิ่งผิดปกติของโลกทุนนิยม
@@@

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
น้องออน วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 12.08 น.


นี่ไงโฉมหน้าผู้กุมระบบการเงินโลกตัวจริง บอกได้คำเดียวว่า แสบสุดๆ Robert Rubin อดีต CEO ของ Goldman Sachs หมอนี่เป็นทีมที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจของ Obama ซึ่งเป็น Jew ทั้งหมด รวมทั้งเขาด้วย ดังนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะคาดหวังกับ Obama กับคำโฆษณา Change We can believe in เพราะสุดท้ายพวก Wall Street กับ Jew ก็ยังชักใยทุกอย่างอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สเลเต วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mahahong


ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ภีม วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peem
....ไม่ต้องเก่งกว่าใครในวันนี้...แต่ต้องเก่งกว่าตัวเองในเมื่อวาน....

สุดยอดครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้
ต่อไปขออนุญาตเข้ามาขอความรู้บ่อยๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

โรคทุนนิยมครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซันนี่ วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 08.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sunny
ซันนี่ นกขมิ้นเหลืองอ่อนค่ำไหนนอนนั่น

อเมริกาเลียนแบบไทยเป๊ะ ปั่นราคาที่ดิน ของไทยเป็นฟองสบู่ แต่ของอเมริกาน่าจะเป็นบอลลูนยักษ์แตก ที่เลแมนล้มเพราะไม่สามารถหาคนมาเทคโอเวอร์ได้ เพราะกลยุทธ์ที่ลงทุนในต่างประเทศมาก ธุรกิจซับซ้อนมากต้องใช้เวลาในการทำดิว ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าอื่นจะประคองๆ ไปได้ อย่ามากระทบบ้านเราเยอะก็แล้วกัน ระยะสั้นๆ หนะพอรับไหว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 06.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

AP ..Stocks tumble amid new Wall Street landscape

Monday September 15, 6:22 pm ET
http://biz.yahoo.com/ap/080915/wall_street.html
By Tim Paradis, AP Business Writer

"Stocks fall sharply following Lehman bankruptcy, Merrill sale; Dow falls more than 500 points"


NEW YORK (AP) -- A stunning makeover of the Wall Street landscape sent stocks falling precipitously Monday, with the Dow Jones industrials losing 500 points in their worst slide since the September 2001 terrorist attacks. Investors recoiled after a shakeup of the financial industry that took out two storied names: Lehman Brothers Holdings Inc. and Merrill Lynch & Co.
ADVERTISEMENT


The pullback, which erased about $700 billion in shareholder wealth, occurred across much of the globe as investors absorbed Lehman's bankruptcy filing and what was essentially a forced sale of Merrill Lynch to Bank of America for $50 billion in stock. While those companies' situations had reached some resolution, the market remained anxious about American International Group Inc., which is seeking funding to shore up its balance sheet. A faltering of the world's largest insurance company likely would have implications far beyond that of Lehman, already the largest U.S. bankruptcy in terms of assets.

The swift developments that took place Sunday are the biggest yet in the 14-month-old credit crisis that stems from now toxic subprime mortgage debt.

For the first part of Monday's trading, the market was falling, but in a largely orderly fashion as investors seemed to draw some relief from the resolution of Lehman's problems. As the session wore on, and there was no word about AIG, the market suffered another bout of fear that the credit crisis will continue to devastate the financial sector. Selling accelerated in the final hour and then took on more momentum as stock indexes broke through lows set in July -- an ominous sign for some traders.

Monday's trading followed the pattern of the past year; there were some signs of optimism, but they were dashed when investors weary of bad news perceived there was more ahead.

Investors are worried that trouble at AIG and the bankruptcy filing by Lehman, felled by $60 billion in bad debt and a dearth of investor confidence, will touch off another series of troubles for banks and financial institutions that may be forced to further write down the value of their own debt assets. Wall Street had been hopeful six months ago that the collapse of Bear Stearns Cos. would mark the darkest day of the credit crisis.

AIG's troubles are worrisome for some investors because of the company's enormous balance sheet and the risks that its troubles could spill over to the companies with which it does business. AIG, one of the 30 stocks that make up the Dow industrials, fell $7.38, or 61 percent, to $4.76 as investors worried that it would be the subject of downgrades from credit ratings agencies.

"We have a very, very nervous market and folks hate uncertainty," said Alfred E. Goldman, chief market strategist at Wachovia Securities in St. Louis. "They've been waiting for another shoe to drop and two of them dropped on Sunday."

The market was expected to remain fractious when trading resumes Tuesday. Besides its continuing concerns about AIG, Wall Street will be waiting anxiously for the Federal Reserve's regular policy-making meeting. The central bank is expected to keep rates steady, though some traders have speculated about a surprise rate cut. The market will be looking for signs from the Fed that it is willing to lower rates amid the nation's continuing economic problems and because the price of oil has retreated sharply from its highs in July. The drop in oil gives the inflation-wary Fed more room to maneuver.

The Dow fell 504.48, or 4.42 percent, to 10,917.51, moving below the 11,000 mark for the first time since mid-July. It was the worst point drop for the Dow since it lost 684.81 on Sept. 17, 2001, the first day of trading after the terror attacks.

In percentage terms, the drop was the steepest since July 19, 2002. It was also the sixth-largest point drop in the Dow, just behind the 508.00 it suffered in the October 1987 crash.

The Dow is now down about 23 percent from its record high of 14,198.09 last October.

Broader stock indicators also fell. The Standard & Poor's 500 index declined 59.00, or 4.71 percent, to 1,192.70 -- also its biggest drop since 9/11 and the first time it closed below 1,200 in three years.

The Nasdaq composite index fell 81.36, or 3.60 percent, to 2,179.91; that was its worst point loss since Jan. 4.

The Dow Jones Wilshire 5000 Composite Index, an index that measures the value of 5,000 U.S.-based companies, fell 4.53 percent Monday, giving investors an overall paper loss of about $700 billion.

Declining issues overwhelmed advancers on the New York Stock Exchange, where 164 stocks rose compared with 3,064 that fell. Consolidated volume came to an extremely heavy 8.05 billion shares, compared with 6.11 billion traded Friday.

Oil closed below $100 for the first time in six months as investors worried that a slowing economy would hurt demand. Light, sweet crude fell $5.47 to settle at $95.71 on the New York Mercantile Exchange. Oil is down sharply from its mid-July highs when it hit a record over $147 a barrel.

Bond prices surged as investors fled to the security of government debt. The yield on the benchmark 10-year Treasury note, which moves opposite its price, plunged to 3.41 percent from 3.72 percent late Friday. The dollar was lower against other major currencies, while gold prices rose.

Investors likely shrank from snapping up any bargains Monday after Treasury Secretary Henry Paulson said from the White House he "never once" considered using taxpayer money to help prop up Lehman. That punctured some hopes that the federal government might come to the rescue of AIG.

But AIG pared some of its losses after New York Gov. David Paterson said the company will be allowed to access $20 billion of assets held by its subsidiaries to stay in business. Paterson asked the state's insurance regulators to in essence allow AIG to provide a bridge loan to itself. Investors are worried that the company could need up to $40 billion to aid its balance sheet.

Other financial stocks fell as investors worried about the strength of banks' balance sheets. Washington Mutual Inc. fell 73 cents, or 27 percent, to $2, while Wachovia Corp. fell $3.56, or 25 percent, to $10.71.

Merrill rose 1 cent to $17.06, while Bank of America fell $7.19, or 21 percent, to $26.55.

Goldman noted, however, that the market's sell-off wasn't the cathartic move the market needed to purge its worries over bad debt and the tight credit conditions that have hobbled the economy. At some point, he contends, stock valuations will prove too tempting for investors sitting on the sidelines with piles of cash.

"At some point the sellers have done their dastardly deed," he said.

Scott Fullman, director of derivatives investment strategy for WJB Capital Group in New York, said investors should remember that while the financial sector founders, others like consumer names aren't suffering as much.

"While they might get hit hard they won't get hit as hard," said Fullman.

Wal-Mart Stores Inc. fell 78 cents to $61.63, while Coca-Cola Co. rose 25 cents to $54.75.

But even good news like a drop in oil and some resolution to fears about Merrill couldn't prevent a sell-off abroad. Markets in Tokyo and several other Asian money centers were closed for holidays. Britain's FTSE 100 fell 3.92 percent, Germany's DAX index lost 2.74 percent, and France's CAC-40 fell 3.78 percent.

The Russell 2000 index of smaller companies fell 30.50, or 4.23 percent, to 689.76.

New York Stock Exchange: http://www.nyse.com

Nasdaq Stock Market: http://www.nasdaq.com

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
indexthai วันที่ : 15/09/2008 เวลา : 22.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

มีผู้ที่เข้าใจแล้ว...
http://forum.serithai.net/index.php?topic=35030.0

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน