*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531045
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 10990 , 09:13:28 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วอร์เรน บัพเฟตต์  บิล เกตส์ 

ตลาดหุ้นคือสิ่งผิดปกติในโลกทุนนิยม

เหตุการณ์วานิชธนกิจขนาดใหญ่ 4-5 แห่งของอเมริกามีปัญหา และล้มลงปี 2008 ต้นเหตุเกิดในปี 2000  หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้ว

Hedge Fund ไม่เลือกว่าจะเป็นตลาดหุ้นของประเทศตะวันตก หรือประเทศตะวันออก ไม่เลือกว่าจะเป็นตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือประเทศที่ยังไม่พัฒนา ไม่เลือกว่าจะเป็นตลาดหุ้นของประเทศเล็ก หรือประเทศใหญ่ หากประเทศใดเกิดจุดอ่อนให้เห็น เขาจะเข้าโจมตีตลาดหุ้นประเทศนั้นทันที ดังเช่นการเข้าโจมตีตลาดหุ้นไทยในปี 2536(1993) การเข้าโจมตีตลาดแนสแดกซ์ในปี 1999

วิธีการโจมตี คือลากตลาดหุ้นให้สูงขึ้นในช่วงต้น แล้วถล่มทุบลงในตอนท้าย

ผลจาการการที่ตลาดหุ้นตกแรง
1) ทำให้สภาพคล่องของระบบตึงตัว
2) ทำให้มูลค่าสินทรัพย์และหลักประกันลดต่ำลง
3) ทำให้ค่าเงินลดลง และไหลออกนอกประเทศ
4) ทำให้ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินล้มลง และคนตกงาน
5) ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
6) ทำให้เกิดหนี้เสีย (Non Performing Loans / NPLS)

ตลาดหุ้นประเทศใดพังทลาย ก็จะเกิดปรากฎการณ์ เช่นนี้ทุกประเทศ

เช่น ..ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และไม่เว้นแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์ที่ทำให้ค่าเงินเสียหาย ถือเป็นความรุนแรงที่สูงมาก ทำความเสียหายกับท้องถิ่นสูง ความรุนแรง มีมากกว่าระเบิดปรมณู มากกว่าการเกิดคลื่นสึนามิ หรือแผ่นดินไหว ผู้เขียนสังเกตว่า แผ่นดินไหวที่ประเทศจีนเมื่อเร็วๆนี้ ไม่ได้ทำให้ค่าเงินหยวนเสียหายแต่อย่างใด

จุดศูนย์กลางการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทย อยู่ในปี 2537 (1994) คือปีที่ตลาดหุ้นขึ้นสูงสุด ก่อนที่จะถูกถล่มลงอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา คนทั่วไปเข้าใจผิดว่า วิกฤติประเทศไทยเกิดในปี 2540 (1997) แต่ปี 2540 เป็นปีที่วิกฤติคลี่คลาย ทั้งนี้เพราะมีการลอยค่าเงินบาท การผูกค่าเงินบาทไว้ตายตัวคือสิ่งไม่ถูกต้อง เมื่อมีการลอยค่าเงินบาท ภาวะตรึงเครียดทางการเงินจึงคลี่คลายลง

มีอีก 2 ประเทศ ที่เกิดวิกฤติในช่วงเวลาเดียวกัน คือประเทศอินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ประเทศทั้ง 3 นี้ต้องเข้ารับความช่วยเหลือไอเอ็มเอฟทั้งหมด

ปี 1994 (2537) คือปีศูนย์กลางการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทย (เป็นวิกฤติครั้งที่ 2 ของประเทศไทย)


ปี 1997 (2540) คือปีที่วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทยคลี่คลาย ..ไม่ใช่ปีเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

อีก 6 ปีต่อมา ก็เริ่มเกิดวิกฤติที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 

จุดศูนย์กลางการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ในปี 2000 ตลาดหุ้น NASDAQ มีขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของตลาด NYSE ตลาดหุ้น Nasdaq ถูกลากขึ้นสูงสุดในต้นปี 2000 ก่อนที่จะถูกถล่มเทขายลงอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา เกิดการล้มลงของภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง เกิดความเสียหายต่อภาคการผลิตจริง เช่น Enron, WorldCom, ฯลฯ และภาคการเงิน เช่น Bear Stern, Fannie Mae, Freddie Mac, Lehman Brothers, Merrill Lynch, AIG คนอาจจะเข้าใจไม่ถูกต้องว่า วิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกา เกิดในปี 2008 แต่ปี 2008 เป็นปีที่วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐน่าคลี่คลายมากกว่า

มีอีก 2 ประเทศ ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงเวลาเดียวกัน คือประเทศตุรกี และอาร์เจนตินา ประเทศตุรกีและอาร์เจนตินา ได้เข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ ส่วนอเมริกาไม่ได้เข้าโครงการ ไอเอ็มเอฟ ภายหลังเศรษฐกิจตุรกีและอาร์เจนตินาฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจากเงินไหลออกจากอเมริกา ไปเข้าตุรกีและอาร์เจนตินา ที่เป็นผลมาจากค่าเงินเหรียญสหรัฐไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออกไปยังประเทศต่างๆนั่นเอง 

ปี 2000 คือปีศูนย์กลางการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกา


ปี 2008 คือปีที่วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาน่าจะคลี่คลาย  ..ไม่ใช่ปีเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ
 
ตลาดหุ้นในโลกนี้มีเกือบ 100 ประเทศ

ส่วนที่ทำให้ตลาดหุ้นแตกต่างกัน คือการผันผวนของดัชนีตลาดหุ้น ดัชนีตลาดหุ้นที่ผันผวนสูง(แกว่งตัวสูง) จะอ่อนแอสูง และถูกโจมตีได้ง่าย  และเกิดความเสียหายได้ง่าย SET Index ผันผวนสูงมาแต่เกิด (ตั้งแต่เปิดตลาด) แต่ Nasdaq Index ได้มีการปรับโครงสร้างดัชนีในปี 1999 ส่งผลให้ Nasdaq Index ผันผวนสูง แนสแดกซ์จึงถูกโจมตีทันที Hedge Fund ลากตลาดแนสแดกซ์ขึ้นตั้งแต่ปี 1999 และลากไปสูงสุดในต้นปี 2000 แล้วถล่มทุบลงอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกาดังกล่าว

วิกฤติเศรษฐกิจจะกลับมาซ้ำรอยประเทศที่ 'ดัชนีตลาดหุ้นเบี่ยงเบนสูง' ทุก 15 ปี ยกตัวอย่างเช่นประเทศไทยเป็นต้น

การเกิดวิกฤติ กระทั่งต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ เทียบได้กับไฟไหม้บ้านและทรัพย์สินทั้งหมด ประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว ไฟไหม้ประเทศแม้เพียงครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แต่เพราะแก้ปัญหาไม่ถูกทิศทาง จึงทำให้เกิดวิกฤติเป็นครั้งที่ 2 ไฟไหม้ประเทศเป็นครั้งที่ 2 และอาจจะเกิดครั้งต่อๆไปอีก

วิกฤติครั้งแรกเราใช้เงินไอเอ็มเอฟไป  982 ล้านเหรียญสหรัฐ  และใช้หนี้หมดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2533

วิกฤติครั้งที่ 2 เราใช้เงินไอเอ็มเอฟไป  12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ  และหนี้หมดเมื่อเดือนกรกฏาคม 2546

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/12/entry-1

...........................................................................

การโจมตี SET Index ..

Hedge Fund ถือโอกาสช่วงที่ประกาศนำระบบ Maintenance Margin & Forced sell มาใช้ ลาก SET Index ขึ้นปีสูงสุดที่ 1,754 จุด ในต้นปี 1994 ก่อนที่จะทุบลงแรงในปีต่อมา คนที่ซื้อขายด้วยระบบ Maintenance Margin & Forced sell ถูกบังคับขายอย่างทารุณ

ตลาดหุ้นตก ทำให้สภาพคล่องเสียหาย ค่าเงินบาทเสียหาย ที่ไม่เห็นว่า Baht เสียหาย เนื่องจากมีการผูกค่าเงินไว้ตายตัว ทำให้ค่าเงินบาทแข็งเกินจริง ทำให้มีการขายหุ้นหนักขึ้น เพื่อได้บาท แล้วเอาบาทมาแลกดอลลาร์ กระทั่งทุนสำรองกาาเงินระหว่างประเทศแทบเกลี้ยง จึงยอมลอยค่าเงินบาทในที่สุด

ความจริงตลาดหุ้นควรจะฟื้นตัวหลังการลอยค่าเงินบาท แต่ได้มีการปิด 54 สถาบันการเงินเร็วเกินไป จึงทำให้ตลาดหุ้นตกต่อ หลังการลอยค่าเงินบาท หากให้สถาบันการเงินรอสักพัก สภาพคล่องจะกลับคืนมา จะทำให้เริ่มธุรกรรมทางการเงินได้ อาจจะไม่ต้องสั่งปิดสถาบันการเงินก็ได้ เป็นไปได้ว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เกรงว่าหนี้(ที่อัดฉีดสภาพคล่องไว้)จะสูญ  จึงรีบยึดทรัพย์ดังกล่าว

ได้มีการปิดสถาบันการเงินในช่วงแรก 54 แห่ง แต่ถึงทุกวันนี้ประเทศไทยได้มีการปิดสถาบันการเงินไปแล้วกว่า 70 แห่ง

SET Index ตกแรงที่สุดในโลก 88 เปอร์เซนต์  ตกเป็นเวลาถึง 5 ปี จึงฟื้นตัว

@
..............................................................


BAHT  (USD / Baht) แสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นตก เป็นต้นเหตุความเสียหายของค่าเงินบาท จะเห็นว่า เมื่อมีการประกาศลอยค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 1997 ค่าเงินบาทตกลงทันที Bath ตกแรงถึง 54 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ


@
..............................................................

การโจมตี Nasdaq Index ..

Hedge Fund ไม่เลือกว่าเป็นตลาดหุ้นของประเทศชั้นนำ หรือไม่ใช่ตลาดหุ้นของประเทศชั้นนำ หากเปิดจุดอ่อนให้เห็น พวกเขารุมโจมตีทันที

NASDAQ Index ได้มีการปรับโครงสร้างการคำนวณดัชนี (index reform) ทำให้ Nasdaq Index เบี่ยงเบนสูง คือจุดอ่อน จึงถูกรุมโจมตีทันที

Nasdaq Index ตกเป็นเวลา 3 ปี จึงฟื้นตัว ตกมากที่สุด 78 เปอร์เซนต์


@
..............................................................

USD (EURO / USD) แสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นตกหนัก ทำให้ค่าเงินตกตามมา ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลงกับทุกสกุล กราฟที่แสดงให้เห็นนี้ คือค่าเงินเหรียญสหรัฐเทียบกับเงินยูโร เงินเหรียญสหรัฐตกเป็นเวลา 7 ปี และตกมากที่สุด 48 เปอร์เซนต์

@
..............................................................

..............................................................

การเคลื่อนย้ายทุนของโลก

ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ไหลออกไปท่วมโลก การเคลื่อนย้ายเงินทุน มีน้ำหนักเท่าธรรมชาติ ไม่มีพลังใดจะมาต้านทานได้

จีนพยายามผูกค่า Yuan ไว้คงที่ จึงส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนผิดจริง เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ

ทำให้ดอลลาร์ทั่วทุกสารทิศไหลเข้าจีน ไหลเข้าไปซื้อ Yuan (ราคาถูก) 

จนทำให้จีนมีทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศสูงที่สุดในโลก กว่า 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เงินไหลเข้าอย่างผิดปกติ ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนเจริญมาก

แต่นี่คือสัญญาณอันตราย ที่มีต่อประเทศจีน ที่ไม่มีใครทราบ ไม่มีใครมีประสบการณ์

เสียงเซ็งแซ่ จีนเจริญ? จีนเจริญ? ..ยังไม่รู้จักโลงศพ จึงไม่หลั่งน้ำตา

@

แล้วจีนก็ไม่สามารถผูกค่าเงินไว้เหมือนเดิมได้ ถูก USD ไล่ซื้ออย่างรุนแรง กระทั่งกลางปี 2005 ได้เสียสถานะ และแข็งค่าขึ้น สังเกตวงกลมในกราฟ..

USD (YUAN / USD)  กราฟแสดงให้เห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่ามากที่สุด 18 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับเงินหยวน

@
..............................................................

การเปลี่ยนแปลงทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศของไทย

ปี 2537 - 2538 ประเทศไทยมีทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศประมาณ 38,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เดือนกรกฏาคม 2540 เดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท ประเทศไทยมีทุนสำรองฯ รวมภาระสว๊อปแล้ว เหลือเพียง 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น


ช่วงท้ายรัฐบาล   ............................ทุนสำรองฯสุทธิ รวมทองคำ (ล้านเหรียญสหรัฐ)
พลเอกชวลิต ยงใจยุทร ..................... 8,962
นายชวน หลีกภัย  .............................30,526
พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ................. 73,926
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ................... 106,541

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

ถามว่าทุนสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้ อย่างนี้ เป็นผลมาจากการนำเข้า ส่งออก และการท่องเที่ยวหรือ ?

คนทั่วไปเข้าใจว่า เงินไหลเข้าออกประเทศ เป็นผลมาจากการนำเข้าและส่งออก และการท่องเที่ยว

ความเข้าใจดังกล่าวนี้ เชยแล้ว (ดูตัวเลขการเปลี่ยนแปลงทุนสำรองฯ)

ทั้งนี้เพราะไม่มีประสบการณ์ ไม่มีข้อมูล ไม่มีความรู้เรื่อง โลกทุนนิยมยุคใหม่ที่มีตลาดทุนและตลาดเงินเป็นองค์ประกอบ นั่นเอง

การไหลเข้าของเงินอันเนื่องมาจาก การนำเข้าและส่งออก และการท่องเที่ยว จิ๊บจ๊อย แล้ว

แต่ มีการ ไหลเข้าออกเพราะการเก็งกำไร ในตลาดทุนและตลาดเงิน มากกว่า และเป็นหลัก

หากมีข้อมูล ความรู้ไม่ถูกต้อง ก็จะแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง

เมื่อมีข้อมูล ความรู้ที่ถูกต้อง ก็จะแก้ปัญหาได้ถูกต้อง

ตลาดหุ้นเพิ่งเกิดขึ้นในโลกมาได้ประมาณ 100 ปี มันเกิดขึ้นจากสมองและมือของมนุษย์

มันคือการซื้อขายแลกเปลี่ยน 'กระดาษ' เท่านั้นเอง  ตกผลึกแล้วหรือว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง

แต่ตอนนี้มันใหญ่กว่าภาคการผลิตจริง อย่างเทียบกันไม่ติด ..และกำลังเป็นปัญหาของโลกทุนนิยม

ส่งผลให้

วอร์เรน บัพเฟตต์  มั่งคั่ง ที่สุดในโลก ...non real sector

บิล เกตส์  มั่งคั่งเป็นรอง ...real sector

ผู้อ่านเห็นความผิดปกติ และเบี่ยงเบน ของโลกทุนนิยมหรือไม่ ?

ผู้เขียนจะอุปมา-อุปมัย อย่างนี้

1) คนโลกกลุ่มที่ 1 ทั้งโลก มีกิจกรรม non real sectors ทั้งหมด เช่น ซื้อขายหุ้น ซื้อขายหวยเบอร์ ชกมวย เตะฟุตบอลล์ เล่นกีฬา แสดงหนัง ร้องเพลง แสดงละคร เล่นม้า และบ่อนการพนัน ..ถามว่าจะเอาข้าวที่ไหนมารับประทาน

2) คนโลกกลุ่มที่ 2 ทั้งโลก มีกิจกรรม real sector  ทำนาทำไร่ ปลูกข้าว ข้าวโพด ปลูกถั่ว ปลูกงา ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตร ผลิตรถยนต์  ผลิตคอมพิวคอมพิวเตอร์ ฮาร์ตแวร์ ซอฟท์แวร์ ..สามารถมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์

แสดงให้เห็นว่า

คนกลุ่มแรกจะอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนกลุ่มที่ 2 ..จะไม่มีข้าวกิน

คนกลุ่มที่ 2 สามารถอยู่ได้อย่างดี โดยไม่จำเป็นต้องมีคนกลุ่มที่ 1 เลยก็ได้ ..ยังไงก็มีข้าวกิน

นั่นคือคนกลุ่มแรก มีกิจกรรม มีธุรกรรม เอารัดเอาเปรียบคนกลุ่มที่ 2

ความเบี่ยงเบน คือ ..คนกลุ่มแรกกลับมีความมั่งคั่งกว่าคนกลุ่มที่  2... 

เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ..อาชีพอบายมุข ..มีฐานะเหนืออาชีพสุจริตชน

แล้วก็เอาความมั่งคั่ง มาเบียดเบียนคนธรรมดาทั่วไป เช่นใช้วิทยุปลุกระดมมวลชนมาตีพันธมิตรอุดรธานี และให้มาเผาหมู่บ้านราชธานีอโศก อุบลราชธานี

ที่ประเทศไทย คนขายเหล้าเบียร์ ขายน้ำกระตุ้นประสาท มั่งคั่งที่สุด

เป็นความเบี่ยงเบนทางเศรษฐกิจสูงมาก

ทุกวันนี้มีการพูดถึง Product champion ผู้เขียนไม่ได้สนใจว่ามันคืออะไร แต่พระพุทธเจ้าพูดไว้เมื่อ 2551 ปีมาแล้ว คือข้าว หรือทำนาทำไร่ 

ทุกวันนี้มีการพูดถึง Product champion ผู้เขียนไม่ได้สนใจว่ามันคืออะไร แต่พระพุทธเจ้าพูดไว้เมื่อ 2551 ปีมาแล้ว คือข้าว หรือทำนาทำไร่ 

ข้าวต่างหาก คือ Product champion 


วอร์เรน บัพเฟตต์ มั่งคั่ง ที่สุดในโลก

ด้วยเครื่องมือตลาดตราสารอนุพัธ์ (financial derivative) ในตลาดทุน
ไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือตก วอร์เรน บัพเฟตต์ สามารถทำกำไรได้ทั้ง 2 ทาง
หุ้นขึ้นก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้
หุ้นตกก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้

แต่คนท้องถิ่นอเมริกันจนลง

ปัญหา sub prime และวิกฤติทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ เป็นตัวบอกว่าคนอเมริกันจนลง ที่ไม่สามารถชำระเงินกู้ได้ ไม่ได้เกิดความเสียหายกับคนไม่กี่คน แต่เกิดขึ้นกับคนทั้งระบบ หรือเกิดขึ้นกับคนทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

.....................................................

การไหลเวียนเงินทุนของโลก เงินจะไหลหนีจากสกุลที่เสียหาย ไปสูงสกุลเงินที่ไม่เสียหาย ที่เป็นต้นตอการเกิดกลไกทางเศรษฐกิจของโลกทุกวันนี้

ตลาดหุ้นนั่นเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ค่าเงินเสียหาย ความเสียหายนอกจากจะเกิดวิสัยทัศน์ปรัชญา คุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารจัดการตลาดหุ้น

และอาจจะเกิดภาวะทางจิตวิทยา กิเลส ความกล้าและความกลัว จากการสูงต่ำของราคาตลาดได้ เช่นเมื่อเห็นว่าราคาสูงเกินไปก็ขายออก และเมื่อเห็นว่าราคาต่ำไปก็เข้าไปซื้อ เรียกว่าการเก็งกำไร

ส่งผลให้

ค่าเงินสูงและต่ำ สลับกันไป

เมื่อเงินไหลออกจากประเทศไทยได้ ก็ไหลกลับประเทศไทยได้ เมื่อเงินไหลออกจากประเทศอเมริกได้ ก็ไหลกลับอเมริกาได้

ไหลแบบสึนามิ ไม่ว่าจะไหลเข้าหรือไหลออก จะไหลเข้าออกด้วยความรุนแรง จะมีแต่ความเสียหาย

ผ่านไปทางใด ทางนั้นก็ราบเรียบ เป็นหน้ากลอง

.....................................................

ตลาดหุ้นประเทศใดตกหนัก ก็จะทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นตกลงด้วย ความเป็นไปของตลาดหุ้น ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่าเงินโดยตรง

.....................................................

ขอยก ..การพังทลายของตลาดหุ้นรัสเซีย และค่าเงิน Russian Rouble ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ (ปี 2008) มาเป็นตัวอย่างอีก 1 ตัวอย่าง

RUSSIAN RTS  Index ตก 58 เปอร์เซนต์


@
..............................................................


Russian Rouble  (USD / Rouble)  ตก 10 เปอร์เซนต์

@


ยืนยัน(Confirm) ความเสียหายของตลาดหุ้น คือความเสียหายของค่าเงิน การพังทลายของตลาดหุ้น คือการพังทลายของค่าเงิน

@
..............................................................

ต้นเหตุการเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ได้แตกต่างกัน

เกิดจากความผิดปกติของตลาดหุ้น ... เช่นเดียวกันทุกประการ

ความเสียหายเป็นไปตาม 6 ข้อที่กล่าวไว้ข้างต้น..เหมือนกันทั้ง 2 ประเทศ

ผิดกันแต่ความรุนแรงเท่านั้น ว่าประเทศใดเกิดความเสียหายรุนแรงกว่ากันเท่านั้น
เทียบตามลักษณะการแก้ปัญหา และองค์ประกอบของเครื่องมือ เช่นการผูกค่าเงินไว้ตายตัวของประเทศไทย
เทียบตามอัตราส่วนแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่า ..ประเทศไทยเสียหายรุนแรงมากกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา

ความเสียหายของอเมริกัน
ภาคการผลิตจริง Enron, WorldCom และภาคการเงิน Bear Stern, Fannie Mae, Freddie Mac, Lehman Brothers, Merrill Lynch, AIG เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเสียหายเท่านั้น ความจริงมีมากกว่านี้

ความเสียหายของประเทศไทย
ปรส. บสท. และคณะผู้บริหารแผนทีพีไอ คือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาจัดการกับภาคการเงิน และภาคการผลิตจริงที่เสียหาย เป็นตัวย้ำว่าประเทศไทยเสียหายมาก

หาก วอร์เรน บัพเฟตต์ มั่งคั่ง แล้วคนอเมริกัน(คนทั้งโลก) มั่งคั่ง ก็หาไช่เรื่องที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์กันแต่อย่างใด

วอร์เรน บัพเฟตต์ มั่งคั่ง แต่คนอเมริกัน(คนทั้งโลก) ยากจนค่นแค้นลง ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

เป็นความเบี่ยงเบน เป็นความผิดปกติ เป็นแอ๊บแบ๊วโลกทุนนิยม
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/04/21/entry-1 อ่านต่อ 

โลกทุนนิยมกำลังล่มสลาย
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/17/entry-1

ตลาดทุนยุคใหม่ ยิ่งพัฒนา ยิ่งนำพาโลกจนลง

เรากำลังห่วงใยภาวะโลกร้อน

แต่ไม่มีใครแม้คนเดียว จะทราบว่า ตลาดทุน เลวร้ายยิ่งกว่ากรณีภาวะโลกร้อน

ตลาดทุนนั่นเอง คือต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

.........................................

ท่านใดก็ตาม...

สามารถนำเรื่องนี้ขึ้นไปถึงมือประธานาธิปดีสหรัฐได้ ทำความเข้าใจ และหาทางแก้ไขโครงสร้างทางเศรษฐกิจโลกได้อย่างถูกทิศทาง

จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง (Change) เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์

จะสามารถหยุดการล่มและเสื่อมสลายของโลกได้

อนุโมทนา
@@@

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
สมดุล วันที่ : 11/11/2009 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บริษัทมหาชนขนาดใหญ่กำลังเปิดให้มีการใช้เงินทำงานแบบ SME ที่คืนทุนไว ความเสี่ยงต่ำมีรายได้ยั่งยืน เดือนละ 2 ล้านบาทต่อหน่วยการลงทุน เร่งศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
Maira วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

เคยอ่านเจอ ...เลนิน เคยพูดว่า ...
"การล่มสลายของทุนนิยม จะเริ่มที่ สถาบันการเงิน" ..

ดูเหมือนจะใกล้เข้ามาแล้วนะคะ ...

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
soultraveller วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 03.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
Vacation Rentals by Owner

ขอบคุณสำหรับ entry นี้ครับ

http://horoscope.krubpom.com/

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Equinox_j_w วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 22.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/equinox

การเงินโลกเลยเถิดไปจนกลายเป็นเสมือนการพนัน ที่ผลักดันด้วยความโลภ ซึ่งมีการทั่วไปไม่เหยียดสีผิว และเชื้้อชาติ เข้าใจเอาเองว่า ถ้าจะพอมีหนทางที่แก้ไขได้คงต้องแก้ที่ตัว ความโลภ ที่ว่า จึงจะได้ผลในระยะยาว มาตรการระยะสั้นอะไรๆ ก็ทำไป ควบคู่กัน

ในโลกแห่งความเป็นจริง ดูเหมือนว่าแสงที่ปลายอุโมง หรือ ถ้ำ ช่างริบหรี่ หรือเกิน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เดชนิยม วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/detniyom

ได้รับความรู้จากการกลั่นกรองความคิดของผู้เขียนมานำเสนอนี้อย่างมาก และรู้สึกกลัวและไม่ชอบเลยกับความเบี่ยงเบนที่ทำให้ real sector ด้อยค่าไปกว่า non real sector รู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรมหรือในความหมายที่แท้จริงคือคนในโลกไม่ให้ความเป็นธรรมและปกป้องรักษาคนที่ทำมาหากินสุจริตจริงๆ หรือ ยอมให้เกิดการหากินแบบเหยียบหลังเหยียบไหล่ที่โบราณว่า ..ทำนาบนหัวคน..ไม่มีผิด

ขอบคุณผู้เขียนอีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
indexthai วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 06.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณ สายฟ้าขี้สงสัย คห.22
ตลาดหุ้นคือ อวิชชา ของโลกทุนนิยม
ทำให้โลกทุนนิยมล่มสลาย
ก็ต้องยกเลิก ยกเลิกทั้งโลกครับ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/17/entry-1

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

แล้วอย่างนี้ มันจะมีทางป้องกันมั๊ยครับ


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
indexthai วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ผมจะอุปมา-อุปมัย ดังนี้

บ้านไทย ..งูเหลือม ..และไก่
บ้านไทย ..เลี้ยงไก่มานานแล้ว แล้วก็เอางูเหลือมมาเลี้ยงอีก
แล้วงูเหลือมก็แอบกินไก่ โดยเจ้าของไม่รู้เรื่อง

บ้านไทย = ประเทศไทย
ไก่ = คนไทย
งูเหลือม = ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นกินคนไทยตลอดเวลา...

อย่าไปโทษคนไทยเลย
ต้องโทษประเทศไทย ที่เอางูเหลือมมาเลี้ยง..

วิกฤติที่อเมริกา ..ก็อธิบายได้ ประมาณเดียวกัน
@
@@@

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
พิราบเงา วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kenrama8

เข้ามาอ่านข้อมูล และเข้ามาคารวะครับ จากลูกหลาน พิราบเงา

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
indexthai วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 07.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ดูที่ชื่อเรื่องนะครับ..

ผมไม่ได้นำเสนอเรื่อง "เปรียบเทียบ วิกฤติ ของไทย และ สหรัฐ" นะครับ (ซึ่งใครๆ ที่อยู่ในวงการ ก็นำเสนอได้)

แต่...
ผมนำเสนอเรื่องราว ..ที่ลึกกว่า..
คือ.. เปรียบเทียบ "ต้นเหตุ" การเกิดวิกฤติ ของไทย และ สหรัฐ

"ต้นเหตุ" ครับ "ต้นเหตุ"

และก็ไม่ใช่ 'ต้นเหตุ' แบบที่คนทั่วไปเข้าใจ

ขอบคุณ.. ทุกเม้นท์

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
หมูสนาม วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08

Sub prime เชื้อโรคที่หมอนักเศรษฐศาสตร์อเมริกา
ลุ้นกันตัวโก่งว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้
เศรษฐกิจอเมริกาเป็นแค่ไข้หวัด หรือจะลามเป็นมะเร็งตับ

อาการขณะนี้มีแนวโน้มว่าเลยขั้นไข้หวัดมาแล้ว
กำลังมุ่งหน้าสู่เซลล์มะเร็งขั้น 4 เต็มสปีด
หมอบุชประกาศอัดฉีดยาเข้าไปอีก 1. 5 แสนล้าน US.($150 billion)
แต่ก็มีหมอตี๋หลายคนบ่นว่า ฉีดช้าไปหน่อย
เซลล์มะเร็งลามออกไปแล้วเหลือแต่พระเจ้าเท่านั้นที่พอจะช่วยได้
วิกฤต Sub prime เริ่มมาจากไหน ว่ากันว่า
เริ่มมาตั้งแต่ปู่อลันกรีนสแปนแก้ปัญหาวิกฤตฟองสบู่ Internet แตก
โดยการลดดอกเบี้ย สหรัฐจากประมาณ 6 % ลงมาเหลือ 1 %
ผิดถูกอย่างไรต้องไปถามปู่เอาเอง นาทีนี้ต้องหาแพะเอาไว้ก่อน
ผลของการลดดอกเบี้ยของปู่ช่วยกู้วิกฤต Internet
แต่กลับมาสร้างฟองสบู่ลูกใหม่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า
คือภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
เมื่ออเมริกันชนมีภาระดอกเบี้ยต่ำ
ก็นำเงินในอนาคตมาถลุงกันมันมือโดยการซื้อบ้านที่ต้องใช้เงินในอนาคตมาจ่าย

ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์บูมอย่างขนานใหญ่
ราคาบ้านขยับตัวสูงขึ้นมาก
ลูกค้าบางส่วนที่เคยเป็น Prime ก็เริ่มติดเชื้อเหมือนกัน
เคยมีบ้านหลังแรกสบายดีอยู่แล้ว
ภาระที่เคยผ่อนอยู่เป็นปกติ พอเห็นว่าดอกเบี้ยถูก
เกิดกิเลสอยากมีบ้านกินลม หลังที่สอง
ประกอบกับบ้านยิ่งซื้อยิ่งแพง ก็เกิดแฟชั่น
บ้านหลังที่สองกันทั่วไปหมด

บูมขนาดที่ว่ายอมปล่อยกู้ให้ลูกค้าที่เรียกว่า
ลูกค้า Sub prime กู้ ยังคุ้ม เพราะ
ถ้าไม่มีเงินผ่อนเมื่อไหร่ ยึดบ้านมาขายทอดตลาดยังได้กำไร
แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ย สวิงกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้น
ภาระที่ต้องผ่อนมากขึ้นจากผลของดอกเบี้ยสูง
ทำให้ อเมริกันชนมีปัญญาผ่อนบ้านลดลง
จากลูกค้าเกรด prime เลยตกชั้น เป็น sup prime ! เป็นแถว
ยึดมามากเข้า ๆ เกิดอาการขายไม่ออก ขายไม่หมด
เกิดของเหลือบานตะเกียง
(นักวิเคราะห์ของ อเมริกาเดาไว้ว่า
ราคาอสังหาริมทรัพย์ของอเมริกาจะลดลง
ราวๆ 35 % ในเวลา 2 ปีข้างหน้า)
เท่านั้นยังไม่พอเมือมีกองบ้าน มากเข้าจนเกือบท่วมประเทศ
นักการเงินหัวใส ก็คิด นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆซ้อนเข้าไปอีก
โดยแบ่งสินทรัพย์ออกเป็นกองๆ แปลงเป็นหลักทรัพย์
((securitization) ขายให้นักลงทุนสถาบัน เรียกว่าตราสารหนี้
โดยตราสารนี้ จะมีรายได้จากผลของการผ่อนชำระ ของลูกค้า
รวมกับราคาของสินทรัพย์ ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
(ไม่รู้คนซื้อ-คนขาย คำนวณกันอย่างไร)
ถ้าอยากรู้จริงๆต้องถามกับไทยธนาคารได้ข่าวว่า เข้าไปลงทุนในตราสารประเภทนี้
โดนไปราวๆหมื่นล้าน

เมื่อสถาบันการเงินของอเมริกาต่างเข้าไปซื้อ
ตราสารนี้กันมากๆเข้า พอเกิด NPL
ก็ต้องตั้งสำรองหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ กันขนานใหญ่
ประกอบกับหลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกันมีราคาลดลงอย่างต่อเนื่องจึงเกิดอาการ
ขาดทุนบักโกรกเป็นทิวแถว ต้องระดมเงินจากตะวันออกกลาง เอเซีย
รวมถึงเพื่อนบ้านผู้ร่ำรวยของเราคือสิงคโปร์
เข้าไปพยุงสถาบันการเงินของอเมริกากันอย่างขนานใหญ่
ใครนึกภาพไม่ออกลองจินตนาการระลึกความหลังเศรษฐกิจไทยช่วงปี39-41 ดู ผมว่าคล้ายๆกัน
แต่ขนาดของอเมริกาใหญ่กว่าหลายร้อยเท่า
ขณะนี้ วิกฤต Sub prime ของอเมริกาถึงจุดฝีแตกแล้ว
ผลจะเป็นอย่างไรในฐานะที่มีระบบเศรษฐกิจ
ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นนักบริโภคผลผลิตจากทั่วโลก
บริโภคมากขนาดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
วันละประมาณ 2000 ล้าน US. มาเป็นปีๆ
เมื่อยักษ์ใหญ่จาม พร้อมๆกับเป็นมะเร็งที่ตับ
พวกมดปลวกอย่างเรา
ต้องรัดเข็มขัดให้แน่น เก็บคอ งอเข่า
เตรียมตัวตาย เอ้ยไม่ใช่ เตรียมตัว Landingggggggg
โครม !!!!!

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ซันญ่า วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  


Hi how r u ?

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
หาดใหญ่2521 วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wanderer

เหตุการณ์ที่ทำให้ค่าเงินเสียหาย ถือเป็นความรุนแรงที่สูงมาก ทำความเสียหายกับท้องถิ่นสูง ความรุนแรง มีมากกว่าระเบิดปรมณู มากกว่าการเกิดคลื่นสึนามิ หรือแผ่นดินไหว ผู้เขียนสังเกตว่า แผ่นดินไหวที่ประเทศจีนเมื่อเร็วๆนี้ ไม่ได้ทำให้ค่าเงินหยวนเสียหายแต่อย่างใด

ผมไม่คิดว่าเราควรเปรียบเทียบความเสียหายทางการเงินกับการเสียหายทางชีวิตและทรัพย์สิน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
BATTY วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DIVING

อภิมหาขอบคุณ สำหรับบทความดีๆครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
NN1234 วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 21.22 น.

ขอบคุณในข้อมูลเชิงลึก ความเข้าใจในปรากฏการณ์ที่แท้จริง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเราอยู่ในกระแสโลกาภิวัฒน์ หลีกเลี่ยงผลกระทบยาก ประแสทุนนิยมกำลังกัดกินตัวมันเอง ทั้งๆที่รู้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ว่ากันว่า ภาค non real sector ในแต่ละวัน หมุนเร็วไปกว่า Real sector หลายเท่าตัว
หลายคนทราบ แต่ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
redribbons07 วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

เป็นความจริงที่น่ากลัวที่ non real sector สามารถทำความมั่งคั่ง ได้มากกว่า real sector

ขอบคุณสำหรับบทความค่ะ



ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ครูติ๋ว วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/romrawin
 รักความไทย ใส่ใจคนรอบข้าง


หน้าม้ามาเชียร์
งานเข้า งานเข้า งานเข้า
แวะมาปักป้ายหาเสียงก่อนค่ะ
ยังไงก็ช่วยเชียร์ ครูเก๋ ด้วยนะคะ
สาย ข เรื่องโจงกระเบนของยาย โดยครูเก๋
อ่านแล้วอินกับเรื่องค่ะ
http://www.oknation.net/blog/mindhand/2008/09/18/entry-1

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
indexthai วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

วันนี้ 19 ก.ย. 08 ..วันปฏิวัติ ปี 06
ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นทั้งโลก เลยนะครับ .. real time
http://www.geocities.com/indexthai/east.htm
http://www.geocities.com/indexthai/west.htm
@

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
indexthai วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ขอบคุณ เม้นท์ดีๆ ทั้งนั้น

คุณดินดำน้ำชุ่มครับ
ทักษิณ ............................รวยเพราะโกงครับ ......มีอำนาจรัฐ
วอร์เรน บัพเฟตต์ ...............รวยเพราะซื้อขายหุ้น ..ไม่มีอำนาจรัฐ ..เชี่ยวชาญตลาดเงิน ตลาดทุน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
indexthai วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ลองดูทุนสำรองการเงินของประเทศต่างที่นี่ ณ.วันสิ้นปี 2007

จีน..................................อันดับ 1............. 1.534 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ญี่ปุ่น...............................อันดับ 2............. 0.954 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
รัสเซีย.............................อันดับ 3............. 0.476 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
อินเดีย.............................อันดับ 4............. 0.275 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
.
.
ประเทศไทย......................อันดับ 15 ........... 0.087 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
(มากกว่าอเมริกาเสียอีก)
.
.
ประเทศสหรัฐอเมริกา .............อันดับ 20........0.0706 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
(ช่วงที่ผ่านมา เงินไหลออก)
.
ดูที่นี่...
Rank Order - Reserves of foreign exchange and gold

https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/rankorder/2188rank.html

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

จะมีคนไทยกี่คน เข้าใจว่า
ทักษิณ ก็ ทำเหมือนกับ บัฟเฟต
คนไทยจนลง คนอเมริกันจนลง
ทักษิณ รวยขึ้น บัฟเฟต ยิ่งรวยขึ้น
ดีใจที่ได้ยินว่าทุนนิยม กำลังจะล่มสลาย

ขอบคุณอย่างสุดซึ้งครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Jui วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
น้องออน วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 16.01 น.

การที่เศรษฐกิจจีนถูกเบี่ยงเบนจากการที่ค่าเงินอ่อนเกินจริง เงินท่วมประเทศแบบมโหฬารจนมีทุนสำรอง 1.8 trillion แล้วทำให้ดัชนี Hang Seng กลายเป็นดัชนีหุ้นที่เบี่ยงเบนมากที่สุดในโลกตัวจริง

อวิชชาตลาดทุนโลก เงินดอลลาร์ท่วมโลก ราคาน้ำมันถีบสูงขึ้น เศราฐกิจรัสเซีย และบราซิลพุ่งตามความผิดปกติของระบบทุนนิยมการเงินโลก ทำให้ราคาหุ้นพุ่งสูงที่สุดในโลก

รัสเซียใช้เวลา 10 ปี เก็บทุนสำรองได้ 600 billion จากการขายทรัพยากรของตัวเองอย่างน้ำมันและแก๊สอย่างพากเพียร และนำเงินไปใช้หนี้ IMF
แต่ทุนสำรองกลับโดนถลุงเกลี้ยง 60 billion ภายในเวลา 4 สัปดาห์ ตลาดหุ้นพัง 1 trillion ในไม่กี่เดือน เพราะวิกฤตการเงินโลก

ขณะที่ธนาคารกลางทั้งโลกทุ่มเงินสำรองมหาศาลเพื่ออุดระบบการเงินโลก

Reserve Destruction งานนี้ถ้าไม่ระวังธนาคารกลางทั้งโลกโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาทุนสำรองอาจหมดเกลี้ยงในพริบตา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
น้องออน วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 15.49 น.

ตลาดการเงินโลกพังไปแล้ว 30 trillion ดอลลาร์
รัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกหมดเงินไปมากกว่า 2 trillion ดอลลาร์เพื่ออุ้มระบบธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ รวมทั้งอุดตลาดหุ้น

โลกเสียความมั่งคั่งไปแล้ว 32 trillion ดอลลาร์ใน 1 ปี

ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่า มีคนกลุ่มเล็กๆได้รับผลกำไรบนความพินาศของระบบการเงินโลกถึง 32 trillion ดอลลาร์

ตลาดทุนโลกก่อให้เกิด Resource Misallocation แบบ 3 ทางซ้อน

1. คนนำเงินออมไปเล่นหุ้น เลิกทำงานไม่สร้างผลผลิต แต่แข่งกันสร้างเงินแทน ทำให้เงินท่วมโลก ขณะที่สินค้าและผลผลิตมีน้อย ของราคาแพงขึ้น เงินเฟ้อขึ้น ขณะที่เงินที่ถูกผลิตขึ้นมาหาได้มีมูลค่าที่แท้จริง เพราะสร้างขึ้นมาจากอากาศ และตัวเลขดิจิตอลล้วนๆ ซึ่งต่างจากเงินในระบบเดิมซึ่งเป็นตัวแทนของมูลค่าที่เป็นจริง เพราะมีวัตถุทางกายภาพที่มีค่าอย่างทอง ที่มีมูลค่าใช้สอยค้ำหลังอยู่

2. มีการลงทุนเกินจริง มายาคติตลาดทุน ทำให้เงินเพิ่มขึ้น เกิดอุปสงค์เทียม เพราะคนไม่ได้ใช้พลังแรงงานในการสร้างมูลค่าที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การผลิตถูกบิดเบือน เมื่อตลาดหุ้นตกลง สภาพคล่องหดตัว ค่าเงินเสียหาย กำลังซื้อเสียหาย ทำให้เกิดการผลิตล้นเกิน ต้องมีการปลดคนงานขนานใหญ่ เช่น วิกฤต The Great Depression 1929

3. เมื่อระบบการเงินเสียหาย ธุรกิจล้มละลาย เอกชนมีปัญหาหนัก ทำให้สุดท้ายทรัพยากรจากภาครัฐคือ เงินภาษี ที่เก็บจากประชาชนที่ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ สร้างผลผลิตที่เป็นประโยชน์จากแรงงานตัวเอง ก้ต้องเอามาอุ้มสถาบันการเงิน อุ้มธุรกิจ สุดท้ายประโยชน์ก็ตกอยู่กับนักลงทุนในตลาดหุ้น ทั้งๆที่ชอบป่าวประกาศว่าการลงทุนมีความเสี่ยง สถาบันการเงินเป็นผู้สร้างความเสียหายก็กลับไม่ได้รับการลงโทษ แถมต้องช่วย สุดท้ายคนก็จนลงอีกเป็นเด้งที่ 3 เพราะ รัฐไม่มีเงินพอมาสร้างสวัสดิการ แถมต้องมีการเรียกภาษีเพิ่มในอนาคตเพื่อใช้หนี้ จนเป็นเด้งที่ 4 อีก

วิกฤตครั้งนี้กำลังจะลุกลามไปยังภาคครัวเรือนที่จะไม่มีเงินจ่ายหนี้บัตรเครดิต เนื่องจากใช้เงินเกินตัว พึ่งรายได้จากการเก็งกำไรเป็นหลัก จากนั้นจะเข้าไปยังภาคธุรกิจ

แต่ที่น่ากลัวที่สุดตอนนี้ก็คือ มันลุกลามไปถึงภาครัฐทั้งธนาคารกลางและการะทรวงการคลังแล้ว อันตรายมากๆ เพราะการพยายามอุ้มสถาบันการเงินและตลาดหุ้น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สมาชิกสภาอำเภอใจ วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 12.07 น.

อืมม อ่านผ่านๆนะ เยอะมาก
ข้อมูลนับว่าน่าสนใจทีเดียว
นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งในการอธิบายพลวัตเงินทุนโลก และความหายนะทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นแม้ในประเทศต้นแบบทุนนิยมอย่างสหรัฐ
ย้อนกลับมาประเทศไทย..แล้วเราจะเอาตัวรอดจากสึนามิทางการเงินของโลกได้อย่างไร??

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ค.โคกทราย วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SeksantS

ขอบคุณสำหรับข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อ่านแล้วน่าเป็นห่วง ทั้งประเทศชาติ และเศรษฐกิจส่วนตัว ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน