*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531106
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 3069 , 15:42:21 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


4 เดือนมานี้ได้ยินคำว่า "การเมืองใหม่" วันละเป็น 100 ครั้ง.. ทุกวัน..

ปาฐกถาของศ.นพ.ประเวศ วสี ..
พิธีกร นักข่าวโทรทัศน์ พิษณุ นิลกลัด ..
นักกลอน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ..
แถลงของ 24 อธิการบดี ..
รวมทั้ง ..หนังสือผ่าทางตัน ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์

แสดงให้เห็นว่า การเมืองเก่าไม่ดี..
บอกว่า หรือหวังว่า การเมืองใหม่จะดี
แต่แท้จริง..
ยังไม่เห็นหน้าตาเลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
24 อธิการก็บอกให้ไปตั้งกรรมการ มาหาทาง
ส่วนใหญ่ก็จะให้เปลี่ยนแปลงวีธีการเลือกคน ทั้งจำนวนคน และที่มาของคน
พธม.เอง ก็เสนอวิธีเลือกคน.. และสัดส่วน ครั้งก่อนเสนอมา ..คนบ่นกันตรึม



คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ไม่ทราบ การเมืองใหม่ จะออกมาในรูปแบบใด ผู้จัดการออนไลน์ 29 กันยายน 2551 01:07 น. รายงาน..

"ถึงแม้ตนจะเป็นคนจุดประกายเรื่องการเมืองใหม่ แต่ในการประชุมสัมมนาการเมืองใหม่ 2 ครั้งที่ผ่านมานั้น ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย และจะไม่เข้าประชุมตลอดไป เพราะมีหน้าที่จุดประกายให้พี่น้องประชาชนรู้ว่าเราต้องการการเมืองใหม่ แต่จะไม่ลงไปข้างล่างหรือข้างใน เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าไปครอบงำ เราเพียงแค่ให้เกิดความคิดทางการเมืองใหม่เท่านั้น"

แสดงว่า คุณสนธิเอง ก็ไม่ทราบว่า รูปแบบการเมืองใหม่ จะเป็นอย่างไร หากคิดว่ามันดี ต้องแสดงวิสัยทัศน์ หรือปรัชญาออกมา ไม่ต้องเกรง ว่าจะมีใครจะกล่าวหา ว่าจะมาครอบงำ มีแต่จะสรรเสริญ ยกย่อง เชิดชู การที่คุณสนธิกล่าวเช่นนี้ มองได้อีกว่า.. คุณสนธิ ลอยตัว เหนือแกนนำท่านอื่น

สรุป ..ยังไม่เห็นหน้าตาการเมืองใหม่ว่า

คล้ายช้าง
คล้ายม้า
คล้ายกา
คล้ายไก่

สมมุติว่า คล้ายช้าง
จะได้เรียกร้อง ได้ ..เอาช้าง ..เอาช้าง ..เอาช้าง

แต่นี่เรายังไม่เห็นหน้าตาว่าคล้ายอะไร ..แล้วจะบอกว่าดีได้อย่างไร
แล้วก็เรียกร้องเอาอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

ศีล 5 ของพระพุทธองค์สอนมา 2500 ปีแล้ว ให้เป็นคนดี..
ไว้ใจแค่ไหน ..คนใหม่ที่มาจะดี

หาแต่คน ..ไม่หาสาระ.. บ้าง

นักการเมืองฝ่ายเดียวหรือ ? ที่ก่อปัญหา ? ศักดินา (ข้าราชการะดับสูง) ก็สร้างปัญหาเช่นกัน ปัญหาหนักกว่านักการเมืองเสียอีก เขาเป็นเจ้าของวิสัยทัศน์ ปรัชญาตัวจริงของประเทศ จูงจมูกนักการเมืองขึ้นเขา ลงห้วย ใครมาเป็นรัฐบาลก็เหมือนกัน ..คนจูงคนเดิม

ต้องแก้ทั้ง 2 ฝ่าย หรือทั้งระบบ ..ไม่ใช่มาแก้เฉพาะ ..ที่นักการเมืองฝ่ายเดียว

โลกทุนนิยม เบี่ยงเบนไปมาก..
อเมริกายังไม่รู้เลย ..ว่า.. "ต้นเหตุ" ที่ภาคการผลิตจริง และภาคการเงินล้มลงเพราะอะไร
ที่เขาคิดแก้ปัญหาอยู่นี้ ..แก้ที่ปลายเหตุ ..

ด้วยสัมมาทิฏฐิ ..ของ entry นี้ (ไม่มีอะไรอื่น)

แสดงว่าการเมืองใหม่ หรือการเมืองที่ดี ไม่ใช่เรื่องง่าย
ฝ่ายพธม.ยังไม่สามารถคลอดรูปแบบการเมืองใหม่ออกมาได้
24 อธิการบดี ให้ตั้งกรรมการออกมา ศึกษา ออกแบบ
นักวิทยุโทรทัศน์ .. นักวิชาการก็ไม่สามารถแสดงรูปแบบการเมืองใหม่ออกมาได้

แล้วทำไมคิดว่า ..ใครจะทำรูปแบบการเมืองใหม่ ออกมาได้
แม้แต่รัฐบาล.. (สมมุติว่าสัมมาทิฏฐิเช่นกัน)
นานป่านนี้แล้ว

สรุปคือ

คิดออกมา ..ไม่ได้สักฝ่าย

คิดให้ได้รูปแบบที่ดี ..ไม่ได้สักฝ่าย

?????

จะหาคนดี คนเก่ง อีกนานเท่าใด
มีวิธีใดหรือไม่ ..ที่คนเข้ามาแล้ว ..ให้คนเลวไม่ได้.. หรือเลวได้ยาก
ไม่ว่านักการเมืองเก่า หรือนักการเมืองใหม่

ปรัชญาง่ายๆ  ..ปรัชญา 'การเข้าคิว'
'การเข้าคิว' (Queue up) ใน 'คิว' นั้น มีคนทุกประเภท
มีทั้งคนดี คนชั่ว คนรวย คนจน คนมีกำลังมาก คนมีกำลังน้อย คนตัวสูง คนตัวต่ำ
คนตัวใหญ่ คนตัวเล็ก คนตัวขาว คนตัวดำ

การเข้าคิว ..เอารัดเอาเปรียบกันไม่ได้ ..หรือได้ยาก .............มีไหม
จะได้ไม่ไม่ไปเสียเวลาเลือกคน.. (เราเลือกมาไม่รู้กี่รอบแล้ว)
สร้างระบบ ไม่ให้เข้ามาเลวได้..

มากเรื่อง ก็มากความ

ยังไม่เห็นรูปร่างหน้าตาการเมืองใหม่

ศักดินา นักการเมือง ใครเก่ง ใครดี กว่าใคร ?
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/12/entry-1
@@@



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
หน่อผุด วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

มาอ่านคมความคิดค่ะ
การเมืองใหม่ นักการเมืองเก่า เอายังไงดี?

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
อังศนา วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

To dream the impossible dream -- ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อค่ะ


ปล. จขบ ขี้แยจังนะคะ เห็นร้องไห้เรื่อยเชียว
นานๆ ถึงจะเห็นหัวเราะอย่างในคูหา ๒๗ เสียที ..อิอิ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
indexthai วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 06.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


เวทีการเมืองใหม่ศึกษาฟรี-ตั้ง ก.รัฐวิสาหกิจ

19 ตุลาคม พ.ศ. 2551 03:09:00
http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/19/news_304538.php

พันธมิตรฯ เคาะโมเดลปฏิรูปการศึกษา ให้เรียนฟรีตามความปรารถนา ตั้งกระทรวงรัฐวิสาหกิจตีกรอบค่าจ้างบอร์ด ยกเลิกพ.ร.บ.ทุน 2542 เตรียมปั๊มสมุดปกขาว แจกประชาชนทั่วประเทศ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : วันนี้(18 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวหลังการประชุมสัมมนาเรื่อง “การเมืองใหม่ ครั้งที่ 5" ว่าที่ประชุมข้อสรุปในเรื่องการศึกษาว่าการเมืองใหม่จะส่งเสริมให้เรียนฟรีตามความต้องการของประชาชน โดยเนื้อหาหลักสูตรนั้นจะเน้นที่การปลูกจิตสำนึกให้รักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทุกคนสามารถพึ่งตนเองได้

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มีการศึกษาวิชาชีพที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น การเมืองใหม่จะไม่มีการบรรจุครูใหม่แต่จะใช้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาอาชีพในท้องถิ่นเป็นผู้สอนแทนและยกระดับการศึกษาของโรงเรียนให้มีความเท่าเทียมกันทุกแห่งทั่วประเทศทั้งรัฐบาลและเอกชน

นายปานเทพ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปถึงรัฐวิสาหกิจในการเมืองใหม่ว่าจะต้องยกเลิกพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ปี 2542 พร้อมทั้งทวงคืนรัฐวิสาหกิจที่แปรรูปไปก่อนหน้านี้กลับมาเป็นของประชาชนทั้งปตท.หรือกสท.และจะตั้งกระทรวงรัฐวิสาหกิจเพื่อกำหนดทิศทางของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดและกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมกว่าที่เป็นอยู่

ทั้งนี้ พันธมิตรฯจะประชุมสัมมนาการเมืองใหม่เป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 22 ต.ค.หลังจากนั้นจะรวบรวมข้อมูลความเห็นทั้งหมดจัดทำเป็นสมุดปกขาวแจกจ่ายให้พันธมิตรฯทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนได้ศึกษา

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
antz วันที่ : 06/10/2008 เวลา : 05.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/antz

ผมเห็นดีด้วยกับข้อเสนอข้อคิดต่างๆของคุณประเทือง ความเห็น26ครับ แต่อยากเพิ่มเติมนิดเดียวให้ช่วยกันคิดว่า ที่บอกว่า"ประชาธิปไตยแบบพลเมืองไทย" อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งในหลายประเด็นของการแก้ไขเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ---เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐธรรมนูญ 17-18 ฉบับที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ามันเยอะแยะที่สุดในโลกแล้วรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็ยังขับเคลื่อนไปได้แบบช้าาาๆค่อยเป็นค่อยไปแบบที่คุณอนุสรณ์ ธรรมใจอยากให้สังคมไทยค่อยๆเรียนรู้ถึงการโกง เรียนรู้การใช้ทุนมหาศาลรังแกทุนห้องแถว เรียนรู้ถึงความด้อยค่าของคน และเรียนรู้ถึงการยอมรับกับตลาดหุ้นที่มีเงินปั่นไหลเวียนมหาศาลต่อวัน

ผมชอบแนวทางที่ว่าเราควรจะได้ฉันทามติเรื่องหลักการปกครองแบบกว้างเป็นข้อๆจากคนไทยโดยรวมก่อนว่า อะไรบ้างที่คนไทยต้องการให้มีในสังคมหรือสังคมแบบไหนควรจะเป็นสังคมที่เราอยากจะให้เป็น เมื่อได้หลักหรือแนวทางแล้วจึงค่อยร่างรัฐธรรมนูญให้ตอบสนองต่อหลักการดังกล่าว ประชาชนคนทั่วไปที่ไม่ต้องอ่านกฏหมายเป็นจะได้เท่าทันว่าถ้ากฏหมายข้อใดก็แล้วแต่ผิดจากหลักการนี้ ก็ถือว่าใช้ไม่ได้ ไม่งั้นเราก็จะถูกคนร่างกฏหมายร่างรัฐธรรมนูญหลอกเอาอีก เอาไปแอบไว้ตรงมาตราโน่นนี่โดยที่คนมีการศึกษาก็ยังตามไม่ทันนักกฏหมายเหลี่ยมจัดพวกนี้

ส่วนที่เห็นด้วยแต่ต้องช่วยกันระวังและป้องกันคือขณะที่เราให้เวลากับคนทั้งประเทศได้ช่วยกันคิดช่วยกันเสนอช่วยกันค้านนั้น อย่าให้ช่องว่างตรงนั้นให้นักการเมืองที่ชอบโกงกินแสวงหาผลประโยชน์ต่อไปและอย่าหวังว่าการสร้างกฏกติกาใหม่จะสำเร็จตราบใดถ้ายังมีนักการเมืองประเภทนี้อยู่ในอำนาจ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Magwen วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/magwen

กรุงโรมไม่ได้สร้างวันเดียวเสร็จขอรับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
indexthai วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

พันธมิตรฯเสนอคงรูปแบบสภาเดิม เพิ่มสภา ปชช.ถ่วงดุลขี้โกง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 ตุลาคม 2551 19:45 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000116574

“ปานเทพ” เผย ที่ประชุมสัมมนาการเมืองใหญ่คงรูปแบบสภาเดิม เน้น ส.ว.สรรหาต้องมาจาก ปชช.ทุกภาคส่วน เสนอควรมี “สภาประชาชน” ที่รับรองสิทธิ์ตาม รธน.ไว้ถ่วงดุลอำนาจ รบ.พร้อมเพิ่มบทลงโทษตัดสิทธิ์นักการเมืองขี้ฉ้อทันที หากตรวจพบ ด้าน “สุริยะใส” แนะจับตาอาจมีการลักไก่ นำ รธน.ฉบับ “หมอเหวง” มาพิจารณา เชื่อ ส.ส.ร.3 ไร้น้ำยาปฏิรูปการเมือง

วันนี้ (1 ต.ค.) เมื่อเวลา 18.30 น.นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นักวิชาการอิสระ แถลงหลังการประชุมสัมมนาเรื่องการเมืองใหม่ครั้งที่ 3 ว่า ที่ประชุมมีความเห็นกรณีของรัฐสภา ว่า ควรจะมี 2 สภาเหมือนเดิม คือ 1.สภาผู้แทนราษฎรที่จะมี ส.ส.ไม่กิน 400 คน แบ่งเป็น ส.ส.200 คน และจากสาขาอาชีพทุกภาคส่วนอีก 200 คน โดยคำนึงถึงสัดส่วนของชายและหญิงด้วย 2.วุฒิสภา ซึ่งจะคงรูปแบบเดิมในปัจจุบัน แต่ควรจะให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการสรรหาด้วย ส่วนที่มาของนายกรัฐมนตรีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการถกเถียงกันว่า นายกฯจำเป็นต้องมาจากส.ส.หรือไม่

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีความเห็นว่าควรมีสภาประชาชน ซึ่งจะมีการรับรองตามรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ให้ความรู้ปลูกจิตสำนึกทางการเมืองสามารถคัดค้านและถอดถอนได้ ส่วนเรื่องการใช้เงินเป็นใหญ่ในการเลือกตั้งนั้น ที่ประชุมเสนอว่า การประชาสัมพันธ์การหาเสียงการเลือกตั้งควรทัดเทียมกันทุกพรรคการเมือง ทั้งในเรื่องของโปสเตอร์และการลงโฆษณาในสื่อสารมวลชนต่างๆ ร่วมทั้งงดให้ใบเหลืองแต่ให้ใช้ใบแดงทันที และควรลงโทษทางอาญาทั้งที และควรมีศาลเลือกตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อกำกับดูแลด้วย

สำหรับบทลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตการเลือกตั้งนั้น ควรจะตัดสิทธิ์ตลอดไปไม่ใช่เพียงแค่ 5 ปี รวมทั้งให้ประชาชนทุกภาคส่วนและสภาประชาชนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นผู้เสียหาย เมื่อมีการทุจริตเลือกตั้ง โดยสามารถฟ้องศาลเองได้ และมีรางวัลนำจับให้ รวมทั้งให้มีการขึ้นแบล็กลิสต์นักการเมืองเหล่านั้น

ส่วนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ควรที่จะให้มีการถ่ายทอดสดด้วยความโปร่งใส สำหรับนักการเมืองที่ยกมือไว้วางใจนักการเมืองที่พิสูจน์ได้ภายหลังว่ามีการทุจริตนั้น จะต้องได้รับบทลงโทษอย่างจริงจัง นอกจากนี้ข้าราชการระดับสูงจะต้องเปิดเผยบัชญีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นรายปีเหมือนกับนักการเมืองด้วย

ด้าน นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์ กล่าวว่า สภาประชาชนจะเป็นสภาคู่ขนานระหว่างสภารัฐ คือ ส.ส.และ ส.ว.กับสภาราษฎร ซึ่งมาจากการแต่งตั้งประชาชนทุกระดับ ส่วนรูปแบบโครงสร้างนั้น อยู่ระหว่างคิดเค้าโครง ก่อนจะนำเเสนอในการประชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ คำว่า ประชาธิปไตย คือ อำนาจของประชาชน ดังนั้น ประชาชนต้องมีอำนาจอยู่ในตัว ซึ่งสภา ประชาชน จะมีหน้าที่สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนสามารถตรวจสอบคัดค้านรวมทั้งถอดถอนได้ด้วยในทุกระดับ โดยมี รธน.รับรองอำนาจของสภาประชาชนด้วย

ขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค.เวลา 14.00-18.00 น.จะมีการประชุมสัมมนาเรื่องการเมืองใหม่ครั้งที่ 4 เพื่อพิจารณาเค้าโครงและวาระสำคัญของสภาประชาชน ทั้งนี้ ในเรื่องของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 3 (ส.ส.ร.3) ที่ประชุมเห็นคล้ายกับแกนนำ ว่า พันธมิตรฯให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวในทางสาธารณะ ดังนั้นจึงไม่ได้คาดหวังว่า ส.ส.ร.3 ที่รัฐบาลนอมินีเป็นผู้ริเริ่มจะทำให้เกิดการเมืองใหม่หรือการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริงได้ นอกจากนี้ อยากให้จับตาว่า อาจจะมีการลักไก่นำร่างแก้ไข รธน.ของ นพ.เหวง โตจิราการ มายื่นในการพิจาณา รธน.มาตรา 291

นายสุริยะใสเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ทางทีมทนายความของพันธมิตรฯ ได้ยื่น ประกันตัวผู้ต้องหากรณีบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ได้เพิ่มอีก 9 คน และจะทยอยประกันตัวเพิ่มเติมต่อไปอีกเรื่อยๆ โดยคาดว่าจะประกันตัวได้ครบทุกคนในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ พันธมิตรฯได้มีการรับบริจาคเพื่อระดมทุนช่วยเหลือครอบครั้วของผู้ต้องหาด้วย โดยในเบื้องต้นได้ช่วยเหลือไปแล้วจำนวนหนึ่งซึ่งแกนนำทุกคนให้การดูแลอย่างเต็มที่ โดยมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลรวมทั้งมีการไปเยี่ยมผู้ต้องหาในช่วงบ่ายวันอังคารและวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ด้วย

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
indexthai วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 05.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ความคิดเห็นที่ 25 คุณ antz

เป็น comments ที่ดีครับ คอยติดตาม นะครับ ผมจะลองตั้งตุ๊กตารูปแบบการเมือง และแนวทางสู่การเป็นการเมืองใหม่

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
indexthai วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 05.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

feedback ทางอีเมล์
Date: Tuesday, September 30, 2008, 7:51 AM

เห็นด้วย กับคุณในประเด็นนี้เลย ว่าอย่ามองที่ปัญหาการเลือกคนอย่างเดียว
ดังนั้น การเมืองใหม่ จึงเป็นการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูประบบอำนาจใหม่ ในการจัดการทรัพยากรทุกอย่างของประเทศ
ซึ่งสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกติกาหลักของประเทศ ซึ่งจะกำหนดอำนาจใหม่ ในการบริหารประเทศ ใครจะเป็นผู้มาบริหารได้บ้าง สิ่งหนึ่งที่เห็นร่วมกันทั้งประเทศคือ พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นองค์พระประมุขสูงสุดของประเทศ เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข
ประเด็นนี้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ

การปฏิรูป โครงสร้างอำนาจผู้บริหารประเทศใหม่ จึงต้องเปลี่ยนระบบที่มาของผู้ปกครอง ต้องเกลี่ยให้ชนทุกชั้นหรือตัวแทนของชนทุกชั้น ทุกสาขาอาชีพได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารประเทศ เป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดชตาชีวิตของตนเอง บริหารทรัพยากร ของตนเอง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นชาวนา เกษตรกร ชาวประมงขนาดเล็ก ชนกลุ่มน้อย ชาวสลัม กรรมกรรับจ้าง ครู หมอ ข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ในภาคส่วนต่างๆ ฯลฯได้มีโอกาส ต่อรอง สร้างนโยบาย พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ ของชาติร่วมกัน ภายใต้ระบบการเมืองใหม่

ซึ่งระบอบประชาธิปไตยบนหลักการการแข่งขันเสรี ที่เป็นอยู่ แม้จะมี กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ชี้ขาด ก็ไม่สามารถทำให้คนตัวน้อยด้อยเงินทุน คนดี มีความรู้ มีความสามารถ เข้ามาทำงานได้ ดังนั้น การเมืองใหม่จึงต้องเป็นเรื่องการเกลี่ยให้คนทุกภาคส่วน มีโอกาสเข้าไปมีบทบาท ในการบริหารประเทศ ซึ่งก็ต้องแก้กติกา คือรัฐธรรมนูญใหม่ จะให้มีวิธีการเช่นไร ที่ดีที่สุด ก็ต้องโยนให้พลเมืองเป็นผู้ตัดสิน ถามพลเมืองของประเทศดู มันมีวิธีการ มีตัวอย่างมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล จนถึงปัจจุบัน คนต้นคิดก็ร่างแบบไปถามพลเมืองมาว่าจะเอาอย่างไร ไม่ต้องไปยึดติดกับอเมริกา แบบอังกฤษ แบบจีน เอาแบบเราก็ได้ มันเป็นประเทศเรา ไม่ได้มีหลักหรือทฤษฎีตายตัว คนไทยไม่ได้อับจนปัญญา จนคิดอะไรไม่ออก แต่ขอถอยออกมาช่วยกันคิดก่อน "ประชาธิปไตยแบบพลเมืองไทย" อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งในหลายประเด็นของการแก้ไขเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ

ต้องยอมรับหลักการเดิมก่อนว่า ประชาธิปไตยบนพื้นฐานการแข่งขันเสรี และมีองค์กรอิสระตรวจสอบ มันไม่ดีพอ มันทำงานไม่ได้ เพราะคนตรวจสอบถ่วงดุลเองก็มีปัญหา จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เราก็เห็นปัญหาแล้ว อันนี้ก็ต้องมารื้อกันใหม่หมด อย่าพึ่งต้องการคำตอบวันนี้เดี่ยวนี้ พลเมืองเจ้าของประเทศ เค้ามีคำตอบให้

ส่วนการปฏิรูปเรื่องอื่น โดยเฉพาะ การจัดการทรัพยากรเศรษฐกิจ(ที่ดิน น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ ทรัพยากร ประมง ทรัพยากรอาหาร คลื่น พลังงาน การเงินการธนาคาร ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ฯลฯ )อันเป็นโภคทรัพย์ของประเทศปัจจุบันนี้ มันถูกจัดการอยู่สองระบบ คือถ้าไม่ราชการในฐานะกลไกของรัฐทุนนิยมจัดการ ก็ระบบตลาดจัดการหรือให้เอกชนเข้ามาจัดการ ภายใต้หลัการเดียวกันก็คือแข่งขันเสรี และกำไร ดังนั้นมันจึงนำพาประเทศวินาศสันตะโรอย่างที่เป็นอยู่ คนตัวน้อยด้อยโอกาส จึงไม่มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้หรือได้ใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียม ที่จริงมันมีมิติอื่นๆในการจัดการทรัพยากรทางเศรษฐกิจของประเทศได้อีกเยอะมาก ที่พลเมืองสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านระบบตลาด และการจัดการโดยรัฐ ซึ่งใครก็ประเมินได้ ว่าผลของการจัดการที่ผ่านของระบบนี้ล้มเหลวอย่างไร

สองประเด็นนี้น่าจะเป็นเพียงตัวอย่าง ในอีกหลายเรื่อง ที่ต้องการปฏิรูป และจะต้องเกิดขึ้นในการเมืองใหม่ ซึ่งต้องให้โอกาสพลเมืองส่วนใหญ่เขามีส่วนคิด รัฐบาลและพรรคการเมือง ก็ต้องเปิดโอกาสและยอมรับว่าระบบที่มีอยู่มันเป็นปัญหา ว่ามันครบสิบปีแล้ว ของการทดลองใช้ระบบประชาธิปไตยบนพื้นฐานของการแข่งขันเสรีที่มีกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การถ่วงดุลย์อำนาจรัฐ มันมีข้อบกพร่อง จำต้องทบทวนแล้วกลับมาคิดใหม่อีกครั้ง ประเทศก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว
ลองกลับไปทบทวนประวัติศาสตร์ ดูเถิด ทุกสิบปี ต้องมีเหตุการณ์ต้องทบทวนอาจเริ่มตั้งสมัยพระพุทธเจ้าหลวง ต้องปฏิรูปประเทศ เพื่อต่อสู้กับลัทธิล่าอาณานิคม จนถึงปัจจุบัน มีเหตุการณ์ต่างๆมากมายที่เป็นวิกฤติให้ ประเทศเราต้องฝ่าฟันทั้งนั้น แต่ก็สามารถใช้สติ ปัญญา อย่างไทย สู้มาจนอยู่รอดได้แม้มันจะกระพร่องกระพร้องไปบ้าง ก็เป็นหน้าที่เรา ที่ต้องช่วยกันปฏิรูปต่อให้มันดี

สุดท้ายเลิกยึดติด ความเป็น เรา ความเป็นอื่น เลิกแยกพวก แล้วจะเห็นทางออก

สติ สมาธิ ปัญญา ขอจงมีแต่ทุกคนเทอญ

ประเทือง นรินทรางกูล ณ อยุธยา

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
antz วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/antz

ผู้ตั้งเรื่องน่าจะบอกความต้องการของตนเองหรือแนวทางที่คิดว่าดีบ้างนะ ถ้าคิดว่าของที่เป็นอยู่ไม่ดีพอ ที่ดีกว่าอยากให้เป็นยังไงก็ว่าไป หรือถ้าของเดิมดีอยู่แล้วใช้ใช้ไปให้เป็นบทเรียนและประสบการณ์ของคนทั้งชาติก็ว่าไปเช่นกัน เพราะเห็นการเปรียบเทียบและอ้างอิงข้อมูลหลายกระทู้ล้วนออกแนวเตะตัดขาแทบทั้งสิ้นหรือไม่ก็ให้ข้อมูลแบบนักวิชาการหอคอยงาช้าง ถ้าจะต้องมากเรื่องมากความเพื่อให้สังคมได้เรียนรู้ร่วมกันและตระหนักมากขึ้นว่าปัญหาทุกปัญหากระทบกับคนทุกคนในสังคมจริงๆ มิใช่ใครคนใดคนหนึ่ง ฉะนั้นการนิ่งเฉยและมองด้วยตาละห้อยแบบคนไม่เคยมีความหวังนั้นมันช่างไม่เข้ากับยุคสมัยของการเรียกร้องหาคนเสียสละเลย

การเมืองใหม่ควรจะเป็นสังคมที่เป็นธรรมและให้โอกาสกับคนทุกชนชั้นและฐานะ ทำให้คนในสังคมมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น มิใช่เพียงแค่การมองหาคนดีมีภูมิความรู้มากอบกู้ประเทศเท่านั้นเพราะบทเรียนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามันเป็นไปไม่ได้

การเมืองใหม่จะหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าใครเสนอหน้ามาเลยบอกว่ามันหน้าเป็นอย่างนี้ๆก็แปลกแล้ว โดยที่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่เคยมีความคิดการเมืองใหม่ในหัวสมองเลย จนกระทั่งความคิดของคนในสังคมเริ่มหันมามองและให้ความสนใจ คนประเภทนี้เรียกได้ว่าเข้ามามองหาโอกาส มันจะมองเห็นเป็นหน้าตาได้อย่างไรในเมื่อคนที่บอกว่าเป็นกลางๆพึ่งจะตื่น ถึงแม้ว่าพึ่งจะตื่นแต่ก็ต้องให้เขาได้ช่วยคิดช่วยแย้งด้วยก็ดีแล้วมิใช่หรือ

การเมืองใหม่สาระสำคัญอยู่ที่คำว่าประชาชน มิใช่มีตัวเลือกแค่จะเอาศักดินา หรือ นักการเมือง ว่าใครจะเก่งหรือใครจะดีกว่ากัน เพราะคนเคยดีก็กลับมาเลวแบบสุดๆได้เพียงเพราะอำนาจและเงินอย่างที่เห็นกันอยู่แล้วมากมาย ช่วยกันคิดครับเพราะไม่มีใครถูกต้องและดีทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
สิงห์ดำ30 วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arnon

ผมนักรัฐศาสตร์ ออกแบบให้แล้วคร่าวๆ เน้น ส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ป้องกันไม่ให้คนชั่วขึ้นมามีอำนาจ สนองพระราชดำรัสองค์เหนือหัว อยากทราบคลิ๊กไปอ่านในบล๊อกผมได้ เน้นการถ่วงดุลย์อำนาจ การตวรจสอบ และการมีส่วนร่วมทางตรงของประชาชน.....อานนท์

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
สายเลือดไทย วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 15.28 น.

การเมืองใหม่ สั้นๆ กำจัดนักการเมืองเลว สร้างสรรนักการเมืองดี การเมืองภาคประชาชนเข้มแข็ง ใครเสนออะไรถ้ามันเข้าสามอย่างรับไว้ครับ ดีกว่าเดิมแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
bb_muffin วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fullstop

การเมืองใหม่ในแนวคิดผม น่าจะเริ่มต้นมาจากการรวมกลุ่มคนไทย หลากหลาย ความรู้ อาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา มาแสดงความเห็นแบบตรงไปตรงมา ในทุกประเด็นที่เป็นปัญหาของประเทศไทย เช่น เรื่องประชาธิปไตย ความเข้าใจสังคมประชาธิปไตย การใช้อำนาจของประชาชน ระบบข้าราชการและระบบอุปถัมภ์ การคอร์ปรับชั่น ปัญหา 3 จว ภาคใต้ ยาเสพติด ปัญหาภาคการเกษตร ปัญหาเศษฐกิจ บทบาทของสื่อ บทบาทขององค์กรอิสระ ฯลฯ จนกระทั่งได้ข้อสรุปได้ระบบความคิดที่เป็นการแก้ปัญหา ขอเน้นว่าไม่เหมือน สสร ที่ออก กม เพื่อแก้ปัญหา เพราะทำได้เพียงลงโทษผู้กระทำผิด แต่ไม่สามารถสร้างจิตสำนึก ในการสร้างสังคมที่ดีได้ ระบบความคิดนี้จะเป็นความเห็นเดียวร่วมกันของกลุ่ม และจากกลุ่มก็กระจายแนวความคิดนี้ไปยังคนรอบข้าง เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพิ่มเติม รวมทั้งการสนับสนุน โดยนำเสนอผ่านสื่อและกระจายเผยแพร่ผ่านชุมชนของตน และโดยกลุ่มคนกลุ่มนี้ก็จะพัฒนาเป็นพรรคการเมืองแบบใหม่ที่มี เสถียรสภาพใน ตัวของมันเอง มีการตรวจสอบในตัวของมันเอง โดยมีประชาชนเป็นฐานเสียง และเป็นกรรมการพรรค ซึ่งจะเป็นพรรคที่ไม่ถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนผูกขาด แต่สามารถชี้นำกลุ่มทุนว่าควรมีบทบาทอย่างไรในสังคมได้ด้วย

ถึงทำไม่ได้.. แต่ก็อยากจะฝัน ที่อยากจะเห็นพรรคการเมืองดีๆ สักพรรค

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
พสุธา วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 14.12 น.
oknation

เราจะทำอย่างไรกันดี พี่น้อง ต่อไปนี้ จะมีคนไม่กี่ตระกูลปกครองประเทศไทย ลองดูคนในรัฐบาล ในสภาทรงเกียรติ ล้วนเป็นลูก เมีย กันทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เดชนิยม วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/detniyom

การเมืองใหม่น่าจะเป็นการปลดทิ้งความอัปลักษณ์ของการเมืองเก่า ที่ต้องไปจำแนกหมวดหมู่ให้เป็นกิจลักษณะ แล้วออกแบบในลักษณะที่เป็นตรงกันข้าม หลายเริ่องถูกตั้งมาเป็นตุ๊กตาให้ติชม เหมือนการต่อเรือที่ต้องขึ้นโกลนและต่อ ต่อ ไปเป็นลำดับ ด้วยหลายหมวดช่างเหมือนหลายความคิดในการออกแบบการเมืองใหม่

มาถึงวันที่คนยอมรับว่าการเมืองเก่าไปไม่ได้แล้ว รัฐบาลแย่ๆก็ไปไม่ได้ คนเริ่มมองหาสิ่งที่ดีกว่า แค่นี้ผมก็ยกให้เป็นเครดิตของ พธม.แล้ว ไม่อยากให้ติเรือทั้งโกลนหรือเอาเท้าราน้ำในขณะที่คนส่วนหนึ่งกำลังช่วยกันพายครับ

เราควรช่วยกันติติงและให้ความเห็น คนละไม้ละมือในการสร้างชาติและสังคมใหม่ที่อาจดูอุดมคติเกินไปบ้าง แต่ก็น่าจะหวังในทางบวกไว้ไม่ใช่หรือครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Thaihippy วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

เข้ามาศึกษา การเมืองใหม่..
ขอบคุณเจ้าของบ้าน..เรื่องราวและ เม้นท์ น่าสนใจครับ

นายเม็ดฝุ่น เองครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ปวากะญอร์โพ วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dorupat

ผมว่าไม่คล้ายช้างหรอกครับพี่
ผมว่านักการเมืองชุดปัจจุบันของไทย
คล้ายๆ กับ หมู สุนัข งู ตะเข้ ตะขาบ เหลือบ แลน
ตัวเงิน ตัวทอง ไก่แจ้ จิ้งจก คางคก หมัด แมลงวัน พวกนี้มากกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ทนายแต๊ก วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

ตาบอดคลำช้างครับ
คลำส่วนงาก็บอกว่าช้างตัวเท่าแขน แข็งๆกลมๆ
คลำส่วนงวงก็บอกกลมๆนิ่มๆ
คลำหูก็บอกบางๆกว้างใหญ่
คลำหางก็บอกมีขน
ฯลฯ
ต้องตั้งกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการเมืองใหม่ขึ้น
มีกรรมการซัก 1,000 คน
โดยมาจากทุกภาคส่วนเฉลี่ยกันไปตามความเหมาะสม
ให้ 1,000 คนตั้งกรรมการยกร่าง ซัก 30-40 คน
ยกร่างเสร็จก็ทำประชามติ

ปล. ผมขอคลำช้างอีกคนครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ddit วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 08.50 น.

ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงการเมืองของเราได้หรอก...ถ้าทุกคนยังเห็นเงินเป็นพระเจ้าอยู่...ต่างคนต่างคิด...ต่างคนต่างต้องการคนละอย่าง...ประชาธิปไตรยังเอาไม่อยู่เลย...แล้วจะเอาอะไรอีกล่ะ...ไม่เชื่อลองคอยดูกันต่อไปซิว่าจะจริงหรือป่าววววววววว!

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
HBP_Extreme วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hbpextreme

อย่าไปคิดว่าทำไม่ได้ ถ้าไม่ทำดูก่อน
เป็นเรื่องที่ดีมาก
แต่ คนส่วนมากยังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอยู่เลย
ไม่เข้าใจกันเสียที ว่าใครคือธรรมะ ใครคืออธรรม
แล้วเราจะช่วยกันสร้างการเมืองใหม่ได้อย่างไร
แม้แต่ในเว็บนี้ เป็นเว็บของปัญญาชนแท้ๆ
แต่ก็ยังมีคนเลือกข้างอธรรมอยู่
แล้วจะช่วยกันได้อย่างไรเล่า เฮ้อ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ChaiManU วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 00.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    


คุณจะทนได้หรือ
ผู้แทนของปวงชน
มีคนชั่วมากกว่าคนดี

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หมอโกมล วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kommeed
จุดหมายอยู่ไม่ไกล...เดินเรื่อยไป...เดี๋ยวก็ถึง

เก่า คอรัปชั่นเต็มเมือง คนเลวปกครองประเทศ
ใหม่ ช่วยกันคิด ลองสักตั้ง ช่วยกันขยำ ขยี้
ถึงนานหน่อย จะเป็นไรมี

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
niyom วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 23.21 น.

การเมืองมันไม่ได้อยู่ที่แบบเก่าหรือแบบใหม่ หรอกครับ ไม่ว่าจะออกแบบการเมืองมาอย่างไร ก็ใช้ไม่ได้ผลหรอกครับ ถ้าไม่ปรับแก้ที่คน คนสมัยนี้ส่วนใหญ่จะขาดจิตสํานึกที่มีต่อสาธารณะ ขาดจริยธรรม ขาดศีลธรรม ไม่เกรงกลัวต่อบาป ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่เกรงกลัวต่อการเสียชื่อเสียง
ถามว่า มีใครรู้บ้างหรือไม่กับเรื่องเหล่านี้ ตอบได้เลยว่ารู้ทุกคน แต่ไม่ทํา แล้วอะไรเป็นสิ่งกรีดขวาง ก็ความโลภยังไงละครับ โลภลุ่มหลงในอํานาจ เงินตรา จึงทําได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตอนที่ยังไม่มีอํานาจ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการประจําหรือข้าราชการการเมืองก็ตาม เหมือนกันหมด เพื่อนที่เคยรักกันปานจะกลืนกิน เวลานี้มีอํานาจวาสนา ได้สวมหัวโขนเข้าหน่อย สันดานมันก็เปลี่ยน เป็นข้าราชการประเภทเลี้ยงเสียข้าวสุก ข้าราชการไทยหากจะสะสางกันจริง ๆ ผมว่าเหลือไม่ถึงครึ่งครับ ใครเห็นแย้งด้วยกรุณาเปิดประเด็นต่อด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

การเมืองเก่าเราก็เบื่อ การเมืองใหม่ก็ยังมองไม่เห็น
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยค่ะ ต้องผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติเนี่ยเลย ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง

คุณสนธิ ไม่กล้าออกความเห็น เดี๋ยวคนจะเอามาโจมตี ว่าเสนอเพราะอยากเข้ามามีอำนาจ ดิฉันก็ว่าดีแล้วที่เขาไม่เสนอ คนจะได้ไม่โจมตี พธม.

ทำยังไงก็ได้ค่ะ ช่วยกันคิดที่ไม่ให้คนเลวมามีอำนาจ
จะโยนไปให้ภาครัฐ เราจะไว้ใจได้อย่างไรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
indexthai วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
indexthai วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


เ ศ ร้ า..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
indexthai วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คืนวันที่ 29 กันยายน 2551 ..สนธิ พูดเรื่องตลาดหุ้น ..ฟังได้ว่านั่งเทียน ทะลุเมฆ..

สงสารคนฟัง.. สงสารประเทศไทย.. เพิ่มโง่ให้คนไทย แล้วอย่างนี้ จะไปหาการเมืองใหม่ได้อย่างไร

หุ้นอเมริกา และไทยเป็นอย่างไร ..อ่านดู
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/19/entry-1

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

การเมืองใหม่ คือ ภาระใหม่ของประเทศ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


หนูเบื่อการเมืองคะพี่

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
indexthai วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ขอบคุณทุก comments

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
bb_muffin วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fullstop

หวังว่าการเมืองใหม่ที่ใครๆ พูดถึงนี้ คงไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญ เพราะไม่ใช่ทางออก หากย้อนไปดูจำนวนครั้งที่เราแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงจะเห็นว่า มันถูก แก้ ถูกฉีก ถูกทิ้ง ถูกเขียนใหม่ โดยผู้มีอำนาจ แม้ว่า ต่อมาจะถูกเขียนโดยนักวิชาการ สนช มันก็ยังไม่สามารถเป็นคำตอบในการแก้ปัญหา คอร์ปรับชั่นได้ กลไกที่บอก 3 อำนาจคานซึ่งกันและกัน ก็ล้มเหลว โดยการผนวกอำนาจ บริหาร เข้ากับ นิติบัญญัติ จะไปลดอำนาจเขา ใครจะยอม อำนาจตุลาการ อำนาจการตรวจสอบที่มี ผมเชื่อว่า สามารถลงโทษนักการเมืองได้ แต่ไม่สามารถ กดดัน หรือ สร้างวัฒนธรรม การเมืองที่ดีได้ การตรวจสอบและ การกดดันจาก สื่อ และ ประชาชน มีพลัง มีความสำคัญมาก แต่ASTV ทำอยู่เพียงสถานีเดียวไม่ได้ เพราะหลายคนยังต้องการความคิดเห็น การวิเคราะห์ รอบด้าน เพื่อให้เข้าใกล้ความจริงมากกว่านี้ ถ้ากระตุ้นจิตสำนึกให้มีสื่อ ทำหน้าที่ ตรวจสอบ และกดดัน รัฐบาลมาก กว่านี้ ประชาชนก็จะไม่ต้องออกมาไล่รัฐบาลทุกครั้งที่มีปัญหา เพราะประชาชนเพียงแค่บอกปัญหาของเขาผ่านสื่อก็พอ
ปัญหาส่วนหนึ่ง อยู่ที่พรรคการเมือง ไม่ได้ทำหน้าที่คัดคุณสมบัติ ผู้สมัคร และทำหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อรักษา ความดีงามของสถาบันการเมืองของตัวเอง มีแต่จะออกมาแก้ตัว เวลามีนักการเมืองทำผิด บ้างก็ว่า กฎหมายผิด คนออกกฎหมายผิด เพราะรู้ว่าศาลตัดสินยุบพรรค ก็ย้ายไปตั้งพรรคใหม่ ปัญหาคือ ทำอย่างไร ให้พรรคการเมืองเป็นตัวแทนของ ประชาชน โดยที่กลุ่มทุน ก็สามารถที่จะยังสนับสนุนพรรคได้ด้วย เพราะต้องยอมรับความจริงว่า พรรคการเมืองทุกวันนี้เป็นตัวแทนของกลุ่มทุนทั้งนั้น ส่วนข้าราชการก็เหมือนเป็น แขนขา เป็นกลไกของระบบการบริหาร ทำให้ผลประโยชน์ของชาติจึงต้องแบ่งให้ กลุ่มทุน ข้าราชการ และ สส ทั้งๆที่ งบมาจากภาษีของประชาชน
ตั้งแต่อดีตถึง ปัจจุบัน การแต่งตั้งสรรหา นายก และ รัฐมนตรี สส และ พรรคการเมือง มักอ้างว่า ต้องแล้วแต่มติของ พรรค ซึ่งจริงๆ ถ้าคิดโดยธรรมชาติ สส ทุกคนอยากเป็น รมต มันจึงเป็นระบบแย่ๆ ที่คนอยากเป็น เลือกกันเอง โดยไม่มีคนตรวจสอบ ผมจึงคิดว่า ถ้าให้ประชาชนที่สนับสนุน พรรคนั้นๆ ลงโหวตเลือก รับรอง คุณสมบัติ ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง หรือมีสิทธิเสนอชื่อ ผู้ดำรงตำแหน่งก็น่าจะดี อีกอย่างจะเป็นการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนมีสิทธิร่วมกำหนดทิศทางของพรรคการเมือง มากกว่า ทุกวันนี้ที่พรรคการเมืองถูกกำหนด บทบาท และทิศทางโดยกลุ่มทุน อย่างเดียว
การตั้งพรรคการเมืองก็เหมือนกัน ทุกวันนี้ เราต้องมีงบให้พรรคการเมือง ทั้งๆที่ พรรคการเมืองไม่ค่อยจัดกิจกรรมให้ประชาชนมีส่วนร่วมเท่าไหร่ บางพรรคเล็ก พรรคน้อย เกิดขึ้นมากเกินไป เหมือนจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเอาเงินประชาชน ผมเลยคิดว่าถ้า กำหนดว่า การจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องมีประชาชนเข้าชื่อสนับสนุน ไม่น้อยกว่า 5 แสนคน หรือ 1 ล้าน คนและคนที่เข้าชื่อ สนับสนุนนี้ ก็จะเหมือนเป็นกรรมการ พรรคอีกที วิธีนี้ก็น่าจะอีกทางเลือกหนึ่ง
และต้องเปลี่ยนความคิด เรื่อง เสียงส่วนใหญ่ (Majority Vote) พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง มักจะอ้างว่า ตนเองให้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ คือนับแต่คนที่ไปเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งความจริง ต้องนับเอาจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ถึงจะถูก ในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว มีคนไม่ไปเลือกตั้ง ประมาณ 40 เปอร์เซนต์ รัฐอาจใช้สื่อ หรือ กฎหมาย ตัดสิน คนพวกนี้ว่า เป็นพวกนอนหลับทับสิทธิ์ หรืออะไร ก็ตาม แต่รัฐ ไม่สามารถตัดคนเหล่านี้ ออกจาก รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ และไม่สามารถตัดคนเหล่านี้ออกจากสังคมได้ คนเหล่านี้ อาจจะไม่ไปเลือกตั้ง เพราะไม่มีคนที่มีคุณสมบัติ ที่เขาอยากจะเลือก หรือ หมดศรัทธา ต่อพรรคการเมือง หรือไม่ว่าง ในเมื่อ เราต้องเซ็นชื่อทุกครั้ง ที่ไปเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น เราก็จะรู้ว่า ใครบ้างที่ไม่ไป ทำไมไม่เคยมีใครถาม คนเหล่านี้ (ตั้ง 40 เปอร์เซนต์) ว่า ทำไม จึงไม่ไปเลือกตั้ง เราอาจจะได้คำตอบ สำหรับการเมืองใหม่ก็ได้ เพราะว่า 40 เปอร์เซนต์ เป็นจำนวนไม่น้อย
เป็นไปได้ไหม ว่า ถ้าเขตไหน หรือ จังหวัดใด จำนวน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ไม่เกิน 50 เปอร์เซนต์ ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และพรรคการเมือง ต้องเปลี่ยนผู้สมัคร
วิธีการเลือกตั้งไทยยัง ไม่ตอบโจทย์ เนื่องจาก คนยังต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา ไปเลือกตั้ง ทั้งๆที่บางคน ไม่ได้อาศัย และห่างเหิน ในปัญหา และ ความเป็นอยู่ของ อยู่ที่เดิม แล้ว แต่ไม่ได้ย้าย ทะเบียนบ้าน วิธีการแบบเก่า อาศัยความคิด เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพื่อปกครองง่ายๆ แต่ ล้มเหลว ในเชิงจุดประสงค์ ผมว่าเราน่าจะใช้ ฐานข้อมูล ที่อยู่ ของประชาชน ในการ กำหนด รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในแต่ละเขต อาจจะเป็น ฐานข้อมูล จากการเสียภาษี หรือ การใช้บริการ ของรัฐ อย่างใดอย่างหนึ่ง มาอ้างอิง ที่อยู่ เพื่อให้ได้จำนวนผู้มีสิทธิ ตามเขตที่ตนอาศัยอยู่ และเป็นส่วนหนึ่งของขุมชน อย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

กระพ้มเห็นแล้วขอรับ
คล้ายเสือ
คล้ายสิงห์
คล้ายกระทิง
คล้ายแรด
มากกว่านะ 555

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สับสน วุ่นวาย วกวน ซุ่มซ่าม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

เมื่อของเก่ามันเน่าจนเละ ทุกคนก็ตั้งความหวังที่จะเจออะไรที่มันดีกว่าเก่าค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน