*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531219
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 15321 , 16:00:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(แนะนำการอ่าน อย่าเพิ่งอ่านลิงค์ประมาณ 20 ลิงค์ที่ให้ไว้ในบทความ ขอให้อ่านบทความนี้ผ่านไปก่อน ผู้สนใจสามารถศึกษาเรื่องราวในลิงค์ภายหลังได้ เรื่องนี้ไม่ได้นำเสนออย่างเลื่อนลอย มีข้อมูลสนับสนุน)


ผู้คนแตกตื่นไปกับการพังลายทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา และก็ตื่นเต้นไปกับการออกมาตราการการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา

แท้ที่จริงเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

เรื่องเช่นนี้เกิดกับหลายประเทศมาแล้ว ก่อนหน้านี้  เป็นเรื่องผิดปกติในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม

ปี 1994 ก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับประเทศไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ SET Index ตกลงถึง 88 เปอร์เซนต์


ถัดมาอีก 6 ปี หรือปี 2000

ปี 2000 ก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับประเทศ อาร์เจนตินา ตุรกี และสหรัฐอเมริกา  Nasdaq Index ตก 78 เปอร์เซนต์

ประเทศสหรัฐอเมริกามีปัญหาในปี 2008 ก็เป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดหุ้น Nasdaq เมื่อปี 2000 

ถัดมาอีก 7 ปี หรือปี 2007

ปลายปี 2007 ตลาดหุ้นจีนเริ่มพังทลาย ถึงเดือนตุลาคม 2008 Shanghai A share ตก 69 เปอร์เซนต์แล้ว ยังไม่ทราบจะตกไปอีกเท่าใด

และในปี 2008 (ปี 2007-2008 ถือเป็นช่วงเวลาเดียวกัน)

ปี 2008 ก็เกิดเหตุการณ์การพังทลายของตลาดหุ้นหลายประเทศ รวมทั้งตลาดหุ้นในค่ายประเทศคอมูนิสต์เดิม เช่นประเทศรัฐเซียเป็นต้น Russian RTS Index ตกไปแล้ว 73 เปอร์เซนต์ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะตกต่อไปอีกเท่าใด

ช่วงระหว่างปี 2007 - 2008 ถือว่าเป็นช่วงเดียวกัน เป็นช่วงเปลี่ยนกลับ (U-turn) ของเศรษฐกิจโลก เป็นจุดเริ่มต้นของเงินจะเหือดแห้งไปจากโลก หุ้นพร้อมใจกันตกแรงทั่วโลก เงินกำลังไหลกลับอเมริกา ช่วงเวลาเดียวกันนี้ ตลาดหุ้นประเทศไอซ์แลนด์ตก 92 เปอร์เซนต์ ทำลายสถิติตกแรงที่สุดในโลก ลบสถิติประเทศไทยที่เคยทำไว้ ลบ 88 เปอร์เซนต์

.............................................................

วิกฤติเศรษฐกิจโลก 2 ครั้งที่ผ่านมา (1994 และ 2000) ไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ อาร์เจนตินา ตุรกี ล้วนต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟทั้งหมด ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่ไม่เข้า หรือยังไม่เข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ

เรื่องนี้เป็นเรื่องสลับซับซ้อน ไม่ใช่ว่าจะหาต้นเหตุไม่ได้ แต่ไม่มีใครจะสืบค้นหาต้นเหตุที่แท้จริงได้ มีแต่ตำหนิถึงความโลภของคน เมื่อเหตุเกิดที่ประเทศไทย ก็บอกว่าคนไทย ใช้เงินเกินตัว โลภ เมื่อเหตุเกิดที่อเมริกา ก็บอกว่าอเมริกาเป็นวัตถุนิยม คนอเมริกันเป็นคนฟุ่มเฟือย สุรุ่ย สุร่าย ใช้เงินเกินตัว โลภ เรื่องกิเลสของคน ก็มีทุกชาติทุกภาษา มีมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาลแล้ว ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าจะเทศนาเรื่องของกิเลสได้อย่างไร

สุดท้ายก็ไม่ทราบว่าต้นเหตุอะไรที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจกับโลกทุนนิยม รุนแรงเช่นนี้

แท้จริงสาเหตุ มาจากมีสิ่งผิดปกติระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ นั่นคือการเกิดมีตลาดหุ้นอยู่ในระบบ ประเทศที่ดัชนีตลาดหุ้นเบี่ยงเบนสูงจะเสียหายสูงสุด ทั้ง 6 ประเทศที่กล่าวนี้ ดัชนีตลาดหุ้นเบี่ยงเบนสูงติด 1 ใน 10 ที่ดัชนีตลาดหุ้นเบี่ยงเบนสูงสุด จากนั้นก็มีการพัฒนาตลาดหุ้น มีการคิดเครื่องมือตัวใหม่ออกมาใช้ตลอดเวลา ยิ่งเป็นอันตรายต่อระบบทุนนิยมมากขึ้นทุกวัน เช่นตลาดตราสารอนุพันธ์เป็นต้น

http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/19/entry-1

ลิงค์นี้ ผู้เขียนเปรียบเทียบให้เห็นว่า วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา มีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน นั่นคือตลาดหุ้น ตลาดหุ้นคือสิ่งผิดปกติของโลกทุนนิยม

เปรียบเทียบปัญหาหลักของไทยและสหรัฐอเมริกา

ประเทศ

 1) เศรษฐกิจ 

2) การเมือง

 3) สื่อ

ไทย 

วิกฤติจากตลาดหุ้น

 วิกฤติ

 ไม่มีคุณภาพ

สหรัฐอเมริกา 

วิกฤติจากตลาดหุ้น

 ปกติ

 ปกติ

คนส่วนมากมักกล่าวว่าปัญหาของประเทศไทยอยู่ที่เรื่องการมือง หากการเมืองดี เศรษฐกิจก็จะดีตามมา เป็นการกล่าวที่ขาดความเข้าใจ

ความเสียหายทางเศรษฐกิจของอเมริกาครั้งนี้ เสียหายมากกว่าการแพ้สงคราม ความเสียหายเกิดจากในตัวตนของประเทศสหรัฐอเมริกาเอง อุปมาอุปมัยว่าเกิดโรคเอดส์ในตัวประเทศ และแล้วทรุดโทรมลง การเมืองกับเรื่องสื่อของอเมริกาไม่ได้ผิดปกติ เหมือนกับประเทศไทยแต่อย่างใด เป็นปกติดีกว่าประเทศไทย

เรื่องนี้พิสูจน์ได้ว่า แม้การเมืองของอเมริกาปกติ แต่วิกฤติเศรษฐกิจก็เกิดกับอเมริกา นั่นคือการเมืองไม่ใช่ต้นเหตุของวิกฤติเศรษฐกิจ

อวิชชา เศรษฐกิจยุคใหม่ ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจกับอเมริกา

เศรษฐกิจโลกทุนนิยม เชื่อมโยงกันทั่วโลก นอกจากจะเชื่อมโยงทางการค้า บริการ และการท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว ยังเชื่อมโยงทางด้านตลาดทุนและตลาดเงินด้วย ขนาดเศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกามีขนาดใหญ่ เมื่อมีปัญหา จึงกระทบไปทั่วโลก

เมื่อเงินไหลออกจากอเมริกา เงินก็ท่วมโลก เมื่อเงินไหลเข้าอเมริกา เงินก็เหือดแห้งไปจากโลก 

สมมุติว่าการเมืองใหม่ของประเทศไทย ดำเนินมาในแนวทางที่ดีและถูกต้อง เศรษฐกิจของประเทศไทยก็ไม่ได้ดีขึ้น จะดีขึ้นชั่วคราว แล้วก็จะฟุบต่อ ทั้งนี้เพราะมีสิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจ

ประเทศไทย มี 3 ปัญหาหลัก

1) ปัญหาเศรษฐกิจ ทุนนิยมยุคใหม่ คืออันตรายของโลกทุนนิยม รวมทั้งประเทศไทย

http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/12/entry-1

ลิงค์สุนทรพจน์ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันใช้หนี้เอเอ็มเอฟงวดสุดท้าย ทำให้ทราบว่าประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ กระทั่งต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว

เศรษฐกิจพอเพียงของประเทศไทยเป็นไปในทิศทางไม่ถูกต้อง แท้ที่จริงแล้วต้องเน้นความพอเพียงของรากแก้ว ไม่ใช่เน้นความพอเพียงที่ระดับรากฝอย เมื่อมีการใช้งบประมาณที่ผิดทิศทาง ขาดความเข้าใจเรื่องปัญหาเศรษฐกิจมหภาคโลก ขาดความเข้าใจกลไกความเป็นไปของตลาดทุน ทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย ระบบจึงยากจนลง ก็คือเกิดความยากจนลงทั้งประเทศ

ใครมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ไม่ได้แตกต่างกัน วิสัยทัศน์และปรัชญาเรื่องเศรษฐกิจมาจากศักดินากระทรวงการคลังและพันธมิตรของกระทรวงการคลังทั้งหมด จะเอาช้างม้ามาเป็นรมว.คลังก็ได้ จะเอาหมอเอาพยาบาลมาว่าการการคลังก็ไม่แตกต่างกัน  

ทั้งศักดินาและนักการเมือง ไม่รู้เรื่องด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ดำน้ำไปด้วยกัน ขึ้นเขาลงห้วยด้วยกัน และยังไม่ทราบอีกว่าเป็นการขึ้นเขาหรือลงห้วย ศักดินารู้ว่าจะหาประโยชน์ส่วนตนได้ตรงไหน อย่างไร รัฐวิสาหกิจใดมีกำไร รัฐวิสาหกิจใดไม่มีกำไร รู้หมด รัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกำไร ก็ไม่มีปัญญาทำให้มีกำไรได้ แต่รัฐวิสาหกิจที่มีกำไรก็คิดเอามาขายในตลาดหุ้น ได้หุ้นจอง ได้ตำแหน่งกรรมการมาแบ่งปันกันเพิ่มขึ้น โดยอ้างว่าเป็นการพัฒนาองค์กรไม่วายว่าชาวบ้านจะคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างไร ก็ไม่ยอม

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลัง ในรัฐบาลสมัคร ถูกชักนำ (ลวงล่อ) ให้แปรรูปตลาดหุ้นจนได้

ดร.สุชาติ ธาดาธำรงค์เวช รมว.คลัง ในรัฐบาลสมชาย ก็กำลังถูกชักพา ให้นำโรงานยาสูบมาแปรรูปเข้าตลาดหุ้นอีก

ย้อนอดีตไปดู ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รมว.คลัง ในรัฐบาลทักษิณ ที่นำปตท.เข้าตลาดหุ้น มั่งคั่งกันทั้งศักดินาและนักการเมือง เพราะความมั่งคั่งของสมคิด จึงถูกทาบทามให้มาเป็นหัวหน้าพรรคในช่วงหลัง หากไม่มั่งคั่งจะไม่มีใครมาทาบทาม

เอาปตท.เข้าตลาดหุ้น ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น แต่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มสูงเป็นอัตราส่วนที่สูงกว่า คนใช้น้ำหน้าซีดกันทั่วประเทศ แต่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นปตท.รับเงินไปตามๆกัน

พวกเขาเอาแต่กิจการที่ดี มีกำไรมาขาย เพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่มตน

ศักดินา และนักการเมือง ต่างหาแต่ประโยชน์ส่วนตน เรื่องจึงไปกันใหญ่ นักการเมืองจ้องหาประโยชน์ส่วนตน เมื่อเจอเจ้าหน้าที่และพนักงานรัฐวิสาหกิจคัดค้านการแปรรูป ดร.ทักษิณ ขึ้นเงินเดือนให้ 50 เปอร์เซนต์เลย และให้กู้เงินมาจองหุ้นได้ด้วย เสียงคัดค้านการแปรรูปก็สงบลง

รัฐวิสาหกิจที่แปรรูป คอยสูบเอาประโยชน์ไปจากระบบ ทำให้ประเทศชาติจะอ่อนแอลง

รัฐวิสาหกิจเกิดจากภาษีของชาวบ้าน เศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง ต้องเน้นที่รากแก้ว ไม่ใช่เน้นที่รากฝอย

ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจหรือรากแก้วมีรายได้ปีละ 5-15 ล้านบาท ขูดรีดราคาสาธารณูปโภคไปจากชาวบ้าน ชาวบ้านหรือรากฝอยยากจนค่นแค้นกันทั่วประเทศ  แต่กลับมาเน้นความพอเพียงที่รากฝอยกันแต่ฝ่ายเดียว ไม่เน้นความพอเพียงที่ระดับบนบ้าง

การมีตลาดเงิน ทำให้มีการกู้ยืมเงินมาลงทุน คือการลงทุนเกินตัว หรือเกินความพอเพียง

ตลาดทุนเกิดขึ้นในปี 2518 ยิ่งทำให้มีการลงทุนที่เกินความพอเพียงมากขึ้นไปอีก

เมื่อตลาดทุนพังทลาย ทำให้ตลาดเงินพังทลายตามมา แล้วภาคการผลิตจริงก็พังทลาย ส่งผลกระทบถึงรากฝอย

ตลาดหุ้นตกแรง  คือต้นเหตุการเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ

1) ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย
2) ทำให้มูลค่าสินทรัพย์และมูลค่าหลักประกันลดต่ำลง
3) ทำให้ค่าเงินลดลง ไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออกนอกประเทศ
4) ทำให้ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินล้มลง และคนตกงาน
5) ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
6) ทำให้เกิดหนี้เสีย (Non Performing Loans / NPLs)

ตลาดหุ้นประเทศใดพังทลาย ก็จะเกิดปรากฎการณ์ เช่นนี้ทุกประเทศ

ดังเช่นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และไม่เว้นแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ไม่มีตลาดหุ้นใดไม่ถูกปั่น ล้วนซ้ำรอยปั่นให้ดีและร้ายเกินจริง ทำให้ปัญหาดีและร้ายมากผิดจริงมากขึ้นไปอีก รุนแรงกว่าการเกิดคลื่นสึนามิ ทำให้เกิดการทำลายสูง

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นคือสิ่งผิดปกติของโลกทุนนิยม การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ต้องไม่มีตลาดทุนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ มีตลาดเงินอย่างเดียวก็พอแล้ว


2) ปัญหาการเมืองและการปกครอง นักการเมือง นักปกครอง (นักปกครอง หมายถึง ข้าราชการ นักวิชาการระดับสูง รวมทั้งทหาร ตำรวจและอัยการ ระดับสูง ผู้เขียนขอให้คำรวมว่า “ศักดินา”) มีการเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากระบบ

ความไม่ถูกต้องของระบบจะเกิดจาก 2 ส่วน

2.1) ไม่ถูกต้องทางคุณธรรมและจริยธรรม เช่นการคอร์รัปชันต่างๆ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย

2.2) ไม่ถูกต้องทางวิสัยทัศน์ปรัชญา เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก ปัญหาเศรษฐกิจที่กล่าวในช่วงต้น เป็นเรื่องของการไม่มีวิสัยทัศน์และปรัชญา รวมทั้งมีการเบี่ยงเบนวิสัยทัศน์และปรัชญา เพื่อประโยชน์ส่วนตนและส่วนกลุ่ม

ปัญหาประเทศไทย เป็นปัญหาเชิงซ้อน คุณธรรมและจริยธรรมที่เบี่ยงเบน ซ้อนอยู่ในวิสัยทัศน์ปรัชญาที่เบี่ยงเบน

ผู้เขียนและคนทั่วไป เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดี ที่ป้องกันนักการเมืองมาแสวงหาผลประโยชน์ แต่ปรากฎว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน และการแสวงหาประโยชน์ส่วนตน รุนแรงมากขึ้นไปอีก รัฐธรรมนูญกำหนดไม่ให้มีการถือหุ้นในกิจการหรือธุรกิจเกิน 5 เปอร์เซนต์ แต่กลับมั่งคั่งท่วมท้น อดีตนายกปี 2544 บอกว่า ทรัพย์สินที่ขายได้เงินกว่า 73,000 ล้านบาท ในต้นปี 2549 เป็นของลูก แต่ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นของลูก และก็ขายทรัพย์สินแบบขายชาติอีกต่างหาก   

1) บุญนิโยมิคส์ ศักดิโนมิคส์ ทักษิโณมิกซ์
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/05/03/entry-1

2) แปรรูปตลาดหุ้น หมอเลี๊ยบใช้เวลา 5 เดือน
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/08/06/entry-1

3) ศักดินา นักการเมือง ใครเก่ง ใครดี กว่าใคร?
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/12/entry-1

4) พระราชกฤษฎีกาให้บำเหน็จบำนาญ ส.ส.-ส.ว.
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/08/31/entry-1

5) ปรับโครงสร้างตำรวจ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/08/29/entry-2

6) ทำไมอัยการสูงสุดจึงส่งเรื่องฟ้องศาลช้า
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/20/entry-1

7) โอฬาร มาคู่กับ สุชาติ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/25/entry-1

8) จับตาแผนดัน “รง.ยาสูบ” เข้าตลาดหลักทรัพย์ เตือนระวัง บ.บุหรี่ข้ามชาติส่งนอมินีฮุบ
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/10/04/entry-1

ลิงค์เหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า ศักดินา เข้าไปหาประโยชน์ส่วนตน อย่างเป็นล่ำเป็นสัน พยายามแปลงวิสาหกิจของรัฐ ไปเป็นเอกชนมากขึ้น เพื่อจะได้ Capital gain จากหุ้นจองของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และจะได้ค่าตอบแทนจากการไปนั่งเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจสูงขึ้น และมีตำแหน่งมากขึ้น คือแทนจะมีแค่ 10 ตำแหน่ง ก็เพิ่มมาเป็น 15 ตำแหน่งเป็นต้น เงินเดือนประจำตำแหน่งสูงขึ้น

เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ก็มีการเปลี่ยนกรรมการองค์กรรัฐและรัฐวิสาหกิจครั้งหนึ่ง เช่นการเปลี่ยนจากรัฐบาลรัฐบาลทักษิณ มาเป็นรัฐบาลสุรยุทธ หรือเปลี่ยนจากรัฐบาลสุรยุทธ มาเป็นรัฐบาลสมัคร แม้เจ้าของโรงงานทำซีอิ้ว ก็เข้าไปเป็นกรรมการการบินไทยได้ ทหารและตำรวจระดับสูงก็เข้าไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ แล้วแต่ใครจะเข้าหานักการเมืองดีกว่ากัน ใครไม่รู้จักวิ่งเต้นก็ไม่ได้ตำแหน่ง ก็เกิดความไม่เป็นธรรมในหมู่ศักดินา หรืออาจจะอยู่ในรูปแบบ สมบัติผลัดกันกิน ไม่ได้ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานแต่อย่างใด รัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน ก็ใช้งบประมาณไปอุ้ม

กรรมการก็ยังคงเงินเดือนสูงและค่าเบี้ยประชุมเหมือนเดิม

ตัวอย่าง  การเป็นกรรมการองค์กรรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ของศักดินา

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  ..ข้าราชการระดับสูง
ก่อนที่จะมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
กรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ)
กรรมการบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
กรรมการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
กรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
กรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
กรรมการบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
กรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ดร.สุชาติ ธาดาดำรงเวช ..นักวิชาการระดับสูง
กรรมการ การประปาภูมิภาค
กรรมการและกรรมการตรวจสอบ ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน)
กรรมการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
กรรมการ การประปานครหลวง
กรรมการปิโตรเลียม
กรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ บริษัท ป.ต.ท. จำกัด (มหาชน)
กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)
กรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท บางกอกรับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
กรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท แพนเอเชียฟุตแวร์ จำกัด (มหาชน)
กรรมการ บริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง จำกัด (มหาชน)
กรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

นายพชร ยุติธรรมดำรง ..อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) 
กรรมการ บมจ. การบินไทย
กรรมการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 
คณะอนุกรรมการบริหารสินทรัพย์ บจก.บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท
กรรมการ ไออาร์พีซี

นายชัยเกษม นิติสิริ ..อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน
(ผู้ถูกกล่าวหา คอร์รัปชัน จัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000)
รายชื่อตำแหน่งงานในอดีตและปัจจุบัน
กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย
กรรมการและกรรมการตรวจสอบ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด ( มหาชน )
กรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
กรรมการและกรรมการตรวจสอบการรถไฟแห่งประเทศไทย
กรรมการและกรรมการบริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กรรมการและประธานกรรมการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด
ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด
ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 
กรรมการธนาคาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารอาคารสงเคราะห์
กรรมการการไฟฟ้านครหลวง
กรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

เป็นกรรมการมากแห่ง เอาเวลาที่ไหนไปทำงาน หรือไปประชุม

รายได้จากการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจมีตั้งแต่ 1 – 15 ล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจขนาดเล็ก ก็รายได้เล็ก รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ รายได้จะสูงขึ้นไปอีก เป็นกรรมการ 4 แห่ง ก็จะมีรายได้ 4 – 60 ล้านบาทต่อปี เป็นกรรมการ 4 ปี ก็มีรายได้ 16 – 240 ล้านบาท

http://www.oknation.net/blog/kittinunn/2008/10/12/entry-3

ลิงค์นี้นำเสนอตัวอย่างเรื่องเงินเดือนที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ผู้อำนวยการฯ 3 แสนบาทต่อเดือน หรือ 3.6 ล้านบาทต่อปี หรือ 14.4 ล้านบาทในเวลา 4 ปี กรรมการบอร์ด รายได้จะสูงกว่านี้

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเกิดจากรัฐไปยึดไอทีวี ที่ติดค้างการชำระหนี้รัฐกว่า 7 หมื่นล้านบาท มาตั้งเป็นสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทำให้เกิดองค์กรรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพิ่มมาอีก 1 แห่ง แล้วใส่งบประมาณให้ 2,000 ล้านบาทต่อปี

เป็นการแปลงการขาดทุนของเอกชน มาเป็นการขาดทุนของรัฐ 

ข้อมูล ข่าวสาร ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ได้แตกต่างจากสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้ทำให้มวลชนมีข้อมูล ความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น

แต่ทำให้รัฐมีงบประมาณจ่ายเพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาทต่อปี

สื่อของรัฐมีมากอยู่แล้ว แท้จริงต้องกระจายสื่อของรัฐให้เป็นของเอกชน 100 เปอร์เซนต์ แต่นี่กลับไปดึงมาเพิ่มเป็นสื่อของรัฐอีก

ผู้ที่จ่ายเงินอุปถัมภ์สื่อใด ก็เป็นเจ้าของสื่อนั้น สุดท้ายไทยพีบีเอสก็เป็นสถานีโฆษณาชวนเชื่อให้ศักดินาเพิ่มขึ้นอีก 1 สถานี

ปัญหาของประเทศไทย เกิดจากการใช้สื่อเบี่ยงเบนความถูกต้อง ศักดินาคือเจ้าของ วิสัยทัศน์และปรัชญาของการบริหารประเทศตัวจริง แม้จะบริหารประเทศล้มเหลว และผิดพลาด สื่อจะไม่เน้น สื่อจะไม่นำเสนอถึงสิ่งที่ศักดินาทำผิดพลาดไว้ แต่จะหาทางโยนความผิดมาให้เอกชนและชาวบ้านตลอดเวลา เช่น บอกว่า ใช้จ่ายเกินตัว ไม่เป็นอยู่อย่างพอเพียง ไม่มีธรรมาภิบาล เป็นต้น

นั่นคือ สื่ออยู่ข้างศักดินา สื่อไม่ได้อยู่ข้างชาวบ้าน

เมื่อระบบไม่ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อข้อมูลถูกเบี่ยงเบน การแก้ปัญหาของประเทศก็จะเบี่ยงเบน และผิดทิศทางตลอดเวลา ประเทศชาติก็เสียหายและเสื่อมลงตลอดเวลา 

เอกชน ทั้งภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินล้มลงทั้งประเทศ ค่าเงินบาทเสียหาย คนในชาติยากจนลง เดือดร้อน แตกแยก โจรขโมย ฉกชิงวิ่งราวมากขึ้น มีปล้นธนาคารบ่อยครั้ง เกิดจากวิสัยทัศน์ปรัชญา รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรมที่ต่ำต้อยของผู้บริหารประเทศนั่นเอง สุดท้ายก็จลาจล เหมือนกับจลาจลที่เกิดในประเทศฝรั่งเศสแทบทุกปีนั่นเอง

การเป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหกิจที่เป็นสาธารณูปโภคควรเป็นของรัฐ 100 เปอร์เซนต์

ส่วนรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่สาธารณูปโภคจะต้องขายให้เอกชนทั้งหมด ไม่ใช่ขายครึ่งๆกลางๆ ให้ศักดินาหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าเข้ามาหาประโยชน์จากการเป็นกรรมการ ไม่มีประโยชน์ต่อประชาชนประเทศชาติ  เอารัดเอาเปรียบประเทศชาติ ประชาชน ทำให้ต้นทุนความเป็นอยู่ของประชาชนสูงขึ้น

ผลประโยชน์ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความไม่สงบสุขของคนในชาติ  เป็นที่มาของการแย่งชิงผลประโยชน์ เป็นที่มาของการเบี่ยงเบนการเมืองและการปกครองประเทศ เป็นที่มาของผลประโยชน์ต่างตอบแทนกันระหว่างนักการเมืองและศักดินา หรือเป็นที่ร่วมกันแสวงหาประโยชน์ของนักการเมืองและศักดินา เป็นที่มาของ ’อยุติธรรม’ ของการเมืองและการปกครองประเทศ

รู้และพูดจากันโดยทั่วไปว่า "การเมืองคือเรื่องผลประโยชน์ (ของนักการเมือง)" เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชน แล้วทำไมจึงยอมกันอยู่ได้ เพราะรูปแบบของการเมืองไม่ดี จึงไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จะเลือกตั้งมากี่ครั้ง จะปฏิวัติมากี่หน สุดท้ายก็มาจบลงที่นักการเมืองหน้าเดิมและกลุ่มเดิม  ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ แต่หนาด้วยกิเลสและสามานย์

นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี นักการเมืองหน้าเดิม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา นักการเมืองหน้าเดิม

อธิปไตยของประเทศไทย ไม่ใช่ประชาธิปไตย เป็น "อวิชชาธิปไตย"

ปัญหาประเทศไทย ไม่ได้มาจากนักการเมืองแต่ฝ่ายเดียว แต่มาจากข้าราชการและนักวิชาการระดับสูง รวมทั้งตำรวจและอัยการด้วย (ศักดินา)

ศักดินาไม่ได้มีอำนาจเหนือระบบ แต่ศักดินามีอำนาจแฝงอยู่ในระบบ 

วิธีแก้ปัญหาของนักการเมืองและศักดินา ไม่ใช่แก้ที่วิธีการได้มาของนักการเมืองและศักดินา จะเลือกตั้งแบบไหน อย่างไร ก็ไม่แตกต่างกัน

แต่ผลประโยชน์ส่วนตน คือต้นเหตุปัญหาทางการเมืองและการปกครองของประเทศ

ต้องแก้ที่การเข้ามาหาประโยชน์ส่วนตนของนักการเมืองและศักดินา


การแก้ปัญหาการเมืองการปกครอง
การ เมืองใหม่ คือการเมืองเมื่อปะมาณ 2550 ปีมาแล้ว การเมืองเดินผิดทิศทางมา 2550 ปีแล้ว ควรเปลี่ยนการจากการเมืองโลกียะ มาเป็นการเมืองโลกุตระ ไม่ให้นักการเมือง และศักดินามามีผลประโยชน์ในตำแหน่งงาน คนที่มาทำงานระดับสูงต้องไม่มีเงินเดือน ต้องไม่มีทรัพย์สินเป็นของส่วนตนไปตลอดชีวิต แต่จะมีกองทุนสนับสนุนปัจจัยสี่ครอบครัวของผู้บริหารระดับสูงไปจนตลอดชีวิต

http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/10/31/entry-1 (ต้องอ่านลิงค์นี้ นำเสนอการแก้ปัญหาการเมืองการปกครองโดยตรง )


3) ปัญหาสื่อ อาชีพสื่อต้องทำมาหากินเหมือนอาชีพอื่น ศักดินา(ข้าราชการและนักวิชาการระดับสูง) นักการเมือง นายทุน(นิยมสามานย์) เป็นผู้อุปถัมภ์สื่อ เมื่อศักดินา นักการเมือง และนายทุน เลวร้าย สื่อจึงรับใช้แต่กลุ่มคนที่เลวร้าย ทำให้เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ของประเทศ เสื่อมลง ตลอดเวลา นำเสนอสิ่งที่เลวร้าย ให้เห็นว่าเป็นสิ่งดีงาม

ระบบไม่สามารถได้ข้อเท็จจริงจากสื่อ รูปแบบการนำเสนอของสื่อเป็นแบบโฆษณาชวนเชื่อ มากกว่าการให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจที่เป็นจริง งานของสื่อเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตนของสื่อ อยู่ที่ว่าผลประโยชน์นั้นมากหรือน้อย หากผลประโยชน์น้อยก็โฆษณาชวนเชื่อน้อย แต่หากผลประโยชน์เข้ามามาก การโฆษณาชวนเชื่อก็มากด้วย

สื่อมีประสิทธิภาพในการโฆษณาชวนเชื่อสูง เพราะเป็นวิชาชีพของตนโดยตรง สามารถนำเสนอแมวให้เห็นเป็นสุนัข หรือไม่ก็นำเสนอให้เห็นสุนัขว่าเป็นแมวได้

หญิงผู้อังกฤษวิจารณ์สื่อประเทศอังกฤษ..ข่าวทักษิณ (บอกให้ทราบว่าสื่อที่อังกฤษก็ถูกซื้อ)
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/09/19/entry-1

เห็นด้วยชูวิทย์ ถอง วิศาล สูงสุดถึง 68% !! (บอกให้ทราบว่า มวลชนรู้สึกทางลบกับสื่อ)
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/10/03/entry-1

นอกจากนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง บริหารประเทศอย่างเบี่ยงเบนแล้ว "ทุนนิยมหรือวัตถุนิยม" ก็นำความเสื่อมมาสู่ระบบ สื่อในระบบทุนนิยมจึงยากที่จะนำอาริยะมาสู่ระบบได้

กรรมการบอร์ดของสื่อส่วนใหญ่เป็นศักดินา และนายทุน สื่อหลายแห่งได้รับงบประมาณจากรัฐแต่ละปีสูง นอกจากนี้ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจก็มีงบโฆษณาแต่ละปีสูงเช่นกัน ศักดินาจึงมีอิทธิพลต่อสื่อสูง นายทุนอุปถัมภ์สื่อผ่านค่าโฆษณา นายทุนจึงมีอิทธิพลต่อสื่อสูงเช่นกัน

สื่อให้ความสำคัญตัวบุคคล มากกว่าสาระของบุคคล ทำให้ไม่มีสาระใหม่เกิดขึ้นกับระบบ รัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังใดมา ก็มีแต่กระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างเดียว โดยไม่แก้ปัญหาที่ฝังตัวอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้เศรษฐกิจล้มเหลวต่อเนื่องตลอดกว่า 33 ปีที่ผ่านมา

ช่วงที่เขียนบทความนี้ สื่อได้นำอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 2-3 คน มาวิจารณ์ ให้ความคิดเห็นต่อสาธารณะ ทั้งๆที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเหล่านั้น ไม่ได้มีวิสัยทัศน์ปรัชญาพิเศษอะไร และเขานำพาเศรษฐกิจของประเทศล่มจมต่อเนื่อง สื่อก็ยังนำพาเขามาแสดงตัวความคิดเห็นอีก แทนที่สื่อจะเอาปัญญามานำเสนอ กลายเป็นเอาขยะมานำเสนอ เป็นตัวอย่างการนับถือตัวบุคคลมากกว่าสาระของคน ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ผู้คนโดยทั่วไป ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเฉพาะเรื่องอันใดที่ลึกซึ้ง เช่นเรื่องเศรษฐกิจเป็นต้น

รายการนายกรัฐมนตรี (ทักษิณ) พบประชาชนทุกเช้าวันเสาร์ สามารถทำให้ผู้คนตั้งแต่ระดับชาวบ้านธรรมดา ถึงปริญญาเอก และสูงกว่าปริญญาเอก เชื่ออย่างจริงใจ เชื่ออย่างบริสุทธิใจ หรือเชื่อกระทั่งไหลหลง ว่าเป็นคนทำให้เศรษฐกิจเจริญ

นายกทักษิณไม่ได้ทำเศรษฐกิจของประเทศไทยเจริญแต่อย่างใด การมาของรัฐบาลทักษิณเป็นช่วงเศรษฐกิจโลกขาขึ้น ทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจยุคทักษิณดูดี แท้จริงนอกจากไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเจริญแล้ว ยังมีการหาประโยชน์ส่วนตนอย่างดุเดือด มีผลประโยชน์ทับซ้อนหนัก มีการขายชาติ ซ้ำเติมให้ประเทศชาติเสื่อมทรุดต่อเนื่อง

ไม่มีสื่อใดอธิบายได้ว่า การใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดและการสูงขึ้นของราคายางพารา อดีตนายกทักษิณสวมรอยเบี่ยงเบนข้อมูล ทำให้ผู้คนหลงเชื่อว่าเป็นฝีมือตน ไม่มีสื่อใดอธิบายได้ว่าทักษิณไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเจริญ ไม่มีสื่อใดอธิบายว่าทักษิณขายชาติ ไม่มีสื่อใดอธิบายได้ว่าทักษิณนำพาประเทศชาติเสื่อม

สื่อมวลชนมีความสามารถทำให้มวลชนเชื่อได้สูง แต่สื่อติดอยู่กับผลประโยชน์ของกลุ่มผลประโยชน์ ทำให้มวลชนถูกเอารัดเอาเปรียบตลอดเวลา ความเสื่อมก็เกิดกับระบบตลอดเวลา 

มวลชน คือเหยื่อทางวิชาชีพของสื่อ

เพราะผลประโยชน์ส่วนตนของสื่อ และผู้อุปถัมภ์มีอิทธิพลเหนือสื่อ เรื่องชั่วร้ายหลายๆเรื่อง แทนที่จะถูกเปิดเผย กลับช่วยปกปิด หรือโฆษณาเบี่ยงเบนไปทางอื่น ทำให้มวลชนไม่รู้ความจริง หรือระบบโง่ลงตลอดกาล เช่น กล่าวหาว่า จอร์จ โซรอส โจมตีค่าเงินบาท โยนความผิดให้ไอเอ็มเอฟว่า ให้ยาขมแรงเกินไป ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเสียหาย

โดยไม่บอกว่า ความเสียหายเกิดจากการบริหารและการจัดการที่ผิดพลาดของผู้บริหารระดับสูงของประเทศเอง

เมื่อสื่อช่วยเบี่ยงเบน และโยนความผิดออกนอกตัว แล้วเราจะแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างไร

เพราะเหตุนี้วิกฤติเศรษฐกิจจึงเกิดขึ้นกับระบบรอบแล้ว รอบเล่า

มีเงินเขาเรียกว่าน้อง มีทองเขานับว่าพี่ สื่อก็หนีไม่พ้นวลีที่กล่าวนี้ สื่อวิ่งเข้าหาผลประโยชน์ มากกว่าจะวิ่งเข้าหาข้อมูลความรู้ความเข้าใจที่เป็นจริง

อบายมุข 6 คือทางแห่งความเสื่อม ได้แก่ ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เที่ยวดูการเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร และเกียจคร้านการทำงาน สิ่งที่ทำให้เกิด อบายมุข ได้แก่ สุรา นารี พาชี กีฬา บัตร(หวยเบอร์) สิ่งเหล่านี้ถูกโฆษณาผ่านสื่อเข้มข้น

คนขายสุรา มั่งคั่งมากที่สุดในประเทศไทย มิจฉาอาชีวะ มั่งคั่งกว่าสัมมาอาชีวะ กระทรวงการคลัง อยู่ได้ด้วยภาษีสุรา และกำลังหารายได้จากอบายมุขหวยออนไลน์อีก สื่อก็มีรายได้จากอบายมุขเช่นกัน

ภาพไมโครโฟน 10-20 ตัว จ่อสัมภาษณ์ดาราวัยรุ่นทุกวัน คล้ายกับการสัมภาษณ์ผู้นำประเทศ ภาพยนตร์หรือละครถูกนิยามไว้ในอบายมุข 6 ว่า ‘การเล่น’ ยกให้เห็นว่าเด็กวัยรุ่นมีความสำคัญเทียบเท่าผู้นำประเทศ สื่อมวลชนนำอาชีพอบายมาเชิดหน้าชูตา

สื่อ ได้รับการอุปถัมภ์จากอบายมุขทุกรูปแบบ สื่อกับอบายมุขต่างมีผลประโยชน์ตอบแทนต่อกัน

สื่อโลกทุนนิยม เบี่ยงเบน

โครงสร้างสื่อไม่เหมาะสม ทำให้สื่อไม่มีความเป็นอิสระ เป็นที่มาของความเบี่ยงเบน

ผลประโยชน์ส่วนตน นำความเสียหายมาสู่ระบบ ทำให้มองข้ามประชาชนคนไทย พ่อหลวงไทย

ประเทศชาติ ประชาชน และพ่อหลวงไทย เป็นเพียงข้ออ้าง ของการหาประโยชน์ส่วนตน

หากรักพ่อหลวงไทยจริง ต้องไม่ทำการอันใดที่เอารัดเอาเปรียบประเทศชาติ และประชาชนของพระองค์ท่าน

ขณะที่เขียนบทความนี้ มีเสียงโฆษณา จากโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เรียกร้อง “ให้ประชาชนคนไทยรู้จักสามัคคีกัน ฯลฯ” วลีนี้ มีความหมายทางเจริญ แต่นำมาใช้ในทางเบี่ยงเบน การแตกแยกของคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และการที่คนไทยแตกแยกออกเป็น 2 ขั้ว เกิดจากอยุติธรรมของศักดินา แล้วยังมีนักการเมืองมาเอารัดเอาเปรียบระบบอีก

ศักดินาเป็นต้นเหตุของความแตกแยก แต่กลับมาโฆษณาชวนเชื่อให้คนสามัคคีกัน

ที่จริงหากสื่อไม่เป็นของศักดินา สื่อต้องต่อสู้ และหาความเป็นธรรมให้ระบบ ต้องโฆษณาในรูปแบบ "หาความเป็นธรรมให้คนไทยด้วย" จึงจะตรงประเด็นกับการแก้ปัญหาของชาติ

ไม่มีความเป็นธรรมของคนในชาติ แล้วความสามัคคีของคนในชาติจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

อุปมาอุปมัย คล้ายสื่อเอาเชือกมัดมือมัดเท้าประเทศชาติประชาชน แล้วใช้ไม้ทุบตีประเทศชาติประชาชนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยาก ที่ประเทศไทยจะเจริญ และสงบสุข

สื่อสิ่งตีพิมพ์ เช่นหนังสือพิมพ์ เป็นที่มาของข้อมูล และความคิดเห็น โทรทัศน์และวิทยุ จะเอาข่าวและความคิดเห็นจากหนังสือพิมพ์มานำเสนอต่อ ผู้ดำเนินรายการมีไม่กี่คน ทำให้ความรู้ความเข้าใจของคนไทยอยู่ในวงจำกัดกับแบบเดิม ผู้ดำเนินรายการคนเดิม พิธีกรคนเดิม วิทยากรคนเดิม จมปลักอยู่กับวังวนและการครอบงำจากของเดิม ที่ไม่เปลี่ยนแปลง 

การโฆษณาเป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อม ผลประโยชน์ของ ศักดินา และนักการเมือง ทำให้สื่อพัฒนาไปในทางเสื่อมลงไปอีก กลุ่มผลประโยชน์พากันตั้งสถานีโทรทัศน์ พีทีวี ขึ้นมา บริหารจัดการไปไม่รอด กลับมายึดสถานีโทรทัศน์ของรัฐไปทำประโยชน์ส่วนตน เปลี่ยนชื่อเป็น NBT แปลกใจว่าทำเช่นนี้ได้อย่างไร เอ็นบีที มีรายได้จากงบประมาณรัฐ และมีรายได้จากการโฆษณาด้วย น่าจะมีการใช้เครื่องมือ และเครื่องอำนวยความสะดวกของรัฐ และงบประมาณรัฐ มาหาประโยชน์ส่วนตน

การก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ก็มีรูปแบบการเกิดขึ้น คล้ายการเกิดขึ้นของสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 สุดท้ายก็จะเป็นแบบเดียวกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ที่ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน สุดท้ายก็จะเป็นมะลิลา

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
รัฐมนตรีศักดินาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ผู้นำการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ให้ประโยชน์กับศักดินา แต่นำความเสื่อมมาสู่ประเทศไทย

ทุกวันนี้มีสื่อทางอินเตอร์เนทในหลายรูปแบบ เวบโซด์ เวปบอร์ด เสิรชเอนจิน บล๊อก ยูทูป ไฮไฟ อีเมล์ เอสเอ็มเอส ฯลฯ มีความหลากหลายกว่าสื่อแบบเดิมมาก และมีแบบ Real time ได้รายละเอียดของข้อมูลได้มากกว่า เร็วกว่า มีผู้ชำนาญเฉพาะเรื่องหลากหลายกว่า ค่าใช้จ่ายถูกกว่า

การรับรู้ข้อมูล และเข้าใจปัญหาที่ตรงจริง จะทำให้แก้ปัญหาได้ และทำให้ประเทศเจริญ

หากไม่ต้องใช้งบประมาณกับสื่อและค่าโฆษณากับสื่อมากเกินไป จะทำให้ต้นทุนการให้ ปัญญาของชาติถูกลง คุณภาพดีจะขึ้น ราคาสินค้าและบริการก็จะถูกลง วัฒนธรรมที่ดีงามก็จะกลับคืนมา

ล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 มีเพียงตัวเดียว อาจจะมีตัวเลขข้างเคียงอีก 2 ตัว (ขออภัยที่ยกตัวอย่างนี้)

ทางสายกลาง มีทางเดียว ไม่ได้มีหลายทาง ก็อาจจะมีทางข้างเคียงได้

ค่าตัวกลาง (Mean) มีตัวเดียว ไม่ได้มีหลายค่า ก็อาจจะมีค่าข้างเคียงได้

สิ่งที่ถูกต้องก็มีอย่างเดียว ไม่ได้มีหลายอย่าง

แต่สังคมไทย ..หาทางสายกลาง ..หาค่าตัวกลาง ..หาสิ่งที่ถูกต้อง ..ไม่เจอสักอย่าง

แต่สังคมไทยแตกออกเป็น 2 ขั้ว

นั่นคือ จะต้องมีฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายถูกต้อง และมีอีกฝ่ายหนึ่งเบี่ยงเบนออกจากแนวทางของความถูกต้อง

สื่อจะปฏิเสธไม่ได้ ว่าความแตกแยกของคนในชาติ  ไม่ใช่ความรับผิดชอบของสื่อ

สื่อต้องชี้บอกให้ได้ว่า ฝ่ายใดถูกต้อง ฝ่ายใดเบี่ยงเบน

โครงสร้างสื่อที่ไม่เหมาะสม ทำให้สื่อเบี่ยงเบน และไม่มีคุณภาพ

รูปแบบ และโครงสร้างสื่อของประเทศไทย ไม่ส่งเสริมให้สื่อเป็นอิสระ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องการของอุปถัมภ์นั่นเอง หากแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างการอุปถัมภ์ของสื่อได้ สื่อไทยจะดีขึ้น ประเทศไทยก็จะดีขึ้น

ประเทศสหรัฐอเมริกา สื่อเป็นของเอกชน

การแก้ปัญหาเรื่องสื่อ
รัฐต้องไม่มีสื่อเป็นของตนเอง ต้องจำหน่ายสื่อรัฐให้เป็นของเอกชนทั้งหมด ไม่ให้รัฐมีงบประมาณด้านสื่อ หากเอกชนทำไปไม่รอด ก็ไม่ใช่ต้องไปอุ้มกลับมา ให้เขาปรับตัวของเขาเอง การไปอุ้ม ไอทีวี มาเป็นไทยพีบีเอส ทำให้รัฐต้องมีงบประมาณเพิ่มขึ้นถึงปีละ 2,000 ล้านบาท อาจจะมาเพิ่มความเบี่ยงเบนให้สังคมไทยอีก

…………………………………………

ปัญหาของประเทศไทย เป็นปัญหาเชิงซ้อน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่องทางการเมืองและการปกครอง อย่างเดียว

แต่มันมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ และด้านสื่อด้วย

ผู้เขียนให้น้ำหนักปัญหาทางเศรษฐกิจ 50 เปอร์เซนต์ ปัญหาด้านการเมืองการปกครอง 25 เปอร์เซนต์ และปัญหาด้านสื่อ 25 เปอร์เซนต์

“สิ่งผิดปกติทางเศรษฐกิจอย่างเดียว” ทำให้อเมริกาล้มละลายได้

แต่ประเทศไทยมีสิ่งผิดปกติในระบบถึง 3 อย่าง คือผิดปกติทางเศรษฐกิจ (เช่นเดียวกับอเมริกา) ผิดปกติทางการเมือง และผิดปกติด้านสื่อ

ปัญหาของประเทศไทยหนักกว่าอเมริกาถึง 3 อย่าง

ประเทศไทยมีปัญหา ก็ต้องแก้ปัญหาด้วย

ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างเดียว

หลายรัฐบาลที่ผ่านมา กระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างเดียว

หากแก้ปัญหาได้ถูกต้อง ประเทศไทยจะสงบร่มเย็น และมั่นคง


สรุป 3 ปัญหาหลักของประเทศไทย

1) ปัญหาเศรษฐกิจ เกิดจากความผิดปกติในระบบเศรษฐกิจของโลกทุนนิยมยุคใหม่ เป็นตัวทำลายโลกทุนนิยม รวมทั้งประเทศไทย

2) ปัญหาการเมือง และการการปกครอง
2.1) นักการเมือง หาแต่ประโยชน์ส่วนตน
2.2) นักปกครอง-ศักดินา (ข้าราชการ - นักวิชาการระดับสูง) หาแต่ประโยชน์ส่วนตน
2.3) ตำรวจ อัยการ รับใช้กลุ่มผลประโยชน์ ทำให้ไม่เกิดความเป็นธรรม ทำให้เกิดความแตกแยก

3) ปัญหาสื่อ สื่อไม่มีคุณภาพ สื่อรับใช้กลุ่มผลประโยชน์ และหาประโยชน์ส่วนตน ทำให้ข้อมูลเบี่ยงเบน ทำให้ไม่ได้รับทราบความเป็นจริง

หากแก้ปัญหาทั้ง 3 อย่างนี้ได้ ประเทศไทยกลับสู่ความสงบสุข และมีความเจริญได้


21 ตุลาคม 2551 (วันตัดสินคดีที่ดินรัชดา พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และภรรยา)

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)

@@@



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ภูสีฐาน วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arjanjon

ข้อมูลแน่นน่าสนใจมากครับ มีเวลาจะแวะมาอ่านใหม่ เป็นกำลังใจทำงานดีๆต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ศรีลำดวน วันที่ : 05/11/2008 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumduan
ขอต่อต้านระบอบทักษิณ


wowww...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
อุกเงียว วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/armsofevil
สั่งซื้อ ARMS of EVIL ทาง armsofevil@hotmail.com

ขอบคุณมากคับ

ช่วงนี้ยังทดสอบอยู่ จะเอาจริงประมาณต้นธค.นะคับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ทนายแต๊ก วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 07.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

เป็นบทความที่ดี มีประโยชนืโดยตรงครับ
ควรให้ปัญญาชนคนไทยอ่านและนำไปคิดให้มากๆ
ขอบคุณที่แบ่งปันความคิด

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
อุกเงียว วันที่ : 29/10/2008 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/armsofevil
สั่งซื้อ ARMS of EVIL ทาง armsofevil@hotmail.com

สวัสดีคับ พึ่งมาใหม่

ฝากตัวด้วยเน้อ วันนี้ทดสอบโพสต์รูปคับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
มหาเนชั่น วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mhanation

ข้อมูลดีมากครับแต่รากหญ้าไม่ได้อ่าน อย่าว่าแต่รากหญ้าเลยสื่อเองถ้าไม่ใช่เป็นสายเศรษฐกิจแล้วก็อยากที่จะเข้าใจเช่นเดียวกัน เหตุเพราะด้อยการศึกษา

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Equinox_j_w วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/equinox

การเงินโลกทุกวันนี้ เลยเทิดไปกลายเป็นเกมส์ การพนัน
ผลักดันด้วยความโลภ ซึ่งไม่เข้าใครออกใคร ทุกชาติ ศาสนา สีผิว มีได้ถ้วนทั่ว

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
บ้านเกิดเมืองนอน วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hometown

ความจริง


1 สื่อสมัยนี้เบี่ยงเบนทั้งสองข้าง
2 พลังเงียบ ยีงเป็นพลังเงียบ ยังไม่ได้แสดงออกมาเท่าที่ควร
3 ชนชั้นมีการศึกษาในเมือง ดูแคลน การใช้สิทธิของชาวชนบท โดย สรุปเอาเองว่า ชาวชนบทขายเสียง โดยไม่ยอมรัยความจริงที่ว่า ต่อให้ไม่มีการซื้อเสียง ชาวชนบทก็เลือก นโยบายประชานิยมอยู่ดี (ซึ่งชาวเมืองผู้ไม่ได้ประโยชน์จากนโยบายเหล่านี้ ไม่ยอมรับ สิ่งที่เสียงส่วนใหญ่ของประเทศเลือกมา โดยให้เหตุผลแบบดูแคลนผู้อื่น ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไร้ความรู้)

4 นักเคลื่อนไหว นักประท้วง และ NGO ขาดคุณธรรม ใช้การคุกคามและกระตุ้นความรุนแรง ไม่มีความจริงใจในวิธีการและมีจุดประสงค์แอบแฝง


สิ่งที่ควรเป็น

1 สื่อมวลชน ควรถูกตรวจสอบทั้งสองค่าย
2 พลังเงียบ ต้องออกมาแสดงจุดยืน
3 ชนชั้นมีการศึกษาต้องมีสติ ใช้การรณรงค์เผยแพร่แนวความคิดของตนเองออกไป สู่ชนบท แต่สุดท้ายต้องเคารพการตัดสินใจของชาวชนบท
4 นักเคลื่อนไหว และนักประท้วง โดยเฉพาะแกนนำ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบที่มาที่ไปและแสดงทรัพย์สินได้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กระบือไร้เกวียนเทียม วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/artosphere

เยี่ยม..
ตามนี้เลย..ตรงใจนัก
จริงๆแล้วผมเบื่อเอียนกับ
..ข่าวเศรษฐกิจ
และ ข่าวการเมือง
อย่างยิ่ง
เพราะ..
ตามนี้เลย
ดูแล้ว เห็นแล้ว
รู้ธาตุกันแล้ว
เบื่อ..เอียน..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
indexthai วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

entry นี้ก็สำคัญ การจะแก้ปัญหาได้ ต้องทราบ และต้องเข้าใจปัญหาหลักของประเทศ ว่ามีอะไรบ้าง จะทำให้แก้ปัญหาได้ แก้ 3 อย่างนี้ให้ได้ ประเทศจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ผ่านมาทุกรัฐบาล ก็ได้ยินแต่ สร้างความเจริญ กระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นจีดีพี เมกะโปร์เจ็ค เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่การแก้ปัญหา กลับจะเป็นการเพิ่มปัญหาให้ประเทศชาติ

โลกทุนนิยมจึงทรุดเสื่อมลงต่อเนื่อง คนอังกฤษ ฝรั่งเศส ไม่ได้มีความสุข อย่างฝรั่งเศส จลาจลแทบทุกปี

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
indexthai วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ผมมี blogs อยู่ 3 แห่ง (หนึ่ง account ทำได้ 3 blogs ครับ)
http://www.oknation.net/blog/indexthai ....เน้นเศรษฐกิจ-การเมือง ปัญหาของชาติ
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201 ..เน้นเศรษฐกิจมหภาคแบบเข้มข้น
http://www.oknation.net/blog/rivermoon ...เป็นแหล่งคัดลอกข้อมูลเก็บไว้ และเป็นที่บริการ FWD mail

อาจารย์น้องออนไม่ต้องผิดหวัง
คนเขาสนใจการเมืองมากกว่าการเศรษฐกิจ มีอะไรจะ post ไว้ ก็ทำไว้เถอะ คนที่สนใจจริงๆ จะเข้าไปอ่าน
คนอ่านเรื่องการเมือง 1,000 แต่คนอ่านเรื่องเศรษฐกิจจะมีแค่ 100 เท่านั้น

แม้เศรษฐกิจประเทศกำลังล่มอยู่ขณะนี้ก็ตาม

จะไปต่อว่าเขาก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่มีข้อมูล ไม่มีความเข้าใจ

โดยเฉพาะสื่อ.. ที่จะต้องถ่ายทอดความเข้าใจให้มวลชน

คนระดับบน ที่กระทรวงการคลัง ธปท. และตลท. พูดอย่างไร เขาก็ ..จดกันยิกๆ มารายงาน มั่ว ถูก ผิด อย่างไร อีกเรื่อง..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
น้องออน วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 10.14 น.

ไม่มีใครไปอ่านและcomment blog เรื่องเศรษฐกิจเลย เหอๆๆ อยากจะร้องไห้ อ่านกันอยู่ 2 คนเหอๆ
ใครอยาก update เรื่องเศรษฐกิจโลก ท่านเจ้าของ blog ย้ายไปสร้างใหม่ต่างหากแล้วที่ http://www.oknation.net/blog/pornsri5201

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
indexthai วันที่ : 22/10/2008 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

"อภิรักษ์"ลงนามตั้งกรรมการสถานีโทรทัศน์กทมแล้ว

22 ตุลาคม 2551 18:04 น.
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=345403

นางการดี เลียวไพโรจน์ โฆษกกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ของ กทม.หรือบางกอก ซิตี้ แชนแนล ว่า ในวันนี้(22ต.ค.) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้งสื่อสาธารณะเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนกทม.จำนวน 12 คน เพื่อทำหน้าที่ในการนำเสนอแนวทางในการจัดตั้งหรือจัดให้มีสื่อสาธารณะเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน กทม. นำเสนอทางเลือกต่างๆ ประมาณการค่าใช้จ่ายการส่งและกระจายสัญญาณในแต่ละทางเลือกและค่าใช่จ่ายในการก่อตั้งและดำเนินการสื่อสาธารณะ ตลอดจนนำเสนอโครงสร้างองค์กร การนำเสนอกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

นางการดี กล่าวว่า สำหรับคณะกรรมการทั้ง 12 คน ประกอบด้วย 1.นายพลเดช ปิ่นประทีป อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เป็นประธานที่ปรึกษา 2.นายชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นที่ปรึกษา 3.นายชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ผู้ก่อตั้งบางกอก ฟอรั่ม เป็นประธานกรรมการ 4.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผอ.สำนักงานรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม ฯ(สสส). 5.รศ.วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า 6.ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7.ผู้แทนองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 8.นายกสมาคมเคเบิ้ลทีวีไทย 9.โฆษกกรุงเทพมหานคร 10.ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กทม. เป็นกรรมการ 11.นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองปลัด กทม. เป็นกรรมการและเลขานุการ และ 12.น.ส.แสนสุข สะตงคุณห์ ผอ.กองประชาสัมพันธ์ กทม. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

นางการดี กล่าวว่า โดยคาดว่าภายในต้นปีหน้าคณะกรรมการฯ จะวางหลักเกณฑ์ทั้งหมดเสร็จสิ้น และระหว่างนั้นจะมีการดำเนินการสำรวจความต้องการของประชาชน การจัดหาบุคลากร ขณะเดียวกันจะต้องรอความชัดเจนจากคณะอนุกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)ก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน ทั้งนี้ในเบื้องต้นได้กำหนดรูปแบบให้มีลักษณะคล้ายกับทีวีสาธารณะ(TPBS) โดยมีการสรรหาผู้อำนวยการสถานี เปิดให้สภาผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมในการนำเสนอผังรายการ เป็นสถานีที่ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในช่วงแรกอาจจะเลือกออกอากาศในช่วงพาร์มไทม์ก่อน จากช่องทางเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร จากนั้นจึงจะออกอากาศแบบเต็มรูปแบบ ซึ่ง กทม.อาจต้องสร้างห้องส่งขึ้นมาเองด้วย

อย่างไรก็ตาม ช่องทีวีของกทม. คงไม่สามารถออกอากาศทางฟรีทีวีได้เนื่องจาก กทช.ยังไม่จัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ ดังนั้นคงต้องออกอากาศทางช่องเคเบิลทีวี ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าควรที่จะเป็นช่องเคเบิลที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ 80% ก็คือช่องทรูวิชั่น

“มั่นใจว่าในช่วงต้นปีจะสามารถเห็นหลักเกณฑ์ของทีวี กทม.ได้อย่างแน่นอน ซึ่งเฟสแรกอาจจะออกอากาศทางอินเตอร์เน็ตก่อน เพราะต้องรอความชัดเจนเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่จากคณะอนุกรรมการ กทช. และขอยืนยันว่าสิ่งที่นำเสนอไม่ใช่เพื่อเป็นสื่อประชาสัมพันธ์องค์กรกรุงเทพฯ อีกช่องทางหนึ่ง โดยภาพที่จะไม่เห็นในบางกอกซิตี้ ชาแนล คือ ภาพผู้ว่าฯ กทม. ตัดริบบิ้นงานต่างๆ” โฆษก กทม. กล่าว

@@@

อวิชชา เกิดขึ้นอีกแห่งแล้ว ..เจ้าของบล๊อก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 20/10/2008 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อิอิ แพ้กร้าฟยอดแหลม แต่รับรองจะกลับมาอีกที ตอนนี้ท่าทางจะเป็นหวัด หัวหนักๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 20/10/2008 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

ข้อมูลเยอะมาก สมองไปไม่ถึงครับ ได้แค่

"...2) ปัญหาการเมือง และการการปกครอง
2.1) นักการเมือง หาแต่ประโยชน์ส่วนตน
2.1) นักปกครอง-ศักดินา (ข้าราชการ - นักวิชาการระดับสูง) หาแต่ประโยชน์ส่วนตน
2.2) ตำรวจ อัยการ รับใช้กลุ่มผลประโยชน์ ทำให้ไม่เกิดความเป็นธรรม ทำให้เกิดความแตกแยก
3) ปัญหาสื่อ สื่อเบี่ยงเบน ไม่มีคุณภาพ สื่อรับใช้กลุ่มผลประโยชน์ หาประโยชน์ส่วนตน ทำให้ข้อมูลเบี่ยงเบน ..."

ตัวผมเกลียด"ตลาดหุ้น"ครับท่าน "บ่อนพนันถูกกฎหมาย" ห่างไกลจากนิยาม "เพื่อการระดมทุน"
"เศรษฐกิจพอเพียง" ขององค์พ่อหลวงดีกว่าเป็นไหนๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน