*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531210
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 5924 , 22:56:45 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมายเหตุ
บทความ entry นี้ เป็นบทความเดิมที่เคยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์
กรุงเทพธุรกิจ 5 กรกฎาคม 2548
มติชนรายวัน วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9988

ผู้เขียนนำเสนอ เพื่อแสดงให้ทราบว่า ความเป็นไปของราคาสินค้าเกษตร เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ (คล้ายกับการคาดการณ์ค่าเงิน ราคาหุ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน ข้าว ข้าวโพด มันสัมปะหลัง) รัฐบาลได้ส่งเสริมการปลูกยางในช่วงที่ราคายางสูงขึ้น เป็นการส่งเสริมที่ขาดความเข้าใจในกลไกราคายาง เมื่อได้เวลาผลผลิตยางออกมา จะทำให้เกษตรกรขาดทุนได้ ซึ่งขณะนี้ก็เป็นความจริง  ราคายางที่เคยสูงในช่วงที่เริ่มปลูก ตอนนี้ราคาก็ตกต่ำลง

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นไปของค่าเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า ราคายางจะสูงขึ้น เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า ราคายางจะตกต่ำลง

indexthai
27 พฤศจิกายน 2551


ความยากจนของคนในชาติเป็นปัญหาที่มาช้านาน ทุกรัฐบาลก็พยายามทางแก้ไขมาโดยตลอด เช่นโครงการส่งเสริมการปลูกป่า โครงการเลี้ยงโคเนื้อในรัฐบาลก่อนหน้านี้ บางโครงการแทนที่จะทำให้ประชาชนหายจน กลับทำให้จนลงไปอีก วัวที่นำมาเลี้ยงก็ไม่โต กลายเป็นวัวพลาสติกเป็นต้น ทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก รัฐบาลทักษิณก็มีนโยบายมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรและยกระดับรายได้เกษตรกรเช่นกัน โดยเฉพาะโครงการที่ผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่นโครงการส่งเสริมการเลี้ยงวัวเนื้อล้านครอบครัว 5 ล้านตัว จะให้มีผลผลิตโคเนื้อเพิ่มขึ้นปีละ 30% ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (2548-2551) โดยใช้วิธีผสมเทียม และโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่

บทความนี้จะขอนำเสนอถึงโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ที่ผู้เขียนคิดว่าอาจจะประสบปัญหาเรื่องราคายางในอนาคตได้

ตั้งแต่จำความได้ก็ทราบแล้วว่ามีการทำสวนยางที่จังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย และรับรู้ได้ว่าคนทางใต้ก็ร่ำรวยจากการปลูกยาง อย่างไรก็ตามการทำสวนยางของคนทางใต้ก็จะต้องประสบปัญหาในหลายรูปแบบเช่นพันธ์ยาง ฤดูกาล และการขึ้นลงของราคายาง พบภาวะเฟื่องฟูและภาวะซบเซาของธุรกิจยางพารามาแล้ว ถือว่าเป็นต้นทุนทางประสบการณ์ที่สำคัญของคนทางภาคใต้ ที่เรียนรู้และรับรู้จากอาชีพการทำสวนยางจริง มาเป็นเวลาช้านาน

การส่งเสริมปลูกยางครั้งนี้รัฐบาลมุ่งไปที่จังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีภูมิอากาศแตกต่างไปจากทางภาคใต้อย่างมีนัยสำคัญ ผู้เขียนคิดว่ากรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คงได้ทำการศึกษาทดลองมาดีแล้วในเรื่องพันธ์ยางที่จะนำไปปลูกในพื้นที่ภูมิอากาศที่แตกต่างจากทางภาคใต้ของไทย จึงได้ส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราที่จังหวัดทางเหนือและทางอีสานของไทย นโยบายนี้ของรัฐบาลงถือว่าเป็นความตั้งใจที่ดี

โครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีเกษตรกรร่วมโครงการประมาณ 142,850 ราย ต้องใช้กล้ายางถึง 90 ล้านต้น ระยะเวลาของโครงการ 3 ปี(2547-2549) กรมวิชาการเกษตรได้ว่าจ้างบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์จำกัด เป็นผู้ผลิตและส่งมอบกล้ายาง โครงการนี้ได้รับความช่วยเหลือเงินทุนจากโครงการช่วยเหลือเกษตรกร 1,440 ล้านบาท ชำระคืนภายใน 10 ปีนับจากที่ยางให้ผลผลิต และวงเงินสินเชื่อเพื่อการดูแลรักษาระยะเวลา 6 ปีอีก 5,360 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 8%

ราคาประมูลยางแผ่นดิบที่ซื้อขาย ณ.ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ ปี‘40-มิถุนายน’48

ปี

บาท/ก.ก.

ปริมาณ(ก.ก.)

2540

25.52

12,050,587

2541

25.59

15,475,178

2542

19.77

32,188,755

2543

23.41

33,706,939

2544

22.53

14,108,141

2545

29.15

21,641,333

2546

40.17

17,014,485

2547

46.66

15,545,023

2548

มกราคม

40.32

1,929,328

กุมภาพันธ์

43.9

2,526,567

มีนาคม

46.2

2,257,548

เมษายน

47.65

372,093

พฤษภาคม

50.12

658,120

มิถุนายน

56.07

1,675,529

ที่มา : http://www.rubberthai.com/price/price_index.htm
หมายเหตุ ปลายเดือนมิถุนายน 2548 ราคาประมูลแผ่นยางดิบอยู่ที่ 58.18 - 59.59 บาท/ก.ก.

จากตารางที่นำเสนอนี้จะเห็นว่าราคาประมูลยางแผ่นดิบณ.ตลาดกลางหาดใหญ่ สุราษฏร์ธานีและนครศรีธรรมราชมีจุดต่ำอยู่ระหว่างปี 2540 – 2544 จากนั้นราคายางก็สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกปี ต้นปี 2548 ราคายางตกลงมาเล็กน้อย จากนั้นก็ดีดตัวขึ้นอีกครั้งในเดือนมีนาคม เดือนมิถุนายน 2548 มีราคาประมูลเฉลี่ยสูงถึง 56.07 – 56.58 บาท/ก.ก. โดยที่ราคาประมูลแผ่นยางดิบช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2548 สูงถึง 58.18 – 59.59 บาท/ก.ก.


ชาร์ตที่ 1 ราคาทองคำและราคาน้ำมัน
 

ที่จริงแล้วยางพาราเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญตัวหนึ่งของโลก จะเห็นมันมีความสัมพันธ์ราคาน้ำมันดิบ ถ่านหิน ทองคำ สังกะสี ทองแดง ข้าวโพด ฯลฯ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาราคาสินค้าเหล่านี้ล้วนต่างสูงขึ้นโดยทั่วหน้า ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ

หากค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน ราคายางพาราจะสูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน และราคายางพาราก็จะตกลง

ชาร์ตที่ 2 ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับ EURO และ YEN
   

ชาร์ตที่ 1 แสดงให้เห็นว่าราคาทองคำกับราคาน้ำมันดิบ BRENT สูงขึ้น

ชาร์ตที่ 2 แสดงให้เห็นช่วงเวลาเดียวกัน(ระหว่างปี 2544 – 2548)ค่าเงินเหรียญสหรัฐได้ตกลง ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลงเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเมื่อเทียบกับเงินเยน

แสดงให้เห็นถึงราคาทองคำและราคาน้ำมันหรือสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินเหรียญสหรัฐโดยตรง

ค่าเงินเหรียญตกลง ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน (ราคายาง)  จะสูงขึ้น

ค่าเงินเหรียญสูงขึ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน (ราคายาง)  จะต่ำลง

ช่วงเดียวกันนี้ราคาทองคำสูงขึ้นมา 101% ราคาน้ำมันดิบ(BRENT)สูงขึ้นมา 214% และราคายางพาราสูงขึ้นมา 151%(22.53-56.51 บาทต่อก.ก.) ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลง 39%เมื่อเทียบกับเงินยูโร และตกลง 24%เมื่อเทียบกับเงินเยน

นั่นแสดงว่าราคายางพาราก็จะเป็นไปตามวงจรของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกเช่นกัน ขึ้นและลงพร้อมกันกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆทั่วโลก ไม่ได้ขึ้นหรือลงเฉพาะประเทศหนึ่งประเทศใดประเทศเดียว ไม่มีใครไปกำหนดให้มันขึ้นลงแตกต่างไปจากราคายางโลกได้

ผู้เขียนเชื่อว่าการที่ราคายาพาราสูงขึ้นช่วงนี้ มีส่วนทำให้รัฐบาล คลอดโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ออกมา โดยหวังว่าจะยกระดับรายได้เกษตรกรให้สูงขึ้น หากโครงการนี้เริ่มในปี 2540-2542 ก็จะดีมาก ต้นยางจะให้ผลผลิตออกมาในช่วงนี้พอดี ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดยางราคาดี ช่วงนี้จึงพบว่าเกษตรกรกว้านหาที่ดินเพื่อมาปลูกยางกันมาก เกษตรกรส่วนหนึ่งเลิกดำนาหรือลดพื้นที่ดำนาเพื่อมาปลูกยางพาราแทน แม้ทางรัฐบาลไม่ส่งเสริมการปลูกยาง ชาวบ้านก็คิดปลูกเองเช่นกัน

ธนาคารกลางประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นดอกเบี้ยมาหลายระรอกแล้ว มีผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐไต่ระดับสูงขึ้น เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2548 ก็ประกาศขึ้นอีก 0.25% มีผลให้ Fed Fund rate อยู่ที่ระดับ 3.25% เป็นการย้ำถึงแนวโน้มการแข็งขึ้นของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ชาร์ตที่ 2 แสดงให้เห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐได้เริ่มเปลี่ยนเป็นทิศทางขาขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2548 แล้ว

ดังที่ผู้เขียนนำเสนอไว้ในช่วงต้น เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลง ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน รวมทั้งราคายางพาราก็จะขึ้น และเมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐสูงขึ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน รวมทั้งราคายางพาราก็จะตกลง ดูตามแนวโน้มแล้วค่าเงินเหรียญสหรัฐมีโอกาสจะขึ้นต่อเนื่องไปอีก 5-10 ปี ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผลผลิตยางของโครงการส่งเสริมปลูกยาง 1 ล้านไร่ออกมาพอดี และผลผลิตยางอาจจะล้นตลาดด้วย ซึ่งราคายางแผ่นดิบอาจจะตงลงไปที่ระดับ 20-25 บาทต่อก.ก.หรือต่ำกว่าได้ เกษตรกรก็จะขาดทุน โดยที่ต้นทุนการผลิตอาจจะสูงกว่าราคาตลาด และถ้าผลผลิตไม่ดีคือไม่มีน้ำยางหรือได้น้ำยางน้อยก็จะยิ่งขาดทุนมากขึ้น

ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาชาวสวนยางทางภาคใต้กลายเป็นเศรษฐีกันทั่วหน้า ส่วนอีก 7 ปีข้างหน้า หากราคายางตกต่ำลงอย่างที่ผู้เขียนประมาณการไว้ คนทำสวนยางทางใต้ก็ยังอยู่ได้สบาย เนื่องจากมีกำไรหรือมีทุนสะสมไว้นั่นเอง และยังสามารถตัดต้นยางเก่าขายทำกำไรได้อีก

แต่คนในโครงการส่งเสริมปลูกยาง 1 ล้านไร่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจจะพบกับความลำบากได้ ที่จะมีรายได้เพิ่มหรือมีความร่ำรวยเหมือนคนทางภาคใต้คงลำบาก

อาจจะต้องมานั่งชำระหนี้เองอีก โครงการดีแต่จังหวะเวลาไม่ดีอาจจะซ้ำเติมเกษตรกรให้ลำบากขึ้นได้ แทนที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น กลับต้องจนลงอีก

pictures ../stockindices



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 17/08/2009 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

แต่ต้องยอมรับว่า ความต้องการยางแปรรูปเพิ่มขึ้นจริงๆ จากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและผู้บริโภคจีน-อินเดีย โดยเฉพาะการซื้อรถยนต์
ส่วนยูโร ตอนออกมาใหม่ๆ(ปี99?) เริ่มที่1.13เหรียญสหรัฐ ร่วงลงไปถึง 0.85เหรียญสหรัฐ แล้วไต่กลับมาที่ 1.45-1.50เหรียญสหรัฐ แล้วแต่ว่าจะดูตอนไหนครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 13/12/2008 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

น่าเห็นใจ เกษตกร เหนือ และ อีสาน ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน