*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 539395
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 10257 , 17:15:11 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



........................................................................
ตอนที่ 1
........................................................................

คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนใหญ่พูดน่าฟัง และมั่นใจในคำพูดของตนเอง ไม่ว่า นายชวน หลีกภัย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แต่ก็มีการพูดไม่จริง ที่คนตามไม่ทันและทันอยู่มาก

เช่น "ตายคนเดียว"  "ผมเป็นคนทำให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่น ทำให้ประเทศเจริญ" เป็นต้น

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พูดชวนหลับ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พูดปากปราศรัย ใจเชือดคอ

นักการเมืองบางครั้งก็ไม่ทราบว่าตนเองพูดอะไร เพราะไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่ผ่านมา พูดเพียงให้ประทับใจคนได้ยินเท่านั้น คนพูดอาจจะคิดว่าพูดตนเองพูดประทับใจ แต่คนได้ยินไม่ประทับใจ

นายกชวน หลีกภัย ผู้สื่อข่าวให้ฉายาการพูดของท่านไว้หลายแบบ "เจ้าหลักการ" 'ชวน เชื่องช้า" "ชวน แช่มช้อย" "ใบมีดโกน อาบน้ำผึ้ง"

การบริหารประเทศผิดทิศทางตลอดเวลา ซ้ำเติมปัญหาของประเทศให้เลวร้ายลงตลอดเวลา

ชาร์ต 1 ระยะเวลารัฐบาลบริหารประเทศระหว่างปี 2535 - 2549

ชื่อนายกรัฐมนตรี

ช่วงระยะเวลาเป็นรัฐบาล

อานันท์ ปันยารชุน 2)

10 มิถุนายน 1992 - 22 กันยายน 1992

ชวน หลีกภัย 1)

23 กันยายน 1992 – 12 กรกฎาคม 1995

บรรหาร ศิลปอาชา

13 กรกฎาคม 1995 - 24 พฤศจิกายน 1996

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

25 พฤศจิกายน 1996  – 8 พฤศจิกายน 1997

ชวน หลีกภัย 2)

 9 พฤศจิกายน 1997  17 พฤศจิกายน 2000

 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร1)

18 พฤศจิกายน 2000  – 11 มีนาคม 2005

พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร2)

12 มีนาคม 2005 – 19 กันยายน 2006

นายกชวน มีโอกาสเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ 2 สมัย (ตามชาร์ตที่ 1)


ชาร์ต 2 SET Index 2535 -2549 (1992 - 2006)


ต้นเหตุวิกฤติเศรษฐกิจ ประเทศไทยอยู่ในปี 2535 - 2543(1992-2000) ตรงกับรัฐบาลชวน 1  

คนทั่วไปเข้าใจว่าวิกฤติเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นในปี 2540 (1997) ซึ่งไม่ตรงจริง จุดเริ่มต้นวิกฤติประเทศไทย เกิดขึ้นในปี 2536 - 2537 (1993 - 1994) ตรงกับรัฐบาลชวน 1 และมีการแก้ปัญหาแบบผิดทิศทาง และผิดวิธีการ ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ กระทั่งต้องลอยค่าเงินบาทกลางปี 2540  (1997)

ปี 2540  จึงเป็นปีที่วิกฤติคลี่คลาย ไม่ใช่ปีที่เกิดวิกฤติ

การที่วิกฤติเศรษฐกิจคลี่คลายในปี 2540 ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยแก้ปัญหาได้ถูกต้อง แล้ววิกฤติคลี่คลาย แต่เป็นเพียงหมดเงินหน้าตักในการปกป้องค่าเงินบาท ไม่รู้จะทำอย่างไร หรือทำสิ่งใดต่อไม่ได้ ได้ซมซานไปหาความช่วยเหลือ "Stand by loan" จากไอเอ็มเอฟ มาเป็นทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศ แล้วก็ลอยค่าเงินบาท เดือนที่ลอยค่าเงินบาท ประเทศไทยเหลือทุนสำรองฯเพียง 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ปี 2537 - 2538 ประเทศไทยมีทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศ 38,000 ล้านเหรียนสหรัฐ

ประเทศไทยตายยิ่งกว่าเขียด

เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในรัฐบาลชวน 1

1) เปิดเสรีทางการเงิน ..และ
2) ตั้งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.)

กลต. นำ Maintenance margin & forced sell  มาใช้ในตลาดหุ้น ระบบดังกล่าวคือให้มีการกู้ยืมเงินมาซื้อขายหุ้น และถ้าหุ้นตกหนัก ให้มีการเรียกหลักประกันนักลงทุนเพิ่ม ถ้าไม่สามารถนำหลักประกันมาเพิ่มได้ ก็จะถูกบังคับขายหุ้น

การเปิดเสรีทางการเงิน ไม่ใช่ต้นเหตุให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของชาติ

ตลาดหุ้น เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศมา 2 ครั้งแล้ว

........................................................................
ตอนที่ 2
........................................................................

ประเทศไทยมีจุดอ่อนในตลาดทุน และตลาดเงิน หลายด้าน

1)  SET Index เบี่ยงเบนสูงเป็นลำดับที่ 7 ของโลก การมีตลาดหุ้นอยู่ในระบบเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว SET Index ที่อ่อนแอสูง  จึงอ่อนแอสูง ง่ายแก่การโจมตี หรือถูกปั่นได้ง่าย (ปัญหาตลาดทุน)
2) มีการนำระบบ Maintenance margin & forced sell มาใช้ ในต้นเดือนตุลาคม 2536 (1993) เป็นจุดเชื้อเชิญให้ Hedge Fund ตัดสินใจเข้าโจมตีตลาดหุ้นไทย วิธีการโจมตี คือการไล่ซื้อให้ราคาหุ้นสูงขึ้นเต็มที่ แล้วถล่มทุบขายลงมาภายหลัง (ปัญหาตลาดทุน)
3) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถูกตั้งขึ้นหลังเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจของไทยระหว่างปี 2520 - 2525 ตอนนั้นทำให้ประเทศไทยเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟเป็นครั้งแรก โดยเชื่อว่างานของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯจะช่วยอัดฉีดสภาพคล่องให้สถาบันการเงินในช่วงที่มีปัญหา จะทำให้สถาบันการเงินมั่นคง และไม่ล้มลง (ปัญหาตลาดเงิน)
4) มีการผูกค่าเงินบาทไว้คงที่ (ปัญหาตลาดเงิน)

เมื่อตลาดหุ้นพังทลายอย่างรุนแรงจากต้นปี 2537 - 2539 (1994 - 1996) ระบบ Maintenance margin & forced sell ทำให้มีการบังคับขายหุ้นของนักลงทุนอย่างบ้าคลั่ง ซ้ำเติมให้หุ้นตกหนักลงไปอีก  สภาพคล่องทางการเงินเสียหายหนัก กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เข้าไปอัดฉีดสภาพคล่องเต็มที่ ถมเท่าใดก็ไม่เต็ม ต้องยอมแพ้ ยุติการอัดฉีด แล้วเปลี่ยนไปปิดชั่วคราว และปิดจริงสถาบบันการเงิน แล้วก็ควบกิจการ(ยึด) เอาสินทรัพย์สถาบันการเงินมาใช้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

หุ้นหรือสินทรัพย์ที่เป็นของคนไทย ก็คือทรัพย์สินของชาติ การบังคับขายหุ้นของนักลงทุน ก็คือการบังคับขายทรัพย์สินของชาติ คือการขายชาติ ส่งผลเศรษฐกิจของชาติซวนเซมาจนถึงทุกวันนี้

กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เมื่อก่อนนี้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารทหารไทย แต่ทุกวันนี้กองทัพบกมีแค่ 1.44 เปอร์เซนต์ แต่ดันมีชื่อเป็น "ทหารไทย" มันถูกขายให้ต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ และขายไม่ได้ราคาอีกต่างหาก มีอีกหลายธนาคารที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯและกระทรวงการคลังไปยึดจากเอกชนมา อยากจะขาย แต่ขายไม่ออก  

ตลาดหุ้นพังทลาย ทำให้ค่าเงินบาทพังทลาย แต่การผูกค่าเงินไว้ตายตัว ทำให้ค่าเงินบาทแข็งเกินจริง จึงมีการขายบาทออก หันไปถือเงินสกุลที่แนวโน้มแข็งขึ้นแทน (เงินไหลออก) ทางการได้เข้าไปทำการปกป้องค่าเงินบาท แต่ขาดความเข้าใจความเป็นไปของค่าเงิน จึงปกป้องไว้ไม่ได้ ต้องลอยค่าเงินบาทในที่สุด

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯนอกจาก (1)ไม่สามารถฟื้นฟูสถาบันการเงินตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้แล้ว (2)ยังทำให้สถาบันการเงินล้มทั้งระบบ และ(3)ก่อหนี้สาธารณะไว้กว่า 1.44 ล้านล้านบาท

คนทั่วไปเข้าใจว่าประเทศไทยพ่ายแพ้ต่อการปกป้องค่าเงินบาทอย่างเดียว  แท้จริงประเทศไทยพ่ายแพ้ทั้ง 2 ด้าน "พ่ายแพ้ต่อการปกป้องค่าเงินบาท" และ "พ่ายแพ้ต่อการปกป้องสถาบันการเงิน" สถาบันการเงินและภาคการผลิตจริงล้มลงทั้งระบบ อัตราดอกเบี้ยผันผวนหนัก เงินเฟ้อสูงเป็นประวัติการณ์ คนตกงานเป็นเบือ

ความเสียหายเกิดขึ้นทุกด้าน ตลาดทุนเสียหาย ค่าเงินบาทเสียหาย มูลค่าสินทรัพย์ตกต่ำมากเป็นประวัติการณ์ ภาคการผลิตขนาดใหญ่เสียหาย ผู้ประกอบการรายกลางรายย่อยเสียหายทั่วประเทศ คนฝากเงินก็เสียหาย มีรายได้จากเงินฝากลดลง ประชาชนทั่วประเทศ 63 ล้านคน ต้องมารับกรรมในวิสัยทัศน์ปรัชญาที่เบี่ยงเบนของการบริหารประเทศ รับกรรมที่ค่าเงินเฟ้อสูงขึ้น และต้องมาร่วมชดใช้หนี้สาธารณะที่ผู้บริหารประเทศสร้างไว้กว่า 1.44 ล้านล้านบาท

วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ (ต้นเหตุในรัฐบาลชวน 1) ก่อความเสียหายแก่ระบบประมาณ 9.50 ล้านล้านบาท

(วิกฤติเศรษฐกิจครั้งแรก ต้นเหตุเกิดในรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์)

หลังรัฐบาลชวน 1 ก็มาเป็นรัฐบาลนายบรรหาร รัฐบาลพล.อ.ชวลิต รัฐบาล ชวน 2 และรัฐบาลพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ 1 และ 2 (ชาร์ต 1)

ทั้ง 4-5 รัฐบาลที่ตามมา ต่างมารับกรรม ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลชวน 1 แล้วซ้ำเติม ด้วยการบริหารประเทศที่ผิดทิศทางเหมือนเคย

รัฐบาลบรรหาร มีคนพยายามฆ่าตัวตายที่ตลาดหุ้น

รัฐบาลชวลิต รับเคราะห์ พาประเทศเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ และลอยค่าเงินบาท การเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ แสดงถึงการหมดสภาพทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลชวน 2 ก็ต้องมารับกรรม ที่ตนเองก่อไว้ในรัฐบาลชวน 1 ต้องมาประกาศปิดและเข้าควบกิจการสถาบันการเงิน 54 แห่ง โดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน แล้วตั้งปรส.มาขายทรัพย์สินสถาบันที่ไปควบกิจการมา(ยึดมา) ทุกวันนี้สถาบันการเงินถูกปิดกิจการไปแล้วกว่า 70 แห่ง

รัฐบาลทักษิณ 1 ตั้งบสท.เข้ายึดทรัพย์ภาคการผลิตจริงที่ล้มลง นำมาขายทอดตลาด

เอกชน ประชาชน คือองค์ประกอบของประเทศชาติ เมื่อเอกชน ประชาชนเสียหาย ก็คือประเทศชาติเสียหาย

นายกชวน เป็นเจ้าของสถิติ "ที่สุดทางเศรษฐกิจ" ที่ยังไม่มีนายกท่านใดทำลายลงได้

ที่สุดของ SET Index ค่าเงินบาท อัตราเงินเฟ้อ การล้มละลายของเอกชน และคนตกงาน ของรัฐบาลชวน 

1) SET Index (รัฐบาลชวน 1) สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1,750 จุด  (ชาร์ต 1)

2) SET Index (รัฐบาลชวน 2) ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 207 จุด รวมแล้วตกลงแรงถึง 88 เปอร์เซนต์ (ชาร์ต 1)

3) ค่าเงิน Baht (รัฐบาลชวน 2) ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 56 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (ชาร์ต 3)

4) ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศ เสียหาย เงินทุนไหลออกเกลี้ยง กระทั่งต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ เป็นครั้งที่ 2 เหตุเกิดมาจากรัฐบาลชวน 1 แต่ต้องมาลอยค่าเงินบาท และเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

5) อัตราเงินเฟ้อ (รัฐบาลชวน 2) สูงเป็นประวัติการณ์ การพังทลายของค่าเงินบาท เงินบาทมีค่าน้อยลง ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น กองนโยบายและวางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง รายงาน "อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม) 2541 อยู่ในระดับร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยเคลื่อนที่ถอยหลัง  12 เดือน ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2541 อยู่ที่ร้อยละ 8.6"

6) สถาบันการเงิน และภาคการผลิตจริง (รัฐบาลชวน 2) ล้มมากเป็นประวัติการณ์ ล้มลงทั้งประเทศ

7) คนตกงาน (รัฐบาลชวน 2) จากเหตุการณ์ 6 ข้อที่กล่าว ที่ทำให้คนตกงานมากเป็นประวัติการณ์

8) มูลค่าหุ้น (Market capitalization) จากชวน 1 ถึง ชวน 2 มูลค่าตลาดหุ้นเสียหาย 3.27 ล้านล้านบาท

ความเสียหายและความเดือดร้อนของคนในชาติ เกิดจากการบริหารและปกครอง ..คนระดับบน 

การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เกิดจากวิสัยทัศน์ปรัชญา คุณธรรมและจริยธรรมของของศักดินาเสนาอำมาตย์(คนระดับบน)ในยุคนั้น อ่อนแอ มักง่าย เห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง และเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน การเสียกรุงครั้งนั้นเพียง 6 เดือน พระเจ้าตากสินมหาราช ก็สามารถกอบกูเอกราชกลับคืนมาได้

การเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ยังดี ยังรู้ว่าเสียกรุง พระเจ้าตากสินมหาราชใช้เวลา 6 เดือนกอบกู้คืนกลับมาได้

ทุกวันนี้เราเสียประเทศแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าเสียประเทศ แล้วก็ยังคงพากันชำเราชาติต่อเนื่อง

เดินหน้าขายสินทรัพย์ให้ต่างชาติ และให้ต่างชาติเช่าชาติระยะยาว

........................................................................
ตอนที่ 3
........................................................................

ประโยคแรก ของการเข้ารับตำแหน่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลใด เป็นเรื่องน่าสนใจ

ประโยคแรกของรัฐบาลชวน 2 เมื่อได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 บอก "คนไทยต้องยอมรับความเจ็บปวด"

คนไทยทั่วไปขาดข้อมูล และตามไม่ทันมิจฉาวาจานักการเมือง อาจจะไม่รู้สึกกับประโยคที่ว่า "คนไทยต้องยอมรับความเจ็บปวด"

แต่หากดูตามข้อมูลที่นำเสนอช่วงต้น ผู้เขียนเจ็บปวด เพิ่มขึ้น จากวาทะดังกล่าวของนายกชวน ไม่พูดยังจะดีกว่า

แทนที่นายกชวน "จะไปเอาเรื่องกับคนที่ทำให้ประเทศไทยเสียหายและทำให้คนไทยเจ็บปวด" ซึ่งนายกชวนมีส่วนด้วย แต่นายกชวนกลับมาบอกให้คนไทยยอมรับความเจ็บปวดเสียเอง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะหลังก็เบี่ยงเบน และล้มเหลวต่อเนื่อง กระทั่งถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ

ค่าเงิน เป็นตัวสะท้อนความมั่งคั่งของประเทศ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ค่าเงินบาทอยู่ที่ 20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ วิกฤติครั้งแรก ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟครั้งแรก มีการลดค่าเงินบาท 3 ครั้ง ทำให้เงินบาทตกลงมาอยู่ที่ 26 - 27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ  วิกฤติเศรษฐกิจจากรัฐบาลชวน 1 ทำให้ค่าเงินตกไปแรงสุดที่ 56 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงรัฐบาลพล.อ.ชวลิต

"ค่าเงินบาทได้เสียหายตั้งแต่ปี 2537 - 2538 แล้ว ตามการพังทลายของตลาดหุ้น เพียงแต่มีการผูกค่าเงินไว้ จึงไม่เห็นว่าค่าเงินบาทตกลง" เมื่อลอยค่าเงินกลางปี 2540 จึงพบว่าค่าเงินบาทเสียหายจริง


ชาร์ต 3 Baht : (Baht / USD) 2535 - 2549 (1992 -  2006)

วิสัยทัศน์ปรัชญาการบริหารจัดการประเทศ แท้จริงมาจากข้าราชการประจำ

จะเห็นว่ารัฐบาลใดมา ก็ไม่แตกต่างกัน มีรูปแบบที่คล้ายกัน(Patterns)

ยกตัวอย่าง ..

รัฐบาลชวน 2 ตั้งปรส.มาจัดการหนี้ที่มีปัญหาของสถาบันการเงิน

รัฐบาลทักษิณ 1 ตั้งบสท.มาจัดการหนี้ที่มีปัญหาของภาคการผลิตจริง

ผู้บริหาร ทำให้เอกชนเสียหายในช่วงต้น แล้วก็ตามมายึดทรัพย์ของเอกชน ขายทอดตลาดช่วงถัดมา ตามมาตืบซ้ำ

"ใบมีดโกน อาบน้ำผึ้ง"  แท้จริงแล้ว "ใบมีดโกน เชือดคอ ประเทศไทย"

........................................................................
ตอนที่ 4
........................................................................

"หล่อใหญ่" คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีผู้ที่ 27 นอกจากจะมีรูปงามนามเพราะ บุคลิกดี

ยังเป็นเป็นนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่งที่พูดจาน่าฟัง เป็นนักพูดระดับ นักพูดแนวหน้าต้องเรียกปู่ ชาติวุฒิ และคุณวุฒิ ชีวิตครอบครัว สมบูรณ์ ไม่มีที่ติ

คุณอภิสิทธิ์ เริ่มชีวิตการเมืองประมาณปี 2535 พร้อมกับการเกิดขึ้นของกลต. หรือปีที่นายชวน หลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก หรือ รัฐบาลชวน 1

เขาอยู่ในเส้นทางการเมืองมา ประมาณ 16 ปี จึงได้รับตำแหน่งผู้นำประเทศในปี 2551

รัฐบาลชวน 2 มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคู่ใจนายกชวน ด้วยฝีปากดี ทำให้ชีวิตการเมืองรุ่งโรจน์ตั้งแต่เยาวัย

บางตอน จากวาทะที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี

1) "หน้าที่เบื้องต้นของผม คือ การยุติการเมืองที่ล้มเหลว การเมืองที่ล้มเหลวคือต้นเหตุของความขัดแย้ง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสี ที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศของเราในขณะนี้ ผมจะขจัดการเมืองที่ล้มเหลวออกไปและจะนำความสมัครสมานสามัคคีกลับคืนมา โดยอาศัยความยุติธรรมเป็นกระบวนการนำหน้า รัฐบาลภายใต้การนำของผมจะยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐ จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค และจะเคารพในกระบวนการและเจตนารมณ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย วันนี้ประเทศของเราต้องมีความสามัคคี ผมขอยืนยันว่า ผมจะทำงานให้กับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเลือกผมหรือไม่เลือกผม ไม่ว่าจะสนับสนุนผมหรือแม้แต่ต่อต้านผม ท่านจะเป็นใครก็ตาม หากท่านไม่คิดร้ายต่อบ้านเมือง ท่านไม่ใช่ศัตรูของผม และท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ผมต้องรับใช้อย่างเต็มความสามารถ"

..โดยอาศัยความยุติธรรมเป็นกระบวนการนำหน้า เป็นวาทะที่ใช้ได้ ที่สำคัญกว่าการพูด คือการกระทำให้เป็นจริง

2) "ผมมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ครับ ที่จะดูแลให้พี่น้องเกษตรกรของเราไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาพืชผลที่ตกต่ำอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาง ปาล์ม ผมจะดูแลให้พี่น้องประชาชน ที่อยู่นอกภาคเกษตร ยังมีงานทำ มีรายได้ มีโอกาส และผมจะทำทุกวิถีทางที่ลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ตามแนวทางวาระประชาชนและแผนปฏิบัติการเร่งด่วน ซึ่งผมเคยนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนมาก่อนหน้านี้"

วาทะนี้ ..เป็นการพูดแบบขอไปที พูดเพียงขอให้ผ่านไปก่อน ที่ผ่านพบมา เช่นรัฐบาลชวน 1 และ 2 และรัฐบาลอื่น จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นส่วนใหญ่ รัฐบาลใดมา ก็ไม่แตกต่างกัน ไม่มีอะไรพิเศษ ใช้เงินประกันราคาสินค้าเกษตร

หากทราบและตามทันกลไกการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าเกษตร สามารถนำมากำหนดเป็นนโยบายเพิ่ม-ลดการผลิตสินค้าเกษตร จะช่วยให้เกิดความเสียหายน้อยลง

รัฐบาลแปรรูปรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้น ทำให้ราคาพลังงานสูงเกินจริง การโฆษณาประชาสัมพันธ์นำสังคมไปแต่ในทางเสื่อม ราคาน้ำมันแพง ราคาปุ๋ย ยาในอุตสาหกรรมเกษตรแพง ค่าขนส่งแพง ค่าเดินทางแพง ค่าความเป็นอยู่แพงขึ้น

กลับบ้านเปิดทีวี มีข่าว และรายการ โน้มนำให้ คุณภาพชีวิตต่ำทรามลงอีก

ตอนหลังมาเจอผลผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมตกต่ำลงอีก

สินค้าเกษตรปี 2008 เบี่ยงเบนสูงมาก ราคาข้าวโพดช่วงที่ผ่านมา 8 - 9 บาท แต่ช่วงนี้เหลือ 4 - 5 บาทต่อ ก.ก. ราคายางพาราช่วงที่ผ่านมา 80 - 100 บาท ช่วงนี้เหลือ 20 - 30 บาทต่อ ก.ก.

3) "งานด้านการศึกษายังเป็นงานที่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ และผมจะดำเนินการให้การ เรียนฟรี มีคุณภาพเกิดขึ้น"

ทิศทางการเรียน ดูเหมือนเรียนมาเพื่อที่จะมาเป็นเจ้าคนนายคน เรียนเพื่อมาเอารัดเอาเปรียบคนอื่นมากกว่า 

การศึกษาระดับสูง เป็นมิจฉาทิฏฐิ และเฟ้อ ระดับปริญญาตรี ทุกวันนี้ไม่พอ ต้องระดับปริญญาโท-เอก รัฐบาลทักษิณ ยกฐานะสถาบันราชภัฏทั่วประเทศเป็นมหาวิทยาลัย

กำหนดว่า ผู้กำกับ ผู้อำนวยการโรงเรียน ฯลฯ ต้องจบปริญญาโท  ค่าเล่าเรียนเป็นแสน  คนไม่มีเงิน ไม่มีโอกาสได้เรียนปริญญาโท-เอก ไม่มีโอกาสเป็นผู้กำกับ ไม่มีโอกาสได้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน เรียนปริญญาเอกต่างประเทศใช้เงิน 3 ล้านบาท เรียนในไทยใช้ 1 ล้านบาท ต่างมุ่งแต่หน้าไปเรียน

ใครว่าการศึกษาของประเทศไทยไม่เจริญ  การศึกษาไทยเจริญสุดขีดต่างหาก..

วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และสถาบันพระปกเกล้า ตั้งมาเป็นสถาบันการศึกษาคนระดับสูงขึ้นไปอีก  ให้เฉพาะคนระดับสูงไปเรียนกัน มีสภา สส. และ สว.แล้ว แล้วยังมี สภาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติอีก อยากตั้งอะไรก็ตั้งขึ้นมา ตั้งและตั้ง ตั้ง

แต่ชีวิตของคนในชาติ เลวลง  ประเทศไทยเบี่ยงเบนมาก

คนในชาติต้องทำมาหากิน เลือกคนให้ไปบริหารประเทศแล้ว ยังไว้ใจไม่ได้ ยังมีเลือกตั้งองค์กรอิสระมาคอยดูแลผู้บริหารอีก 

ประเทศไทยผิดปกติไหม   ทำไมจึงเป็นอย่างนี้ละ

ต่อไปก็ต้องเลือกตั้งองค์กรอิสระ มาควบคุมองค์กรอิสระก่อนหน้านี้อีก

ตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ไทยกลายเป็นประเทศที่หัวโตขึ้น และตัวเล็กลง หมายถึงกำลังคนด้านราชการโตมากขึ้น งบประมาณถูกนำไปเลี้ยงส่วนหัวมากขึ้น หรือแต่อย่างเดียว งบประมาณถูกใช้อย่างสำส่อน..

สส.สว.จะออกกฎหมายให้บำเหน็จ บำนาญแก่ตนเองอีก คิดทำแต่ประโยชน์แก่ตน มากกว่าประเทศชาติประชาชน

การเรียนระดับประถม ถึงมัธยมปลาย โรงเรียนกวดวิชาร่ำรวยไปตามๆกัน สถาบันการเรียนระดับปริญญาโท เอก ก็ร่ำรวยไปตามๆกัน แข่งขันกันเรียนไปเป็นเจ้านายคนอื่น ไปเอารัดเอาเปรียบคนอื่น

สถาบันการศึกษามั่งคั่งขึ้นเท่าใด การศึกษาของประเทศจะเสื่อม และคุณภาพจะต่ำลงเท่านั้น

น่าจะมีโรงเรียนกวดวิชาทำไร่ ไถ่นา มีโรงเรียนกวดวิชาให้ไปเสียสละ และให้ไปรับใช้คนอื่น  เช่นยิ่งเรียนสูงเท่าใด ยิ่งต้องเสียสละเท่านั้น เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรรัฐ กรรมการองค์กรรัฐ ทำงานฟรี ไม่เอาเงินเดือนและค่าตอบแทน ไม่ให้สะสมทรัพย์สมบัติเป็นของส่วนตน แล้วรัฐเลี้ยงดูผู้บริหารระดับสูงนี้อย่างดี ไปจนตาย

4) "ผมต้องการเห็นประเทศไทยเป็นต้นแบบของการพัฒนา ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ ที่มีความยั่งยืน"

..ถ้าท้องหิว คนก็ไม่สนใจ อะไรคือประชาธิปไตย อะไรไม่ใช่ประชาธิปไตย คำว่าประชาธิปไตย เป็นเรื่องของคนระดับสูงนำมาอ้าง แย่งอำนาจ แย่งผลประโยชน์ระหว่างกัน ชาวบ้านมีแต่เดือดร้อน

5) นอกเหนือจากการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในประเทศแล้ว ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมกำลังจะดำรงตำแหน่งประธานของอาเซียนด้วย ผมตั้งใจที่จะให้เพื่อนสมาชิกในอาเซียนมีความมั่นใจในการนำของเรา ในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดที่จะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดต่อไป

..อาเซียนมีมานานแล้ว พบว่าภูมิภาคอาเซียนไม่ได้มั่นคงแต่อย่างใด รวมทั้งประเทศไทย แล้วอะไรคือปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทย และของภูมิภาคอาเซียน ดูเหมือนทำเพื่อการท่องเที่ยวมากกว่า หรือการท่องเที่ยวได้ประโยชน์แต่อย่างเดียว

6) สิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวใต้ ..ใฝ่ฝันที่จะเห็นที่สุด ก็คือ "เรื่องของความเป็นธรรม" และแน่นอนสำหรับพี่น้องใน 3 จังหวัด ผมไม่ลืมครับว่า ความใฝ่ฝันสูงสุดของท่าน ก็คือ ความสันติสุข และความสงบสุข ที่ท่านรอคอยที่จะให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของท่าน

..วลี "ความเป็นธรรม" นี้ใช้ได้

โฆษณาชวนเชื่อให้รักสามัคคีชาติแบบผิดข้อเท็จจริง หรือไม่ดูข้อเท็จจริง เป็นความมักง่ายของ "ศักดินาชาติ" หลงยุค  ..ดั่งเพลง .."รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย ฯลฯ " โฆษณามาหลายสิบปีแล้ว ร้องให้คอแตก ความรักความรักความสามัคคีก็ไม่เกิดขึ้น สิ้นเปลืองงบโฆษณา พบว่าผู้คนแตกแยก แตกความสามัคคีมากขึ้น

การโฆษณาที่ถูกทิศทาง ต้องเปลี่ยนเนื้อร้องใหม่ .."ยุติธรรมไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย ฯลฯ"

"ไม่มีความเป็นธรรม" ความรักความสามัคคีจะเกิดขึ้นไม่ได้ "มีความเป็นธรรม" ความรักความสามัคคี จึงจะเกิดขึ้นได้

เรื่องเลวร้าย "ของจักรภพ" คือตัวอย่างความเลวของตำรวจ คนคนหนึ่งว่าเลวแล้ว ตำรวจยังเลวกว่า เรื่องของจักรภพเป็นเรื่องของคนคนเดียว แต่เรื่องตำรวจ เป็นเรื่องของระบบ .."หากไม่มีการ "เปลี่ยนขั้ว" ทางการเมือง  แล้วจะมีการ "เปลี่ยนข้าง" ในการทำงานของ "ตำรวจ" หรือไม่?  ฤาประเทศนี้ "กฎหมาย" จะให้คุณแก่ "ผู้มีอำนาจ" เพียงอย่างเดียว"

"ตำรวจ" "อัยการ" ต้นเหตุหลักความแตกแยกของคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ผ่านมาปรับโครงสร้างตำรวจ เป็นเพียงเปลี่ยนต้นสังกัด จากกระทรวงมหาดไทย มาสำนักนายกฯ ยิ่งปรับยิ่งใหญ่โตขึ้น ยังไม่เห็นมีการปรับโครงสร้างที่จะเป็นผลดีแก่ระบบ

7) ..ผมไม่ลืมพี่น้องชาวเหนือ ..ในการหาเสียงครั้งที่ผ่านมา ในภาคเหนือ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง วิ่งตามรถแห่หาเสียงและตะโกนกับผม ว่า อยากฝากบ้านเมืองไว้กับผม

..ประโยคข้างต้น ไม่สมควรนำเสนอ ทำให้ไปพ้องกับเหตุการณ์เบื้องสูง ..เหตุการณ์ที่ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาวิชาการเพิ่มเติม เมื่อกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ.2489 ระหว่างประทับรถพระที่นั่งไปสู่สนามบินดอนเมือง พระองค์ทรงได้ยินราษฎรคนหนึ่งตะโกนลั่นว่า "ในหลวง อย่าทิ้งประชาชน" พระองค์ทรงนึกตอบบุคคลผู้นั้นในพระราชหฤทัยว่า "ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้า แล้วข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร" 

8) ..สำหรับพี่น้องชาวอีสาน  ..ที่ผมอดที่จะเอ่ยถึงไม่ได้ คือ คุณยายเนียม ที่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ที่ครั้งสุดท้ายที่ผมได้ไปรณรงค์หาเสียงนั้น ท่านมอบแหวนวงนี้ให้กับผม และบอกผมว่า ยายหมั้นคุณอภิสิทธิ์ให้กับคนอีสานแล้ว

การพูดถึงยายเนียน ก็คล้ายๆนายกทักษิณ พูดถึงคนจน เป็นห่วงคนจน เป็นคำพูดหาเสียง แต่บริหารงานจริงทำไม่ได้

ที่จริงแล้วมีคนจำนวนมากมอบของให้นายกอภิสิทธิ์ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เช่นปัญหาต่างๆ มีอีเมล์จำนวนมากบอกกับผู้เขียน ว่ามอบให้คุณอภิสิทธิ์ คุณอภิสิทธิ์เอาแต่ที่ของยายเนียนให้ แต่ที่คนอื่นให้  คุณอภิสิทธิ์ไม่เอามาด้วย ไม่นำพามาพูดถึง

แต่ละรัฐบาลไม่เคยจำ

รัฐบาลใดเข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลนั้นต่างก็ทำความเดือดร้อนให้ประชาชน

ไม่ได้แก้ปัญหาให้ประชาชน ถูกประชาชนขับไล่ทุกรัฐบาลไป

รัฐบาลชวน 1 ล้มเหลว เป็นที่มาของรัฐบาลบรรหาร

รัฐบาลบรรหาร ล้มเหลวของ เป็นที่มาของรัฐบาลชวลิต

รัฐบาลชวลิตล้มเหลว ทำให้เกิดรัฐบาลชวน 2 

รัฐบาลชวน 2 ล้มเหลว จึงเป็นที่มาของรัฐบาลทักษิณ

(ขอข้ามรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย)

รัฐบาลทักษิณ ล้มเหลว จึงเป็นที่มาของรัฐบาลอภิสิทธิ์ 

รัฐบาลอภิสิทธิ์ .. ก็คงล้มเหลวเหมือนทุกรัฐบาลที่ผ่านมา
แล้วต่อไป.. ใครจะมา


........................................................................
ตอนที่ 5
........................................................................

เหตุการณ์ดี - ร้ายทุกวันนี้

เกิดจากวิสัยทัศน์ปรัชญา เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว หรือเมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว หรือเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว

เศรษฐกิจ การเมือง สังคม มีปัญหาทั้งหมด ก็พากันแก้แต่ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเดียว ประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะการเตรียมการป้องกันหลังการเกิดปัญหาครั้งแรกผิดพลาด ผิดทิศทาง จึงทำให้เกิดวิกฤติครั้งที่ 2

เหมือนไฟไหม้บ้าน หรือไหม้ประเทศ ทุก 10 - 20 ปี

แต่ละครั้ง ทำลายภาคการเงิน และภาคการผลิตจริงทั้งหมดของประเทศ แบบไม่เหลือ

ที่เหลือก็ตกไปเป็นของต่างชาติ

ประเทศจะอยู่ได้อย่างไร นับวันประเทศก็มีแต่จะจนลง มีการเอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้น คนจนก็ยิ่งจนลง คนเอารัดเอาเปรียบมั่งคั่งขึ้น

ช่องว่างระหว่างคนรวย และคนจนถ่างห่างมากขึ้น...

คนไทยลืมง่าย...
คนไทยอึดอัดกับการบริหารงานของรัฐบาลชวน 2 ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสียงก่นด่า วิจารณ์นายกชวนเกิดทั่วหัวระแหง ตั้งแต่ท้ายซอยถึงต้นซอย ตั้งแต่มัคทายก มัคทายิกา ถึงคนขับแทกซี่ มีคนวาดรูปหน้านายกชวนไว้ที่ถนนข้ามทางม้าลาย ที่คนเดินข้ามไปมา 


นายกชวน ออกอุบายลดความผิดหวัง  และทุกข์ระทมชาวบ้าน โดยบอกว่า "จะอยู่ไม่ครบเทอม" ซึ่งนายกชวนก็ทำจริง ก่อนครบวาระรัฐบาลชวน 2 ไม่กี่สัปดาห์ รัฐบาลชวน 2 ประการลาออก และอยู่เป็นรัฐบาลรักษาการณ์ กระทั่งมีการเลือกตั้งเสร็จ

เป็นที่มาของรัฐบาลทักษิณ... แสดงถึงความล้มเหลวรัฐบาลชวน 2

ชาวบ้านแทบกราบเท้า ฝากความหวังไว้อย่างเต็มที่ กับรัฐบาลที่มาใหม่ ..รัฐบาลทักษิณ

ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จากชุมชนอโศก หลวงตามหาบัว แห่งวัดบ้านตาด อุดรธานี ช่วยกันล่าชื่อประชาชน ได้มานับล้านชื่อ มาสนับสนุน "อัศวินควายดำ" ของหมอเสม ที่โดนคดีซุกหุ้น ขอให้เมตตาประเทศชาติด้วย ขอให้ทักษิณอยู่บริหารประเทศให้ได้ด้วยเถิด ..เจ้าประคู้น..

ตอนหลัง

ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ชุมชนชนอโศก หลวงตามหาบัว ผิดหวังกับการบริหารประเทศของนายกทักษิณ นอกจากบริหารประเทศไมาเจริญแล้ว พวกเขาโกงกันทั้งโคตร

คนสนับสนุนพากันยูเทิร์น เปลี่ยนมาเป็นขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท. ดร.ทักษิณแทน

แต่รัฐบาลก็ "ด้านทนทายาท" ไล่อย่างไร ก็ไม่ยอมออก

พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยี่ระ ใช้ลมปากทุกเช้าวันเสาร์ และกลไกการโฆษณาผ่านสื่อ ได้คนกลุ่มใหม่มาสนับสนุน  ได้ วัดธรรมกาย วัดสวนแก้ว และคนเสื้อแดงมาแทน

พาความแตกแยกมาสู่คนในชาติ อย่างน่าเศร้า.. อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย

ประเทศไทยหวังคนระดับสูงที่บริหารประเทศได้ยาก ไม่ว่า "ข้าราชการ นักวิชาการ ระดับสูง สื่อมวลชน และนักการเมือง"

คนทั้ง 4 กลุ่มนี้ (ขอเรียกคำรวมว่า "ศักดินา 4") เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย ต่างมุ่งหวังแต่ประโยชน์ส่วนตน มีประเทศชาติ ประชาชนคนไทย และพ่อหลวง เป็นเหยื่อ

คนระดับสูง สมัยกรุงศรีอยุธยา และ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ..ไม่ได้แตกต่างกัน

ซ้ำรอยอีกแล้ว..

การล้มเหลวของรัฐบาลทักษิณ เป็นที่มาของรัฐบาลอภิสิทธิ์

การเป็นนายกก็ยากตอนก่อนที่จะได้เป็นนายก แต่เมื่อเป็นนายกแล้วจะสบายกว่า คนพากันสอพลอแทบไม่มีเวลาว่าง ทุกฝ่ายแย่งตัว เหมือนแย่งลูกรักบี้ ทุกวันนายกอภิสิทธิ์ ไม่เคยพกปัญหาใดไว้กับตัว พกแต่แหวนทองเหลืองวงเดียวไว้ติดตัว ผู้สื่อข่าวไทยก็เหลือเกิน ไม่มีสาระพอกัน ถามหาแหวนยายเนียนทีไร นายกอภิสิทธิ์ควักมาให้ดูทันที 

คนหนุ่มหน้าตาดี พูดดี ไปเยี่ยมเยียนคนมีอายุ ก็ดูน่ารักดี คนแก่เห็นก็เมตตา เอ็นดู รักใคร่

ไม่เพียง "ยายเนียน" เท่านั้นที่สวมแหวนหมั้นคุณอภิสิทธิ์ ..เป็นเขยอีสาน

ผู้เฒ่า ผู้แก่ ทางอีสาน บางท่านก็เหน็บแนม ด้วยความรัก "โอ้ย น๊อ เขยพอกะเทิน"

คำว่า "พอกะเทิน"  เป็นวลีไทยอีสาน ให้ความหมายว่า งั้นๆแหละ คือดูไม่สมจริง

"เขยพอกะเทิน" หมายความว่า เป็นเขยที่ไม่เนียน เป็นเขยงั้นๆแหละ เป็นเขยได้ไม่จริง

ประเทศไทยเคราะห์ร้ายอีก...

ดูการจับไม้กวาด กวาดบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล ดูเก้ๆกังๆ ดูท่าว่าใช้ไม้กวาดไม่เป็น  "พอกะเทิน"

ดูเป็นผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน

ไม้กวาดยังใช้ไม่เป็น แล้วจะไปทำอย่างอื่นอะไรเป็น.. อ้อ พูดเป็นอีกอย่าง

การปฏิบัติตัวของคนที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ พอจะบอกได้ว่า เขาจะนำพาประเทศชาติเจริญก้าวหน้าหรือไม่ ?

"ประชาชนต้องมาก่อน" ..เป็นคำขวัญของนายอภิสิทธิ์ ก่อนที่จะได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี

การหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด คณะของประชาธิปัตย์ ได้ไปเยี่ยมหน่วยงานราชการต่างๆ ใน "ศักดินา 4"

สอบถามถึงปัญหา ข้อมูล และนโยบายที่ควรจะเป็น แล้วให้ข่าวว่า "นโยบายตรงกัน" (กับหน่วยงานทางการ)

นายอภิสิทธิ์เดินทางไปพบ "กลุ่มคนที่สร้างปัญหาให้ประเทศชาติ" แล้วจะแก้ปัญหาของชาติได้อย่างไร

เขาก็ปกปิดสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้องไว้ แล้วก็แนะนำอวิชชาอย่างใหม่นักการเมืองรับไปตัดสินใจ

แท้จริงแล้ว ศักดินา 4 ต่างหาก ที่มาก่อนประชาชน

มี "นายทุน" วิ่งอยู่ทางคู่ขนาน กับศักดินา 4 และรัฐบาล

"ประชาชนต้องมาก่อน" จึงเป็นเรื่องที่ไม่จริง

ประชาชน ประเทศชาติ ต้องต่อท้ายแถวเหมือนเดิม

ไม่เห็นว่าจะเป็นการเมืองใหม่ตรงไหน เก่า คร่ำครึ สนิมเขรอะ ยิ่งกว่าเดิม

รัฐมนตรีคนหนึ่ง ไม่ทราบตั้งที่ปรึกษาไปทำอะไรมากมายถึง 33 คน

ไหนว่าตั้งคนดีมีฝีมือมาบริหารประเทศ

เก่งจริง มีฝีมือจริง ทำไมจึงตั้งที่ปรึกษาจึงมากเช่นนั้น

บริหารน้ำเน่า บนซากปรักหักพังของประเทศ

วันที่ 22 ธันวาคม 2551

นายกฯ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ และเกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เดินทางไปเยี่ยมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตลาดฯ ทราบข่าวแต่เช้านายกจะไปเยี่ยมตลาดหลักทรัพย์

หุ้นตกทันทีตั้งแต่เปิดตลาดภาคเช้า แล้วดิ่งลงตลอดทั้งวัน และปิดที่ต่ำสุดของวัน  -12.93 จุด

........................................................................
ตอนที่ 6
........................................................................

ประเทศไทย ไม่มีตัวเลือก ไม่มีตัวเลือกที่พอจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ประเทศไทยไม่ต้องระวังหมาจนตรอกทักษิณ

ประเทศไทยต้องระวัง "เขยพอกะเทิน" ไว้ให้ดี

อภิสิทธิ์ ไม่ใช่ไม่เคยผ่านงาน

เขาเคยผ่านงานมาแล้ว ในรัฐบาลชวน 2

ช่วยนายกชวนบริหารประเทศ ..จนได้ "รัฐบาลทักษิณ" เป็นสิ่งตอบแทน มาแล้ว 

ทักษิณ หากไม่ติดคุก รักษาเนื้อ รักษาตัวไว้ให้ดี

ไม่ต้องไปใช้บริการ 3 เกลอหัวขวด ให้เสียเวลา เสียเงิน เสียทอง เสียความรู้สึก แต่อย่างใด

นายกฯ อภิสิทธิ์ จะทำให้ดร.ทักษิณกลับมาเป็นนายกฯ ใหม่ได้

..............................................................

เขียนนำเสนอ ตามข้อมูลที่ได้รู้ได้เห็นมา เช่นนั้นจริง

เป็นเช่นนี้มาทุกรัฐบาล

Links ที่เกี่ยวข้อง

ชวน หลีกภัยเล่านาทีต่อนาทีเมื่อเสื้อแดงปาไข่ใส่หน้าที่ลำปาง...ผมไม่กลัวมัน (สุทธิชัย หยุ่น)
http://www.oknation.net/blog/black/2009/01/06/entry-2

ผมไม่เชื่อว่า ชาวเหนือ...ใส่เสื้อแดงไล่คุณชวน หลีกภัย ( ภาณุมาศ_ทักษณา) http://www.oknation.net/blog/tawanna/2009/01/06/entry-1

@@@

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน และข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

\\ abhisith


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 16/08/2009 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

อิ่มหมีเลยครับสำหรับอภิมหาข้อมูล

ขอบคุณครับ ผมติดตามท่านมาตลอดและจะติดตามต่อไป

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ใครว่าคนไทยลืมง่าย ยังไม่ลืมที่คุณชวนท้าไว้ตอนปลายรบ.ชวน2 ว่า"หากไม่ชอบ เลือกตั้งคราวหน้าไม่ต้องมาเลือก" ไม่เคยเลือกอีกเลย แม้จะเปลี่ยนตัวหัวมา
ที่น่าเจ็บใจสุดคือนายกฯชวนไปจับมือกับจอร์จโซรอสที่เมกา ซึ่งโซรอสเป็น"ที่ปรึกษาพิเศษ"ให้ปธน.คลินตัน แต่นายกฯชวนยกเลิกการไปเยือนและขอความช่วยเหลือจากมหามิตรญี่ปุ่น ซึ่งเขาพร้อมจะช่วยหากเราไปหาเขา แต่เรากลับไม่ให้ความสำคัญ
และที่ไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท หลังจากปธน.คลินตันเดินทางออกจากไทยได้สองสัปดาห์ หลังพบกับนายกฯจิ๋ว-บรรหารและคุณชวนพร้อมกันสามคน (ผิดพิธีการทูตใหม) คงมีไม่กี่คนที่ทราบว่าเกิดจากการดื้อดึง เอาพม่าเข้าอาเซียนให้ได้ แม้เมกาและยุโรปจะต่อต้านหัวชนฝา
ถูกครับ ที่ปกครองตามวิสัยทัศน์ขรก. เพราะมีแรงเสียดทานน้อยที่สุด ทำตามที่ขรก.ชงขึ้นมา เช่นประชุม"สุดยอด"อาเซียน ที่ทำให้นักการเมือง"โกอินเตอร์"(คอร์ส)
นั่นแหละที่ขรก.ชอบ สวมเขาให้นาย แล้วตัวเองรับประทานใต้โต๊ะไปเรื่อยๆ หากนายไม่ทำตาม ก็เข้าเกียร์ว่าง รอไม่นานก็เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนนาย มาเล่นกันใหม่
ฟังที่ตอบนักข่าวแดน ริเวอร์ส ที่ถามว่า จลาจลที่เกิดขึ้น ช่วงสงกรานต์ ใกล้การก่อการร้ายหรือไม่ ท่านกลับตอบว่า หลายๆคนก็รู้สึกเช่นนั้น ฟังแล้วนึกถึงเพื่อนสนิทชาวอังกฤษ ที่จบปริญญาเอกที่อ๊อกฟอร์ด เวลาพูดจาอะไร จะไม่เทค โพสิชั่น แต่จะอ้างคนอื่นเรื่อยไป แบบนี้แหละที่เขาเรียก บลูบลัด (เลือดผู้ดี สีน้ำเงิน)
ระหว่างนี้ เศรษฐกิจน่าจะจมลึกลงไปอีก จากส่งออกที่ติดลบสามสิบเปอร์เซ็นต์ และท่องเที่ยวที่หดลงครึ่งนึง?....

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 20/04/2009 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
indexthai วันที่ : 15/04/2009 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ฯ นักการเมืองเหมือนกันทั้งหมด กล่าวคือ.....พวกเขาสัญญาว่าจะสร้างสะพาน แม้ในที่ที่ไม่มีแม่น้ำลำธารเลยก็ตาม ฯ

ฯ การเมืองมิใช่ศิลปะแห่งความเป็นไปได้ ทว่าประกอบอยู่ในการเลือกเอา ระหว่างความหายนะกับการกระเดือกไม่ลง ฯ

ฯ เนื่องจากนักการเมืองไม่เคยเชื่อในสิ่งที่ตนพูด ดังนั้นเขาจึงแปลกใจอยู่เสมอเมื่อคนอื่นเชื่อเขา ฯ

..............
ที่มา : กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ
http://www.oknation.net/blog/paedophiel/2009/04/14/entry-1
@@@

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
เด็ดสะระตี่ วันที่ : 13/04/2009 เวลา : 04.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jinzer

น่าจะมีโรงเรียนกวดวิชาทำไร่ ไถ่นา มีโรงเรียนกวดวิชาให้ไปเสียสละ และให้ไปรับใช้คนอื่น เช่นยิ่งเรียนสูงเท่าใด ยิ่งต้องเสียสละเท่านั้น เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรรัฐ กรรมการองค์กรรัฐ ทำงานฟรี ไม่เอาเงินเดือนและค่าตอบแทน ไม่ให้สะสมทรัพย์สมบัติเป็นของส่วนตน แล้วรัฐเลี้ยงดูผู้บริหารระดับสูงนี้อย่างดี ไปจนตาย

วัดครับ ส่งเข้าอบรมในวัด อาทิตย์ละ 1/2 วัน

รัฐไหนมาก็แค่สร้างภาพ หลอกลวงกันไปวัน ๆ ขึ้นกับว่า ใครมาแล้วทำให้เงิน 1 บาท ซื้อของได้มากกว่ากัน

ชาวบ้านเขามองกันแค่นี้ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ว่ากันไปตามระดับการศึกษา ที่ชอบเทียบกัน 555+

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
นางงามมิตรภาพ^_^ วันที่ : 12/04/2009 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopeless461
ไม่ใช่ความรักหรอก ความ "เข้าใจ" ต่างหาก ที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้ ^_^

เห็นด้วยกะบการโกงกิน เลวร้ายทุกรัฐบาล
อยู่ที่ใครเนียนแค่ไหน และร้ายน้อยกว่ากัน

ด้วยมิตรภาพ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 11/04/2009 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

เนื้อหายาวดีคับ แน่นปึ๊ก
ขอบคุณที่ไปเยือน

โกง กิน กันทุกรัฐบาลแหละคับ
เพียงแต่ว่า ใคร กิน "แนบเนียน" กว่ากัน

ขอบคุณที่ไปเยือนคับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
Being วันที่ : 11/04/2009 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wajasit
Observer

ติดตามอาจารย์อยู่เสมอ

ได้เห็นอะไร ชัดขึ้นมากเลยครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
unicon วันที่ : 29/01/2009 เวลา : 08.07 น.
อุสมาน ลูกหยี

www.goodtalkacademy.com....แลกเปลี่ยนกันนะค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
indexthai วันที่ : 13/01/2009 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

เช่าบินเหมาลำ อาลัยยายเนียมไร้เหตุก่อกวน

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552
http://www.posttoday.com/politics.php?id=27277

???

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
indexthai วันที่ : 08/01/2009 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

บทกลอนจากครูนายกฯ

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2552
http://www.bangkokbiznews.com/2009/01/08/picmain.php?newsid=326665&

...........................

เริ่มจะเรียนรู้การแย่งพื้นที่ข่าวเหมือนทักษิณแล้ว
1) เรื่องยายเนียน
2) บทกลอนจากครูนายก

ที่ website ของนายก
ก็คัดลอกแต่บทความที่ชมตัวเองไปลงไว้

เวลาของนายกเป็นสิ่งที่มีค่า
ปัญหาของประเทศไม่พูด
แต่พูดในเรื่องที่ไม่เป็นสาระ
@@@

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เกรียงไกร-หัวบุญศาล วันที่ : 08/01/2009 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengkrai


แวะมาอ่านครับ
ได้ข้อมูลดีครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
indexthai วันที่ : 07/01/2009 เวลา : 04.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณ mainmicky คห. 21

คุณเข้าใจถูกต้องทั้งข้อ 1&2
บรรดา Hedge Fund โลกนั่นแหละที่ทำเรื่องนี้อยู่
จะเห็นว่าการเคลื่อนย้ายทุนของโลกมัน "มากกว่า" ธุรกรรมนำเข้า-ส่งออก-ท่องเที่ยวตามปกติ

ยกตัวอย่างธุรกรรมตามปกติของโลกมี 100 บาท
แต่เงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าออกมีถึง 100,000 บาท
ส่วนที่ผิดจริง 100,000 - 100 = 99,900 มันเอามาทำอะไร มันไปอยู่ตรงไหน
โลกต้องคิดแล้ว...

มันผิดความจริง
มูลค่ามันมาก ..มันจึงผันผวนมาก
เหมือนการมาของและจากไปของสึนามิ แต่ขนาดใหญ่กว่าสึนามิเป็นล้านเท่า
ไปถึงไหนก็ทำลายที่นั่น...
ตอนนี้มีเข้า IMF 4 ประเทศแล้ว (ศก.พังทลายแน่นอน)
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2008/11/28/entry-1
ส่งผลให้สถาบันการเงิน และภาคการผลิตจริง ล้มลง
แต่ละภูมิภาค ..เกิดขึ้นทุกๆ 10 ปี
แล้วโลกมันจะไปเหลืออะไร

การเก็งกำไรในตลาดทุน-ตลาดเงิน ..มีสวมรอยปั่น..
คือธุรกรรมซื้อขายกระดาษอย่างเดียว
สินค้า ..คือกระดาษ ..ส่งมอบกระดาษระหว่างกัน
กระดาษแผ่นเดียว อาจจะมีมูลค่า 10 ล้าน 100 ล้านได้

เช่น ...ซื้อขายทองคำในตลาดตราสารอนุพันธ์ ..
ก็ "ไม่มีทองจริง" มาส่งมอบ
และทุกวันนี้ซื้อขายผ่าน internet ..ไม่ต้อง ส่งมอบกระดาษด้วยซ้ำ (scriptless)
ซื้อขายกันด้วยตัวเลขอย่างเดียว

โลกกำลังเบี่ยงเบนอย่างหนัก

การปั่น ช่วยทำให้เกิดกำไรเหลือเชื่อ
กำไรในตลาดทุน 2 ต่อ แล้วก็มามีกำไรในตลาดเงินอีก 2 ต่อ
รวมแล้วทำให้มีกำไร 4 ต่อ
พวก Hedge Fund จึงมั่งคั่งมหาศาล

blog ของผม มีเอกลักษณ์เฉพาะ
นำเสนอ ..เศรษฐกิจมหภาค ..ที่แตกจากทั่วไปชัดเจน
ผู้ใหญ่ feedback มาหาผมพอสมควร
คนระดับสูงรู้จักพอสมควร ..เพียงแต่ เป็น blog ไม่มีชื่อเสียงกับคนทั่วไป
ผม.. ไม่ได้วิ่งไปหาชื่อเสียง..
นายกชวนก็รู้จัก นายก มาร์คก็รู้จัก
แต่เขาจะไม่พูดถึงหรอก (จะทำความเชื่อมั่นเขาตกต่ำลงได้)
เขาเชื่อมั่นในราชการ
สู้พูดถึงยายเนียมไม่ได้ ..ได้คะแนนเสียง
สู้พูดถึงดร.ศุภชัย ไม่ได้ (ก็รู้ๆอยู่ว่าดร.ศุภชัย มีอะไรแค่ไหน)
ก็มีตำแหน่งใหญ่ในองค์กรการค้าโลก ..ก็ยกย่องกันที่ตำแหน่ง
ก็ทุกวันนี้.. การค้ามันเจ๊งทั้งโลกไม่ใช่หรือ

1) นักการเมือง ยากที่จะเอาตัวเองออกจากกระแสได้ (เกี่ยวข้องกับคะแนนเสียงด้วย)
2) กลุ่มผลประโยชน์ก็ใช้สื่อล้อมกรอบ นายกฯ ไปไหนไม่ได้
3) เอาคนมีชื่อเสียงมาร่วมทีม เพื่อภาพที่ดี (มีแต่ชื่อเสียง อย่างอื่นไม่มี)
4) เอาผู้มีอุปการะคุณมาร่วมทีม ช่วยให็ฐานะพรรคดี (มีแต่เงินทอง อย่างอื่นไม่มี)
รัฐบาลใดมา ..ก็แบบเดียวกันนี่แหละ ..ไม่แตกต่างกัน
แล้วมันจะไปแก้ปัญหาอะไรได้

หลายคนก็คิดแบบ คุณ mainmicky นี่แหละ
อยากให้ผมนำเสนอบทความแบบ indexthai ถึงนายกมาร์ค
หากนายกมาร์ค รู้ คงจะดีนะ จะนำไปแก้ปัญหาได้
ฯลฯ

ที่เวปไซด์คุณอภิสิทธิ์
ดูแล้ว บทความที่น่าสนใจ นำเสนอโดยท่านที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น
ศ.ระพี สาคริก ศ. เสน่ห์ จามริก นพ.ประเวศ วะสี "พล.อ.เปรม" และอานันท์

หวังอย่างไรละหรือ.. ที่จะให้นายกมาร์ค มาสนใจบทความอย่างของ indexthai

@@@

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
maimicky วันที่ : 02/01/2009 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maimicky

กดพลาดครับ
เท่าที่ผ่านมา อาจารย์ ได้พยายามนำเสนอข้อมูลหลายอย่างในบล๊อก เพื่อสื่อ 2 ประเด็นหลัก ตามความเข้าใจของผมว่า

1.โลกทุนนิยมปัจจุบันนี้ มีคนได้พยายามเบี่ยงเบน เพื่อหาประโยชน์ของกลุ่ม ทำให้นำพาปัญหาให้ทั่วโลกมากมาย

2.ในประเทศไทยเช่นเดียวกัน และถ้าผู้บริหารประเทศ ไม่มีความรู้กลไกดังกล่าวดีพอ หรือไม่พยายามทำความเข้าใจ ก็ยิ่งจะส่งผลร้ายหนักขึ้นไปอีก ไม่เว้นแม้แต่นายกปัจจุบัน

ถูกต้องมั้ยครับ

แล้วอาจารย์พอมีแนวทางดีๆ เป็นคำแนะนำให้นายกมาร์คบ้างมั้ยครับ

ขอบคุณและสวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 31/12/2008 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

ข้อมูลเข้มข้น และยาวมาก ขออนุญาตก็อปไว้อ่านยามมีสมาธิ โหวตให้ ขะรับ

ขอให้มีความสุขปีใหม่ 2552 ตามอัตภาพและพอเพียง ขะรับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 30/12/2008 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

พวกมันมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทุกคน
หน้าตา ชื่อเสียง ลาภยศ เงินทอง
โกงได้โกงทั้งนั้น..ที่เลวมาก ๆ เล่นละครตบตาประชาชนตลอด
ท่านคงทราบดีนะครับว่า สหกรณ์ที่สุราษฎร์ธานีของเทพเทือก เนวินก็เคยมีเอี่ยวด้วย แล้วทำเป็นด่ากันให้ประชาชนได้ยิน พอตกลงกันได้ก็กอดคอกันเข้ามาอีก.. บัดซบที่สุด

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
aon วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha
บล็อคเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวของพี่น้อง OFF&ORN นำเสนอโดย My Duck

เป็นความเห็นที่เป็นมุมมองแยกแยะได้ดีพอควร
แม้จะให้ความรู้สึกที่ดีต่อชนชั้นการเมืองการปกครองน้อยไปหน่อย และเป็นการแสดงความคิดเห็นระบบติ-ชม
ในความเห็นผม ระบบติ-ชม ทำให้คนแตกแยกกัน
คนที่ชอบก็ยินดี คนที่ไม่ชอบก็ไม่ปลื้มพลอยชัง

ชอบอ่านครับ/

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
FlymetoPolaris วันที่ : 28/12/2008 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FlymetoPolaris

คนไทยลืมความจริงแบบง่ายๆ
ไม่นานอาจจะมีอะไรช่วยเตือนความจำ

กระตุ้น ศก.สามแสนล้านมันไม่ใช่น้อย คงต้องคอยดูกันค่ะ
ก็นะ ... รัฐบาลพอกะเทิน

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
indexthai วันที่ : 27/12/2008 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ไม่มีรัฐบาลใด ที่ไม่ได้ยินคำว่า "กระตุ้นเศรษฐกิจ"

ไม่ว่ารัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสุรยุทธ์ รัฐบาลสมัคร ..ที่สภาพคล่องสูง
ถึงรัฐบาลสมชาย ถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ..ที่สภาพคล่องเริ่มมีปัญหา

ดูแล้วเศรษฐกิจไทยน่าจะสูงถึงโลกพระจันทร์.. แล้ว

รัฐบาลที่อ้างว่าเศรษฐกิจดี ..ก็กระตุ้นเศรษฐกิจ
รัฐบาลที่อ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดี ..ก็กระตุ้นเศรษฐกิจ ..เช่นกัน

รัฐบาลสุรยุทธิ์ สุดยอดกว่าใคร ..ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ กระตุ้นเศรษฐกิจ..

ทำอย่างอื่นบ้างเป็นหรือไม่..

แล้วเศรษฐกิจประเทศไทยดีขึ้นจริงหรือไม่

เปรียบเทียบวาจา.. ทักษิณ-อภิสิทธิ์
ทักษิณ "ใครๆก็ว่าเศรษฐกิจจะโต 4-5 เปอร์เซนต์ ผมทำได้ 6 % ดีกว่าคนคาดการณ์ไว้"
อภิศิทธิ์ ..ที่ว่าเศรษฐกิจปีหน้า จะติดลบ 1 บวก 2 % "เราจะพยายามจะให้อยู่ในแดนบวก"

"อภิสิทธิ์"ยันฉีดเงิน3แสนล้าน กระตุ้นศก.
http://www.bangkokbiznews.com/2008/12/27/news_324245.php

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พี่ชายกุ้ง วันที่ : 27/12/2008 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nipat084
อย่าสูญสิ้นความเชื่อในบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้วันนี้คนไทยส่วนใหญ่จะละทิ้งความดี     กเป็นทาสอำนาจเงิน

มาขอบคุณที่แวะไปแสดงความคิดเห็น ที่บล๊อก
โชคดีรับปีฉลูนะครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
NN1234 วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ขอบคุณครับ...ที่ไปแวะชมให้
ยาวๆ อย่างนี้ผมก้อปปี้เก็บไว้อ่าน(คนเดียว) ..เพราะต้องไปพิจารณาข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ไม่ถนัดเซิ้ร์ชหาข้อมูล อ่านตัวเลขแปรค่าความหมายก็ไม่เป็น
ผมเห็นด้วยกับคุณดีก่า ๕๕๕๕ แต่ไม่หมด เห็นด้วยไปหมดมันไม่งาม

ล้อเล่น ครับ ชื่นชมที่เอาข้อเท็จจริง ตัวเลขมาชี้วัด มากกว่าพรรณนาโวหาร จะไปเถียงอะไรได้ นิ
มันก็สอดคล้องกับที่ผมคุยๆที่บ้าน "คนในแผ่นดิน" โครงสร้างเงื่อนไขต่างๆยังไม่เปลี่ยนหรอก เพียงสลับขั้วทางยุทธศาสตร์ก่อน เพื่อก้าวต่อไปให้ได้
........
และสำหรับที่คุณตอบคุณท่าชนะ ผมอ่่่านแล้ว ผมก็คิดคำตอบให้ตัวเองแทนลงไปว่า ก็บอกแล้ว โครงสร้างแบบนี้ใครมาเป็นก็เหมือนกัน ต่างที่ใครอดทนอดกลั้นต่อความยั่วยวนของประโยชน์ส่วนตนเบื้องหน้าได้แค่ไหน ใจหนักแค่ไหน ถ้าทักษิณกลับมาจะเหลืออะไร

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
chronomist วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

ส่งความสุขปีใหม่ด้วยรอยยิ้ม..เทปลับอิรักมอบให้จอร์ชบุ๊ช
http://www.oknation.net/blog/niwedsiam/2008/12/26/entry-2

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
indexthai วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณท่าชนะ..
อ่านดูดี ..ผมไม่ได้ต้องการทักษิณกลับมาเป็นนายก
ผมแซว.. อภิสิทธิ์ เท่านั้น

ลองอ่าน.. "ความจริง ความเท็จ ทักษิณ" จะรู้ว่าผมวิจารณ์ทักษิณอย่างไร
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/12/01/entry-1

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
indexthai วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

แอ๊ด คาราบาว พูด ถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์

"ไม่แน่รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์นี้ ผมว่าน่าจะ"มีม็อบไก่ชนไปเยี่ยมบ้างก็น่าจะดี
จะได้รู้ความแตกต่างจากรัฐบาลทักษิณ
'อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าจะคล้อยตามข้าราชการตามคำร่ำลือหรือเปล่า'
เอาไว้ถ้ามีจะบอกก่อนเนิ่นๆ ครับไม่ต้องตกใจ "
http://www.oknation.net/blog/nity/2008/12/25/entry-3

....'อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าจะคล้อยตามข้าราชการตามคำร่ำลือหรือเปล่า' ....
นั่น.. แสดงว่า แอ๊ด คาราบาว มีความรู้สึกตรงกันกับ indexthai
ว่าอภิสิทธิ์ ใกล้ชิดข้าราชการ
หรือมีข้าราชการเป็นตัวนำ...

อย่างที่ผมว่าไว้ในบทความ...
แท้จริง .."วิสัยทัศน์ปรัชญาการบริหารประเทศ มาจากข้าราชการ"..

กล่าวได้ว่า..
ที่ประเทศชาติ "ล่มจม" ทุกวันนี้ก็เพราะ วิสัยทัศน์ปรัชญาบริหารประเทศจากข้าราชการ..
แล้วทำไมไม่เดินนำหน้าข้าราชการ
หากยังเดินตามก้นข้าราชการ ..แล้วอภิสิทธิ์จะแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างไร

ที่เขียนมาอย่างละเอียด ก็ด้วยห่วงใยประเทศ

ว่า.. จะมีใครมาแก้ปัญหาประเทศได้จริงหรือไม่

อย่างที่เคยบอกว่า.. ใครมา ..รัฐบาลใดมา ..ก็ไม่ต่างกัน ..คล้ายกัน

นี่แหละคือปัญหาใหญ่ของชาติ ..ใครมา ..ก็เหมือนกัน

@@@

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ท่าชนะ วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Karida

แต่สิ่งที่เป็นจริงคือ ประเทศไทยจะเอาคนมีประวัติติดคุกกลับมาเป็นนายกเหลอ คนใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย จะมีคนที่ต้องการทักษิณมากมายถึงขั้นจะให้กลับมาเป็นนายกเหลอ สงสารประเทศไทย ที่คนไทยมีไว้วิจารณ์ผู้อื่นมากมาย แต่กลับไม่วิจารณ์ตนเอง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
indexthai วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 14.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

สงสารประเทศไทย เน๊าะ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มนต์รัตนา วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monruttana


ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ที่ตั้งใจเขียนมาก ๆ
และดิฉันก็ชอบมาก ๆค่ะ

ปีใหม่ขอให้มีความสุขมาก ๆ ( อีกแระ )

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chedtha วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ คุณ indexthai

เป็นบทความวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจที่ยาวที่สุด
ที่ผมเคยอ่านมาในบล๊อกโอเคเนชั่น

เป็นบทความที่มีสาระทางวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง
+1 โหวตให้กับบทความประเทืองปัญญานี้ครับ


วันนี้ หาเวลามาทำบล๊อกที่บ้าน chedtha3
หลังจากท่ีห่างหายจากบล๊อกไปนานเป็นเดือนๆ คิดถึงบล๊อกมากๆเลย
ช่วงนี้เป็นเทศกาลคริสต์มาส มีงานฉลองและสังสรรค์กันทุกวัน
ไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม

Frohe Weihnachten und ein gutes neues Jahr 2009!

สุขสันต์วันคริสต์มาส และ โชคดีปีใหม่นะครับ

ขอเชิญแวะไปชมภาพเทศกาลคริสต์มาสที่เยอรมนีได้ตามลิงค์นี้เลยครับ

http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2008/12/25/entry-1


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

ข้อมูลแน่นเหมือนเดิม ขอบคุณครับ

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Numa วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numa
คนแนวหลังปากร้าย-ใจดี

บทความเขียนได้ซะใจจริงๆ...ท่าน

ดูทีท่าที่แสดงออกต่างๆนาๆของนายกคนใหม่แล้วคงเป็นได้แค่นักการเมืองจริงๆ

เมื่อไรประเทศชาติจะเจอ นักบริหารตัวจริง เสียงจริงสักที

รอมาหลายฝน หลายหนาวแล้ว หรือต้องร้องเพลงรอต่อไปเรื่อยๆ อ่ะพี่น้อง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กบฎทุนิยม วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 19.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bill125

ขอบคุนครับ ข้อมูลเยอะดี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
naropakorn วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naropakorn

ข้อมูลแน่นดี วรรณกรรมยอดเยี่ยม อภิสิทธิ์ควรอ่าน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

Mark-eting กำลังจะเริ่มทำงาน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน