*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531126
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 6446 , 16:00:33 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

30 มกราคม -1 กุมภาพันธ์ 2009

ประชุมเวิลด์ อีโค โนมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส สวิต เซอร์แลนด์ (WEF) ภายใต้หัวข้อ “การปรับเปลี่ยนโลกใหม่หลังยุควิกฤต” โดยมีผู้นำการเมือง นักธุรกิจ และนักวิชาการ จาก 4 ทวีป 96 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมประชุม งานประชุม WEF จึงเป็นการประชุมระดับโลกที่ใหญ่งานหนึ่ง เวลาปาฐกถาผู้นำแต่ละประเทศจึงน้อย

การล่มสลายของทุนนิยม (Capitalism)

ชาร์ต 1 ตลาดหุ้นและค่าเงินรูเบิลของรัสเซีย

นายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

นายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมอย่างเป็นทางการวันแรก ด้วยการเรียกวิกฤตการเงินโลกครั้งนี้ว่าเป็น “พายุที่สมบูรณ์แบบ” หรือ Perfect Storm และเสียดสีสหรัฐอย่างรุนแรงว่า เศรษฐกิจสหรัฐได้ดิ่งลงอย่างหนัก เห็นได้จากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนลงรุนแรง รวมไปถึงผู้ทรงอิทธิพลทางการเงินจำนวนมากต้องประสบกับการขาดทุนไปหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ

“ปีที่แล้วผู้แทนจากสหรัฐได้กล่าวในเวทีนี้ และย้ำว่า รากฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังมั่นคง อยู่เลย แต่มาในวันนี้บรรดาวาณิชธนกิจหลายแห่ง ซึ่งสหรัฐอ้างว่าเป็นความภาคภูมิใจของวอลสตรีต ต่างพากันล่มหายไปแล้ว” ปูติน กล่าว

ปี 2000 - 2007 ตลาดหุ้นขึ้นถูกลากขึ้นแรง สูงถึง 1,937 เปอร์เซนต์
ปี 2008 ตลาดหุ้นถูกถลุ่มทุบลงมาแล้วถึง 80 เปอร์เซนต์
ตั้งแต่ต้นปี 2008 ค่าเงิน Rouble ตกไปแล้ว 36 เปอร์เซนต์

ชาร์ต 2 ตลาดหุ้นและค่าเงินหยวนของจีน

นายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีของจีน

ทางด้าน นายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีของจีน ได้กล่าวว่า สหรัฐคือต้นแบบแห่งความไร้เสถียรภาพ ที่ดำเนินนโนยายเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่เหมาะสม ไม่มีการออม และเน้นไปที่การใช้จ่าย รวมไปถึงแสวงหาผลกำไรอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตลอดจนยังล้มเหลวในการกำกับดูแล ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้สหรัฐต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ

ปี 2005 - 2007 ตลาดหุ้นจีนถูกลากขึ้นแรง สูงถึง 502 เปอร์เซนต์
ปี 2008 ตลาดหุ้นถูกถลุ่มทุบลงมาแล้วถึง 72 เปอร์เซนต์
ตั้งแต่กลางปี 2008 ค่าเงิน Yuan หยุดการแข็งค่า และเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับนี้มาจนถึงช่วงที่นำเสนอบทความนี้ แม้ปี 2008 ทุนสำรองของจีนจะเพิ่มขึ้น 5 แสนล้านเหรียญก็ตาม แต่ดูว่าเงินหยวนจีนมีแนวโน้มอ่อนค่าลง

หมายเหตุ การที่ตลาดหุ้น และเงินหยวนของจีน ขึ้นและตก เวลาไม่ตรงกับของประเทศอื่น เนื่องจากมีความพยายามที่จะรักษาค่าเงินหยวนไว้คงที่ Yuan ถูกไล่ซื้อจนไม่สามารถรักษาค่าเดิมไว้ได้ จนเริ่มแข็งค่าขึ้นเมื่อกลางปี 2005 ตลาดหุ้นจีนจึงถูกลากขึ้นมาในกลางปี 2005 นั่นเอง

ชาร์ต 3 ตลาดหุ้นและค่าเงินรูปีของอินเดีย

นายคามาล นาธ รัฐมนตรีการค้าของอินเดีย

นายคามาล นาธ รัฐมนตรีการค้าของอินเดีย ได้เตือนว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกอาจเป็นสาเหตุให้ทั่วโลกหันมากีดกันการค้า เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมและแรงงานภายในกันมากขึ้น และอินเดียก็พร้อมที่จะตอบโต้ทันทีด้วยมาตรการของตัวเอง หากผู้ส่งออกของอินเดียได้รับผลกระทบจากการกีดกันทางการค้านี้

“พวกเราเกรงว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น เพราะเป็นที่เข้าใจกันว่า หัวใจของโลกาภิวัตน์ขึ้นอยู่กับการแข่งขันของโลก หากรัฐบาลแต่ละประเทศ ต่างปกป้องการผลิตของตัวเอง ก็จะทำให้เกิดการค้าที่ไม่เป็นธรรม” นายนาธ กล่าว

ปี 2001 - 2007 ตลาดหุ้นอินเดียขึ้นถูกลากขึ้นแรง สูงถึง 419 เปอร์เซนต์
ปี 2008 ตลาดหุ้นถูกถลุ่มทุบลงมาแล้วถึง 61 เปอร์เซนต์
ตั้งแต่ต้นปี 2008 ค่าเงิน Rupee ตกไปแล้ว
25 เปอร์เซนต์

ผู้นำตุรกีกล่าวหา ปธน.อิสราเอล "คุณฆ่าประชาชน" ก่อนบอก จะบอยคอตเวทีเวิล์ด อีโคโนมิก ฟอรัม นายอภิสิทธิ์เวชาชีวะ นายกรัฐรัฐมนตรีประเทศไทย นำเสนอให้ทุกประเทศร่วมกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกด้วยการลดมาตรการกีดกันทางการค้า ประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องให้เงินช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ก็ได้แต่พูด ไม่ดูข้อเท็จจริง ดูแล้วไม่ว่าประเทศที่พัฒนาหรือไม่พัฒนา เศรษฐกิจต่างก็พังทลายลงด้วยกันทั้งหมด ไม่มีใครช่วยใครได้

ช่วงหน้าร้อนปีที่แล้ว การเจรจาลดอุปสรรคทางด้านการค้าในสินค้าเกษตรและ สินค้าอุตสาหกรรมต้องประสบความล้มเหลวลง สหรัฐและอียูต่างโจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นต้นเหตุของความล้มเหลวดังกล่าว พร้อมทั้งได้มีการขัดแย้งกับบรรดา ชาติกำลังพัฒนา อย่างอินเดียและบราซิล เกี่ยวกับการลดเงินอุตหนุนของภาครัฐและด้านภาษีโดยเฉพาะในภาคเกษตร

ความพยายามที่จะเร่งฟื้นฟูการเจรจากรอบการค้าโลกครั้งนี้ ประสบความล้มเหลว เหมือนเดิม

 วิ จ า ร ณ์ . . .  . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .  . . . . . . . . . . . . . . 

การพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ในปี 2000 ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายตามมา

เงินเหรียญสหรัฐไม่ได้รับความเชื่อมั่น ส่งผลให้เงินไหลออกมาท่วมโลก ทำให้สภาพคล่องของโลกระหว่าง ปี 2000 - 2007 ดีมาโดยตลอด เห็นได้จากทุนสำรองฯของประเทศต่างๆ สูงขึ้น ค่าเงินประเทศต่างๆ ตลาดหุ้นประเทศต่างๆ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ล้วนสูงขึ้นทั่วหน้า

"กลไก" การสูงขึ้นและการตกลงของ  ค่าเงิน  ตลาดหุ้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์

1) เมื่อเงินเหรียญสหรัฐมีค่าลดลง ก็คือ ต้องใช้เงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น ในการแลกเงินสกุลอื่น ในการซื้อหุ้นประเทศอื่น และซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหลาย จึงทำให้เห็นว่าเงินสกุลต่างๆ หุ้นประเทศต่างๆ สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ราคาสูงขึ้น

2) ไม่มีตลาดอะไรไม่ถูกปั่น ตอนแรกก็แลกซื้อขายกันตามความเป็นไปตามพื้นฐาน แล้วก็มีการเก็งกำไร แล้วก็มีการสวมรอยปั่นโดยง่าย ราคาเงิน ราคาหุ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ สูงขึ้นอย่างผิดปกติ ราคาเงิน ราคาหุ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2000 และก็ขึ้นไปจนถึงปลายปี 2007 ราคาสูงขึ้นในทิศทางเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน  รวมเวลาที่สูงขึ้นประมาณ 5-6 ปี

3) แล้วก็เริ่มมีการเทขายในปลายปี 2007  ราคาเงินประเทศต่างๆ ราคาหุ้นประเทศต่างๆ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ต่างตกลงพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน (เงินขึ้นก่อนอย่างอื่น และตกทีหลังอย่างอื่น)

ยืนยัน คำอธิบาย นี้ ตาม Chart 4-9
A-B คือช่วงขึ้นของราคา (USD เริ่มอ่อนค่า ไปจนถึงอ่อนค่ามาก) ..โลกผ่านขั้นตอนนี้ไปแล้ว
B-C คือช่วงตกของราคา (USD เริ่มแข็งค่า ไปจนถึงแข็งค่ามาก) ...โลกกำลังอยู่ในขั้นตอนนี้
  
ราคาเป็นไปตามพื้นฐานในช่วงต้น แล้วก็มีการสวมรอยปั่นในตอนจบ

.....................................................................

ค่าเงินของประเทศต่างๆ ตลาดหุ้นประเทศต่างๆ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ สูงขึ้น และตกลง ตามกลไกที่นำเสนอข้างต้น ตามทิศทางเดียวกัน เวลาที่ใกล้เคียงกัน

ชาร์ต 4 ค่าเงินเหรียญสหรัฐ (Euro/USD)

USD: Euro/USD 

ค่าเหรียญสหรัฐ พังทลายตามหลังการพังทลายของตลาดหุ้น Nasdaq (เริ่มปี 2000)
ค่าเงินเหรียญสหรัฐตก หรือคือค่าเงิน Euro แข็งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกัน
การขึ้นลงของ Euro  เป็นไปตามกลไกการนำเสนอในช่วงต้น

ปี 2000 - 2007 ระยะเวลา 7 ปี Euro แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง +93 เปอร์เซนต์
ปี 2008 Euro เริ่มอ่อนค่า -21 เปอร์เซนต์แล้ว

เงินสกุลอื่นๆ นอกจาก Euro แล้ว เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ก็เป็นแบบเดียวกันนี้เป็นส่วนใหญ่

ชาร์ต 5 ดัชนีตลาดหุ้นโลกเฉลี่ย 83 ประเทศ

G83 Index....


G83 Index คือค่าเฉลี่ยดัชนีชี้นำตลาดหุ้น 83 ประเทศ
ตลาดหุ้นประเทศต่างๆสูงขึ้น หลังปี 2000 ถึงต้นปี 2008  ...463 เปอร์เซนต์

จากนั้นมีการเทขายหุ้นทั่วโลกอย่างรุนแรง
ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกขายอย่างมีนัยสำคัญตังแต่ปลายปี 2007 แล้ว
ถึงช่วงที่นำเสนอบทความนี้ G83 Index ตกไปแล้ว 62 เปอร์เซนต์

การขึ้นลงของ G83 Index  เป็นไปตามกลไกการนำเสนอในช่วงต้น

ชาร์ต  6 ราคาทองคำ (USD / Ounce)

GOLD price

การขึ้นลงของราคาทองคำ เป็นไปตามกลไกการนำเสนอในช่วงต้น

เหล็ก แพลตินัม สังกะสี ตะกั่ว ดีบุก ก็สูงขึ้นและตกต่ำในเวลาเดียวกันนี้

ชาร์ต  7 ราคาน้ำมันดิบเบร้นท์ (USD / Barrel)

BRENT price

การขึ้นลงของน้ำมัน เป็นไปตามกลไกการนำเสนอในช่วงต้น

ราคาปิโตรเคมีอื่นๆ ก็ขึ้นและตก ในเวลาเดียวกันนี้

ชาร์ต  8 ราคายางแผ่นดิบรมควัน (Baht / Kg.) ไทย

RUBBER price

ที่มา : ราคายางแผ่นดิบรมควัน ณ.ตลาดกลางยาง อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
http://www.thailandrubber.thaigov.net/menu5.php


ชาร์ต  9 ราคายางแผ่นรมควัน - RSS 3 (Cent / Kg.) สิงค์โปร-โตเกียว

RUBBER price

ที่มา : ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ตลาดสิงค์โปร-โตเกียว
http://www.rubberthai.com/price/graph/02.graph-Feb52.files/frame.htm

การขึ้นลงของราคายาง เป็นไปตามกลไกการนำเสนอในช่วงต้น

ราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง งา มันสัมปะหลัง ราคาก็สูงขึ้นและตกลงด้วยกัน ในเวลาเดียวกันกับราคายางนี้

ปี 2008 ปีที่สินค้าต่างๆ เริ่มตกลง ตามกลไกเดียวกันกับตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน ราคาเงิน เกษตรกรขาดทุนกันทั่วหน้า

ราคาคงตกต่ำไปอีกหลายปี

รัฐบาลนายสมชาย ใส่เงิน 100,000 ล้านบาท พยุงราคาสินค้าเกษตร

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทุ่มเพิ่มเป็น 130,000 ล้านบาท ประกันราคาสินค้าเกษตร

การพังทลายของราคาสินค้าเกษตรก็เป็นไปตามความผิดปกติในระบบเศรษฐกิจโลก  ทำความเสียหายให้กับเกษตรกรทั่วโลก

.....................................................

ตลาดหุ้นคือสิ่งไม่ถูกต้อง คือสิ่งที่เบี่ยงเบน คือสิ่งที่ผิดปกติของโลกทุนนิยม เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว คนที่ดูแลตลาดหุ้นให้ข่าวว่า ได้มีการพัฒนาตลาดหุ้นให้ทันสมัยมากขึ้นทุกปี แต่ไม่ทราบ ยิ่งพัฒนามากเท่าใด ยิ่งทำให้เกิดความเสื่อมมากเท่านั้น ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบระบบมากขึ้น และมีความเป็นอบายมุขที่เข้มข้นขึ้น  

ตลาดหุ้นทำให้เกิดกองทุนต่างๆขึ้นมาลงทุนในตลาดทุน และตลาดเงิน ผู้เขียนขอเรียกคำรวมว่า "World Fund"

ก่อนหน้านี้ตลาดเงิน และตลาดเงินตรา ไม่เคยเบี่ยงเบน

การเกิดขึ้นของ ตลาดหุ้น ส่งผลให้ตลาดเงิน และตลาดเงินตรา เบี่ยงเบนตามมา

ไม่มีตลาดหุ้น ตลาดเงิน และตลาดเงินตราใด ไม่ถูกปั่น อยู่ที่ตลาดหุ้นของประเทศใดเกิดจุดอ่อนใดขึ้นหรือไม่

ในช่วง 80-90 ปีที่ผ่านมา มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนการโจมตี  ตลาดหุ้น ตลาดเงิน และตลาดเงินตราของประเทศต่างๆ มาโดยตลอด ทำให้ทุนสำรองฯของประเทศต่างๆ หมดลง จนกระทั่งต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ หลายประเทศ

ประเทศไทยเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งมีต้นเหตุมาจากการที่ตลาดหุ้นไทยถูกโจมตี(ปั่น)ทั้ง 2 ครั้ง

ชาร์ต 10 การเปลี่ยนแปลงปี 2008 - 2007 ของ 15 ประเทศที่มีทุนสำรองฯสูงสุด

Rank

Country

2008

2007

Change

1

China

2.033

1.534

32.53%

2

Japan

0.945

0.954

-0.94%

3

Russia

0.435

0.476

 -8.61%

4

Taiwan

0.281

0.275

2.18%

5

India

0.274

0.275

-0.36%

6

Korea, South

0.231

0.262

-11.83%

7

Brazil

0.197

0.180

9.44%

8

Singapore

0.170

0.163

4.29%

9

Hong Kong

0.161

0.153

5.23%

10

 Algeria

0.150

0.111

35.14%

11

Germany *

0.136

0.136

na

12

France *

0.116

0.116

na

13

Malaysia

0.104

0.101

3.37%

14

Italy

0.104

0.094

10.64%

15

Thailand

0.101

0.087

15.52%

หน่วย : ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/02/12/entry-1

ปี 2008 ตลาดหุ้นโลกตกตลอดปี มากกว่า 55 เปอร์เซนต์ และยังคงตกต่อเนื่องถึงต้นปี 2009 (ที่กำลังนำเสนอบทความนี้) ..แต่ทุนสำรองของโลกเพิ่มขึ้นกว่า 10 เปอร์เซนต์ (ผิดปกติ)

ปี 2008 ทุนสำรองฯ ของหลายประเทศหดหายไปอย่างรวดเร็ว (ไหลไปอยู่บางประเทศหมด) สภาพคล่องท่วมโลกอย่างรวดเร็ว ปี 2008

จีน รัสเซีย อินเดีย เป็นประเทศที่ มีทุนสำรองฯติดอันดับต้นๆ ทุนสำรองฯของจีนที่มีมากอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้นไปอีก 32.53 เปอร์เซนต์ แต่ของรัสเซีย ลดลงถึง 8.61 เปอร์เซนต์ ส่วนของอินเดียเริ่มจะลดลง  

ทุนสำรองฯ ของประเทศใด ไม่ใช่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ของประเทศนั้น แต่เป็นของที่ World Fund ฝากไว้ ทุนสำรองฯที่มากผิดจริงเท่าใด ก็อันตรายเท่านั้น

ชาร์ต  11 ดัชนีดาวโจนส์ปี 1930s



เศรษฐกิจอเมริกาถดถอยครั้งใหญ่ หลังปี 1929 - 1930 เป็นผลมาจากการโจมตีตลาดหุ้นนิวยอร์ค  นำมาซึ่งการถดถอยเศรษฐกิจโลก

ต้นปี 1930 DJIA index ขึ้นไปสูงสุดประมาณ 300 จุด 
ต้นปี 1932 DJIA Index ตกมาที่ 41 จุด หรือตกลง 86 เปอร์เซนต์ (ช่วงเวลา 2 ปี)   

ปี 2000 World Fund ไม่ได้โจมตี NYSE DJIA แต่เป็นการโจมตีตลาด NASDAQ

ตลาดหุ้นไทยตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1975 หรือเมื่อ 35 ปีมาแล้ว

ตลาดหุ้นโลกในอดีตมีไม่กี่ประเทศ แต่ทุกวันนี้โลกมีตลาดหุ้นมากกว่า 80 ประเทศ

การซื้อขายหุ้นในอดีต ไม่ง่าย คนจะซื้อขายหุ้นต้องเดินทางไปสั่งซื้อขายหุ้นที่ตลาดหุ้น ส่งคำสั่งผ่านให้พนักงานการตลาด ใช้วิธีจับคู่การซื้อขายหุ้นด้วยมือ (เคาะกระดาน)

การซื้อขายหุ้นได้รับการพัฒนาวิธีการซื้อขายให้เจริญก้าวหน้าสูงสุด ซื้อขายผ่าน อินเตอร์เนท โดยคอมพิวเตอร์ (Computrerize Trade) อยู่มุนไหนของโลก ก็สามารถสั่งซื้อสั่งขายหุ้นที่ประเทศใดก็ได้ สามารถทราบผลการซื้อขายได้ด้วยตนเองตลอดเวลา World Fund สามารถซื้อขายหุ้นได้ทุกประเทศ ทั่วโลก

มีการสร้างผลิตภัณฑ์มาทำการซื้อขายแบบง่ายๆ มากขึ้น ไม่ต้องดำนา ไม่ต้องปลูกยาง ไม่ต้องมีเหมืองทอง ไม่ต้องมีบ่อน้ำมัน ก็สามารถมีสินค้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นตราสารอนุพันธ์ (Futures และ Options) ได้

ตลาดขึ้นแล้วมีกำไร (เป็นเรื่องธรรมดา) แต่ตลาดตก ก็สามารถมีกำไรได้อีก (เป็นเรื่องที่ผิดธรรมดา) คนที่มีปัจจัยพร้อมมีแต่มั่งคั่งอย่างเดียว ทำให้ไม่มีทางขาดทุน

World Fund มีข้อมูล มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีเงินมาก ไม่ว่าภาวะตลาดจะดีหรือแย่ เขาก็สามารถทำกำไรได้ทุกสถานะการณ์

แต่นักลงทุนท้องถิ่น ภาคการผลิตจริงท้องถิ่น และภาคบริการท้องถิ่น จะเสียหายกันทั่วหน้า

ความสียของโลกหลังปี 2000 จึงเสียหายมากกว่าความเสียหายหลังปี 1930 อย่างเทียบกันไม่ได้

.............................................................................................................

ระหว่างปี 2000 - 2007 สภาพคล่องโลกดีขึ้น ค่าเงิน ตลาดหุ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดีขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ทั่วโลกมีความสุขกันทั่วหน้า

นายกทักษิณ บอกว่าการมาของรัฐบาลของเขา ทำให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยดีขึ้น หุ้น เงินบาท ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นทั่วหน้า

แต่ปี 2008 สิ่งสวยงามทั้งหลายของโลก กลับพังทลาย หายวับไปกับตา อย่างรวดเร็ว การนำเข้า-ส่งออกลดลงฮวบฮาบ คนตกงานอย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวว่า "เศรษฐกิจสหรัฐได้ดิ่งลงอย่างหนัก เห็นได้จากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนลงรุนแรง" เป็นสุนทรพจน์ที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ได้ ตรงตามที่ผู้เขียนนำเสนอบ่อยครั้ง "การพังทลายของตลาด Nasdaq ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายตามมา"

นายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีของจีน กล่าวว่า "สหรัฐคือต้นแบบแห่งความไร้เสถียรภาพ" แต่เหตุผลสนับสนุน ไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าใดนัก

สหรัฐอเมริกาเป็นหัวกระบวนทุนนิยมที่เบี่ยงเบน หากแก้ปัญหาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ประเทศอื่นๆก็จะต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ก็จะแก้ปัญหาการเบี่ยงเบนทางเศรษฐกิจของทั้งโลกได้

นายคามาล นาธ รัฐมนตรีการค้าของอินเดียว่า "วิกฤตเศรษฐกิจโลกอาจเป็นสาเหตุให้ทั่วโลกหันมากีดกันการค้า" ก็คงจะจริง แต่ต้นเหตุอะไรที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ คือเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะต้องทราบ เมื่อไม่ทราบต้นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติ แล้วจะไปแก้ปัญหาวิกฤติได้อย่างไร

วิกฤติที่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ เป็นไปได้ มนุษย์ฉลาดน้อยลง จึงไม่รู้ต้นเหตุวิกฤติเศรษฐกิจอยู่ตรงไหน

ดูจากข้อมูลตลาดหุ้น ค่าเงิน รวมทั้งทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของ รัสเซีย จีน อินเดีย (และทั้งโลก) แสดงให้ทราบว่า World Fund ได้โจมตี รัสเซีย จีน อินเดีย (และทั้งโลก) เรียบร้อยแล้ว เมื่อปี 2008

รัสเซีย จีน อินเดีย เป็นประเทศที่ยากจนอยู่แล้ว เมื่อมาเจอสิ่งผิดปกติเช่นนี้ ก็จะทุกข์เข็ญหนักลงไปอีก

รัสเซีย เมื่อเป็นประเทศสาธารณะรัฐคอมมูนิสต์ ก็ล่มสลาย และแตกสลายมาครั้งหนึ่งแล้ว กดดันตัวเอง อยากจะเจริญแบบทุนนิยม  แต่เป็นการเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ทุนนิยมที่มีตลาดหุ้น ไม่ได้เจริญจริง เป็นรูปแบบของรวยกระจุก จนกระจาย และทุกวันนี้ทุนนิยมที่มีตลาดหุ้นอยู่ในระบบ ก็ล่มสลายทั้งโลกแล้ว

World Fund ตั้งใจโจมตีรัสเซียโดยตรง

ดูแล้ว เหลือเชื่อได้.. ช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา เอาตลาดหุ้นรัสเซียขึ้นมาเกือบ 2,000  เปอร์เซนต์

และปี 2008 ก็ได้ทำการทุบตลาดหุ้นลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง ตกไปแล้วถึง 80 เปอร์เซนต์

รูปแบบเช่นนี้ บอกให้ทราบว่านักลงทุนท้องถิ่นรัสเซียหมดตัวกันทั่วหน้า สภาพคล่องเสียหาย ค่าเงินตกต่ำไม่ได้รับความเชื่อมั่น ภาคการผลิตจริงและภาคการเงินจะต้องล่มสลายตามมา แน่นอน

ด้วยความผิดปกติของโลกทุนนิยม ทุนสำรองฯที่มาก ไม่ได้เป็นตัววัดความมั่งคั่งของประเทศใด เนื่องจากทุนสำรองฯของประเทศใด หาใช่ทรัพย์สินของประเทศนั้นแต่อย่างใดไม่ มันเป็นของบรรดา World Fund ฝากไว้ เขาอาจจะนำมาใส่เพิ่มและถอนออกเมื่อใดก็ได้ ปี 2008 มี 4 ประเทศที่ทุนสำรองฯถูกถอนจนเกลี้ยง จนต้องเข้าขอความช่วยเหลือไอเอ็มเอฟ ได้แก่ ฮังการี ยูเครน ปากีสถาน และ ไอซ์แลนด์

ช่วงนี้ตลาดหุ้นยุโรปตกแรงที่สุดในโลก คนผูกคอตายที่สะพานพระราม 8 กระทั่งคอขาด เหลือแต่ศรีษะห้อยต่องแต่ง เป็นชาวอิตาลี คนโดดตึกฆ่าตัวตายที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นคนไอซ์แลนด์ เชื่อว่าฆ่าตัวตายเนื่องจากหมดตัวจากตลาดหุ้น จะมีคนฆ่าตัวตายเช่นนี้ทั่วโลก เพียงแต่เราไม่ทราบ หรือไม่เป็นข่าวเท่านั้น

ตลาดหุ้นไอซ์แลนด์ตกแรงเป็นประวัติการณ์โลก ตกไปแล้ว 97 เปอร์เซนต์ ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ และได้ผู้หญิงมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ประเทศไทยปี 2538 - 2541 (1995-1998) คนไทยฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก เพียงแต่สื่อช่วยกันปิดข่าว โดยอ้างว่าจะทำให้ตลาดหุ้นไม่ได้รับความเชื่อมั่น ทำให้ตลาดหุ้นไทยเสียชื่อเสียง  

เศรษฐกิจโลกเบี่ยงเบนสุดกู่ ทุนนิยม (Capitalism) ล่มสลายไปแล้ว โดยมีกลุ่มกองทุนนิยม (Fundism) ผงาดขึ้นมาแทน

การพังทลายของตลาดหุ้นและค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 กว่าจะเห็นการพังทลายของอเมริกาอย่างจริงจัง ก็เมื่อเวลาผ่านไป 6-7 ปีแล้ว

การพังทลายของโลก เพิ่งเริ่มต้นในปี 2008 เท่านั้น

รอดูต่อไปก็แล้วกัน

6-7 ปี

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท

ภาพบุคคล  และวัวโลหะตาย ไม่ได้มาจากสถานที่เกิดเหตุการณ์ใน entry

..................................................................

(ติดตาม ..ตอนต่อไป.. "14th อาเซียนซัมมิต ..นำพาเศรษฐกิจอาเซียนล้มเหลวต่ออีก")

Link : ที่เกี่ยวข้อง
http://www.posttoday.com/international.php?id=30331

http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/02/02/entry-5

@@@



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
soultraveller วันที่ : 23/04/2011 เวลา : 04.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
Vacation Rentals by Owner

เก็บเกี่ยวความรู้ครับ

http://www.shoppinggem.com/

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
ลีลาวดี2508 วันที่ : 20/04/2009 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lelawadee
ศิลปะคู่ไทย เทิดไท้องค์ราชันย์

พี่ฮะ..น้องฮะ..ข้อมูลน่ามึนจังเลย...เฮ้อ..สมแล้วที่ตกคณิตศาสตร์

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 22/03/2009 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

กลับมาอีกรอบ พยายามจะอ่านให้จบ แต่ก็ยังไม่สามารถ

ไว้ค่อยๆมาอ่านวันละนิดนะคะ แฮ่

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
วิถีหนุ่ม วันที่ : 21/03/2009 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vtt

ขอขอบคุณมากนะครับ ที่ช่วยวางลิ้งค์ แปลไทยเป็นอังกฤษให้ ซึ้งใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
เหมินท์ วันที่ : 20/03/2009 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

ขอบคุณอาจารย์ครับ ที่สละเวลามาตอบเม้นท์ของผม

ตามอ่านมา 3 วันเต็ม ๆ แทบทุก เอนทรี่

ขอคารวะ ท่านอาจารย์จริง ๆ ครับ

ทุกเอนทรี่ เจาะลึกไปถึงต้นเหตุที่แท้จริง ของแท้

ไม่ใช่มานั่งเทียนคิดว่า เป็น Conspiracy Theory ของพวกกลุ่มคนลึกลับ Iluminati หรือ CFR ในการจัดการโลกให้เป็น New World Order

แต่เป็นเพราะต้องการผลตอบแทนจากเงิน ที่ต้องได้สูงสุดและต้องเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ

พวก World Fund คงคิดอย่างเดียวคือ มีเงิน ๆ ๆ ๆ เท่านั้นถึงจะเป็นเจ้าของโลกตัวจริง

ใน กลุ่ม World Fund เองก็มีการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นกัน
หากดูจากวิกฤตรอบนี้ ก็มี World Fund หลายกลุ่มล่มสลายไป
ในขณะที่ World Fund ตัวพ่อ ก็ยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ
จนสามารถใช้เงินซื้อทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งระบบต่าง ๆ ของโลก เพื่อเป็นประโยชน์แก่การทำเงินของตนเอง

อยากรู้จริง ๆ เมื่อเงินส่วนใหญ่ในโลกมาอยู่ในกระเป๋าตัวเองแล้ว World Fund จะทำอะไรต่อไป

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
indexthai วันที่ : 20/03/2009 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณเหมินท์
http://www.oknation.net/blog/hemint

เป็น comment ที่ดี

การเสียหายของ Nasdaq กระทบไปทั้งทุกส่วน รวมทั้ง NYSE DJIA

เริ่มเสียหายตั้งแต่ปี 2000
1) ตลาดหุ้นอเมริกา เสียหายมาเป็นเวลา 8-9 ปีแล้ว
2) สภาพคล่องเสียหาย เป็นเวลา 8-9 ปีแล้ว (มาแสดงอาการรุนแรงในปีท้ายๆ)
3) เงินเหรียญสหรัฐเสียหายมา เป็นเวลา 8-9 ปีแล้ว เช่นกัน
อเมริกาก็สู้กับสภาพคล่องเต็มที่นะครับ ..CDO ..แต่ก็พ่ายแพ้
เหมือนที่ประเทศไทยใช้ .."กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ" มาสู้สภาพคล่อง ..พ่ายแพ้ก่อนหน้า

การพ่ายแพ้
ทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าปกติ

เศรษฐกิจอเมริกา...
เสียหายมาเป็นเวลานานแล้ว
ลองนึกถึงไฟไหม้ป่า ไหม้จนไม่เหลือหลอ ..เหลือแต่ตอ
ไม่มีอะไรจะไหม้แล้ว
จะมีหญ้า วัชพืช ต้นไม้ผลิ ..เริ่มผลิใบออกมาใหม่

เศรษฐกิจโลก (นอกเมริกา) .....
เพิ่งเริ่มไหม้ในปี 2008
ก็คงใช้เวลาไหม้ต่อเนื่องไปอีก 3-5 (6-7) ปี
หากจะมีการ rebound ก่อน 3-5 ปี ..ก็เป็นเพียง technical rebound ระยะสั้น

คนทั่วไป ปัญญาเศรษฐกิจ คิดถึงแต่ปัจจัยพื้นฐาน
แท้จริง.. ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นไปตามปัจจัยทางเทคนิค และการปั่น อยู่ด้วย
และเรื่องนี้มีขาใหญ่ อย่าง World Fund ที่ฝีมือยอดเยี่ยม กำกับดูแลอยู่

อเมริกาจะฟื้นตัวทางเทคนิคก่อน แล้วจะฟื้นตัวทางพื้นฐานตามมา (แล้วก็จะพังอีก)

นอกอเมริกา จะเสียหายทางเทคนิคก่อน แล้วจะเสียหายทางพื้้นฐานตามมา (แล้วก็จะฟื้นอีก)

ก็ดูเหมือนเงินจะเริ่มกลับอเมริกา
จะเห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐ ได้แข็งค่า
ค่าเงินเหรียญสหรัฐ แข็งขึ้น 27% เมื่อเทียบกับเงิน Euro
(ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2008)

การปั่นมีทุกวันครับ

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
เหมินท์ วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

ตอนนี้ ตลาดหุ้น Dow jone ก็กำลังล่มสลาย ดังนั้นหากเป็นไปตามกลไกที่อาจารย์บอกไว้ว่าถ้าตลาดหุ้นตกรุนแรงจากเกิดปรากฏการณ์ 6 ข้อ คือ
1. ตลาดเงินตึงตัว 2. ค่าเงินไร้เสถียรภาพ 3....- 6...
ค่าเงินของอเมริกาก็น่าจะตกต่อไป และย่อมเป็นผลให้เศรษกิจอเมริกาในภาค real sector เสียหายหนักขึ้นไปอีกสิครับ เนื่องจากความเสียหายใน Dowjone คราวนี้มีมูลค่าสูงกว่าคราวที่ Nasdaq เสียหายมากกว่าอีกหลายเท่า
แต่ทำไมอาจารย์มองว่า ค่าเงิน US มีโอกาสขึ้น อเมริกามีโอกาสฟื้น แต่ ทั่วโลกฟุบ ในอีก 6 - 7 ปีข้างหน้า หรือว่า World fund ขนเงินกลับไป อเมริกาเพื่อปั่นรอบใหม่อีกครั้งก่อนที่ real sector ในอเมริกาจะล่มสลายจริงใหญ่กว่าเดิมในอีก 6 - 7 ข้างหน้าครับ
สงสัยนิดหน่อยครับ

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
มะยง วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paphat
นานนานมาที ตามเรื่องตามราว

สวัสดึค่ะคุณ indexthai

ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยือน

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
หมาป่าใต้แสงจันทร์ วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonlightwolf
ประชาธิไตยคือการที่ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่      - พุทธทาสภิกขุ -

ตามไปอ่านลิงค์ที่เม้นมาในบล็อกผมแล้วครับ
ได้ประโยชน์มากครับ
อ่านตั้งนานกว่าจะเข้าใจ 5555
แต่ชอบนะครับที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน
ซึ่งผมทำไม่เป็น 55
อยากให้บล็อกหน้าลองเสนอทางแก้ปัญหาทุนนิยมลล่มสลายนะครับ
หรือเคยเขียนแล้วช่วยลงลิงค์ด้วยนะครับ
อยากรู้ความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
indexthai วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ความคิดเห็นที่ 50 chronomist
http://www.oknation.net/blog/prompzy/2009/03/17/entry-1
ไม่ตรงใช่ไหมครับ ..ลบเลยครับ ..ในไทยรัฐ.. ก็เห็นหน้าไม่ชัด

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
cozy วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

โลกเดียว ตลาดเดียว - เป็นการจัดการที่ล้มเหลวมานานแล้วครับ เพิ่งมาแสดงออกเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
chronomist วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

มาบ้านนี้เพิ่มพูนความรู้อีกเยอะ

ผมจะขออนุญาตคุณ indexthai ลบรูปที่คุณโพสต์ไว้ที่บ้านผม
ได้ไหมครับ รูปกับชื่อน่าจะไม่ตรงกัน
http://www.oknation.net/blog/prompzy/2009/03/17/entry-1

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 08.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

เอาบุญมาฝากแล้วนะครับผม..
ขอให้มีความสุขนะครับทุกเวลา..

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 16/03/2009 เวลา : 14.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

โอยปวดหัว ยังไม่อ่านละกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
Cat@ วันที่ : 16/03/2009 เวลา : 03.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


..

ชวนไปเทียวบล็อกแม่แคทค่ะ
ลงเรืองไทจี่

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
KniGhtzZ วันที่ : 15/03/2009 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/KniGhtzZ
คนดีย่อมนำสิ่งดีออกจากขุนทรัพย์ที่ดีของตน ส่วนคนเลวย่อมนำสิ่งเลวออกจากขุนทรัพย์ที่เลวของตน มธ. 12:35

พี่..พี่.. แวะไปดูกระทู้นี้หน่อยจิ...
http://www.oknation.net/blog/kengrimsay/2009/03/15/entry-1
ให้ความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์เค้าหน่อยจิ แบบว่า เค้ารู้น้อย แต่พูดมากอะ พี่

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
วิตามินบี วันที่ : 13/03/2009 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ได้ข้อมูลทั้งจากเอนทรี่
และในคอมเมนท์เพียบเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
indexthai วันที่ : 13/03/2009 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

อนุโทนา สาธุ กับจ่าจินต์ ที่ไปทำบุญบุรีรัมย์ ผมก็คนริมฝั่งแม่น้ำมูน

ฝากสวัสดี ชาว blogger บุรีรัมย์ ด้วย

จะคอยดูภาพที่ไปทำบุญครับ..

@@@

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 13/03/2009 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

มาชวนไปทำบุญที่บุรีรัมย์...วันนี้สี่ทุ่มครับที่หมอชิตเจอกัน..

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
ITPro วันที่ : 13/03/2009 เวลา : 07.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/itpro


อรุณสวัสดิ์ครับ

ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเศรษฐกิจหรือทุนนิยมมากนัก โดยเฉพาะค่าการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิง..คืออะไร (อยากขอเสนอว่าให้เรียกค่่าขูดเลือดน่าจะเหมาะและตรงไปตรงมามากกว่าครับ) แล้วทำไมไม่มีค่าการตลาดของข้าว น้ำมันสัมปะหลัง ยางพารา และฯลฯ ...ตั้งใจมาสวัสดีอย่างเดียว ดันเพ้อเจ้อซะยาวเลย..ยังไงก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
indexthai วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


phecon ..สมิหลาพลัดถิ่น
................................................
a) ตามกรอบแนวคิดการสร้างเงินโดยระบบธนาคาร ยกตัวอย่างของไทย...
ด้วยฐานเงินประมาณ 9 แสนล้านบาท กลับสร้างปริมาณเงินได้มากกว่า 9 ล้านล้านบาท
นั่น...หมายความว่าด้วยเงินต้นที่ 9 แสนล้านบาท หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไป 10 รอบ ...
ทำให้พอกพูนเพิ่มขึ้นมาเป็น 9 ล้านล้านบาท (โดยประมาณ)

b) ผมจึงตั้งแง่เอาว่า...
ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมทางการเงินที่ออกใหม่อย่างมากมาย
โดยมีผู้เล่นร่วมวงปั่น ...จนสร้างให้เกิดปริมาณเงินเทียมขึ้นใน

ระบบสถาบันการเงิน ...หลั่งไหลเข้าสู่ภาคการผลิตสินค้าและบริการ ...
หมุนให้การค้าระหว่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็วและมหาศาล ..
ผลักดันให้ทุนสำรอง ..ระหว่างประเทศเร่งตัวเพิ่มสูงขึ้นกันถ้วนหน้า ...

c) แต่... เมื่อภาคการเงินที่ถูกปั่นขึ้นมาล้มครืนลง ...
ธนาคารกลางประเทศต่างๆ กลับยังส่งเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ...
เพื่อรักษาระดับสภาพคล่อง ...สภาพคล่องที่ไม่

มีอยู่จริง ...(แต่ใช้เงินจริงๆ เข้าดำเนินการ)
สุดท้ายปริมาณเงินเทียมที่ถูกปั่นขึ้นมานั้น ...ก็ยังคงอยู่และ ...
เงินทุนสำรองก็ยังไม่หดหายลง

(ผิดถูกอย่างไรแลกเปลี่ยนกันคับ)

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
a) การหมุนเงิน 9 แสนล้านบาท

มีธุรกรรมอะไรบ้างที่หมุนเงิน 10 รอบใน 1 ปี
1) แม่ค้าขายผักสด อาจจะหมุนเงินจำนวนเดิม 365 วัน หรือ 365 รอบใน 1 ปี
2) แม่ค้าขายของแห้ง อาจจะหมุนเงิน 12 รอบใน 1 ปี
3) เกษตรกรปลูกผัก หมุนเงิน 4-6 รอบใน 1 ปี
4) คนดำนา หมุนเงิน 2 รอบต่อปี
ฯลฯ

เงิน 9 แสนล้านบาท หมุน 10 รอบ
หมุนเงิน 10 รอบจริง..
แต่เงินไม่ได้เพิ่มมาเป็น 9 ล้านล้านบาท
(ซึ่งแสดงว่ามีเงินเพิ่ม 900 เปอร์เซนต์ ใน 1 ปี)

สมมุติ ว่าหมุนเงินแต่ละรอบ กำไรรอบละ 10 เปอร์เซนต์ (ไม่ขาดทุนเลย)
เงิน 9 แสนล้าน ก็จะเพิ่มมาประมาณ 2.3 ล้านล้าน (ไม่ใช่ 9 ล้านล้านบาท)
มีเงินเพิ่ม 156 เปอร์เซนต์เท่านั้น

.........................................

b) และ c) ปัญหาทำนองนี้ ผมเคยตอบไว้แล้วใน .........."คห.26" ..นี้
คือเราต้องแยกคำนวณ
ธุรกรรมตามปกติธรรมดา หรือธุรกรรมจริง (real sectors)
เงินทุนธุรกรรมในส่วนนี้่น้อย 20-25 เปอร์เซนต์
""แต่คนพูดถึงส่วนนี้กันเยอะมาก""

กับธุรกรรมที่ไม่ปกติธรรมดา (non real sectors)
ลองอ่านดู.. ไม่ทราบจะทำความเข้าใจได้แค่ไหน
เงินทุนเกิดจากส่วนสูงมาก ประมาณ 75 - 80 เปอร์เซนต์
คนไม่พูดถึงส่วนนี้กันเลย ..(ทั้งๆที่ปริมาณเงินทุนสูงมาก)

ปัญหาเกิดจาก "ธุรกรรมที่ไม่ปกติธรรมดา" ส่งผลกระทบ "ธุรกรรมตามปกติธรรมดา"
เช่น ..ความเป็นไปของสภาพคล่อง

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

จีนเป็นอย่างไร เก่งแค่ไหน ลองอ่านที่นี่
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/02/23/entry-1
จีนพ่ายแพ้ไปแล้ว เมื่อกลางปี 2005

World Fund คือกลุ่มที่ control เศรษฐกิจโลก
ผมว่าเขาควบคุมได้หมดแล้ว ..ทั้งสหรัฐ รัฐเซีย จีน อินเดีย และทั่วโลก
สหรัฐยังถูกถล่มมาแล้ว
ประเทศอื่นๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ทุกประเทศ ประสบปัญหา แบบเดียวกันทั่วโลก
ลองดูความเสียหายของประเทศไทย เกิดจากอะไร ?
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/01/29/entry-1

@@@

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
phecon วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phecon
สมิหลาพลัดถิ่น

ตามกรอบแนวคิดการสร้างเงินโดยระบบธนาคาร
ยกตัวอย่างของไทย...ด้วยฐานเงินประมาณ 9 แสนล้านบาท กลับสร้างปริมาณเงินได้มากกว่า 9 ล้านล้านบาท
นั่น...หมายความว่าด้วยเงินต้นที่ 9 แสนล้านบาท หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไป 10 รอบ ...ทำให้พอกพูนเพิ่มขึ้นมาเป็น 9 ล้านล้านบาท (โดยประมาณ)
ผมจึงตั้งแง่เอาว่า...ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมทางการเงินที่ออกใหม่อย่างมากมาย โดยมีผู้เล่นร่วมวงปั่น ...จนสร้างให้เกิดปริมาณเงินเทียมขึ้นในระบบสถาบันการเงิน ...หลั่งไหลเข้าสู่ภาคการผลิตสินค้าและบริการ ...หมุนให้การค้าระหว่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็วและมหาศาล ...ผลักดันให้ทุนสำรองระหว่างประเทศเร่งตัวเพิ่มสูงขึ้นกันถ้วนหน้า ...
แต่... เมื่อภาคการเงินที่ถูกปั่นขึ้นมาล้มครืนลง ...ธนาคารกลางประเทศต่างๆ กลับยังส่งเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ...เพื่อรักษาระดับสภาพคล่อง ...สภาพคล่องที่ไม่มีอยู่จริง ...(แต่ใช้เงินจริงๆ เข้าดำเนินการ)
สุดท้ายปริมาณเงินเทียมที่ถูกปั่นขึ้นมานั้น ...ก็ยังคงอยู่
และ ...เงินทุนสำรองก็ยังไม่หดหายลง
(ผิดถูกอย่างไรแลกเปลี่ยนกันคับ)

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
indexthai วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณ phecon, สมิหลาพลัดถิ่น

"มันเป็นเพราะมีการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินในเชิงปริมาณ"
ผมไม่เข้าใจหรอก ว่ามันเป็นนโยบาย แบบไหนอย่างไร

ผมอธิบายตามกลไกที่ผมเข้าใจได้ดังนี้...

"ชาร์ต 5 ดัชนีตลาดหุ้นโลกเฉลี่ย 83 ประเทศ"
แสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นโลกปี 2008 ..ตกทั้งปี ..

ข้อมูล ทุนสำรองฯ 155 ประเทศ ปี 1008 ..นำเสนอไว้ที่นี่
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/02/12/entry-1
แสดงให้เห็นว่าทุนสำรองฯ โลกเพิ่ม 7.33 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ปี 2008 เช่นเดียวกัน)
และที่ประเทศจีนประเทศเดียว เพิ่ม 5.00 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

หุ้นโลกตก ทุนสำรองฯโลก ควรจะเสียหายตามตลาดหุ้น ..
หรือหากจะเพิ่ม.. ก็ไม่น่าจะเพิ่มมากมายเช่นนี้...
หุ้นโลกตก แต่ปรากฎว่า ..ทุนสำรองฯ โลกเพิ่มขึ้น ..(เพิ่มมากด้วย)

เป็นเรื่องเบี่ยงเบน ..เป็นเรื่องผิดปกติ...

..ทุกท่านสามารถเข้าใจได้ ...จากหลายบทความที่ผมนำเสนอ
ทำไมทุนสำรองฯ ของจีน จึงเพิ่มสูงมาก
หากไม่เข้าใจ ..ไว้วันหลังมีเวลา ..จะอธิบายเรื่องนี้.. โดยเฉพาะ

ทุนสำรองฯ เพิ่มมากมาย ..ดอกเบี้ยต่ำลง โลกน่าจะมีความสุข
แต่พบ.. บ่นเดือดร้อนกันทุกประเทศทั่วโลก
รวมทั้งประเทศจีน...
(นำเข้า-ส่งออก ลด คนตกงาน)

ทุนสำรองฯ โลกเพิ่ม 7.33 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ไม่ใช่สมบัติของประเทศใด

แล้ว..มันเป็นของใคร
มันเป็นของ World Fund ...
เขาขอฝากไว้.. ตามธนาคารกลางประเทศต่างๆ

เขาสามารถเอามาเพิ่ม และถอนออกเมื่อใดก็ได้...
เขาอาจจะถอนจนหมดได้ ..
ประเทศไหนถูกถอนหมด ..ก็ต้องวิ่งเข้าพึ่ง ..IMF

@@@

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
phecon วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phecon
สมิหลาพลัดถิ่น

ขอแชร์ความเห็นหน่อย...
ที่ว่าทุนสำรองเพิ่มขึ้น 10% แม้หุ้นตกกว่า 50%
มันเป็นเพราะมีการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินในเชิงปริมาณ
ใช่หรือป่าวคับ
(ข้อมูลเยอะดีจัง) +1

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
Je@b วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

จะแย่ต่อเนื่องไปอีก 6 - 7 ปีเลยเหรอคะ ...

เห็นกราฟแล้วหดหู่เนอะ หัวทิ่ม ๆ ทั้งนั้นเลย

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

ทำไมน้องควายตัวนั้น ไปนอนอยู่ที่สวิสได้ละเจ้า
น่าสงสารเนอะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
indexthai วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


น้องแทว
............................

คุณฉันท์ชนก (ชื่อไพเราะดี)

7-8 ปีที่ผ่านมา ..ประเทศรัสเชีย ถูกโจมตี โดย World Fund ครับ
ดูจากกราฟ (ชาร์ตที่ 1) ประเทศรัสเซียพ่ายแพ้ย่อยยับเลยทีเดียว
ถูก World Fund ยึด ..โดยเบ็ดเสร็จแล้ว...

คนรัสเซียน่าเวทนา น่าสงสาร มาก

เมื่อเป็นคอมมูนิสต์ ..ก็ล่มสลายมารอบหนึ่งแล้ว
พบว่ามีผู้หญิงรัสเซีย มาขายตัวที่พัทยา

เมื่อคิดมาเป็นทุนนิยม ..ก็ต้องมาล่มสลายอีกรอบ
ไม่มีใครทราบ ..ว่ารัสเซีย ทุกข์เข็ญ มากกว่าเดิม
เพราะไม่เข้าใจความผิดปกติของกลไกตลาด ที่มีตลาดหุ้นอยู่ในระบบ

"รัสเซียศึกษา" ของคุณฉันท์ชนก.. ต้องเพิ่มเรื่องศก.ในแนวของผมเข้าไปด้วย
จะทำให้วิทยานิพนธ์ ของคุณฉันท์ชนก สมบูรณ์ที่สุดในโลก

วิสัยทัศน์-ปรัชญา เช่นนี้.. หาที่ไหนไม่ได้ ..มีที่ OKNation ที่เดียว "indexthai"

หากวิทยานิพนธ์ของคุณฉันท์ชนกไปถึงปูตินได้ก็ดี.. จะได้บอกวิธีแก้ปัญหาไปด้วย

@@@

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ฉันท์ชนก วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/juab77
oe!l

ข้อมูลคุณดีมากเลยครับ
คือผมเรียนรัสเซียศึกษา
ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ แนวๆ ตลาดหุ้น หรือ อะไรขนาดนี้
ขอบคุณมากครับไว้ มีอะไรจะถามไปนะครับ
แต่ผมเชื่อว่าสักวัน กรรม ที่มันโจมตี ประเทศโน้นประเทศนี้จะได้รับกรรมด้วยตัวของมันเอง

เพราะบ้านผมก็ล้มละลาย ตอน วิกกฤษคราวก่อน
แต่คนบางกลุ่มกลับเป็นเศรษฐีในช่วงเวลาไม่กี่เดือน

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 05.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สำบายดีเจ้า


แวะมาเก็บความรู้เจ้า
คุณindexthai เขียนอ่านเข้าใจง่ายดีเจ้า
ไม่ต้องตีลังกาอ่าน

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
indexthai วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 03.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


maimicky (ต่อ)

ต้นเหตุวิกฤติประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อปี 2537
คนทั่วไปพูดกันว่า ..วิกฤติประเทศไทยเกิดขึ้นในปี 2540 (ปีที่มีการลอยค่าเงินบาท)

ต้นเหตุวิกฤติประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นเมื่อปี 2000
คนทั่วไปพูดกันว่า ..วิกฤติประเทศสหรัฐอเมริกาเกิดวิกฤติในปี 2008 (ปีที่มีการล้มลงของสถาบันการเงิน)

เรื่องเช่นนี้ หาใช่ว่าผมจะนำเสนอตอนนี้

ดู 2 Entries นี้ ...

ผมนำเสนอเรื่องนี้มาเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

1) สองรูปแบบการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกา
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/11/25/entry-1

2) สหรัฐอเมริกาสมาชิกประเทศยากจนใหม่
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/11/25/entry-2

มีบางคนหาว่าผมขี้แย.. มีแต่รูปคนร้องไห้ มีแต่รูปเหงา

แท้จริง..

ผมเห็นต้นเหตุความเดือดร้อนของประชากรโลก ที่ทารุณ

และรู้ว่าต้นเหตุมาจากที่ใด ..ที่พยายามบอก ..แต่ไม่มีใครสนใจ

@@@

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 10/03/2009 เวลา : 18.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ทุนนิยมล่มสลาย รัฐสวัสดิการเข้ามาอุ้มชูประชาชน

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 10/03/2009 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เห็นด้วยกับคุณ indexthai ในคห.26 ว่า ธุรกิจทางอ้อม(ทางการเงิน) เช่นพันธบัตร หุ้น commodities ส่วนที่เป็นการซื้อขายล่วงหน้า ใหญ่กว่าธุรกิจการผลิตมากมาย เพราะเล่นกันได้ไม่จำกัด โดยอาจไม่ต้องส่งมอบจริง จึงตรงกับที่จั่วหัวไว้ ว่า การประชุมที่ดาวอสไม่ได้พูดถึง
เพียงแต่เห็นยอดขาดดุลการค้าของเมกา เดือนละหกหมื่นกว่าล้านเหรียญ ราวครึ่งนึงคือสามหมื่นล้านเหรียญ ต่อจีน ต่อเดือน ก็พออธิบายเงินทุนสำรองดอลล่าร์ของจีน ที่เพิ่มขึ้นปีละสี่ห้าแสนล้านเหรียญ ในสองปีล่าสุด 2007-8
ในคห.29 ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตว่า ขายเป็นดอลล่าร์หรือบาท ตอนลดค่าเงินบาทปี40 เพื่อนที่ทำรองเท้าส่งนอก พลิกกลับมารวยอย่างมหาศาล จากที่เคยเป็นหนี้ท่วมหัว เพราะเขาขายเป็นดอลล่าร์ และไม่ยอมให้ฝรั่งหักคอเรื่องราคา จากต้นทุนที่เป็นเงินบาท
ภาคการผลิตของเมกา ถอยหลังมาสามสิบปีแล้ว ตั้งแต่ยุค80ที่รถฮอนด้าตีตลาดเมกาด้านความคงทน ปี2000เมกาเริ่มส่งงานไปทำที่เมืองจีน อินเดีย เวียดนาม ฯลฯ และปิดโรงงานในเมกา หันไปทำธุรกิจเรื่องบริการ service industryซึ่งใช้ต้นทุนน้อยกว่าสร้างโรงงานและให้ผลกำไรดีกว่า เช่นกองทุนเก็งกำไรทั้งหลาย
และเห็นด้วยว่า ถ้าการพังของตลาดหุ้นโลก นำไปสู่กำลังซื้อที่ถดถอยเหมือนในปัจจุบัน อีก5-6ปี ภาคการผลิตโลกคงจะถูกลดขนาดลงอย่างแน่นอน
ที่เขาเบลมเมกา ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพังของตลาดหุ้นทั่วโลก น่าจะมีส่วนนะครับ ถ้าไม่ใช่เลย์แมนล้ม AIG Citi BOA FreddieMac/FannieMae GM/Chrysler Wachovia ใช้เงินอุ้มเยอะขนาดนี้ ฟองสบู่ที่รัสเซีย บราซิล อาจจะยังไม่หดตัวขนาดนี้ก็เป็นได้ เพราะตลาดหุ้นทั่วโลกขึ้นลงตามตลาดเมกาเป็นหลัก และเศรษฐกิจก็ด้วย

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
indexthai วันที่ : 10/03/2009 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณ maimicky

ถามสั้นๆ

"รบกวนอาจารย์วิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ ศก.โลกต่อจากนี้ แบบให้เห็นภาพต่ออีกนิดได้มั้ยครับ"

ถามสั้นๆ แต่คำตอบคงไม่สั้น...

ผมตอบแบบนี้

1) การพังทลายของตลาดหุ้นไทย ในปี 1994 (2537)
เราเห็นแต่ว่าตลาดหุ้นตก
ส่วนอื่นไม่ได้ตกต่ำและพังทลายตามมา
และยังมีการ fix ค่าเงินบาท ..ก็จึงไม่เห็นว่าค่าเงินบาทพังทลายตามมา

กระทั่งปี 2540 (อีก 3 ปีถัดมา)
ได้มีการลอยค่าเงินบาท ..จึงพบว่า ค่าเงินบาทเสียหาย
จึงพบว่าภาคการผลิตจริงเสียหาย ..ล้มลงค่อนประเทศ
จึงพบว่าสถาบันการเงินเสียหาย ..มีรายงานว่าล้มลงกว่า 70 แห่ง

เน้น.. กว่าจะเห็นว่าเสียหาย ..ก็หลัง ..การพังทลายของตลาดหุ้น 3-4 ปี

2) การพังทลายของตลาด แนสแดกซ์ในปี 2000 (2543)
พบว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหายตามมา (กับสกุลเงินที่ไม่ fix ค่า)
แต่กับประเทศจีนและมาเลย์เซีย ที่ fix ค่าเงิน ..จึงไม่เห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย
Yuan และ Ringgit ถูกไล่ซื้อจนทนไม่ไหว..
กระทั่งกลางปี 2005 .. Yuan และ Ringgit จึงแข็งค่าในที่สุด...

พบว่า. ภาคการผลิตจริงของอเมริกา เริ่มเสียหายในปี 2004 - 2005 (World Com)
พบว่า ภาคการเงินของอเมริกา เริ่มเสียหายจริงจังในปี 2008 - 2009

3) การพังทลายของตลาดหุ้นโลกปี 2008 (2551) ..(((ชาร์ต 5)))
พบว่า ..ค่าเงินประเทศต่างๆ เริ่มเสียหาย ตามการพังทลายของตลาดหุ้น
ยังไม่พบว่า ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินเสียหาย ..

อีก 5-6 ปีจึงจะเห็นว่า ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินเสียหาย ตามมา
(เร็ว-ช้า กว่า 5-6 ปี ก็อาจจะเป็นได้)

นั่นคือ..

"การพังทลายของอเมริกา" ในปี 2008 "เป็นผล" มาจากการพังทลายของ แนสแดกซ์ในปี 2000

"การพังทลายของโลก" ในปี 2008 เป็นความเสียหายของตลาดหุ้น เป็นความเสียหายเบื้องต้น
เป็นช่วงต้นของการเสียหาย

ค่าเงินโลก (เงินสกุลต่างๆ) เริ่มตกลง ตามการตกลงของตลาดหุ้น

แต่ยังไม่เห็นว่าภาคการผลิตจริง และภาคการเงินพังทลายตามมา
คงอีก 5-6 ปี บวก-ลบ ..จึงจะเห็น ภาคการผลิตจริงโลก และภาคการเงินโลก ..พังทลาย

"การพังทลายของอเมริกา" และ "การพังทลายของโลก" ในปี 2008
เป็นเรื่อง คนละขั้นตอนกัน

เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ต่างคนต่างเกิดปัญหาเอง

(ประเทศไทยก็เคยเกิดปัญหาปี 2537 ..โดยไม่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของอเมริกามา)

แต่มีการ โยนความผิดให้ประเทศสหรัฐอเมริกา (รัสเซีย จีน อินเดีย ไทย ฯลฯ โยนความผิด)

เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

แท้ที่จริงแล้ว ..มีสิ่งผิดปกติอยู่ในระบบเศรษฐกิจของอเมริกา และของโลก

...................................

ตลาดหุ้น ..คือสิ่งผิดปกติ ที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจของอเมริกา และของโลก

...................................

ดังนั้น ..จึงหาใช่ว่าประเทศใด ..ต้องโยนความผิดให้ประเทศใด ..แต่อย่างใด

...................................


ทั้งอเมริกา และโลก ..จะต้องจับมือกัน ..รวมมือกัน ..ยกเลิกการมีตลาดทุน

(World Fund จะหมดทางทำมาหากิน)

คงเหลือไว้แต่ตลาดเงิน (ตลาดพันธบัตร) เพียงอย่างเดียว

Back to Basic ..

จะทำให้เศรษฐกิจโลก ..กลับสู่ความสงบได้..

@@@

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
indexthai วันที่ : 10/03/2009 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณ neti ..

สิ่งที่คุณ neti นำเสนอ เป็นเรื่องที่ดี
และข้อกังขา... "ไม่ใช่ไปกู้เงินต่างประเทศที่มีผลประโยชน์ใต้โต๊ะหรือเปล่า" ..ก็ไม่เกินจริง
รัฐบาลไหนมาก็กู้..
งานแรกของทุกรัฐบาล รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการทำงานมาก ..คือการกู้
ปัจจัยซ่อนเร้น ..โรดโชว์ญี่ปุน ..คือไปเจรจากู้เงิน หรือกู้เงิน
รัฐบาลสมัคร โดยนพ.สุรพงษ์ ก็ไปกู้ญี่ปุ่นต้นปี 2551 (คนไทยลืมไปแล้ว)
รัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยนายอภิสิทธิ์ไปด้วยตัวเอง ไปกู้เงินญี่ปุ่นต้นปี 2552

ข้อเสนอแนะนี้ดี... "การออมในที่นี้ ..ไม่ใช่นำไปเล่นหุ้นซึ่งเป็นบ่อนคาซิโน"
ต้นเหตุวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ผมนำเสนอมาตลอด ..มาจากตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นคือ "อบายมุขกองโต. ของโลก ..โลกจึงได้เป็นเช่นนี้

เม้นท์นี้ ..ก็ให้เครดิตตลาดหุ้นในทางลบ
ก็เห็นแล้วว่ามันเป็นต้นเหตุความเสียหายของโลก
เมื่อรู้แล้วว่า ..มันไม่ดีแล้วจะคงไว้ทำไม
มีตลาดหุ้น แล้วห้ามไม่ให้คนไปเล่นหุ้น ..มีไว้ทำไม
ไม่มีเลยไม่ดีหรือ ,,คนจะได้ไม่มีที่เล่นหุ้น

ประเทศซิมบับเว.. ถูกตลาดหุ้นเล่นงานจนย่อยยับ
สื่ออินเตอร์เนท ..ยุติการรายงานดัชนีตลาดหุ้นซิมบับเว ตั้งแต่ต้นปี 2005
ทำให้ผู้เขียนไม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงตลาดหุ้นซิบบับเวได้

เงินเฟ้อปี 2008 เพิ่มขึ้นถึง 11,000,000 เปอร์เซ็นต์ (11 ล้านเปอร์เซนต์)

เงินซิมบับเว 3 ล้านล้านหน่วยแลกได้ 1 เหรียญสหรัฐ
http://www.oknation.net/blog/banyong/2009/01/19/entry-1

มีคำอธิบายว่า ซิมบับเว เป็นเช่นนี้เพราะการคอร์รัปชัน
คอร์รัปชันก็อาจจะมีจริง (ทุกประเทศ) มากน้อยไม่เท่ากัน

แต่ตัวที่ทำให้เกิดการล่มสลาย ..คือสิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจในตลาดหุ้น
ดัชนีตลาดหุ้นซิมบับเว ขึ้นลงวันละ 10 - 30 เปอร์เซนต์ง่ายๆ
ช่วงที่ติดตามข้อมูล 2001 - ต้นปี 2005 ดัชนีตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น 2,300 เปอร์เซนต์
เพิ่มสูงกว่า ตลาดหุ้นรัสเซียเสียอีก..

ที่ประเทศตุรกี ก็เป็นแบบเดียวกันกับ ซิมบับเว

ไม่รู้ข้อมูล ไม่รู้ตัว...

เห็นโลงศพ ไม่รู้ว่าเป็นโลงศพ


ความคิดเห็นที่ 27 (0)
maimicky วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maimicky


อาจารย์ครับ ที่อาจารย์บอกว่า

เศรษฐกิจโลกเบี่ยงเบนสุดกู่ ทุนนิยม (Capitalism) ล่มสลายไปแล้ว โดยมีกลุ่มกองทุนนิยม (Fundism) ผงาดขึ้นมาแทน


การพังทลายของตลาดหุ้นและค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 กว่าจะเห็นการพังทลายของอเมริกาอย่างจริงจัง ก็เมื่อเวลาผ่านไป 6-7 ปีแล้ว

การพังทลายของโลก เพิ่งเริ่มต้นในปี 2008 เท่านั้น

รอดูต่อไปก็แล้วกัน

6-7 ปี
....
ผมอยากรบกวนถามว่า ถ้าอเมริกาพัง เมื่อก่อน ตอนนี้โลกก็คงต้อง พังยาวไปอีก 6-7 ปีใช่รึเปล่าครับ

รบกวนอาจารย์วิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ ศก.โลกต่อจากนนี้แบบให้เห็นภาพต่ออีกนิดได้มั้ยครับ ผมสนใจเรื่องนี้จริงๆ....ส่วนที่เหลือ ยิ่งอ่านตอนนี้ สิ่งที่อาจารย์พยายามบอก ผมเข้าใจขึ้นเยอะเลย..

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
indexthai วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณ whitaker

มีเม้นท์ที่ตรงประเด็น กับเรื่องที่ผมนำเสนอ

ผมอยากจะอธิบายอย่างนี้...

ธุรกรรม ระดับสากลโลก นี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่

1) ธุรกรรมจริง (real sectors) ได้แก่การผลิตสินค้า การนำเข้า-ส่งออก การจ้างงาน การท่องเที่ยว ฯลฯ
ผมประมาณว่ามีขนาดธุรกรรมเท่ากับ 20-25 เปอร์เซนต์ของทั้งหมด

"เอกชนผู้ผลิต ผู้ให้บริการ" ทั่วไป อยู่เบื้องหลังธุรกรรมส่วนนี้

2) ธุรกรรมไม่จริง ธุรกรรมทางอ้อม (non-real sectors) ได้แก่เรื่องธุรกรรมของตลาดพันธบัตร และตลาดทุน
ผมประมาณว่ามีขนาดธุรกรรมเท่ากับ 75-80 เปอร์เซนต์ของทั้งหมด

"World fund (Funds ต่างๆ)" อยู่เบื้องหลังธุรกรรมส่วนนี้

1+2 = 100

ที่ประชุม ..อาเซม ..เอเปค ..ดาวอส ..อาเซียนซัมมิต ..G20 ฯลฯ
ก็พูดกันแต่ ข้อ 1 (ธุรกรรมจริง) พูดในส่วนที่มีน้ำหนัก 20-25 เปอร์เซนต์ของทุนโลกเท่านั้น

แต่ไม่มีการพูดถึงปัญหาในข้อ 2 (ธุรกรรมไม่จริง) ...ที่มีน้ำหนัก 75 - 80 ของทุนโลก
เสมือนว่าไม่มีสิ่งนี้อยู่ในโลก...

ปัญหาในข้อ 2 (ธุรกรรมไม่จริง) รุนแรงมาก
มีการเก็งกำไร มีการปั่น มีเครื่องมือที่ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบระบบอย่างง่ายดาย
สภาวะเศรษฐกิจของโลกจะเป็นอย่างไรก็ตาม .. ทุน ของพวกเขาเพิ่มอย่างเดียว
สามารถทำเงินได้ทั้งขึ้น และทั้งล่อง (Derivatives)

ทุนสำรองฯ ของประเทศคู่ค้า ..จึงต้องพิจารณาทั้งข้อ 1 และข้อ 2

ผมมองน้ำหนักของทุนสำรองฯ อันเป็นผลมาจากข้อ 1 น้อย (แทบไม่อยากจะคิดเลย)

ผมมองน้ำหนักของทุนสำรองฯ อันเป็นผลมาจากข้อ 2 มากกว่า

เงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีส่วนแบ่งประมาณ 70%

การโจมตีตลาดแนสแดกซ์ ในปี 1999 - 2000

ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น

ทำให้มีการทิ้งสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ..ไปถือสกุลเงินต่างๆของโลก

ทำให้ทุนสำรองฯ ของประเทศต่างๆสูงขึ้น ...โดยเฉพาะประเทศจีน...

ประเทศจีน.. พยายาม FIX ค่าเงินหยวน อย่างจริงจัง

เป็นผลให้เงินหยวนอ่อนเกินจริง (เงินหยวนราคาถูกมาก)

World Fund ได้เงินมหาศาล.. จากการ take profit ที่ตลาดหุ้น แนสแดกซ์

แล้วนำมาซื้อเงิน และสินทรัพย์นอกสหรัฐ (ซื้อกระดาษพันธบัตร ซื้อกระดาษหุ้น) และซื้อกระดาษสินค้าโภคภัณฑ์

โดยเฉพาะที่ประเทศจีน ..มีการเข้ามาไล่ซื้อ หยวน กันอย่างเพลิด เพลิน สนุกสนาน

สุดท้ายทางการจีนยอมแพ้ ..ไม่สามารถ FIX หยวนไว้ได้

ต้องยอมลอยค่าเงินหยวน ต้องยอมให้หยวนแข็งค่าขึ้นในกลางปี 2005 ในที่สุด

ใครชนะ ..World Fund ชนะ

ใครกำไร .World Fund กำไร ..มหาศาล

เพราะเหตุนี้ทุนสำรองฯ ของจีน จึงพุ่งขึ้นแรงที่สุดในโลก
(คนทั่วไปไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมทำสำรองฯ ของประเทศจีนจึงพุ่งขึ้นแรงมาก

ลองพิจารณาข้อมูลที่นี่ให้ละเอียด..
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/02/23/entry-1

ก็อเมริกานั่นแหละ เป็นตัวที่ทำให้ หยวน อ่อนค่าผิดจริง (เพราะ แนสแดกซ์ และ USD เสียหาย)

ซึ่งมีส่วนทำให้ จีนส่งออกได้มากขึ้น (ธุรกรรมจริง)
มีส่วนทำให้ทุนสำรองฯ ของจีนสูงขึ้นด้วยอีกทางหนึ่ง

ข้อพลาดของจีน..
คือเห็นว่าตัวเองได้เปรียบ หยวนอ่อน ..ก็ไม่พยายามที่จะกดให้ หยวน อ่อนลงให้สมจริง
ทำให้ทุนสำรองฯท่วมจีน ทำให้สภาพคล่องท่วมจีน
ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างร้อนแรง

ผมว่าจีน กำลัง จะลำบาก นะครับ

อีกเม้นท์... "ปี2008หลังเข้าไปรับซื้อหนี้เน่าแบ็งค์ มีสินทรัพย์เพิ่มเป็น $2.3T"

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่..

เรื่องเช่นนี้เคยเกิดกับประเทศไทยมาแล้ว หลังปี 2540 หลังการเข้าโครงการณ์ IMF

ตั้งบบส. ..มาซื้อหนี้เน่าสถาบันการเงินที่ล้มลงกว่า 70 แห่ง
ธกส.ยึดที่ดินเกษตรกรที่ไม่สามารถใช้หนี้ธกส.มาประมาณ 40 ล้านไร่ทั่วประเทศ

ตั้งบสท. ..มาซื้อหนี้เน่า ภาคการผลิตจริง

สถาบันการเงิน ที่ทางการไทย ไปยึดมา ก็ทำให้กองทุนฟื้นฟูฯ มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น
แต่อีกด้าน.. กองทุนฟื้นฟูฯ ก็มี หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น กว่า 1.44 ล้านล้านบาท

ดังนั้น การที่ สินทรัพย์ของ Fed เพิ่มเป็น $ 2.3T ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ..และไม่ใช่เรื่องดีแต่อย่างใด

ต้นเหตุวิกฤติของประเทศไทย มาจากการพังทลายของตลาดหุนในปี 1994 (2537)
ต้นเหตุวิกฤติของประเทศสหรัฐ มาจากการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ในปี 2000 (2534)

ผลเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และประเทศอเมริก คล้ายกันทุกประการ ..

สรุป

ตลาดหุ้น ..และการพัฒนาตลาดหุ้น ..คือต้นเหตุหลัก ความล่มจมของโลก

@@@

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
neti วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 13.25 น.

ควรมีการส่งเสริมให้เกิดการออมมากกว่าการบริโภคได้หรือยัง การออมในที่นี้ไม่ใช่นำไปเล่นหุ้นซึ่งเป็นบ่อนคาซิโน เพราะอาจจะหมดและเกิดหนี้ได้ทันทีทันใด รัฐบาลควรส่งเสริมการออมของประชาชน แล้วควรจะนำเงินออมนั้นไปพัฒนาประเทศ ไม่ใช่ไปกู้เงินต่างประเทศที่มีผลประโยชน์ใต้โต๊ะหรือเปล่า หากรัฐบาลมีเงินไม่เพียงพอควรออกพันธบัตรที่มีผลตอบแทนพอสมควรขายให้กับประชาชน เงินพร้อมดอกเบี้ยมันก็หมุนภายในประเทศให้เกิดการสร้างงานขึ้นได้ ไม่ใช่กู้เงินต่างประเทศ แล้วต้องชดใช้พร้อมดอกเบี้ยให้ต่างประเทศ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เรียนคุณ indexthai
เห็นเมกาขาดดุลการค้าเดือนละหกหมื่นกว่าล้านดอลล่าร์ ปีนึงก็เจ็ดแสนกว่าล้านดอลล่าร์ พอที่จะอธิบายการเพิ่มขึ้นของทุนสำรองของประเทศคู่ค้าทั้งหมดได้หรือไม่ครับ
เดือนก่อนอ่านบทความสินทรัพย์ของเฟดฯ ปี2007มีราว$860B รองรับเงินสดในระบบราว$820B ปี2008หลังเข้าไปรับซื้อหนี้เน่าแบ็งค์ มีสินทรัพย์เพิ่มเป็น$2.3T และเงินสดในระบบมีราว$850B เขาเลยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณภาพของสินทรัพย์ของเฟดฯที่โป่งพองขึ้นมากครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
indexthai วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คนผูกคอตายที่สะพานพระราม 8

กระทั่งคอขาด เหลือแต่ศรีษะห้อยต่องแต่ง เป็นชาวอิตาลี

คนโดดตึกฆ่าตัวตายที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นคนไอซ์แลนด์

ผู้เขียน ..เชื่อว่าฆ่าตัวตายเนื่องจากหมดตัวจากตลาดหุ้น

จะมีคนฆ่าตัวตายเช่นนี้ทั่วโลก เพียงแต่เราไม่ทราบ หรือไม่เป็นข่าวเท่านั้น

ตลาดหุ้นไอซ์แลนด์ตกแรงเป็นประวัติการณ์โลก

ตกไปแล้ว 97 เปอร์เซนต์

ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ

นายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้าต้องลาออก

ได้ผู้หญิงมาเป็นนายกรัฐมนตรี ..ในที่สุด

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ก่ำกาดำ วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/psec

internetมีไวรัสฉันใดทุนนิยมก็มีเฮดฟันด์ฉันนั้น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ครับ

เป็นแบบนี้แล้ว ถึงเวลาหรือยังที่เราจะตื่นขึ้นมา แล้วคิดพึ่งพาตัวเอง มากกว่าจะพึ่งพาประเทศอื่น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ณสยาม วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

เหมือนไฟลามทุ่งนะครับ
ขึ้นอยู่กับเจ้าของบ้าน
จะกันไฟอย่างไร ไม่ให้ใหม้บ้านตัวเอง
คิดแล้วเหนื่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
lovethais วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovethais
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง

ขอบคุณอาจารย์มากๆๆๆนะคะที่มาช่วยตอบข้อสงสัย ท่าทางอังกฤษปีนี้และปีหน้าคงจะแย่มากๆ เพื่อนบอกมาว่าสุดท้ายก็ต้องเข้าIMFค่ะ น่ากลัวมากๆเลย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
indexthai วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน
http://www.oknation.net/blog/whitaker

โชคร้ายรัสเซีย ล่มสลาย 2 ต่อ
เมื่อเป็นคอมมูนิสต์ ก็ล่มสลาย
เมื่อคิดเป็นทุนนิยม ..ก็ล่มสลาย อีก..

ศัตรูคู่อาฆาตของรัสเซีย ..ไม่ใช่อเมริกา หรือจีน ..ศัตรูคู่อาฆาตของรัสเซีย ..มี 2 อย่าง

1) ความไม่รู้แห่งตน .. ไม่รู้ว่าระบบคอมมูนิสต์ ทำให้ประเทศล่มสลาย ไม่รู้ว่าระบบทุนนิยมที่มีตลาดหุ้นอยู่ในระบบ ก็ทำให้ประเทศล่มสลายเช่นเดียวกัน

2) World Fund ..จากเครื่องมือที่ผิดปกติในระบบเศรษฐกิจโลก ทำให้ World Fund เริงร่ามาก ไม่ว่าโลกจะเป็นจะตาย เขามั่งคั่งขึ้นตลอดเวลา
..ปี 2000 โจมตี Nasdaq market และ USD ของอเมริกา
..ปี 2008 โจมตี ตลาดหุ้น และตลาดเงิน ของรัสเซีย (จีน อินเดีย และทั่วโลก)

เนื่องด้วยมีสิ่งผิดปกติอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลก
ทำให้ทุนสำรองฯ ของประเทศใดๆ ไม่ใช่ทรัพย์สินของประเทศนั้นๆแล้ว
มันสามารถถูกทำให้เพิ่มขึ้นหรือลดลง ได้อย่างง่ายดาย โดย World Fund
หากเข้าใจ และยอมรับตรงนี้ ..
ก็ไม่ต้องนำข้อมูลนี้ไปคำนวนหาความสัมพันธ์กับตัวเลขอื่นๆ
เช่นนำไปหาความสัมพันธ์ กับจำนวนประชากรของประเทศ

อีกเม้นท์ .."เกิดจากการที่เฟดฯปั๊มเงิน และลดดอกเบี้ยมหาศาลสองครั้ง"

อันนี้เป็นเพียงการนำเสนอตามน้ำ ของสื่อที่ไม่มีความเข้าใจ
สื่อไทย ถนัดมาก ..นั่งเทียน ..ยกเมฆ ..สร้างโรงน้ำแข็ง
และ เต้าข่าว...

ทำให้ชาวบ้านหลงผิดไปด้วย

fed ไม่ได้มีเงินมากมายอะไร .
เงินที่ใช้อัดฉีดฐานะสถาบันการเงิน ..มาจากการก่อหนี้เช่นกัน
จะทำให้หนี้สาธารณะของอเมริกาสูงขึ้นอีก

ปี 2008 ตลาดหุ้นโลก "ตก" ตลอดทั้งปี ตกไปแล้ว 62% (ชาร์ตที่ 5)
แต่ปี 2008 ทุนสำรองโลก "เพิ่ม" กว่า 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
หรือเพิ่มกว่า 10 เปอร์เซนต์ (ผิดปกติ) (ชาร์ตที่ 10)
หรือดูข้อมูลทุนสำรองที่นี่...
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/02/12/entry-1

การลดดอกเบี้ย ..เนื่องจาก ทุนท่วมโลกต่างหาก

เงินไหลเข้าอเมริกาด้วย

เห็นได้จากเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

แต่ภาคเอกชน ..สหรัฐพังทลายไปเป็นส่วนใหญ่ ไม่เหลือพอรองรับปริมาณเงินมหาศาลที่ไหลเข้าอเมริกา

ทำให้เงินท่วมอเมริกา

ทำให้อเมริกาต้องลดดอกเบี้ย อย่างไรละ

ประเทศไทย และประเทศต่างๆทั่วโลก ก็ประสบปัญหาเงินท่วมประเทศเช่นกัน

ต้องลดดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน

อนาคต ..สถาบันการเงิน อาจจะคิดดอกเบี้ยรับ จากคนฝากเงินได้

(ย้ำ เศรษฐกิจพังทลาย ..แต่ทุนสำรองฯ โลกเพิ่มในปีเดียว ...กว่า 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ..ผิดปกติ)

@@@

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
indexthai วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 08.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณ lovethais

เงินปอนด์(GBP)และเงิน Euro มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ชาร์ตที่ 4 แสดงไว้แล้ว Euro อ่อนค่าลง 21 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เป็นไปตามปัจจัยทางเทคนิค เนื่องจากปอนด์แข็งค่าต่อเนื่องมา 6-7 ปีแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องอ่อนค่าลงแล้ว (สวมรอยด้วยการปั่นลง)

เงินโครน ของ Iceland เป็นสกุลเล็ก ไม่รวมเป็นสกุลเดียวกับ Euro ถูกถล่มซะเละ จน Iceland ต้องเข้า IMF ไปแล้ว

GBP ก็ไม่ยอมรวมเข้าเป็นเงินสกุล Euro เลยไม่ใหญ่เท่า Euro ..จะถูกถล่มได้ง่าย ..คอยดูว่า World Fund จะจัดการอย่างไรกับ GBP

USD ว่าใหญ่ที่สุดในโลก ..ก็ถูกจัดการมาแล้ว

@@@

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
lovethais วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 05.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovethais
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง

อย่างนี้ค่าเงินปอนด์จะมีแนวโน้มแข็งค่าหรืออ่อนค่าคะ รบกวนเซียนๆช่วยออกความเห็นด้วย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
mkk วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 01.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/milkykung

ขอบคุณมากครับที่แวะมาบล็อคผม

ข้อมูลแน่นมาก ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ ผมไม่มีความรู้เศรษฐศาสตร์เลยครับ แหะๆ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 23.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

จำได้ว่าสมัย '80 หนึ่งรูเบิ้ลแลกได้สองดอลล่าร์ (อัตราทางการ) เดี๋ยวนี้ไปถึง36รูเบิ้ลต่อดอลล่าร์หลังการพังทลายของคอมมิวนสต์ที่ไปถึง 23รูเบิ้ลต่อดอลล่าร์
ทุนสำรองของแต่ละปรเทศ น่าจะหารด้วยจำนวนประชากรจึงจะชี้ความร่ำรวยของแต่ละประเทศได้ดีกว่า (และน่าจะหักหนี้สาธารณะของประเทศนั้นๆด้วย) เช่น ญี่ปุ่น ราว$4-5พันเหรียญต่อคน จีน ราว$1.5-1.8 พันเหรียญต่อคน ไทย $1.5พันเหรียญต่อคน สิงคโปร์ $24,285เหรียญต่อคน(ประชากร7ล้านคน)
เขาว่าวิกติเศรษฐกิจ2008ครั้งนี้ เกิดจากการที่เฟดฯปั๊มเงินและลดดอกเบี้ยมหาศาลสองครั้ง คือเมื่อตลาดแนสแด็กพังปี2000 และเหตุการณ์911 ปี2001 ทำให้กู้ยืมอสังหาฯมากมายตอนดอกเบี้ยถูก และพังตอนดอกเบี้ยขึ้น...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
หัวโต-มือโต วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 22.12 น.

....โหๆๆ...ที่บ้านแม่ขายขนมพื้นบ้าน แกบ่นว่า..
..อ่า ว่าขนมที่บ้านขายไม่ค่อยดี
มาหกปีเจ็ดปีแล้วอ่ะ..(เอิ้ก.ก.ก.)

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

อาจารย์ครับ
การตายของ Capitalisim
ถ้ามี "น้ำจิ้ม" ด้วยก็เยี่ยมเลยละครับ - ฮา

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dome
FLATION   KILLER

มีบางคน เคยบอกผม เอาไว้ว่า

คนจน ทำนาบนพื้นดิน

แต่

คนรวย ทำนาบนอากาศ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dome
FLATION   KILLER

ขอบคุณครับ

สำหรับ เว็ปไซค์

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Cat@ วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ตอนนี้รู้ว่าต้องประหยัดสุๆๆเลย

วันนี้ว่าง เลยแวะมาทักทาย
มาชวน ไปชมภาพ เบือ้งหลัง เวที บัลเล่จ้า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chronomist วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

มาติดตามอ่าน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
indexthai วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณ chedtha

ความรู้เศรษฐศาสตร์ไม่ค่อยมี

จึงพูดและนำเสนอ ไม่เหมือนคนอื่น..

มีแต่พูดตามข้อมูล..

โลกกำลังเดือดร้อนครับ..


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chedtha วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ อาจารย์ indexthai

กราบขอบพระคุณอาจารย์ ที่มาให้ความรู้แก่เพื่อนๆบล๊อกเกอร์
บทความวิชาการของอาจารย์ ผมต้องอ่าน 2-3 รอบ เพื่อจะให้เข้าใจจริงๆ

+1 โหวตให้กับความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์นี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
indexthai วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณนักฆ่าเงินเฟ้อ..
ลองดูที่นี่..
อาจจะไม่ real time เท่าใดนัก..
http://finance.yahoo.com/currency-converter?u#from=USD;to=THB;amt=1

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dome
FLATION   KILLER

ขอถาม อาจารย์ อินเด็ก ว่า

ถ้าต้องการ ดู ค่าเงินบาท แบบ เรียวทาม

จะดูได้ที่ เว็ปไซค์ ไหน ครับ

ขอคำชี้แนะด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dome
FLATION   KILLER

เป็นบทความที่ดีจริง ๆ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซันญ่า วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

กำลังสะสางงานค่ะอาจารย์ คะตอนนี้กำลังจะย้ายไป รัฐวอชิงตัน...จะอ่านให้เข้าใจ ให้ได้ค่ะ หากเราสนใจจะซึมซับ ทุกวันต้องรู้บ้างค่ะ
ด้วยเคารพ......

..........

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน