*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 530977
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 3418 , 09:50:33 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



กอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประธานจัดการประชุม G20s



บารัค โอบามา ประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา

กลุ่มประเทศจี 20 ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542 ประกอบด้วย อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อียู อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตุรกี หากรวม อาเซียนอีก ก็จะเป็น 21 ประเทศ มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจโลก และมีประชากรรวมกันมากกว่า 2 ใน 3 ของโลก

ประเด็นที่น่าจะปลุกกระแสในการประชุม G20s+Asean ที่ลอนดอนวันที่  2 เมษายน 2009 นี้
1) เพิ่มทุน IMF 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
2) ทำสกุลเงินโลก ..เป็นสกุลเดียว

คิดแต่จะคอยช่วยเหลือสภาพคล่อง(ให้เงินช่วยเหลือ) แต่ไม่ไปดูว่าต้นเหตุอะไรที่ทำให้เกิดการขาดสภาพคล่อง

ตัวอย่างความล้มเหลวของการอัดฉีดสภาพคล่อง ..มีมาโดยตลอด ไม่เห็นว่าจะมีประเทศไหน ครั้งใด ประสบความสำเร็จ

วิกฤติดีขึ้นเพียงชั่วคราว จากนั่นก็เหลวเละเหมือนเดิม

1) IMF (ของโลก) ล้มเหลวมาตลอด ยังทำแบบเดิม และยังคิดให้ใหญ่กว่าเดิมอีก (เพิ่มทุน 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ)

2) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (ของไทย) นอกจากจะไม่สามารถฟื้นฟูฯแล้ว ยังทำให้สถาบันการเงินล้มลงทั้งประเทศ ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะอีก 1.44 ล้านล้านบาท กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ถูกปิดไปแล้ว แต่ก็ตั้งสถาบันประกันเงินฝาก ที่มีวิสัยทัศน์ปรัชญาคล้ายๆกันขึ้นมาอีก

3) CDO (ของอเมริกา) เป็นไง ..ช่วยอเมริกาได้หรือไม่ ก็ทำให้อเมริกาล้มทั้งประเทศเช่นกัน

คิดที่จะใช้แต่เงินในการแก้ปัญหาอย่างเดียว ทั้งๆที่เงินก็ไม่ใช่ของพวกเขา(ผู้นำ) เป็นภาษีของชาวโลกทั้งนั้น ถ้าใช้เงินแล้วแก้ปัญหาได้ ก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่มันแก้ปัญหาไม่ได้ ปัญหามันเกิดซ้ำซากแบบเดิมๆ ดูประเทศไทยเป็นตัวอย่าง เข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว

การประชุมระดับผู้นำโลก ..เป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ปรัชญาของผู้บริหาร ระดับสูงของโลก ที่ดูเหมือนจะไม่มีวิสัยทัศน์และปรัชญา มีแต่ทางมืดและทางตัน 

...............................

บรรยากาศ ก่อนการประชุมจี 20

เยอรมนี  ผู้ประท้วงราว  15,000  คน  รวมตัวกันที่กรุงเบอร์ลิน  และเมืองแฟรงก์เฟิร์ต  เพื่อเรียกร้องภายใต้สโลแกนว่า  "เราไม่ต้องการรับกรรมในสิ่งที่เราไม่ได้ก่อ"  ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งช่วยกันแบกหีบศพสีดำซึ่งมีกุหลาบแดงวางอยู่ด้านบนเพื่อ แทนความหมายการสิ้นสุดของระบบทุนนิยม 

ที่กรุงเวียนนา  ของออสเตรีย  ผู้ประท้วง  6,500  คนพากันถือลูกโป่งและกระปุกออมสินกระดาษเขียนข้อความว่า   "เราจะไม่รับกรรมที่คุณก่อ" 

นายอลิสแตร์ ดาร์ลิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ ยืนยันว่า รัฐมนตรีคลังจี 20 จะไม่เสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ นอกเหนือจากที่ประเทศต่างๆ ดำเนินการไปแล้ว แต่อาจมีการเสนอเพิ่มงบประมาณให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ

กลุ่มผู้ประท้วงในอังกฤษ  ประมาณ  35,000  คน  รวมตัวกันประท้วงภายใต้สโลแกนว่า "ประชาชนต้องมาก่อน"  เรียกร้องการปฏิรูประบบเศรษฐกิจโลกให้เกิดความยุติธรรมและเท่าเทียม "เก็บภาษีคนรวยเพิ่ม  พวกเขาสมควรจ่าย" เลขาธิการสภาสหภาพการค้าลอนดอน ซึ่งได้ร่วมเดินขบวนในวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา  บอกว่า แนวคิดตลาดเสรีแบบไร้การควบคุมได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ไม่ได้ เพราะทำให้เศรษฐกิจโลกแทบล้มละลาย คนจนมีมากขึ้น และยังก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  

...........................................

อันวาร์ อิบราฮิบ (เกิดปี 1947) อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาเลยเซีย กล่าวถึงวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "วิกฤติเศรษฐกิจโลก กับอนาคตอาเซียน" ที่หอประชุมอาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2552  ให้ดูเป็นบทเรียนจากภาพยนตร์เรื่องไททานิค "คนมีอำนาจ และคนมีเงิน ใช้อำนาจและใช้เงินให้ตัวเองมีชีวิตรอดจากการจมลงของเรือไททานิค" ของจริง ดูที่เงินช่วยเหลือของทางการสหรัฐ กลับถูกนำไปเป็นค่าโบนัสแก่ผู้บริหารระดับสูงของ AIG



มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร อันวาร์ อิบราฮิบ 



อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เรื่องนี้เห็นชัดที่ประเทศไทยเช่นกัน ประเทศไทยประสบวิกฤติเศรษฐกิจ กระทั่งต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมาแล้ว 2 ครั้ง ทางการกลับออกกฎหมายมาควบกิจการเอกชน (ยึดทรัพย์) มาขายทอดตลาดทั้ง 2  ครั้ง ทั้งๆความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากเอกชน ครั้งล่าสุด ปรส.และบสท. คือหน่วยงานที่ปฏิบัติงานดังกล่าว วิกฤติเศรษฐกิจเกิดจากวิสัยทัศน์และปรัชญาที่อ่อนด้อยของทางการ ไม่มีคนของทางการใดต้องรับผิดชอบ โยนให้เริงชัย มะระกานนท์เป็นแพะรับบาปแต่ผู้เดียว ที่เหลือมาเป็นใหญ่ในตลาดหุ้นบ้าง ในธนาคารกรุงไทยบ้าง  



กอร์ดอน บราวน์  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

ทุกวันนี้ เศรษฐกิจโลก ไม่ได้อยู่ในการควบคุม กับกับดูแลโดยทางการโลกแล้ว

แต่อยู่ในมือของ World Fund

พวกเขาไม่เคยประชุมเลย ไม่ว่าระดับภูมิภาค หรือระดับโลก 

เขาตบหน้าทางการโลกมาโดยตลอด แต่ไม่รู้ว่าเขาตบหน้า..

ปี 2000 เขาตบหน้าอเมริกา

ปี 2008 เขาตบหน้าโลก

Nasdaq Index 2000 

Nasdaq Index ดัชนีตลาดหุ้นอเมริกา

ปี 2000-2002 เขาตบ Nasdaq Index ประเทศสหรัฐอเมริกา ลง 72 เปอร์เซนต์ ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญและสภาพคล่องของอเมริกาพังทลายรุนแรง ที่อเมริกาเสียหายยืดเยื้อมาถึงปี 2008 ก็เพราะออกมาสู้แบบมวยวัด โดยออก CDO มาเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบ ยิ่งสู้ยิ่งตายหนักและตายเป็นวงกว้างมากขึ้นไปอีก คล้ายกับประเทศไทยออกกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ มาเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบ และต่อสู้ปกป้องเงินบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศไทยเสียหายสุดกู่ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย

World Fund ได้เงินมหาศาลจากการทำกำไรตลาด Nasdaq มาปั่นเศรษฐกิจโลกต่อ และตลาดหุ้นโลกขึ้นรุนแรง (G85 Index) และทุบลงในตอนท้าย..ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นกับตลาด Nasdaq ในปี 2000 นั่นเอง (ดูกราฟ G85 Index)

G85 Index 2008 

G85 Index ดัชนีตลาดหุ้นรวมโลก...

ปี 2008 เขาตบโลกทั้งโลกลงรุนแรง ตกลง 62 เปอร์เซนต์ ทำให้ค่าเงินโลกและสภาพคล่องของโลกเสียหาย เชื่อว่าจากนี้เป็นต้นไป ทุกข์เข็ญ ลำเค็ญจะเกิดแก่โลกต่อเนื่องแต่เชื่อว่าการปรับตัวของดัชนีตลาดหุ้นรวมโลกยังไม่จบ ดูอย่าง Nasdaq Index ใช้เวลาปรับตัวประมาณ 3 ปี หากเปรียบเทียบระยะเวลาการปรับตัว 3 ปีเท่ากัน การปรับตัวของตลาดหุ้นโลกน่าจะไปต่ำสุดในปี 2010

มีแต่ตายตลอดเวลา ตายต่อเนื่อง

หากเข้าใจ ไม่ว่าตลาดหุ้นประเทศไหน หรือโลกจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะขึ้นหรือตก มี World Fund (Fundism) มั่งคั่งอยู่กลุ่มเล็กๆกลุ่มเดียว เป็นกลุ่มที่เล็กกว่ากลุ่มทุนนิยม(Capitalism)เสียอีก และกลุ่มทุนนิยมจะถูกทำลายลงอยู่ตลอดเวลา คนท้องถิ่นยิ่งทุกข์เข็ญลำเค็ญหนักลงไปอีก

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ


10 ประเทศ ทุนสำรองเงินตราฯ สูงสุดในโลก (หน่วย : ล้านล้านเหรียญสหรัฐ)

ปี 2008 ตลาดหุ้นโลกตกตลอดปี (ตกตั้งแต่ปลายปี 2007 แล้ว ถึงต้นปี 2009 ก็ยังไม่ฟื้น)

แต่ทุนสำรองฯโลก เพิ่ม 7.37 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (+10.68 เปอร์เซนต์)

ถามว่า ..ทุนสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น ..มันเป็นเงินทุนของใคร ?

เงินท่วมโลก แต่โลกเดือดร้อนมากขึ้น

เป็นไปได้ว่า หากเหตุการณ์ยังเป็นอยู่เช่นนี้ ..ยิ่งเงินท่วมโลกมากเท่าใด ..โลกก็จะยิ่งเดือดร้อยเท่านั้น ..เป็นเรื่องที่ผิดปกติ

...............

อสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ประมาณ 3 เดือน เข้าประชุมระดับภูมิภาค และระดับโลก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4

ประชุมผู้นำประเทศต่างๆ มีมาเกือบ 100 ปี เริ่มจาก G7s ก็เป็นหลายจีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งประชุม ..โลกยิ่งล่มจม ..แล้วก็ยังประชุมอยู่นั่นเอง

เรื่องทั้งหมดนี้ มีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน


สำหรับท่าน ..ที่สนใจความเป็นไปเศรษฐกิจของโลกอย่างจริงจัง


การแก้ปัญหาของประเทศ หรือของโลก ก็ต้องทราบต้นเหตุของปัญหา

แล้วแก้ที่ต้นเหตุ จะทำให้แก้ปัญหาได้

ศึกษา 6 Links นี้ ..ก็ทราบแล้วเกิดอะไรกับเศรษฐกิจโลก
...............

1) ข้อมูลสัมพันธ์ ที่ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม(WEF) ไม่นำเสนอ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/03/08/entry-1

2) อาเซียนซัมมิต -14 ..ย้ำซ้ำความล้มเหลวเศรษฐกิจอาเซียน
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/03/23/entry-1

3) อเมริกา-จีน ..ต่างฝ่ายต่างจะพยายามผลักกันลงเหว
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/02/23/entry-1

4) ปลายปี 2551 เข้าโครงการณ์ IMF แล้ว 4 ประเทศ
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2008/11/28/entry-1

5) ประวัติศาสตร์การพังทลายของตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นไทย
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/03/15/entry-1

6) เหตุความเสียหายเศรษฐกิจไทย จนต้องพึ่งไอเอ็มเอฟ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/01/29/entry-1

@@@
(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
soultraveller วันที่ : 23/04/2011 เวลา : 04.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
Vacation Rentals by Owner

ตอนนี้ ก็กลับมาซื้อแหลกเหมือนเดิม ฮ่วยยย

http://www.shoppinggem.com/

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ลุงฟาง วันที่ : 07/04/2009 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/semtele


ความคิดเห็นที่ 32 (0)
Cat@ วันที่ : 06/04/2009 เวลา : 02.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ตอนนี้ รู้จัก ใช้เงินมากขึ้น
แต่ก่อนซืิ้อแหลก

.........................

ว่าง แวะไปบ้านแม่แคทนะ
ลงเรือง ชาวสวน กำมะลอ.. ( Cat@ )
แท้งกิ้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
วัฒนวิช วันที่ : 05/04/2009 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bwat

ถ้าพูดแบบเหมารวม ก็จะพบว่าระบบทุนนิยมมันจะมีช่วงรุ่งเรือง กะช่วงตกต่ำสลับกันไป เป็นปัญหาไม่รู้จบเฮ้อ ครั้นจะหันไปทางเลือกแบบเดิม ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ ก็มีปัญหาขาดประสิทธิภาพ คนอดอยาก ดูเกาหลีเหนือตอนนี้เป็นตัวอย่าง หรือ จีน เวียดนาม กะ โซเวียต เมื่อสิบกว่าปีก่อน ยังงัยได้แต่หวังว่าอย่าไปทุนนิยมมันมากนัก ดูที่ความพอเพียง ความเป็นสุขของคนจะดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ปานเมืองเพชร วันที่ : 05/04/2009 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thongpan

เรื่องเศรษฐกิจเข้าใจยากจังเลย......ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล.....แวะมาทักทาย

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ITPro วันที่ : 04/04/2009 เวลา : 07.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/itpro


ความโลภ...ไม่ว่าโลภในอำนาจหรือเงินทอง..ย่อมเป็นทางนำไปสู่หายนะ...

สวัสดีเช้าวันหยุดครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
indexthai วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณ เหมินท์
ดีครับ .. ข้อมูลสมบูรณ์ ชัดเจน

ในสภาวะที่ผิดปกติ
การดูแลทุนสำรองฯ น่าจะเป็นไปที่กำหนดได้ไม่ยาก
ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศได้
แต่เมื่อมีสิ่งผิดปกติในระบบ (ตลาดหุ้น)
บางช่วงทุนสำรองฯก็เหือดแห้งจนหมดธนาคารกลาง
บางช่วงก็กลับมาท่วมธนาคารกลาง

ไม่มีใครนำเสนอถึงต้นเหตุ ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

ประเทศไทยต้องเข้า IMF มา 2 ครั้งแล้ว
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/12/entry-1

เมื่อปีที่แล้วเข้า IMF 4 ประเทศ

ปีนี้ 2009 ประเทศมองโกเลีย เข้า IMF อีกแล้ว 1 ประเทศ
(ไม่แน่ใจมีประเทศเข้า IMF มากกว่านี้หรือเปล่า)


เหตุที่เข้า IMF ..ก็เพราะทุนสำรองฯ หมดไปจากธนาคารกลาง นั่นเอง

@@@

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
เหมินท์ วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

อาจารย์ครับ ผมเจอข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยในการออกธนบัตรและทุนสำรองเงินตราแล้วครับ ตามลิ้งค์นี้
http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/BMD/Pages/issue_note.aspx

เผื่อมีผู้สนใจอ่านครับ

การออกใช้ธนบัตรและทุนสำรองเงินตรา


การออกใช้ธนบัตร

การออกใช้ธนบัตรเพื่อหมุนเวียนในระบบเงินตราเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีสายออกบัตรธนาคาร ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ ธปท.
ทำหน้าที่ในการออกใช้ธนบัตรภายในประเทศ สำหรับปริมาณธนบัตรที่ออกใช้ในปีหนึ่ง ๆ นั้น ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ และความต้องการใช้ธนบัตรชนิดราคาต่าง ๆ ของประชาชน ส่วนอัตราเพิ่มของมูลค่าธนบัตรออกใช้จะเป็นอัตราที่พอเหมาะกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

พระราชบัญญัติเงินตรา พุทธศักราช ๒๕๐๑ มาตรา ๑๖ กำหนดไว้ว่าการนำธนบัตรออกใช้จะทำได้เพียง ๒ กรณี เท่านั้น คือ

๑. แลกเปลี่ยนทันทีกับธนบัตรที่ออกใช้ไปก่อนแล้วถอนคืนจากการออกใช้ในมูลค่าเท่ากัน

๒. แลกเปลี่ยนทันทีกับสินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งมีค่าเท่ากัน และระบุไว้ในมาตรา ๓๐ ซึ่งจะต้องรับขึ้นบัญชีทุนสำรองเงินตรา

ทุนสำรองเงินตรา

ทุนสำรองเงินตรา คือ สินทรัพย์ที่ใช้หนุนหลังธนบัตรออกใช้ สินทรัพย์ดังกล่าว ธปท. จะต้องรักษาและกันไว้ต่างหากจากทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในค่าของธนบัตรและเป็นหลักประกันว่าการออกใช้ธนบัตรมีขอบเขตอยู่เท่ากับสินทรัพย์ที่จะมาเป็นทุนสำรองเงินตรา

พระราชบัญญัติเงินตรา พุทธศักราช ๒๕๐๑ มาตรา ๓๐ กำหนดสิ่งอันชอบด้วยกฎหมายที่ประกอบขึ้นเป็นทุนสำรองเงินตรา ดังนี้

๑. ทองคำ
๒. เงินตราต่างประเทศอันเป็นเงินตราที่พึงเปลี่ยนได้ หรือเงินตราต่างประเทศอื่นใดที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ทั้งนี้ ต้องเป็นรูปเงินฝากในธนาคารนอกราชอาณาจักร
หรือในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ
๓. หลักทรัพย์ต่างประเทศที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศที่ระบุไว้ในข้อ ๒.
๔. ทองคำ สินทรัพย์ต่างประเทศ และสิทธิพิเศษถอนเงิน ทั้งนี้ ที่นำส่งสมทบทุนกองทุนการเงิน
๕. ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง
๖. ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน
๗. หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศที่ระบุไว้ในข้อ ๒. หรือเป็นบาท
๘. ตั๋วเงินในประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพึงซื้อหรือรับช่วงซื้อลดได้ แต่ต้องมีค่ารวมกันไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนธนบัตรออกใช้

สินทรัพย์ตาม ข้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ และ ๖ นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องจัดดำรงไว้ให้มีค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบของมูลค่าธนบัตรออกใช้

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
indexthai วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


Obama's scorecard: Some setbacks but a good summit

........................................................

AP
http://news.yahoo.com/s/ap/20090403/ap_on_go_pr_wh/eu_obama

LONDON – At his summit debut, President Barack Obama failed to persuade foreign counterparts to commit to fresh and lavish spending to boost economic revival. And the success he did achieve in finding common ground was as much the result of modified goals as swaying other countries to bend to U.S. priorities.

Still, he emerged with much of what he wanted from allies on the flailing global economy. And he helped thwart a French-backed attempt to set up an international financial regulator.

Closing out the 20-nation gathering here, Obama — aware of the risks of over-promising to a hurting public back home — hailed the agreement hammered out among wealthy and developing countries while stopping well short of claiming it would reverse dismal conditions or even prevent a deeper recession.

"This is not a panacea," Obama said at a news conference where he straddled nearly every issue.

The president called the meeting a "turning point in our pursuit of global economic recovery" and heralded steps agreed to by the Group of 20 leaders as both "critical" and "necessary."

But, he cautioned: "Whether they're sufficient, we've got to wait and see."

The new U.S. president also has met privately with other heads of state, from Russia, China, Great Britain and India on the sidelines of the summit.

How has he done? "I think we did OK," he said, summing up his performance so far.

Thursday's daylong gathering of the G-20 nations pledged $1.1 trillion in loans and guarantees to struggling countries, agreed to crack down on tax havens, large hedge funds and other risky financial products, rejected protectionism that hampers foreign trade and committed to upgrading an existing financial forum to flag problems early in the global financial system. Those were all elements Obama was seeking.

And, as he hoped, the leaders also rejected a push by French and German politicians for a global financial super-regulator, a proposal that had been expected to go down in defeat. The emphasis, instead, was on cooperation among nations to each choose it own way to enact "a stronger, more globally consistent, supervisory and regulatory framework."

Overall, the outcome seemed more robust than the one global leaders were able to muster at a first summit held last fall in response to the financial meltdown and hosted by Obama's predecessor, George W. Bush. Since that November meeting, the global crisis has worsened, making the need for urgent action more plain to formerly reluctant nations.

Still, the leaders, many wary of piling up debt, did not sign off on large new stimulus packages for their own countries. Obama's administration had initially pushed for such a commitment, but backed off in recent days as European opposition solidified.

Obama claimed Thursday's collective action was a giant victory, calling the meeting historic "by any measure." The president said he was sure the steps would have "a concrete effect" in each nation of creating jobs, saving jobs, expanding economies, loosening credit and restoring confidence in financial markets. To Americans hurting at home, he argued that working to boost the economy worldwide — in particular by helping poorer nations — creates export markets for U.S. goods and the restoration and creation of crucial jobs.

"The steps that have been taken are critical to preventing us sliding into a depression," he said. "They are bolder and more rapid than any international response that we've seen to a financial crisis in memory."

He acknowledged the U.S. had to make concessions. But he begged off detailing them, saying the final communique reflected a collective voice of world leaders.

In a jam-packed news conference that drew hundreds of journalists from around the world, Obama was both playful and wonkish, coughing and sniffling at times with a cold he said he'd been fighting all week.

Obama moved closer to his goal of decisively putting a new, listening-not-lecturing stamp on U.S. foreign policy, not only as it is conducted but as it is perceived around the globe. Citing international polling showing his popularity, Obama said: "I would like to think that, with my election and the early decisions that we've made, that you're starting to see some restoration of America's standing in the world."

Yet, Obama also found himself defending American prominence for the second time in as many days. Just before he spoke, the summit host, British Prime Minister Gordon Brown, declared "the old Washington consensus is over," a reference to decades of U.S.-led dominance of the global economic order.

"I do not buy into the notion that America can't lead in the world," Obama said. "America is a critical actor and leader on the world stage and that we shouldn't be embarrassed about that. But ... we exercise our leadership best when we are listening."

Obama acknowledged that some participants during the summit made comments that seemed to blame America and Wall Street for triggering the crisis that has spread around the world.

"It's hard to deny that some of the contagion did start on Wall Street," Obama said, asserting that some firms took "wild and unjustified risks" and some government regulators were "asleep at the switch."

But he said there were problems in other parts of the world as well.

While Obama argued that the document the G-20 produced included both "a strong, coordinated response to growth" and "a strong, coordinated regulatory response," he said it also reflected the range of the nations' individual priorities, and he added: "It is hard for 20 heads of state to bridge our differences."

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
เหมินท์ วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

ขอบระคุณท่านอาจารย์ indexthai มากๆครับ
ผมพอจะมีความเข้าใจมากขึ้นแล้วครับ
และจะพยายามศึกษาต่อไปอีกเรื่อย ๆ ครับ
เพื่อเป็นแนวร่วมในการเผยแพร่ความคิดของอาจารย์
ในเรื่องความเลวร้ายของทุนนิยมและกองทุนนิยมครับ
และสร้างความพอเพียงให้เกิดขึ้นในสังคมของเราครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
พลัม วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plumplum
ความรู้สึกของคนที่เราแคร์ สำคัญเสมอ...

แวะมาทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
indexthai วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 07.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณ ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน

"ส่วนทุนสำรอง"สุทธิ"ของไทย ช่วงท้ายรัฐบาลชวลิตคงไม่ใช่ 8,900 ล้านเหรียญครับ พอหักฟอร์เวิร์ดและที่สิงคโปร์ช่วยซื้อเงินบาท(แล้วมาเก็บบัญชีกับเรา) เหลือเพียง 800 ล้านเหรียญ"

เมื่อก่อนผมก็เคยใช้ตัวเลข 800 ล้านเหรียญเช่นกัน (จากคำให้สัมภาษณ์ของคุณธารินทร์ นิมมานเหมินทร์)

เดือนกรกฎาคม 2540 (1997) หรือกลางปี 1997 ตัวเลขที่เป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทยคือ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ (หักฟอร์เวิร์ดแล้ว)

ดูจากกราฟที่นำเสนอนี้

หลังลอยค่าเงินบาท พล.อ.ชวลิต อยู่ต่อจนถึงปลายปี 1997 (ก่อนมาถึงรัฐบาลชวน 2)

อยู่ต่อประมาณ 5-6 เดือน

ระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือนหลัง ทุนสำรองฯไหลกลับมาเป็น 8,962 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขอบคุณ comment


ข้อมูลเหล่านี้ ทำด้วยมือตัวเอง ..จึงจำได้ดี

.............

คงจะเป็นธรรมเนียมมั๊ง

ประเทศไหนเข้า IMF ผู้นำประเทศนั้นจะต้องลาออก

ชวลิต เลยต้องจ๋อย เป็นนายกไม่ถึงปี มีอันต้องตกกระป๋อง

แสดงความรับผิดชอบ ..ว่างั้น

ฮังการี และ ไอซ์แลนด์ ..เข้า IMF เมื่อปีที่แล้ว ประธาธิบดี(นายกรัฐมนตรี)ลาออกแล้ว

ไอซ์แลนด์ ได้ผู้นำคนใหม่ เป็นผู้หญิง

@@@

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
indexthai วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 07.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คำถาม คุณเหมินท์
http://www.oknation.net/blog/hemint


เป็นเรื่องของเศรษฐกิจมหภาค เป็นเรื่องที่อธิบายให้เข้าใจในรายละเอียดได้ยาก


มองเศรษฐกิจโลกทั้งใบ คล้ายมองโลกใน google earth ภาพธุรกรรมขนาดใหญ่ของโลก เกิดจากธุรกรรมขนาดเล็กๆรวมกัน


มีธุรกรรมใหญ่ๆ 2 อย่าง


1) ธุรกรรมที่เกิดจากการผลิตและการพาณิชย์จริง (Real dectors)

ยุค แรก เช่นการทำไร่ ทำนา เลี้ยงหม่อน ไหม ทอผ้า เหลือกินเหลือใช้ก็เอาไปขาย ขายทั้งใน

ประเทศและนอกประเทศ แต่มูลค่าผลิตผลทางเกษตรกรรมไม่ได้มาก มูลค่าเพิ่มไม่มาก

ต่อมาถึงยุคอุตสาหกรรม เครื่องจักร มีการผลิต รถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน เรือเดินสมุทร รถไถนา

โรงงานทอผ้า โรงงานรถยนต์ เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ ปุ๋ยยาปราบศัตรูพืช

ระยะหลังก็มีวิทยาการที่ ทันสมัยเพิ่มขึ้นมาอีก ยิ่งทำให้กระบวนการผลิตทันสมัยมากขึ้นไปอีก ผลิต

ได้มาก เร็ว มีคุณภาพ และต้นทุนการผลิตต่ำ

มูลค่าทางอุตสาหกรรม ทำให้เกิดมูลค่าสูงและเร็วมาก ประเทศอุตสาหกรรมจึงมั่งคั่งเร็ว และ

มากกว่าประเทศเกษตรกรรม

เรื่องเหล่านี้ เป็น ธุรกรรม และการพาณิชย์จริง

เรื่องการขนส่ง การท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องของภาคการผลิตและการพาณิยช์จริง


มีตลาดเงิน มีธนาคารเป็นตัวกลาง ของธุรกรรม


หากพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง การกู้ยืมเงินมาเพื่อลงทุนต่อ มันก็ไม่ใช่เรื่องของความพอเพียง แต่เป็นเรื่องที่เกินความพอเพียง

..................................

แต่ ประมาณ 100 กว่าปีมานี้ มีตลาดทุนเกิดขึ้น เป็นที่มาของ "ไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดจากการผลิตจริง" ที่คุณคุณเหมินท์ ไม่ค่อยเข้าใจนั่นเอง

..................................


2) ไม่ใช่ธุรกรรมการผลิตและการพาณิชย์จริง (Non real sectors) ..ส่วนที่คุณเหมินทร์ไม่ค่อยเข้าใจ

มีการออกใบหุ้นแสดงมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท แล้วนำมาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้น ทำให้มีการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ได้ง่าย

มีสินค้าอะไรบ้างที่มีการซื้อขายวันละหลายหมื่นล้าน ตลาดหุ้นไทยเคยมี บางวันซื้อขายวันละ 4-6 หมื่นล้านบาทก็มี

วลีทางวิชาการ เขาบอกว่า "เป็นการลงทุนทางอ้อม"

บางคนเอาหุ้นมาจดทะเบียนแล้ว ได้เงินแล้ว ก็ไม่สนใจบริหารบริษัท

มี คนอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของบริษัทแต่แรก เข้ามาซื้อขายหุ้น เรียกว่า นักลงทุน นักเก็งกำไร

Mutual fund, Hedge fund, Pension fund, Rererve fund (World fund)

มีหลายวัตถูประสงค์ปนกัน อยากมีส่วนเป็นเจ้าของบริษัทบ้าง อยากได้เพียงส่วนต่างการลงทุนบ้าง

กองทุนท้องถิ่นไม่ค่อยมีฝีมือ แต่บรรดากองทุนข้ามชาติ ฝีมือร้ายกาจมาก

คุณ เหมินทร์ ถามว่า "เงินมันจะสร้างจากเงินได้อย่างไร"

ก็คือซื้อหุ้นที่ราคา 1,100 เมื่อหุ้นมันขึ้นมาที่ 9,000 ขาย ก็มีกำไรแล้ว 718 เปอร์เซนต์

ก็มันสร้างเงินกันอย่างนี้แหละ (ไม่ทราบพอจะเข้าใจไหม}

พวก World Fund เขารู้กลไกเศรษฐกิจโลกดี

เขาซื้อที่ราคา 1,100 (ปี 2001) ขายที่ 9,000 (ปลายปี 2007) ...กำไร

แต่ "คนท้องถิ่น" จะมาเมื่อตลาดใกล้จบ (ถูกปั่นให้เชื่อ)

จะซื้อที่ 9,000 มันตกไป 98 เปอร์เซนต์ ...ก็ขาดทุนบักโกรก


กราฟที่เห็นเป็นดัชนีตลาดหุ้นไอซ์แลนด์


ประเทศไอซ์แลนด์ เข้าโครงการณ์ IMF เมื่อปลายปี 2008

(เมื่อเร็วๆนี้ มีคนไอซ์แลนด์มากระโดดตึก สนามบินสุวรรณภูมิตาย)


ทุก วันนี้ตลาดหุ้นได้มีการพัฒนาไปไกลมาก เช่นการเกิดตลาดตราสารอนุพันธ์ คือหุ้นขึ้นก็มีกำไร หุ้นตกก็ไม่กำไร

World Fund เป็นองค์กรอย่างหนึ่ง ที่มีความรู้เรื่องนี้ดีมาก มีเงินมากด้วย จึงสามารถทำกำไรแต่อย่างเดียว ไม่มีทางขาดทุน (Fund โง่ก็มี ที่ขาดทุน)

(การพัฒนาตลาดทุนตามที่กล่าว ผู้เขียนไม่เรียกว่าการพัฒนา ผู้เขียนเรียกว่ามันสร้างเครื่องมือที่มาทำลายให้โลกเสื่อมลง)

Real sectors อาจจะมีทั้งกำไร และมีทั้งขาดทุน

Non real sectors (ที่ชาญฉลาด) มีกำไรแต่อย่างเดียว ตลอดเวลา

Non Real dectors นั่่นเองที่ทำให้ ทุนสำรองท่วมโลก



Real sectors ได้รับผลกระทบจากธุรกรรม non real sectors

ล้มทั้งโลก


3) ทุนรองเงินตราระหว่างประเทศ เป็นตัวเลขรวมๆกันของมูลค่าที่เกิดจากธุรกรรม ของ 1 และ 2

ได้แก่สมดุลย์ของ

3.1 มูลค่าการส่งออก-นำเข้า
3.2 มูลค่าต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในไทย-คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ
3.3 มูลค่าการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ-มูลค่าการชำระเงินกู้ต่างประเทศ
3.4 มูลค่าที่ได้จากไปขายแรงงาน-มูลค่าที่ต่างชาติมาขายแรงงานในไทย
3.5 มูลค่าการเข้ามาลงทุนในไทย-มูลค่าการที่ไทยไปลงทุนต่างประเทศ
..3.5.1 การลงทุนทางตรง
..3.5.2 การลงทุนทางอ้อม (ไม่ใช่ธุรกรรมการผลิตและการพาณิชย์จริง)
3.6 มูลค่าจากการกู้ยืมเงินต่างประเทศ-มูลค่าการใช้หนี้ชำระดอกเบี้ยเงินกู้ต่างประเทศ

หากได้ดุล ทุนรองเงินตราระหว่างประเทศ ....จะเป็นบวก
หากขาดดุล ทุนรองเงินตราระหว่างประเทศ ..จะเป็นลบ

แยกทุนสำรองฯ ออกได้อย่างไร ว่าส่วนไหนเป็นธุระกรรม 1(real) และส่วนไหนเป็นธุรกรรม 2 (Non real)

ตัวอย่าง 1
สมดุล ของ มูลค่าการส่งออก-นำเข้าระหว่างปี 2000-2008 ประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้า 27,400

ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเฉลี่ยปีละ 3,044 ล้านเหรียญสหรัฐ ช่วงดังกล่าวเป็นช่วงที่ ราคาสินค้า

เกษตรอุตสาหกรรมดี ทำให้ได้เปรียบดุลการค้า แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร


ดังนั้นการได้เปรียบดุลในข้อ 3.2 - 3.5.1 ก็ไม่ได้มากมายอะไร เช่นกัน


ตัวอย่างที่ 2
ทุนสำรองฯสุทธิ ประเทศไทย
ช่วงท้ายรัฐบาล พลเอกชวลิต.......... 8,962 ล้านเหรียญสหรัฐ
ช่วงท้ายรัฐบาล นายชวน ............... 30,526 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 21,564 จากก่อนหน้า
ช่วงท้ายรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ... 73,926 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 43,400 จากก่อนหน้า
ช่วงท้ายรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ ..... 106,541 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 32,615 จากก่อนหน้า

สังเกต รัฐบาลสุรยุทธ์
เพียง แค่ปีเดียว เพิ่ม 32,615 ล้านเหรียญสหรัฐ จากก่อนหน้า ทุนสำรองฯที่เพิ่มขนาดนี้ ไม่น่าจะเกิดขึ้นจาก real sectors แน่นอน แต่น่าจะนำมาลงทุนใน non realsectors มากกว่า


4) ผู้เขียนพยายามแสดงให้เห็น

ว่า ..ให้แยกมูลค่าธุรกรรม 1(Real)ออกมาก่อน

ส่วนที่เหลือ ก็จะเป็นมูลค่าของธุรกรรม 2(Non-real)

.....................

ไม่มีตัวเลขแสดงได้ทั้งหมด

แต่ประมาณการได้ว่า มูลค่าธุรกรรม

Real sectors ของโลกมีสัดส่วน 25 เปอร์เซนต์


Non Real sectors ของโลกมีสัดส่วน 75 เปอร์เซนต์


5) การเคลื่อนย้ายทุนโลก มูลค่าการส่งออก เงินต่างชาติที่นำมาซื้อพันธบัตร นำมาซื้อหุ้น ฯลฯ ต้องนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินท้องถิ่นก่อน (บางประเทศ สามารถซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์ได้ด้วย) สุดท้ายเงินตราต่างประเทศก็ มาอยู่ที่ธนาคารกลาง ..เป็นทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ(เพิ่มขึ้น) เมื่อเขาต้องเอาเงินออก เขาก็จะเอาเงินท้องถิ่น มาแลกดอลลาร์คืน ดอลลาร์ที่ธนาคารกลางก็จะลดลง


6) "พอจะแนะนำหนังสือหรือแหล่งที่มีข้อมูลเหล่านี้ได้ที่ไหนมั๊ยครับ" ผมไม่ทราบว่ามีหนังสือเขียนถึงเรื่องแบบนี้หรือไม่ ที่ผมนำเสนอ ผมนำเสนอจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง ข้อมูลเหล่านี้ มีอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครนำมาสรุป หาความสัมพันธ์ระหว่างกัน (Correlation)


ผม เคยอ่านบทความของคนที่ได้รับรางวัลโนเบลมาบ้าง

เขาเขียนตามคำประกาศของธนาคารกลาง หรือกระทรวงการคลังของประเทศต่างๆ แล้วมันจะได้ความจริงได้อย่างไร

เขาก็นำเสนอแต่เรื่องดีๆสำหรับตัวเขา (ของธนาคารกลาง และ กระทรวงการคลัง)

ลอง อ่านข่าวหรือประกาศจากธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ มีแต่เรื่องดีๆ ออกประกาศอะไร เป็นเรื่องดีทุกอย่าง (แต่ประเทศไทยล่มจมต่อเนื่อง) ชาวบ้านทั่วไปไม่มีทางที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ผมรู้ เพราะผมมีข้อมูลที่เป็นส่วนตัวของประเทศต่างๆทั่วโลก มีตัวอย่างจากของจริงที่เกิดขึ้นกับหลายๆประเทศทั่วโลก ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนผมนำมาเสนอเป็น patterns ของความสัมพันธ์ Correlation)ระหว่างตลาดทุน ตลาดเงิน ตลาเงินตราได้ เกิดที่ประเทศไหน ก็เป็นแบบเดียวกันทุกประการ

เรื่องที่ คุณเหมินท์ ถามเป็นเรื่องที่สำคัญ ยากที่ทำความเข้าใจ รวมทั้งเรื่องการพิมพ์ธนบัตร ..ก็ขอตอบเพียงเท่านี้


แต่ไม่ทราบเช่นกันว่า จะทำให้คุณเหมินท์ เข้าใจได้แค่ไหน ?


ประชุมผู้นำระดับโลก ก็พูดแต่เรื่องเล็ก เรื่องของ 25 เปอร์เซนต์


มีการพูดถึงเรื่องใหญ่ 75 เปอร์เซนต์น้อยมาก


มันจึงแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกไม่ได้อย่างไรละ



.....................
ลองอ่าน...
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/01/29/entry-1

@@@

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ชอบใจที่คุณ indexthai พูดถึง IMF กองทุนฟุ่มเฟือย และอาเซียน ประชุมกันปีละเจ็ดร้อยกว่าครั้ง มีแต่สร้างภาพและยังดื้อทำในสิ่งผิดๆ
ตอน25บาทต่อดอลล่าร์ สู้หมดหน้าตักไม่ให้เงินบาทอ่อนไปเลยซักบาท ผลสุดท้าย ไหลไปถึง53บาทก่อนกลับมานิ่งแถว44บาทหลายปี
ตอน42-43บาท กว้านซื้อดอลล่าร์เพื่อไม่ให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเลยซักบาท แอบๆเล่นอ้างช่วยผู้ส่งออก แต่ทุนสำรองสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกินดุลการค้าและ"บริการ"มันฟ้องอยู่ดี
พอต่ำกว่า38บาท ใจแป้วเลิกเล่น ปล่อยไหลถึง32บาท ทั้งที่ผู้ส่งออกอั้นต่ำกว่า 36บาทไม่ไหว ปิดตัวไปเยอะ
เหมือนไอเอ็มเอฟเอาเงินไปช่วยไอซ์แลนด์ คงชำระคืนเป็นน้ำแข็งก้อนเท่าอลาสก้า
ทุนสำรองทั่วโลก ที่เพิ่มขึ้นปีละเจ็ดแสนกว่าล้านเหรียญน่าจะอธิบายได้จากการขาดดุลการค้าของเมกา เดือนละหกหมื่นกว่าล้านเหรียญ ปีละเจ็แสนกว่าล้านเหรียญ ต่อเนื่องมาหลายปีแล้วครับ
ส่วนทุนสำรอง"สุทธิ"ของไทย ช่วงท้ายรัฐบาลชวลิตคงไม่ใช่ 8900ล้านเหรียญครับ พอหักฟอร์เวิร์ดและที่สิงคโปร์ช่วยซื้อเงินบาท(แล้วมาเก็บบัญชีกับเรา) เหลือเพียง800ล้านเหรียญ ช่วงท้ายรัฐบาลชวน ยังไม่ได้คืนเงินกู้ไอเอ็มเอฟทั้งหมด มาชำระหมด"ก่อนกำหนดสองปี"สมัยทักษิณ ส่วนที่เพิ่มมากกว่าดุลการค้าและ"บริการ" คือการโหมซื้อช่วง42บาท (เพื่อช่วยผู้ส่งออก?) มั๊งครับ....
แอบเล่นกันแบบเดิมๆ พอเจ๊งก็อ้าง เพียงขาดทุนทางบัญชี หรือโยนให้เป็นหนี้สาธารณะก้อนเบ้อเริ่มไป

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
indexthai วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 00.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


สายฟ้าขี้สงสัย.......
http://www.oknation.net/blog/ligthning

โปสเตอร์นี้ เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลก ...ในการประชุม G-20 ที่ London


โห........................


....................

CAPITALISM ISN'T WORKING

ANOTHER WORLD IS POSIBLE
....................



ตรงกับปัญหาที่ผมนำเสนอมาโดยตลอด

แต่ดูเหมือนไม่มีผู้นำประเทศใดเข้าใจ ใส่ใจ

(อ่าน 6 ล้ิงค์ที่แปะไว้)

@@@

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
chedtha วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ อาจารย์ indexthai

ขอบคุณมากๆเลยครับ สำหรับ 6 ล้ิงค์ที่แปะไว้ให้อ่านศึกษาหาต้นเหตุแห่งปัญหา

อาจารย์ให้ความรู้ในด้านเศรษฐกิจโลกมาอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณมากๆครับสำหรับวิทยาทาน


ดีใจมากครับที่อาจารย์แวะไปชมภาพมินิกอล์ฟ โรงงานทราย
และสวนกล้วยในเมืองริมทะเลสาบ Germany
http://www.oknation.net/blog/chedtha/2009/04/01/entry-1


ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Cat@ วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 07.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เรืองปวดหัว
เปงแจ๋ว ก็ปวดหัว


มาชวนไปเทียวบ้านแม่แคทจ๊ะ
ชาวสวน ศิลปิน เกมส์ไฟฟ้า เข้ากั๊น เ้ข้ากัน Cat@

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
feng_shui วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

อูยยยยยยยยย ......ทุนสำรอง จีน มหาศาล เลยยยยยยย


.
.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
indexthai วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

G-20 protesters jam downtown London, target banks

AP

http://news.yahoo.com/s/ap/20090401/ap_on_re_eu/g20_protests

LONDON – Thousands of G-20 protesters jammed downtown London on Wednesday and some tried to storm the Bank of England, pelting police with eggs and fruit and rocking the barricades designed to control them.

Demonstrators shouted "Abolish Money!" and clogged streets in the financial district known as "The City" even as Prime Minister Gordon Brown and President Barack Obama held a news conference elsewhere in the British capital.

Protesters had branded the day "Financial Fool's Day" ahead of Thursday's summit of world leaders who are gathering in hopes of resolving the global financial crisis that has lashed nations and workers worldwide.

"Every job I apply for there's already 150 people who have also applied," said protester Nathan Dean, 35, who lost his information technology job three weeks ago. "I have had to sign on to the dole (welfare) for the first time in my life. You end up having to pay your mortgage on your credit card and you fall into debt twice over."

Demonstrators hoisted effigies of the "four horsemen of the apocalypse," representing war, climate chaos, financial crimes and homelessness.

"The greed that is driving people is tearing us apart," said Steve Lamont, 45, flanked by his family and protesters who were banging on bells, playing drums and blowing whistles.

At least eight people were reportedly arrested for having police uniforms. One police officer lost his helmet and demonstrators tossed it around like a trophy and chanted slogans.

Helicopters hovered above the protests and some buildings were boarded up in case the protests turned ugly. Many banks had extra security and hundreds of police officers lined the streets.

Fearing they would be targeted by protesters, some bankers swapped their pinstripe suits for casual wear and others stayed home. Bolder financial workers leaned out their office windows Wednesday, taunting demonstrators and waving 10 pound notes at them.

Especially in Britain, bankers have been lambasted as being greedy and blamed for the recession that is making jobless ranks soar.

"It seems like everything is in a mess," said protester Steve Johnson, 49, an unemployed construction worker. "You get bankers getting massive bonuses, and the MPs (British lawmakers) are lining their own pockets."

Musician and political activist Billy Bragg said the time was now to make a difference.

"It's better than sitting down shouting at the television at these bankers," he said. "We cannot go back to the way things were before to the million-dollar bonus culture."

@@@

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เด็ดสะระตี่ วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 18.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jinzer

"เราจะไม่รับกรรมที่คุณก่อ"

เราจะไม่ร่วมใช้หนี้ที่เราไม่ต้องการ..........

ทำได้แค่นี้ เอานายกเทศมนตรีและนายกอบต.ในพื้นที่ผมไปรวมหัวกัน คิดได้ดีกว่านี้น่า

เบื้องบนแนะ เศรษฐกิจพอเพียง กินเท่าที่มี ใช้เท่าที่มี ชีวีมีสุข

หัวขบวนบอกกู้เพื่อชาติ....แต่หาทางเลี่ยงภาษี(จัง)..... รากหญ้า หาเงินใช้หนี้ที่ไม่ได้ก่อ บางปีตัวแดงในบัญชี ยังได้เสียภาษี 555+

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Cat@ วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

แวะมาเกาะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เหมินท์ วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

เรียนถามอาจารย์ indexthai
ผมสงสัยว่า เงินมันเพิ่มเข้ามาในระบบเศรษฐกิจได้อย่างไรครับ
อย่างที่อาจารย์ได้บอกไว้ว่า ธุรกรรมของโลกมี 2 ส่วน
1. ภาค real sector ที่มีสัดส่วน 25 %
ซึ่งส่วนนี้ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่น เราอยู่ในภาคการผลิต เวลาเราผลิตข้าวได้ เราเอาข้าวไปขายเราได้เงินมา และเงินนี้ทางแบงค์ชาติก็ต้องพิมพ์แบงค์เพิ่มขึ้นนั่นก็แสดงว่า เงินก้อนนี้เกิดขึ้นจากดิน
เงินส่วนนี้ก็ต้องเพิ่มเข้ามาในระบบมากขึ้นทุกปี ไม่มีทางน้อยลง
ส่วนภาคบริการ เราเอาเงินไปฝากธนาคาร ได้ดอกเบี้ยเงินฝาก เราก็ได้เงินเพิ่มเข้ามา แต่กรณีนี้ ธนาคารไปเก็บดอกเบี้ยเงินกู้มาจากภาคการผลิต
แสดงว่าภาคการผลิตเป็นผู้สร้างเงินเหมือนเดิม

2. ธุรกรรมที่ไม่ใช่ Real Sector 75%
ส่วนนี้ผมไม่ค่อยเข้าใจครับ เพราะเงินมันจะสร้างจากเงินได้อย่างไร จะเอาอะไรมาคำนวณว่าเราจะพิมพ์แบงค์เข้ามาในระบบเพื่อให้เพียงพอกับการทำกำไรในส่วนนี้ได้อย่างไร

หรือว่าอาจารย์พอจะแนะนำหนังสือหรือแหล่งที่มีข้อมูลเหล่านี้ได้ที่ไหนมั๊ยครับ ผมสงสัยมานานแล้วครับ
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เหมินท์ วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

หวัดดีครับ อาจารย์
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดี ๆ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย



ความคิดเห็นที่ 10 (0)
kae_31 วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 13.56 น.
www.oknation.net

อ่านจากข่าวหรือบทความวิชาการไม่ค่อยเข้าใจ ต้องเข้ามาเสริมจากบล็อกนี่แหละคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

เป็นกำลังใจให้ฝ่ามรสุมมทุกสิ่งสรรพ...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
tutu วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

อ่านแล้วต้องถอนหายใจอีก เฮ้อออออออออออ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณสยาม วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

ลองดูว่า สหรัฐกีบจีน จะบรรลุข้อตกลงไรบ้าง
หวังว่าคงไม่ถีบกันลงเหว มันหมายถึงอนาคตของโลก
แต่อย่างนายกเรา มีโอกาสแสดงวิศัยทัศน์ขนาดใหน
อยู่ทีมงานแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
indexthai วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คนนับถือกัน แวะมาเยี่ยม.. ก็มีความสุข

ซำมะแจะ
http://www.oknation.net/blog/keepitup

ดอกไม้ในขุนเขา
http://www.oknation.net/blog/thebeautyofsunlight

ซันญ่า
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS

ลูกเสือหมายเลข9
http://www.oknation.net/blog/chai

ดินดำน้ำชุ่ม
http://www.oknation.net/blog/derreiser

..............


ดอกไม้ในขุนเขาว่า
"วันนี้ the nation เค้าลงว่า ปีหน้าจะโต 3% เป็นไปได้มั้ยเจ้า"

ผมเขียนไว้ใต้กราฟ G85 Index ว่า...
"หากเปรียบเทียบระยะเวลาการปรับตัว 3 ปีเท่ากัน การปรับตัวของตลาดหุ้นโลกน่าจะไปต่ำสุดในปี 2010"


ช่วง 2-3 ปีนี้ จะเป็นช่วงของทั่วโลกฆ่าตัวตายมากที่สุด คนอิตาลี มาผูกคอตาย หัวขาดที่สะพานพระราม 8 คนไอซ์แลนด์มาโดดตึกสนามบินสุวรรณภูมิตาย คนยุโรปทั้งคู่ ผมว่าหมดตัวจากตลาดหุ้น ตลาดหุ้นยุโรปตกแรงที่สุด เข้าโครงการณ์ IMF แล้ว 3 ประเทศ รวมทั้งไอซ์แลนด์

ปล้น จี้ ฉก ชิง วิ่งราว ลักขโมย จะมาก (กระเป๋าถือ ถือดีๆ)

@@@

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ขอบคุณอาหารสมองสำหรับเช้านี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณข้อมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซันญ่า วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

http://www.oknation.net/blog/sonyaUSA/2009/04/01/entry-1

สวัสดีค่ะอาจารย์
................กำลังพิจารณา ในงานของอาจารย์อยู่ค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

สวัสดีตอนเช้าค่ะอาจารย์

วันนี้ the nation เค้าลงว่า ปีหน้าจะโต 3% เป็นไปได้มั้ยเจ้า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

แวะมาเรียนอีค่อนเจ้า ....



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน