*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531120
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 7357 , 12:10:00 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


เด็กชายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

รัฐบาลอภิสิทธิ์  ..กำลังจะกู้เงินก้อนโต 8 แสนล้านบาท

เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งในปี 2555

แบ่งการกู้โดย 2 รูปแบบ

4 แสนล้านบาทแรก กู้โดยออกเป็นพระราชกำหนด มีปัญหาในช่วงแรก ว่า รัฐบาลจะสามารถทำได้หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญลงมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมาแล้ว ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และสภาฯลงมติรับหลักการไปแล้ว

4 แสนล้านบาทหลัง กู้โดยออกเป็นพระราชบัญญัติ จะมีการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาในช่วงเปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญระหว่างวันที่ 15 – 23 มิถุนายน 2552 นี้ เมื่อสภามีมติรับรอง ก็สามารถกู้ 4 แสนล้านบาทได้ (ยกเลิก)

เป็นการกู้เงินในประเทศ (กู้เงินบาท)

การกู้จะทำให้จบเสร็จภายในปี 2553

กู้มากระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 2 หลังการออกงบประมาณกลางปี วงเงิน 116,700 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้วในรอบแรก

การกู้มาลงทุน ..เป็นการลงทุนนอกงบประมาณ

เงินลงทุนในโครงการ "ไทยเข้มแข็ง 2555" ช่วงเวลา 3 ปี มูลค่า 1.43 ล้านล้านบาท จึงมาจาก 2 ส่วน ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ 8 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือมาจากงบลงทุนของงบประมาณรายจ่ายปี 2533-2535

เป็นการการลงทุนโดยภาครัฐ ครอบคลุมการลงทุนทุกภาคส่วน ทั่วประเทศ 16 โครงการณ์

แบ่งการลงทุนเป็น 2 ส่วนหลัก ..รวม 1.431 ล้านล้านบาท

ส่วนแรก โครงการที่รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจรับภาระไป 1.11 ล้านล้านบาท จัดการน้ำเพื่อการเกษตร ขนส่ง ท่องเที่ยว การศึกษาและการสาธารณสุข

ส่วนที่สอง เป็นโครงการที่รัฐวิสาหกิจรับภาระลงทุน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องโครงการพลังงาน การสื่อสาร การขนส่ง รวม 3.21 แสนล้าน

เมื่อวันที่อังคารที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติการเพิ่มทุนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 5 แห่ง รวม 14,500 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรี สั่งคลังเตรียมความพร้อมกู้เงินทุกเวลา เผยเงินกู้ 8 แสนล้านบาท โดยออกพันธบัตรดบ.เริ่มต้น 2.5 เปอร์เซนต์ และจากนั้นจะตามมาด้วยการกู้กับสถาบันการเงิน จะเกิดการจ้างงาน 2 ล้านตำแหน่ง เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น จะทำให้เก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายประสาร ไตรรัตน วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย  นายอาชว์ เตาลานนท์ จากค่ายซีพี ..สนับสนุนการกู้เงินของรัฐบาล

ก่อนหน้านั้น

ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวคิดจะขอเปิดประชุมสภา

ผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาพระราชกำหนดเงินกู้ วงเงิน 4 แสนล้านบาท หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการกู้เงินสามารถดำเนินการต่อไปได้

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ สบน.ได้เตรียมเหตุผลที่พร้อมจะชี้แจงถึงเหตุผลที่รัฐบาลจำเป็นต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมากระตุ้นเศรษฐกิจในรอบที่ 2 ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ (18 พ.ค.) ขณะเดียวกันได้เตรียมรูปแบบการกู้เงินแล้ว

โดยคาดว่าจะดำเนินการกู้เงินจากตลาดในประเทศได้ภายในช่วงเดือนมิ.ย.นี้

การกู้เงิน 4 แสนล้านบาทตาม พ.ร.ก.นั้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

1. 2 แสนล้านบาทแรก จะเป็นการกู้เงินสมทบเงินงบประมาณปี 2552 เพื่อนำเงินเข้าสู่เงินคงคลังชดเชยรายได้ให้มีเพียงพอต่อการใช้จ่ายส่วนต่างๆ ของรัฐบาล และ

2. ส่วนที่เหลืออีก 2 แสนล้านบาท จะนำไปใช้ในการลงทุนโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2552

"เราต้องรอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอนุมัติการออกพระราชกำหนดกู้เงินก่อน จากนั้นเราก็จะเดินหน้ากู้เงิน โดยเราจะต้องปรับแผนการบริหารหนี้สาธารณะกันใหม่อีกรอบ หลังจากที่ได้ปรับไปครั้งหนึ่งเมื่อรัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวน 4.41 แสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเราคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการปรับแผนบริหารหนี้" นายพงษ์ภาณุ กล่าว

ออกเป็น พันธบัตรออมทรัพย์ และกู้แบงก์

เบื้องต้นของแนวทางการกู้เงินคาดว่า จะกู้โดยวิธีการออกพันธบัตรออมทรัพย์ และกู้จากสถาบันการเงิน โดยแนวทางการออกพันธบัตรรัฐบาลนั้น ขณะนี้มีช่องที่จะทำได้ไม่มากนัก เพราะได้ออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว ฉะนั้นจึงเหลือช่องทางการกู้เงินจากพันธบัตรออมทรัพย์ และการกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันยังมีสภาพคล่องเหลืออยู่มาก

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า การกู้เงินของรัฐบาลเพื่อนำมากระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 2 จะส่งผลให้ยอดหนี้สาธารณะของประเทศปรับสูงสุดถึง 60% ต่อจีดีพี

ในปี 2555-2556 เทียบเท่ากับระดับหนี้สาธารณะช่วงหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 แต่มีความแตกต่างของการกู้เงิน กล่าวคือ ในช่วงหลังวิกฤติเศรษฐกิจ ได้เกิดหนี้เสียในระบบและถูกมาแปลงเป็นหนี้ของรัฐบาล

ขณะที่การกู้เงินครั้งนี้จะถูกนำมาเพื่อใช้ในการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลตอบแทนกับระบบเศรษฐกิจ ทำให้เชื่อว่านับจากปี 2556 ไปแล้ว ยอดหนี้สาธารณะจะลดลงเร็ว

"เราเชื่อว่าจีดีพีจะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้น เริ่มจากปีหน้า ซึ่งจีดีพีจะเป็นบวก และกลับมาขยายตัวได้ดีนับจากปี 2556 ซึ่งมีแนวโน้มจะขยายตัวได้ประมาณ 5.5 - 6 เปอร์เซนต์ และหลังจากปี 2557-2558 รัฐบาลก็น่าจะเดินนโยบายงบประมาณแบบสมดุล เพื่อให้หนี้สาธารณะกลับมาเป็นระดับ ปกติที่ 40% ต่อจีดีพี นี่เป็นเหตุผลที่เราไม่กังวลกับภาระหนี้ในอนาคต" นายพงษ์ภาณุ กล่าว

ชี้ ช่วงเวลาเหมาะสม สภาพคล่องล้น

นายจักรกฤษฎ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวถือว่า มีความจำเป็นมาก เพราะเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับกรณีที่รัฐบาลขาดเงิน ขณะเดียวกันถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากขณะนี้สภาพคล่องในตลาดมีจำนวนที่มาก ต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ และรัฐบาลมีเครดิตในการกู้เงิน หากปล่อยให้เศรษฐกิจตกต่ำมากกว่า หรือระดับเงินคงคลังลดลงอยู่ในระดับศูนย์ ไม่สามารถกู้เงินได้ และเงินก็จะไหลออกนอกประเทศ

"เราต้องรีบทำตอนนี้ เพราะถ้าไม่รีบทำแล้วเมื่อเงินขาดมือก็จะมีปัญหา ถือเป็นการเตรียมตัวตอนที่เรายังดีอยู่ ไม่ใช่ตอนที่หมดตัว ไม่เช่นนั้น ต้นทุนเราจะสูง"

ทั้งนี้สำหรับต้นทุนในการกู้เงินถือว่า ยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะสภาพคล่องในระบบมีอยู่สูง แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลประกาศกู้เงินจากตลาดในประเทศจำนวน 8 แสนล้านบาท ก็ได้ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

ที่มา :
รัฐบาลเบรกกู้ล็อตแรก2.8แสนล้าน รอตีความพ.ร.ก.เงินกู้
http://www.suthichaiyoon.com/WS01_A001_news.php?newsid=10875

กู้เงิน 8 แสนล้านบาท โครงการนอกงบฯ 1.4 ล้านล้านบาทประชาชนอย่าเผลอ!!!
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000060908

ทักษิณแอบอยากเห็นภาพแผนกู้สร้างความมั่นคงของพรรคร่วมสมานฉันท์ภูมิใจไทยกลายเป็นร็อคสะดุด!!
http://www.oknation.net/blog/buzz/2009/06/11/entry-1

-

วิจารณ์
-

1) เงินคงคลัง และ งบประมาณแผ่นดิน งบประมาณแผ่นดินปี 2552 ขาดดุลสูงถึง 4.41 แสนล้านบาท รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณ มาก่อนหน้านี้แล้ว แม้จะใส่เงินอีก 2 แสนล้านบาทจากการกู้ ก็ยังไม่พออยู่ดี

ช่วงรัฐบาลทักษิณ ที่บอกว่าเศรษฐกิจดี เงินคงคลังก็ติดลบเช่นกัน มีไม่พอจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ต้องขายทรัพย์สิน ขายหุ้นในพอร์ตของกระทรวงการคลัง ขายกระทั่งต่างชาติเอามาตั้งเป็นธนาคารได้ถึง 2 ธนาคาร คือ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ธนาคารยูโอบี จํากัด (มหาชน) ขายปตท.เข้าตลาดหุ้น ก็ถูกโกงราคา IPO ที่ราคาต่ำ ขายรัฐวิสาหกิจออกหลายแห่ง ทำให้ได้เงินมา แต่ก็ไม่พอใช้

รัฐบาลใดมาก็ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ รัฐบาลทักษิณขึ้นเงินเดือนหลายรอบ วันที่ปาฐกถาเรื่องมงฟอร์ตโมเดลที่เชียงใหม่ บอกจะขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5 เปอร์เซนต์ ระเบิดลงที่ศูนย์การค้าหาดใหญ่ 3 แห่ง พ่อของลูกคนหนึ่งเสียชีวิต ลูกชายตัวเล็กๆตาบอดไปข้างหนึ่ง รัฐบาลพลเอกสุรยุทธมา ขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีก 4 เปอร์เซนต์ หรือรัฐบาลนายสมัครก็ขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีก รัฐบาลสมชาย ปตท.ขึ้นราคาน้ำมันมหาโหด ทำให้เงินเฟ้อสูง เงินเฟ้อสูง ต้องขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีก ให้ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟรี ค่าน้ำ ค่าไฟฟรี ตามด้วยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เรียนฟรีอีก 15 ปี ให้เงิน 2,000 บาทแก่ผู้มีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาท  จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาท จัดอบรมช่วยเหลือคนตกงาน ต้นกล้าอาชีพ เดือนละ 5,000 บาท ต่อคน งบถนนปลอดฝุ่น

พนักงานรัฐวิสาหกิจก็รอเมื่อใดจะมีการขึ้นเงินเดือนเหมือนข้าราชการบ้าง รอแล้วรออีกก็ไม่ได้ เมื่อถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์พนักงานการไฟฟ้าจึงพากันมาชุมนุมที่ทำเนียบ ขอค่ายังชีพ 2,000 บาทขาดตัว เป็นเวลา 6-12 เดือน จะให้เฉพาะเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท คนที่มีเงินเดือนไม่เกิน 50,000 ก็จะเอาด้วย ผลสรุปเป็นอย่างไร ยังไม่สรุป

ภายหลังรัฐกลับมาขึ้นภาษี และปล่อยให้ปตท.ขึ้นราคาน้ำมันตามใจชอบอีก ดูดเงินชาวบ้านกลับ มากกว่าที่ให้เงินชาวบ้านฟรี

ฝ่ายการเมือง และข้าราชการยังเดินทางไปประชุม ไปดูงานต่างประเทศปกติ

งบโฆษณาไม่ตรงต้นเหตุ เช่น รักกันไว้เถิด (แทนที่จะยุติธรรมไว้เถิด) งบโฆษณาหน่วยงานรัฐ มากไป

แล้วงบประมาณ จะไม่ขาดดุลได้อย่างไร

รัฐบาลทักษิณ ปรับโครงสร้างข้าราชการ เพิ่มหน่วยงาน เพิ่มตำแหน่งงาน เพิ่มกรรมการ บางกระทรวงที่ตั้งขึ้น งานซ้ำซ้อนกระทรวงที่มีอยู่เดิม จนต้องปิดตัวลง

องค์กรที่ไม่จำเป็น หรือมีเหลือล้นแล้ว ก็ยังตั้งมาอีก อย่างเช่นการตั้งสถานี TPBS ใช้งบประมาณปีละ 2,000 ล้านบาท

เศรษฐกิจตกต่ำ เก็บภาษีไม่เข้าเป้า ทำให้ประมาณขาดดุล งบประมาณขาดดุล ไม่ใช่เรื่องดี 

รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ขายทรัพย์สินเหมือนรัฐบาลทักษิณ ธนาคารทหารไทยก็ขายให้ต่างชาติไปแล้ว สภาพคล่องท่วมประเทศ ขายของได้ราคาต่ำ ได้เงินน้อยอีก ตอนนี้ทั้งรัฐและเอกชน รอขายออกอีก 2 ธนาคารให้จีน ก็คงไม่ได้ราคาอีกเหมือนเดิม
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/06/10/entry-2
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/05/11/entry-1

เท่าที่ติดตามข้อมูล ในหลายประเทศ ไม่ว่าอาร์เจนตินา หรือสิงคโปร์  ช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี เขาจะลดเงินเดือนข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสากิจ

รัฐบาลต้องรัดเข็มขัด ต้องประหยัด ต้องมีวินัยการเงินการคลัง เมื่อเร็วๆนี้รัฐมนตรีประเทศสิงคโปร์ประกาศลดเงินเดือนตัวเอง

ในอดีตเศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาล ชักชวนให้รัดเข็มขัด ให้ประหยัด ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ

ทุกวันนี้ กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ประเทศไทย เศรษฐกิจไม่ดี กลับแจกเงิน ขึ้นเงินเดือน กระตุ้นให้ใช้เงิน รัฐบาลเอาเงินที่ไหนมาแจก กู้แล้วกู้อีก

กู้แล้วต้องชำระเงินกู้ มีปัญญาที่จะชำระเงินกู้แค่ไหน 

กลุ่มคนเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน มักหลอกเอางบประมาณไปใช้โดยไม่เกิดประโยชน์  เช่นโครงการณ์ของกลุ่มคนสีขาว

แม้เศรษฐกิจไม่ดี งบประมาณขาดแคลน รัฐบาลยังสุรุยสุร่ายเป็นปกติ หากได้เงินกู้มาครั้งนี้มาอีก จะสุรุ่ยสุร่าย และจะคอร์รัปชันแค่ไหน ..ดูเรื่องรถเมล์ NGV 4,000 คัน เป็นตัวอย่าง

การจัดทำงบประมาณแบบสมดุล พูดกันมาหลายรัฐบาล ไม่เคยเห็นว่ารัฐบาลใดจะทำได้ เป็นการพูดแบบหาเสียง ดร.สมคิด ศรีจาตุพิทักษ์ รมว.คลังในรัฐบาลทักษิณ ก็พูดเช่นนี้  "อีก 4 ปี ประเทศไทยจะจัดทำงบประมาณแบบสมดุล" ไม่มีอะไรเป็นจริงตามที่พูด

แต่หากตั้งใจทำจริงก็ทำได้ ไม่เพียงทำงบประมาณที่สมดุลเท่านั้น หนี้สาธารณะก็จะลดลงด้วย

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ กล่าวว่า "หลังจากปี 2557-2558 รัฐบาลก็น่าจะเดินนโยบายงบประมาณแบบสมดุล" ก็พูดคล้าย ดร.สมคิด ศรีจาตุพิทักษ์ นั่นเอง

รัฐบาลต้องมีวินัย ทางการเงินและการคลังให้มาก ไม่ใช่พูดเพียงวาจา คำก็กระตุ้นเศรษฐกิจ สองคำก็กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นที่มาของงบประมาณกลางปี 116,700 ล้านบาทที่ผ่านมา เชื่อว่างบประมาณปี 2553 ก็จะทำแบบขาดดุลอีก

การขาดดุลงบประมาณมีมาโดยตลอด แล้วไม่จำ ไม่คิดประหยัด มัธยัสต์ มีแต่กระตุ้นการใช้จ่ายเงินอย่างเดียว เป็นการแก้ปัญหาที่ผิดทิศทาง

-

2) การศึกษา

ประเทศสหรัฐอเมริกา มีคนได้รับ โนเบิลไพร๊ซ เต็มประเทศ ยังเอาตัวเองไม่รอด

ประเทศไทยใช้วิสัยทัศน์-ปรัชญา คุณธรรม-จริยธรรม ของข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูง จูงจมูกนักการเมือง นำความเดือดร้อนมาสู่ประเทศชาติไม่รู้จบ

หลายสิบปีแล้ว วุฒิการศึกษาสูง จบจากต่างประเทศมีมากขึ้น แต่ประเทศเสื่อมลง

ถ้าประเทศชาติเปลี่ยนแนว มาให้เงินเดือนคนที่จบการศึกษาในประเทศ สูงกว่าคนจบการศึกษาจากต่างประเทศแทน การเปลี่ยนแนวการให้เงินเดือน จะเปลี่ยนแนวการศึกษาของประเทศ เลิกเดินตามก้นตะวันตกทุนนิยมได้  

จากปรัชญาเศรษฐกิจบุญนิยมของพระพุทธเจ้า คนแข็งแรงมากที่สุด คนศึกษาสูงสุด จะเสียสละสูงสุด ศึกษาสูงเพื่อการเสียสละ ต้องเลี้ยงดูอุ้มชูคนที่ด้อยกว่า

สังคมชุมชนอโศก คนหนุ่มแข็งแรง เสียสละ ไม่รับเงินเดือน ..แต่เด็ก  คนชรา มีเงินเดือน 

เศรษฐกิจบุญนิยมชุมชนอโศก สาธารณะโภคี มีปัจจัย 4 และใช้ปัจจัย 4 ร่วมกัน สามารถตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง แต่ไม่เกิน 3,000 บาท

การบริหารประเทศแบบเสียสละ จะนำพาประเทศชาติรอดปลอดภัย จะช่วยให้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นจริงได้

การศึกษาประเทศไทยเบี่ยงเบน เนื่องจากใช้วุฒิการศึกษา มาตัดสิน มากกว่าประสบการณ์การทำงาน ก่อให้เกิดการทางเลือกการแสวงผลประโยชน์ ส่งผลให้ธุรกิจการศึกษาของไทยมีความมั่งคั่งขึ้น มีการเปิดโครงการณ์ศึกษาปริญญาโทและเอกเพิ่มแทบทุกสถานศึกษา ทำให้ผู้จบปริญญาระดับสูงเฟ้อ

--

3) รัฐวิสาหกิจ และเงินเฟ้อ โครงการณ์เงินกู้ 8 แสนล้าน ได้แบ่งมาลงทุนในรัฐวิสาหกิจมากเป็นพิเศษ แบ่งมาลงทุนหน่วยงานที่ทำร้ายคนไทยมากที่สุด

กรรมการรัฐวิสาหกิจ เฉพาะเงินตอบแทนประจำปี (โบนัสและเบี้ยประชุม) ไม่รวมเงินเดือน ต่ำแหน่งละ 2-3 ล้านบาท บางคนมี 2-6 ตำแหน่ง ในอีกหลายบริษัท เฉพาะเงินตอบแทนประจำปีอย่างเดียว ไม่รวมเงินเดือน ตกคนละประมาณ 10 ล้านบาทต่อปี

ปตท.ขึ้นราคาน้ำมัน มีกำไรปีละเกือบแสนล้านบาท เป็นต้นเหตุเงินเฟ้อ "เงินเฟ้อเป็นเรื่องต้องระวังเป็นพิเศษ" หากมันสูงขึ้นแล้ว ยากที่จะทำให้มันลดลงได้ กรรมการและผู้ถือหุ้นมั่งคั่ง แต่ชาวบ้านจนลง และเดือดร้อน ปตท.คือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อ

ระบบเงินต่างตอบแทนกรรมการรัฐวิสาหกิจ น่าจะปรับปรุงใหม่ เปลี่ยนแปลง

"กรรมการทำงาน ต้องไม่รับเงินเดือนไปตลอดชีวิต" แต่มีสวัสดิการให้อยู่อย่างดีไปตลอดชีวิต กรรมการไม่ใช่มาโดยการแต่งตั้ง แต่มาโดยการประกาศรับสมัครผู้ที่ทำงานโดยไม่รับเงินเดือน ผู้เขียนเชื่อว่า จะมีผู้เสียสละ มาทำงานนี้

คล้ายคนชุมชนอโศก ที่ทำงานรับใช้ทุกระดับชั้น โดยไม่มีเงินเดือน

การไม่รับเงินเดือน เป็นงานอาสาที่แท้จริง คุรุ(ครู)ก็สอนนักเรียนโดยไม่รับเงินเดือน และจะทำให้ค่าสาธารณูปโภคลดลง ปลอดคอร์รัปชัน ความเป็นอยู่ของคนในชาติจะดีขึ้น

รัฐวิสาหกิจเอาภาษีชาวบ้านมาสร้างรัฐวิสาหกิจ แต่ผู้บริหารกินเดือนสูงลิบลิ่ว นักการเมืองสรรคนของตนเองไปกินต่ำแหน่ง

ผู้บริหารฮ่องกงและรัฐบาล ลดเงินเดือนตัวเอง
http://www.oknation.net/blog/inter/2009/06/17/entry-1 

บัญญัติสู่การเมืองการปกครองใหม่ (นักการเมือง-ข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูงทำงานไม่มีเงินตอบแทน แต่มีสวัสดิการเลี้ยงตลอดชีพ)
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/10/31/entry-1
-

4) เศรษฐกิจพอเพียง มีการโฆษณาให้ชาวบ้านดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง แต่รัฐบาลและราชการต่างหากที่จะต้องบริหารประเทศแบบพอเพียง

ถ้ารัฐบาลและราชการบริหารประเทศแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่คอร์รัปชัน รักษาวินัยการเงินการคลัง  ชาวบ้าน และข้าราชการผู้น้อยก็จะไม่เดือดร้อนเช่นนี้  
-

5) หนี้สาธารณะ ..10 ปีมาแล้ว หนี้สาธารณะเคลื่อนไหวอยู่ระดับ 3.4 - 3.5 ล้านล้านบาท ไม่เคยลดลง

ที่พบว่าอัตราส่วนของหนี้สาธารณะต่อจีดีพีลดลง เพราะมูลค่าของจีดีพีช่วง 10 ปีมานี้มีสูงขึ้น คำนวณออกมาแล้ว ทำให้อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจึงลดลง

ไม่มีรัฐบาลใดที่ตั้งใจจะทำให้หนี้สาธารณะลดลงอย่างจริงจัง มีแต่กู้เงินเพิ่มทุกปี 

ปี 2546 ไม่มีใครสงสัย รัฐบาลทักษิณเอาเงินที่ไหน 5.1 แสนล้าน มาใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมด เก่งจริงน่าจะลดหนี้สาธารณะลงบ้าง ไม่ต้องลดหมด ลดได้ครึ่งหนึ่งหนึ่งก็ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร

หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ เนื่องจากมีสิ่งผิดปกติอยู่ในระบบ การพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537 เป็นต้นเหตุให้สภาพคล่องเสียหาย ค่าเงินบาทเสียหาย เอกชนล้มทั้งประเทศ ทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้นอย่างผิดปกติ

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ..เชื่อว่า "นับจากปี 2556 ไปแล้ว ยอดหนี้สาธารณะจะลดลงเร็ว" ผู้เขียนเห็นต่าง ความผิดปกติในระบบ นอกจากไม่ทำให้หนี้สาธารณะลดลงอย่างที่ว่าแล้ว ยังจะเพิ่มขึ้นอีก

ประเทศไทยได้มีการออกพันธบัตรรัฐบาลเต็มพิกัดไปแล้ว จึงคิดมาออกพันธบัตรออมทรัพย์แทน

ปี 2008.. หนี้สาธารณะประเทศไทยเทียบจีดีพี ..อยู่ลำดับที่ 47 จากทั้งหมด 126 ประเทศ
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/06/12/entry-1

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า "การกู้เงินของรัฐบาลเพื่อนำมากระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 2 จะส่งผลให้ยอดหนี้สาธารณะของประเทศปรับสูงสุดถึง 60% ต่อจีดีพี"

"การก่อหนี้" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสร้าง

เศรษฐกิจเข้มแข็ง ทำบนความผิดปกติของระบบ

จะเพิ่มความผิดปกติแก่ประเทศมากขึ้น หนี้สาธารณะ

จะไม่สูงขึ้นแค่ 60 เปอร์เซนต์จีดีพี แต่จะสูงเกิน

100 เปอร์เซนต์จีดีพี  

การไม่หนี้เลย เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
-

6) ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกรรม Paper trade ส่วนที่เกิดจาก Real trade มีน้อยกว่า เป็นเรื่องที่ผิดปกติ ในสภาพที่ปกติ ไม่ควรจะเกิน 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ทุกวันนี้มีถึง 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้สภาพคล่องท่วมประเทศ เห็นได้จากอัตราดอกเบี้ยตกต่ำลงมาก หากรวมกับเงินเฟ้อ ทุกวันนี้ผู้ฝากเงิน รับดอกเบี้ยติดลบไปแล้ว
-

7) สภาพคล่อง เป็นเรื่องสำคัญ ที่กำลังเป็นปัญหาของโลก และของไทยทุกวันนี้

สภาพคล่องสูง ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ทำต้นให้ทุนทางการเงินต่ำ รัฐบาลเลยกู้แบบไม่กลัวอะไร

ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว กล่าวถึงที่มาที่ไปของสภาพคล่องที่ท่วมระบบขณะนี้ ว่ามีต้นเหตุจากอะไร นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า มีสภาพคล่องอยู่ในระบบ 2 ล้านล้านบาท

สภาพคล่องที่ผิดปกติ เมื่อท่วมระบบได้ ก็อาจจะเหือดแห้งได้เช่นกัน

สภาพคล่องที่แห้งเหือด แม้จะเป็นผลดีต่อโครงการณ์ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลได้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำไปใช้แล้ว แต่สุดท้ายเมื่อสภาพคล่องของระบบเสียหาย จะส่งผลต่อการดำเนินงานของเอกชน และความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ความเชื่อมั่นถดถอย การลดกำลังการผลิต การปลดคนงาน จะซ้ำรอยอีก
-
-

กู้ 8 แสนล้าน 

สิ่งผิดปกติถูกทำผ่านตลาดหุ้น รอบขาขึ้นของเศรษฐกิจโลก ระหว่างปี 2001 - 2007 ขึ้นมาอย่างผิดปกติ (อันเนื่องมาจากการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ และค่าเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้เงินเหรียญสหรัฐไหลออกมมาท่วมโลก) ตรงกับช่วงของรัฐบาลทักษิณ แล้วจากนั้นก็เศรษฐกิจโลกก็พังทลายลง

รอบเศรษฐกิจขาขึ้นช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นรวมโลกขึ้นสูงสุด 451 เปอร์เซนต์ ยุโรปขึ้นสูงสุด 356 เปอร์เซนต์ ภูมิภาคอเมริกาขึ้นสูงสุด 484 เปอร์เซนต์ เอเซียขึ้นสูงสุด 461 เปอร์เซนต์ อาเซียนขึ้นสูงสุด 332 เปอร์เซนต์

เศรษฐกิจขาขึ้นรอบที่ผ่านมา ..ตลาดหุ้นประเทศไทยขึ้นสูงสุดเพียง  234 เปอร์เซนต์

ที่ตลาดหุ้นไทยขึ้นน้อย เนื่องจากนักการเมืองคนดัง ชิงทำกำไรจากตลาดหุ้นตัดหน้า World Fund ได้เงินจากตลาดหุ้นไปกว่า 4 แสนล้านบาท
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/04/11/entry-2

คาดว่า World Fund อาจจะคิดทำกำไรช่วงนี้แทน

ผลจากการพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2008 มีประเทศที่ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจาก ไอเอ็มเอฟในช่วงแรก 4 ประเทศ

รอบเศรษฐกิจขาขึ้นปี 2001 - 2007 มีคนได้ ก็มีคนเสีย World Fund เป็นคนได้ ..คนท้องถิ่น ประเทศท้องถิ่นเป็นคนเสีย

ดูจากเหตุการณ์ที่ปากีสถาน เป็นตัวอย่าง

ปากีสถาน ได้รับความเสียหาย กระทั่งต้องเข้าโครงการณ์ไออ็มเอฟในปลายปี 2008 ไอเอ็มเอฟให้ความช่วยเหลือ Standby loan 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐ

http://www.imf.org/external/pubs/ft/survey/so/2008/CAR112408C.htm

ชาร์ต 1 KSE100 : Pakistan Karachi100 Index

Pakistan Karachi100 Index

เศรษฐกิจโลกขาขึ้น ..รอบที่ผ่านมา (2001-2007)
ตลาดหุ้นรวมโลกขึ้นสูงสุด 451 เปอร์เซนต์
ตลาดหุ้นไทยขึ้นสูงสุด 234 เปอร์เซนต์
ตลาดหุ้นปากีสถานขึ้น 1,361 เปอร์เซนต์

อะไร ทำให้ตลาดหุ้นปากีสถานขึ้นถึง 1,361 เปอร์เซนต์

การที่ตลาดหุ้นประเทศปากีสถานพุ่งขึ้นสูง เป็นผลมาจาก สิ่งผิดปกติในระบบ ขาดความเข้าใจถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบ มีการผูกค่าเงิน Pakistani Rupee ไว้ตายตัว เช่นที่ประเทศไทยเคยทำ และประเทศไทยเสียหายก็เคยเสียหายกับเรื่องนี้มาแล้ว

การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์และค่าเงินเหรีญสหรัฐในปี 2000 เงินไหลเข้าประเทศปากีสถาน ทำให้ตลาดหุ้นปากีสถานเริ่มขึ้นในปี 2001 เหมือนกับตลาดหุ้นประเทศต่างๆทั่วโลก  



ใครว่าเป็นรัฐบาลทหารแล้วต่างชาติไม่ให้ความเชื่อมั่น ดูได้จากการเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นประเทศปากีสถาน ปากีสถานมีปัญหาทางการเมือง มีระเบิด มีจลาจล และฆ่ากันทารุณ แต่ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นพุ่งขึ้น เกือบสูงที่สุดในโลก

Pakistani Rupee ค่าเงินถูกผูกไว้ตายตัว (Fixed)

การผูกค่าเงินไว้ตายตัว (Fix) เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

เมื่อมีเงินไหลเข้า เมื่อมีการไล่ตลาดหุ้นขึ้น จะทำให้ค่าเงิน Rupee แข็งขึ้น แต่เงิน Rupee ไม่แข็งขึ้น เงิน Rupee จึงอ่อนกว่าความเป็นจริง ยิ่งทำให้มีเงินไหลเข้ามาซื้อเงิน Pakistani Repee มากขึ้นอีก

เหตุการณ์เดียวกันนี้ เวลาเดียวกันนี้ เกิดกับสกุลเงินของจีนและมาเลเซียเช่นกัน เนื่องจากจีนและมาเลเซียก็มีการ Fix ค่าเงินไว้ตายตัวเช่นกัน

จีนและมาเลเซีย ยอมแพ้ต่อการเข้ามาไล่ซื้อเงินของประเทศตนเอง

กลางปี 2005 จีนและมาเลย์เซีย ยอมลอยค่าเงิน ปล่อยให้เงินของตนเองแข็งค่าขึ้น

แต่ปากีสถานไม่ยอมแพ้ จึงต้องพ่ายแพ้ยับเยินในเวลาต่อมา ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ ในปลายปี 2008

ชาร์ต 2 แสดงให้เห็นว่า ปากีสถานยังคงกำหนดค่าเงินตนเองไว้ตายตัวอย่างเหนียวแน่น ไม่ให้เงินของตนเองแข็งขึ้น ทำให้เงินไหลเข้าปากีสถานมากขึ้น เงินที่ไหลเข้าปากีสถาน นำไปไล่ซื้อหุ้นในตลาดหุ้น ส่งผลให้ตลาดพุ่งสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์โลก สูงขึ้น 1,361 เปอร์เซนต์ หรือสูงขึ้นประมาณ 15 เท่า ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวปลายปี 2007 แต่ตลาดหุ้นปากีสถานปรับตัวในต้นปี 2008

สมมุติว่า เอาเงินเหรียญสหรัฐ มาซื้อเงินปากีสถานได้ 1 Rupee แล้วนำเงิน 1 Rupee นี้ไปซื้อหุ้นในตลาดหุ้นปากีสถาน ในปี 2001 แล้วตลาดหุ้นปากีสถานสูงขึ้น 15 เท่า ในต้นปี 2008

นั่นคือ "1 Rupee" ของต่างชาติในปี 2001 กลายมา "15 Rupee" ในต้นปี 2008

เมื่อขายหุ้นทิ้ง ต้นปี 2008 จะทำให้ได้เงินมา 15 Rupee (ได้ Rupee มากกว่าเดิม 15 เท่า)

นำเงิน 15 Rupee ไปซื้อเงินเหรียญสหรัฐ ที่ธนาคารกลางปากีสถาน ทำให้ซื้อเงินเหรียญสหรัฐมากกว่าเดิม 15 เท่า 

ซื้อจนทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศปากีสถานหมดลง ดูจากชาร์ต 1 ประมาณว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของปากีสถาน หมดลงภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนหลังการพังทลายของตลาดหุ้น

ทำให้ปากีสถาน ..ต้องยอมลอยค่าเงิน Rupee ในที่สุด

เพราะทุนสำรองเงินตราต่างประเทศหมด ..จึงต้องเข้าโครง

การณ์ไอเอ็มเอฟ

สังเกตว่า ค่าเงิน Rupee ของปากีสถานเริ่มอ่อนชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2008 (ชาร์ตที่ 2) ..แพ้พ่ายย่อยยับ

ปากีสถานต้องปิดตลาดหุ้นเป็นเวลา 3 เดือน (วงกลมในชาร์ต 1) หลังขอความช่วยเหลือทางการเงินได้ในปลายเดือนพฤศจิกายน แล้วจึงเปิดตลาดหุ้นอีกในกลางเดือนธันวาคม 2008

ปากีสถานคงทราบแล้ว ..เงินที่นำมาซื้อเงินตราต่างประเทศ จากธนาคารกลางของตน ..มาจากการขายหุ้นจากตลาดหุ้น

ชาร์ต 2 Pakistani Rupee (Rupee/USD) 

การเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ คือการหมดตัวของประเทศ

การหมดตัวไม่ได้เกิดจาก ธุรกรรมจริง (Real trade) แต่เกิดจากธุรกรรมค้ากระดาษ (Paper trade)

หมดตัว ..เพราะเกิดความผิดปกติในตลาดหุ้น และตลาดเงินตรา (Paper trade)

ธุรกรรม Paper trade ส่งผลให้ธุรกรรม Real trade เสียหายตามมา

ความผิดปกติ ช่วง 6 ปีตลาดหุ้นปากีสถานเพิ่มขึ้น 1,361 เปอร์เซนต์

จากนั้นอีก 5 เดือน กลับต้องเข้าโครงการณ์ ไอเอ็มเอฟ ไม่น่าเชื่อ เป็นไปได้อย่างไร

..แต่ก็เป็นไปแล้ว

World Fund มีความไว (Sensitive) ต่อสิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆสูง สิ่งผิดปกติต่างๆ นำมาซึ่งผลกำไรสูง (Capital gain) เงินที่ล้นโลกทุกวันนี้ก็เป็นเงินของพวกเขา

ตลาดหุ้นอย่างเดียว ก็คือสิ่งผิดปกติในโลกทุนนิยมอยู่แล้ว

มีการเพิ่มเครื่องมือที่เบี่ยงเบนต่างๆขึ้นมาอีก ยิ่งทำให้ตลาดหุ้นผิดปกติมากยิ่งขึ้น

การนำระบบ Maintenance margin & Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้นในปี 2536 ในรัฐบาลชวน -1  World Fund ทราบรู้แล้วว่า จะทำกำไรจากความ

เสียหายของตลาดหุ้นไทยอย่างไร ลากตลาดหุ้นไทยมาสูงสุดที่ 1,750 จุดในต้นปี 2537 แล้วเทขาย จากนั้นเศรษฐกิจไทยก็เลวร้ายมาจนถึงทุกวันนี้ 

World Fund มีกำไรจากทั้งในตลาดหุ้น และตลาดเงินตรา (Paper trade)

ประเทศสหรัฐอเมริกา ปรับโครงสร้างดัชนีแนสแดกซ์ในปี 1999 ทำให้ World Fund ลากตลาดแนสแดกซ์มาเชือดในต้นปี 2000 นำวิกฤติเศรษฐกิจมาสู่อเมริกาเอง และเศรษฐกิจโลก กระทั่งทุกวันนี้

World Fund ไม่เลือกว่าเป็นประเทศเกิดใหม่ หรือประเทศเกิดเก่า ไม่เลือกว่าเป็นประเทศตะวันตก หรือประเทศตะวันออก ไม่เลือกว่าเป็นประเทศไทย ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศปากีสถาน ประเทศใดสร้างสิ่งผิดปกติขึ้นมา พี่แกสวมรอยเข้าไปจัดการทันที ทำความเสียหายแต่ละประเทศ และความเสียหายไปทั้งโลก  

ไม่ใช่ความผิดของ World Fund

แต่เป็นความเบี่ยงเบนของโลกทุนนิยม ที่นำเครื่องมือที่ผิดปกติมาใช้ในระบบเศรษฐกิจ ทำให้  World Fund มาหาประโยชน์ได้

กลไกความเสียหายรอบใหม่ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย จากการกู้เงิน 8 แสนล้านบาท (กำกับ ควบคุม ดูแล โดย World Fund)

1) จะมีการไล่ตลาดหุ้น ให้สูงขึ้น ในช่วงต้น อาจจะใช้เวลา 3 - 6 ปี

คนทั่วไปเชื่อว่าตลาดหุ้นขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจดี ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจถูกต้อง จะมีข่าวดีอธิบายถึงการสูงขึ้นของตลาดหุ้น ว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ประเทศชาติรุ่งเรือง

2) หลังที่ตลาดหุ้นขึ้นอย่างเหลือเชื่อ จะมีการเทขายหุ้นตามมา

3) เงินบาทที่ได้จากการขายหุ้น จะนำไปซื้อเงินตราต่างประเทศ จากธนาคารแห่งประเทศไทย

4) ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศจะลดลง ลดลง จนร่อยหรอ ..อาจจะนำพาไปพึ่งไอเอ็มเอฟ เป็นครั้งที่ 3

5) เงินบาทจะอ่อนค่า

6) สภาพคล่องจะเสียหาย เกิดภาวะหนี้เสีย

7) เอกชนจะเสียหาย และล้มลง

8) เงินจะเฟ้อ ราคาสินทรัพย์จะเสื่อมค่า ประเทศจะขาดความเชื่อมั่น ฯลฯ

เกิดเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ.. ซ้ำซากอีก



นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกชวน หลีกภัย

ลงเรือลำเดียวกัน ..อ้อ นั่งสามล้อ คันเดียวกัน

นายกชวน หลีกภัย ..นำระบบ Maintenance margin & Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้น เป็นเรื่องที่ผิดปกติ นำพาประเทศไทยเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2

นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ..นำพาการกู้เงินก้อนโต 8 แสนล้านบาท เป็นนโยบายหรือเป็นกลยุทธิที่ผิดปกติเช่นกัน 

ความเป็นมาของสิ่งผิดปกติ ในระบบเศรษฐกิจไทย

1) ปี 2518 ตั้งตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

2) ปี 2521 ตลาดหุ้นพังทลาย นำไปสู่การเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟครั้งแรก

3) ปี 2536 นำระบบ Maintenance margin & Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้น

4) ปี 2537 ตลาดหุ้นพังทลาย นำไปสู่การเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2

5) ปี 2549 เปิดตลาดตราสารอนุพันธ์ TFEX (Futures & Options) ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า AFET (อบายมุขในตลาดหุ้น)

6) ปี 2552 เปิดตลาดตราสารอนุพันธ์ Gold Futures ตลาดตราสารอนุพันธ์ Single stock Futures ตลาดตราสารอนุพันธ์ Derivetive Warrant  (อบายมุขในตลาดหุ้น)

7) ปี 2552 กู้เงิน 8 แสนล้านบาท ..ด้วยพรก. 4 แสนล้านบาท และด้วยพรบ.4 แสนล้านบาท

-

พรก.กู้ 4 แสนล้าน ผ่านมติศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว

พรบ.กู้ 4 แสนล้าน เชื่อว่าจะผ่านสภาเช่นกัน เพราะพวกเขาต้องการเงินกันมาก

ผู้เขียนเชื่อว่า "การกู้เงิน 8 แสนล้าน" คือเรื่องที่

ผิดปกติใหม่ ในระบบเศรษฐกิจไทย

แทนที่ประเทศไทยจะไปแก้ไขสิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจก่อน ประหยัด รัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่ายทุกทาง รวมทั้งลดเงินเดือน แต่ประเทศไทยกลับทำในสิ่งผิดปกติซ้ำเติมอีก

ผู้เขียนกับ World Fund น่าจะ "เชื่อในสิ่งเดียวกัน" ตรงกัน 

เรื่องผิดปกติ ซ้อนอยู่ในสิ่งผิดปกติ ในระบบเศรษฐกิจ

ผู้เขียนยกตัวอย่างมาให้ดูแล้ว

สิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

ส่งผลให้แต่ละประเทศเป็นอย่างไร

???
-
..........................................
Links ที่เกี่ยวข้อง

ความเป็นไปของดอกเบี้ย และสภาพคล่อง
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/05/29/entry-1

เงินท่วมโลก ..แต่โลกยากจนลง
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/05/18/entry-1

Globalization กองทุนมั่งคั่งขึ้น แต่ทุนนิยมพังทลาย
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/05/12/entry-1

มวยคู่หยุดประเทศไทย ..อภิสิทธิ์ พบ อภิสิทธิ์
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/06/01/entry-1

ปลายปี 2551 เข้าโครงการณ์ IMF แล้ว 4 ประเทศ
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2008/11/28/entry-1   

............................................
@@@
(ขอบคุณภาพจากฟอร์เวิร์ดเมล?)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 76 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 13/11/2009 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

ชอบใจตรงการวิจารณ์เรื่องการศึกษา

เมืองไทยคลั่งไคล้ปริญญากันมาก

ความคิดเห็นที่ 75 (0)
chronomist วันที่ : 21/07/2009 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

ยังสงสัยว่า
กู้ได้ แต่ผิดทางหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 74 (0)
indexthai วันที่ : 15/07/2009 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คาดออกบอนด์ล็อตใหม่ในอีก 1 ด.
http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=57168

ความคิดเห็นที่ 73 (0)
อาคม วันที่ : 29/06/2009 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akom

ขอเซฟเป็น Favorite เลยนะครับหน้านี้

ความคิดเห็นที่ 72 (0)
ยากันยุง วันที่ : 27/06/2009 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ


เห็นตัวเลข แล้วปวดหัวเลย

สู้เค้า..ประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 71 (0)
Chaniya วันที่ : 27/06/2009 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thailand-my-country

สวัสดีค่ะอาจารย์

กลับมาเห็นผู้คนต่างเข้ามาอ่าน Blog ของอาจารย์มากมากเลย รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง เพราะนั่นหมายถึง time and effort ที่อาจารย์สละมาที่นี่กำลังจะประสบความสำเร็จในอีกไม่ช้า

ไม่มีทานบารมีใด ที่จะยิ่งใหญ่กว่าการให้ปัญญาแก่มนุษย์

กลับมาที่คำถามว่า คุณอภิสิทธิ์ จะกู้เงินอีก 8 แสนล้านแล้ว เราจะได้อะไร

ได้ค่ะ! ถ้าเอา 8 แสนล้านตั้งแล้วหารด้วยประชากรไทย 65 ล้านคน ใช่ค่ะเอาไปเท่าเท่ากัน ก็จะได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปอย่างละเอียดและถ้วนทั่ว

ให้เอาไปทำอะไรหรือค่ะ?
ให้คนไทยทั้งประเทศ ไปท่องเที่ยวทั่วโลกค่ะ ท่องเที่ยวในต่างบ้านต่างเมือง แล้วจะได้มองย้อนมาที่บ้านเราได้ว่า ทุกวันนี้เราต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้เพราะใครทำ เพราะใครกำกับ เพราะใครบงการ

แล้วต่อไปก็จะได้มาทดสอบกันว่า ระบบเศรษฐกิจการเงินยัง work อยู่อีกหรือไม่

แต่อีกไม่นานเราก็จะได้คำตอบว่า
Monetary System ได้ล้มเหลวไปนานแล้ว

เราอาจจะมีคำถามต่อไปว่า แล้วเราจะใช้ทฤษฎีอะไรอีก ก็ไม่ต้องคิดให้ปวดศีรษะ

Resource Based on Moral Human ค่ะ คือคำตอบ

Chaniya ค่ะ
1 vote

ความคิดเห็นที่ 70 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 27/06/2009 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เวรกรรมอะไรของประเทศไทยไม่รู้

นักการเมืองมีแต่โจรการเมืองปล้นได้ปล้นดี ปล้นหมดมาก่อนแล้ว

นายกอภิสิทธิ์เข้ามา ฐานะทางการเงินประเทศแย่อยู่แล้ว

น่าเห็นใจนะ เข้ามาแก้ไขจริงๆ เอาโจรรามาช่วยด้วย ไอ้ห้อยก็ว่างแผนปล้นมาตลอด

ความคิดเห็นที่ 69 (0)
leetahiti วันที่ : 27/06/2009 เวลา : 03.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

เข้ามาทักก่อนค่ะ

เด๋ว กลับมาอ่าน ตอนบ่าย... วันนี้มีโชว์ ขอ ออกไปดูโชว์ ก่อนนะคะ
จะกลับมาอ่านในหลายๆ เอ็นทรี่ เห็นหัวข้อแล้ว เกินห้ามใจที่จะอ่าน...

แต่อ่านทีไรแล้ว คิดถึง จารย์ที่นิด้า ทุ๊ก ที ไป... เพราะ สไตล์เหมือนกับ เจ้าของเบล็อค เด๊ะๆ

ขอบคุณและขอเป็นขาประจำค่ะ


ป้าสำลี

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
บินมูซา วันที่ : 26/06/2009 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naichumpol
น้ำแยงซี รี่ไหล ไปบรูพา คลื่นซัดกวาดพา วีรชน หล่นลับหาย ถูกผิดแพ้ชนะ วัฏจักร เวียนว่างดาย สิงขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน  


ชอบตรงนี้ครับ
หลบตอ เจอกำแพง หลบกำแพง เจอตอ เต็มไปด้วยตอและกำแพง ซ้ายก็ผลประโยชน์ ขวาก็ผลประโยชน์ บนก็ผลประโยชน์ ล่างก็ผลประโยชน์ เต็มไปด้วยผลประโยชน์ ก่ออบายมุขท่วมประเทศ ..หาทางออกยาก

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 26/06/2009 เวลา : 03.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


กู้ 8 แสนล้าน ..อะไรจะเกิดกับประเทศไทย ?

ตอบ เราก็เป็นหนี้กันถ้วนหน้าสิค่ะพี่ แหะ ๆ

อะไปเที่ยวอินเดียต่อดีกว่าค่ะ อย่าเครียด

India here I am.......... Marhi สวนอาหารเชิงเขา ใต้เงาธรรมชาติ
http://www.oknation.net/blog/winsstars/2009/06/26/entry-1


ความคิดเห็นที่ 66 (0)
ลีลาวดี2508 วันที่ : 25/06/2009 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lelawadee
ศิลปะคู่ไทย เทิดไท้องค์ราชันย์


กู้ครั้งแรกก็เหมือนรักครั้งแรก...เลยรักที่จะกู้เรื่อยมา..

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
indexthai วันที่ : 25/06/2009 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คลังปรับแผนก่อหนี้ใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552 16:41
http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=54068

ขุนคลังถกปรับแผนก่อหนี้ใหม่เตรียมเสนอครม.อนุมัติสัปดาห์หน้า

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบาย และกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ ว่า ที่ประชุมพิจารณาปรับแผนการก่อหนี้ปี 2552 ใหม่ เนื่องจากความจำเป็นที่ต้องใช้เงินกู้น้อยลง หลังจากรัฐบาลกู้เงินมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่และลดวงเงินลงทุนของรัฐ วิสาหกิจบางแห่งลง ส่งผลให้วงเงินก่อหนี้รวมปรับเปลี่ยนจาก 1.396 ล้านล้านบาท เป็น 1.375 ล้านล้านบาทซึ่งจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับวงเงินบริหารหนี้สาธารณะดังกล่าวรวมแผนการกู้ยืมเงินในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2552 จำนวน 150,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู และเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาทไว้แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าการกู้ยืมเงิน 150,000 ล้านบาทนั้นจะมาจากส่วนใดบ้าง โดยจะมีทั้งการออกพันธบัตร และการกู้ยืมจากสถาบันการเงินโดยตรง

อย่างไรก็ตามต้องรอดูผลการออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งวงเงิน 50,000 ล้านบาทก่อนว่าจะทำให้รัฐมีภาระจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเหมาะสมกับรายได้ของ ประชาชนที่สูงขึ้นหรือไม่ เพราะการระดมเงินของรัฐเป็นการแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ ทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากในระบบเพิ่มขึ้นและลดส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ลง โดยวงเงินพันธบัตรฯ นั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวงเงิน 150,000 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท แต่เป็นการดึงจากวงเงินเดิมที่มีอยู่แล้ว

สำหรับแผนก่อหนี้ดังกล่าว เป็นการกู้เงินใหม่กว่า 900,000 ล้านบาท จากเดิมที่กู้ 800,000 ล้านบาท และรวมในส่วนของ พ.ร.ก.เงินกู้อีก 150,000 ล้านบาท จาก 400,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องนำมาชดเชยเงินคงคลังในปีนี้ ที่เหลือเป็นการกู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิม ส่วนปีงบ 2553 นั้น น่าจะมีเพดานการก่อหนี้ในระดับใกล้เคียงกัน เนื่องจากมีส่วนของการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 350,000 ล้านบาท รวมกับการกู้เงินตาม พ.ร.ก.อีก 200,000 ล้านบาท รวมเป็นการกู้โดยตรง 550,000 ล้านบาท และนับเป็นประวัติการณ์ที่รัฐจะกู้สูงสุดถึง 950,000 ล้านบาท

“การบริหารหนี้ภาครัฐ ซึ่งมีทั้งการบริหารเงินคงคลัง การกู้เงินตามแผนไทยเข้มแข็งฯ การบริหารหนี้รัฐวิสาหกิจ และการออกพันธบัตรขายให้ประชาชน ต้องดูแลให้เหมาะสม รวมทั้งให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมพร้อมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการที่เงินขาดมือ จึงต้องมี พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.กู้เงิน 800,000 ล้านบาทเป็นเครื่องมือ เพื่อให้การบริหารหนี้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
พิชญ วันที่ : 25/06/2009 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/724room
ตัวเลข / เวลา / ความคิด / และ จิตอิสระ ( ( ในห้อง ๗๒๔ ) )


............................................................................

แวะมาขอบคุณที่มาเยี่ยม Blog ผมครับ

.............................................................................

อ่านบทความจบแล้ว พูดได้คำได้ว่า " เยี่ยม " จริงๆครับ
สารอาหารครบถ้วนเลยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
มนต์รัตนา วันที่ : 25/06/2009 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monruttana

เข้ามาทีไร ได้ความรู้ดีๆ กลับไปทุกที...

ว่าแต่ว่า เมื่อไหร่เมืองไทยและคนไทยจะสบายซะทีนะคะ อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 25/06/2009 เวลา : 01.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่าว่าเปลี่ยนเรื่องกู้ได้
แล้วกระมังขอรับท่าน..

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
พู่กัน วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkue


ความคิดเห็นที่ 60 (0)
J1214 วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214


ความคิดเห็นที่ 59 (0)
พฤจิกา วันที่ : 21/06/2009 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."


ต้องคอยดูกันต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 21/06/2009 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ก เอ่ย กอกู้ อุปาทานหมู่ ประเทศไทย

สบายดีครับ

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 21/06/2009 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

คนไทยจะได้เป็นหนี้อย่างถ้วนหน้าซิครับ เลือกตั้งครั้งหน้าอย่าลืมเลือกพรรคประชาธิปปัตย์อีกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
ลีลาวดี2508 วันที่ : 20/06/2009 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lelawadee
ศิลปะคู่ไทย เทิดไท้องค์ราชันย์

เลี้ยงนกเขาค่ะเช้ามาเลยกู้ๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
ครูแดง วันที่ : 20/06/2009 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ยังสงสัย ว่าถ้าไม่ใช่รัฐบาลอภิสิทธิ์ แล้วเป็นคนอื่นเขาจะกู้ไหมคะ

-ก็พยายามทำใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2009 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


เห็นตัวเลขหนี้สาธารณะแล้วเครียดจริง ๆ ค่ะ จะตกถึงมือประชาชนเท่าไหร่นะ แค่ค่ารถเมลล์อเวจี เอ้ย !! เอ็นจีวีก็จะแย่เล้วค่ะ

ไปค่ะไปไปเที่ยวกันดีกว่า

India here I am.......... Christ Church Simla & Market of Season
http://www.oknation.net/blog/winsstars/2009/06/19/entry-1

India here I am.......... The Mall of Shimla
http://www.oknation.net/blog/winsstars/2009/06/19/entry-2

มาชวนไปเที่ยวอินเดียต่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
indexthai วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

นายกฯยืนยันไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจ
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=387838

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
indexthai วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ข่าวช่วงแรก...

นายกฯ เผยถกแผนกระตุ้นศก. เจรจากู้เงิน ตปท. 1.4 ล้านล้าน
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/03/17/entry-1

เจ้าของไอเดีย ..แจกเงินคนจนรัฐบาลอภิสิทธิ์
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/03/06/entry-1

เงินคงคลังติดลบ 4 หมื่นล้าน
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/02/02/entry-2

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
indexthai วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ช่วง 3 ปีของอภิสิทธิ์ อาจจะเก็งกำไรได้
แต่หลังจากนั้น ..คงต้องระวัง

เศรษฐกิจมันไม่ตรงกับรัฐบาลนัก
1) ชวน 1 เป็นคนนำพาประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟ แต่คนรับกรรมคือ ชวลิต

ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอย

2) อภิสิทธิ์ อาจจะทำให้ตลาดหุ้นขึ้นได้ นายกคนต่อไป จะมารับกรรม

@@@

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dome
FLATION   KILLER

นั่นซิ จะเกิดอะไรขึ้น

แต่ที่แน่ ๆ

ผมคงไม่ลงทุน อะไรมาก สำหรับช่วงสิบปีต่อจากนี้

อย่าถือสา การเพ้อเจ้อ เรื่องเศรษฐกิจ เลยนะคับ

ผมไม่รู้อะไร พูดไปงั้น ๆ

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
lovelyboard วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelyboard

รัฐบาลไหนๆ ก็กู้กันทั้งนั้นแหละครับ รัฐบาลทักษิณก็กู้ครับ แล้วรัฐบาลนี้จะขอกู้บ้างไม่ได้เหรอครับ

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
MT-PONG วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา


ความคิดเห็นที่ 47 (0)
indexthai วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


.
ผู้บริหารฮ่องกงและรัฐบาล ลดเงินเดือนตัวเอง
http://www.oknation.net/blog/inter/2009/06/17/entry-1

British Airways ขอให้พนักงานทำงานฟรี แต่ถูกปฏิเสธ
http://www.oknation.net/blog/inter/2009/06/17/entry-4

@@@

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
maimicky วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maimicky


อ่านแล้วโดนใจที่สุดเลยครับอาจารย์ ด้วยความที่ติดตามมาตลอด อ่านปุ๊ปเข้าใจเลย ....ขอบคุณมากครับ เพราะตอนนี้ผมเบื่อหน่ายการทำงานรัฐบาลมาก ทั้งที่เป็นคนใต้ ก็ยอมรับว่าประชาธิปัตย์เหมาะแค่เป็นฝ่ายค้านเท่านั้น มาบริการประเทศทีไร ปวดหัว ปวดใจ ทุกที

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
Cat@ วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 03.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

กู้เข้าไป

..
ช่วย
ไปเทีวว
คิิตเตอร์ ฮอททททจ๊ะ
KiTa Bremen (หนึ่งคืนกับเพือนๆ พ่อแม่ไม่เกียว)

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เหมือนหลอกเด็ก ที่ผอ.บริหารหนี้สาธารณะพูดเรื่องหนี้จะลดลงในปี2556 ก็แค่ซื้อเวลาให้คนลืมๆปัจจุบันไปซะ
ก่อนหน้าวิกฤติต้มยำกุ้ง หนี้สาธารณะอยู่ราว25%ของจีดีพี แบกความเสียหายจากการปิดไฟแนนซ์และลดค่าเงินราว 1.8ล้านๆบาท ทำให้หนี้สาธารณะอยู่ที่40%ของจีดีพี รัฐวิสาหกิจที่ยังขาดทุนจมหูก็กู้เพิ่มเพื่อทำเมกะโปรเจ็กท์อีก โดยไม่เห็นแววคุ้มทุน(มีแต่เคาะตัวเลขหลอกๆ เช่นรถด่วนไปแอร์พอร์ต รถเมล์เอ็นจีวี ฯลฯ) และกู้มาใช้จ่ายให้เต็มวงเงิน60-70%ของจีดีพีแบบเมกา หลังจากนั้นก็ขอเพิ่มตัวเลขนี้ต่อสภาฯ ดินพอกหางหมูไปเรื่อยๆ
ทุนสำรองฯท่วม ก็เพราะไปซื้อพยุงดอลล่าร์ไม่ให้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท อ้างว่าช่วยผู้ส่งออก ทุกวันนี้ยังเอาออกมาใช้ไม่ได้ เพราะขาดทุนทางบัญชีจะกลายเป็นขาดทุนจริง สภาพคล่องเหลือล้น เพราะเงินฝากดอกเบี้ยติดดิน แต่ดอกเงินกู้ไม่ลด และเศรษฐกิจไม่ดี ใครจะกู้ไปขยายกิจการ
ออกพันธบัตรดอกเบี้ยเกิน2.5%ก็ดีเหมือนกัน จะได้ดัดหลังแบ๊งค์พาณิชย์ที่เอาเปรียบส่วนต่างดอกเบี้ย5-6%มาเกินสิบปีแล้ว

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
kruhnoi วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...


มารับความรู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
chedtha วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ อาจารย์ indexthai

ขวัญผวา กับการกู้ 8 แสนล้านบาท
ใจหายใจคว่ำ ไม่เชื่อว่าเงินจำนวนนี้จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้
ยิ่งได้มาอ่านบทความของอาจารย์แล้ว ยิ่งรู้ว่า
ผลเสียหาย 8 ข้อที่จะมีตามมานั้น น่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง

แก้ปัญหาที่ปลายเหตุจริงๆ ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ปัญหาคงจะไม่ได้รับการแก้ไข
แต่เป็นการสร้างปัญหาเพิ่มอีกต่างหาก....เฮ้อ....



ดีใจครับ ที่แวะไปเยี่ยมชมภาพสวรรค์บ้านนา ชานเมืองมิวนิค เยอรมนี
http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2009/06/15/entry-1

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
indexthai วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


School bus In Pakistan

จนอยู่แล้ว ตลาดหุ้นยิ่งทำให้จนลงอีก

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
indexthai วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


School bus in Japan

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
บ่าวยัณ วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheYann

ทุกอย่างต้องลงทุน

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สะบายดีญาอ้าย


อ่านจบแล้วต้องบอกว่า น่ากลัวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ

ลืมตามาเช้านี้.........
ก็เพิ่งรู้ว่า ...(ตัวฉัน) มีหนี้ จากการกู้ของรัฐบาลแล้ว
9 หมื่นกว่าบาท
..
ถ้าทุกบาท (สตางค์ ปัดเศษ ให้เป็นเลขกลม)
คุ้มค่า ......... คู่ควร ......... แก่การเป็นหนี้
เราก็ไม่ว่ากัน
..
รอดู(ผลลัพท์)ที่กลับมา ...... ของดอกเบี้ย ที่จะเสียไป ค่ะ
..

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
neti วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 12.28 น.

ไม่แน่ใจว่า ในสมัยพลเอกเปรมเป็นนายก ปู่สมหมายเป็นรัฐมนตรีคลัง ไทยมีตลาดหุ้นหรือยัง ซึ่งช่วงนั้นเศรษฐกิจไทยตกต่ำอย่างมาก แต่รัฐบาลในสมัยนั้นได้แก้ปัญหาโดยประหยัดทุกอย่าง ไม่ก่อหนี้มากมายเช่นปัจจุบันที่นำมาแจกมาเพิ่มเงินเดือนกัน แต่จะลงทุนโครงการพื้นฐาน ไม่มีการคอรัปชั่น จนพ้นสมัยพลเอกเปรม ทำให้รัฐบาลมีเงินคงคลังเป็นจำนวนมาก เพราะรัฐบาลใช้นโยบายประหยัดอย่างยิ่ง และอดออมอย่างยิ่ง แต่พอสมัยคุณชาติชาย เป็นรัฐบาลที่มีการคอรัปชั่นมาก มีการใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยที่สมัยพลเอกเปรมได้สะสมไว้ เปิดประเทศด้านการเงินอย่างเต็มที่ จนทำให้ประเทศพังทะลายในสมัยพลเอกชวลิต โดยมีนักธุรกิจที่ร่วมรัฐบาลใช้ข้อมูลภายในรัฐบาลเก็งกำไรค่าของเงินตราก่อนที่ประเทศจะลดค่ำเงินจากดอลล่าห์ละ 25 บาท เป็น 50บาท ทำให้ร่ำรวยมหาศาล จนมาตั้งพรรคไทยรักไทยแล้วซื้อเสียงเข้ามาเป็นรัฐบาล แล้วยังซื้อพรรคการเมืองอื่น ๆรวมเป็นพรรคเดียวกันเสียงข้างมากเด็ดขาด ปล้นบ้านปล้นเมืองโกงบ้านกินเมืองแก้กฎหมายให้ประโยชน์แก่ธุรกิจของตนอย่างมากมายมหาศาล จนประชาชนคนไทยทนไม่ได้รวมตัวกันเป็นพันธมิตรขับไล่รัฐบาลออกไป จนเกิดรัฐประหาร แล้วเรื่องจึงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน จนเกิดเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลนี้ก็ยังใช้วิธีการทุ่มเงินมหาศาลเข้ามาในระบบโดยการกู้หนี้ยืมสิน เพื่อให้ฟื้นโดยเร็ว โดยไม่ได้ใช้วิธีการเช่นในสมั้ยพลเอกเปรม ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ประเทศพังทะลายในอนาคตได้ ในสมัยทักษิณใช้วิธีขายทรัพย์สินของประเทศชาติเพื่อนำเงินเข้ามาทุจริตคอรัปชั่น แต่ในสมัยนี้ใช้วิธีกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำเงินมาทุจริตคอรัปชั่นเช่นกัน ในอนาคตจึงไม่น่าจะยั่งยืน และคงเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.


เป็นหนี้ครับ..

ท่าน indexthai

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ยากันยุง วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ





ความคิดเห็นที่ 33 (0)
officemom วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

ทำไงได้ ก็เราจน ก็ต้องไปกู้เค้า

ภาษีเรา เก็บไป แต่อยู่ไหนบ้างหนอ...

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
feng_shui วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 07.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เกมกู้ พันลึก

เกมการเมืองพันตู
.
.

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
Jui วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 06.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

เอ้า..กู้กันเข้าไป
อย่าให้หดนะ
เพราะจีนกำลังมีปัญหาเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
buasawan วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 00.02 น.

ขออนุญาตส่งต่อนะคะ...ถึงนายกฯ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ข้าราชบริพาร วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teshin

ท่านนายกควรจะได้อ่านบทความนี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ข้าราชบริพาร วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 23.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teshin

ข้อมูลละเอียดดีครับ ผมอ่านนานมาก...

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
buasawan วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 23.40 น.

นายกฯ คงลืมไปแล้วว่าจะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง..
เป็นห่วงประเทศไทยจัง..

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
หยาดกวี วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

ว่ากันไป ตามเรื่อง

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Sydneychocolatier วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bakingclub
May the Chocolate be with you!!!

กู กู่ กู้...เนี่ยมันเป็นเรื่องที่ปชป. เค้าถนัดมากเลยนะฮ้า ...

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Champy วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champy

อยากร้องไห้ครับ T_T

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ถ้าพูดว่ารัฐบาลกู้ 8 แสนล้านบาทก็เห็นว่ามาก แต่ที่จริงแล้วรัฐบาลแบ่งเข้าชดเชยเงินคงคลังเสียครึ่งหนึ่ง คือ 4 แสนล้าน เหลือใช้จ่ายตามโครงการประเทศไทยเข้มแข็งเพียง 4 แสนล้านบาท จึงลดลงไปถึงครึ่งหนึ่ง จะเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไรก็ตรงดูกันตรงนี้.

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
indexthai วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ขอบคุณทุก comments

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจ เรื่องนี้
รายละเอียดก็มาก
แต่ทุกท่านก็อุตสาห์อ่าน อุตส่าห์ Comments

เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา ..ผู้เขียนจึงพยายามใส่รายละเอียดให้มากที่สุด
เพื่อที่คนสนใจค้นคว้าข้อมูลจริงๆ จะได้รายละเอียดมากที่สุด

ความเบี่ยงเบนทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น

ความเบี่ยงเบนเศรษฐกิจโลก เกิดเมื่อโลกมีตลาดหุ้นเมื่อประมาณกว่า 100 ปีมาแล้ว

ความเบี่ยงเบนเศรษฐกิจไทย เกิดเมื่อประเทศไทยมีตลาดหุ้นเมื่อประมาณ 34 ปีมาแล้ว

ผู้เขียนติดตามข้อมูลทุกประเทศทั่วโลก

G86 Index เป็นดัชนีของตลาดหุ้นรวมโลก 86 ประเทศ ..ที่ผู้เขียนเป็นคนพัฒนาขึ้นเอง

(ตอนนี้ เพิ่มเป็น G88 Index แล้ว แต่ยังไม่ได้ปรับปรุง)

จึงทำให้รู้ด้วยตัวเอง ว่าเกิดอะไร ที่ไหน ที่มุมใดของโลก

ผู้เขียนไม่ใช่นักทฤษฎี ..แต่เป็นนักข้อมูล

เฝ้าสังเกตมากว่า 15 ปีแล้ว ..สามารถอธิบายถึงกลไกที่เกิดขึ้นได้

ทำไมจึงเป็นแบบนั้น ทำไมจึงเป็นแบบนี้


เราคงได้ยินข่าวทุกวัน เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก

แต่ไม่มีใครอธิบายว่าเกิดแบบไหน อย่างไร

ได้แต่เชื่อ ..แต่ไม่เห็นภาพ

ผู้เขียนเป็นคนเดียวที่นำเสนอถึงเงินท่วมโลก ท่วมประเทศไทย

และอธิบายเป็นกลไกด้วยว่า ..ท่วมเพราะอะไร
.........................................................................
ความผิดปกติ ชาร์ตที่ 1 & 2 (เงินทั้งนั้น)
6 ปีตลาดหุ้นปากีสถานเพิ่มขึ้น 1,361 เปอร์เซนต์
จากนั้นอีก 5 เดือนกลับต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ
ผู้อ่านลองพิจารณาดู มันเป็นไปได้อย่างไร
แต่มันก็เป็นไปแล้ว (ลองดูข้อมูลอีกที) ..

ใครอธิบายได้ ..แต่ผมอธิบายอย่างเป็นระบบให้ทราบแล้ว
พร้อมกับการยกตัวอย่าง
.........................................................................
เห็นถึงความน่ากลัว

ทำให้หดหู่ และตื่นตระหนก ..จนหัวเราะ

ผมรู้ว่า เขากำลังขับรถบรรทุก ด้วยความเร็ว 120 กม./ชม

ข้างหน้า เป็นหน้าผา ข้างล่างเป็นเหว ..พวกเรากำลังจะไปกองอยู่ตรงนั้น

อย่างที่เกิดกับ ประเทศปากีสถาน ..คล้ายกัน..

คนดูข้อมูล ไม่ทราบ จึงไม่รู้ว่ามันเลวร้ายแค่ไหน ?
.........................................................................
เรื่องการลดเงินเดือนผมเคยเห็นตัวอย่างมาแล้ว จึงนำมาเสนอ
อาเจนตินา ..ลดเงินเดือน ลดบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ 23 %
สิงคโปร์ ..ลดเงินเดือน ข้าราชการ 10%

สังคมชุมชนอโศก ...
ทำงานโดยไม่เอาผลประโยชน์ตอบแทนมาเป็นของส่วนตัว ..แม้แต่บาทเดียว
แต่ผลประโยชน์นั้นให้มอบให้เป็นของส่วนกลาง ..เรียกว่า สาธารณะโภคี

ระบบทุนนิยม คือการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น
คนระดับบน ได้แก่ ข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูง นายทุน สื่อ และนักการเมือง
กลุ่มคนที่บริหารประเทศ
เป็นกลุ่มคนที่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น
กลุ่มคนเหล่านี้เอง ที่ก่อปัญหาให้ประเทศชาติ
ชาวบ้านต้องมารับกรรม
บริหารประเทศผิดพลาด แล้วยังออกปรส. บบส. บสท.มายึดทรัพย์ชาวบ้านอีก

กรรมการรัฐวิสาหกิจจากภาษีชาวบ้าน
มีสิทธิ์อะไรที่รับโบนัสคนละ 5 -10 ล้านบาท
เขาเรียนมาสูงๆ
แล้วเขาก็เข้าไปเขียนกฎเอง ออกกฎหมายเอง เขาทำได้
.........................................................................
โรคทางเศรษฐกิจแบ่งออกเป็น 2 อย่าง

1) โรคเฉพาะที่ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม (ผ่าตัดก็อาจจะหาย) เป็นเรื่องที่รัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามแก้ไข

2) โรคของระบบ เช่นโรคหัวใจ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เอดส์ มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นเรื่องที่รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ทราบ ไม่แก้ไข เป็นเรื่องที่ผมพยายามชี้

ให้เห็น โรคของระบบสำคัญกว่า

รักษาแต่โรคเฉพาะที่ ..ไม่รักษาโรคของระบบ

รักษาไม่ครบถ้วน มันจึงไม่หาย

โรคความแตกแยกในสังคมเช่น เกิดจากโรคขาดความเป็นธรรม ขาดข้อมูล ขาดความรู้ หากมีความยุติธรรมก็ไม่แตกแยก

ปัญหาทางใต้ มาจากความไม่เป็นธรรม แต่จะเอาโปรเจ็คท์ต่างๆ ไปลง ..ก็เป็นการรักษาโรคที่ผิดทิศทาง

ไม่คอร์รัปชั่น แต่เงินดือน เงินตอบแทนปีละ 40-50 ล้าน 10 ปี ก็ 400-500 ล้าน มันไม่ยุติธรรม

ที่พูดๆกัน ปูพื้นฐาน เพื่อนายทุน ชาวบ้านทุกข์เข็ญ จากระบบที่ผิดปกติเหมือนเดิม

หากระบบมันถูกต้อง ไม่ต้องมาช่วยเอกชน หรือประชาชนเลย ..ระบบมันก็จะไปได้ด้วยตัวมันเอง

กู้มา 8 แสนล้าน เมื่อระบบเสียหาย ความเสียหายก้จะเพิ่มเป็น 3 - 4 เท่า เป็น 2.4 - 3.2 ล้านบาท

หนี้สาธาณะ ก็ต้องเพิ่มเป็น 100 - 200 เปอร์เซนต์จีดีพี

รักษาผิดทิศทาง ..มีแต่ซ้ำเติมปัญหาให้หนักลงไปอีก

เรากำลังมุ่งหน้า ไปเหว...

.........................................................................
ความเสี่ยง..

ให้ดูเหตุที่เกิดกับประเทศปากีสถาน ..ไว้เตือนใจ

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปี 2008 ..และต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้

6 ปี ดัชนีตลาดหุ้นขึ้นมา 1,361 เปอร์เซนต์ ..สภาพคล่องท่วมปากีสถาน

แต่ต่อมาเพียง 5 เดือน สภาพคล่องหายเกลี้ยง ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ ? ? ?

ตลาดหุ้นเกี่ยวข้องกับทุกคน

"สภาพคล่องเสียหาย"

เอกชนล้มละลาย ค่าเงินเสียหาย เงินเฟ้อสูง ปลดคนงาน เกิดหนี้เสีย ฯลฯ

มันจะเกิดกับประเทศไทยมา 2 ครั้งแล้ว

เกิดปัญหาอีก ก็เสียหายอีก ..

การเสียหายของระบบ เป็นความเสียหายสูงสุด

เรื่องนี้อยู่เหนือการควบคุมของ รมว.คลัง และ ผู้ว่าธนาคารกลาง

World Fund ต่างหาก ..ที่ควบคุมมันอยู่ ..อยู่ที่เขาจะให้มันเป็นอย่างไร

เราโง่เอง.. ที่ให้คนนอกมาควบคุม ตลาดหุ้น และตลาดเงินตราของประเทศตัวเอง

ที่ไม่เอาตัวเองออกจากการควบคุมของเขา..

เพราะมีข้อมูล จึงสามารถนำเสนอ และอธิบายเรื่องนี้ได้

ไม่มีข้อมูล แล้วจะเสนอ หรืออธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร

@@@

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
indexthai วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


คุณ น.ส.คะน้า .."คิดเป็น per head เท่าไหร่เนี๊ยะ"

ไม่เคยคำนวน ..ถามา ..ก็ลองคำนวณดู

1) ประชากรมี 64 ล้านคน
ตอนนี้มีหนี้สาธารณะ 3.5 ล้านล้านบาท
per head = 54,688 บาท

2) กู้อีก 8 แสนล้าน ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มเป็น 4.3 ล้านล้านบาท
per head = 67,188 บาท

3) หากเกิดควาผิดพลาดขึ้นมา..
ความเสียหายอาจจะเกิดผ่าน สถาบันประกันเงินฝาก หรืออื่นๆ (เดี๋ยวนี้รับประกันน้อยลง)
สมมุติความเสียหายขั้นต่ำ 2 ล้านล้านบาท (เสียหายจริงมากกว่านี้)
หนี้สาธารณะก็จะกลายมาเป็น 6.3 ล้านล้านบาท
per head = 98,438 บาท

@@@

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

สุดยอด ขอบคุณครับ สำหรับทุกข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
น.ส.คะน้า วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatsha
" May the force be with you. "

คิดเป็น per head เท่าไหร่เนี๊ยะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

อ่านข้อมูลจนมึน นึกว่าตัวเองเป็นไข้หวัด 2009 เท่าที่เข้าใจดูเหมือนมันจะเป็นวัฐจักรที่หมุนไปเรื่อย ๆ กลับไปกลับมาตลอด หาทางออกไม่เจอ ทำไงดีหนอ ประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เมืองบางยาง วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bossza

ลำใย 46,233 ตัน ที่เข้าโครงการจำนำเมื่อปี 2546 - 2547 มีความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท

แถมตอนนี้ยังต้องเสียค่าทำลายอีกประมาณ 90 ล้าน บาท

แค่โครงการนี้โครงการเดียวก็มหาศาลแล้ว และสูญเปล่าโดยใช่เหตุ และถ้ามองลึกๆ ทั้งโครงการรับจำนำจนถึงขั้นตอนการทำลาย รับรองได้ว่ามีเงินรั่วไหลเข้ากระเป๋าพวกปอบพวกกระสือ อีกแน่นอน

ข้อมูลเรื่องเศรฐกิจมากมายเยอะแยะ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ฟังดูแล้วอาการน่าเป็นห่วง ........คนรวยก็รวยจริง คนจนก็จนจริงๆ หนีเข้าป่ากันเหอะพวกเรา


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
อังศนา วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

..เหมือนโดนไม้คมแฝกตรงทัดดอกไม้
คนหัวทึบอ่านเรื่องเศรษฐกิจแล้วมึนงง
รู้แต่ว่ากลัวประเทศเจ๊ง แม้จะไม่เข้าใจ!

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
December_Born วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/December-born

ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก ลดเงินเดือนข้าราชการ

สมมุติว่าท่านผู้เขียน(หรือใครก็ได้) เป็นนายกฯ ประเทศเกิดวิกฤต แล้วรัดเข็มขัดด้วยการลดเงินเดือน งดโบนัส(ผมไม่ได้บอกว่ามันผิดนะ) ต่อให้ท่านผู้เขียนมีนโยบายเทวดาขนาดไหน หมดสมัยปั๊บ เตรียมไปเป็นฝ่ายค้านได้เลย แล้วฝ่ายตรงข้ามเค้าก็จะมาขึ้นเงินเดือนตามระเบียบ นโยบายของท่านก็ใส่ไหฝังดินโบกปูนทับได้เลย ฮ่า ฮ่า

แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
มะอึก วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ในสภา...ฝ่ายค้านกำลังเชิดชูทักษิณครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายหยุมหยิม วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitevodka

ไม่สามารถพลิกกลับมาดีได้เลยเหรอครับนี่
รัฐบาลน่าจะรอบคอบหน่อยละมั้งครับ เดิมพันสูงยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Chaos วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaos

เข้ามาคาราวะ ให้กับข้อมูล

มีรัฐบาลไหนทำได้มากกว่า "แจกฟรี" ไหมครับ

ผมคิดว่าปัญหาของคนไทยคำว่า "ฟรี" คือคูต้องได้ทุกอย่าง ไม่ต้องควักสักบาท ต้องควักเมื่อไหร่เป็นปัญหา

ไม่เห็นด้วยกับให้อะไรก็แล้วแต่กับคนไทยฟรีๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่าว่าพันล้านดีกว่ามัง้ครับผม..

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คมเย็น วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

น่ากลัว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 14.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เข้ามาอ่าน กว่าจะคอมเมนท์ได้ รอจนหมดอารมณ์ทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 14.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

แซ่กู้ ยังไม่เปลี่ยนนามสกุลเหรอครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

เขาอ้างว่า ถ้าไม่ กู้ เขามา ก็ไม่มีเงินบริหารประเทศครับ
มันเป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ
แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับ ตัวให้เลือกก็ไม่มีให้เลือกเสียด้วย - โฮ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

คำนวณไม่ถูกว่า ณ ตอนนี้ คนไทยเป็นหนี้รายหัวเท่าไหร่??? แล้ว ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
24086 วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/24086

ข้อมูลเพียบเหมือนเคย ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
pimyda วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimyda
แม่ญิง^_^ชอบฝัน...อันเสรี..ดนตรีกังวานผ่านศิลป์อักษร..

ง่า...พูดม่ายออก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tutu วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

อุแม่เจ้า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณสยาม วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

เป็นรัฐบาลในภาวะวิกฤต...ก็ต้องทำใจครับ
ทำถูกก็เท่าทุน ทำพลาดนะติดลบไปนาน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน