*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531296
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 7852 , 07:43:01 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

-








ความผิดปกติของเศรษฐกิจโลกยุคปัจจุบัน

ประยุกต์มาจากการบรรยายเรื่องนี้ที่โรตารีเจริญนคร ส่วนใหญ่ของข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ ครอบคลุมเนื้อหาสาระที่นำเสนอไว้ในการบรรยายทุกประการ

การบรรยายนี้มีมูลค่า 7.635 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 255.8 ล้านล้านบาท (33.5 Baht/USD)หรือ เท่ากับมูลค่าทุนสำรองฯโลกที่ผิดปกติในปี 2008 หากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าใจ และแก้ปัญหาได้อย่างถูกทาง ทุนสำรองฯโลกก็จะกลับสู่ความเป็นปกติ จะทำให้เศรษฐกิจโลกมั่นคงดังเดิม  

ผู้เขียนจบการศึกษาจากคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เข้าทำงานกับบริษัทเอกชนทั้งไทย แและต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานอยู่ที่ประเทศไทย เป็นเวลาพอสมควร ช่วงสุดท้ายเป็นงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ แล้วได้ลาออกจากงานประจำ เป็นคนนิยมในกับตัวเลข บ้าตัวเลข แม้จะออกจากงานแล้ว ก็ยังนิยมตัวเลขต่อเนื่อง เห็นว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น มีมากดี น่าจะทำให้เกิดงานที่น่าสนใจ และได้ซื้อขายหุ้นไปด้วย พอดีกับเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเจริญ  จึงช่วยให้ผมทำงานได้อย่างมีความสุข ผมได้สร้างดัชนีที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นไทย ค่าเงินภูมิภาค ดัชนีตลาดหุ้นภูมิภาค ดัชนีตลาดหุ้นโลก รวมแล้วประมาณ 200 ดัชนี

มีบทความทางด้านเศรษฐกิจ ตีพิมพ์ตามสื่อสิ่งพิมพ์ออกมาเป็นระยะๆ ใช้นามปากกาว่า indexthai รู้สึกว่า มีคนหมั่นไส้นามปากกานี้  นามปากให้ความหมายว่า เป็นตัวชี้ประเทศไทย มันจะวิเศษวิโสมากไปหรือเปล่า ผมไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้น ผมเพียงตั้งชื่อนามปากกาที่ให้ความหมายว่าเป็นคนสร้างดัชนีทางด้านเศรษฐกิจได้ หรือเป็นผู้ที่สร้างดัชนีเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก หากใครสนใจ และทุกวันนี้ก็มีคอมพิวเตอร์แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยาก สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

แต่มารู้สึกภายหลังว่า นามปากกานี้ไม่เพียงเป็นคนสร้างดัชนี และมีความรู้เกี่ยวข้องกับดัชนีเท่านั้น มันทำให้เข้าใจถึงเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจได้ลึก ไม่เพียงของประเทศไทยเท่านั้น แต่รู้เรื่องเศรษฐกิจของทั้งโลกด้วย แล้วนำมาชี้บอกคนในระบบ รู้สึกว่าน่าจะมีอีกนามปากกาคือ indexworld

33 ปีที่ตั้งตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทย นำพาประเทศไทยเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว ตลาดหุ้นตกหนัก ส่งผลให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย ทำให้ภาคการเงินและภาคการผลิตจริงล้มลงทั้งประเทศ ทำให้ราคาสินทรัพย์ของประเทศตกลง หลักประกันตกลง ทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออก แทบหมดประเทศ กระทั่งต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ

ประเทศใดก็ตาม ที่ตลาดหุ้นตกแรง เหมือนกับที่เกิดกับประเทศไทย 2 ครั้งที่ผ่านมา ก็จะเป็นแบบเดียวกันทุกประการ ไม่มียกเว้น แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน คือ "สภาพคล่องของระบบเสียหาย ทำให้ภาคการเงินและภาคการผลิตจริงล้มลงทั้งประเทศ ทำให้ค่าเงินเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออกไปถือเงินสกุลอื่น" 


Nasdaq Index ดัชนีตลาดหุ้นแนสแดกซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปี 1999 มีการปรับโครงสร้างดัชนีตลาดแนสแดกซ์ ทำให้ Nasdaq index เบี่ยงเบนสูง ทำให้อ่อนแอสูง ถูกปั่นได้ง่าย World Fund (WF) ได้โอกาส สวมรอยปั่นจากต้นปี 1999 ที่ระดับประมาณ 1,500 จุด ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไปสูงสุดที่ประมาณ 5,000 จุด แล้วถล่มขายอย่างรุนแรง ดัชนีตกลงไป 78 เปอร์เซนต์ในช่วงเวลา 2 ปีกว่า

การตกรุนแรงของตลาดแนสแดกซ์ดังกล่าว เป็นไปตามกลไกที่นำเสนอไว้ช่วงต้น "ทำให้สภาพคล่องของระบบของสหรัฐอเมริกาเสียหาย ทำให้ภาคการเงินและภาคการผลิตจริงล้มลงทั้งประเทศ ทำให้ค่าเงินเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออกไปถือเงินสกุลอื่น"

ขนาดเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เงินเหรียญสหรัฐจึงมีมากด้วย เมื่อไม่ได้รับความเชื่อมั่น ไหลออก จึงไหลไปท่วมประเทศต่างๆ ทั่วโลก

กล่าวได้ว่า วิกฤติของเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงที่สุดในโลก จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในต้นปี 2000 นี้เอง จากการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา


   ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินยูโร        ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับบาท

เงินเหรียญสหรัฐตกลงถึง 47 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับเงินยูโร(หรือเงินยูโรแข็งขึ้น 87 เปอร์เซนต์)

เงินเหรียญสหรัฐตกลงถึง 36 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับเงินบาท(หรือเงินบาทแข็งขึ้น 56 เปอร์เซนต์)

แสดงให้เห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายลงเมื่อเทียบกับเงินยูโร และเงินบาท ที่เป็นผลตามมาจากการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ในปี 2000 และค่าเงินเหรียญสหรัฐเริ่มพังทลายในปี 2001

สำหรับสกุลเงินที่ไม่ได้ผูกค่าเงินไว้ตายตัว จะเห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลงในเวลาที่ใกล้เคียงกับการตกลงของตลาดแนสแดกซ์


     ค่าเงินเหรียญเมื่อเทียบกับเงินหยวน            ค่าเงินเหรียญเมื่อเทียบกับเงินริงกิต 

แต่สำหรับสกุลเงินที่มีการผูกค่าเงินไว้ตายตัว จะเห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐไม่ตกลงทันที

เป็นเรื่องที่ขาดความเข้าใจ(1) ผลจากการผูกค่าเงินไว้ เมื่อค่าเงินเหรียญพังลายเพราะการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ ทำให้ค่าเงินหยวนและค่าเงินริงกิต อ่อนผิดจริงทันที

WF ได้โอกาส เข้ามาสะสมและไล่ซื้อ หยวน และ ริงกิต ซื้อหยวนและริงกิต ถึงกลางปี 2005 ทำให้หยวนและริงกิตร่อยหรอหรือหมดไปจากธนาคารกลางของจีนและธนาคารกลางมาเลย์เซีย จึงส่งผลให้หยวนและริงกิตแข็งขึ้น

หยวนแข็งขึ้นสูงสุดถึง 21 เปอร์เซนต์(เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง 18 เปอร์เซนต์)

ริงกิตแข็งขึ้นสูงสุดถึง 21 เปอร์เซนต์(เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง 18 เปอร์เซนต์)

ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงเท่ากัน ไม่ทราบ WF จงใจหรือไม่

เป็นเรื่องที่ขาดความเข้าใจ(2) ผู้บริหารทางการเงิน รวมทั้งวุฒิสมาชิกของประเทศสหรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ต่างออกมาต่อว่าจีน ว่าควบคุมค่าเงินของจีนให้อ่อนค่า (ไม่ให้แข็งค่า) ที่เป็นผลสินค้านำเข้าจากจีน เพิ่มสูงขึ้นมาก แท้ที่จริงเป็นเรื่องที่ขาดความเข้าใจมากกว่า เป็นเพราะการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์นั่นเอง แล้วมีการผูกค่าเงินระหว่างกันไว้ จึงทำให้หยวนและริงกิตอ่อนผิดจริง

การแข็งค่าของเงินหยวน และเงินริงกิตช่วงกลางปี 2005 แสดงให้เห็นว่า ทางการจีนและมาเลย์เซีย ได้พ่ายแพ้ ต่อ WF อย่างมีนัยสำคัญ WFใช้เวลาสะสมหยวนและริงกิต ราคาต่ำ จากปี 2001 เป็นเวลา 3-4 ปี จึงทำให้หยวนและริงกิตพุ่งแข็งขึ้น นั่นคือ WFมีกำไรจากเงิน 2 สกุลนี้แล้ว มหาศาล 

สังเกตที่กรอบสี่เหลี่ยมด้านล่างขวาของกราฟ YUAN ดูเหมือนว่าจีนพยายามที่จะกลับไปผูกเงินหยวนไว้ตายตัวอีก คงไม่เข้าใจ จึงไม่เข็ด

ต่างจากมาเลย์เซีย ไม่เห็นว่าได้มีความพยายามที่จะกลับไปผูกค่าเงินไว้ตายตัวอีก มาเลย์เซียเมื่อปี 2540 เคยลอยค่าเงินริงกิตไปแล้ว เกรงว่าเงินจะไหลออก แต่ปี 2541 กลับมาผูกค่าเงินตายตัวใหม่ คือแทนที่เงินจะไหลออกจากทาเลย์เซีย แต่เงินกลับไหลเข้ามาเลย์เซียอย่างท่วมท้น ยังรู้ไม่เท่าทันกลไกเศรษฐกิจการซื้อขายในกระดาษในตลาดทุน ยังรู้ไม่เท่าทัน WF ยังรู้จัก WF น้อยไป


G88-Index ดัชนีตลาดหุ้นรวมโลก 88 ประเทศ

การตกรุนแรงของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000 ทำให้ค่าเงินเหรียญเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออกไปถือเงินสกุลอื่น ทำให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศต่างๆสูงขึ้น ทำให้ค่าเงินของประเทศต่างๆสูงขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นประเทศต่างๆสูงขึ้น จะเห็นว่า G88-Index เริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2001 ขึ้นไปจนถึงปลายปี 2007 ขึ้น 463 เปอร์เซนต์ แล้วจึงพังทลายลง ปี 2008 ตลาดหุ้นโลกตกตลอดปี ตกจนถึงต้นปี 2009 ตกลงถึง 62 เปอร์เซนต์ จึงเริ่มฟื้นตัว

เรื่องทั้งหมด อยู่ภายใต้การควบคุม World Fund (WF) โดยสมบูรณ์

ไม่เฉพาะราคาหุ้น และค่าเงินต่างๆเท่านั้นที่สูงขึ้น ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของประเทศต่างๆก็สูงขึ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเกษตรต่างๆ ล้วนสูงขึ้นแรงกันทั่วหน้า

World Fund (WF) ประกอบไปด้วยบรรดากองทุนต่างๆ เช่น Hedge Fund, Pension Fund, Central Banker ของประเทศต่างๆ, Mutual Fund, Provident Fund ฯลฯ ฟันด์เหล่านี้มีเงินมหาศาล รวมกันไม่น้อยกว่า 30-40 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ  ฟันด์เหล่านี้ มีทั้งฟันด์ที่ไม่มีคุณภาพ และฟันด์ที่ฉลาดล้ำ มีกองทุนขาดทุน และกองทุนที่ทำกำไรมหาศาล กองทุนที่โง่เขลาจะหายไป กองทุนที่ชาญฉลาดจะยิ่งโตขึ้น

ช่วงที่หุ้นขึ้นระหว่างปี 2536 - 2538 ประเทศไทยมีหน่วยลงทุน (Mutaul Fund) เกิดขึ้นมากว่า 60 กองทุน การพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537 ทำให้กองทุนเหล่านี้ล้มลง ไม่สามารถคืนทั้งทุนและเงินปันผลแก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนในหน่วยลงทุนต่างหมดตัวกันทั่วหน้า ผู้ซื้อหน่วยลงทุนที่จังหวัดกาญจนบุรีประท้วงโดยเอาอุจจาระราดตัวเอง มาทวงเงินลงทุน แต่ก็ไม่ได้เงินลงทุนคืน

ความเสียหายโดยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่มีใครรับผิดชอบ แต่โยนความผิดมาให้เอกชน ตั้งปรส. บสท. มายึดทรัพย์เอกชนอีก ประเทศไทย อะไรจะปานนี้ คนและเครื่องมือที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย กลับลอยนวล ไม่ได้รับความผิด ความเสียหายโดยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่มีใครรับผิดชอบ  

ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่กล้าตั้งหน่วยลงทุนขึ้นมาอีก เปลี่ยนไปตั้งกองทุนในรูปอื่นแทน เช่น LTF และ RTF เป็นต้น

G88-Index เป็นหนึ่งในดัชนีที่ผู้เขียนเป็นคนพัฒนาขึ้นมาเอง ทำให้เห็นภาพความเป็นไปของเศรษฐกิจโลกได้อย่างดี เกิดขึ้นที่ไหน เกิดเมื่อใด เป็นอย่างไร และเท่าใด เมื่อก่อนนี้มีไม่ถึง 80 ประเทศ แต่ทุกวันนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 88 ประเทศแล้ว ตลาดหุ้นประเทศซิมแบบเวปิดไป 1 ตลาด ไม่เช่นนั้นก็จะเป็น G89-Index


ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 155 ประเทศ (รวมทองคำ)
ที่มา : เวปไซด์ซีไอเอ

ปี 2007 เพิ่มจากปี 2006 33 เปอร์เซนต์ ปี 2008 เพิ่มจากปี 2007 11 เปอร์เซนต์ ตัวเลขของทั้งโลกเป็นตัวเลขขนาดใหญ่ การเพิ่มตัวเลขมากกว่า 2 หลัก เราเคยเห็นตัวเลขคล้ายๆกันนี้เช่น GDP ของจีนเพิ่ม 9-10 เปอร์เซนต์ ก็นับว่ามากแล้ว แต่ตัวเลขของทุนสำรองฯ เพิ่มมากกว่าอีก

ตัวเลขเช่นนี้ ไม่ได้เกิดจากภาคการผลิตและการพาณิชย์ของโลก หรือภาคการผลิตจริงของโลก(Real Economy or Real Trade) แต่เกิดจากการซื้อขายกระดาษในตลาดทุน และตลาดตราสารอนุพันธ์ (Paper Trade)

เป็นเรื่องที่ผิดปกติ

ปี 2008 ตลาดหุ้นตกทั้งปี และตกถึง 62 เปอร์เซนต์ แต่ทุนสำรองฯเมื่อสิ้นปี 2008 เพิ่มถึง 11 เปอร์เซนต์ ..ผิดปกติ ..เป็นที่มาของเงินทุนท่วมโลก 


ลำดับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ณ.วันสิ้นปี 2008

จะเห็นว่าทุนสำรองฯของประเทศจีนสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก 2.03 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทุนสำรองฯของประเทศมาเลย์เซียสูงกว่าประเทศไทยเสียอีก สูงถึง 101.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ของไทยอยู่ที่ 100.4 แสนล้านเหรียญ ของประเทศสหรัฐอเมริกาต่ำกว่าของประเทศไทยเสียอีก มี 70.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้นเอง

เงินกำลังท่วมโลก เงินท่วมโลก แต่โลกจนลง เงินทุนสำรองฯที่อยู่ตามประเทศต่างๆ ไม่ใช่เงินของประเทศใด แต่เป็นของ WF เป็นส่วนใหญ่ ที่เขานำมาฝากไว้ เขาพร้อมที่จะเคลื่อนย้าย นำเข้าหรือถอนออกเมื่อใดก็ได้ แล้วแต่สิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเป็นอย่างไร ประเทศจีนหรือประเทศใดจะมั่งคั่งขึ้น หรือยากจนลง ไม่ใช่ปัญหาของ WF เขาสามารถทำกำไรผ่านตลาดทุน (และตลาดเงินตรา) ได้ทั้ง 2 ทาง

การที่เศรษฐกิจของประเทศจีนเติบโตแรงในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ก็เพราะเงินทุนไหลเข้า ดังที่ล่าวมานั่นเอง แต่ทุกวันนี้ประเทศจีนประสบเหตุความเสียหาย อันเป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดหุ้นจีนเช่นกัน เพียงแต่ความเสียหายยังไม่ปรากฎผลเท่านั้น 


ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสุทธิของไทย(2000 - 18 กันยายน 2009)
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

แสดงให้เห็นว่า ทุนสำรองฯของประเทศไทยก็เริ่มสูงขึ้นเมื่อปี 2001 เช่นกัน สูงขึ้นหลังการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์และค่าเงินเหรียญสหรัฐนั่นเอง

แนวระนาบสีแดง คือระดับทุนสำรองสุทธิฯของประเทศไทย ช่วงก่อนลอยค่าเงินบาทกลางปี 2540 ซึ่งมีประมาณ 3.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เดือนกรกฎาคม 2540 เดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท ทุนสำรองฯตกลงเหลือ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ

ถึงวันที่ 18 กันยายน 2009 ทุนสำรองสุทธิฯ เป็นสถิติเพิ่มสูงมากเป็นประวัติการณ์ 146,105 ล้านเหรียญสหรัฐ 

เงินกำลังท่วมโลก เงินกำลังท่วมประเทศไทย น้ำท่วมไม่ใช่เรื่องที่ดี น้ำท่วมประเทศ จะท่วมเป็นจังหวัดหรือ 4-5 จังหวัดเท่นั้น แต่เงินท่วมประเทศไทย ท่วมมากกว่าน้ำท่วมประเทศเสียอีก เพราะท่วมไปทั่วทุกจังหวัดของประเทศ

ลักษณะเช่นนี้ ทำให้เงินไปกองไว้ที่สถาบันการเงินต่างๆมีปริมาณมาก ยากที่ภาคการผลิตจริงจะรองรับได้ และวิกฤติทางการเงินช่วงที่ผ่านมา 2 ครั้ง แสดงถึงการไม่มีความมั่นคงของระบบ เสียหายกันมาก คนไม่กล้าลงทุน ไม่มีคนกล้าขยายงาน คนที่เข้าใจกลไกเศรษฐกิจจะระวังตัว คนที่ไม่เข้าใจ ก็จะเกิดความเสียหายโดยง่าย โครงการณ์เงินกู้ Fast Track ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก สถาบันการเงินมีภาระกับดอกเบี้ยจ่ายแก่ผู้ฝากเงินสูง คนกู้เงินก็จะกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยสูง และคนฝากเงินก็จะได้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วงกว้างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้(Spread)จะถ่างมากขึ้น ทุกวันนี้ช่วงกว้างดังกล่าวประมาณ 5 เปอร์เซนต์

เป็นไปได้ว่า ต่อไป คนมีเงินฝากอาจจะต้องจ่ายค่ารักษาบัญชีเงินฝากให้กับธนาคาร จะไม่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก เหมือนที่ผ่านมาแล้ว ใครมีเงินฝากมากก็จ่ายมาก ใครมีเงินฝากน้อยก็จ่ายน้อย

ประเทศไทยและโลกกำลังลำบาก ลำบากจากสาเหตุอันเดียวกัน เงินกำลังท่วมประเทศไทย และกำลังท่วมโลก

เงินท่วมประเทศไทย และท่วมโลก แต่ประเทศไทยและโลกยากจนลง
  
........................................................................
ความเสียหายของท้องถิ่น
........................................................................


การซื้อขายสุทธิของต่างชาติรายเดือน ปี 2536 - 2537
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บัญชีแยกประเภท ตามกลุ่มผู้ซื้อขายหุ้น จะปรากฏให้ทราบว่า หากต่างชาติซื้อ คนไทยจะขาย หรือหากต่างชาติขาย คนไทยจะซื้อ กราฟที่แสดงให้เห็นนี้ แสดงเฉพาะการซื้อขายของต่างชาติเท่านั้น

ปี 2536 พบว่าต่างชาติซื้อสุทธิ 10 เดือนติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนตุลาคม โดยเฉพาะเดือนตุลาคม เดือนที่นำระบบ Maintenance margin & Forced sell (อีกหนึ่งของสิ่งผิดปกติในตลาดหุ้น) มาใช้ในตลาดหุ้น ซื้อมากถึง 32,051 ล้านบาท จากนั้นก็ขายออกมาทุกเดือน ถึง 6 เดือนติดต่อกัน โดยเฉพาะเดือนมกราคม 2537 ที่ดัชนีสูงขึ้นถึง 1,750 จุด ขายมากเป็นพิเศษถึง 40,735 ล้านบาท

กราฟถัดไป แสดงถึงความสัมพันธ์การซื้อขายของต่างชาติ กับการเปลี่ยนแปลงของ SET Index


ความสัมพันธ์การซื้อขายของต่างชาติ กับการเปลี่ยนแปลงของ SET Index
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นำข้อมูลการซื้อขายของต่างชาติของกราฟก่อนหน้านี้ มาสัมพันธ์กับ SET Index

กรอบสีน้ำเงินหมายถึงต่างชาติซื้อ กรอบสีแดงหมายถึงต่างชาติขาย

แสดงให้เห็นว่า

ที่ SET Index อยู่ที่ระดับต่ำ ต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิ (กรอบสีน้ำเงิน)

ที่ SET Index อยู่ที่ระดับสูงต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิ (กรอบสีน้ำแดง)

แสดงให้เห็นว่าต่างชาติมีกำไรมโหฬารจากตลาดหุ้นไทย (และทุกประเทศทั่วโลก) คนท้องถิ่นเสียหายแต่อย่างเดียว  


การซื้อขายสุทธิของต่างชาติรายเดือน ปี 2550(2007) - 2552(2009) 
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เหตุการณ์ซ้ำรอย ต่างชาติขายหุ้นที่ SET Index ที่ระดับสูง และกลับมาซื้อหุ้นที่ระดับต่ำ ปี 2552 ปี 2552(2009) ต่างชาติเริ่มซื้อสุทธิตั้งแต่เดือนมีนาคม และซื้อสุทธิทุกเดือน จนถึงกันยายน 2552(2009) โดยเฉพาะเดือนกันยายนซื้อสุทธิ 22,989 ล้านบาท


การซื้อขายสุทธิของต่างชาติรายปี 2550(2007) - 2552(2009) 
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นำเสนอเป็นรายปี ปี 2551 ขายสุทธิมากถึง  157,118 ล้านบาท ปี 2552(2009) สิ้นสุดกันยายน ซื้อสุทธิ 55,190 ล้านบาท  

ต่างชาติมีกำไร (จากทุกประเทศทั่วโลก) คนท้องถิ่นเสียหายทุกประเทศ  

.........................................................................
ความเสียหายของประเทศ
..........................................................................


             ดัชนีตลาดหุ้นประเทศจีน                          ดัชนีตลาดหุ้นประเทศรัสเซีย

ตลาดหุ้นประเทศจีนและประเทศรัสเซีย เป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่ เมื่อประมาณ 10 ปีมานี้เอง มาพอดีเจอเหตุการณ์เงินไหลออกจากดอลลาร์ ไหลเข้ามายังประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดที่เกิดใหม่ สิ้นสุดปี 2008 ประเทศจีนมีทุนสำรองฯสูงที่สุดในโลก ประเทศรัสเซียสูงเป็นลำดับที่ 3 ของโลก 4.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

รูปแบบการขึ้นและตกของตลาดหุ้นจีนแตกต่างจากของโลก เนื่องจากทีการผูกค่าเงินหยวนไว้ตายตัว ทำให้มีการทยอยเก็บหุ้นราคาต่ำ ระหว่างปี 2001 ถึงกลางปี 2005 กระทั่งกลางปี 2005 เงินหยวนไม่สามารถยืนค่าเดิมได้ (ข้อมูลก่อนหน้านี้) แข็งขึ้น จึงมีการไล่ตลาดหุ้นจีนให้สูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 2 ปี จากกลางปี 2005 ถึงปลายปี 2007 ดัชนีตลาดจีนสูงขึ้น 502 เปอร์เซนต์ จากนั้นก็พังทลายลงเวลาเดียวกันกับ G88-Index ตกลง 72 เปอร์เซนต์  

ตลาดหุ้นรัสเซีย มีรูปแบบการขึ้นและตกเช่นเดียวกับ G88-Index แต่ขึ้นแรงและตกแรงอย่างเหลือเชื่อ หลังจากขึ้นมา 2,429 เปอร์เซนต์ แล้วก็ตกลงมาอย่างรวดเร็วถึง 80 เปอร์เซนต์

รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของดัชนีตลาดหุ้น แสดงให้เห็นถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศจีนและรัสเซียแล้ว เพียงแต่ยังไม่ปรากฎให้เห็นในช่วงเวลานี้เท่านั้น มีข่าวว่าประเทศจีนได้ขายพันธบัตรที่ซื้อไว้กับรัฐบาลสหรัฐออกมา 8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ดูจากข้อมูลแล้วน่าจะเป็นจริง ทั้งนี้เพราะธนาคารกลางจีนพยายามที่จะกลับไปผูกค่าเงินไว้ตายตัวอีกครั้ง เมื่อ WF พยายามแลกหยวน เอาเงินเหรียญสหรัฐกลับคืน (คิดว่าเงินหยวนได้เสียหาย) ทำให้ทำสำรองของจีนลดลง จีนจึงต้องขายพันธบัตรที่สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้ดอลลาร์ เพื่อนำมาขายให้กับนักปั่นเศรษฐกิจโลก หรือนักเก็งกำไร หรือ WF ที่ต้องการดอลลาร์ที่ประเทศจีน

มีข่าวว่ารัสเสียปิดสถานกาสิโนในประเทศ 4 แสนแห่ง โดยเชื่อว่าทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียมีปัญหา ที่จริงการปิดบ่อนกาสิโนก็ถูกต้องแล้ว เนื่องจากเป็นแหล่งอบายมุข อบายมุขไม่เคยส่งผลดีต่อระบบ ไม่ว่าประเทศใดๆ แต่แหล่งอบายมุขที่ใหญ่กว่ากาสิโน คือตลาดหุ้น หากรัสเซียปิดตลาดหุ้น จะทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียไม่เสียหายต่อเนื่องได้


          ดัชนีตลาดหุ้นประเทศไอซ์แลนด์                  ดัชนีตลาดหุ้นประเทศปากีสถาน

ปลายปี 2008 - ต้นปี 2009 มีประเทศต่างๆต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมากเป็นประวัติการณ์ ประมาณ 10 ประเทศไอซ์แลนด์และประเทศประเทศปากีสถาน คือตัวอย่าง 2 ประเทศที่เข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟเมื่อปลายปี 2008

ตลาดหุ้นตกหนักอาจจะทำให้นักลงทุนหมดตัวได้ ปี 2538 มีนักลงทุนไทยคนหนึ่ง พยายามฆ่าตัวตายที่ตลาดหุ้น ต้นปี 2009 มีต่างชาติกระโดดตึกสนามบินสุวรรณภูมิตาย ทราบว่าเป็นคนจากประเทศไอซ์แลนด์ ผู้เขียนเชื่อว่า เขาอาจจะหมดตัวจากตลาดหุ้น และต่างชาติอีกคนหนึ่งผูกคอตายที่สะพานพระราม 8 หัวห้อยต่องแต่ง สัญชาติอิตาลี เชื่อว่าน่าจะหมดตัวจากตลาดหุ้นเช่นกัน

หุ้นตกหนักทำให้นักลงทุนหมดตัว ตลาดหุ้นของประเทศใดตกหนัก ก็แสดงถึงการหมดตัวของประเทศนั้นเช่นกัน ไอซ์แลนด์ต้องเปลี่ยนผู้นำประเทศ จากบุรุษมาเป็นสตรีแทน

ดูการขึ้นและการตกของตลาดหุ้นประเทศปากีสถาน ทำให้มีความเข้าใจว่า แท้จริงตลาดหุ้นหาใช่ดัชนีสะท้อนภาพเศรษฐกิจแต่อย่างใด ประเทศปากีสถานไม่ใช่เป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เคยยากจนอย่างไร ก็ยากจนอย่างนั้น แต่ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นถึง 1,361 เปอร์เซนต์ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 15 เท่า จากนั้นก็พังทลายลงมา 69 เปอร์เซนต์ 

ลองดูที่กลไกความเสียหาย WF เอาเงินต่างประเทศ สมมุติว่าเป็นดอลลาร์ มาแลกเงิน Pakistan Rupee ได้ 1 Rupee แล้วนำไปซื้อหุ้นในตลาดหุ้นปากีสถาน ผ่านไป 6 ปี ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 15 เท่า เมื่อขายหุ้น ก็จะทำให้ได้เงิน Rupee มากกว่าเดิม 15 เท่า เอาเงิน rupee ดังกล่าว มาแลกดอลลาร์กลับคืน จะส่งผลให้ทุนสำรองฯของปากีสถานไม่พอให้แลกแน่นอน ทารุณมาก ส่งผลให้ปากีสถานต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ

ประเทศไทยเคนเข้าไอเอ็มเอฟ มาแล้วถึง 2 ครั้ง และการแก้ปัญหา ก็ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ต้นเหตุของปัญหายังอยู่ โอกาสที่จะเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟอีก ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

การเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ หรือแม้บางประเทศเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขนาดหนัก ที่ไม่ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟก็ตาม จะทำให้เกิดความเสียหายที่ต่อเนื่อง ไม่มีอะไรดีขึ้น

ยกตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ตลาดหุ้นอเมริกาพังทลายถึง 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกในปี 1929 เกิดกับตลาด NYSE ดัชนี DJIA ตกลงถึง 89 เปอร์เซนต์ ที่ทำให้เกิด Great Depression ที่ลือลั่น เสทือนโลกมาแล้ว และครั้งที่ 2 เกิดที่ตลาดหุ้น Nasdad ในปี 2000

สหรัฐแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องด้วยการ กู้เงินมาปล่อยกู้ต่อ (CDO) และก็ออกเครื่องมือ CDI มาค้ำประกัน CDO แบบว่าให้เกิดความเชื่อมั่นเต็มที่ แต่เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดทิศทาง ยิ่งสู้มากยิ่งเสียหายมาก สุดท้ายเศรษฐกิจของอเมริกสก็ล้มครืนทั้งระบบ ภาคการเงินก็ล้ม ภาคการผลิตจริงก็ล้ม 

ต่างให้ข่าวว่าเป็นปัญหาของ Sub Prime (ความเสียหายของผู้กู้รายย่อย) ดูแล้วหาใช่เกิดความเสียหายเฉพาะรายย่อยแต่อย่างใด  Major Prime ก็พังทลายกันทั่วหน้า ไม่ว่าภาคการเงินอย่างเลห์แมน บราเธอร์ส และ เมอร์ริล ลินช์ หรือภาคการผลิตจริง อย่างจีเอ็มเป็นต้น

ประเทศที่พบกับภาวะวิกฟติเศรษฐกิจ จะเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ หรือไม่เข้าไอเอ็มเอฟก็ตาม ได้เกิดความเสียหายและเสื่อมลงอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจที่สร้างมาเป็นเวลา 30 - 50 ปี จะต้องมาพังทลายตามการพังทลายของตลาดหุ้น ที่ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย กำลังซื้อหดหาย ต้องปลดคนงาน ธุรกิจต้องถูกสถาบันการเงินยึด ล้มละลายหมดตัว

การถูกยึดทรัพย์และล้มละลาย เปรียบไปแล้วก็เหมือนหญิงที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา หมดเนื้อหมดตัว ยากที่จะฟื้นคืนกลับมาดังเดิมได้

.........................................................................
ความเสียหายของโลก
..........................................................................


ภาพอุปมา-อุปมัย

WF ใช้วิธีแบ่ง พื้นที่การโจตีเศรษฐกิจเป็นภูมิภาค เช่นลากแนสแดกซ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นมาเชือดในต้นปี 2000 แล้วก็ขนเงินมาลากโลกขึ้นมาเชือดในช่วงปลายปี 2007 แล้วก็เปลี่ยนภูมิภาคโจมตีไปเรื่อยๆ เขาจะมีกำไรจากเงินเก็งกำไร(Capital gain) ทั้ง 2 ตลาด คือมีกำไรจากทั้งตลาดทุน และมีกำไรจากตลาดเงินตรา แต่ความมั่งคั่งของระบบจะลดลงตลอดเวลา หรือเกิดความยากจนแผ่ขยายกว้างออกไปทั่วโลก

ค่าของเงิน แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่ง และความยากจนของระบบได้ ค่าของเงินที่เล็กลง ทำให้ต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าและบริการ จึงทำให้เห็นว่าราคาของสินค้าโภคภัณฑ์และอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น 

หากระดับน้ำคือค่าของเงินโลก ตอไม้คือค่าทองคำและที่ดิน เมื่อระดับน้ำลดลง ตอไม้จึงโผล่สูงขึ้น หรือราคาทองคำและราคาที่ดินสูงขึ้น หรือแสดงให้เห็นว่าค่าเงินของโลกเสียหาย ค่าเงินของโลกเล็กลง อันเป็นผลมาจากความเสียหายของเศรษฐกิจโลก (ดูG88 Index พังทลายปี 2008) หรือกล่าวได้ว่าค่าทองคำและค่าที่ดินเท่าเดิม แต่ค่าของเงินลดลง

ข่าวในแต่ละวันเป็น ถูกควบคุมโดยกลุ่มผลประโยชน์ และเป็นข่าวที่มักง่าย จึงยากที่จะทราบข้อเท็จจริง แท้จริงแล้ว ทั้งประเทศไทย และทั่วโลกเสื่อมลงตลอดเวลา ลองตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ทุกแห่งของไทย แทบจะไม่เห็นมีชื่อของคนไทยแล้ว เกาะภูเก็ตแทบทั้งเกาะก็ไม่ใช่ของคนไทย  

ทุกวันนี้เงินเยอะมาก เงินท่วมโลก แต่เป็นเงินของ WF คนเหล่านี้ฉลาดหลักแหลม เขารู้ว่าเงินสกุลใดเสียหาย เขาก็จะทิ้งเงินสกุลนั้น ไปเก็บสกุลเงินหรือสินทรัพย์อื่นที่ไม่เสียหาย หรือไล่ราคาให้สูงขึ้น แล้วเทขายทำกำไรตามมา

ทุกวันนี้เราได้ยินข่าวต่างชาติ หรือแขกจากตะวันออกกลาง มาตระเวณซื้อที่ดิน หรือที่นาในประเทศไทย ที่สุพรรณบุรีมีนายหน้า รวมรวมที่ดินเป็นผืนใหญ่ ขายไร่ละ 100,000 บาท ผู้เขียนเชื่อว่ามันไม่ใช่จะเกิดที่ประเทศไทยที่เดียว ก็อาจจะเกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลกเช่นกัน เงินมันเยอะ

.........................................................................
ส่วนแบ่งธุรกรรมของโลก
..........................................................................


อุปมา-อุปมัย ..ส่วนแบ่งธุรกรรมโลกในยุคปัจจุบัน

ระหว่างปี 2000 - 2009 พบว่าการเปลี่ยนแปลงทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของโลก เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก เปลี่ยนแปลงแบบเบี่ยงเบน ตลาดหุ้นมีมากว่า 100 ปีแล้ว การพัฒนาตลาดทุน ยิ่งพัฒนายิ่งเสื่อม มีความเป็นอบายมุขมากขึ้น ได้มีการพัฒนารซื้อขายกระดาษออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่นการพัฒนาด้านตลาดตราสารอนุพันธ์ ทำให้ตลาดทุนเบี่ยงเบนหนัก ยิ่งเพิ่มความเสียหายของเศรษฐกิจโลกมากขึ้นไปอีก 

ส่วนแบ่งของการซื้อขายกระดาษ (Paper trade) จากที่เมื่อกว่า 100 ปีทีผ่านมา ไม่เคยมีส่วนแบ่งตรงนี้เลย ปัจจุบัน ธุรกรรมส่วนนี้มีส่วนแบ่งสูงกว่า 75 เปอร์เซนต์ หรือขนาดเท่าวัวในภาพ และนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ส่วนแบ่งของภาคการผลิตจริง (Real trade) จากที่เมื่อก่อนมี 100 เปอร์เซนต์ ก็ลดลงตลอดเวลา ทุกวันนี้ ส่วนแบ่งส่วนนี้มีประมาณ 25 เปอร์เซนต์ หรือมีขนาดเท่าสุนัขในภาพ

ธุรกรรมการซื้อขายกระดาษ มีการปั่นราคาได้ เป็นประเทศ เป็นภูมิภาค และเป็นทั้งโลก ตลาดหุ้นอเมริกาถูกถล่มมา 2 ครั้งแล้ว คือในปี 1929 และในปี 2000 อย่าบอกว่าเป็นเฉพาะประเทศเกิดใหม่เท่านั้นที่ถูกถล่มได้ง่าย หัวขบวนทุนนิยมอย่างอเมริกา ก็ยังถูกถล่มอย่างง่ายดายมาแล้ว ดังเช่นการถล่มตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000

ธุรกรรมการซื้อขายกระดาษคือต้นเหตุของปัญหาเศรษฐกิจโลก ทำให้สภาพคล่องของโลกผันผวน ที่ทำให้ธรุกรรมภาคการเงินและภาคการผลิตจริงมีปัญหา อุปมาอุปไมคล้ายกับวัวไล่ขวิดสุนัข ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น

แต่โลกกลับคิดแก้ปัญหาที่ภาคการผลิตจริงที่มีส่วนแบ่งธุรกรรมโลกเพียง 25 เปอร์เซนต์ แต่อย่างเดียว เช่นเรื่องการผลิต การพาณิชย์ การนำเข้า-ส่งออก การท่องเที่ยว การกีดกันทางการค้า ไม่ว่าการประชุม World Economics Forum, Asian Summit, G-20 Summit เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งนั้น มีประโยชน์น้อย เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เสียความรู้สึก เสียศีกดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โลก

ไม่มีการประชุมใด คิดถึงปัญหาของการซื้อขายกระดาษ ที่มีส่วนแบ่งของธุรกรรม 75 เปอร์เซนต์ หรือคิดถึงก็น้อยมาก ไม่มีการเอาจริงเอาจัง (คงไม่รู้ปัญหา) 

จึงเชื่อว่า ยากที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของโลกได้  


ส่วนแบ่งธุรกรรมโลกในยุคปัจจุบัน

บิล เกสต์ อยู่ในธุรกรรมภาคการผลิตจริง ถือเป็นสัมมาอาชีวะ วอร์เรน บัปเฟต อยู่ในธุรกรรมการซื้อขายกระดาษ เป็นอบายมุข ถือว่าเป็นมิจฉาอาชีวะ เชื่อว่าวอร์เรน บัปเฟต มั่งคั่งกว่า บิล เกสต์ เป็นตัวอย่างที่เบี่ยงเบนของเศรษฐกิจโลกยุคปัจจุบัน


มั่งคั่งจากจากธุรกรรม Paper Trade มั่งคั่งจากสิ่งผิดปกติโลก มั่งคั่งจากอบายมุข มั่งคั่งจากมิจฉาทิฏฐิแห่งตน อวิชชา

การควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนทำได้ โดยกลับไปสู่อดีต(Back to Basic) คือการไม่มีตลาดทุน ให้เหลือเฉพาะตลาดเงินอย่างเดียว






.........................................................................
ตอบคำถาม
..........................................................................

เศรษฐกิจพอเพียง ?
เป็นพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ต้องนำไปให้ระดับสูง หรือผู้บริหารประเทศปฏิบัติ การโกงกินงบประมาณรัฐ การคอร์รัปชั่น การใช้งบประมาณไปในทางที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ Super store เกิดขึ้นทุกหัวระแหง ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนอโศก ผู้รับใช้ (ผู้บริหารระดับสูง) ทำงานโดยไม่เงินตอบแทน ไม่มีเงินเดือน เป็นสังคมสาธารณะโภคี อาหาร เครื่องนุงห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ใช้จากของส่วนกลางร่วมกัน เป็นตัวอย่างของความพอเพียงสูงสุด แต่ทุกวันนี้แทนที่ระดับสูงจะพอเพียง กลับผลาญงบประมาณกันเป็นว่าเล่น แล้วก็อนุมัติงบโฆษณาปีเป็นหมื่นล้านบาท ทำโฆษณาในทุกรูปแบบ ให้ประชาชนอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง ทำมา 10-20 ปีแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ยากจนค่นแค้นมากกว่าเดิม

การทำโฆษณาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการนำพระราชดำรัสมาทำหากินส่วนตน ผิดทิศทาง สักแต่ว่าทำ ไม่คำนึงผลตอบแทนที่จะกลับคืนมา  

จะทราบล่วงหน้าว่าต่างชาติจะถล่มประเทศไทย ได้หรือไม่ อย่างไร ? 
ผู้ที่มีประสบการณ์ มีข้อมูลดี ย่อมทราบได้ ต้องติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เช่นมูลค่าการซื้อขายหุ้นของต่างชาติ และการเปลี่ยนแปลงของดัชนีหุ้น เช่นเมื่อตลาดหุ้นขึ้นแรง หรือตลาดหุ้นขึ้นแรงและเร็ว มักจะตามมาด้วยการเทขายหุ้นอย่างรุนแรง จะทำให้เกิดวิกฤติตามมาได้ เหตุเพราะเราไม่ได้แก้ต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ปัญหาจึงจะเกิดซ้ำได้ ประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกในปี 2521 ครั้งที่ 2 ในปี 2537 ห่างกัน 16 ปี ปี 2553 ก็จะเป็นระยะเวลา 16 ปี หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งที่ 2 ประเทศไทย อาจจะเป็นแบบประเทศไอซ์แลนด์ หรือประเทศปากีสถานได้อีก

ข่าวช่วงนี้ ประธานไอเอ็มเอฟ ถูกนักศึกษาที่ประเทศตุรกีใช้รองเท้าปาใส่ ช่วงที่ไปประชุมพิจารณาให้เงินกู้แก่ตุรกี ประเทศตุรกีเคยเข้าไอเอ็มเอฟมาแล้วเช่นกัน เงินไอเอ็มคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดัชนีตลาดหุ้นประเทศตุรกีเป็นดัชนีที่เบี่ยงเบนสูงที่สุดในโลก ส่งผลให้ค่าเงิน Lira ของตุรกีตกถึง 1,700,000 Lira/USD ทุกวันนี้มีการปรับค่าเงินมาที่ 1.70 Lira/USD ไม่ทราบว่าปรับแบบไหนเช่นกัน

เศรษฐกิจของประเทศจีนเป็นอย่างไร
ประเทศจีนมั่งคั่งจากความผิดปกติของระบบเศรษฐกิจโลก เงินไหลเข้าจีนมโหฬาร ทำให้สภาพคล่องสูงมาก มั่งคั่งจากความผิดปกติของระบบ ก็จะจนลงจากความผิดปกติของระบบเช่นกัน ได้นำเสนอในช่วงต้นแล้ว ทั้งเรื่องดัชนีตลาดหุ้นประเทศจีน และค่าเงินหยวนของจีน

ไม่มีใครเก่งกว่า World Fund (WF) ผู้เขียนไม่อยากตำหนิ WF แต่โลกสร้าง "ตลาดหุ้น" มาเป็นเครื่องมือให้ WF ทำลายโลกเอง เปรียบไปแล้วเหมือนพ่อแม่สร้างเครื่องมือมาทำร้ายลูกของตัวเอง เป็นแต่เพียงเราไม่ทราบว่าเครื่องมือนั้นทำร้ายลูกของเราแบบไหน อย่างไรเท่า เท่านั้น

สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย กำลังแพ้สงครามเศรษฐกิจ นี่คือส่งครามโลกครั้งที่ 3 แพ้ให้กับ WF แพ้อย่างย่อยยับ เพียงแต่ความพ่ายแพ้เกิดขึ้นไม่พร้อมกันเท่านั้น ช่วง 6-7 ปีมานี้ ผู้คนเห็นว่าประเทสจีนมั่งคั่งอย่างผิดหูผิดตา ..แต่ว่า ความเสียหายยังไม่ได้แสดงตัวเท่านั้น

จีนและอเมริกาหลงผิด คิดว่ากำลังทำสงครามเศรษฐกิจระหว่างกัน แต่ทั้ง 2 ประเทศไม่ทราบว่ามีศัตรูร่วมกัน คือสิ่งผิดปกติในระบบ "ตลาดทุนที่พัฒนามาถึงจุดเสื่อมสูงสุด" ที่จะเป็นตัวทำร้ายทั้งอเมริกา ทั้งจีน และทั้งโลก..

@@@
(ขอบคุณบางภาพจากอินเตอร์เนท)

.........................................................................
สุขสันต์วันเกิด
..........................................................................



...



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
Cat@ วันที่ : 12/11/2009 เวลา : 04.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

...

เชิญนะค่ะ
วันนี้
ไม่มีอะไร ในก่อไผ่

แค่ เรืองต่อเนือง จาก การเดินทาง
ย่อมมีเงิน เหลือ โดยไม่ได้ตั่งใจ

ตอน

เงิน ต่างประเทศ Cat@

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
สมดุล วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บริษัทมหาชนขนาดใหญ่กำลังเปิดให้มีการใช้เงินทำงานแบบ SME ที่คืนทุนไว ความเสี่ยงต่ำมีรายได้ยั่งยืน เดือนละ 2 ล้านบาทต่อหน่วยการลงทุน เร่งศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 26/10/2009 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

ผิดปกติจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
chiraporn วันที่ : 26/10/2009 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chirapornn
ช่วยกันคิด วันละนิด จิตแจ่มใส                                                                                                             

ข้อมูลเพรียบค่ะ ขอขอบพระคุณยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
เพียงดาว วันที่ : 15/10/2009 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/varathorn

เคยสงสัยมานานแล้วครับว่าเงินมันไหลไปกองที่ไหนกันนะ วันนี้ได้เปิดกระโหลกแล้วครับ ไปอยู่ที่ WF ที่ผมสงสัยคือ สุดท้ายแล้ว WF จะล่มสลายได้ด้วยเหตุอะไรครับ
WF ต้องการเงินกระดาษมากมายไปเพื่ออะไร มีวัตถุประสงค์อะไรที่มากกว่าความมั่งคั่ง และพวกยิวอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อีกหรือป่าวครับ
เศรษฐกิจพอเพียงพูดกันมาก เข้าใจกันน้อย ทำได้ยิ่งน้อยเข้าไปกันใหญ่ เรื่องนี้คือ มัฌชิมาปฏิปทา คือ สมชีวิตา ใช่ไหมครับ
ผมเห็นคนเล่นหุ้น มีเงิน ไปลงทุน ได้กำไร กิน ใช้ จ่าย สนุกสนาน ผมเห็นบริษัทฯที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ วางแผน ลงทุน ทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้ได้กำไร แล้วก็เกือบทั้งหมด ไหลไปอยู่กับคนที่ถือหุ้นที่ไม่ได้ทำอะไร เมื่อทุกคนเห็นว่า ได้เงินมาง่ายๆ คนที่คิดจะทำงานก็น้อยลง มีเงินไปซื้อหุ้น แล้วรอให้หุ้นขึ้น แล้วขาย แล้วก็ได้เงินมันช่างง่ายดายเหลือเกิน ไม่เหนื่อย ไม่ต้องทำงาน ผมเคยคิดเสมอว่า การทำงานอย่างจริงจัง ทำให้มีประสบการณ์และมีความมั่นคงในชีวิต มากกว่าเอาเศรษฐกิจของครอบครัวไปผูกไว้กับ กระดาษ ที่ไม่ได้ทำให้เกิด Productivity
แต่จะทำอย่างไรได้บ้างครับ เมื่อโลกหมุนไปตามกระแสของทุนนิยมและกระดาษ ตลาดหุ้นไม่มีวันถูกปิดตัวลงแน่นอน ที่ดินตกอยู่ในมือนายทุนซึ่งไม่ขาย หรือขายแพง ชาวบ้านไม่ีมีปัญญาซื้อได้อีก แผ่นดินก็มีจำกัด เมื่อคนจน มีท่วมโลก WF จะอยู่อย่างไรครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
OKeel วันที่ : 14/10/2009 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keeluaey
เราทำสิ่งดีๆ เพื่อชาติได้เสมอ

่อ่านจนจบ เข้าใจในภาพรวมๆ แล้วครับ
ความเป็นไปได้ในการปิดตลาดทุนในไทย จะมีมั้ยครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
W_T_Y_S_L วันที่ : 12/10/2009 เวลา : 07.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whattookyousolong


เปิดกระหม่อม ... องค์ลง

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ซันญ่า วันที่ : 10/10/2009 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

http://www.oknation.net/blog/sonyaUSA/2009/10/10/entry-1

คาราวะาจารย์ ค่ะ

มากด อ่านและส่งต่อ ไปด้วยค่ะ

.............จากที่ไม่รู้ก็รู้ขึ้นมาบ้างแล้ว

.........

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
Cat@ วันที่ : 10/10/2009 เวลา : 06.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ขนมปัง หากเป็นขนมปังใหม่
จะอมน้ำมันค่ะ

ต้องใช้ขนมปังเก่า
และรองด้วยกระดาษซับมัน

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Cat@ วันที่ : 10/10/2009 เวลา : 05.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

..

เชิญจีะ
เข้าครัวกับแม่แคท

เมนูนี้ แค่ใข่กับขนมปังก็รอดตาย

มา ม่ะ
มาเลยจีะ

ตอน

ขนมปังเก่า อย่าทิ้ง ..นี่เลย เมนูง่ายๆ Cat@

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ITPro วันที่ : 07/10/2009 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/itpro


เห็นตัวเลขมากๆ แล้วมึนตึ๊บ รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมาก

และตรงใจมากๆ กับประโยคที่ว่า "ไม่มีประเทศใดมั่นคงเพราะตลาดหุ้น"

แต่ผมแปลกใจที่เวลาเศรษฐกิจดีมีแต่นายทุนที่ได้ประโยชน์ส่วนมากไป แต่เวลาเศรษฐกิจแย่ ผลกระทบส่วนมากกลับตกอยู่กับเราๆ ท่านๆ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
indexthai วันที่ : 07/10/2009 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


"เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ทางไอเอ็มเอฟได้ปล่อยเงินกู้จำนวนหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐเพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก และทางธนาคารโลกได้ออกเงินกู้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ทั้งนี้ การประชุมประจำปีของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน "
http://www.thairath.co.th/content/eco/37955

..................................

บล๊อกเกอร์ : ไม่เชื่อน้ำยา IMF และ WB ใช้แต่ทุ่มเงินเข้าไปแก้ปัญหา ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาศก.ของโลกได้ ศก.จะฟื้นตัวแบบจอมปลอม "หุ้นถูกปั่นขึ้นต่างหาก ที่ทำให้เห็นว่าศก.ดี ไม่ใช่เศรษฐกิจดี หรือฟื้นตัว แล้วทำให้หุ้นขึ้น"

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
มะอึก วันที่ : 07/10/2009 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมไม่เคยหมั่นใส่นามปากกา "indexthai" ของอาจารย์เลยนะครับ
ขอบอก.......
.
อยากเป็นนักบรรยายแนวเศรษฐกิจบ้าง.....
แต่ผมวิเคราะห์การเงินตัวเลขไม่เก่งครับ....

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
indexthai วันที่ : 07/10/2009 เวลา : 06.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ดัชนีตลาดหุ้น Asean 6 ประเทศ

มี new high

เชื่อว่าจะขึ้นต่อได้อีก ..

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
indexthai วันที่ : 07/10/2009 เวลา : 04.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ตร.ตุรกีใช้ปืนแรงดันน้ำสลายผู้ชุมนุมต้านประชุมIMF


ตำรวจใช้สเปรย์พริกไทยและปืนแรงดันน้ำเข้าสลายฝูงชนที่ออกมาชุมนุมกันตามท้องถนนในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกีเมื่อวันอังคาร(6) เพื่อต่อต้านการประชุมของไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์

ผู้ประท้วงบางส่วนทำลายกระจกร้านค้าต่างๆที่อยู่ภายในและรอบๆย่านจตุรัสทักซิม ก่อนวิ่งหลบหนีไปยังที่ซ่อน ขณะที่รถหุ้มเกราะของตำรวจใช้ปืนแรงดันน้ำฉีดน้ำเข้าใส่พวกเขา

ทั้งนี้คณะผู้แทนของไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ กำลังอยู่ ณ กรุงอิสตันบูล เพื่อร่วมกันพิจารณาถึงแนวทางต่อสู้กับความยากจนและหายุทธศาสตร์ป้องกันไม่ให้วิกฤติเศรษฐกิจโลกเกิดขึ้นซ้ำรอยปีที่แล้ว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2552 23:26 น.
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000118198

...........................................

เจ้าของบล๊อกวิจารณ์

ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่นำเสนอใน Entry นี้ ...ตอบว่า ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ เพราะเขาไม่ทราบว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร เมื่อไม่ทราบต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร จึงไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา จึงแก้ปัญหาไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Cat@ วันที่ : 07/10/2009 เวลา : 01.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

วันนี้มาอ่าน ละเอียด อีกหนึ่ง

เรือง แบบนี้ไม่ค่อยเข้าใจ
แต่ที่เห็นเมืองจีน เค้าทำสำเร็จ
จาก ประเทศมีปัญหา มาวันนี้ ฐานะประเทศ ใช่ได้เลย

..

เชิญจ๊ะ
ได้เวลา สามสาว ..แวะมาหาเพือน แล้วค่ะ

...ตอน

แบบ นี้ มันต้องถอน ให้เข็ด... ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
indexthai วันที่ : 06/10/2009 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คห.ใน entry นี้ดี

ไม่ว่า ...จะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ก็ดีทั้งนั้น
หากไม่เห็นด้วย จะได้อธิบายเพิ่มเติม

ที่ http://twitter.com/indexthai มีคนเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ มีบ้างที่เห็นต่าง ก็ต้องอธิบายกัน

...............................................................
ความเห็นของ คุณ kwant มีเรื่องที่น่าตอบ หลายเรื่อง
...............................................................

จะบรรลุธรรมทางเศรษฐกิจก็หัวข้อบรรยาย นี้ของอาจารย์ล่ะค่ะ
ตาสว่างงงงง ใบหูเปิดกว้าง งงงง ด้วยบทความของอาจารย์แท้ๆ
สรุปตอนท้ายบทความ น่ากลัว น่าตระหนก และน่าสะพรึงกลัวมากค่ะ

1) แสดงว่าทุนนิยมกำลังกัดกินตัวมันเองรึเปล่าคะ
ตอบ : มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในระบบทุนนิยม คือการเกิดขึ้นของตลาดทุน แล้วมีการพัฒนาตลาดทุนไปในทางที่เสื่อม เช่น การมี Maintenance margin & Forced sell ตลาดตราสารอนุพันธ์ และเกิดระบบใหม่ขึ้นมา

ทุกวันนี้ ผมแยกออกเป็น 2 ระบบ ...ไม่ใช่ทุนนิยมเพียวๆเหมือนเมื่อก่อน คือ
1) Capitalization ...ระบบทุนนิยม
2) Fundization (คำที่ผมตั้งขึ้นมาเอง) ...ระบบกองทุนนิยม (WF)

การประชุม G-20 ที่เมืองพิทท์สเบิร์ก ประเทศสหรัฐ
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/10/05/entry-1

ระบุว่า..

"ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่เป็นทางการขึ้นเพื่อกำกับดูแลตลาดตราสารอนุพันธ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือการเงินที่ซับซ้อน และถูกระบุว่าเป็นต้นตอของวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในครั้งนี้"

เรื่อง ตลาดตราสารอนุพันธ์ ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก เป็นเรื่องที่ผมนำเสนอบ่อยครั้ง ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อ่านดูจากข้อความนี้ ก็เห็นว่าเป็นแนวทางการจัดการไม่ถูกต้องอีก ต้องมี "ค่าใช้จ่าย" ตั้งหน่วยงาน มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่าใช้จ่ายบุคคลากร ..ตั้งไปแล้วก็ช่วยแก้ปัญหาไมได้ เพราะตลาดทุนมันเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดการเก็งกำไร และการปั่น และการเก็งกำไรและปั่นแบบนี้ จะบอกว่าเป็นความผิดได้ยาก อ้างว่าเป็นความเชื่อ เชื่อว่าจะขึ้น จึงซื้อ เชื่อว่าจะตก จึงขาย และยากที่จะกล่าวหาว่ามีการปั่นหุ้น

ตลาดตราสารอนุพันธ์ มีกำไร-ขาดทุน กว่าตลาดหุ้นธรรมดา 10 เท่า
คือใช้เงิน(หรือหลักประกัน) เท่ากัน มีกำไร-ขาดทุน มากน้อยกว่ากัน 10 เท่า
WF ก็เลยเขมือบเศรษฐกิจโลกง่ายขึ้น
สินทรัพย์ของทั้งโลก จึงเป็นของ Fundism

คำนิยามของคำว่าปั่นหุ้นของกลต.มีไม่ครอบคลุม มันมีหลายร้อยวิธีที่จะปั่นหุ้น เช่นปล่อยข่าวก่อน แล้วไล่ราคา จะไปตามจับต้นตอคนปล่อยข่าวก็ไม่ได้ ข่าวมาจากห้องค้า รู้กันในหมู่คนเป็นจำนวนมาก ไม่รู้ใครปล่อยข่าว

โลกถูก "พวกถ่อย" ทางการเงิน บริหารจัดการ
จัดการจนทำสินทรัพย์ของทั้งโลก ตกเป็นของ WF
ทุนสำรองฯ ตามธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ..เป็นของ WF

ทางที่ควรจะเป็น คือต้องปิดตลาดตราสารอนุพันธ์ ไม่ต้องไปตั้งหน่วยงานอะไรมากำกับดูแล

ตลาดตราสารอนุพันธ์ คือการซื้อขายตัวเลข เหมือนการขายหวยเบอร์ เช่นตัวเลขของดัชนีหุ้น ของราคาหุ้นแต่ละตัว ของราคาทองคำ ของราคาน้ำมัน ของราคาสินค้าเกษตร

ได้-เสียทั้ง 2 ทาง ราคาขึ้น ก็ได้-เสีย ราคาลง ก็ได้-เสีย ถ้าเชื่อว่าขึ้น ก็จะซื้อก่อน แล้วขายภายหลัง ถ้าเชื่อว่าตก ก็ขาย"ตัวเลข" ไปก่อน แล้วซื้อกลับภายหลัง

มันไม่มีตัวสินค้าจริง

ตัวสินค้าคือ "ตัวเลข"
หรือ คือการซื้อขายกระดาษ (Paper trade)
ตัวเลข ของดัชนีหุ้น ตัวเลขของราคาหุ้น ตัวเลขของราคาทองคำ
ตัวเลขของราคาน้ำมัน ตัวเลขของราคาสินค้าเกษตร
ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการซื้อหวยบนดิน หรือหวยใต้ดิน หรือสลากกินแบ่งของรัฐ

คนทำกำไร ..มีกำไรแน่นอน

กำไรต่อเดือน ต่อปี ดีกว่าล๊อตเตอรี่ รางวัลที่ 1 เป็นพัน เป็นหมื่นเท่า
ส่งผลให้ทุนสำรองฯโลก ..ท่วมโลก

ผมจึงบอกว่า ตลาดหุ้น ตลาดตราสารอนุพันธ์ เป็นอบายมุข

รัฐบาลสุรยุทธ์ เปิด Futures Index และ Options Index
รัฐบาลนอมินี เปิด ราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้า
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เปิด ราคาทองคำล่วงหน้า ราคาหุ้นเป็นตัวๆ ล่วงหน้า

..สาด (ล่อภาษาวัยรุ่นมั่ง) ..อบายมุข และ ..สิ่งเลวๆในประเทศไทย เกิดง่ายมาก เร็วมาก

แล้วมันจะเป็นเศรษฐกิจพอเพียงตรงไหน ?

โฆษณาปาวๆ ให้ชาวบ้านเป็นอยู่อย่างพอเพียง
แต่รัฐหากินทางอบายมุข
เป็นแม่ปู มาสอนลูกให้เดินตรงทาง ..แม่เดินไม่ตรง ..แล้วลูกจะเดินตรงได้ไง

ตลาดหุ้น คือปัญหาของระบบเศรษฐกิจมานานแล้ว จึงคิดตั้งหน่วยงานมากำกับดูแลตลาดหุ้น
เช่น ตั้งกลต.(คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
อเมริกาตั้งกลต. ไทยก็ตั้งกลต.ด้วย ..ไม่มีประโยชน์ ..เพิ่มค่าใช้จ่ายให้ระบบ
แต่ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

ประเทศไทย ตั้งกลต. ปี 2535
ปี 2537 ตลาดหุ้นพังทลาย ในปี 2537
ปี 2540 เข้าไอเอ็มเอฟ
กลต. ช่วยได้ไหม ? ...ช่วยไม่ได้

กลต.นั่นแหละเป็นผู้ก่อปัญหา
เอา Maintenance margin & Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้น
เป็นต้นเหตุ 1 ที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ
และซ้ำเติมให้วิกฤติ ให้พังทลายรุนแรงเพิ่มไปอีก

ตลาดหุ้นแนสแดกซ์ พังอีกในปี 2000
กลต.ตลาดหุ้นอเมริกา ..ช่วยอะไรได้

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

จะตั้งหน่วยงานมากำกับตลาดตราสารอนุพันธ์อีก ... โห

ทางที่ถูกต้อง ..ทั้งโลกและไทย ต้องไม่มีตลาดหุ้นเลย จึงจะเป็นการถูกต้อง

Back to basic

อย่าไปตั้งหน่วยงานมา หลอกลวง ชาวไทย และชาวโลกอีกเลย

2) หมายถึง แต่ละประเทศที่ดำเนินธุรกรรมตลาดทุน เลี่ยงไม่พ้นแหงๆ ถ้างั้น..โลกจะรับมืออย่างไร ก่อนที่โลกจะล่มสลายด้วยฝีมือ wf
ตอบ : ถูกต้อง ทุกวันนี้ก็ล่มแล้ว คือเงินท่วมโลก เงินท่วมประเทศไทย คนฝากเงินก็ลำบาก ได้ดอกเบี้ยฝากน้อย คนกู้เงินก็ลำบาก ดอกเบี้ยเงินกู้สูง
...จะรับมืออย่างไร (จะแก้ปัญหาอย่างไร) ..ก็ต้องไม่มีตลาดหุ้น ให้เหลือตลาดเงินอย่างเดียว

ตลาดทุน เป็นแหล่งที่ WF ใช้ปั่นทำกำไร
เมื่อไม่มีที่ให้เขาปั่น เขาจะไปปั่นตรงไหน

อ้างว่าตลาดหุ้นเป็นแหล่งระดมทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ

แต่พัฒนาขึ้นมาแล้ว ...โดน WF ถล่ม ราบเรียบ ..มีประโยชน์อะไร

ไม่มีประเทศใดมั่งคั่ง มั่นคงจากการมีตลาดหุ้น

3) ถ้าไทยสามารถใช้ระบบ dual track แบบ เศรษฐกิจพอเพียง ขนานไปกับ ทุนนิยม จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ได้ไหมคะ
ตอบ : ทุกวันนี้ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว
ทุนนิยมจะยังคงมีอยู่ตลอดไป เพราะเป็นเรื่องที่เป็นมาตามธรรมชาติ แต่ต้องไม่มีตลาดหุ้นอยู่ในระบบ ทุนนิยมส่วนใหญ่เอารัดเอาเปรียบมาก ทำอย่างไรที่ไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบมากเกินไป

เศรษฐกิจพอเพียงก็มีอยู่แล้ว แต่ยังน้อยไป

เศรษฐกิจพอเพียง ของจริงให้ดูที่ชุมชนอโศก ..หรือดูที่นี่
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/08/25/entry-1

เศรษฐกิจพอเพียงที่เห็นๆ ไม่ใช่ของจริง เป็นแบบครึ่งน้ำ-ครึ่งบก
พวกโฆษณาชวนเชื่อ ได้งบโฆษณาไปรับประทาน ..ให้แต่ชาวบ้านทำ
แต่ตนเองเอารัดเอาเปรียบชาวบ้านหนัก Lotus Carefour
กรรมการรัฐวิสาหกิจ เงินเดือนคนละ 10-30 ล้านบาท เป็นคนอนุมัติงบ โฆษณาศก.พอเพียง

4) แล้วกำแพงเมืองจีน (ตลาดทุนก้อนมหึมา) จะล่มสลาย อีกนานไหมคะ ต้องดูสัญญาณที่ไหนคะ
ตอบ : ก็กำลังละลายลงทุกวัน อีก 3-5 ปีคงเห็นผล วิธีดู ให้ดูดัชนีตลาดหุ้น ค่าเงิน Yuan และทุนสำรองฯของจีน
ได้ข่าวว่าจีนไปขายพันธบัตร ที่ไปซื้อไว้ ที่อเมริกา 8 แสนล้านเหรียญ ..คงเอามาสู้
เอามาขายให้คนที่ต้องการซื้อดอลลาร์คืน
จีน อาจจะคิด กลับไปผูกค่าเงินตายตัวใหม่อีก ..ไม่เข็ด ..คงไม่เข้าใจ

5) อย่างนั้นแล้วหนูจะเก็บออมเงินไว้ดีกว่า
ตอบ : ก็ไม่ดีอีกแหละหนู ..รูปแบบของประเทศไทย(โลก)เป็นแบบนี้ จะให้ทำอะไรไม่ก็ไม่มีความสุข ไม่มั่นใจ หากค่าเงินบาทพังทลาย เสียหายอีก ก็หมดค่าอีก เหลือเป็นใบกงเต็ก

ตุรกี และ ซิมแบบเว ค่าเงินเคยตกไปที่ต่ำกว่า 1.2 - 1.7 ล้านหน่วยต่อเหรียญสหรัฐ ..ย้ำ ..หลักล้านนะ

ได้ยินข่าวไหม ?

แขกตะวันออกกลาง มาหาซื้อที่ดินในเมืองไทย
นั่นคือเขาไม่เชื่อมั่นในสกุลเงินใดๆทั้งสิ้น ..ค่าเงินทุกสกุลจะเสื่อมลงตลอดเวลา
หรือค่าเงินจะผันผวน ไม่แน่นอน เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง ..แล้วเสียหายต่อเนื่อง
เขาจึงจะไม่เก็บเป็นเม็ดเงิน หรือเงินสด
แต่เขาจะมาเก็บทองคำ และที่ดินแทน

ทุกวันนี้ เงินท่วมโลก ท่วมประเทศไทย
เรื่องมาหาซื้อที่ดิน ผมว่ามันไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยที่เดียวหรอก มันคงเกิดกับทุกประเทศทั่วโลก
คนไทยขายที่ดิน ได้เงินมา ..แต่แล้วมันกลายเป็นใบกงเต็ก
WF เดินหน้ามั่งคั่งผู้เดียว คนไทยหอบใบกงเต็กไว้กับตัว
WF ฉลาดเป็นกรด คนท้องถิ่นทั่วโลก ถูกกระทำชำเราอย่างเดียว

6) จะกินแค่อิ่ม และสร้างภาคการผลิตด้านเกษตรของตัวเองไว้ หากมีที่ทางหลายร้อยไร่ จะกลับไปทำการเกษตรให้เต็มตัวเลยดีไหมคะ ..จะได้ไม่ซื้อเขากินในวันหน้า
ตอบ : ดีครับ ข้าวคือ Product Champion ตัวจริง ไม่ใช่เพชร ไม่ใช่ทอง
ข้าวคือ Product Champion ของพระพุทธเจ้า ที่มีค่าจริง (ไม่ใช่ราคา)
ไม่มีจน ไม่มีล้มละลาย แต่มีกินแน่นอน และไม่รวย

รวยแล้วเป็นทุกข์ ไม่มีแผ่นดินอยู่ ตัวอย่างเห็นๆอยู่

...............................................................

ขอบคุณสัญญาณดีๆจากบทความนี้ค่ะ...
ขอซูฮกยกกำลังเก้าค่ะ...เล่าซือ
ปล. ยังดีนะคะที่บทความนี้ยังมีรอยยิ้มของน้องหมามาให้ชม

ขอบคุณครับ
@@@

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
kwant วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kwant

จะบรรลุธรรมทางเศรษฐกิจก็หัวข้อบรรยาย นี้ของอาจารย์ล่ะค่ะ
ตาสว่างงงงง ใบหูเปิดกว้าง งงงง ด้วยบทความของอาจารย์แท้ๆ
สรุปตอนท้ายบทความ น่ากลัว น่าตระหนก และน่าสะพรึงกลัวมากค่ะ
แสดงว่าทุนนิยมกำลังกัดกินตัวมันเองรึเปล่าคะ
หมายถึง แต่ละประเทศที่ดำเนินธุรกรรมตลาดทุน เลี่ยงไม่พ้นแหงๆ
ถ้างั้น..โลกจะรับมืออย่างไร ก่อนที่โลกจะล่มสลายด้วยฝีมือ wf
ถ้าไทยสามารถใช้ระบบ dual track แบบ เศรษฐกิจพอเพียง ขนานไปกับ ทุนนิยม
จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ได้ไหมคะ
แล้วกำแพงเมืองจีน (ตลาดทุนก้อนมหึมา) จะล่มสลาย อีกนานไหมคะ ต้องดูสัญญาณที่ไหนคะ
อย่างนั้นแล้วหนูจะเก็บออมเงินไว้ดีกว่า จะกินแค่อิ่ม และสร้างภาคการผลิตด้านเกษตรของตัวเองไว้
หากมีที่ทางหลายร้อยไร่ จะกลับไปทำการเกษตรให้เต็มตัวเลยดีไหมคะ ..
จะได้ไม่ซื้อเขากินในวันหน้า...
ขอบคุณสัญญาณดีๆจากบทความนี้ค่ะ...
ขอซูฮกยกกำลังเก้าค่ะ...เล่าซือ
ปล. ยังดีนะคะที่บทความนี้ยังมีรอยยิ้มของน้องหมา
มาให้ชม

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
indexthai วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ควันหลงจาก จี 20 ที่เมืองพิทท์สเบิร์ก
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/10/05/entry-1

มีส่วนตรงกับความเห็นของผู้เขียนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
คือเรื่อง เงินเดือนกรรมการบริษัท
และปัญหาเรื่อง ตลาดตราสารอนุพันธ์

ให้สอบตก..

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ardusias วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 22.03 น.

มาตาม link จาก twitter ค่ะอาจารย์ ขอบพระคุณอาจารย์สำหรับความรู้ดี ๆ ให้คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ และเศรฐศาสตร์เลย ได้พอมองเห็นภาพ จะ follow ต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
indexthai วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คุณ นักรบนักรัก
ไม่เจอกันตั้งนาน นะครับ
ทุกคนคงดีใจ ที่เห็นชื่อ "นักรบนักรัก" อีก

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นักรบนักรัก วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mymemory
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย ! !

ตามอ่านมาตลอดครับ
สุดยอดจริงๆ บทความของท่าน

ไม่ทราบว่าท่านนายกฯ และ รมต.คลังของเรา "รู้"
เหมือนท่าน "รู้" หรือเปล่า??

และถ้ารู้..จะทำ..สิ่งที่ควรทำหรือไม่?

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ณสยาม วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

เพราะคนเรามุ่งหาแต่ตัวเลขกันไงครับ
แต่ว่าไม่ได้มุ่งหาความสูขที่แท้จริง
อยู่ตรงใหน....วิกฤตเศรษฐกิจจึงเกิดซ้ำๆซากๆ
แต่ว่าต่างเวลาต่างปัญหาครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
หน่อผุด วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

เข้ามาอ่านค่ะ รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมาก วิชาเศรษฐศาสตร์ มึนตึ๊บเลย
ไม่นิยมตัวเลข ดูแต่ว่าวันนี้ในกระเป๋าตังค์มีเท่าไหร่ พอนับตังค์เป็นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบพระคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
AmTang วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 16.39 น.

ขอบคุณข้อมูลครับ มีประโยชน์มากครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
indexthai วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ขอบคุณทุกเม้นท์

ไม่ใช่เรื่องง่าย ..ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

แต่อ่านได้จบ ..ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

อ่านจบแล้วครับ อาจารย์ ขอบคุณเหมือนทุกๆครั้ง ที่ให้ความรู้แก่ผู้รู้น้อยๆอย่างผม ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
อาคม วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akom

ได้ความรู้มากครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
indexthai วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


mentioning twitter1

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
indexthai วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


mentioning twitter2

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
indexthai วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


mentioning twitter3

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เหมินท์ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

ขอบคุณมาก ๆ ครับ
รายละเอียดต่าง ๆ ชัดเจนมากขึ้น ๆๆ เรื่อย ๆ ครับ

เราต้องมุ่งเศรษฐกิจพอเพียงให้ได้เร็วที่สุดเพื่อทางรอดของเราเอง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ThaiThinker วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThaiThinker

เงินกำลังจะท่วมโลกครับ

ถ้าประเทศไทยยังคงถือทุนสำรองในรูปเงินตราอยู่โดยไม่รีบเปลี่ยนไปเป็น real thing อาทิเช่น การถือครองในรูปการลงทุนในบ่อน้ำมัน เหมืองแร่ ต่างๆ..... บอกเลยว่าอันตราย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 12.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

เพราะโครงสร้างเศรษบกิจมันบิดเบือนครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่าเอาพรแม่แก้วมาฝากครับผม..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อ่านแล้วได้รู้ลึกซึ้งถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วอีกมากในเชิงลึก ... ขอบคุณ สำหรับบทความดีๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เศรษฐวศิน วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ddna

แวะมาทักทาย ทั้งๆที่ไม่ประสีประสาเรื่องเศรษฐกิจที่คุณกล่าวมา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน