*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 540965
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 4 มกราคม 2553
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 4001 , 11:26:20 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


ปี 2000 เป็นที่สำคัญ เป็นปีเริ่มต้นวิกฤติการเงินโลกยุคใหม่ที่แท้จริง เป็นปีเริ่มต้นของเงินท่วมโลก ทำให้โลกทุนนิยมทั้งโลกพังทลาย และสภาวะทางเศรษฐกิจของโลกยากที่จะสงบ แรงกระเพื่อมจะแรงมากขึ้น

เรื่องนี้เป็นการเขียนตามข้อมูลที่เกิดขึ้น ไม่ได้เขียนตามทฤษฎี หรือจะเขียนให้เป็นทฤษฎี

การพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ในปี 2000 ทำให้เงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ทำให้เงินไหลออกจากอเมริกา ไหลออกไปท่วมประเทศต่างๆ ทำให้เงินแห้งไปจากอเมริกา แม้อเมริกาไม่ได้เข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ แต่ก็เห็นได้ถึงความเสียหาย ต้องออก CDO และ CDI มาแก้ปัญหาสภาพคล่อง แต่เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ยิ่งแก้ก็ยิ่งเสียหาย ซ้ำเติมให้เกิดความเลวร้ายมากกว่าปกติในเวลาต่อมา

เงินไหลออกจากอเมริกา หรือออกจากการถือครองเงินเหรียญสหรัฐ ออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจโลกดีขึ้น ตลาดหุ้นโลกดีขึ้น (กราฟ G-88 Index) ค่าเงินประเทศต่างๆสูงขึ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆสูงขึ้น

กระถึงทั่งปี 2008 สิ่งต่างๆทั่วโลกที่สูงขึ้น ก็พังทลายลง (กราฟ G-88 Index)

แต่เพราะตลาดทุนโลกมีการพัฒนาในทางที่เบี่ยงเบน ยิ่งพัฒนายิ่งเบี่ยงเบน ตลาดหุ้นขึ้นก็มีกำไร ตลาดหุ้นตกก็มีกำไร เป็นที่มาของการเพิ่มขึ้นของทุนสำรองโลก ตลาดหุ้นจะดีจะเลว ทุนสำรองโลกก็จะเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา

ปี 2008 มีประเทศต่างๆเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ 4 ประเทศ ได้แก่ ฮังการี ยูเครน ปากีสถาน ไอซ์แลนด์ ต้นปี 2009 ก็มีอีกจำนวนหนึ่ง ที่ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ

ส่วนแบ่งหลักเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้ จึงสามารถแบ่งออกเป็นภาคใหญ่ได้ 2 ภาค คือ ภาคธุรกรรมของภาคการผลิตจริง(Real trade) กับภาคธุรกรรมในตลาดหุ้น หรือภาคการซื้อขายกระดาษ (Paper trade)

เปรียบเทียบมูลค่า Real trade กับ Paper trade ของไทยในปี 2550-2551

1) ภาคการผลิตจริง (Real trade)

 ล้านบาท

 ล้านบาท

ปี

ส่งออก

นำเข้า

2550 (2007)

 5,302,119.2

 4,870,186.4

2551 (2008)

5,851,371.1

 5,962,482.5

ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือกรมศุลกากร (ไม่รวมธุรกรรมจากการท่องเที่ยว)

2) ภาคการการซื้อขายหุ้น (Paper trade)

 ล้านบาท

 ล้านบาท

ปี

มูลค่าซื้อ

มูลค่าขาย

2550 (2007)

4,148,211.91

4,148,213.17

2551 (2008)

3,871,837.18

3,871,836.89

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ไม่รวมการซื้อขายพันธบัตร และหุ้นกู้
ไม่รวมการซื้อขายสลากกินแบ่ง ที่ตกปีละประมาณ 60,000 ล้านบาท และหวยใต้ดินอีกจำนวนหนึ่ง

จะเห็นว่ามีมูลค่าการค้าแตกต่างกันไม่มาก หรืออีกไม่นานมูลค่าการซื้อขาย Paper trade อาจจะขึ้นมาเท่ากับ หรือสูงกว่ามูลค่าการซื้อขาย Real trade

ตลาดหุ้นประเทศไทยเกิดขึ้นในปี 2518 หรือเมื่อ 35 ปีมาแล้ว คือจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งธุรกรรมที่มีนัยสำคัญ จากที่ไม่เคยมีมูลค่าการค้าด้าน Paper trade เลย เป็นมีมูลค่าทาง Paper trade เพิ่มขึ้น ตลาดหุ้นทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดปัญหา ตกต่ำมาโดยตลอด 35 ปีที่ผ่านมา

มูลค่าการซื้อขายภาค Real trade กับภาค Paper trade มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทุนสำรองเงินการเงินระหว่างประเทศโดยตรง

การซื้อขายภาคกระดาษ (Paper trade) ช่วงภาวะร้อนแรงมูลค่าการซื้อขายจะสูง ช่วงภาวะไม่ร้อนแรงมูลค่าการซื้อขายจะต่ำ ราคาของภาคกระดาษ (ดัชนีตลาดหุ้น) มีการเปลี่ยนแปลงสูง อาจจะเพิ่มมากกว่า 1,000 เปอร์เซ็นต์ หรือตก 80-90 เปอร์เซนต์ และเป็นภาคที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ต่อสภาพคล่องของระบบ ต่อค่าเงิน อย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยเคยได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ กระทั่งต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง

การซื้อขายภาคกระดาษ (Paper trade) มีการปั่นและสวมรอยปั่นตลอดเวลา ในทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นที่พัฒนาแล้วเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา หรือตลาดหุ้นที่ยังไม่พัฒนาทั้งหลาย จะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตจริง (Real trade) เช่นความเป็นไปของสภาพคล่อง ค่าเงิน อัตราเงินเฟ้อ ราคาสินทรัพย์ และมูลค่าหลักประกัน

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ระหว่าง ภาคการซื้อขายกระดาษ และภาคเศรษฐกิจจริง คือ

หุ้นขึ้นทำให้เศรษฐกิจดี ไม่ใช่เศรษฐกิจดีทำให้หุ้นขึ้น

ตลาดหุ้นเป็นตัวนำเศรษฐกิจ ไม่ใช่เศรษฐกิจเป็นตัวนำตลาดหุ้น

หุ้นขึ้นทำให้สภาพคล่องดี

หุ้นขึ้นทำให้เกิดข่าวดี ไม่ใช่ข่าวดีทำให้หุ้นขึ้น

(หากหุ้นตก ก็จะเกิดเหตุการณ์ในทางตรงกันข้าม)

ไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือตก ล้วนเป็นปัญหาต่อประเทศท้องถิ่น หุ้นขึ้นไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจดี อาจจะหมายถึงเศรษฐกิจกำลังจะเสียหายได้ แต่เมื่อเห็นหุ้นขึ้น คนมักจะบอกหรืออ้างว่าเศรษฐกิจดี แท้จริงแล้วมี World Fund อยู่เบื้องหลังความเป็นไปของตลาดทุนและตลาดเงิน ที่เขาพร้อมจะหา ประโยชน์และสวมรอยหาประโยชน์ได้ตลอดเวลา ซึ่งเขาก็ทำมาแล้วกับทุกประเทศทั่วโลก

เงินที่คิดจะไปลงทุนใน Real trade มีน้อยลง เนื่องจากเห็นว่ามีความเสี่ยงจากการผันผวนของสภาพคล่อง บรรดา World Fund จะทำมาเก็งกำไรใน Paper trade แต่อย่างเดียว ทุกวันนี้เงินท่วมโลก ไม่ต้องไปทำอย่างอื่น ก็มาไล่ขึ้น-ไล่ลง Paper trade ขึ้นก็มีกำไร ลงก็มีกำไร ไปหาอาชีพแบบนี้ได้ที่ไหน 

การเกิดขึ้นของตลาดตราสารอนุพันธ์ ส่งผลให้ตลาดทุนโลกมีการพัฒนาไปในทางที่เบี่ยงเบนมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นไปอีก ตลาดตราสารอนุพันธ์ คือการซื้อเฉพาะตัวเลขของสินค้า ไม่มีสินค้าจริงเพื่อการส่งมอบ เมื่อรู้ว่าตลาดจะขึ้นก็ซื้อตัวเลขก่อน เรียกว่า Long เมื่อตัวเลขขึ้นมาสูงแล้วก็จะขาย เรียกว่า Long close เมื่อรู้ว่าตลาดจะลง ก็จะขายตัวเลขก่อน เรียกว่า Short เมื่อตกลงมากแล้วก็จะขาย เรียกว่า Short close

พวก World Fund ที่ชาญฉลาด เป็นผู้ที่รู้แนวโน้มราคา มีทุนมาก สามารถที่จะสวมรอยปั่นได้ ปั่นสูงให้มากเท่าใด ก็กำไรมากเท่านั้น ปั่นให้ต่ำมากเท่าใด ก็กำไรมากเท่านั้นเช่นกัน ส่งผลให้ตัวเลขขึ้นก็ทำให้มีกำไร ตัวเลขตกก็ทำให้มีกำไร ได้ทั้งขึ้นและล่อง ทำเงินได้ดีกว่าการซื้อขายหุ้นสามัญ แต่คนท้องถิ่น และระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่นจะเสียหาย



    

ปี 2007 เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นโลกเป็นขาขึ้น (G88-Index) ทุนสำรองโลกเพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซนต์

ปี 2008 ตลาดหุ้นโลกตกลง 62 เปอร์เซ็นต์ พบว่าทุนสำรองเงินตราโลก 155 ประเทศ เพิ่มจาก 6.898 ล้านล้านเหรียญสหรัฐจากปีก่อนหน้า มาเป็น 7.635 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2008 หรือเพิ่มขึ้นถึง 11 เปอร์เซ็นต์ ตลาดหุ้นโลกตกหนัก แต่ทุนสำรองฯโลกเพิ่มขึ้น

เงินท่วมโลก

ผิดจากภาคการผลิตจริง (Real trade) ราคาสินค้าขึ้นจึงมีเงินเพิ่ม ราคาสินค้าตกเงินที่ได้จะลดลง ผู้ที่อยู่ในภาคการซื้อขายกระดาษ (Paper trade) “ที่เชี่ยวชาญ” จะมั่งคั่งขึ้นตลอดเวลา ผู้ที่อยู่ในภาคการผลิตจริง (Real trade) จะอ่อนแอลง ตลอดเวลา

ตลาดซื้อขายกระดาษ (Paper trade) แท้จริงเป็นตลาดอบายมุข อบายมุขไม่เคยทำให้เกิดความเจริญ มีแต่นำความเสื่อมมาให้ ธุรกรรมในตลาดหุ้นเป็นการซื้อขายกระดาษ ยิ่งมีตลาดตราสารอนุพันธ์ขึ้นมา ยิ่งทำให้เห็นว่าเป็นตลาดอบายมุขเด่นชัดขึ้น เอารัดเอาเปรียบระบบมากขึ้น ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบมากกว่าอบายมุขอย่างอื่น

อบายมุข

เปรียบเทียบธุรกรรมมิจฉาอาชีวะ เช่นล๊อตเตอรี่(หวย) กับธุรกรรมสัมมาอาชีวะเช่นการดำนา

โดยสมมุติว่าคนขายหวย ก็ขายหวยอย่างเดียว ไม่ทำอย่างอื่นหรือทำอย่างอื่นไม่เป็นเวลาหิวก็ไปซื้อข้าวจากคนดำนามากิน คนดำนาก็ดำนาอย่างเดียว เมื่อคิดจะเสี่ยงโชค ก็ไปซื้อหวยจากคนขายหวย

คนขายหวยและคนทำนา มีจำนวนเท่ากัน คนขายหวยมี 1 คน คนทำนามี 1 คน

หากคนขายหวยตายลง คนดำนาก็ไม่เดือดร้อน ไม่มีหวยให้ซื้อก็ไม่เดือดร้อน มีข้าวกิน แต่หากคนดำนาตายลง คนขายหวยจะต้องเดือดร้อน เนื่องไม่มีคนปลูกข้าวให้กิน และจะตายตามกันไป

อุปมาอุปมัยอีก 1 ตัวอย่าง ใน 1 หมู่บ้าน หากทุกคนทำนา ก็จะมีข้าวกินตลอดไป แต่หากคนในหมู่บ้านนี้ขายหวยทุกคน แล้วจะเอาข้าวที่ไหนมากิน

แสดงให้เห็นว่า คนซื้อขายหวยไม่มีประโยชน์ต่อระบบ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลผลิตต่อระบบ เอารัดเอาเปรียบระบบ เป็นอีแอบคอยทำมาหากินจากการทำมาหากินของสัมมาอาชีวะอื่น

แต่ทุกวันนี้ที่ไม่เห็นว่าคนขายหวยเดือดร้อน เนื่องจากในระบบที่แท้จริง เพราะคนดำนามีมากกว่าคนขายหวย ประเทศไทยมีคนขายเลขอยู่คนเดียวคือรัฐบาล ได้แก่กองสลากกินแบ่งของรัฐบาล ที่ทำให้เกิดเจ้ามือหวยขึ้นมาด้วย

ที่มาของกองสลากฯ และสลากกินแบ่ง ก็เป็นที่มาของหวยใต้ดิน ที่เป็นธุรกรรมนอกระบบ ขายทั่วประเทศ ขายได้ครอบคลุมเป็นพื้นที่กว้างกว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล หากไม่มีสลากกินแบ่ง ก็จะไม่มีหวยใต้ดิน

โบราณบอกไว้ สุรา นารี พาชี กีฬา และ บัตร เป็นอบายมุข

นอกจากใช้อาชีพขายขายหวย มาเปรียบเทียบอาชีพดำนาแล้ว เราสามารถนำอาชีพอื่นๆมาเปรียบเทียบกับอาชีพการดำนา แบบที่กล่าวนี้ได้เช่นกัน จะเห็นว่ามีอาชีพที่เอารัดเอาเปรียบระบบเช่นกัน

ประมาณว่ามิจฉาอาชีวะ หรือภาคอบายมุข จะมีส่วนแบ่งตลาดใหญ่กว่าสัมมาอาชีวะ ตลาดหุ้นใหญ่ที่สุด ตลาดเหล้าเบียร์ บุหรี่ สลากกินแบ่ง รองลงมา และก็มี แหล่งกาสิโน หวย ถั่ว โป โฮโลว์ ไพ่ อาบอบนวด โรงน้ำชา อาชีพบันเทิง ให้ความสนุกสนาน เต้นกินรำกิน นักแสดง ตลก นางแบบ นายแบบ ประกวดความงาม เอเอฟ แข่งม้า แข่งวัว แข่งควาย แข่งนก ไก่ชน ปลากัด ฟุตบอลอาชีพ กอล์ฟอาชีพ เทนนิสอาชีพ เหมืองทอง เหมืองเพชร ฯลฯ

ธุรกิจการท่องเที่ยว ก็เป็นธุรกิจที่คิดทำเงินอย่างเดียว จะถือว่าเป็นมิจฉาอาชีวะก็ได้ หลายประเทศสร้างแหล่งกาสิโนเพื่อดึงดูดให้คนไปท่องเที่ยว

ความขี้เกียจก็เป็นอบายมุข

การศึกษาเพียงเพื่อไปเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นก็เป็นอบายมุข

ปี 2552 ต้องอัดฉีดเงินนักกีฬาซีเกมส์ 93.2 ล้านบาท ไม่รวมงบประมาณของกิจการเช่น สถานที่ สนาม บุคลากร ค่าการฝึกซ้อม ค่าตัว

กีฬาอาชีพ ดัสกร ทองเหลา ค่าตัว 15 ล้านบาท ซีเนอดีน ซีดาน ค่าตัว 2,700 ล้านบาท

แต่ละปีรัฐมีภาษีรับจากอาชีพอบายมุขมาก ประเทศไทยเลี้ยงชีพด้วยมิจฉาอาชีวะ รัฐมีภาษีรับจากอบายมุขมากเท่าใด ก็แสดงว่าระบบไม่เกิดผลผลิต และยากจนลงเท่านั้น

ธุรกรรมแบบ สุรา นารี พาชี กีฬา และ บัตร เป็นเรื่องยากที่จะไม่ให้เกิดขึ้น มันก็มีมาสมัยก่อนพุทธกาลแล้ว ยิ่งเทคโนโลยีการสื่อสารเจริญมาก ยิ่งทำให้อาชีพอบายมุขเติมโตง่ายขึ้น ทำอย่างไรที่จะไม่ให้อาชีพดังกล่าว เอารัดเอาเปรียบอาชีพอื่น หรือเด่นเกินอาชีพที่เป็นแก่นของสังคม แต่ทุกวันนี้อาชีพดังกล่าว เด่นเหนืออาชีพที่เป็นสาระหลักของการดำรงชีวิตแล้ว และมันส่งผลกระทบต่อสัมมาอาชีวะอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากความผิดปกติของตลาดหุ้น

อาชีพที่สะอาด ได้แก่การผลิตในปัจจัย4 และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ซึ่งได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค 

เปรียบเทียบแล้ว สิ่งที่พระพุทธเจ้าเทศนาไว้ สามารถกล่าวได้ว่า สัมมาอาชีวะการเกษตร เป็น Product Champion ตลอดกาล ส่วนอาชีพอื่นๆเป็นอาชีพที่มาเอารัดเอาเปรียบระบบ เป็นอาชีพที่เกินความพอเพียง

มูลค่าธุรกรรมในตลาดหุ้นสูงมาก และเป็นไปด้วยการเก็งกำไร และการปั่น ทำให้เกิดความผิดปกติได้ง่าย ทำให้สัมมาอาชีวะล้มลุกคลุกคลาน ทำให้เศรษฐกิจทั้งระบบอ่อนแอ

ด้วยไม่ตระหนักว่าตลาดหุ้นเป็นตลาดอบายมุข ไม่เชื่อที่พระเทศนาไว้ว่า อบายมุขทำให้เกิดความเสื่อม ทุกวันนี้ตลาดหุ้นทำให้เกิดความเสื่อมแล้วทั้งโลก แต่โลกยังไม่รู้ว่าโลกเสื่อมเพราะอะไร

ประเทศไทยยังมีความพยายามที่จะขยายความเป็นอบายมุขมากขึ้นไปอีก เช่นกองสลากก็ขยายตัวมาเป็นหวยออนไลน์ และตลาดหุ้นก็ขยายตัวมาเป็นตลาดตราสารอนุพันธ์ ทำให้ระบบผิดปกติมากขึ้นไปอีก

สลากออมสิน และสลากธกส. มีรูปแบบการจ่ายดอกเบี้ยเป็นรางวัลจากหมุนวงล้อตัวเลขเช่นกัน อาจจะนับความเป็นอบายมุขน้อยกว่า

แต่สลากออมสิน และสลากธกส. เป็นต้นเหตุให้เกิดเกิดหวยใต้ดินสลากออมสิน และหวยใต้ดินสลากธกส.ที่เป็นอบายมุขเช่นกัน

ตลาดหุ้นยังเป็นที่มาของหวยหุ้น เล่นได้วันละ 2 รอบ โดยซื้อตัวเลขราคาปิดของดัชนีหุ้น SET Index ซื้อที่ราคาปิดตลาดช่วงเช้า และราคาปิดตลาดช่วงเย็น

อบายมุขเต็มประเทศ

การเกิดของตลาดตราสารอนุพันธ์

ตลาดตราสารอนุพันธ์ของไทย เริ่มเปิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2549 ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ด้วยการซื้อขายดัชนีตลาดหุ้น TFEX (Futures & Options) รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช-รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปิดตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (AFET)

อาชีพอบายมุข เป็นมิจฉาอาชีวะที่ขยายตัวดีมาก รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) และตลาดราคาหุ้นเป็นตัวๆล่วงหน้า (Single stock Futures) รวมทั้งมีข่าวจะเปิดการซื้อขายหวยออนไลน์อีก มิจฉาอาชีวะเติบโตง่ายมาก มิจฉาอาชีวะเติบโตมากเท่าใด อาชีพสัมมาอาชีวะก็อ่อนแอลงมากเท่านั้น 

รูปแบบการซื้อขายตัวเลขดัชนีตลาดหุ้น TFEX (Futures & Options)

1 สัญญาของการซื้อขาย (Long-Short) TFEX เท่ากับ 5 แสนบาท ใช้เงินค้ำประกันต่อ 1 สัญญาเท่ากับ 5 หมื่นบาท หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของสัญญาซื้อขาย ซื้อขาย 100 สัญญา เท่ากับ 50 ล้านบาท ก็ใช้เงินค้ำประกันสัญญา 5 ล้านบาท รูปแบบเช่นนี้ทำให้คนซื่อขาย TFEX มีกำไรหรือขาดทุนประมาณ 10 เท่าของเงินค้ำประกัน

1 สัญญา ต้องเสียค่านายหน้าให้โบรเกอร์ 450 บาท และภาษี VAT 31.5 บาท

การเปลี่ยนแปลงของ TFEX Index (อ้างอิง SET50 Index) 1 จุด จะทำให้มีกำไร-ขาดทุน 1,000 บาท (โดยประมาณ)

ตลาดตกก็มีกำไร

วันที่ 19 ธันวาคม 2549 วันที่ประกาศกันสำรองเงินทุนนำเข้า 30 เปอร์เซนต์ TFEX Index แกว่งตัวสูงสุด-ต่ำสุด 103 จุด หมายความว่าทำให้มีการได้เสีย หรือมีกำไร (หรือขาดทุน) 103,000 บาท ต่อสัญญา หรือมีกำไรหรือขาดทุน 206 เปอร์เซ็นต์ต่อหนึ่งสัญญา (ภายในวันเดียว) มูลค่าตลาดหุ้นเสียหายประมา 8.1 แสนล้านบาท

วันที่ 13-14-15 ตุลาคม 2552 ที่บอกว่ามีการปล่อยข่าวร้ายเกี่ยวกับสถาบัน ช่วงเวลา 3 วัน TFEX Index แกว่งตัวสูงสุด-ต่ำสุด 65 จุด หมายความว่าทำให้มีการได้เสีย หรือมีกำไรหรือขาดทุน 65,000 บาท ต่อสัญญา หรือมีกำไรหรือขาดทุน 130 เปอร์เซ็นต์ต่อเงินประกันหนึ่งสัญญา มูลค่าตลาดหุ้นเสียหายประมา 4.3 แสนล้านบาท

คนฝากเงิน ใช้เวลา 365 วัน ได้ดอกเบี้ย (ได้กำไร) 3-4 เปอร์เซ็นต์

ซื้อขาย TFEX 3 วัน กำไร 130.00 เปอร์เซนต์

ฝากเงิน 3 ปี กำไร (ได้ดอกเบี้ย) 9.25 - 12.50 เปอร์เซนต์

ผลได้(เสีย)จากการเก็งกำไร TFEX สมมุติว่า ซื้อ-ขายสัญญาเดียว ทำกำไรเฉลี่ย 5% ต่อวัน หาก 1 ปีมี 250 วันทำการ ก็จะทำให้มีกำไร 1,250 เปอร์เซนต์ หรือ 12.5 เท่าของเงินต้น หรือจาก 100 บาท ก็จะกลายเป็น 1,250 บาท และหากคำนวนแบบมีอัตราเร่ง คือเงินทุนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละช่วง สามารถซื้อสัญญาเพิ่มขึ้นจาก 1 สัญญา เป็น 2 4 8 16 สัญญา ลองคำนวณไม่ถูก แต่มั่งคั่งแบบไม่รู้เรื่องแน่

ตลาดราคาทองคำล่วงหน้า ซื้อขายตัวเลขราคาทองเช่นกัน ซื้อขายที่สัญญาละ 50 บาท(ทองคำ) หรือประมาณสัญญาละ 950,000 บาท สัญญาอาจจะมีหลายแบบได้ เช่นสัญญาละ 25 บาท หรือ 10 บาท ใครจะรู้ตลาดดีเท่า World Fund พวกเขา คือคนที่ควบคุมตลาดทุน ตลาดเงิน ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกตัวจริง หาใช่ World Bank IMF หรือธนาคารกลางของแต่ละประเทศแต่อย่างใดไม่

ต้นเหตุเงินท่วมประเทศไทย

ธรรมชาติการเคลื่อนย้ายเงินทุน จะย้ายไปหาแหล่งที่จะทำให้เกิดมูลค่าสูงขึ้น (ให้ผลตอบแทนสูง) ในทางตรงกันข้ามก็จะย้ายออกจากแหล่งที่เสียหายและให้ผลตอบแทนต่ำ

เหตุเพราะตลาดตราสารอนุพันธ์ สามารถทำกำไรดังกล่าว เป็นผลให้มีเงินเข้ามาเก็งกำไรอย่างต่อเนื่อง มีข่าวออกมาก่อนว่าจะมีการเปิดตลาดตราสารอนุพันธ์ เงินก็จะไหลเข้าก่อนหน้าแล้ว และเมื่อมีการเปิดตลาดตราสารอนุพันธ์จริง เงินจึงถาโถมเข้าประเทศไทย มากขึ้น แรงขึ้น

กระทรวงการคลังและผู้รับผิดชอบระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินตลาดทุน รู้ไม่เท่าทันความผิดปกติและความเบี่ยงเบนของตลาดทุน เปิดตลาดตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้นมา

วันที่ 1 ธันวาคม 2549 คือวันแรกที่เปิดทำการซื้อขายดัชนีตลาดหุ้นล่วงหน้า(TFEX) คนทั่วไปจะไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับในหมู่นักเก็งกำไรโลก (World Fund) จะฮือฮากันมาก จะเป็นแหล่งทำเงินได้อย่างมหาศาลช่วงเวลาอันสั้น ตลาดขึ้นก็สามารถทำกำไร ตลาดตกก็สามารถทำกำไร ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าไทยในช่วงดังกล่าวรุนแรง เงินบาทแข็งขึ้น

วันที่ 18 ธันวาคมศกเดียวกัน หรือหลังเปิดตลาดตราสารอนุพันธ์ได้เพียง 18 วัน ทางการได้ออกมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์เงินทุนไหลเข้า

ก่อให้เกิดการตื่นตระหนกในตลาดทุนมาก

เปิดตลาดวันที่ 19 ธันวาคม มีการเทขายหุ้นกันอย่างบ้าคลั่ง อันเป็นผลมาจากมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซนต์ของเงินทุนไหลเข้า SET Index ในชั่วโมงซื้อขายตกแรงถึง 108.4 จุด เป็นการตกแรงเป็นประวัติการณ์วันหนึ่ง บางคนงง เรื่องของตลาดเงิน ทำไมจึงไปกระทบถึงตลาดทุน

เย็นวันที่ 19 ธันวาคม 2549 หลังปิดตลาดหุ้นไปแล้ว ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกประกาศ

 "ในส่วนของการนำเงินเข้ามาลงทุนในหุ้น จะไม่มีการกันสำรองฯ 30 เปอร์เซนต์"

ยิ่งเข้าทาง World Fund ตรงตามจุดประสงค์หลักในการนำเงินเข้ามาอยู่แล้ว ยิ่งเป็นการเสริมให้เงินทุนไหลเข้าโดยไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด

หลังการเปิดตลาด TFEX ก็ยังคงมีการเปิดตลาดตราสารอนุพันธ์ในรูปแบบอื่นๆตามมาตลอดเวลา

รัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชาย เปิดสินค้าเกษตรล่วงหน้า

รัฐบาลอภิสิทธิ์เปิดตลาดการซื้อขายราคาทองคำล่วงหน้าเพิ่ม(2 ก.พ.52) รวมทั้งเปิดตลาดการซื้อขายราคาหุ้นเป็นตัวๆล่วงหน้าอีกด้วย

เป็นผลให้เงินไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้น ตลาดตราสารอนุพันธ์ในประเทศไทยต่อเนื่อง




 
ก่อนลอยค่าเงินบาท หรือระหว่างปี 2537 - 2539 (1993 - 1996) SET Index สูง 1,750 จุด ทุนสำรองฯ ทุนสำรองฯ ประมาณ 38,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือระดับที่สูงสุด ก่อนลอยค่าเงินบาท (ระดับเส้นสีแดงตามแนวระนาบ)

กราฟทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าทุนสำรองฯเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเริ่มเปิดตลาดตราสารอนุพันธ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2006 (ลูกศรชี้)

จุดเริ่มต้นเงินท่วมประเทศ

วันที่ 4 ธันวาคม 2552 (2009) ทุนสำรองฯสุทธิพุ่งสูงถึง 154,480 ล้านเหรียญสหรัฐ

ประมาณว่าทุนสำรองฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่า ของที่เคยสูงสุุดก่อนลอยค่าเงินบาท

แสดงว่าเงินก็ท่วมประเทศจริง

อบายมุขในตลาด Paper trade ทำให้เงินท่วมประเทศไทย (และท่วมโลก)

เงินไหลเข้า ที่นำมาทำกำไรในตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดตราสารอนุพันธ์ การทำกำไรสูงเช่นนี้ ทำให้เงินบาทในระบบเพิ่มขึ้น ทำให้สภาพคล่องหรือเงินท่วมประเทศมากขึ้นไปอีก และเมื่อเกิดต้องเอาเงินออก ทุนสำรองฯ ที่เห็นว่าสูงถึง 154,480 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ไม่พอให้เขาแลก ก็จะเกิดภาวะเงินแห้งไปจากประเทศ

ภาวะดอกเบี้ย เหตุเพราะเงินเข้ามามาก ท่วมประเทศ ท่วมระบบ สภาพคล่องมากเกินกว่าที่จะปล่อยกู้ได้หมด ส่งผลให้ช่วงกว้างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้สูง ประมาณ 4 – 5 เปอร์เซ็นต์ คนฝากเงินได้ดอกเบี้ยรับต่ำ คนกู้เงินต้องมีดอกเบี้ยจ่ายสูง เป็นไปได้ว่าหากภาวการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คนฝากเงินอาจจะต้องจ่ายค่าฝากเงินให้กับสถาบันการเงินด้วย

เงินท่วมประเทศก็ใช่ว่าประเทศมั่งคั่งขึ้น ปรากฏว่าเงินคงคลังร่อยหรอลงมาก ถึงติดลบ ต้องกู้เงินมาใส่ลงไปในเงินคงคลัง เป็นเรื่องที่ผิดปกติ เป็นความไม่สมดุลในระบบเศรษฐกิจสูงมาก

อาการที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะระบายสภาพคล่อง เช่น การกู้เงิน 8 แสนล้าน ส่วนหนึ่งเพื่อส่งสัญญาณว่า จะทำให้สภาพคล่องลดลง เร่งรัดโครงการเมกะโปรเจ็คท์ทั้งหลาย ปลดหนี้เกษตรกร Fast track Loan ปลดล็อคลูกหนี้ที่ติดเครดิตบูโร ธปท.ส่งสัญญาณแบงก์ปล่อยกู้ คลังสั่งธปท.ส่งสัญญาณถึงแบงก์พาณิชย์ปล่อยกู้ ให้กองทุนหมู่บ้านรีบเอาเงินไปใช้ รีบโอนเงินประกันราคาสินค้าเกษตรออกไป งบที่เคยกระทรวงคมนาคมปรับปรุงการรถไฟ 50,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 150,000 ล้านบาท ฯลฯ

การเร่งรัดการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ กำหนดให้ผู้มีหนี้นอกระบบมาลงทะเบียนรับการแก้ไขปัญหาภายในเดือนธันวาคม 2552 แต่คงมียอดน้อย จึงคิดยืดระยะเวลาให้ผู้มาลงทะเบียนออกไปอีก

ทำอย่างไรก็ได้ ที่ทำให้สภาพคล่องของระบบลดลง ทำให้เงินไม่ท่วมประเทศ

รัฐบาลเร่งให้มีการใช้จ่ายเงินทุกทาง เพื่อจะให้สภาพคล่องการเงินในระบบลดลง แต่เชื่อว่าจะก่อปัญหาในอนาคต เพราะเป็นการใช้จ่ายแบบไม่มีคุณภาพ ไม่มีวินัย มีการใช้เงินเศรษฐกิจไทยเข้มแข็งได้ง่าย ไปใช้ในรูปแบบต่างๆ อะไรๆก็อ้างเพื่อเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง

เรื่องเหล่านี้ เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ คล้ายกับการกันสำรอง 30 เปอร์เซนต์เงินทุนไหลเข้าเช่นกัน ต้นเหตุจากเรื่องเดียวกัน เพราะต้นเหตุไม่ได้แก้ เงินจึงยังไหลเข้าตลอดเวลา

คนที่รับผิดชอบตลาดหุ้น ยังเดินหน้าพัฒนาตลาดทุนแบบไม่รู้เรื่องต่อไป ได้แปรสภาพเป็นเอกชนเตรียมนำเข้าตลาดหุ้นแล้ว ทุกวันนี้รัฐมนตรีคลังไม่ใช่ประธานกลต.หรือประธานตลาดหุ้นแล้ว แต่เป็นเอกชน

ตลาดหุ้นประเทศรัสเซีย เป็นตลาดเปิดใหม่ เป็นตลาดที่ทันสมัยที่สุด มีทั้งตลาดหุ้นที่ซื้อขายด้วยเงินท้องถิ่นรูเบิล ตลาดซื้อขายด้วยเงินเหรียญสหรัฐ รวมทั้งตลาดตราสารอนุพันธ์ ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าท่วมรัสเซีย ส่งผลให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของรัสเซียสูงเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ปี 2008 ตลาดหุ้นรัสเซียตก 80 เปอร์เซนต์ รูปแบบเช่นนี้บอกให้ทราบว่าประเทศรัสเซียจนลงมากกว่าเดิม คนรัสเซียที่เคยเข้าคิวซื้อสินค้าอย่างไร ก็จะต้องเข้าคิวซื้อของแพงขึ้นกว่าเดิม เพราะค่าเงินรูเบิลจะต้องเสียหายตามมา เงินเฟ้อจะสูงขึ้น ปีนี้รัสเซียสั่งปิดแหล่งกาสิโนทั่วประเทศ 4 แสนแห่ง แต่รัสเซียไม่ทราบตลาดหุ้นนั่นเองคือแหล่งอบายมุขที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ตลาดหุ้นประเทศซิมแบบเว ดัชนีผันผวนสูงมาก ทำให้ระบบเศรษฐกิจพังทลาย ค่าเงินซิมแบเว พังกว่า 1.2 ล้านหน่วยต่อเหรียญสหรัฐ ทุกวันนี้ซิมแบบเวปิดตลาดหุ้นตัวเองไปแล้ว

ตลาดหุ้นประเทศไอซ์แลนด์ ดัชนีตลาดหุ้นมีค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานสูงมาก ทำให้ดัชนีผันผวนสูง ปี 2008 ตลาดหุ้นตกลงถึง 98 เปอร์เซนต์ มีข่าวคนกระโดดตึกสนามบินสุวรรณภูมิตาย ปรากฏว่าเป็นชาวไอซ์แลนด์ ไอซ์แลนด์ต้องเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศมาเป็นสตรี ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ และได้เปลี่ยนดัชนีชี้นำตลาดหุ้น จากที่เบี่ยงเบนสูง มาเป็นเบี่ยงเบนต่ำ ที่จริงต้องปิดตลาดหุ้นไปเลย

ดัชนีแต่ละดัชนีเบี่ยงเบนไม่เท่ากัน แม้จะเป็นดัชนีของตลาดหุ้นเดียวกันก็ตาม SET50 Index มีค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานสูงสุด SET100 Index มีค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานสูงรองลงมา และ SET Index มีค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานรองลงมาจาก SET100 Index แต่ SET Index ของประเทศไทยมีค่าเบี่ยงเบนมตราฐานสูงเป็นอันดับที่ 7 ของโลก ดัชนีตลาดหุ้นที่มีค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานสูง จะอ่อนแอสูง ผันผวนสูง ถูก World Fund ปั่นให้เกิดภาพลวงตาได้ตลอดเวลา SET Index ของประเทศไทยจึงสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายนักลงทุนได้ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา คล้ายๆกับที่้เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นประเทศต่างๆ เช่นดัชนีตลาดหุ้นของประเทศไอซ์แลนด์ และดัชนีของประเทศซิมแบบเว นั่นเอง

ปัญหามาจากตลาดหุ้น อันเป็นเครื่องมือที่ผิดปกติในระบบ ทำให้ประเทศไทยต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว ทำให้ภาคการผลิตจริงและสถาบันการเงินล้มลงทั้งประเทศมาแล้วถึง 2 ครั้ง

35 ปีของการมีตลาดหุ้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ มีข้อมูลแสดงว่า คนท้องถิ่นโดยรวมได้รับความเสียหายจากการลงทุนหรือเก็งกำไรในตลาดหุ้นแต่อย่างเดียว การนำระบบ Maintenance margin & forced sell มาใช้ในตลาดหุ้นในปี 2536 ก่อให้เกิดการบังคับขายหุ้นของนักลงทุนอย่างทารุณ นักลงทุนท่านหนึ่งพยายามฆ่าตัวตายในตลาดหุ้นเมื่อปลายปี 2538 ซ้ำเติมให้ตลาดหุ้นตกหนักลงไปอีก กระทั่งสภาพคล่องเสียหาย จนต้องไปรับความช่วยเหลือทางการเงินจากเอ็มเอฟในปี 2540

หน่วยลงทุน (Unit trust) ที่ตั้งขึ้นในปี 2538 – 2539 ขาดทุน และล้มลงทั้งหมดหลังปี 2540 นายช่วย คชสิทธิ์ใช้อุจจาระราดตัวเอง ร่วมกับคนจากจังหวัดกาญจนบุรีจำนวนหนึ่ง มาทวงเงินลงทุนคืนจากหน่วยลงทุนออมสิน

ทุกวันนี้ไม่มีหน่วยลงทุนแล้ว แต่เปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบการลงทุนของสถาบันแทน ในรูปของ LTF และ RTF ซึ่งก็จะไม่ต่างอะไรกับการลงทุนแบบหน่วยลงทุน

ผู้ที่ได้ประโยชน์จากตลาดหุ้น

ได้แก่ตลาดหุ้น จากค่าธรรมเนียมต่างๆที่เอกชนนำหุ้นมาจดทะเบียนในตลาดหุ้น และจากโบรเกอร์

นักเกงกำไรท้องถิ่น ที่ได้ประโยชน์จากการเก็งดำไรในตลาดหุ้น คงมีบ้าง แต่ส่วนน้อย

แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์อย่างที่แท้จริง จนทำให้ประเทศไทยล้มฟุบ อย่างประมาณค่าไม่ได้ ได้แก่ World Fund ที่ชาญฉลาด พวกเขามั่งคั่ง กระทั่งทำให้เงินท่วมโลกทุกวันนี้ โดยเฉพาะการนำตลาดตราสารอนุพันธ์มาใช้ในตลาดหุ้น จะทำให้พวกเขามั่งคั่งอย่างเหลือล้นขึ้นไปอีก

กล่าวกันว่าทุนต่างชาติมาเปิดตลาด Super market เช่น Lotus Carrefour ขนเงินออกจากประเทศไทย เปรียบเทียบไปแล้วมีมูลค่าเพียงเม็ดถั่ว เมื่อนำมาเทียบกับการขนเงินออกจากตลาดหุ้น ซึ่งมีขนาดโตกว่าลูกฟักทองยักษ์

ผู้เขียนไม่เชื่อว่า บิลล์ เกสต์ (Real trade)จะเป็นผู้ที่มั่งคั่งที่สุดในโลก แต่เชื่อว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์(Paper trade) มั่งคั่งที่สุดในโลก อาชีพของบัฟเฟตต์เป็นอาชีพบาป เป็นมิจฉาอาชีวะ แต่ผู้เขียนไม่โทษบัฟเฟตต์ผู้เดียว แต่โทษการมีตลาดหุ้นด้วย

คนท้องถิ่น เศรษฐกิจของประเทศเทศท้องถิ่น ไม่ได้อะไรจากการเปิดตลาดหุ้น ได้แต่ความย่อยยับจากการมีตลาดหุ้น แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เป็นแบบเดียวกัน

35 ปีของตลาดหุ้นไทย ก่อให้เกิดการทำลายนักลงทุนท้องถิ่น ทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำลายประเทศ แต่ World Fund มั่งคั่งแต่อย่างเดียว

228 ปีของกรุงรัตนโกสิทร์ นอกจากภาวะสงครามโลกแล้ว ค่าเงินบาทไม่เคยเสียหายแบบรุนแรงแต่อย่างใด แต่หลังการตั้งตลาดหุ้นในปี 2518 ทำให้ค่าเงินบาทพังทลาย 2 ครั้ง และต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง การพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2521 ทำให้มีการลดค่าเงินบาทถึง 3 ครั้ง จาก 20 บาท มาเป็น 27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ การพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537 ส่งผลให้ต้องลอยค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540

ช่วง 35 ปีที่ผ่านมา ความเสียหายของตัวระบบนั่นเอง ที่ก่อให้เกิดความเสียหายหลักของประเทศ หาใช่เกิดจากภาคสถาบันการเงิน หรือภาคการผลิตโดยตรงแต่อย่างใด และความเสียหายเกิดต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ สินทรัพย์ของประเทศตกเป็นของต่างชาติมากขึ้นตลอดเวลา 

ส่วนแบ่งผู้ถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย ส่วนที่เป็นของคนไทย 3.17 เปอร์เซนต์

ส่วนแบ่งผู้ถือหุ้นธนาคารกรุงเทพฯ ส่วนที่เป็นของคนไทย 11.05 เปอร์เซนต์

ส่วนแบ่งผู้ถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ส่วนที่เป็นของคนไทยสูง 34.94 เปอร์เซนต์ เพราะขายที่ผืนใหญ่ทุ่งพญาไท ไปและหุ้นกลับมา

ส่วนแบ่งผู้ถือหุ้นธนาคารกรุงไทย ส่วนที่เป็นของคนไทย ก็แสดงถึงความเสียหายเช่นกัน

ที่กฎหมายกำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นสถาบันการเงินไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ ไม่มีความหมายแต่อย่างใด

ตลาดหุ้นนั่นเอง คือต้นเหตุหรือตัวปัญหาหลักของระบบ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ตลาดหุ้น โดยตลาดตราสารอนุพันธ์ เป็นต้นเหตุทำให้เงินท่วมประเทศไทย กำลังทำความเสียหายให้ระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ตลอดเวลา

ผู้อ่านลองนึกถึงสภาวะน้ำท่วม ว่าก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง สึนามิก่อให้เกิดความเสียหายแบบไหนอย่างไร และเท่าใด แต่เงินท่วมระบบจะก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าสึนามิหลายเท่า แบบเทียบกันไม่ได้ น้ำท่วมท่วมเป็นบางพื้นที่ ไม่กี่เดือนก็แห้ง แต่เงินท่วมประเทศไทย ท่วมทั่วประเทศ และท่วมมา 3-4 ปีแล้ว

ประเทศไทยไม่รู้ว่าเรื่องใดเล็กเรื่องใดใหญ่ เรื่องใดอันตราย เรื่องใดไม่อันตราย จะเดินตามก้นตะวันตกอย่างเดียว

ทุกวันนี้เงินท่วมประเทศก็จริง แต่มันก็อาจจะเหือดแห้งไปจากประเทศในวันหน้าได้ มีตัวอย่างการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้วถึง 2 ครั้ง

เงินท่วมประเทศ มันคือปัญหาหนักของประประเทศ เป็นอันดับ 1 อย่างอื่นเป็นรอง

ทางการนำสิ่งที่ไม่ถูกต้องมาใช้ มันจึงทำให้เกิดปัญหา ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นมา แล้วทางการก็มาไล่แก้แต่ปลายเหตุของปัญหา และมันไม่ใช่ปัญหาเล็กๆด้วย

ถ้าไม่ก่อปัญหาขึ้นมา มันก็ไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องมาแก้ไข ประเทศชาติก็ไม่ต้องเสียหาย

มูลค่าความเสียหายจากตลาดหุ้นไม่ใช่แค่แสนล้าน แต่เป็นล้านล้านบาท แบบทำให้ทุนสำรองฯหมดประเทศได้ ทำให้สถาบันการเงินและภาคการผลิตจริงของประเทศล้มมาแล้วถึง 2 ครั้ง ต้องเข้าไอเอ็มเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง

ต้นเหตุเกิดที่ตลาดหุ้น นอกจากตลาดหุ้นเองก็เสียหาย ยังผลต่อเนื่องให้ตลาดเงินและตลาดเงินตราเสียหายตามมาด้วย

เงินท่วมประเทศไม่สามารถเห็นด้วยตาเหมือนน้ำท่วมประเทศ

ประเทศไทยเคยเสียหายแบบหมดประเทศจนต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยที่ทุกวันนี้ก็ไม่รู้ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร ก็กล่าวโทษแต่จอร์จ โซรอส และการไม่ธรรมาภิบาลของเอกชน ตลาดหุ้น ต้นตอและต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาก็ยังอยู่เหมือนเดิม คอยก่อปัญหาให้ระบบตลอดเวลาเหมือนเดิม

ประเทศไทยเสียกรุงศรีอยุธยามาแล้วถึง 2 ครั้ง ยังดี ที่รู้ว่าเป็นการเสียกรุงฯ ทุกวันนี้เสมือนเป็นการเสียกรุงครั้งที่ 3 เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นการเสียกรุงเท่านั้น

กิเลสมนุษย์เป็นเรื่องที่ขจัดยาก

สิ่งชั่วร้ายสร้างง่าย เอาออกยาก และยากมาขึ้นไปอีก เมื่อไม่ทราบว่าสิ่งนั้นคือสิ่งชั่วร้าย


(หมายเหตุ: World Fund เป็นคำที่ผู้เขียนบัญญัติขึ้นเอง)

.....................................................................................

@@@
https://twitter.com/indexthai

.
บทความ ที่เนื้อหาสาระใกล้เคียงกัน

เงินท่วมโลก ..แต่โลกยากจนลง

ตัวอย่าง ความรุนแรงของความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศซิมแบบเว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
Cat@ วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 05.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ขอให้มี่ความสุข กับ วีคเอ็นส์

เชิญจีะ

มาชมสูตรอาหาร
กับ แม่นางกระบี ..จ้า

ตอนกล้วยแก่หงอม แปรงโฉม สูตรแม่แคทจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Cat@ วันที่ : 21/01/2010 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ที่บ้านวาดได้ตั่งแต่จับ ดินสอได้นะค่ะ

เรืองวาดภาพ คืองานอดิเรกของบ้านนี้

............

เชิญ นะค่ะ
มาถี่แม่บ้านจอมป่วน

มาพร้อมเรืองเล่าหลากหลาย
ตอน

* หมูม้วน อบพะโล้ สูตรแม่แคทค่ะ ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Cat@ วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 03.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ภาพชมภาพ หลาน เร็ว

ชิญจ๊ะ
วันนี้มาเร็ว
ตามประสา คนวัยทองคำ

ตอน
Fanarts von HappyButter

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ManInTheWind วันที่ : 18/01/2010 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nopsteve

การสร้างภาพ มันง่ายจริง...
เป็นมาทุกยุคทุกสมัย
มีแต่ตัวเลข กับภาพการพัฒนา ทางวัตถู
แล้วจริยธรรมอันแท้จริงนั้น อยู่ตรงไหน..

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Cat@ วันที่ : 17/01/2010 เวลา : 03.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มาแล้วค่ะ
ความสุขของคนมีลูก
เชิญจ๊ะ มาช่วยกัน ชมความน่ารัก
ตอน


* Pyjamaparty เก้าขวบหนูโจเซฟีนค่ะ ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
พฤจิกา วันที่ : 16/01/2010 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Cat@ วันที่ : 14/01/2010 เวลา : 03.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

.................

เชิญนะค่ะ
ไปเรียน การทำเค็กมา
จึงนำมาฝากค่ะ

ตอน


* สูตรเค็กเนย...Butterkuchen Germany ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
indexthai วันที่ : 12/01/2010 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ผู้ว่าการธปท. เตือนเงินทุนไหลเข้าปีนี้จะผันผวนหนัก กระทบกับค่าเงินบาทเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการต้องระวังความเสี่ยง พร้อมแทรกแซงไม่สนขาดทุน


นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในปีนี้การเคลื่อนย้ายเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศมาที่ภูมิภาคเอเชียรวมทั้งประเทศไทยจะมีความผันผวนหนักมากขึ้น เงินทุนไหลเข้าจะมีมากขึ้น เพราะสภาพคล่องของตลาดโลกเริ่มดีขึ้นแล้ว ความเชื่อมั่นในภูมิภาคนี้ก็เพิ่มขึ้น เงินทุนจึงมีโอกาสไหลเข้ามามากขึ้นด้วย
“ความผันผวนคงมีในช่วงแรกที่เศรษฐกิจฟื้นตัว ผู้ประกอบการจึงต้องระวังความเสี่ยง” นางธาริษา กล่าว

ทั้งนี้ ภาวะที่มีเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เป็นทั้งโอกาสในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการลงทุนให้ดีขึ้น และเป็นทั้งปัจจัยที่จะมากระทบอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทให้ผันผวนมากขึ้นตามการเคลื่อนย้ายเงินทุนไหลเข้าออก

ผู้ว่าการธปท.กล่าวว่า ในการดูแลค่าเงินบาท ธปท.ก็จะเน้นดูแลให้มีเสถียรภาพ โดยต่อไปนี้การดูแลแทรกแซงค่าเงินบาทจะไม่นึกถึงเรื่องผลกำไรขาดทุน แต่ต้องดูแลเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

“โอกาสในการขาดทุนปีนี้จะมากขึ้นหรือน้อยกว่าปีก่อนเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก การขาดทุนในงบการเงินจากการดูแลค่าเงินบาท ธปท.ไม่นำมาเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินงาน เพราะคำนึงถึงนโยบายทางเศรษฐกิจ และอีกอย่างการขาดทุนที่ผ่านมาเป็นผลจากการตีราคามากกว่าจะขาดทุนจริง ไม่มีประเด็นที่น่าห่วงอะไร” นางธาริษา กล่าว

ผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า จากการติดตามดูแลค่าเงินบาท แม้ว่าภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายจะผันผวน แต่ยังไม่พบการเก็งกำไรค่าเงินบาทที่ผิดปกติ ส่วนมาตรการการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าและออก ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องผ่อนคลายการนำเงินไปลงทุนเพิ่มเติม

ธปท.รายงานว่า ในเดือนพ.ย.ปีที่ผ่านมา พบว่ามีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 1,952 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.5 หมื่นล้านบาท และเชื่อว่าในปีนี้จะมีเงินร้อนเข้ามาเก็งกำไรและหาส่วนต่างจากดอกเบี้ยมากขึ้น

ที่มา : http://www.posttoday.com/news.php?id=83706

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Cat@ วันที่ : 12/01/2010 เวลา : 05.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ความคิดเห็นที่ 104
Cat@ วันที่ : 12/01/2010 เวลา : 04.21 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler
แม่แคทเล่าเรือง http://www.oknation.net/blog/Akanittha


หนีงานบ้านมาป่วนแล้วค่ะ
เชิญค่ะ
ตั่งใจ เชิญ ลาก จูง
ขนรถมารับ
มาคุยกันหน่อยค่ะ
แม่บ้านขี้เหงา

ตอน

* หิมะน้ำแดง Snow Vs น้ำแดงยี้ห้อบลูบอย ( Cat@ )

..แถมเรือง ทำบุญ ด้วยค่ะ
ตามลิงค์นี้เลย

http://www.oknation.net/blog/Akanittha/2010/01/11/entry-3

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
chronomist วันที่ : 10/01/2010 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy


สวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุขมากๆ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
กำหนัน วันที่ : 09/01/2010 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีรอบสองครับ..อ่านสองครั้งยังเข้มเหมือนเดิมครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เดินต่อไป วันที่ : 09/01/2010 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/myhome
เหตุ ย่อมนำไปสู่ผล, ไม่มีเหตุ ผลย่อมไม่มี, เมื่อมีเหตุแล้วไซร้ ย่อมหลีกเลี่ยงผลไปไม่ได้

ขอบคุณครับ ได้ความรู้มากมาย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
กอบธรรม วันที่ : 09/01/2010 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

สวัสดีครับ คงต้องเดินผ่านขวากหนามไปเรื่อยแหล่ะครับ
ขอให้คนที่เดินสะอาดโปร่งใส่หน่อยผมก็พอใจครับ.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 08/01/2010 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup


สะบายดีปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
นวภาพ วันที่ : 07/01/2010 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navapap
บ ท เ พ ล ง ที่ ไ ม่ ย อ ม ถู ก กั ก ขั ง

อ่านจนเมื่อยตา (ภายในแว่นมัวๆ)
ไอ้เงินนี่มันช่างสำมะคัญเหลือหลาย...
สวัสดีปีใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ไทยแท้ วันที่ : 06/01/2010 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scblock

ก็คงมีแต่เราๆท่านๆไม่กี่คนที่มองประเด็นนี้ในมุมมองนี้ ในขณะที่ผู้ที่มีอำนาจวาสนาและผู้ที่ร่ารวยจากการมีอยู่ของตลาดหุ้น มิได้นำพา และไม่ใช่แค่ประเทศไทยแต่มันเป็นโรคระบาดที่ผู้คนทั้งโลก ไม่มีใครกลัวไปแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ณสยาม วันที่ : 05/01/2010 เวลา : 15.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

สิ่งชั่วร้ายสร้างง่ายเอาออกยาก และยากมาขึ้นไปอีก เมื่อไม่ทราบว่าสิ่งนั้นคือสิ่งชั่วร้าย

แล้วจะยากยิ่งๆไปอีกเพื่อทราบว่าชั่วแล้วยังทำ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
กำหนัน วันที่ : 05/01/2010 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้มีความสุขตลอดไปนะครับ หวย แปล ได้ว่า ห. หายนะ..ว...วอดวาย ย... ย่อยยับ....

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ลุงวอ วันที่ : 05/01/2010 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

มันกระเทือนไปทั้งโลกเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ni_gul วันที่ : 05/01/2010 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

0k เหล้าเบียร์ ผู้หญิง และ หวย.....แถมบริการ 24 ช.ม.
...คนเกียจคร้าน
ผลาญแต่เงิน
เพลินแต่เรื่องสนุก
เสวยสุขเฉพาะตัว
สังคมสั่วลงทุกวัน ๆ

ไปดู บอด-บ้า-ใบ้ RACING @ http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2010/01/05/entry-1

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
neti วันที่ : 05/01/2010 เวลา : 10.08 น.

อนุญาตให้เปิดหวยออนไลน์เมื่อไร ก็ครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ ประเทศกลายเป็นแหล่งอบายมุขอย่างแท้จริงตามตำราคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น ประเทศฉิบหายวายวอด

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 05/01/2010 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
น.ส.คะน้า วันที่ : 05/01/2010 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatsha
" May the force be with you. "

อ่านบล็อคพี่แล้วได้ความรู้ใหม่ประจำเลย

"การเกษตร เป็น Product Champion ตลอดกาล ส่วนอาชีพอื่นๆเป็นอาชีพที่มาเอารัดเอาเปรียบระบบ เป็นอาชีพที่เกินความพอเพียง"

ก็จริงแหะ ...

ขอบคุณและสวัสดีปีใหม่นะคะพี่

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
indexthai วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ขอบคุณทุก comments

"เท้าบ่น" comment ได้ดี ..เข้าใจถูกต้อง

"ชีวิตที่ทำกำไร ทำให้ชีวิตที่อยู่อย่างพอเพียงต้องพลอยล่มไปด้วยใช่หรือป่าวครับ.....เอนทรี่นี้ขออ่านสองรอบครับ"

หากสิ่งไม่ถูกต้องนี้ยังอยู่เช่นนี้ แม้เราจะรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ศก.พอเพียงอย่างไร ก็ไม่สามารถเป็นจริงได้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เท้าบ่น วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 23.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taobon

ชีวิตที่ทำกำไร ทำให้ชีวิตที่อยู่อย่างพอเพียงต้องพลอยล่มไปด้วยใช่หรือป่าวครับ.....เอนทรี่นี้ขออ่านสองรอบครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Cat@ วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ลูกหลานมีหนี้ หลายภพชาตินะสิ
เซ้งไทยแลนดื

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
yentaa วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yentaa
"คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำหวาน"

สวัสดีค่ะ
ป้าตามมาอ่านค่ะ
ชอบประโยคนี้มากค่ะ
"สิ่งชั่วร้ายสร้างง่ายเอาออกยาก และยากมาขึ้นไปอีก เมื่อไม่ทราบว่าสิ่งนั้นคือสิ่งชั่วร้าย"

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ข้อมูลแน่นมาก ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก่ำกาดำ วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/psec

สังคมไทย มองไปทางไหน ไม่รู้ว่าใครจน ใครโจร
มืดบอดจริง ๆ คนจนเพิ่มขึ้น คนโจรก็ขยายตัว คนจน 10 คน มีคนโจร 8 คน เอาเสียงข้างมากทีไร ความบรรลัยเกิดทันที คนดีลดลง คนปลงก็เพิ่มขึ้น จึงเสียกรุงไม่เสียใจ เพราะหัวใจมันใกล้เป็นโจร...เต็มทน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ตอนนี้เราเจอทุนเข้าประเทศ จะดี๊ด๊า ก็ไม่กล้า เพราะเป็นทุนระยะสั้น จ๋งไจ๋จะเอามาทำ paper tradeมั๊งคะ


สวัสดีปีใหม่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน