*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 530973
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน 2553
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 8714 , 10:59:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

 
.. ความเสียหายของตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดเงินตรา ช่วงที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นอยู่ที่ตลาดหุ้น กลต.ถูกตั้งขึ้นในปี 2535 มี ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นรองเลขาธิการ กลต. ได้นำระบบ Maintenance Margin & forced sell มาใช้ในปี 2536 ต่างชาติเห็นทางที่จะได้ประโยชน์ จึงปั่นตลาดหุ้นขึ้น SET ขึ้นสูงสุดในต้นปี 2537 ที่ 1,750 จุด จากนั้นก็มีการเทขายอย่างรุนแรง ทำให้ตลาดหุ้นพังทลายมา มีการบังคับขายหุ้นนักลงทุนไทยอย่างบ้าคลั่ง ทำให้สภาพคล่องของระบบเหือดแห้ง ค่าเงินบาทเสียหาย ต้องลอยค่าเงินบาทในที่สุด ต้องเข้าไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2 ประเทศไทยพ่ายแพ้ 2 ด้าน คือ
       
       ไม่สามารถรักษาค่าเงินบาทไว้ได้หนึ่ง ไม่สามารถรักษาฐานะสถาบันการเงินไว้ได้หนึ่ง ทำให้ภาคการผลิตจริงล้มลงแทบหมดประเทศ ทางการต้องตั้ง ปรส. บสท. มายึดสินทรัพย์ภาคการเงินและภาคการผลิตจริง รวมทั้งที่ดินของเกษตรกรทั่วประเทศถูกยึดเกือบ 40 ล้านไร่
       
.. ความเสียหายของตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดเงินตราช่วงปัจจุบัน มีจุดเริ่มต้นที่ตลาดหุ้นเช่นเดียวกัน การเปิดตลาดอนุพันธ์ เป็นช่วงที่ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขา กลต. หรือช่วงปัจจุบัน ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า SET50 Index Futures SET50 Index Options Single Stock Futures และ Gold Futures เกิดขึ้นระหว่างปี 2547 – 2552 คนคุมการเงินโลกอย่าง World Fund ที่เข้าใจเรื่องนี้ รู้ทิศทางตลาด และปั่นตลาดได้ จะสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง (อ่านความเป็นมาของตลาดอนุพันธ์ที่ 35 ปีแห่งการพ่ายแพ้ทางการเงิน http://bit.ly/c0frSn )
      
       การเปิดตลาดอนุพันธ์ เป็นที่มาของเงินไหลเข้าไทยอย่างท่วมท้น จากที่เก็งกำไรในตลาดหุ้นปกติอยู่แล้ว เป็นได้มาหาประโยชน์จากตลาดอนุพันธ์เพิ่มขึ้น
      
       ระหว่างปี 2006-2009 หรือช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดอนุพันธ์ ทุนสำรองประเทศไทยเพิ่ม 118 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับทุนสำรองจีนเพิ่ม 113 เปอร์เซ็นต์ และส่งผลให้เงินบาทไทยแข็งที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

       ไม่ต่างอะไรกับน้ำ น้ำแล้งก็ทำให้เดือดร้อนเสียหาย น้ำท่วมก็ทำให้เดือดร้อนเสียหาย
       
       สภาพคล่องท่วมระบบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบสูง ตลาดอนุพันธ์ทำให้เงินท่วมประเทศไทย ตลาดเงินเกิดความผิดปกติอย่างรุนแรง อัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ถ่างห่างกันมาก ประมาณ 5 - 6 เปอร์เซ็นต์ แทนที่จะเป็น 2 - 3 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้ฝากเงินรับดอกเบี้ยฝากอัตราต่ำ ทำให้ผู้กู้เงินจ่ายดอกเบี้ยกู้อัตราสูง
      
       ปรากฏการณ์ ที่แสดงว่าไทยได้รับความเดือดร้อนจากเงินท่วมประเทศ
      
       (1) วันที่ 19 ธันวาคม 2549 ทางการได้ออกมาตรการกันสำรองเงินทุนไหลเข้า 30 เปอร์เซ็นต์ มีผลให้ SET ตกวันเดียว 108 จุด มูลค่าตลาดหุ้นเสียหาย 8.1 แสนล้านบาท ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในเย็นวันเดียวกัน โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศ “ในส่วนของการนำเงินเข้ามาลงทุนในหุ้น จะไม่มีการกันสำรองฯ 30 เปอร์เซ็นต์” เป็นการยอมจำนนต่อการแก้ปัญหาเงินท่วมประเทศครั้งแรก
      
       (2) วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ธปท.ออกมาตรการ 4 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องล้นระบบ เช่น เพิ่มเงินลงทุนต่างประเทศอีก 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่เคยอนุมัติให้ลงทุนต่างประเทศก่อนหน้านี้ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็น 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯลฯ เป็นการยอมจำนนต่อการแก้ปัญหาเงินท่วมประเทศครั้งที่ 2
      
       มันไม่ใช่ความเสียหายส่วนบุคคล เป็นความเสียหายของระบบ มันจึงเป็นความเสียหายที่สูงมาก มาตรการทั้ง 2 ครั้งนี้ เป็นมาตรการที่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ประเทศไทยมักจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแทบทุกเรื่อง เพราะไม่แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ปัญหาและความเสียหายจึงยังคงอยู่ แม้ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่า ต้นเหตุอะไรที่ทำให้เงินท่วมประเทศไทย หรือไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเงินท่วมประเทศ
      
       ประเทศไทย ไม่เคยประสบผลสำเร็จในการแก้ปัญหา ไม่ว่าความเสียหายของตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดเงินตราในช่วงที่ผ่านมาและในช่วงปัจจุบัน ที่เห็นว่ามีการแก้ปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหา เป็นเพียงการยอมจำนนต่อปัญหามากกว่า ได้แต่รักษาปัญหาตามอาการแต่อย่างเดียว เกิดความเสียหายแบบสุดกู่ กระทั่งต้องเข้าไอเอ็มเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง
      
       เงินที่ท่วมประเทศไทยขณะนี้ก็กำลังทำความเสียหายให้ประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา
      
       ตลาดหุ้น เป็นตลาดอบายมุขกองใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในโลก ผู้เขียนได้ยินคำว่าพัฒนาตลาดทุนครั้งใด ขนลุกทุกครั้ง เพราะว่าเป็นการพัฒนาตลาดอบายมุข
      
       ตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดเงินตรามีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ดังตัวอย่างของจริงที่นำเสนอข้างต้น ความเป็นไปของโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนยากที่นักวิชาการทั่วไปจะตามทัน การค้าของโลกทุกวันนี้ไม่ได้ค้าขายสินค้าจริง (Real trade) อย่างเดียว แต่มีการค้าขายกระดาษ (Paper trade) ด้วย
      
       วาระตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน นางธาริษา วัฒนเกส จะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนนี้ จะมีการหาคนใหม่มาดำรงตำแหน่งแทน
      
       ตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศ เป็นตำแหน่งที่สำคัญ ที่จริงแล้วใครมารับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยไม่สำคัญ ขอให้มีข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจในงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็จะป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และนำความมั่นคงมาสู่ตลาดตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดเงินตราของประเทศได้
      
       มีข่าวว่า ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล และ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ไม่ใครก็คนใดคนหนึ่ง จะถูกเลือกมานั่งในตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ข้อมูลที่นำเสนอข้างต้น บอกว่าคนทั้งสองไม่ได้แสดงว่ามีความรู้ความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดเงินตรา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศที่ร้ายแรงมากมาแล้ว จะเลือกใครเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ก็ว่ากันไป แต่ผู้เขียนเห็นว่าทั้ง 2 ท่านนี้ไม่เหมาะที่จะนั่งในตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่มา: http://bit.ly/a3ViaU


ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
http://twitter.com/indexthai



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 17/06/2010 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ขออนุญาตคุณindexthai คุยต่อในบล็อกของท่าน
"ใครจะเปลี่ยนบทบาทผู้ว่าฯได้ล่ะ" ก็ตัวผู้ว่าฯเองนั่นแหละ ไม่ใช่หลบอยู่หลังคำว่า"อิสระ" จะทำอะไรก็ได้ เขาให้อิสระในการกำหนดดอกเบี้ยและปริมาณเงินในระบบ(ซึ่งควบคุมเงินเฟ้อและเงินฝืด) ไม่ใช่ให้อิสระท่านทุกอย่างแบบ"รัฐอิสระ"
พอให้ดูแล"เสถียรภาพค่าเงิน"หน่อย ก็สู้ค่าเงินจนหมดหน้าตัก ไม่กำหนดลิมิตไว้ในใจ หากฟังฝรั่งหรือลีกวนยูเตือนว่าสู้ฝรั่งไม่ได้หรอก คงไม่สู้ตายแบบนั้น
ที่ยกฮ่องกงเป็นตัวอย่าง เขามีเงินสำรองมากกว่าเรา4เท่า(ขณะนั้น)และยังมีลูกพี่จีนเสริมอีก ยังสู้ค่าเงินไม่ไหวเลย ถูกต้องครับ จีนและมาเลเซียคิดของเขาเอง ไม่ฟังฝรั่งให้ลด/เพิ่มค่าเงิน ด้วยการควบคุมเงินตราของเขาไม่ให้ออกนอก ไม่"โกอินเตอร์"แบบเรา ฝรั่งจึงทำอะไรค่าเงินเขาไม่ได้ถนัด เพราะหาส่งมอบไม่ได้
คนบ้านเราดื้อ จะทำแต่สิ่งที่จะทำ(คิดหรือไม่คิด ไม่รู้) อ้างฝรั่งก็ตอนที่จะเอาไปสู้กับนายเท่านั้น เช่นไปขอสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ฝรั่งในบ้านเรา เกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งที่เป็นอำนาจหน้าที่เต็มของผู้ว่าฯและกนง. เลยถูกรมว.คลังสั่งปลด สมน้ำหน้าครับ ยืมมือฝรั่ง
เหมือนใครบางคนที่กะจะยืมมือศาลแพ่ง โดนศาลตอกกลับมาว่า มีอำนาจหน้าที่เต็มอยู่แล้ว ไม่ต้องมาขอศาล(เอาหลังพิงศาล ว่างั้นเหอะ)
เรื่องปิดไฟแนนซ์นี่ก็ตลก เกือบปิดไฟแนนซ์ดีๆไป2แห่ง คือ KK และ NFS ปล่อยเงินเสริมสภาพคล่องให้เขา พอเริ่มเยอะก็กลัว เรียกเงินคืน หากเขาไม่มีคืนให้ทันที ก็จัดอยู่ในประเภท"เน่า" ทั้งที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบรายการปล่อยกู้ ตลอดมา ตรวจไม่เจอรายการปล่อยกู้ซิกแซก หรือน่าสงสัยว่าต่ำกว่ามาตรฐาน(เพราะเรียกเงินใต้โต๊ะ6%) จำได้ว่าปล่อยสภาพคล่องให้บีบีซี ทั้งที่ราเกซเอาเงินไปทำอะไร คงไม่ใช่ชั่วข้ามคืนที่ตรวจไม่เจอ/ไม่ทัน แต่ทำอยู่หลายปี
เรื่องปิดแบ็งค์ปิดไฟแนนซ์ เพิ่งคุยกับเพื่อนอดีตแบ็งค์ชาด ก็ไปฟังฝรั่ง ว่าบ้านยูมีแบ็งค์เพียงสี่ห้าแห่งก็พอ ไม่ต้องมีถึง14แห่งหรอก ฟังแล้วก็ชอบใจ น้อยแห่งก็นึกว่าควบคุมดูแลง่ายหน่อย ซึ่งก็ไม่จริงหากเนื้อในเน่า เกือบล้มมาแล้วเพราะNPL เจอกับตัวเองมาแล้วเรื่องเรียกใต้โต๊ะ 6%น่ะ (ยังคันๆที่จะกู้มาแล้วชักดาบ)
พูดถึงผู้ว่ากทม.ก็ดีแล้ว ยังระลึกถึงคุณอภิรักษ์และผลงานดีๆของท่าน มีความขยันอุตสาหะและบริหารอย่างมืออาชีพจริงๆ อุ่นใจตอนที่ท่านเป็นผู้ว่าฯครับ ต่างจากใครที่ถือกระเป๋ากลับบ้านตอนบ่ายสามสี่โมง (สำนวนน่ะ กระเป๋าอาจไม่มีด้วยซ้ำ) ทิ้งไว้แต่โปรเจ็กท์เลื่องชื่อ เช่นอุโมงค์ระบายน้ำ รถ-เรือดับเพลิง ฯลฯ ไว้ให้ดูต่างหน้า
นี่คือข้อแตกต่าง...ไม่ใช่ใครมาเป็นก็เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
4BANK วันที่ : 16/06/2010 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

5555555 แล้วใครจะมาเปลี่ยนบทบาทผู้ว่าได้ละ
เคยได้ยิน รมต การคลัง ออกนโยบายแล้ว เคยถามผู้่ว่าแบงค์ชาติหรือยัง คนละทิศทางกันเลย ต่างคนต่างอยู่ บ้านเมืองก็เลยเป็นแบบนี้ ถ้าผู้นำมีอำนาจเบ็ดเสร็จก็เรียกว่า เผด็จการอีก
เรื่องค่่าเงินบาท ไทย ส่วนใหญ่เรามักเชื่อฝรั่งเป็นที่ปรึกษา แต่ทีไหนได้ ฝรั่งก็ค้าขาย รักแต่เงิน คนไทยดันไปเชื่อฝรั่งเอง อย่าเอาไทยไปเทียบกับฮ่องกง under จีน
เพราะจีน คิดเองทำเอง ไม่เชื่อฝรั่งหรอก

อีกนิด ไหนๆ ก็พูดค่าเงินบาทไปแล้ว เรื่องใครสั่งปิด Finance ก็มีผลเหมือนกัน ผลงานใครนะ สั่งปิด finance
ล้มทั้งยืน เงินกู้เท่าไหร่ขอคืนหมด ผู้ว่าทำอะไรได้บ้าง

ดังนั้นผมจึงไม่อยากจะโทษอะไรผู้ว่า แบงค์ชาติ เพราะ อำนาจผมเดาว่าพอๆ กับผู้ว่ากทม. ทำนองนั้น อยากทำอะไรก็ทำไม่ได้ 5555555

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 16/06/2010 เวลา : 00.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ด้วยความเคารพ คุณ4Bank ได้ยินว่าแบ๊งค์ไทยที่มีสาขาเมืองนอกนั่นแหละ ที่ขนเงินบาทใส่กระเป๋าเดินทางไปประเคนให้ฝรั่ง เพื่อนำมาส่งมอบตามสัญญา
เพราะฉะนั้นที่แบ๊งค์ชาติขึ้นดอกเบี้ยข้ามคืนไปเป็นพันเปอร์เซ็นต์ เพราะกะว่าฝรั่งหาเงินบาทส่งมอบไม่ได้นั้น ผิดหวังถนัด
โถ ก็ไม่ได้ควบคุมเงินไหลออกหนาแน่นเหมือนริงกิตมาเลเซีย หรือหยวนของจีน ชอบทำตัวอินเตอร์ มีสาขาที่ฮ่องกงบ้าง นิวยอร์คบ้าง แล้วลืมห้ามแบ๊งค์พวกนี้ขนเงินบาทใส่กระเป๋าเดินทางไป ได้กำไรดอลล่าร์ละสองบาทก็เอาแล้ว (เพื่อนที่บินไปสิงคโปร์ทุกเสาร์อาทิตย์ยังกระซิบบอกเราวิธีทำเงินยังงี้เลย)
เซียนไทยที่กะอัดฝรั่งกอง คงหลงตัวเองมากเกินไป วันๆตลาดฟอเร็กซ์เทรดกันมากกว่าเงินสำรองทั้งหมดของเราเป็นสิบๆเท่า เขาโจมตีไม่กี่วัน เราจะทานไหวหรือ
ได้ข่าวว่าแบ๊งค์ชาติเปิดแชมเปญฉลองชัยชนะในรอบแรกๆ นึกว่าอัดฝรั่งกอง เดือนธันวาฯ แต่พอเดือนพฤษภาฯต่อมา คืนเดียวหมดไปหมื่นหกพันล้านดอลล์ เพราะสู้กันตอนกลางคืน ไม้ละห้าร้อยล้านเหรียญ ไม่ต้องขออนุญาต ไม่มีลิมิต
ไปขอร้องให้แบ๊งค์ชาติสิงคโปร์ช่วยสู้ ลีกวนยูก็เตือนแล้ว ว่าสู้ไม่ได้หรอก ถ้าจะให้ช่วยสู้จริงๆ (สร้างภาพว่าชาติเอเซียรวมหัวกันสู้เพื่อเงินบาท) เขาขอส่งบิลล์มาเก็บตอนจบ ซึ่งเขาก็ส่งมาจริงๆ ตอนเราติดลบแล้ว
เรียกว่า มหาบุรุษอย่างลีกวนยู เตือนแล้วยังไม่ฟัง ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว
เห็นว่าอีกส่วนนึงที่กองทุนฝรั่งได้เงินไป คือช็อตเซลล์หุ้นไทย และคาโพสิชั่นช็อตไว้อย่างนั้นแหละ ทั้งที่เมืองไทยตอนนั้นยังไม่อนุญาตให้ช็อตเซลล์หุ้นได้ อันนี้คือความหละหลวมของหน่วยงานไทย
โซรอสได้ใจ หันไปทำวิธีเดียวกันที่ฮ่องกง ทางการเขาเก่ง บังคับให้ส่งมอบหุ้นภายในสามวันหลังจากช็อตเซลล์ ฝรั่งตูดชี้ ยอมซื้อคืนในราคาขาอดทุนมหาศาล ที่กำไรจากการทุบค่าเงินฮ่องกง ต้องมาขาดทุนบักโกรกจากการคัพเว่อร์ช็อต นี่แหละทางการฮ่องกงใช้กฏบังคับที่ตัวเองได้เปรียบ ไม่ต้องไปสู้ค่าเงินไม้ต่อไม้ และคงสู้ไม่ไหวอยู่ดี(ขนาดฮ่องกง มีเงินทุนสำรองมากกว่าเราหลายเท่า ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นเขามีราว1.2แสนล้านเหรียญ และลูกพี่จีน ตอนนั้นมีอีก2แสนล้านเหรียญ ดูกระจอกมากเมื่อเทียบกับกว่าสองล้านล้านเหรียญตอนนี้)
นี่แหละคือจุดพลิกผัน ที่โซรอสต้องยอมเลิกทุบค่าเงินในภูมิภาค หลังจากยำไทย เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ไปจนแพ้ที่ฮ่องกง
ถ้าอ้างว่าเอกชนวิ่งเร็วกว่าแบ็งค์ชาติที่เป็นผู้คุมกฏ ก็คงต้องยุบแบ็งค์ไป หรือเปลี่ยนตัวผู้บริหาร-จนท.ให้ตามโลกให้ทันครับ ไม่ใช่เอ็นจอยไลฟ์บนหอคอยงาช้างอย่างไม่เดือดไม่ร้อน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
4BANK วันที่ : 15/06/2010 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

เรียนความเห็นที่ 5
องค์กรของประเทศไทย ถ้าคิดดูให้ดี ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เช่น การรถไฟ ธนาคารแห่งประเทศไทย กาิรบินไทย การไฟฟ้า การประปา ตำรวจ โลกไปถึงไหนกัน โครง
สร้างก็ยังเหมือนเดิม ไม่มี Hero คนไหน มาเปลี่ยนแปลง เพราะเงินหลวงมันหาได้ง่ายกว่าเงินเอกชน

เรื่องค่าเงินบาทลอยตัว มีมากกว่านั้น พอดี เพื่อนผมไปทำงานกับแบงค์ชาติในช่วงนั้น มีเซียนไทยหลายคนกะอัดให้ฝรั่งกอง เพราะ lock เงินบาทหมดแล้ว รับรองฝรั่งหาเงินบาทไม่ได้ แต่โซรอส ทุบหุ้นไทยทิ้ง ขาดทุนสุดๆๆ แต่ได้เงินบาทไป แล้วไปกำไรจากค่าเงินบาทอีกที เงินไหลออกทางแบงค์ฝรั่งในประเทศไทย เรื่องนี้เซียนคนไทยคิดไม่ถึง ประกาศชัยชนะในหนังสือพิมพ์ พอโซรอสทุบ อาการเหมือนหมาจนตรอก คิดไม่ถึง จริงๆมีอีกมาก ครับ

เอกชน วิ่งเร็วกว่า แบงค์ชาติ หลีกกฎได้รวยเละ
จำคำว่า non bank ได้ไหม ปล่อยกู้เหมือนกันแต่ ไม่ได้ under แบงค์ชาติ โครงสร้างเป็นแบบนี้ ตามเอกชนไม่ทันแน่นอน กลต. มีหน่วยงานตรวจสอบหุ้นวิ่งผิดปกติ แต่เคยจับได้ไหม เพราะเซียนนะ ก็คือเซียน ทำธุรกรรมนอกประเทศไทย ใครจะกล้าแตะ มีอีำกมากครับ แต่ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว จำตอนคุณมาริษา คุ reserve เล่นหุ้นได้ไหม
ฝรั่งรีบเทขาย หนีตาย จากนั้น เลย์แมนก็ล้ม ไม่งั้น อวกแตกแน่นอน ตลาดหุ้นไทยโดนไอ้โปร์คุมไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 15/06/2010 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

และแน่ใจแล้วหรือ ว่า มือสะอาด...
ใครเอ่ยได้ขึ้นมา เพราะไปซื้อที่ดินรูปสวย(ตามแผนผังในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปี'38 เป็นรูปแปดเหลี่ยมเก้าเหลี่ยมยึกยัก)จากหนูนา ราคาสี่ร้อยกว่าล้านบาท
ได้ข่าวว่าเมื่อเซ็นต์สัญญาซื้อขายกันแล้ว หนูนาค่อยออกไปซื้อที่ดินผืนนั้น เพื่อส่งมอบภายหลัง
มาจากสายพิมพ์ธนบัตร ได้ขึ้นมาบริหารงานทั้งหมด ด้วยความสามารถใด กรุณาบอกกล่าว
ส่วนที่ไปกว้านซื้อภาพเขียนมาประดับ ก็เป็นอีกพวกหนึ่งที่มิอาจมองข้าม ทำให้ราคาภาพเขียนบ้านเราก้าวกระโดดเป็นร้อยเท่า แต่ตัวศิลปิน/นักเขียนเอง ได้เท่าเดิม เพียงแต่เวลาซื้อ ให้เจ้าของแกลเลอรีใส่ราคาเว่อร์ๆ จะได้ไปเบิกคืนจากหน่วยงาน แล้วเอาส่วนต่างเข้ากระเป๋า
เคยเห็นระดับรัฐมนตรี ไปซื้อภาพเขียนมาประดับออฟฟิศแบ็งค์ โยนใบเสร็จสองสามล้านบาทให้จ่าย ก็ต้องจ่ายด้วยความเกรงใจ ถามจริง ท่านจะออกให้ก่อนสองสามล้านบาทเชียวหรือ เขาจึงยอมให้รูปท่านมา
หรืองบเอ็นเตอร์เทน ที่ถูกตัดจนเหี้ยนหลังแพ้ค่าเงิน ถูกตั้งคำถามว่า มีเพียงแค่เนี้ย...ตีหม้อครั้งเดียวก็หมด ท่านคงไม่ได้หมายถึงการทุบหม้อข้าวก่อนเข้าตีเมืองจันทน์อย่างที่เรารู้ๆกัน นะครับ
หากรู้-ได้ยินข้อมูลลึกๆ คุณ4Bank คงไม่เสนอสามชื่อนั่นเข้ามาแน่ ขนาดชื่อสะอาดๆยังมีปัญหาบ้างเลย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 15/06/2010 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

คงเห็นต่างจากคุณ4Bank มากๆ
ขรก.มีหน้าที่จะต้องดูแลผลประโยชน์ของบ้านเมืองอยู่แล้ว ไม่ใช่อ้างว่ามือสะอาดอย่างเดียว แต่ปฏิบัติงานล้มเหลวหรือต่อสู้ค่าเงินจนหมดหน้าตัก ไอ้เงินสำรองนั่นน่ะ ของชาตินะครับ ไม่ใช่ของท่าน
เห็นในใบสมัครงานของเด็กที่สู้ค่าเงินจนหมดหน้าตักว่า สู้เพื่อชาติ(จนชาติตาย) วันนี้ขึ้นเป็นระดับรองผู้ว่าหรือรองผู้อำนวยการฝ่ายฯ อยู่กันครบทุกคน ยกเว้นคุณชัยวัฒน์ที่ไปเป็นประธานแบ๊งค์กรุงไทย และคุณเริงชัยที่ยังไม่จ่ายค่าเสียหายแปดแสนล้านบาทตามที่ศาลตัดสิน (เข้าใจว่ายังได้เงินเกษียณจากแบ๊งค์ชาติตามปกติ)
ส่วนเอกชนที่รู้ตัวก่อนลดค่าเงิน(ไม่ว่าด้วยตัวเองหรือวิธีไหน) แล้วรีบเปลี่ยนเงินกู้สกุลดอลล่าร์เป็นสกุลบาท ต้องยอมรับว่าเขาปกป้องผลประโยชน์ของเขา ดีกว่าพวกเหนียวหนี้แล้วอ้างว่าเป็นความผิดของรัฐบาลที่ลดค่าเงิน หรือจนท.รัฐที่พลอยเล่นค่าเงินกับเขา ทั้งๆที่ไม่มีส่วนได้เสียทางธุรกิจจากค่าเงิน กล่าวง่ายๆคือ ขายชาติ(ตัวเองเป็นคนตัดสินใจลดค่าเงินเอง แต่หาประโยชน์จากตรงนี้) หรือย่างน้อยก็เอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน(ผู้นำเข้าและผู้บริโภคที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากการเก็งกำไรค่าเงินบาท)
อีกตัวอย่างของความล้มเหลว(แบบซื่อตาใส)คือ แอบเล่นค่าเงิน ตอน42-44บาท อ้างว่าช่วยผู้ส่งออก ทั้งที่ลอยตัวค่าเงินไปแล้ว ไม่สมควรไปต่อสู้หรือเทคโปสิชั่นใดๆ ได้ข่าวว่าซื้อดอลล่าร์ไปเยอะเหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดฐานะฟอร์เวิร์ดราวหมื่นห้าพันล้านดอลล่าร์
"เรื่องไม่เกิด แทรกแซงไม่ได้" หรือ"ตั้งรับตลอดชาติ" คงไม่ใช่อย่างมากๆ อำนาจควบคุมล้นฟ้า แต่ดันไม่ทำแต่เนิ่นๆ หรือไปแอบรับผลประโยชน์จากเอกชน เช่นวงเงินกู้โอดีจากบีบีซี(กู้แล้วต้องคืนหรือไม่ ยังไม่ชัด) แนวคิดแบบนี้แหละ ที่เขาเรียก"เช้าชามเย็นชาม"
หรือที่ประกาศการควบคุมฯ ที่ทำตลาดหุ้นร่วงเกือบ20% จนเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่สองเกือบต้องใช้(คือพักการซื้อขายหนึ่งชั่วโมง เพื่อลดความร้อนแรง) ได้ข่าวว่ามีใครช้อนซื้อหุ้นในบัญชีชื่อเมียซะเยอะแยะ พอตอนเย็นประกาศยกเลิกการควบคุมบางส่วน เช้าตลาดเด้ง ทำกำไรได้เยอะเชียว...
ถ้าพูดเรื่องโซรอส คงคุยได้อีกนาน และคงสาวไปถึงกต. ที่น่าจะรู้ธรรมเนียมปฏิบัติ เมื่อปธน.มะกัน"แวะมาเยี่ยม4วัน" เพื่อขอคำตอบเรื่องเอาพม่าเข้าอาเซียน แต่นายกฯเบ๊อะบ๊ะของเรา ไม่ยอมตอบอะไรในเส้นตายสองสัปดาห์ (Two weeks' notice เคยได้ยินมั๊ย) โซรอสในฐานะที่ปรึกษาพิเศษของคลินตัน เลยเริ่มทุบค่าเงินครั้งแรกวันที่ 18ธันวาฯ2539 หลังจากคลิตันออกจากไทย วันที่4ธันวาฯ
คงพอได้คำตอบแล้วนะ ว่า "จะโทษใครล่ะ" และอย่าลากไปเอกชนที่อยู่ปลายน้ำเลย ต้องโทษจนท.รัฐที่ล้มเหลวต้นน้ำมากกว่า...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
4BANK วันที่ : 15/06/2010 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ความดีไม่เคยเห็นเลยหรือ
ความไม่ดี เห็นหมดเลย
อำนาจหน้าที่ ผู้ว่า กับ รมต การคลัง เหมือนขมิ้นกับปูน
ยังมี กลต อีก
สรุปว่า ช่วงรอยต่อ มีช่องว่างให้ทำมาหากินอีกมาก
จะโทษใครดีละ นายกอีกล่ะ
ใครละที่เหมาะ
เฉลิม จุตพร พร้อมพงศ์
ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำได้ดีที่สุดคือ ไม่โกงกิน
เท่านั้นเอง คนที่โตขึ้นมาส่วนมาก มือสะอาด คัดแล้วคัดอีก

เคยคุยกับคนแบงค์ชาติ สรุปว่า ทำได้แค่ควบคุมดูแล
เรื่องไม่เกิด แทรกแซงไม่ได้ ดังนั้นจะเีรียกว่าตั้งรับตลอดชาติก็ได้ แต่ก็เคยบุกนะ สู้ค่าเงินบาทกับโซรอส แต่แพ้หมดหน้าตัก จะโทษใครละ ไม่ใช่เธอคนเดียว เป็น สิบ คนที่่รวยล้นฟ้า



ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 14/06/2010 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เห็นด้วยกับindexthaiว่าประเทศไทยไม่เคยแก้ปัญหา ได้แต่หมักหมมเพิ่มข้น ความเสียหายจากการลดค่าเงินก็ยังอยู่ครบ ในรูปพันธบัตรที่โรลโอเวอร์เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน
และคงเห็นต่างจากคุณภาณุมาศ เรื่องคนในระบบ เพราะส่วนใหญ่ได้ดีจากการสอพลอนาย ไม่ว่าสมญา "เปิดประตู(รถ)ไว เลือกไวน์เจ๋ง" หรือก๊วนสู้ค่าเงิน(จนบ้านเมืองล่มจม)
อีกคนที่indexthaiว่า ก็เห็นด้วยว่าไม่มีผลงาน ทำเป็นขู่ฟ่อๆ แต่ไม่เคยเห็นจับนักปั่นหุ้นได้ซักราย (เสี่ยสองไม่นับ เพราะเขาไม่เคยขายหุ้นทำรอบ มีแต่ซื้อเข้า เพื่อขู่เจ้าของที่เล่นรอบด้วยการปั่นและทุบหุ้นสลับกัน)
ใกล้จะแข่งกับเฟดฯได้แล้วครับ ปู่กรีนสแปนที่เคยมีหน้ามีตามา25ปี ก็ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นนักสู้วิกฤติด้วยการปั๊มเงินท่วมระบบ และสร้างปัญหาใหม่ๆเช่นอนุพันธ์CDOที่ทำระบบแทบล้มเมื่อปีก่อน อีกไม่นานเบอร์นันเก้ก็คงไปทางเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 14/06/2010 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีครับ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 14/06/2010 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ผมยังเชียร์ คุณบัณฑิต รองผู้ว่าฯ อยู่นะครับ

ไม่ได้รู้จักมักจี่หรอกครับ แต่อยากให้เห็นระบบเอาคนในขึ้นมาบริหารครับ

(ยกเว้นมีตำหนิจริง ๆ ค่อยเอาจากคนนอกครับ)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน