*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531266
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< กรกฎาคม 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2553
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 3361 , 12:55:03 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ                พ.ต.ท.ดร.นช.ทักษิณ ชินวัตร

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ความเสียหายของประเทศไทย เป็นความเสียทางการเมือง และการคอร์รัปชันแต่อย่างเดียว แต่ที่จริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ความเสียหายประเทศไทยเป็นแบบคู่ขนาน คือมีความเสียหายทั้งทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ เรื่องเหล่านี้ขึ้นเกิดจากวิสัยทัศน์ปรัชญา-จริยธรรมคุณธรรมของผู้บริหารประเทศโดยตรง ความเสียหายทางการเมืองและการคอร์รัปชัน มีให้ข่าวให้รู้กันโดยกว้างขวาง แม้ว่ามี ข้อมูล มีความรู้ เกี่ยวกับเรื่องการเมืองมาก ก็ไม่มีทีท่าว่าปัญหาจะดีขึ้นได้ หยาบคาย มุสา มักง่าย เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบระบบ ทำให้มวลชนแตกแยก เกิดความรุนแรง เผาบ้านเมือง ความเสียหายทางการเมืองเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

ความเสียหายอีกด้านหนึ่ง คือความเสียหายทางเศรษฐกิจ ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ จะรู้ก็เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว รู้ว่าเสียหาย แต่ไม่รู้ว่าเสียหายเพราะอะไรอีก

ความเสียทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องเฉพาะตัวเศรษฐกิจ มีความสัมพันธ์กับทางการเมืองน้อย มีแนวทางของมันเอง ดูอย่างอเมริกา การเมืองก็พอใช้ได้ แต่เศรษฐกิจก็พังทลายหนัก ประเทศไทยคนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าเรื่องเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กับเรื่องการเมืองกันแนบแน่น เป็นความเชื่อที่ไม่มีคุณภาพ

ความเสียหายทางเศรษฐกิจ เกิดจากการเกิดมีตลาดหุ้นขึ้นมาในโลกนี้เมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจโลกเสื่อมทรุดตลอดเวลา แรกๆตลาดหุันโลกมีไม่กี่ประเทศ ความเสียหายต่อระบบโลกมีน้อย แต่ทุกวันนี้มีตลาดหุ้นของประเทศต่างๆ เกิดขึ้นเกือบ 100 ประเทศแล้ว ทุกตลาดเชื่อมโยงถึงกันหมด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายทุนขนาดใหญ่ง่ายและรวดเร็ว เหมือนข้อมูลที่นำเสนอนี้ 


หลังเปิดตลาดหุ้นไทย 3 ปี ปี 2521-2525 (1978-1982) SET Index ตก 62 เปอร์เซนต์ นำพาไทยการเข้าโครงการณ์ IMF ครั้งแรก ใช้เงินกู้จากไอเอ็มเอฟ 982 ล้านเหรียญสหรัฐ

ระหว่างปี 2524-2527 ประเทศไทยมีการลดค่าเงินบาท 3 ครั้ง
ครั้งที่ 1 12 พฤษภาคม 2524 จาก 20.775 บาท มาเป็น 21.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ครั้งที่ 2 15 กรกฎาคม 2524 จาก 21.00 บาท มาเป็น 23.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ครั้งที่ 3  2 พฤศจิกายน 2527 จาก 23.00 บาท มาเป็น 27.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
รวม 3 ครั้ง ลด 6.225 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือค่าเงินบาทลดลง 23 เปอร์เซนต์

ที่มา : บันทึกลับ 2540 ความจริงที่ถูกปกปิดมาเป็นเวลานาน (ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์)


ปี 2536 - 2541(1993-1998) SET Index ตก 88%

ปี 2356 มีการนำ Maintenance margin & Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้น ทำให้มีการบังคับขายหุ้นนักลงทุนท้องถิ่นอย่างทารุณยิ่ง ซ้ำเติมหุ้นตกหนัก

ตลาดหุ้น และตลาดเงินตราและตลาดเงินมีความสัมพันธ์ต่อกัน เมื่อ SET Index ตกหนัก ทำให้บาทตกลงด้วย แต่เพราะมีการผูกค่าเงินไว้ตายตัว เมื่อ SET Index ตกหนัก จึงส่งผลทำให้บาทแข็งผิดจริง ทำให้ ที่จุด A-B-C ทำมีการขายบาทซื้อดอลลาร์ ทำให้ดอลลาร์หมดไปจากกองทุนสำรองของประเทศ ทำให้ต้องเข้าขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ และต้องลอยค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เป็นการเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2 กู้เงิน IMF 12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ และปลดพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา

จากที่เคยลดค่าเงินบาท มาเป็นลอยค่าเงินบาท หรือเกิดความรุนแรงมากกว่าเดิม 

หลังยกเลิกการผูกค่าเงินบาท ค่าเงินบาทลอยอย่างรวดเร็ว ตก 54 เปอร์เซนต์


 
การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ปี 2542-2545  (1999-2002)

เป็นแบบเดียวกันทุกประเทศ ประเทศใดตลาดหุ้นพัง ค่าเงินประเทศนั้นพังด้วย ปี 2000 - 2002 ตลาดหุ้นแนสแดกซ์พัง 78% นั่นคือค่าเงินเหรียญสหรัฐพังด้วย

จะเห็นว่า ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายตามการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์  เมื่อเทียบกับ ยูโร เยน และบาท 


การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ปี 2542-2545  (1999-2002)

เป็นแบบเดียวกันทุกประเทศ ประเทศใดตลาดหุ้นพัง ค่าเงินประเทศนั้นพังด้วย ปี 2000 - 2002 ตลาดหุ้นแนสแดกซ์พัง 78% นั่นคือค่าเงินเหรียญสหรัฐพังด้วย

แต่เงินหยวนของจีน และเงินริงกิตของมาเลย์เซีย มีการผูกค่าเงินไว้ ส่งผลให้ค่าเงินหยวนและเงินริงกิตอ่อนผิดจริง ที่จุด A-B-C จึงมีการเข้าซื้อหยวนและริงกิต ซื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 ปีติดต่อกัน กระทั่งไม่สามารถหยุดยั้งการเข้าซื้อหยวนและริงกิตได้ ส่งผลให้หยวนและริงกิตได้แข็งขึ้นช่วงกลางปี 2005 แล้วจึงพบว่าหยวนและริงกิตแข็งค่าขึ้น ตาม ยูโร เยน และ บาท

หากไม่มีการผูกค่าเงินไว้ ทั้งหยวนและริงกิต จะต้องแข็งขึ้นตามแนวไข่ปลาที่ลากไว้


การพังทลาย ของตลาดหุ้นปี 2551 (2008) ตลาดหุ้นตกหนัก มี 4 ประเทศ เข้าโครงการณ์ IMF ได้แก่ ฮังการี ยูเครน ปากีสถาน ไอซ์แลนด์

ตลาดหุ้นปากีสถาน สูงขึ้นหลังการพังทลาย Nasdaq ในปี 2000 เพิ่มขึ้น 1,361 เปอร์เซนต์ ตลาดหุ้นปากีสถาน ขึ้นมาสูงสุดที่ต้นปี 2008 แล้วพังทลายลงมา ตกแรงและเร็วมาก มีหยุดพักการซื้อขาย 3 เดือน ต้องเข้ารับความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ แล้วเปิดตลาดขึ้นมาอีกครั้ง ก็ตกต่อ รวมตก 69 เปอร์เซนต์

ตลาดหุ้นไอซ์แลนด์ขึ้นและตกในรูปแบบเดียวกัน เวลาเดียวกัน ต้องเข้า IMF เช่นกัน ตลาดหุ้น Iceland มีการหยุดพักการซื้อขายหุ้น 3 วัน เปิดตลาดขึ้นมาอีกครั้ง ก็ตกต่อ ตกแรงเป็นประวัติการณ์  98 เปอร์เซนต์ เหตุที่ตลาดหุ้น Iceland ตกแรง เพราะนำดัชนีตลาดหุ้นที่เบี่ยงเบนสูง ICEX15 Index มาเป็นตัวชี้นำ ตอนนี้ไอซ์แลนด์เลิกใช้ ICEX15 Index เป็นดัชนีชี้นำตลาดหุ้นแล้ว และนำ OMX Iceland All - Share PR ที่ใช้หุ้นทั้งตลาดมาคำนวณสร้างทำเป็นดัชนี มาใช้แทนดัชนีตัวเดิม ที่จริงตลาดหุ้นคือตัวปัญหาของระบบ ยกเลิกตลาดหุ้นไปเลยดีที่สุด

นำเรื่องตลาดหุ้นปากีสถาน และตลาดหุ้นไอซแลนด์มานำเสนอ เพื่อเพิ่มการยืนยันว่า การที่ตลาดหุ้นใดพังทลายรุนแรง ทำให้ทุนสำรองของประเทศนั้นเสียหาย ค่าเงินเสียหาย สภาพคล่องเสียหาย ต้องเข้ารับความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ เป็นส่วนใหญ่

การเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ เพียงครั้งเดียวก็ถือว่าเลวร้ายแล้ว แต่ประเทศไทยต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง การเกิดวิกฤติ กระทั้งต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2 เกิดความเสียหาแบบเทียบกันไม่ได้ เครื่องมือที่ออกไว้หลังการเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟครั้งแรก เช่นกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ได้นำมาช่วยอัดฉีดสภาพคล่องแก่ระบบอย่างเต็มที่ เมื่อมันไม่สามารถช่วยอะไรได้ มันยิ่งซ้ำเติมให้เกิดความเสียหายหนักลงไปอีก ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะกว่า 1.44 ล้านล้านบาท

สรุปแล้ว เหตุการณ์ตั้งแต่กลางปี 2540 เกิดความเสียหายถึง 2 ด้าน คือ 1) ไม่สามารถปกป้องค่าเงินบาทไว้ได้ 2) ไม่สามารถหยุดยั้งการล่มของสถาบันการเงินไว้ได้


ทรัพย์สินของคนในประเทศตกเป็นของกองทุนหลายสัญชาติมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ ที่เหลือเป็นของคนไทยประมาณ 10 เปอร์เซนต์

การเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2 และต้องลอยค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เวลาได้ผ่านไปแล้วถึง 13 ปี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางปี 2540 หาใช่ว่าประเทศไทย ได้แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจโดยลุล่วงแต่อย่างใดไม่

มันเป็นเพียง "การยอมจำนน" ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากที่ได้ต่อสู้กับกองทุนโลกมาเป็นเวลากว่า 3 ปี แล้วต้องลอยค่าเงินบาท และต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ

ประเทศไทย การเมืองไทยยังคงก่อความเสียหายให้ประเทศไทยตลอดเวลา 

ทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งอันตรายสูงสุดในโลก ยังคงฝังตัวอยู่ระบบเศรษฐกิจไทยเหมือนเดิม

ได้มีการพัฒนาตลาดทุนมากขึ้นไปอีก เช่นการเพิ่มตลาดอนุพันธ์ ยิ่งเพิ่มการพัฒนาตลาดหุ้นมากเท่าใด ยิ่งทำให้ระบบเศรษฐกิจอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ตลาดหุ้นเป็นอบายมุขมากขึ้นเท่านั้น

.......................................................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
http://twitter.com/indexthai



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 08/07/2010 เวลา : 01.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

อย่าไปด่าระบบที่ลอกมาจากฝรั่งเลยครับ ต้องด่าที่คนของเราตีความเอาประโยชน์เข้าตัวเอง และทำแบบมั่วๆเหมือนประชาธิปไตยที่ผ่านการปฏิวัติรัฐประหารมา18ครั้งแล้ว
ตลาดหุ้นมีไว้เพื่อระดมทุนทำกิจการ แต่เจ้าของหุ้นบ้านเราเอาไว้ทำเงินเข้ากระเป๋า ประเภทตีหัวเข้าบ้าน เอาเข้าตลาดเจ็ดเท่าสิบเท่าของราคาพาร์ ได้เงินแล้วก็ทุบหุ้นเป็นศูนย์ ตั้งแต่หุ้นกระป๋องกระแป๋งไปจนถึงหุ้นโทรคมฯตัวใหญ่ๆเป็นแสนล้าน
ส่วน"อวิชชา"นั้น คงไม่ใช่แค่นั้น แต่รวมอหังการ "ทุบฝรั่งให้กอง"ในสงครามค่าเงิน ไปจนถึงความต่อเนื่องในการเล่นค่าเงิน(อีกแล้วครับท่าน)ที่นั่งทับความเสียหายร่วมสองแสนล้านบาท (ฐานะฟอร์เวิร์ดหมื่นห้าพันล้านเหรียญที่42-44บาทต่อดอลล่าร์)
และคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่า ปธน.คลินตันแวะมาสี่วัน เพื่อ"ขอคำตอบ"เรื่องเอาพม่าเข้าอาเซียน แต่จิ๋วไม่ตอบ เลยถูกโซรอสเริ่มทุบค่าเงินวันที่18ธันวาคม2539 ไปแพ้เอากลางปี40 คนไทยยัง"บ่น"ที่เมกาไม่มา"ช่วย" ซึ่งคลินตันงงและบอกให้ไปหาไอเอมเอฟเอาเอง...อายเค้ามั๊ยว่าโดนทุบแล้วยังไม่รู้สาเหตุ
และทีมสู้เงินยังอยู่ครบ ยังมีหน้าเสนอหน้าชิงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงสองคน โดยแสดง"วิสัยทัศน์"ว่าจะดำเนินนโยบาย more of the same...
ส่วนคนที่ได้ ก็โฆษณาว่า เป็น"มือปราบด้านการเงิน" ใช่ คงปราบจนไม่มีเงินซะมากกว่า มาจากภาคเอกชนเพราะจะถูกเขาไล่ส่งเพราะไม่มีผลงานอยู่แล้ว เฮียเล่นถนอมตัวแบบขรก. ไม่ตัดสินใจ โชคดีเขาส่งประกวด เหมือนยิงนกได้สองตัว
ผ่านมาสิบสามปี ความไร้วิสัยทัศน์ ประสิทธิภาพ การตรวจสอบอย่างโปร่งใส ฯลฯ ก็ยัง้เหมือนเดิม ทีมงานก็ยังชุดเดิม สู้ค่าเงินก็เหมือนเดิม(เพียงแต่แอบทำ ไม่โฉ่งฉ่าง) แล้วประเทศจะดีขึ้นได้ยังไง...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
feng_shui วันที่ : 05/07/2010 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ดังนั้น อีก 15ปีข้างหน้า จีนน่าจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแทน UAนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เบดูอิน วันที่ : 04/07/2010 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

เป็นวันที่ทักษิณรวยครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พฤจิกา วันที่ : 03/07/2010 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

วันที่ทักษิรวยมหาศาล

ด้วยการเอาเปรียบคนในชาติ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
น้องไม่ต้่อง วันที่ : 03/07/2010 เวลา : 11.46 น.

ถ้ามองถึงมหภาค

ยังงงว่าตอนนี้ไทยยืนอยู่ได้เพราะเกาะใครอยู่หรือเปล่า

ผมอยากให้รายได้จากเกษตรอยู่เหนือการท่องเที่ยว ไม่รู้ชาตินี้จะทันเห็นหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
โคมทอง วันที่ : 03/07/2010 เวลา : 05.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

นักการเมืองไทยอันตรายที่สุด รักผลประโยชน์ตัวเองมากกว่า ประโยชน์ของชาติ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Cat@ วันที่ : 03/07/2010 เวลา : 04.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เมืองไทยขอให้รักษา หายเร้ววัน กับการเมืองเศรษกิจย่ำแย่

.......................

มาแว้ว มาแล้วค่ะ

ปิดเทอม พาสาวๆ มาอวด

พร้อม เมนู

ตอน
เมนู เบคอนหมูหวาน กับข้าวคลุกกะปิ ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
4BANK วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ปรส. โดนฟ้อง จบหรือยัง
บริษัท BCA (บริษัทร่วมทุนระหว่าง GE กับ Goldman)
ขายสินทรัพย์ไปให้ KK ไปหมดแล้ว
บริษัทบริหารหนี้สิน ของคนไทย ที่คุยกว่า เก่ง โดยการตีโอนชำระหนี้ เก็บเงินได้น้อยกว่า ฝรั่ง ......ผลตอบแทนการลงทุน 10 ปี เท่ากับเท่าไหร่.........
แล้วบอกว่าคนไทยทำได้ โธ่ ต้นทุนสูสีกับ แต่กำไร ต่างกันฟ้าดิน
สมัคร ด่า ปรส แต่ดันตายไปก่อน 55555555

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เขียดขาคำ วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam

สำหรับตลาดทุนหรือตลาดหุ้น
ถ้ามองในแง่ดีก็น่าจะพออธิบายได้ถึงข้อดีที่มีประโยชน์
คือ
เป็นตลาดสำหรับระดมเงินทุนเพื่อไปบริหารกิจการ
หรือไปขยายกิจการ

แต่ปัญหาคือ
่คนที่คิดในแง่ดีแบบนี้มันมีน้อย
ส่วนใหญ่มันเป็นสิ่งแปลกปลอม ปนเปื้อน
ทำให้ตลาดที่กะเอาไว้เพื่อใช้ระดมทุน
เป็นบ่อนกาสิโนไป โดยปริยาย

สำหรัีบตลาดอนุพันธ์ มันไม่มีข้อดีใดๆที่จะพอเอามาอธิบายได้เลย
มันคือบ่อนกาสิโนเพียวๆ

ข้อดีของบ่อนพวกนี้คือมันมีแค่สองหน้า
คือถูกกับผิด
เมื่อเทียบกับเล่นหวยแล้วมันก็มีโอกาสถูกมากกว่า

ข้อเสียก็คือ คุณไม่มีทางเอาชนะฟันโฟลได้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
sunnylittle วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Buwant2B
Be yOu  wAnt To bE  nOt other   wAn a  sEe

โลกใบกลม ๆ .... ทรัพยากรก็เดิม ๆ ....
ฝั่งหนึ่งนำไปใช้มาก อีกฝั่งก็ได้ใช้น้อย
ขึ้นอยู่กับว่า ใครมีอำนาจ ความสามารถเข้าถึงมากกว่ากัน
กลไก มือใครยาว สาวได้สาวเอา อ้างอำนาจรัฐ ทำเพื่อตัว
เล่นกันเป็นเกมพิฆาตผู้อ่อนแอ แล้วโกยเข้าตัวและพวกพ้อง
ตลาดหุ้น ตลาดมายา สินค้าไม่มีอยู่จริง สิ่งสมมุติทั้งนั้น
คนดี ๆ ต้องร่วมใจ รวมตัวกันเฝ้าดูแล ปกป้อง รักษา
สิ่งที่ถูกต้องดีงามเพื่อชาติโดยส่วนรวมเอาไว้
หลักที่ทรงพระราชทาน...คือความพอเพียง
เป็นหลักปกป้อง เป็นภูมิคุ้มกัน ทั้งโดยส่วนตน
และประเทศชาติโดยส่วนรวม นำไปใช้ได้สากลประเทศ...
..เห็นคนโลภมากอยากได้เกินพอเกินมีแล้วเหนื่อยใจ อยากอยู่ยังไงก้อไม่เกินกว่า100ปี ..
อยากเห็นคนรุ่นใหม่เก่งคิด เปี่ยมคุณธรรม
โลกรุ่นเขาคงน่าอยู่กว่านี้ ถ้ายังคงอยู่ได้รอดอ้ะนะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เราต้อง"ยืนเอง"ให้ได้ครับ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

น่าสนใจตรงที่เป็นความผิดพลาดทางวิสัยทัศน์ของผู้นำของประเทศนั้นๆ
เป็นอะไรที่น่าดูมาก แต่ไม่น่าให้เกิดขึ้นเลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ล้มแล้วลุก ปลุกเอเชีย ผ่านมาได้


เจิม ไมค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน