*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 540965
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน 2553
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 4823 , 11:47:06 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ni_gul , สุวิริโย และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้


ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์

ความเสียหายต่อการจัดการเศรษฐกิจมหภาคสูงมาก มากกว่าการคอร์รัปชัน ในการบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาค สิ่งสำคัญจะต้องทราบ คือ เงินทุนไหลออกและไหลเข้า มีต้นเหตุมาจากอะไร แบบไหน อย่างไร และเท่าใด เป็นไปตามภาวะปกติ หรือผิดปกติ

สภาพคล่อง หมายถึงปริมาณเงินที่อยู่ในระบบ หากมีน้อยก็เรียกว่าสภาพคล่องต่ำ หากมีมากก็เรียกว่าสภาพคล่องสูง และหากมีมากเกินไปก็เรียกว่าสภาพคล่องท่วมระบบ ผู้เขียนใช้วลีว่า "เงินท่วมประเทศไทย" ด้วย

สภาพคล่อง อาจจะพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงของดุลบัญชีเดินสะพัด แต่ทุกวันนี้สามารถดูได้จากการเปลี่ยนแปลงของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากมีรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทราบทุกสัปดาห์

เงินทุนไหลเข้า อาจจะเกิดจากภาคการผลิตจริง เช่นการได้ดุลการค้า การได้ดุลการท่องเที่ยว ได้ดุลการบริการ ได้ดุลการลงทุน หากเป็นไปในทางตรงกันข้าม เงินทุนไหลเข้าก็จะลดลง หรืออาจจะไหลออกก็ได้ แต่ไม่รุนแรง การเปลี่ยนแปลงของปริมาณทุนสำรองไม่รุนแรง 

แต่การได้ดุลและขาดดุลทุนสำรอง"ที่รุนแรง" จะเกิดจากสิ่งผิดปกติในระบบ เช่นความผิดปกติในตลาดหุ้น ทำให้มีการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ทำให้ทุนสำรองสูงขึ้น และมักมีการปั่นตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง ปั่นขึ้น-ปั่นลง เมื่อได้กำไรในตลาดหุ้นเต็มที่ ก็จะมีการเทขายหุ้นออกมา ขายพันธบัตรออกมาทำให้ทุนสำรองลดลง รุนแรง  

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยบ่อยครั้ง 

เมื่อเงินทุนไหลเข้ามาซื้อหุ้นและซื้อสินค้าอนุพันธ์ในตลาดหุ้น ก็จะมาซื้อพันธบัตรด้วย ค่าเงินบาทจึงแข็งขึ้นด้วย

เมื่อมีการขายหุ้นและขายสินค้าอนุพันธ์ในตลาดหุ้น ก็จะมีการขายพันธบัตรด้วย เงินทุนก็จะไหลออก ค่าเงินบาทจึงอ่อนลงด้วย

ช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมานี้สภาพคล่องของระบบเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นผลมาจากการลอยค่าเงินบาทในปี 2540 ตามด้วยการพังทลายของเงินเหรียญสหรัฐในปี 2543 (2000) ทำให้เงินไหลออกจากอเมริกา เข้ามายังประเทศต่างๆทั่วโลก รวมทั้งไหลเข้ามาในประเทศไทย

ปี 2547 ประเทศไทยเปิด "ตลาดอนุพันธ์" เป็นครั้งแรก เป็นต้นเหตุให้เงินทุนไหลเข้าอย่างผิดปกติ ทำให้ทุนสำรองสูงขึ้นอย่างผิดปกติ กระทั่งทำให้สภาพคล่องท่วมระบบหรือเงินท่วมประเทศไทย และค่าเงินบาทแข็งขึ้น จนเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ก่อนลอยค่าเงินบาท ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอยู่ที่ระดับ 39,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

กรกฎาคม 2540 เดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท ทุนสำรองอยู่ที่ระดับ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ

วันที่ 3 กันยายน 2553  ทุนสำรองอยู่ที่ระดับ 169,320 ล้านเหรียญสหรัฐ

.

ผู้คนทั่วไปรู้เพียงว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่ไม่รู้ว่าบาทแข็งขึ้นเพราะอะไร แบบไหน อย่างไร?

ดูความสัมพันธ์นี้..

หากทุนสำรองสูงขึ้น แสดงว่ามีเงินทุนไหลเข้า จะทำให้เงินแข็งค่าขึ้น

หากทุนสำรองต่ำลง แสดงว่ามีเงินทุนไหลออก จะทำให้เงินอ่อนค่าลง

.

มีกองเงินของระบบอยู่ 3 กอง ผู้อ่านอาจจะสับสน

1) ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ บริหารจัดการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

2) เงินคงคลัง บริหารจัดการโดยกระทรวงการคลัง

3) หนี้สาธารณะ บริหารจัดการโดยกระทรวงการคลัง

กองเงินทั้ง 3 นี้ มีความสัมพันธ์ต่อกันทั้งทางตรงและทางอ้อม 
 
.

เงินท่วมประเทศสังเกตได้เป็นครั้งแรก เมื่อมีการออกมาตราการกันสำรอง 30 เปอร์เซนต์ ของเงินทุนไหลเข้า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549

แสดงว่าเงินท่วมประเทศมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว 
 

.

ประวัติศาสตร์การแก้ปัญหาสภาพคล่องท่วมระบบ และเงินบาทแข็งค่า 4 ปีที่ผ่านมา

(1) มาตรการกันสำรองเงินทุนไหลเข้า 30 เปอร์เซ็นต์ วันที่ 19 ธันวาคม 2549

มีผลให้ SET ตกวันเดียว 108 จุด มูลค่าตลาดหุ้นเสียหาย 8.58 แสนล้านบาท ก่อนที่จะยุติมาตรการในวันเดียวกัน

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ประกาศว่า "ในส่วนของการนำเงินเข้ามาลงทุนในหุ้น จะไม่มีการกันสำรองฯ 30 เปอร์เซ็นต์” ทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวขึ้น

การแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่ดูว่าต้นเหตุอะไรทำให้เงินทุนไหลเข้า ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เป็นการแก้ที่ปลายเหตุของปัญหา จึงเป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหาได้

การแก้ปัญหาดังกล่าวจึงล้มเหลว การแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ประสบผลสำเร็จ เป็นการยอมจำนนต่อปัญหาเงินทุนไหลเข้าอย่างสิ้นเชิง

วันประกาศมาตรการกันสำรองเงินทุนไหลเข้า ทุนสำรองอยู่ระดับ 74,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ระยะเวลา 1 ปีผ่านไป ทุนสำรองเพิ่มเป็น 130,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 56,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 76 เปอร์เซนต์

ผู้เขียนประมาณว่า ทุนสำรองที่เหมาะสมควรจะอนู่ที่ระดับ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ถึงวันที่ 3 กันยายน 2553 ทุนสำรองสูงถึง 169,3200 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว และยังไม่ทราบว่าทุนสำรองจะเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าใด

เป็นเหตุการณ์ เงินทุนท่วมประเทศที่ทารุณยิ่ง ทำให้บาทแข็งค่า ก่อปัญหาให้ระบบเศรษฐกิจ อย่างที่จะหลีกเลี่ยงได้ยาก


ตัวอย่าง การเปิดซื้อขายราคาทองคำล่วงหน้า 10 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าของตลาดอนุพันธ์ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา จะเห็นว่าวันที่ 3 สิงหาคม ค่าเงินบาทแกว่งตัวแรงมาก แกว่งตัวในทางแข็งขึ้น แล้ววันต่อๆมา ค่าเงินบาทก็แข็งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

.

(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 6/2553

เรื่อง การผ่อนคลายระเบียบการลงทุนในต่างประเทศ การทำธุรกรรมอนุพันธ์ เพื่อป้องกันความเสี่ยง และการประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงิน

ดร.บัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)แถลงว่า ตามที่ ธปท. ได้ผ่อนคลายระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ให้บุคคลและนิติบุคคลไทยลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ และลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทย โดยล่าสุดในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาได้ผ่อนคลายให้ผู้นำเข้าส่งออกบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้คล่องตัวมากขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นสมควรผ่อนคลายระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเพิ่มเติมในเรื่องการลงทุนในต่างประเทศ การทำธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงิน สรุปสาระสำคัญดังนี้

1. การลงทุนในต่างประเทศ ขยายวงเงินลงทุนโดยตรงในต่างประเทศโดยให้นิติบุคคลสามารถลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้ไม่จำกัดจำนวน และขยายวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ในต่างประเทศจากที่เคยอนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) จัดสรร 30,000 ล้านดอลลาร์ สรอ. เป็น 50,000 ล้านดอลลาร์ สรอ. ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความสมดุลของเงินทุนเคลื่อนย้าย และช่วยเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้ภาคธุรกิจและบุคคลธรรมดา รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจไทย

2. การทำธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง ผ่อนผันให้ผู้นำเข้าส่งออกสามารถยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์ที่ทำขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนค่าสินค้าและบริการได้ทุกกรณี

การผ่อนคลายดังกล่าวเพื่อให้ผู้นำเข้าส่งออกมีความคล่องตัวในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาตลาดเงินตราต่างประเทศให้สามารถสะท้อนปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานของเงินตราต่างประเทศมากขึ้น

3. การประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงิน ผ่อนคลายคุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้งศูนย์บริหารเงินและหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงินเพื่อบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่บริษัทในเครือ เช่น อนุญาตให้ใช้นิติบุคคลเดิมประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงินได้ โดยไม่จำเป็น ต้องจัดตั้งบริษัทใหม่ อนุญาตให้ศูนย์บริหารเงินสามารถโอนเงินตราต่างประเทศกับบริษัทในเครือ ในประเทศไทย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยสนับสนุน

ให้บริษัทข้ามชาติที่มีฐานการผลิตในไทยย้ายการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศเข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย และสนับสนุนให้ใช้ประเทศไทยเป็น Regional Operating Headquarter ตามนโยบายภาครัฐ นอกจากนี้ ยังช่วยให้มีการพัฒนาบุคคลากรด้านการบริหารเงินด้วย

4. การผ่อนคลายระเบียบอื่นๆ ขยายวงเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศจาก 5 ล้านดอลลาร์ สรอ. เป็น 10 ล้านดอลลาร์ สรอ. และอนุญาตให้บริษัทในไทยให้กู้แก่บริษัทในต่างประเทศที่ไม่ใช่บริษัทในเครือได้ไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์ สรอ. จากเดิมที่ต้องขออนุญาตเป็น รายกรณี รวมทั้งขยายวงเงินในการนำเงินบาทแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่เปิดกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศด้วย

ทั้งนี้ การอนุญาตให้ยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนกรณี ค่าสินค้าและบริการ และการขยายวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่อนุมัติให้ กลต.จัดสรร ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 สำหรับมาตรการผ่อนคลายอื่นๆ ตามที่กล่าวข้างต้น กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้เห็นชอบในหลักการร่วมกันแล้ว โดยขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาออกประกาศกระทรวงการคลัง และคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ได้ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2553

ผู้สนใจสามารถเรียกดูหนังสือเวียนที่เกี่ยวกับการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การทำธุรกรรมอนุพันธ์ได้จาก Website ของ ธปท.

ที่ www.bot.or.th และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 0-2356-7799

ธนาคารแห่งประเทศไทย
1 กุมภาพันธ์ 2553

หมายเหตุบล๊อกเกอร์ : ดูจากประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ธปท.ไม่ได้บอกว่าประเทศไทยมีปัญหาเงินท่วมระบบ แต่หากดูสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ก็ทราบว่าธปท.พบกับปัญหาสภาพคล่องท่วมระบบ ธปท.กำลังแก้ปัญหาเงินท่วมระบบ

หลังประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 6/2553 ดูจากภาพ Net International Reserve พบทุนสำรองยังคงเพิ่มขึ้น แสดงว่าเงินทุนยังไหลเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง

.

บทความที่เกี่ยวข้อง ใกล้เคียงกัน..

ต้นเหตุเงินทุนท่วมประเทศ บาทแข็งค่า เศรษฐกิจไทยเจ็บ โคม่า ทางออก http://t.co/BdaPlHE

รบ.อภิสิทธิ์-กรณ์ กับวิกฤตและโอกาสการเพิ่มวิกฤตประเทศ http://astv.mobi/A4iLrMt


1) ต้นเหตุเงินทุนท่วมประเทศ บาทแข็งค่า เศรษฐกิจไทยเจ็บ โคม่า ทางออก http://t.co/BdaPlHE

2) ย้อนรอย การแก้ปัญหาสภาพคล่องท่วมและบาทแข็งค่า ของประเทศไทย (เรื่องนี้)


ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท...
indexthai@yahoo.com
http://twitter.com/indexthai


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
indexthai วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ครม.ไฟเขียวมาตรการแก้บาทแข็ง (12 ตุลาคม 2553)

กระทรวงการคลัง แถลง ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท แบ่งเป็น 3 มาตรการย่อย

1. มาตรการชะลอ capital inflow คือการยกเลิกยกเว้นการจัดเก็บภาษี 15% จากกำไรและดอกเบี้ยในพันธบัตรที่ถือโดยนักลงทุนต่างชาติที่เป็นธุรกรรมใหม่ ซึ่งครอบคลุมพันธบัตรรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

2. มาตรการส่งเสริม capital outflow ด้วยการ ให้หน่วยงานรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนที่ใช้เงินตราต่างประเทศ และจัดซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า(ฟอร์เวิร์ด)

3. มาตรการช่วยเหลือ เอสเอ็มอีผู้ส่งออกที่จะได้รัผลกระทบ โดยจะให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(เอ็กซิมแบงก์) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ibank) ธนาคารเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SME Bank) และ ธนาคารกรุงไทย(KTB) สนับสนุนให้เอกชนทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สายน้ำที่หวังดี วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ssp

เข้ามาทีไรก็ได้ความรู้ ขอชื่นชมที่นำข้อมูลมาให้นะคะ
รู้จัก oknation ก็เพราะอาจารย์นี่แหละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
MT-PONG วันที่ : 02/10/2010 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
indexthai วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ความคิดเห็นที่ 12 (kwant)
ให้รู้ต้นเหตุ แล้วแก้ที่ต้นเหตุ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่.. http://t.co/BdaPlHE

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
kwant วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kwant

ป้ัญหาตอนนี้มันจะแก้ยังไงคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
indexthai วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ความคิดเห็นที่ 10 คุณปรัตยา

หากมีเวลา วันอังคารพรุ่งนี้ที่ 21 ที่ TV13 Siam Thai 10.00-11.00 น. ผมมีตัวอย่างการจัดการตลาดหุ้นของหลายประเทศที่ผิดพลาดให้ชม

เกี่ยวข้องกับความผันผวนค่าเงินโดยตรง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปรัตยา วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบ

ผลกระทบระยะสั้นถ้าเหมือนกับตอนมาตรการกันสำรอง ผมคิดว่าประเทศไทยยังคงพอรับได้ แต่เกรงว่ารัฐบาลจะทนแรงบีบไม่ได้สิครับ เรื่องแบบนี้เป็นวาระแห่งชาติเลยก็ว่าได้ ก่อนทำต้องให้ความรู้กับคนไทยให้เข้าใจไม่งั้นเละ ถ้าฝ่ายค้านไม่เอาด้วยก็เละ

คิดไปคิดมา น่าจะทำในช่วงรัฐประหารนะครับ แหะ แหะ



ขอบคุณครับ



ความคิดเห็นที่ 9 (0)
indexthai วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ความคิดเห็นที่ 2
อ่า ... ขอ entry request ได้มั้ยครับ

"ถ้าเราไม่ปิดตลาดหลักทรัพย์ มันยังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ที่จะบรรเทาปัญหาความบิดเบี้ยวของระบบครับ"

ตอบ...

ไม่มีครับ หากยังมีตลาดหุ้น ความบิดเบี้ยวทางเศรษฐกิจ ก็ยังอยู่ในระบบ ไม่ว่าตลาดหุ้นจะขึ้นหรือตก

เหมือนช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยไม่ดี ตลาดหุ้นนำพาประเทศไทยเข้า IMF มา 2 ครั้งแล้ว

เหมือนช่วงนี้ ตลาดหุ้นไทยดี ตลาดหุ้นนำพาเงินท่วมประเทศ ทำความเสียหายแก่ระบบมาก http://t.co/BdaPlHE

เป็นกันทั้งโลก เวลานี้มีประเทศต่างๆเปิดตลาดหุ้นมากขึ้นถึง 91 ประเทศแล้ว

เงินท่วมโลก แต่โลกจนลง เพราะตลาดหุ้น http://bit.ly/3OgwDv

ที่ประเทศไทย ก็เป็นเช่นเดียวกัน เงินท่วมประเทศไทย เห็นได้จากทุนสำรองสูงถึง 169,320 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะ 4.1 ล้านล้านบาท

ตลาดหุ้น ทำให้เกิดความเสื่อมรุนแรงมาก

อเมริกาเป็นสมาชิกประเทศยากจนใหม่เพราะตลาดหุ้น http://bit.ly/b1yVn7

35 ปีแห่งการพ่ายแพ้ทางการเงิน (ตั้งแต่มีการเปิดตลาดหุ้น) http://bit.ly/c0frSn

ประเทศไทยเกิด ความบิดเบี้ยวทางเศรษฐกิจ จาก 2 มิติใหญ่

1) จากมิติทางด้านเศรษฐกิจ คือการมีตลาดหุ้น

2) จากมิติทางการเมือง ฉ้อฉล เอารัดเอาเปรียบ คอร์รัปชัน ศีลธรรมต่ำ

มีตัวอย่างที่ดีในประเทศไทย อยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง ดู link นี้

บุญนิยม ทุนนิยม และ กองทุนนิยม ความแตกต่าง: http://bit.ly/c1ZoGt

ไม่มีอบายมุข ไม่มีเหล้าบุหรี่ ไม่เล่นหุ้น ไม่เล่นการพนัน

ไม่มีตลาดหุ้น ไม่เล่นหุ้น

ทรัพยากรของระบบไม่เสียหาย

ทรัพยากรของระบบเหลือมาก และเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

ไม่มีต้องขายสมบัติชาติ ไม่ต้องขายชาติ

ตลาดหุ้นทำให้เกิดการขายสมบัติชาติ ขายชาติ เช่นทักษิณขายชาติ ผ่านตลาดหุ้น

บุญนิยม ไม่จำเป็นต้องมีตำรวจ อัยการ ศาล ให้เปลืองงบประมาณ

ไม่ต้องมีนักการเมือง มาก่อปัญหาเลวร้ายของประเทศ

บุญนิยม ค่าเงินบาทแข็งกว่าระบบ 7,500 เท่า (แข็งคนละอย่างกับเงินบาทในระบบแข็งค่า)

เศรษฐกิจบุญนิยมแข็งแกร่งมาก

..............................................

ปิดตลาดหุ้น.. ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยจะเป็นอย่างไรบ้าง ระยะสั้นเป็นอย่างไร ระยะยาวเป็นอย่างไร

ระยะสั้นกระทบ ..คล้ายการออกมาตรการกันสำรอง 30% เงินทุนไหลเข้า (หากมีการวางแผนที่ดี ความเสียหายจะน้อย)

ระยะยาวจะดีขึ้น

หากปิดตลาดหุ้นแบบขาดความเข้าใจ ปิดผิดจังหวะ ปิดผิดช่วงเวลา จะเสียหายรุนแรงมาก

หากปิดตลาดหุ้นแบบเข้าใจ ปิดถูกจังหวะ ปิดถูกช่วงเวลา วางแผนได้ดี ประเทศไทยจะได้ประโยชน์สูง
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

มึน หาทางออกไม่ถูก

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปวากะญอร์โพ วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dorupat

นี้คือปัญหาของคนรวยหรือเปล่าครับ หรือปัญหาของนักการเมืองรวยๆ กัน ค่าเงินจะแข็ง หรือจะอ่อน ให้หันมามองประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศบ้างสิ ว่าจะกินจะอยู่กันอย่างไร ราคาสินค้าถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องขึ้น อย่าเอาราคาสินค้าไปเที่ยบกรับประเทศอื่น แล้วจะอยุ่กันได้อย่าเสรี...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปวากะญอร์โพ วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dorupat

ค่าเงินบาทอ่อน คนรวยกลายเป็นคนรวยล้นฟ้า
คนจนจนติดดิน
ค่าเงินบาทแข็ง คนรวยก็ยังรวยเหมือนเดิม แต่โวยวาย
คนจนก็จนเหมือนเดิม

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
indexthai วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ขอบคุณทุก คคห.

ขอเชิญครับ..

พบ "ต้นเหตุเงินทุนท่วมประเทศ บาทแข็งค่า เศรษฐกิจไทยโคม่า ทางออก" ทาง TV13 Siam Thai อังคารที่ 21 นี้ 10.00 น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 20/09/2010 เวลา : 07.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ตามอ่านตามแห่

"กรณ์ จาติกวณิช" กับวังวนวิกฤติบาท
http://www.thairath.co.th/content/eco/112406

วาระแห่งชาติ ฉบับ"สงครามค่าเงิน"รับมือวิกฤติบาทแข็ง!
http://www.thairath.co.th/content/eco/112405

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

นี่คือตัวอย่างของการบริหารเเบบ..ไม่ปรับตัว-เเต่ปรับปัจจัยภายนอก.
เเละตอบโจทย์ที่ผมได้ชี้ประเด็นในเอนทรี่ก่อนหน้านี้ ว่างินสำรองมากน้อยจะเอาส่วนเกินไปทำอะไร อย่างไร เเบบตอบได้กลายๆเเนวบอกใบ้
.....................................
ซึนามิเข้า มัวกั้นน้ำ ด้วยกฏ30% ก็โดนซึนามิซัดซะน่วมเเหละครับ..ดีที่หันเรือตามคลื่นทัน เลิกขวางลำ เเละดีที่นักการเงินนานาชาติเขาพอจะเข้าใจ ไม่งั้นยุ่ง2เด้ง.

เช่นเดียวกันกับเวลานี้ที่เงินเข้ามาก...เราต้องโต้คลื่นเป็นครับ ริจะอินเตอร์ต้องปรับเปลี่ยนได้ดี น้ำมากน้ำน้อยก็อยู่บนยอดคลื่นได้...ซึ่งผมว่าธปท.ก็มีคนมีฝีมือดีอยู่เยอะ (เเม้ไม่น่าวางใจเต็มร้อยเพราะคนฉลาดหากผิดทิศก็ยุ่ง-นี่ก็มีทางคลังคัดง้างตรวจสอบกันอีกทางก็ดี)
ไม่ปรับตัว-เเต่ปรับปัจจัยภายนอก-สู้ยากครับ...ปรับตัวเเละคล่องตัว-สู้ได้ครับ.....เงินสำรองจะมากน้อย-น้ำมากน้ำน้อยคลื่นสูงอย่างไรก็ไปได้. หรือไม่อยากเเก้ปัญหาก็ใช้วิธีปิดประเทศเเบบเพื่อนบ้านก็เซฟครับ-เเต่เวลาเปิดออกมาอีกทีจัเหวอโลกนะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรัตยา วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

อ่า ... ขอ entry request ได้มั้ยครับ

เนื่องจากผมมีความรู้น้อย พยายามจินตนาการอย่างไรก็ไม่ได้คำตอบ คำถามในใจของผมคือ

สมมุติว่า ประเทศไทยตัดสินใจปิดตลาดหลักทรัพย์เพื่อแก้ปัญหาการเงินที่บิดเบี้ยวนี้ (อาจจะใช้ศัพท์ไม่ค่อยถูกต้องนะครับ) ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยจะเป็นอย่างไรบ้าง ระยะสั้นเป็นอย่างไร ระยะยาวเป็นอย่างไร

และสมมุติว่า ถ้าเราไม่ปิดตลาดหลักทรัพย์ มันยังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ที่จะบรรเทาปัญหาความบิดเบี้ยวของระบบครับ


ขอบคุณครับ



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปรัตยา วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ผมติดตามอ่านบล็อกนี้มาโดยตลอด ถ้าเห็นเป็นเปิดอ่าน บางครั้งก็คอมเมนต์ บางครั้งก็ลืมคอมเมนต์ ได้ประโยชน์อย่างมากครับ ขอบคุณ จขบ. จริง ๆ ที่กรุณาสละเวลาเขียนให้ความรู้


ขอบคุณมากครับ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน