*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531358
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2553
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 3509 , 14:53:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน มุสิกะตะวัน , กบจ้อย โหวตเรื่องนี้

.ประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มยากจนลงเมื่อเปิดตลาดหุ้นเมื่อปี 1896 หรือเมื่อ 114 ปีมาแล้ว ตลาด หุ้นนิวยอร์กพังทลายรุนแรงครั้งแรกในปี 1929 - 1932 ดัชนีดาวโจนส์ตกประมาณ 89 เปอร์เซ็นต์ เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจรุนแรง รู้จักในเรื่อง Great depression

.

อีก 75 ปีต่อมาสหรัฐอเมริกาเปิดตลาดแนสแดกซ์เป็นตลาดที่ 2 ในปี 1971 ตลาดแนสแดกซ์ตกรุนแรงระหว่างปี 2000-2003 ตกลง 78 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เงินไหลออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้นเหตุให้เงินท่วมโลกทุกวันนี้อย่างมีนัยสำคัญ   

ตลาดหุ้นใดพังทลาย เป็นต้นเหตุให้ค่าเงินของประเทศนั้นพังทลาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ต้องไปถือเงินและสินทรัพย์เงินสกุลอื่น เกิดหนี้เสีย เกิดการล้มละลายทั้งภาคการเงินและภาคการผลิตจริง การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ ทำให้มีการทิ้งสกุลเงินเหรียญสหรัฐ จะเห็นว่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายตามการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลงเมื่อเทียบกับเงินแทบทุกสกุล ไม่ว่ายูโร เยน หรือบาท

การปรับปรุงตัวหุ้นในโครงสร้างการคำนวณดัชนีแนสแดกซ์ในปี 1999 (วงกลม) ทำให้ดัชนีแนสแดกซ์อ่อนแอ เป็นเหตุให้กองทุนโลกตรงเข้าปั่นทันที ลากแนสแดกซ์ขึ้นไปแรงต้นปี 2000 แล้วทุบลง แนสแดกซ์ตกต่ำถึง 78 เปอร์เซ็นต์ในปี 2002

การสวมรอย ปั่นหุ้นทำให้หุ้นขึ้นมากๆ ก็จะทำให้ได้กำไรสูงสุด ทำให้หุ้นตกมากๆ ก็จะทำให้ได้กำไรสูงสุด

ไม่มีตลาดหุ้นใดไม่ถูกปั่น  การปั่นตลาดหุ้นคือต้นเหตุความเสียหายหลักของระบบ

ส่งผลกระทบถึงตลาดเงินและตลาดเงินตรา ทำให้เศรษฐกิจประเทศท้องถิ่นเสียหายหนักและเสียหายตลอดเวลา กำไรตกเป็นของกองทุนโลกอย่างเดียว

      
หากตลาดหุ้นอเมริกาดีจริง อเมริกาต้องไม่เป็นประเทศยากจน  ตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทางใหญ่โตไม่ใช่ตัวบ่งบอกถึงความเจริญของประเทศ ทุกวันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศยากจนใหม่แล้ว ตลาดหุ้นอเมริกาคือต้นเหตุทำให้ประเทศอเมริกายากจนลง 

 .

การทิ้งเงินเหรียญสหรัฐไปถือเงินสกุลอื่น และสินทรัพย์เงินสกุลอื่น ทำให้ทุนสำรองประเทศต่างๆสูงขึ้น ทำให้ค่าเงินประเทศต่างๆสูงขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นประเทศต่างๆสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เช่น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน ราคายาง และราคาสินค้าเกษตรต่างๆ สูงขึ้น

แล้วอเมริกาก็อยู่กับความเสียหายต่ออีก หลังการเสียหายหนักครั้งแรกหลังปี 1929 

จะเห็นว่าดัชนีและราคาต่างๆของโลกรวมทั้ง G-91 Index ต่างเริ่มสูงขึ้นในปี 2002-2003 หลังการพังทลายแรงของตลาดแนสแดกซ์ระหว่างปี 2000-2002

G-91 Index คือค่าเฉลี่ยดัชนีตลาดหุ้น 91 ประเทศ (ถูกสวมรอยปั่น)ขึ้นไปสูงสุดในปลายปี 2007 สูงขึ้น 463 เปอร์เซ็นต์ แล้วมีการทุบลงในปี 2008 ไปต่ำสุดในต้นปี 2009 ตกลง 62 เปอร์เซ็นต์ (2008 Effect) เป็นผลให้เศรษฐกิจโลก สภาพคล่อง ค่าเงิน ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อของประเทศต่างๆมีปัญหา และมีความยุ่งยาก ทำให้เงินท่วมโลกมากกว่าเดิม มีประเทศต่างๆเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมากเป็นประวัติการ ประมาณ  20 ประเทศ 

 .

ประเทศไทยเปิดตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการในปี 2518(1975) อีก 3 ปีถัดมา คือระหว่างปี 2521 – 2525(1975-1982) ก็พังทลายรุนแรง 62 เปอร์เซ็นต์ สภาพคล่องและทุนสำรองเสียหาย ต้องลอยค่าเงินบาท ต้องเข้าไอเอ็มเอฟเป็นครั้งแรก ทางการได้เข้าควบคุมกิจการ 25 สถาบันการเงินและเครดิตฟองซิเอร์ รู้จักกันในชื่อโครงการ 4 เมษา 

 

ความเสียหาย จากการพังทลายของตลาดหุ้นจนต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟเป็นครั้งแรก เป็นที่มาของการแก้ปัญหาทีปลายเหตุ ที่ผิดทิศทางในเวลาต่อมา โดยตั้ง “กองทุนเพื่อการฟื้นฟูเพื่อการพัฒนาระบบสถาบันการเงินปี 2528” เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องแก่สถาบันการเงินที่ขาดสภาพคล่อง โดยเชื่อว่า จะทำให้สถาบันการเงินไม่ล้มลง

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ได้ปฏิบัติการตามความเชื่อดังกล่าวเต็มที่

หลังการพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537(1994) ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย กองทุนฯ ได้อัดฉีดสภาพคล่อง ให้สถาบันการเงินที่ขาดสภาพคล่องอย่างเต็มที่ ..ผล สถาบันการเงินถูกปิดในครั้งแรก 54 แห่ง ทุกวันนี้ปิดไปแล้วกว่า 70 แห่ง ต้องลอยค่าเงินบาท ต้องเข้าไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2 ทำความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจอย่างเหลือเชื่อ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วก็ตั้ง ปรส.มายึดทรัพย์สถาบันการเงิน ตั้งบสท.มาบังคับซื้อสินทรัพย์ภาคการผลิตจริง ราคาถูกเหมือนได้เปล่า

5 ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย หลังการพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537 เสียหายแบบเหลือเชื่อ..

1) ไม่สามารถปกป้องค่าเงินบาทไว้ได้

2) ไม่สามารถปกป้องสถาบันการเงินไว้ได้ ภาคการผลิตจริงก็ล้มทั้งระบบ 

3) ประเทศไทยต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2

4) ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะ 1.44 ล้านล้านบาท

5) สินทรัพย์ของคนไทยได้ตกเป็นของต่างชาติ ตกเป็นของกองทุนหลายสัญชาติ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เช่น แบงก์กรุงเทพเหลือเป็นของคนไทย 10 เปอร์เซ็นต์ แบงก์กสิกรไทยเหลือเป็นของคนไทย 5 เปอร์เซ็นต์ 

.
      

ทุนสำรองที่อยู่ตามประเทศต่างๆ ไม่ใช่ของประเทศนั้นๆแต่อย่างใด แต่เป็นเงินของกองทุนโลกฝากไว้ เขาสามารถเคลื่อนย้ายเข้าออกได้ตลอดเวลา ตามความต้องการของเขา เงินเริ่มท่วมโลก(ทุนสำรองฯ) เมื่อมีการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000 สิ้นปี 2009 ทุนสำรองโลกสูงถึง 9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ 

..

ไม่มีตลาดหุ้นใดไม่ถูกปั่น การมีตลาดหุ้นทำให้มีการปั่นทั้งตลาดหุ้นและตลาดเงินง่าย

ทำให้กระทบถึงเศรษฐกิจทั้งระบบ 

ไม่ว่าตลาดหุ้นที่พัฒนาแล้วหรือตลาดเกิดเก่า เช่นประเทศสหรัฐ

หรือไม่ว่าตลาดหุ้นที่กำลังพัฒนาหรือตลาดหุ้นเกิดใหม่อย่างประเทศปากีสถานและศรีลังกา ล้วนถูกปั่นได้ง่ายดาย มีการปั่นให้ขึ้นแรงก่อน แล้วทุบลงแรงในเวลาต่อมา ตลาดหุ้นปากีสถานถูกลากขึ้นสูง 1,361 เปอร์เซ็นต์ แล้วทุบลงแรงในปี 2008 และเข้า IMF ไปเรียบร้อยแล้ว

ตลาดหุ้นศรีลังกาแตกต่างจากปากีสถานบ้างในรายละเอียด แต่หลักใหญ่ไม่ได้แตกต่างกัน หลังปี 2007-2008 มีการลากตลาดหุ้นศรีลังกาขึ้นมา 472 เปอร์เซ็นต์ 

แต่หากดูการขึ้นมาตั้งแต่ปี 2001 พบว่าศรีลังกาสูงขึ้นถึง 1,757 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นเป็นอัตราส่วนที่สูงกว่าตลาดหุ้นปากีสถานเสียอีก

ที่ตลาดหุ้นประเทศปากีสถาน 1,361 เปอร์เซ็นต์ ตลาดหุ้นศรีลังการขึ้นมา 1,757 เปอร์เซ็นต์ หาใช่ เป็นเพราะเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศดีเยี่ยมอะไร ตลาดหุ้นไม่ได้สะท้อนภาพเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศแต่อย่างใด มันเป็นเพียงการฉวยโอกาสของกองทุนโลกปั่นขึ้นปั่นลง เพื่อประโยชน์ส่วนตนของพวกเขาเท่านั้น
 
.

เอาดัชนีตลาดหุ้นศรีลังกาช่วงท้ายมาขยายดู พบว่าตลาดหุ้นศรีลังกาเริ่มถูกทุบแล้ว(วงกลม) คอยติดตามดูต่อไป ว่าจะได้เข้าโครงการไอเอ็มเอฟเหมือนประเทศต่างๆก่อนหน้านั้นหรือไม่   

.
 

การพังทลายของตลาดหุ้นไทยในปี 1994 ทำให้เงินทุนไหลออกอย่างรุนแรง เป็นไปตามตัวอย่างในหลายๆประเทศ ก่อนลอยค่าเงินบาท ทุนสำรองไทยอยู่ที่ระดับ 39,000 ล้านเหรียญสหรัฐ พบว่าการพังทลายของ SET Index ในปี 1994 เงินทุนไหลออกอย่างหนัก ทุนสำรองในเดือนกรกฎาคม 1997 (เดือนที่เข้าไอเอ็มเอฟ) เหลือเพียง 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้นเหตุให้ประเทศไทยต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2

เข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งเดียวก็เป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในโลกแล้ว แต่ประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟอีกเป็นครั้งที่ 2   เมื่อก่อนประเทศไทยไม่มีตลาดหุ้น ไม่เคยต้องเข้าไอเอ็มเอฟ แต่เมื่อมีตลาดหุ้น ทำให้ประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟ 2 ครั้งแล้ว

หลังการเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2 ในปี 1997 ประเทศไทยยังคงแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และผิดทิศทางแบบเดิมอีก โดยจะยุติงานกองกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน แล้วตั้งสถาบันประกันเงินฝากขึ้นมาแทน เนื้อหาสาระแตกต่างกันเล็กน้อยจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ แต่หลักการใหญ่ใจความแตกต่างกันไม่มากนัก

สถาบันประกันเงินฝาก ประกันเงินฝากแบบจำกัดวงเงิน ขาดความรับผิดชอบอย่างมีนัยสำคัญ ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย จะต้องรับผิดชอบเงินของประเทศไทยทุกเม็ด จะจำกัดเฉพาะวงเงินการรับผิดชอบได้อย่างไร เป็นรูปแบบการเฉโกของหน่วยงานระดับสูงทางการเงินของประเทศ  

การมีตลาดเงินอย่างเดียว จะทำให้ง่ายต่อการควบคุมเงินทุนไหลเข้าออก แต่การมีตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นมา จะทำให้ไม่สามารถควบคุมเงินทุนไหลเข้าออกของเงินได้ 


การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และแก้ปัญหาแบบผิดทิศทางหลังเข้าไอเอ็มเอฟครั้งแรก  ซ้ำเติมให้เกิดความเสียหายรุนแรงถึง 4 อย่าง อย่างผิดปกติ ดังที่นำเสนอไว้ในช่วงต้น

หลังการเข้าไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2 ก็มีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และแก้ปัญหาแบบผิดทิศทางแบบเดิมอีก คือการตั้งสถาบันประกันเงินฝาก ไม่ได้แก้ที่ตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ตลาดหุ้นคือต้นเหตุโน้มนำให้เกิดปัญหาที่เลวร้ายทางเศรษฐกิจ การเปิดตลาดอนุพันธ์ในปี 2547(2004) ยิ่งเพิ่มความเลวร้ายให้ระบบมากยิ่งขึ้น จะทำให้เงินไหลเข้าออกรุนแรงมากกว่าเดิม สินค้าอนุพันธ์คือการซื้อขายตัวเลข ไม่มีตัวสินค้าจริง ไม่ต่างอะไรกับการซื้อหวยใต้ดินหรือสลากกินแบ่ง คืออบายมุขอย่างหนึ่ง เอารัดเอาเปรียบระบบมากกว่าเดิม ทำความเสียหายแก่ระบบมากกว่าเดิม

เงินเริ่มท่วมระบบ ตั้งแต่ปี 2549 (2006) การล้มเหลวของมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซนต์เงินทุนไหลเข้า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 ยิ่งทำให้เงินทุนไหลเข้ารุนแรงมากขึ้น เป็นการยอมจำนนต่อเงินทุนไหลเข้าอย่างสิ้นเชิง วันที่ออกมาตรการดังกล่าว คือวันที่รู้สึกว่าสภาพคล่องท่วมระบบแล้ว ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอยู่ที่ระดับ 74,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2553 ทุนสำรองสูงถึง 182,690 ล้านเหรียญสหรัฐ กล่าวได้ว่าเงินท่วมประเทศรุนแรงมาก

มาตรการ จัดการเรื่องสภาพคล่องท่วมระบบ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 และวันที่ 12 ตุลาคม 2553 มีสาระให้มีการเอาเงินออกไปลงทุนต่างประเทศมาก จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ เมื่อตลาดหุ้น(ปั่นให้)พังทลายลงอีก เงินจะไหลออก และไหลออกอย่างสะดวกสบายมากขึ้น ปัญหาสภาพคล่องแห้งจากระบบ ก็จะเกิดขึ้นอีก

ธนาคารพาณิชย์ตกเป็นของต่างชาติมากขึ้น แบงก์ชาติกลายเป็นแบงก์บริหารสถาบันการเงินต่างชาติ  

อีกไม่ช้า ไทยก็จะเกิดเหตุการณ์แบบประเทศปากีสถานและศรีลังกา หรือเป็นแบบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยมาแล้ว 2 ครั้งในอดีต เงินทุนก็จะไหลออก จะทำให้สภาพคล่องเสียหาย ค่าเงิน ฯลฯ เสียหาย ตามมา หนี้เสีย การล้มละลายก็จะตามมาเช่นเคย คำว่าไอเอ็มเอฟก็จะเกิดขึ้นอีก ประเทศไทยไม่เคยเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส วิกฤตมีแต่เพิ่มวิกฤตให้รุนแรงมากขึ้น

ไม่ว่า อเมริกา ไทย ปากีสถาน ศรีลังกา หรือโลก ตลาดหุ้นคือต้นเหตุทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของระบบ

การแก้ปัญหา ก็ต้องแก้ตามหลักอริยสัจ 4 ของพระพุทธเจ้า ก็ต้องขจัดต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา  

..........................................................
indexthai@yahoo.com
http://twitter.com/indexthai
จากโลกาภิวัฒน์ สู่ท้องไร่ท้องนา ทีวี13 สยามไท
ทุกอังคาร เวลา 14.00-15.00 น.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
indexthai วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ข้อความจาก twitter

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 13/11/2010 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

สำหรับ คห.4 นั้น...ผมว่า วิกฤติปี40ทำให้เรามีการปรับโครงสร้างของธปท.เเละมีกนง.มีกระบวนการกลั่นกรองก่อนตัดสินใจที่รัดกุมขึ้น.
การเอานักการเมืองไปคุมธปท.น่ะก็จะเอาประเทศกลับไปสู่ยุคก่อนเก่า-ที่มีคนนินทาว่าลอยตัวค่าบาทน่ะรู้กันหลายคนได้ประโยชน์กันไปหลายคน.
ปัจจุบันผมว่ามีการถกเถียงกันออกสื่อเเละสังคมได้รับทราบหลักการเเละเหตุผลตลอดจนเเนวคิดของเเต่ละฝ่ายนะครับ-ผู้บริหารจะทำอะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลังดีๆขึ้นล่ะครับ.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 13/11/2010 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ผมว่าเเม้อาจมีวิกฤติบางครั้งที่ผู้บริหารธปท.ทำพลาดเเละศาลก็ได้ตัดสินลงโทษไป...เเต่เราไม่ควรมองบรรดาผู้บริหารของธนาคารเเห่งประเทศไทยหลายๆท่านดังที่เอารูปมาขึ้นยกเเผงเเบบนี้ว่าเป็นประหนึ่งจำเลยของสังคมนะครับ.

เเละการที่เราจะเอาระบบตลาดหุ้น หรือวิถีวิธีการของสากลมาใช้นั้น เป็นการเท่าทันโลกใว้ ตลาดหุ้นนั้นก็เป็นวิธีการระดมเงินทางหนึ่งที่ดี เเละเราก็ได้ประโยชน์มากมายจากตลาดหุ้นไม่ว่าระดับบริษัทหรือประเทศที่ได้ประโยชน์ เพียงเเต่เราก็ต้องเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเเละวิธีการของการเงินโลก ไม่ตกเป็นเหยื่อ. พูดง่ายๆก็คือเอาประโยชน์ให้ได้ดีเเละลดจุดอ่อนจุดพลาดน่ะครับ.
ถามว่าเราจะยกเลิกตลาดหุ้นกันดีไหม-ผมว่ามาถึงเวลานี้เเล้วคงเป็นเอกฉันท์ว่าไม่-เเละสิ่งที่ต้องทำก็คือการบริหารจัดการที่ดีน่ะครับ.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Ananda วันที่ : 13/11/2010 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aplang

การแก้ปัญหาแรกคือยกเลิกระบบที่ธนาคารชาติเป็นอิสระจากรัฐบาล ต้องให้รัฐบาลสามารถควบคุมและกำหนดนโยบายค่าเงินบาทได้ เพราะที่ผ่านมาด้วยความเป็นอิสระของธนาคารชาติ ธนาคารชาติมักไม่รับผิดความต่อความผิดที่ตนกระทำ เมื่อเกิดปัญหาค่าเงินจนเกิดการล้มสลายทางเศรษฐกิจ รัฐกับต้องเป็นผู้รับผิดชอบทุกครั้ง ธนาคารชาติอยู่ลอยตัวเหนือปัญหา ทั้ง ๆ ที่มีหน้าที่ในการดูแลค่าเงิน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กบจ้อย วันที่ : 13/11/2010 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchot

ตามมาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 03/11/2010 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (Financial Institutions Policy Committee)

คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เป็นหนึ่งในคณะกรรมการหลักของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ซึ่งรับผิดชอบด้านการกำหนดนโยบายระบบสถาบันการเงินของ ธปท. ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม รอบคอบ

เพื่อให้ระบบสถาบันการเงินมีเสถียรภาพมั่นคง

องค์ประกอบคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ประธานกรรมการ

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ธปท.รองประธานกรรมการ

นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ธปท.กรรมการ

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการ สศค.กรรมการ

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กรรมการ

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คปภ. กรรมการ

นายจรุง หนูขวัญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

นายจักรทิพย์ นิติพน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

นางดนุชา คุณพนิชกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

นายสมบูรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงินตาม พ.ร.บ. ธปท. พ.ศ. 2551

1. กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน

2. ติดตามการดำเนินงานของ ธปท. ในการเป็นนายธนาคารของสถาบันการเงิน และการกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน

3. กำหนดนโยบายเกี่ยวกับสถาบันการเงิน

4. กำหนดนโยบายการเปิดและปิดสาขาสถาบันการเงิน

5. กำหนดอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ ที่สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

6. เสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดตั้งสถาบันการเงินรายใหม่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 18.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

สบายดีนะครับผม...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน