*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531336
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2553
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 5769 , 19:53:25 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน hayyana โหวตเรื่องนี้

.

ผู้คนรู้แต่ว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย พังทลาย แต่ไม่รู้ถึงสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลาย มีแต่ “ความเห็น”ว่าเป็นผลมาจากบริโภคนิยม มักง่าย ใช้จ่ายเกินตัว เป็นตรรกะทางนามธรรมมากกว่าจะเป็นตรรกะทางรูปธรรม ที่เฉพาะเจาะจงต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

ไม่มีตลาดทุนและตลาดเงินใดไม่ถูกปั่น มีการสวมรอยปั่นขึ้น-ปั่นลง ปั่นขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อคนปั่น ปั่นลงก็เป็นประโยชน์ต่อคนปั่น กองทุนโลกเป็นผู้ที่มี ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ ในกลไกเศรษฐกิจโลกดี เป็นผู้ที่ควบคุมความเป็นไปของเศรษฐกิจโลกไว้ในกำมือ

ผู้คนรู้เรื่องและจำเรื่อง Great Depression ระหว่างปี 1929-1932 ที่เกิดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ นำความถดถอยมาสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริการุนแรง ไม่ใครพูดถึงว่าต้นเหตุมาจากอะไร แท้ที่จริงแล้วมีต้นเหตุมาจากการพังทลายของตัวตลาดหุ้นนั่นเอง ดัชนีดาวโจนส์ตกต่ำถึง 89 เปอร์เซ็นต์

และผู้คน ไม่รู้เรื่องการพังทลาย(ปั่น)ของตลาดแนสแดกซ์ระหว่างปี 2000-2003 เช่นกัน


                  ดัชนีแนสแดกซ์                                       ดัชนีดาวโจนส์

ตลาดแนสแดกซ์ถูกโจมตีเมื่อ 1999 ซึ่งเป็นปีที่มีการปรับปรุงตัวหุ้นที่ใช้คำนวณดัชนีแนสแดกซ์ โดยมีการเพิ่มตัวหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูง 3-4 ตัวเข้าไปในการคำนวณดัชนี (Index reform) เช่นหุ้นไมโครซอฟท์ ทำให้ดัชนีมีความเบี่ยงเบนสูง อ่อนแอสูง และถูกปั่นได้ง่าย

ดัชนีแนสแดกซ์ถูกลากจากระดับ 2,500 จุดในช่วงกลางปี 1999 ไปสูงสุดที่ต้นปี 5,000 จุดที่ต้นปี 2000 แล้วถล่มทุบลงมา ทำให้ดัชนีตกลงต่ำสุดในปี 2002 ถึง 78 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าตกแรง ช่วงเวลาเดียวกันดัชนีดาวโจนส์ตก 38 เปอร์เซ็นต์

การโจมตีตลาดแนสแดกซ์ในปี 1999 โดยกลุ่ม World Fund ทำให้เกิดความเสียหายมากกว่า 7.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ความเสียหายจากการโจมตีแนสแดกซ์ทำความเสียหายมาจนถึงปี 2010 ทำให้คนสหรัฐ และคนทั้งโลกตายกันทั้งเป็น และหากไม่แก้ที่ต้นเหตุของความเสียหายนี้ ความเสียหายนี้ก็จะเกิดแก่อเมริกาและต่อโลกตลอดไป 

ทั้งนี้เพราะเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีส่วนแบ่งของสกุลเงินที่สูงที่สุดในโลก ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ก็คือเงินของโลกเสียหาย ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงไปทั่วโลก เมื่อเงินเหรียญสหรัฐอ่อนรุนแรงได้ ก็ย่อมแข็งแบบรุนแรงได้เช่นกัน จะอ่อนแบบรุนแรงหรือแข็งแบบรุนแรง ล้วนเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ล้วนทำความเสียหายแก่โลกทั้งนั้น

การโจมตี World Trade Center (WTC) เดือนกันยายน 2001 โดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย ทำความเสียหาย 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มีผู้เสียชีวิต 3,000 คน


ผู้คนไม่รู้เรื่องนี้ เพราะดูและเชื่อแต่ดัชนีดาวโจนส์กันแต่อย่างเดียว แต่จากแผนภูมิที่นำเสนอข้างต้น เปรียบเทียบระยะเวลาเดียวกัน โดยปรับฐานเมื่อ 1/2/1998 = 100 เท่ากัน ทำให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจน แสดงให้เห็นถึงการผันผวนและพังทลายของดัชนีแนสแดกซ์อย่างมีนัยสำคัญ

การพังทลายของตลาดหุ้นแบบรุนแรง เกิดเวลาใด เกิดเมื่อ 80 ปีที่แล้ว หรือเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ จะเกิดกับประเทศใด ไม่ว่าประเทศเจริญแล้วอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศที่ไม่เจริญอย่างประเทศเวียตนาม ศรีลังกา ล้วนนำความย่อยยับมาสู่ประเทศนั้นเช่นกัน

ตลาดหุ้นไทย เป็นต้นเหตุให้ประเทศไทยต้องเข้าไอเอ็มเอฟมาแล้ว 2 ครั้ง ดูแผนภูมิการพังทลายของตลาดทุนและตลาดเงิน จนทำให้ประเทศไทยต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟ 2 ครั้งที่นี่   http://t.co/sxekdjS

..............

.

การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์และค่าเงินเหรียญสหรัฐระหว่างปี 2000-2002 ทำให้เงินไหลออกมาท่วมโลก ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก (G81 Index) และรวมทั้งตลาดหุ้นไทยสูงขึ้น

G-81 Index คือค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหุ้น 81 ประเทศ เป็นดัชนีที่ผู้เขียนพัฒนาขึ้นมา  

ตลาดหุ้นโลกสูงขึ้น ระหว่างปี 2001- 2007 ถึง 463 เปอร์เซ็นต์ (หลังการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000

จากนั้นก็พังทลายลงรุนแรงระหว่างปี 2008 (2551)

มีผลให้มีประเทศต่างๆต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟแล้วประมาณ 20 ประเทศ ที่นำแผนภูมิมานำเสนอนี้ ก็ 8 ประเทศแล้ว

.


ตัวอย่างประเทศที่เข้าไอเอ็มเอฟปี 2008 ที่เป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดหุ้น 

.


 ตัวอย่างประเทศที่เข้าไอเอ็มเอฟปี 2010 ที่เป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดหุ้น

..

ผลที่เกิดจากการพังทลายของตลาดหุ้น

ความเชื่อมั่นตกลง

ทุนสำรองลด (เงินไหลออก) ถ้าลดลงมาก ก็ต้องขอความช่วยเหลือจาก IMF 

ค่าเงินเสียหาย (ดู 3 แผนภูมิค่าเงินเหรียญสหรัฐถัดไป) 

เงินเฟ้อสูงขึ้น (มีแผนภูมิราคาทองคำ น้ำมัน ยางพารา ประกอบ )

สภาพคล่องเสียหาย

ธุรกรรมภาคการผลิตจริงและภาคการเงินมีปัญหาล้มละลายและถูกปิดตัว

เกิดหนี้เสีย (สหรัฐมีหนี้สาธารณะสูงกว่า 14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) 

คนตกงานมาก

มูลค่าหลักประกันลดลง

หลายประเทศต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ

ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบดังกล่าวครบถ้วน ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลต่างๆ ภาคการเงินและภาคการผลิตจริงล้มลงทั้งประเทศ คนตกงานเพิ่มขึ้น เกิดเป็นหนี้เสียท่วมประเทศ

.

ค่าเงินเหรียญสหรัฐ


ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินที่ 1 ได้แก่ KRW(เกาหลีใต้) SGD(สิงคโปร์) BAHT(ไทย) AUD(ออสเตรเลีย) EURO(ยุโรป) NZD(นิวซีแลนด์) ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกอยู่ระหว่าง 20-50 เปอรเซ็นต์

ค่าเงินบาทติดอยู่ในกลุ่มที่แข็งค่าขึ้นแรง และแกว่งตัวสูง


ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินที่ 2 ได้แก่ HKD(ฮ่องกง) INR(อินเดีย) TWD(ไต้หวัน) JPY(ญี่ปุ่น) PHP(ฟิลิปปินส์) และ IDR(อินโดนีเซีย) โดยอ่อนตัวลงประมาณ 0-20 เปอร์เซ็นต์

น่าสังเกต ค่าเงิน HKD ฮ่องกง ผูกระดับการคงที่กับค่าเงินเหรียญสหรัฐไว้ได้เหนียวแน่น แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่า HKD ฮ่องกง อ่อนค่าตามค่าเงินเหรียญสหรัฐ (HKD อ่อนผิดจริง)

ค่าเงินของฟิลิปปินส์ และของอินโดนีเซีย แกว่งตัวค่อนข้างแรง และไม่ได้แข็งค่ามากเหมือนค่าเงินของไทย

.


ค่าเฉลี่ยเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อดูค่าเงินเหรียญสหรัฐเฉลี่ยเทียบกับ 12 สกุลเงินข้างต้น ช่วงระหว่างปี 2001-2008 ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ และตกลงต่ำสุดถึง 25.56 เปอร์เซ็นต์ในต้นปี 2008

.


ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เป็นประปัญหาต่อประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เพราะประเทศต่างๆทั่วโลกใช้เงินเหรียญสหรัฐเป็นตัวกลางในการทำธุรกรรม อเมริกาจึงไม่จำเป็นต้องมีทุนสำรองมากแต่อย่างใด

5 ปีที่เห็น ทุนสำรองของอเมริกาน้อยกว่าประเทศไทย คงเป็นเพราะทุนสำรองของประเทศไทยเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติด้วย 

แม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ต้องเข้าไอเอ็มเอฟ แต่ความเสียหายทางเศรษฐกิจของอเมริกา อันเป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ ก็ทำให้เงินไหลออกท่วมท้นโลก กระทบไปทั่วโลก ทำความเสียหายแก่โลกด้วย

ข่าวความเสียหายด้านเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา 2-3 ปีนี้ คงผ่านตาผู้อ่านบ้าง เช่น ยอดยึดบ้านในสหรัฐทำลายสถิติ Chryslerประกาศปิดสายการผลิตทั้งหมด KPMGยักษ์ใหญ่วงการบัญชีถูกฟ้องนับพันล้านเหรียญ ประธานเฟรดดี้ แม็คดับปริศนา คาดฆ่าตัวตาย Citibankธนาคารที่ตายแล้ว AIGเตรียมขายหุ้นAIA รัฐสภาสหรัฐเตรียมแผนสำหรับการล้มของธนาคารขนาดใหญ่ การล่มสลายของ Lehman Brothers และ Merrill Lynch ฯลฯ

รายงานตัวเลขหนี้เสียและหนี้สาธารณะของประเทศสหรัฐอเมริกาสูงถึง 14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ผลของการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแด็กซ์ ที่ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายตามมา ทำให้เงินเฟ้อโลกพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
.

เงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินของโลก

เมื่อสกุลเงินของโลกเสียหาย

ความเสียหายก็ย่อมเกิดกับโลกทั้งโลก

ภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้นกับโลกรุนแรง

เห็นได้จาก...

.

ราคาทองคำพุ่งจาก 259 มาเป็น 1,410 เหรียญต่อเอานซ์ เพิ่มขึ้น 441 เปอร์เซ็นต์ ราคาแร่และโลหะอื่นๆก็เพิ่มขึ้นในทิศทางทางเดียวกัน

ราคาน้ำมันพุ่งจาก 18 มาเป็น 144 เหรียญต่อบาร์เรล สูงขึ้น 683 เปอร์เซ็นต์

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงทั่วโลก

 
ที่ประเทศไทย ราคาสินค้าเกษตร ไม่ว่าข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว สูงขึ้นทั่วหน้า

ราคายางสูงขึ้นจาก 18 มาเป็นกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม

ราคามันสำปะหลังสูงขึ้นจาก 0.50 มาเป็นกว่า 2.50 บาทต่อกิโลกรัม

แต่ราคาปุ๋ย ราคาเคมีภัณฑ์ ราคาเวชภัณฑ์ ราคาเครื่องจักร ราคาพลังงาน ก็สูงขึ้นเช่นกัน
.

การที่ราคาของเงินของประเทศต่างๆ ตลาดหุ้นประเทศต่างๆ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกสูงขึ้น เป็นปรากฏการณ์ที่เงินเฟ้อสูง หาใช่เพราะสินค้าต่างๆเหล่านั้นขาดแคลน หรือมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะการพังทลายค่าเงินเหรียญสหรัฐ เงินเหรียญสหรัฐมีค่าเล็กลง อันเป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์นั่นเอง


การแก้ที่ปลายเหตุของปัญหาและผิดทิศทาง คือไม่แก้ที่ ต้นเหตุอะไรที่ทำให้สภาพคล่องของอเมริกาเสียหาย เช่นการออกเครื่องมือ CDOs (Collateralized debt obligations) คือธุรกรรมการกู้เงินเพื่อมาปล่อยกู้ต่อ CDS (Credit default swap) คือธุรกรรมการค้ำประกันเงินกู้ ทำให้เกิดความเสียหาย ซ้อนความเสียหายมากกว่าเดิม ประเทศสหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศยากจนใหม่ไปแล้ว
.

ตัวอย่างเรื่องคล้ายกันที่เกิดกับประเทศไทย คือ ความเสียหายจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ปลายเหตุและผิดทิศทางเช่นกัน ทำให้ประเทศไทยเสียหายอย่างเหลือเชื่อ http://t.co/hktaflT
.

เวรกรรมประเทศไทย ราคาพลังงานและอัตราการโฆษณาสินค้าเป็นต้นเหตุสำคัญของสูงขึ้นของเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐอยู่แล้ว การนำปตท.และเครือญาติของปตท.เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น มาขูดรีดราคาน้ำมันชาวบ้าน เอาอสมท.เข้าตลาดหุ้น แล้วมาเพิ่มอัตราโฆษณาสินค้า ซ้ำเติม ทำให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยสูงมากขึ้นขึ้นไปอีก
.

อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น สูงแล้วสูงเลย ยากที่จะทำให้ต่ำลงได้ เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังยิ่ง 
.

ผู้เขียนติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน และจอร์จ ดับเบิลยู บุช เห็นถึงความทุกข์เข็ญลำเค็ญที่เกิดขึ้นกับของคนอเมริกันอย่างแท้จริง รุนแรงขนาดทำให้มีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีเป็นผิวสี

คำว่า “Change” ของประธานาธิบดีบารัค เฮส โอบามา เป็นคำที่ดี เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะ Change ตรงไหนเท่านั้น มันจึงเป็นแค่คำที่ลอยอยู่ในพิภพแต่อย่างเดียว อีกหน่อยประธานาธิบดีบารัค เฮส โอบามานั่นเองจะถูก Changed
.

เงินทุนที่อยู่ตามธนาคารกลางต่างๆทั่วโลก ไม่ได้เป็นของประเทศนั้น ส่วนใหญ่เป็นเงินของ World Fund กองทุนโลกมั่งคั่งขึ้นกลุ่มเดียว เขาจะย้ายเงินทุนเข้า-ออกไปไหน อย่างไร ก็ทำได้โดยสะดวก แต่ประเทศท้องถิ่นจนลงแต่อย่างเดียว

วอร์เรน บัฟเฟตต์ มั่งคั่งจากสิ่งผิดปกติของโลกทุนนิยม แต่คนอเมริกันโดยรวมยากจนลงทั่วหน้า
.

มูลค่าการซื้อขายกระดาษในตลาดทุน(Paper trade)สูงกว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าจริงมาก(Real trade) “ปัญหาของเศรษฐกิจของโลก” ไม่ได้เกิดจากธุรกรรมการซื้อขายจริง แต่เกิดจากธุรกรรมการซื้อขายกระดาษ เกิดการสวมรอยปั่นขึ้นปั่นลงได้สะดวก ไม่ต้องมีโกดังเก็บใบหุ้น เหมือนต้องมีโกดังเก็บสินค้าแบบทั่วไปแต่อย่างใด

ความเสียหายจากธุรกรรม Paper trade ส่งผลกระทบให้ธุรกรรม Real trade เสียหาย รุนแรง

ทั้งอเมริกาและไทย และหลายประเทศทั่วโลก ต่างมีตลาดหุ้นเป็นต้นเหตุความยับเยินทางเศรษฐกิจแบบเดียวกัน
.
ทุกข์เข็ญลำเค็ญของคนอเมริกัน>> http://www.youtube.com/watch?v=aiGg8D4hFLc

................................................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท
indexthai@yahoo.com
http://twitter.com/indexthai

จากโลกาภิวัฒน์สู่ท้องไรท้องนา ทีวี 13 สยามไท ทุกวันอังคารเวลา 14.00-15.00 น.
http://www.13siamthai.com/index.php
.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซันญ่า วันที่ : 29/11/2010 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

อาจารย์คะ ตอนนี้ ผู้ค้าคนกลาง ออกหาสินค้ามันสัมปะหลังกันจ้าละหวั่น และก็ตกเขียวล่วงหน้า เอากำไรฉาบฉวย
กลัวๆ ว่า คนทำไร่มันฯ จะพากันเอาาที่นาไปปลูกมันฯ
และพอล้นตลาดก็เสียหายอีก
....................
น่าสนใจตรงที่ราคายางและมันขึ้นราคา ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เหมินท์ วันที่ : 29/11/2010 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนเสมอมา
ติดตามบทความของอาจารย์ตลอดครับ ทำให้ตอนนี้มองเศรษฐกิจแบบมหภาคได้ชัดเจนขึ้นกว่าแต่ก่อนมากครับ
สิ่งที่อาจารย์เขียนเป็นความรู้ที่ไม่สามารถหาได้ในห้องเรียนหรือหนังสือเล่มใด ๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 29/11/2010 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ตามคาดครับผม เลว...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน