*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531290
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 17 มกราคม 2554
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 3017 , 11:43:03 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ปรัตยา โหวตเรื่องนี้

.

.
ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจโลกช่วง 100 ปีที่ผ่านมานี้ เพราะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจ อันได้แก่การเกิดขึ้นของตลาดทุน ยิ่งมีการพัฒนาตลาดทุนมากขึ้นเท่าใด ยิ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบมากเท่านั้น เช่นการเปิดตลาดอนุพันธ์ เห็นได้จากเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กลายเป็นประเทศยากจนใหม่แล้ว ยุโรป จีน และภูมิภาคอื่นๆ ก็จะกลายเป็นประเทศยากจนตามมา เงินท่วมโลกแต่โลกยากจนลง

ประเทศไทยเปิดตลาดหุ้นในปี 2518 เป็นต้นเหตุให้ประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟมาแล้ว 2 ครั้ง นำพาตลาดเงินตราและตลาดเงินเสียหายหนัก ผู้สนใจศึกษาหารายละเอียดได้จากที่นี่ http://t.co/vLVe7sv http://t.co/m3Yhsfh

หมายเหตุ สี่เหลี่ยมหมายเลข (1) (2) (3) ในแต่ละแผนภมูิ แสดงไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ ของ ตลาดทุน ตลาดเงินตรา และตลาดเงิน ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

ตลาดทุน

 
สี่เหลี่ยมหมายเลข (1) การพังทลายของตลาดหุ้นระหว่างปี 2521- 2524 ตลาดหุ้นตกลง 62 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย ทำให้ภาคการผลิตจริงล้มลงจำนวนมาก ภาคการเงินก็ล้มลง ถูกควบกิจการเข้าโครงการ 4 เมษายน 2527 ต้องลดค่าเงินบาท และเข้าโครงการไอเอ็มเอฟเป็นครั้งแรก 
 
หลังจากประเทศไทยเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งแรกระหว่างปี 2524-2527 ได้มีการออกแบบการป้องกันปัญหา ที่จะไม่ให้เกิดเหตุร้ายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการขึ้นมา (FIDF ปี 2528) โดยมีปรัชญาว่า หากมีสภาพคล่องคอยช่วยเหลือสถาบันการเงินเมื่อสถาบันการเงินขาดสภาพคล่อง จะทำให้สถาบันการเงินไม่ล้มลง

งานช่วงแรกกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ คือ เข้าไปรับภาระจัดการหนี้สินที่เสียหายในโครงการ 4 เมษายน 2527 ของบริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์และเครดิตฟองซิเอร์ ที่ได้รับความเสียหาย 25 แห่ง

ทางด้านตลาดทุนมีการนำระบบ Maintenance margin และ force sell มาใช้ในในปี 2536 ซ้ำเติมให้ตลาดหุ้นไทยพังทลายรุนแรงลงอีก

ผลที่เกิดจากการพังทลายของตลาดหุ้น
1) ทำให้ค่าเงินเสียหาย
2) ทำให้ทุนสำรองลดลง
3) ทำให้สภาพคล่องของระบบลดลง และเสียหาย
4) ทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
5) ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น
6) ทำให้ภาคการเงิน และภาคการผลิตจริงล้มลง และล้มละลาย
7) ทำให้เกิดภาวะหนี้เสีย
8) ทำให้คนตกงานมาก
9) ทำให้ต้องเข้าเอ็มเอฟ
10) ทำให้ระบบยากจนลง

2) สี่เหลี่ยมหมายเลข (2) การพังทลายของตลาดหุ้น รุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากมีการตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มาแก้ปัญหาตลาดเงินตราตลาดเงิน และนำระบบ Maintenance margin และ Force sell มาใช้ในตลาดหุ้น กองทุนโลกได้โอกาสปั่น ลากตลาดหุ้นไทยขึ้นไปเชือด ทำให้ตลาดหุ้นตกรุนแรง ติดลบ 88 เปอร์เซนต์ ทำให้ต้องลอยค่าเงินบาท ต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2 เกิดความเสียหายต่อภาคการเงินและภาคการผลิตจริงรุนแรงมากกว่าเดิม

3) สี่เหลี่ยมหมายเลข (3) การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000 ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไหลออกมาท่วมประเทศต่างๆ รวมทั้งไหลมาท่วมประเทศไทย เป็นปัจจัยภายนอก รวมทั้งตลาดหุ้นไทยมีการเปิดตลาดอนุพันธ์ ทำให้เงินไหลเข้ามาเก็งกำไรมากขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นสูงขึ้น (ค่าเงินบาทสูงชึ้น ทุนสำรองสูงขึ้น สภาพคล่องสูงขึ้น)

พิจารณา "กลไก" และ "ความสัมพันธ์" ของการเกิดปัญหา ต่อไปนี้

ตลาดเงินตรา

 
แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงินตรา(ค่าเงิน) ที่มีความสัมพันธ์กับความเป็นไปของตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นตก ทำให้ค่าเงินตก ตลาดหุ้นพังทลาย ทำให้ค่าเงินพังทลาย

สี่เหลี่ยมหมายเลข (1) หลังการตกของตลาดหุ้นไทยปี 2521 ทำให้ต้องลดค่าเงินบาท

สี่เหลี่ยมหมายเลข (2) หลังการพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537 ทำให้ต้องลอยค่าเงินบาท

สี่เหลี่ยมหมายเลข (3) ทำนองเดียวกัน การพังทลายของตลาด NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2000-2002 (2543 - 2546) ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ทำให้มีการทิ้งเงินเหรียญสหรัฐ มาถือเงินสกุลอื่น และสินทรัพย์ในเงินสกุลอื่น รวมทั้งเข้ามาถือเงินบาท และสินทรัพย์เงินสกุลบาทในไทย ส่งผลให้สภาพคล่องสูงขึ้น ค่าเงินบาทสูงขึ้น (และตลาดหุ้นไทยสูงขึ้น)

ตลาดเงิน

 
แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงิน(อัตราดอกเบี้ย) ที่มีความสัมพันธ์กับความเป็นไปของตลาดหุ้น

สี่เหลี่ยมหมายเลข (2) หลังการพังทลายของตลาดหุ้นไทยปี 2537 ทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ทำให้เงินไหลออก ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น (AB-CD) จะเห็นว่าดอกเบี้ยสูง 20-25 เปอร์เซ็นต์

สี่เหลี่ยมหมายเลข (3) หลังการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ปี 2000 (2543) ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ทำให้เงินไหลออกจากอเมริกา เข้าไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งเข้ามายังประเทศไทย ประกอบกับไทยได้มีการเปิดตลาดอนุพันธ์ในตลาดหุ้น ที่อนุพันธ์ราคาสูงขึ้นก็มีกำไร อนุพันธ์ราคาตกก็มีกำไร ทำให้เงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรมากขึ้น ทำให้สภาพคล่องท่วมระบบ ทำให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ

ระหว่างปี 2537 - 2539 ตลาดหุ้นพังทลายหนัก ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหายหนัก กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ได้ปฏิบัติการอัดฉีดสภาพคล่องให้สถาบันการเงินเต็มที่ ตามปรัชญาที่ตั้งไว้ ตลาดหุ้นพังทลายค่าเงินบาทก็พังทลายด้วย ช่วงดังกล่าว ได้มีการผูกค่าเงินไว้ “ทำให้ค่าเงินบาทแข็งผิดจริง”

ประกอบกับมีการนำระบบ Maintenance margin และ Force sell มาใช้ในตลาดหุ้น คือการให้มีการกู้ยืมเงินมาซื้อขายหุ้น โดยใช้มูลค่าหุ้นค้ำประกันการกู้ยืมเงินดังกล่าว หากราคาหุ้นขึ้น มูลค่าหุ้นสูงขึ้น ก็สามารถซื้อหุ้นเพิ่มได้ ตรงกันข้ามหากราคาหุ้นตก มูลค่าตลาดหุ้นตกลง ทำให้หลักประกันตกลงด้วย ถ้าหลักประกันลดลงเกินที่กำหนด ผู้ลงทุนต้องหาหลักประกันอื่นมาเพิ่ม (Call margin) หากไม่สามารถหาหลักประกันอื่นมาเพิ่มได้ ก็จะถูกบังคับขายหุ้น (Forced sell) ส่งผลให้ตลาดหุ้นตกหนักลงไปอีก

ปลายปี 2538 นักลงทุนท่านหนึ่งพยายามที่จะมายิงตัวตายที่ตลาดหุ้น แต่ไม่ตาย ข่าวรายงานว่าเขาถูกบังคับขายหุ้น มูลค่าสูงถึง 40 ล้านบาท

เมื่อบาทแข็งผิดจริง จึงเป็นโอกาสกองทุนโลก ขายบาททำกำไรงาม พวกเขาต่างหาเงินบาททุกทาง กู้ยืมเงินบาทมาบ้าง ขายหุ้นในตลาดหุ้นไทยก็ได้บาท เอาบาทมาซื้อดอลลาร์จากธปท. จากที่ธปท.เคยมีทุนสำรอง 38,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็เหลือเพียง 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2540 ต้องเข้าไอเอ็มเอฟอีกเป็นครั้งที่ 2

การออกแบบป้องกันปัญหาที่ไม่ถูกทิศทาง ทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจสูง

ประเทศไทยพ่ายแพ้ย่อยยับ 2 ด้าน คือ
1) นอกจากไม่สามารถปกป้องสถาบันการเงินไว้ได้แล้ว ยังทำให้
2) เงินบาทพังทลายหนัก

ทำให้เกิดปัญหาเลวร้ายต่างๆตามมาหนัก เช่น การล้มลงและล้มละลายของเอกชน ของประชาชน เกิดปรส. บสท. มาบังคับซื้อสินทรัพย์ของเอกชนและประชาชนในราคาถูก เงินเฟ้อพุ่ง สินทรัพย์ตกไปเป็นของต่างชาติจำนวนมาก ตลอดเวลา

มีการปิดสถาบันการเงินในช่วงแรก 54 แห่ง ทุกวันนี้ทั้งปิดทั้งขายให้ต่างชาติมากกว่า 80 แห่ง ภาคการผลิตจริงล้มลงมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หนี้เสียท่วมประเทศ อัตราเงินเฟ้อและคนตกงานสูงเป็นประวัติการณ์ แม้จะขายสินทรัพย์จำนวนมากของสถาบันการเงินที่ก่อหนี้ไว้กับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ แต่ก็ยังมีหนี้อยู่ถึง 1.392 ล้านล้านบาท

ต้นปี 2554 ข่าวรายงานว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ มีหนี้คงค้างอยู่ 1.1 ล้านล้านบาท

สภาพคล่องของระบบเสียหายหลังการพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537 ทำสถาบันการเงินและธนาคารส่วนใหญ่ต้องเข้ารับความช่วยเหลือสภาพคล่องจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ไม่เว้นแม้แต่ธนาคารภาครัฐ เช่นธนาคารทหารไทย และธนาคารกรุงไทย ทำให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูอยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของสถาบันการเงินและธนาคารทั้งหลาย เมื่อสถาบันการเงินล้มลงกองทุนฟื้นฟู ต้องกลายมาเป็นผู้แบก ทรัพย์สิน(หุ้นด้อยค่า)ไว้เป็นจำนวนมาก คิดเป็นหนี้กองมหึมาไว้ 1.392 ล้านล้านบาท

ช่วงต่อมา ได้มีการพยายามแก้ปัญหา โดยทางกระทรวงการคลังออกพันธบัตรชดเชยแก่หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ทำให้หนี้สาธารณะที่เคยอยู่ที่ระดับ 2.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 3.5 ล้านล้านบาท และทำให้กระทรวงการคลังกลายมาเป็นเจ้าหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ และมีข้อตกลงกัน โดยกระทรวงการคลังจะรับภาระชำระดอกเบี้ย ซึ่งได้ชำระดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 6.4 แสนล้านบาท (ภาษีชาวบ้าน) ธนาคารแห่งประเทศไทยรับภาระชำระเงินต้น ซึ่งทำได้น้อย ชำระได้ 2.5 แสนล้านบาท เนื่องจากธปท.ได้รับความเสียหายจากภาวะสภาพคล่องท่วมระบบ และบาทแข็งค่า

ปี 2553-2554 หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมาเป็น 4.2 ล้านล้านบาท เป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2551 ทำให้ระบบขาดความเชื่อมั่น การนำเข้า-ส่งออกลดลง ภาคการผลิตจริงหลายส่วนปิดกิจการ คนตกงาน ทำให้งบประมาณปี 2552 ขาดดุลกว่า 4 แสนล้านบาท ต้องออกพันธบัตรชดเชยงบประมาณขาดดุลดังกล่าว ทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้น
 
ณ.วันที่นำเสนอบทความนี้ ประเทศไทยกำลังเกิดความผิดปกติในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างหนัก เงินท่วมประเทศไทยมากว่า 4 ปีแล้ว ท่วมมากกว่า 3.50 ล้านล้านบาท แม้วันที่ 19 ธันวาคม 2549 ธปท.ออกมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์เงินทุนไหลเข้า ก็ต้องยอมจำนน ต้องยกเลิกมาตรการภายในวันเดียว เนื่องจากส่งผลให้ตลาดหุ้นตกวันเดียวกว่า 100 จุด 

ธปท.พ่ายแพ้และจำนนต่อการแก้ปัญหาตลาดเงินตรา ตลาดเงิน ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา

ปรัชญาของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เบี่ยงเบนแต่แรก ที่คิดแก้แต่ปลายเหตุของปัญหา

ต้นปี 2554 มีข่าวการแก้ปัญหาหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟู โดยจะมีการขายทรัพย์สินที่ถือโดยบริษัทบริหารทรัพย์สินกรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (BAM) และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และอื่นๆ ที่มีทั้งที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคาร โรงงาน โกดัง รวมทั้งขายหุ้นธนาคารกรุงไทย

การออกแบบ การใช้หนี้กระทรวงการคลังครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ลดลง ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท กองทุนเพื่อการฟื้นฟูเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารกรุงไทย 6,184 ล้านหุ้น หรือ 55.33 เปอร์เซ็นต์ แม้จะขายหุ้นธนาคารกรุงไทยทั้งหมด ที่ราคาหุ้นละ 20 บาท ก็ใช้หนี้ได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของมูลหนี้เท่านั้น

ความเสียหายหลังการเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2 รุนแรงกว่าความเสียหายหลังการเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งแรก แบบเทียบกันไม่ได้ อุปมาอุปมัยเหมือนเอาอุจาระช้างมาเปรียบเทียบกับอุจจาระแมงหวี่

ประเทศนั้นหมดตัวไปแล้ว มันเป็นความย่อยยับของชาติ ทุกวันนี้ทางการยังไม่ทราบว่า อะไรทำให้สภาพคล่องของประเทศเสียหาย เสียหายแบบไหน อย่างไร จนต้องเข้าไอเอมเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง

ความเสียหายดังกล่าวยังคงดำรงอยู่ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา เช่น หากสภาพคล่องไม่แห้งไปจากระบบ ก็ท่วมระบบ ไม่ท่วมระบบ ก็แห้งไปจากระบบ 

แล้วก็เกิดกองทุนเพื่อการฟื้นฟูขึ้นมา แล้วกองทุนเพื่อการฟื้นฟูก็เสียหายซ้ำอีก

นี่คือ เรากำลังแก้ไขความเสียหายของการเบี่ยงเบนอันที่ 2 (ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ)

แล้วการเบี่ยงเบนอันแรกที่เกิดก่อนหน้านี้ ก่อนที่กองทุนฯเข้ามา ที่ยังคงเป็นความเสียหายแฟงอยู่

ยังไม่ได้มีการแก้ไขให้ลุล่วง

จะทำอย่างไร?

………………………………………………………………………

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

บทที่ 5 กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
http://www.tdri.or.th/reports/published/soporo/chap5.htm
 
การจำหน่ายพันธบัตรกองทุนฯ
http://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/Bond_Auction/Pages/Bond_Auction.aspx

การจำหน่ายทรัพย์สิน
http://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/Assets_Auction/Pages/Asset_Auction.aspx

…..................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
indexthai@yahoo.com
www.twitter.com/indexthai



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปรัตยา วันที่ : 17/01/2011 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

เค้าไม่กล้าหรอกครับ ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง (ฮา)




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน