*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531158
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 10665 , 16:01:40 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ni_gul , มุสิกะตะวัน และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

.

“เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงชีวิต ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสแก่ชาวไทยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา และถูกพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ” (วิกิพีเดีย)

เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง เศรษฐกิจที่สามารถอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีความพอเพียงกับตัวเอง (Self sufficiency) อยู่ได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเอง และผู้อื่น ซึ่งต้องสร้างพื้นฐาน ทางเศรษฐกิจของตนเองให้ดีเสียก่อน มีความพอกินพอใช้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถ สร้างความเจริญก้าวหน้าและฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศได้ http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/kkb5.html
 

...การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด... 

— พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 —

ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาด้านการเมืองอย่างเดียว แต่เกิดความเสื่อมทุกด้าน ไม่ว่าเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เพราะไม่คิดแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา จึงทำให้ประเทศไทยเสื่อมลง เสื่อมลง ตลอดเวลา
 


ความเสียหายหลักทางเศรษฐกิจ การเข้าไอเอ็มเอฟ คือรูปแบบของการหมดตัวของประเทศ การเข้าไอเอ็มเอฟครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แต่ประเทศไทยต้องเข้ารับความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟแล้วถึง 2 ครั้ง

ผู้ไม่รู้ มักง่ายว่า “ที่ดินของประเทศ ก็ยังอยู่ในประเทศไทย ไม่มีใครยกไปได้”

ไม่มีใครยกที่ดินของประเทศไทยไปได้ก็จริง แต่ความเป็นเจ้าของได้ถูกเปลี่ยนมือ บริษัทขนาดใหญ่ทั้งภาคการเงิน ภาคการผลิตจริง สัมปทานรัฐ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจหลายแห่งตกเป็นของกองทุนต่างชาติและต่างชาติ เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ถึงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ธนาคารกรุงเทพ เหลือเป็นของคนไทย 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารกสิกรไทย เหลือเป็นของคนไทยไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ กองทุนหลายสัญชาติเหล่านี้ จึงเป็นเจ้าของที่ดินในประเทศไทยตามสัดส่วนการถือหุ้นเช่นกัน

และนับวัน สัดส่วนการถือหุ้นและที่ดินในประเทศไทยจะตกเป็นของต่างชาติมากขึ้นทุกปี

ความเสียหายมีมากกว่าที่คนทั่วไปทราบ..

ประเทศไทยได้เสียดินแดนรอบตัวประสาทเขาพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตรให้กัมพูชาไปแล้ว แต่ที่เสียดินแดนผ่านใบหุ้นที่ตกเป็นของต่างชาติ เกิดความสูญเสียที่สูงกว่า ประมาณการต่ำสุด 10 เปอร์เซ็นต์ที่ต่างชาติถือหุ้นในประเทศไทย เทียบได้เท่ากับเสียดินแดน 51,311.5 ตารางกิโลเมตร 

สเกน สุทธิวงศ์ นักร้องรุ่นปี 60 กล่าวในเวทีพธม.ว่า ที่ดิน 1/4 ของประเทศไทย อยู่ในธนาคารต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย 1/4 ก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ หรือ 128,279 ตารางกิโลเมตร ผู้เขียนเห็นด้วย

ประเทศไทยมีพื้นที่ทั้งหมด 513,115 ตารางกิโลเมตร

ความเป็นเจ้าของได้ถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของต่างชาติง่ายดาย

สถาบันการเงินทั้งของเอกชนและของรัฐ บริษัทเอกชน โรงพยาบาลเอกชน โรงแรม ได้ตกเป็นของต่างชาติเพิ่มขึ้นตลอดเวลา กล่าวกันว่าอสังหาริมทรัพย์บนเกาะภูเก็ต บนถนนสีลม และแทบทุกจังหวัดก็เป็นของต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ที่คนไทยถือกรรมสิทธิ์แทนต่างชาติก็มี 49 เปอร์เซ็นต์ของผู้ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็ตกเป็นต่างชาติเป็นส่วนใหญ่

อ่างเก็บน้ำในพระราชดำริก็ตกเป็นของต่างชาติ  http://goo.gl/mkGTx

รัฐบาล กลุ่มคนระดับบนและกลุ่มผลประโยชน์นั่นเอง ที่วิสัยทัศน์-ปรัชญา คุณธรรม-จริยธรรมต่ำกว่ามาตราฐาน ทำให้เกิดการบริหารจัดการเกิดอภิมหาเกินความพอเพียง อีลุ่ยฉุยแฉกกับงบประมาณบ้าง คอร์รัปชั่นงบประมาณบ้าง แล้วพวกเขาก็ออกสปอตโฆษณาให้ชาวบ้านพอเพียง ให้พอเพียง ให้พอเพียงตลอดเวลา ทุกวัน ทุกคืน

ปี 2544 ให้จีนมาลงทุน เปิดศูนย์ค้าส่ง “ไชน่าซิตี้” ริมถนนบางนา-ตราด มูลค่าการลงทุน 45,000 ล้านบาท ข่าวบอกว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย 2.9 ล้านราย ทางการกำลังหาทางว่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการ 2.9 ล้านรายนี้อย่างไร เปิดมาแล้วทำให้ต่างชาติร่ำรวย แต่ทำให้ผู้ประกอบการไทยและคนไทยเดือดร้อน ต่ำต้อยลง แล้วจะทำไปทำไม 

ร่วมทุนสร้างทางรถไฟความเร็งสูงหนองคาย-กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์กับจีน ไม่มีปัญญาสร้างเอง ต้องร่วมทุนกับจีน (51:49) เป็นตัวอย่างของการที่ไม่คิดยืนบนขาตัวเอง เป็นตัวอย่าง การบริหารจัดการที่เกินความพอเพียงของ รัฐบาลไทย

ประเทศไทย มีเพียงชื่อที่บอกว่าเป็นประเทศไทย แต่ข้างในเป็นต่างชาติ

คนไทยกลายเป็นลูกจ้างต่างชาติ กลายเป็นคนชั้น 2 ของประเทศ

ธปท. กลายเป็นธนาคารกลางของประเทศที่ดูแลสถาบันการเงินต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย

เราพูดถึงจีดีพีบ่อยครั้ง เมื่อต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นมากกว่าคนไทย นั่นคือ จีดีพีของประเทศสูงมากเท่าใด ก็คือผลประโยชน์นั้น ก็ตกแก่ต่างชาติมากเท่านั้น การกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นเพื่อเกิดรายได้แก่โรงแรมที่มีเจ้าของเป็นต่างชาติ คนไทยที่เป็นลูกจ้างต่างชาติ ได้แค่ไม่ตกงาน
  

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ 'กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์' พระบิดากฎหมายไทยกล่าวไว้ “.. กฎหมายคือ คำสั่งทั้งหลายของผู้ปกครอง ว่าการแผ่นดินต่อราษฎรทั้งหลาย เมื่อไม่ทำตามแล้ว ตามธรรมดาต้องโทษ.. เราต้องระวัง อย่าคิดเอากฎหมายไปปนกับความชั่ว ฤาความยุติธรรม กฎหมายเป็นแบบคำสั่งที่เราต้องปฏิบัติตาม แต่กฎหมายนั้นบางทีอาจจะชั่วได้ ฤาไม่ยุติธรรมได้ ความคิดว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรเป็นยุติธรรม อะไรไม่ยุติธรรม มีบ่อที่เกิดขึ้นหลายแห่ง เช่นศาสนาต่างๆ แต่กฎหมายนั้นเกิดได้แห่งเดียวคือจากผู้ ปกครองแผ่นดิน ฤาที่ผู้ปกครองแผ่นดินอนุญาตเท่านั้น.. “

สิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจ ทำให้ระบบเศรษฐกิจเบี่ยงเบนและเสียหายรุนแรง ทำให้เกิดภาวะจำยอม และจำนนต่อวิกฤติที่เกิดขึ้น ทำให้ใบหุ้นส่วนใหญ่ตกเป็นของต่างชาติโดยง่าย คำว่าประเทศไทย ทรัพย์สินในประเทศไทยต้องเป็นของคนไทย จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นของต่างชาติ หากสิ่งผิดปกตินั้นยังคงอยู่ในประเทศไทย ใบหุ้นหรือผู้ถือหุ้นก็จะตกเป็นของต่างชาติเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

สิ่งผิดปกติก่อให้เกิดความเสียหาย กระทั่งผิดไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ กฎหมายก็ช่วยอะไรไม่ได้ ต้องแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินของประเทศ เมื่อก่อนนี้บอกว่า ให้ต่างชาติถือหุ้นในสถาบันการเงินไทยได้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้ต่างชาติซื้อหุ้นไปจากคนไทย และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 97-99 เปอร์เซ็นต์ เรื่องเช่นนี้จะไปโทษใคร กฎหมายช่วยอะไรได้ ผิดที่วิสัยทัศน์ปรัชญาคุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารจัดการประเทศ แต่ผู้บริหารจัดการประเทศก็โยนความผิดให้เอกชนและประชาชนไปแล้ว ว่า ไม่มีธรรมาภิบาล 
 

ตลาดหุ้นคือสิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจ การนำระบบการให้กู้ยืมเงินมาใช้ในการซื้อขายหุ้น และให้มีการบังคับขายหุ้นนักลงทุน ยิ่งทำให้เกิดความผิดปกติมากยิ่งขึ้น การบังคับขายหุ้นในตลาดหุ้น ทำให้เกิดการบังคับขายประเทศไทยในเวลาต่อมา จำยอม บังคับขายทรัพย์สินของชาติตัวเองให้กับต่างชาติ ทำให้ต่างชาติเป็นเจ้าของทรัพย์สินในชาติ มากกว่าคนในชาติ

นอกจากนี้ “เอกชน” จำนวนไม่น้อย ยังจงใจที่จะขายสมบัติของชาติให้ต่างชาติ เพื่อความมั่งคั่งแห่งตน มีการแก้กฎหมายเพิ่มการถือครองธุรกิจโทรคมนาคมแก่ต่างชาติ จากไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์เป็นไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขายสมบัติชาติให้ต่างชาติไป

การออกกฎหมายขายชาติทำได้ง่ายดาย เป็นไปตามที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ 'กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์' พระบิดากฎหมายไทยกล่าวไว้ “กฎหมายคือ คำสั่งทั้งหลายของผู้ปกครอง.. แต่กฎหมายนั้นบางทีอาจจะชั่วได้ ฤาไม่ยุติธรรมได้”

การขายชาติ ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินของชาติ มันซ้อนกันอยู่ ถึงแม้มันจะเป็นของส่วนตนของคนในชาติ แต่มันก็เป็นสมบัติของชาติด้วย อ้างกันไปเอง เรื่องโกลบอลไลเซชัน แต่ปัจจัยซ่อนเร้นคือ คิดเพื่อความสะใจ ขายสมบัติชาติเพื่อความมั่งคั่งแห่งตน ทำตนเกินความพอเพียง ปั่นราคาหุ้นขึ้นมาสูง คนไทยด้วยกันไม่มีเงินพอที่จะซื้อ มีแต่ต่างชาติเท่านั้นที่ซื้อได้ ขายแล้วก็เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง การขายทรัพย์สินของตนให้ต่างชาติ ก็เท่ากับเป็นการขายทรัพย์สินของชาติให้ต่างชาติ หรือคือการขายชาตินั่นเอง เป็นอวิชชาที่เลวร้ายต่อชาติอย่างยิ่ง เป็นรูปแบบของทุนนิยมชั่วช้าสามานย์ ข้อกล่าวว่าหาขายหุ้นโดยไม่เสียภาษีเป็นข้อหาที่เบี่ยงเบนไม่ตรงจริง ข้อกล่าวหาที่ตรงจริงคือขายชาติ http://t.co/T8Vmwgr

จากปี 2549 ถึงต้นปี 2554 สภาพคล่องท่วมระบบมากกว่า 3.7 ล้านล้านบาท มีการตั้งงบประมาณสูง และขาดดุลก็สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน งบประมาณปี 2554 สูงถึง 2.07 ล้านล้านบาท และขาดดุลงบประมาณ 4.2 แสนล้านบาท แทนที่จะทำการแก้ไขต้นเหตุของปัญหาสภาพคล่องท่วมระบบ กลับฉวยโอกาสตั้งงบประมาณมาถลุงอย่างเมามัน นำมาขึ้นเงินเดือนเป็นว่าเล่น ส่งผลทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น แล้วก็อ้างเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมาขึ้นเงินเดือนอีก จะก่อให้เกิดปัญหางบประมาณในอนาคต จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ที่บอกว่าปี 2558 งบประมาณสมดุล เป็นการมุสาล่วงหน้า ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้าก็เคยบอกเช่นนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นจริง 

ไม่เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เป็นไปตามทางสายกลาง ไม่พอประมาณ ไม่มีเหตุผล ไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดี ขาดความรอบรู้ ขาดความรอบคอบ ขาดความระมัดระวัง ไม่มีคุณธรรม ขาดความสื่อสัตย์ ไม่สุจริต ไม่อดทน ไม่มีสติปัญหาพอ และเอารัดเอาเปรียบระบบ เอารัดเอาเปรียบคนระดับล่าง

 


 

ปัญหาหลักของประเทศไทย มี 2 เรื่อง

1) สิ่งผิดปกติอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ทำให้ทรัพย์สินของระบบเสียหาย และตกไปเป็นของต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างเหลือเชื่อ นำความยากจน ทุกข์เข็ญ ลำเค็ญมาสู่คนในชาติเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ตลาดหุ้นคือสิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจ ที่นำพาประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟมาแล้ว 2 ครั้ง การแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก การแก้ปัญหาก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา หากไม่มีสิ่งผิดปกติอยู่ในระบบ ความผิดปกติก็จะหายไป หรือไม่เกิดความผิดปกติขึ้นมาอีก

2) กิเลศคนระดับบน ทำให้ระบอบการเมืองการปกครองประเทศเกิดข้อด้อยต่อการบริหารจัดการประเทศ ทำให้นักการเมืองแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาฉ้อฉล และหาประโยชน์ส่วนตน ทำความเดือดร้อนแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อเนื่อง ทำให้เกิดความแตกแยก ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ทำให้ประเทศชาติประชาชนยากจนลง

ประมาณว่าคน 10 เปอร์เซนต์ มีมูลค่าเอารัดเอาเปรียบ 90 เปอร์เซ็นต์ของระบบ ก่ออบายมุขขึ้นมาเอารัดเอาเปรียบระบบตลอดเวลา คนส่วนน้อยที่เอารัดเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ก็ได้เปรียบมากขึ้นตลอดเวลา คนส่วนใหญ่ที่เสียเปรียบก็ยิ่งเสียเปรียบมากกว่าเดิม ถูกเบียดบังและบดบังจนเกิดทุกข์เข็ญ เดือดร้อนทั้งระบบ

การแก้ปัญหาการเมืองการปกครองประเทศไม่ยาก แต่ที่ยากเพราะกิเลสและอัตตาของคนระดับบน  กิเลสของคนระดับ ที่มีนักการเมืองเป็นตัวเชื่อม คือตัวที่ก่อให้เกิดปัญหา ที่ทำลายและทำให้ประเทศไทยเสื่อมลงตลอด 79 ปีที่ผ่านมา

แต่หากลดละและตัดกิเลสนักการเมืองได้ ประเทศชาติ ประชาชนจะดีขึ้น


การร้องบอกให้คนระดับบนลดละกิเลส เป็นเรื่องที่ไม่ตระหนักถึงผลสำเร็จที่จะได้รับ เสียเวลา ความเสียหายก็จะเกิดกับประเทศต่อเนื่อง ตักน้ำรดตอยังพอจะเห็นตอเกิดกิ่งและใบขึ้นมาบ้าง การหวังให้นักการเมืองลดละกิเลส เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นจริงได้

ประเทศไทยอยู่กับเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าของการแก้ปัญญามาช้านาน เป็นบทเรียนไม่รู้ว่ากี่รอบต่อกี่รอบ พบแล้วว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะมาโดยเลือกตั้ง หรือจะมาโดยปฏิวัติ ไม่ได้แตกต่างกันแต่อย่างใด นอกจากไม่ก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรื่องแล้ว ยังซ้ำเติมให้ระบบเสื่อมหนักลงไปอีก แล้วเราก็ไม่เคยก้าวพ้นเรื่องชั่วร้ายนี้ไปได้

การจะแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่อยู่ที่หาผู้นำคนใหม่คนใหม่มาแทนคนเก่า ไม่ใช่ไม่เอาทักษิณแล้วจะเอาใคร หรือไม่ใช่ไม่เอาอภิสิทธิ์แล้วจะเอาใคร ระบบแบบเดิมจะเอาผู้ใดมาก็เหมือนเดิม แต่ต้องหาระบบที่เหมาะสมที่แตกต่างจากเดิมมาใช้ จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ระบบที่ให้การควบคุมกิเลสคนได้ โดยที่ แม้แต่คนตั้งใจมาชั่ว เข้ามาแล้ว ก็ไม่สามารถออกลีลามาฉ้อฉลชาติได้

.


เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบุญนิยมสาธารณโภคี ของพระพุทธเจ้า เป็นเรื่องประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในทุกมิติ หากนำมาประยุกต์ใช้ แทนวิสัยทัศน์-ปรัชญาประชาธิปไตยทุนนิยมแบบเดิมๆ ต้องยกเลิกเครื่องมือที่ทำให้กองทุนนิยมสามานย์เข้ามาทำมาหากินเอารัดเอาเปรียบระบบ ประเทศไทยจะดีขึ้น 

สาธารณโภคี คือ 1 ในสาราณียธรรม 6 ประการ ซึ่งเป็นธรรมที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน เป็นธรรมที่เป็นพลังในการสร้างความสามัคคี ได้แก่ เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม สาธารณโภคี (การรู้จักแบ่งสิ่งของให้กันและกันตามโอกาสอันควร เพื่อแสดงความรักความหวังดีของผู้ที่อยู่ในสังคมเดียวกัน) สีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา

 

“ชาวอโศกทุกวันนี้ สมบัติทุกอย่างเป็นของกลาง ทุกคนช่วยกันทำแบ่งปันกินใช้ ไม่มีอดอยากปากแห้ง ไม่มีใครผลาญเพราะหมู่บ้าน ปลอดอบายมุขทุกชนิด ทุกคนถูกล้างสมองให้ขยันกล้าให้ ไม่กล้าเอามาก เพราะไม่หนาพอ เหมือนคนใหญ่คนโตในวงการไหนๆ ใครจะเข้าใหม่เข้าเก่ารายได้เท่าเทียมกัน เพราะกระจาย รายได้ ไม่มีใครเหมือน ต่างมีสิทธิ์กินใช้ เหมือนได้อยู่ในครอบครัวใหญ่ทั้งชุมชน คล้ายอย่างชาวจีน กินอยู่แบบกงสี ในครอบครัวตระกูลยุคก่อน แต่ระบบกงสีอยู่ไม่นาน พอพ่อแม่แบ่งสมบัติ หลักประกัน กงสี เลยไม่มีเหลืออีกต่อไป สาธารณโภคี เป็นวิถีอาริยชนช่วยแก้จนทันตาเห็น เพราะสานฝันให้เป็นจริงได้ทุกคนเลย ขอเพียงใจถึง ซึ้งปัญญา ศรัทธาพอ” ที่มา: เราคิดอะไร ฉบับที่ ๑๘๒ กันยายน ๒๕๔๘

“ระบบบุญนิยม คนถูกสร้างขึ้นให้เป็นคนรู้จักสันโดษ พอ มักน้อย ไม่ได้หมายความว่าทำงานน้อยๆ ได้เท่าไรเอาเท่านั้น แต่หมายความว่าขยันหมั่นเพียรมากๆ บริโภคน้อยๆ ส่วนอื่นสะพัดไปสู่ที่ๆ ควรสะพัด ที่ควรเกื้อกูลเผื่อแผ่” สมณะโพธิรักษ์

ปัจเจกเศรษฐกิจพอเพียง กับ ปัจเจกสาธารณโภคี ในระบบที่ไม่มีความผิดปกติ จะช่วยให้สังคมดีและมั่นคงขึ้น และตนเองก็อยู่ได้ดี แต่ในระบบที่มีความเสื่อมมากและมีสิงผิดปกติในระบบรุนแรง จะได้รับผลกระทบจากสิ่งผิดปกติของระบบ และล้มไปกับระบบด้วย

ชุมชนบุญนิยมสาธารณโภคี คือการรวม ปัจเจกเศรษฐกิจพอเพียง กับ ปัจเจกสาธารณโภคี เข้ามาเป็นชุมชนหมู่กลุ่มด้วยกัน แต่ละปัจเจกชนจะมีความชำนาญแต่ละด้าน ทำให้เกิดการเสริมข้อด้อยของชุมชน เพิ่มความสมบูรณ์ให้ชุมชน ทำให้เกิดพลังทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่สูง ระบบจะเกิดความแข็งแกร่งมั่นคง แม้ระบบใหญ่จะเสื่อม และมีสิ่งผิดปกติในระบบ ก็สามารถยืนต้านได้โดยไม่หวั่นไหว อุปมาอุปมัยเหมือนไม้กิ่งเดียว สามารถถูกหักได้ง่าย แต่หากนำไม้หลายๆกิ่งมามัดรวมกัน มัดไม้นั้นก็แข็งแกร่งมั่นคง ไม่สามารถหักให้แตกสลายได้ ดังเช่นการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจหลังปี 2537 จนต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟในปี 2540 ที่สามารถยืนแกร่งบนขาตนเองได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

 

บุญนิยมสาธารณโภคี เป็นระบอบของพระพุทธเจ้า ซึ่งเคยมีอยู่แต่ในวัด แต่เมื่อนำมาผสมผสานใช้กับชุมชน ทั้งวัดและชุมชนอยู่ด้วยกัน อยู่เป็นวัดวาอาราม ทำให้เกิดเป็นพลังที่แข็งแกร่ง สูงทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ครอบคลุมครบทั้ง 3 ด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และการเมือง มีความสมบูรณ์ในสาระ ไม่ว่าเกิดเป็นชุมชนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ถึงระดับประเทศ

ทางเศรษฐกิจ
แรงงาน เป็นต้นทุนที่สำคัญ เป็นการนำแรงมารวมกัน ทำให้แรงงานมีขนาดใหญ่ขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น แรงงานของคนคนเดียวจะมีพลังไม่มาก แต่เมื่อมีแรงงานจำนวนมากมารวมกัน จะทำให้มีพลังมากขึ้น สามารถทำงานได้ตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ แรงงานนี้ก็มอบให้ส่วนกลาง เป็นการทำงานโดยไม่คิดค่าแรงหรือไม่มีค่าจ้าง ทำให้ต้นทุนการผลิตของระบบต่ำ

ผลิตผลและผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ที่ได้ก็มอบไว้ให้เป็นส่วนกลาง ร่วมกับบริโภคและอุปโภค และให้ส่วนกลาง จำหน่าย จ่ายแจก นำไปช่วยเหลือผู้อื่น เป็นรูปแบบของบุญนิยมสาธารณโภคีนั่นเอง    

ทำให้การจัดจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์ สามารถขายได้ต่ำกว่าราคาท้องตลาดได้ ทั้งนี้เพราะไม่ได้เพิ่มค่าแรงไว้ในราคาจำหน่าย การได้กำไรคือการได้บาป การได้ขาดทุนคือการได้บุญ อย่างที่สมเด็จพ่อหลวงตรัส Our loss is our gain 

เงินทุนและการเงิน ด้วยวิธีการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจบุญนิยมสาธารณโภคี แบบเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ต้องกู้เงินมาใช้ ใช้แต่เงินสด มีการยืมหรือให้ยืมกันระหว่างชุมชนด้วยกัน หรือกับคนในชุมชน โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย ศัพท์ด้านการเงินของระบบบุญนิยมต่างจากระบบทุนนิยม เงินกู้เรียกว่าเงินเกื้อ(ไม่คิดดอกเบี้ย) ดอกเบี้ยเรียกว่าดอกบุญ (ไม่รับดอกเบี้ย) ทำให้ต้นทุนทางการเงินต่ำ หรือต้นทุนทางการเงินเท่ากับศูนย์ ในระบบบุญนิยมสาธารณโภคี เป็นอยู่อย่างพอเพียง ไม่คิดทำอะไรเกินตัว จึงไม่จำเป็นต้องมีธุรกรรมทางด้านการเงินมาก ไม่จำเป็นต้องมีธนาคารหรือสถาบันการเงินไว้ให้กู้เงินมาประกอบกิจการหรือขยายกิจการ ที่เป็นตัวทำให้เศรษฐกิจเกินความพอเพียง

ในโลกทุนนิยม นอกจากจะมีธนาคารแล้ว ยังมีตลาดทุนสำหรับระดมทุนมาสร้างกิจการอีก ยิ่งทำให้เกินความพอเพียงมากขึ้นไปอีก เมื่อเวลาล่มสลาย ก็ทำให้เกิดการล่มสลายถึงทุนเก่าที่มีอยู่เดิมด้วย ทำให้ทรัพย์สินตกไปเป็นของต่างชาติโดยง่าย
 

การอาชีพบุญนิยม เป็นเกษตรกรรมบุญนิยม เน้นด้านกสิกรรม ไม่มีสัตว์บาล ทางอุตสาหกรรมบุญนิยมก็มีเช่นโรงงานปุ๋ยบุญชีวภาพบุญนิยม โรงงานเวชภัณฑ์บุญนิยม ซึ่งเป็นผู้ผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรบุญนิยมใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต่อไปน่าจะขยายเป็นโรงงานทอผ้าบุญนิยม โรงงานสร้างที่อยู่อาศัยบุญนิยม (ตามหลักปัจจัย 4)

จุดเด่นทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมบุญนิยมคือ ต้นทุนแรงงาน และต้นทุนทางเงินต่ำ

หากระบบหลักประเทศไทยจะประยุกต์วิธีการทางบุญนิยมสาธารณโภคีมาใช้กับการผลิต การพาณิชย์ การนำเข้า การส่งออก จะทำให้ประเทศไทยจะกลายเป็นผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกที่แข็งแกร่งอันดับ 1 ของโลก ประเทศใดก็สู้ไม่ได้ จะทำให้ระบบการเมืองและสังคมของประเทศไทยดีด้วย

 


ความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของชุมชนบุญนิยม ตามวิถีแห่งมรรค

ทำให้ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังซ่อนเร้น เปิดเผย โปร่งใส

ไม่เกิดการกินแหนงแคลงใจกันของคนในระบบ

การพาณิชย์บุญนิยม มีหลักเกณฑ์พัฒนา 4 ระดับ คือ 1) ขายให้ต่ำกว่าราคาท้องตลาดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงแต่พอเป็นเครื่องอาศัยตามความจำเป็นของชีวิต ซึ่งมีระดับความสันโดษไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ซึ่งยังไม่ถือว่าเป็นบุญนิยมทีเดียว 2) ขายเท่าทุน ยังไม่มีบุญแต่ก็ไม่มีบาป ให้พออาศัยต่อทุนทำงานต่อไป ถือว่า เป็นการเริ่มต้นบุญนิยมขั้นแรก 3) ขายต่ำกว่าทุนที่ลงไปโดยอาจไม่รวมค่าแรง ค่าโสหุ้ยต่างๆ ค่าวัตถุดิบ ซึ่งผลิตเองหรือเก็บจากธรรมชาติ ขายต่ำลงได้มากเท่าไรก็เป็นบุญมากเท่านั้น 4) แจกฟรี เป็นการสงเคราะห์เกื้อกูลกันไป เกิดบุญสูงสุด  

ค่าเงินบาทบุญนิยม คนชุมชนบุญนิยมสาธารณะโภคี อยู่ด้วยด้วยสติ บริโภคและอุปโภคอย่างประหยัดมัธยัสถ์ เป็นอยู่อย่างพอเพียงเรียบง่าย 80 เปอร์เซ็นต์คนของชุมชนไม่รับเงินเดือน โดยเฉพาะคนระดับผู้รับใช้ มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ที่รับเงินเดือน แต่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน เฉลี่ยทั้งระบบเท่ากับรับเงินเดือน 500 บาทต่อเดือนต่อคน เทียบกับระบบทุนนิยมรับเงินเดือน 20,000 บาทต่อเดือน เงินบาทด้วยกัน ค่าเงินบาทของชุมชนบุญนิยมสาธารณโภคีจะแข็งกว่าระบบทุนนิยม 40 เท่า สมมุติว่าเงินจำนวนเดียวกัน คนในระบบทุนนิยมใช้หมดในวันเดียว แต่คนในระบบบุญนิยมสาธารณโภคีจะใช้เงินจำนวนเดียวกันหมดใน 40 วัน ระบบจึงแข็งแกร่งมั่นคงมาก

อยู่ได้ยาวนาน อยู่ยาวให้เป็น ไม่เดือดร้อนอะไร อยู่เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มาก อยู่กับความถูกต้อง 40 เท่าของความเป็นอยู่ของคนทั่วไป แบบเดียวกับค่าเงินบาท เพื่อความถูกต้อง อยู่ 193 X 40 = 7,720 วัน หรืออยู่ตลอดชีวิตได้

ความเป็นอยู่แต่ละวัน กิน ใช้ อาศัย และใช้ยารักษาโรคกับส่วนกลาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คนชุมชนฝึกฝนและอยู่ด้วยการบริโภคและอุปโภคอย่างประหยัดมัธยัสถ์ จำกัดอยู่ด้วยปัจจัย4 ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่สุรุ่ยสุร่าย ประหยัดทั้งกายวาจาและใจ อาหาร เป็นมังสวิรัติ สะอาดปลอดภัยไร้สารพิษ ให้ความสงบทางใจว่า ไม่ได้เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่นมาเป็นอาหาร รับประทานอาหารกันวันละ 1-2 มื้อ ที่อยู่อาศัย อยู่ร่วมกันเป็นที่พักอาศัยของส่วนกลาง น้ำไฟก็ใช้กันแบบประหยัด เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม น้อยสี น้อยแบบ น้อยสไตล์ เบิกจากส่วนกลาง ง่ายแก่การสวมใส่เสื้อผ้า ไม่ต้องมาคิดแต่ละวันว่า จะใส่เสื้อผ้าชุดไหน สีไหน รองเท้าแบบไหน ผมทรงอะไร ทาปาก ทาเล็บสีอะไร เดินเท้าเปล่า ไม่ปะพรมน้ำหอม สะอาด ไม่เลอะเทอะ ไม่เปรอะเปื้อน การรักษาและยารักษาโรค เบิกจากส่วนกลาง ยานพาหนะ ไปไหนเป็นหมู่กลุ่ม รถยนต์บรรทุกมวลชนของชุมชน มากกว่าจะไปเป็นการส่วนตัว

ทางสังคม

"ทุนนิยม" คือระบบคิดเอาประโยชน์เป็นของส่วนตน คิดแต่จะเอา หรือกล้าที่จะเอา เอารัดเอาเปรียบทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำให้เกิดการต่อสู้แย่งชิงกันทุกระดับชั้น สร้างเครื่องมือมาต่อสู้แย่งชิงผลประโยชน์กัน ทั้งการโฆษณาชวนเชื่อ ทั้งกลยุทธการตลาด ก่อให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวาย โจร จี้ ตี ชิง วิ่งราว ขโมย ปล้น คอร์รัปชัน เดินขบวน จลาจล ลักพาตัว ทำให้มีต้นทุนการรักษาความปลอดภัยและความยุติธรรมสูง ต้องใช้งบประมาณสูงจ้างตำรวจ อัยการและศาล เครื่องมือที่สร้างขึ้นมาเอารัดเอาเปรียบกันนั้น สุดท้ายก็กลับมาทำลายตัวเองด้วย ดังเช่นตลาดทุน ที่ทำลายตัวเองมาโดยตลอด

"บุญนิยม" คือระบบที่คิดให้ประโยชน์ผู้อื่น อยู่ด้วยสติสัมมามรรค รักษาศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ตามกำลังศรัทธาแห่งตน ไม่คิดที่จะเอาอะไรมาเป็นของตน กล้าที่จะให้ ไม่มีเหล้า ไม่มีบุหรี่ ไม่มีการพนัน ไม่มีหวยบนดิน ใต้ดิน ไม่ซื้อสลากกินแบ่ง ไม่เที่ยวเตร่ ไม่มีบันเทิงเริงรมย์ ไม่มีอบายมุขทั้งปวง ไม่กลัวลำบากและทุกข์ยาก ขยันหมั่นเพียรในการทำงาน ทำได้มาก เหลือมาก จะได้แจกจ่ายคนอื่นได้มาก ความสงบสุขที่เป็นอยู่ ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนด้านการรักษาความปลอดภัยและความยุติธรรม หากจะจ้างตำรวจ ก็จ้างไว้ไล่วัวและควายที่เข้ามาเหยียบย่ำไร่นาหรือสวนผักของชาวบ้านมากกว่า อัยการและศาลไม่ต้องมี

.

 

การศึกษา การเรียนของระบบบุญนิยมถือเอา ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา เอาศีล เอาการเป็นงานนำหน้าวิชา เรียนรู้การลดละกิเลส เรียนเพื่อรับใช้ระบบ เรียนเพื่อเสียสละให้ระบบ นักเรียนในระบบบุญนิยมจึงน่ารัก มีคุณภาพสูง โรงเรียนสัมมาสิกขาเป็นโรงเรียนตัวอย่างการศึกษาวิถีพุทธของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งคุรุ(ครู) ผู้สอนไม่รับเงินเดือน และนักเรียนไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน

ชุมชนบุญนิยมสาธารณะโภคีมีโครงการจะเปิดการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา อาจารย์สอนฟรี นักเรียนเรียนฟรี ที่อยู่ ที่กิน เสื้อผ้า ตำราฟรี

ในระบบทุนนิยม เรียนมาเพื่อสร้างภาพ เรียนมาเพื่อเอารัดเอาเปรียบระบบ ยิ่งทุกวันนี้การศึกษาหาเงินกันหนัก ทำให้การศึกษาไม่มีคุณภาพ พูดกันมาก“จ่ายครบ จบแน่” พระพุทธทาสเทศน์ว่าการศึกษาในระบบทุนนิยมเป็นการศึกษาแบบหมาหางด้วน

สถาบันขยะวิทยา คือวิชากำจัดขยะมูลฝอย สิ่งโสโครก ทำให้ระบบสะอาด ขยะและสิ่งสกปรกจากสึนามิและจากที่น้ำท่วมจังหวัดทางภาคใต้ สมณะและญาติธรรมลงไปไม่กี่วัน ก็เรียบร้อย คนในทุนนิยมเห็นเป็นงานต่ำต้อย สู้เป็นดาราละคร ดาราทีวี ดารากีฬาต่างๆไม่ได้ เงินดีด้วย การทำงานขยะคืองานบุญ หากไม่มีคนเก็บขยะแล้วคนในระบบจะมีความสุขได้อย่างไร นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึง ทุนนิยมคิดที่จะเอาความสุขส่วนตน ส่วนบุญนิยมคิดที่จะให้ความสุขผู้อื่น

อบายมุข คือสิ่งที่ไม่เพิ่มผลผลิตให้ระบบ มอมเมาระบบ ทำให้ระบบขาดสติ และเอารัดเอาเปรียบระบบ ทุกวันนี้ สิ่งบันเทิงเริงรมย์ ไม่ว่า การแสดง ละครภาพยนตร์ ร้องรำเพลง ประกวดร้องเพลง ประกวดนางงาม เกมส์โชว์ กีฬาอาชีพ ถูกหนุนส่งให้เด่นเหนือกว่าอาชีพทางพื้นฐานปัจจัย 4 เป็นอาชีพที่พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นอบายมุข ได้เงินดีกว่าอาชีพทางพื้นฐาน ค่าเฉลี่ยนักแสดงทุนนิยม 20 ล้านบาทต่อปี ขณะญาติธรรมบุญนิยมคนหนึ่งรายได้ 6,000 บาท หรือ 0.006 ล้านบาทต่อปี กีฬาอาชีพทุกวันนี้ถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม ทำให้คนในระบบทุนนิยมอดหลับนอนถึงตี 2-4 เพื่อชมกีฬา

ทางการเมืองการปกครอง เป็นรูปแบบการเมืองการปกครองบุญนิยม คือระดับบนไม่คิดจะเอาสิ่งใดมาเป็นของตน คิดแต่ให้และคิดแต่เสียสละ ไม่ต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ ไม่มีชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก ไม่ต้องการเป็นดารานักกีฬา ไม่เป็นดาราละครและดาราภาพยนตร์ ไม่ประกวดประชันความงาม ไม่ประกวดประชันร้องเพลงเก่ง ไม่เป็นกระแส ไม่เอาทรัพย์สินเงินทองมาเป็นของส่วนตน ทั้งแรงกาย แรงใจ แรงสมอง และความตั้งใจ ก็ให้ไว้เป็นของส่วนกลาง ให้เป็นสาธารณะโภคี เงินเดือนผู้รับใช้เท่ากับ 0 (ศูนย์) บาท ดูๆแล้วอาจจะมองว่าเป็นการแย่งกันเสียสละ แต่ไม่ใช่ เป็นวิถีปฏิบัติตามสัมมามรรคที่ควรจะเป็น ไม่ได้เกิดความรู้สึกในทางด้อย แต่เป็นความสงบมั่นคงในศักดิ์ศรีทางชีวิตและจิตใจ

ชุมชนบุญนิยม เรียกคนระดับบน ระดับผู้บริหารว่า “ผู้รับใช้” คือผู้ที่เสียสละ คอยรับใช้ชุมชนและคนในชุมชน ไม่ได้ขึ้นมาเป็นเจ้านายคนในชุมชน ไม่ได้ขึ้นมาเอารัดเอาเปรียบคนในชุมชน

ระบบทุนนิยม ผู้บริหารบริษัทเอกชนเงินเดือนเกิน 1 ล้านบาทหรือเฉียด 1 ล้านบาท ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ เฉพาะเบี้ยประชุมและโบนัสเดือนละ 5 หมื่นบาทถึง 3 แสนบาท แล้วแต่ขนาดของรัฐวิสาหกิจ

ผู้รับใช้ในระบบบุญนิยมเงินเดือน 0 บาท (ศูนย์)

ส่วนต้นทุนการผลิตและต้นทุนความเป็นอยู่ ของระบบทุนนิยมสูงมาก

ต้นทุนการผลิตและต้นทุนความเป็นอยู่ ของระบบทุนนิยมสาธารณะโภคีต่ำมาก 

เงินเฟ้อบุญนิยม ความเป็นอยู่ตามสัมมามรรค ด้วยความประหยัดมัธยัสต์ ไม่มีอบายมุข ต้นทุนการผลิตและต้นทุนความเป็นอยู่ของระบบทุนนิยมต่ำมาก เงินเฟ้อในระบบบุญนิยมจึงต่ำกว่าระบบทุนนิยมมาก ร้านอาหารมังสวิรัติแบบบริการตนเอง ขายข้าวเปล่าราคาต่ำ มีคนมาซื้อไปให้สุนัขกิน เลยจำเป็นต้องขึ้นราคาขึ้นมาบ้าง

ระบบยุติธรรม ทุนนิยมเต็มไปด้วยอบายมุข ต้องใช้งบประมาณกับเรื่องความเป็นธรรมสูงมาก แล้วความเป็นธรรมจากตำรวจ อัยการ ศาล ไม่เกิดความเป็นธรรมได้ เบี่ยงเบนตามผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง บุญนิยมไม่มีอบายมุขทุกรูปแบบ ทำให้ประหยัดงบประมาณด้านความเป็นธรรม ไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณในด้านงานยุติธรรม หากจะมีก็จ้างตำรวจก็จ้างไว้ไล่วัวไล่ควายที่จะมาเหยียบย่ำ หรือเข้ามากินพืชผักผลไม้ชาวบ้านแค่นั้น


ฟัง นายมาร์ติน วีลเล่อร์ คนอังกฤษพูด ทราบว่าประเทศอังกฤษไม่ใช่ประเทศที่น่าอยู่ ทำงานหนักมาก 60 เปอร์เซ็นต์คนอังกฤษไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง คนส่วนน้อยเป็นเจ้าของทรัพยากร ยุโรปล่มสลายลงตลอดเวลา http://t.co/7xpmEKU

ประเทศไทยนอกจากจะไปลอกเลียนตลาดหุ้นมาจากทางตะวันตกแล้ว ตอนนี้ไปลอกเลียนฟุตบอลลพรีเมียร์ลีก หรือบอลล์อาชีพมาอีก ทั้งตลาดหุ้นและบอลล์อาชีพ นอกจากจะเป็นอบายมุขที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิตแล้ว ยังก่อให้เกิดการทำลายระบบด้วย ประเทศไทยกำลังเป็นแบบอังกฤษมากขึ้น ตลอดเวลา

สิ่งที่ไม่เป็นสาระเปรียบได้เท่ากับใบไม้ในป่า ส่วนที่เป็นสาระเทียบได้กับใบไม้ในกำมือเท่านั้น ศาสดาของศาสนาต่างๆไม่ได้มีมากองค์ มีองค์เดียว

2554 ปีมานี้โลกก็มีพระพุทธเจ้าองค์เดียว

สังคมคอมมูนิสต์ เลียนแบบวิถีพุทธที่ขาดความเข้าใจ หรือเกิดขึ้นโดยการบังคับ ขี้เกียจ สับสน ปัจเจกยังมีความคิดที่จะมีสมบัติเป็นของตนเอง ไม่กระตือรือร้นที่จะทำงาน ความขี้เกียจคืออบายมุขอย่างหนึ่ง ส่งผลให้ระบบอบคอมมิวนิสต์ยากจนลง และล่มสลายลงทั้งโลก

ระบบประชาธิปไตยทุนนิยม กอบโกยผลประโยชน์ไปจากระบบ ทำให้ทรัพยากรของระบบเสียหายร่อยหรอ ทำให้เกิดการขายชาติ ทำให้ตนเองมั่งคั่ง แต่ระบบจนลง ไม่มีความมั่นคง ก่อให้เกิดกลียุค ดังเช่นกลียุคที่เกิดขึ้นกับโลกทุกวันนี้ ระส่ำระสาย จลาจล วุ่นวายทั้ง 3 ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง

ระบบอบประชาธิปไตยบุญนิยมสาธารณโภคี เป็นผู้ให้ระบบ ไม่กอบโกยทรัพยากรของระบบไปเป็นของส่วนตน ไม่ทำให้ทรัพยากรของระบบเสียหาย มีแต่เพิ่มขึ้น ไม่ทำให้เกิดการขายชาติ บุญนิยมตนเองมั่งคั่ง ไม่เดือดร้อนแต่มีความสุข ระบบจะมั่งคั่ง มั่นคง แข็งแกร่ง ทั้ง 3 ด้าน ไม่ว่าเศรษฐกิจสังคม การเมือง

ชุมชนอโศกไม่ได้ยากจน แต่เป็นชุมชนยากจนมหัศจรรย์ เป็นชุมชนที่ตั้งใจมาจน ไม่เอาทรัพยากรของระบบมาเป็นของตนเอง ทำให้ทรัพยากรของระบบเพิ่มขึ้นตลอดเวลา จึงเป็นชุมชนที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก

คนที่ตัดกิเลสไม่ได้ส่วนใหญ่ กลัวความเป็นอยู่แบบชุมชนอโศก กลัวว่าเมื่อเป็นแบบชุมชนอโศกแล้วจะทำให้ไม่มีทรัพย์สินเป็นของตนเอง จึงเกิดการต่อต้านหลายรูปแบบ ไม่ว่าโดยเอกชน หรือทางการรัฐ นั่นคือกิเลสอัตตาที่คิดถึงแต่ตัวเอง กลัวตัวเองจะไม่ร่ำรวย โดยแม้การร่ำรวยเป็นการไปเอารัดเอาเปรียบระบบ

การสื่อสารทำความเข้าใจ กระแสข่าวทุนนิยมส่วนใหญ่มักง่าย เปรียบได้กับใบไม้ในป่าที่มากกว่าใบไม้ในกำมือ เปรียบได้กับขนโคที่มากกว่าเขาโค นั่นคือมีอวิชชามีมากกว่าปัญญา กระแสคือสิ่งที่ทำให้ได้เงินและทองมาก สื่อบุญนิยมมีทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และทีวี (FMTV) ไม่ตามกระแส ไม่มีโฆษณาสินค้า ไม่มีข่าวดารากีฬา ไม่มีข่าวดาราละครทีวี ไม่มีเกมส์โชว์ ไม่มีละครน้ำเน่า  

กระแสความสนใจของระบบ ปลาตายปลาอ่อนแอจะล่องลอยตามกระแสน้ำ มีจำนวนมาก ปลาเป็นจะลอยทวนกระแสน้ำมีเป็นส่วนน้อย กระแสของระบบยุคดิจิตอล อบายมุข จะเกี่ยวกับความสนุกสนาน สบาย รื่นรมย์ มักง่าย การทำมาหากินกับกระแสจึงก่อให้เกิดความมั่งคั่งร่ำรวย กระแสของอบายมุขจึงมาอันดับหนึ่ง เว็บโป๊หากไม่มีการควบคุม จะเป็นเว็บที่มีผู้คลิกเข้าไปชมมากที่สุด อบายมุขก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบระบบ  

ประมาณว่า.. เวลาเดียวกัน เปรียบเทียบกัน

1) ข่าวดาราละคร ข่าวดารากีฬา มีผู้เข้าชม 200,000 คลิก เป็นอาชีพอบายมุข ไม่ใช่อาชีพที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสี่ มีผู้คนให้ความสนใจสูงมาก

2) ข่าวการเมือง มีผู้เข้าชม 20,000 คลิก เป็นอาชีพที่ไม่เกี่ยวของกับปัจจัยสี่ เอารัดเอาเปรียบระบบ ทำให้ระบบเสียหาย วุ่นวาย ผู้คนให้ความสนใจรองลงมา

3) ข่าวเศรษฐกิจ มีผู้เข้าชม 1,000 คลิก ผู้คนให้ความสนใจน้อย

ข่าวดีขายไม่ได้ ข่าวร้ายขายได้เงินดี เรื่องร้ายจึงได้รับการกระตุ้นให้เกิดขึ้น หรือให้ร้ายเพิ่มขึ้น ทำให้ได้เงินมากขึ้น

สาระทางบวกถูกเบียดบังตกขอบ การประกวดนางงาม ประกวดเรียลลิตี้โชว์ ประกวดรางวัลออสการ์ ละคร เกมส์โชว์ กีฬาอาชีพ เป็นมิจฉาอาชีวะ หรืออาชีพที่เอารัดเอาเปรียบ หรืออาชีพที่ซ่อนเร้นปล้นทรัพยากรไปจากระบบ ถูกโฆษณา ถูกนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ตลอดเวลา ติดหูตรึงตามวลชน ทำให้ได้รับความสนใจจากมวลชนจำนวนมาก คือต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม เอารัดเอาเปรียบสังคม ทำเกิดปัญหาสังคม  และหมักหมมมากขึ้นตลอดเวลา

คนชุมชนอโศก คือกลุ่มชุมชนที่มีส่วนแบ่งในระบบน้อยมาก ทั้งประเทศไทยมีประมาณหมื่นคน คิดเป็นส่วนแบ่ง 1.54 เปอร์เซ็นต์ของระบบ โดยที่คนไทยทั้งประเทศมี 65 ล้านคน เป็นชุมชนที่มีคุณภาพ และมีคุณค่า

ข่าวสัมมาอาชีวะทั่วไป ไม่ถูกนำเสนอ จึงไม่เป็นกระแส ทำให้ไม่เกิดความนิยมของคนทั่วไป เป็นคนกลุ่มน้อยของกระบบ แต่เป็นกลุ่มที่มีคุณภาพ และมีคุณค่าต่อระบบ สามารถเอาเป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการองค์กรได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ชุมชนขนาดเล็ก ขนาดปานกลาง ไปจนถึงการบริหารจัดการระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก

 

อดีตประเทศที่เคยประกอบกันเป็นประเทศสาธารณรัฐโซเวียตรุสเซียที่ล่มสลายช่วงที่ผ่านมา กลับโชคร้ายมากขึ้น โดยได้เปลี่ยนจากระบบคอมมูนิสต์ มาเป็นระบบทุนนิยมสามานย์ หรือเป็นทุนนิยมที่มีตลาดหุ้นเป็นองค์ประกอบ โดยเชื่อว่าจะทำให้ประเทศตนเองมั่งคั่งขึ้น เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งทำให้ประเทศเกิดความยากจนซ้ำเติมหนักลงไปอีก

ปี 2008-2009 มีประเทศต่างๆที่ต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟประมาณ 20 ประเทศ

ความสับสนวุ่นวาย และกลียุคที่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่ผ่านมา เกิดจากความยากจนข้นแค้น กลียุคที่เกิดที่ ตูนีเซีย อียิปต์ และลิเบีย ก็เกิดจากความยากจน และแม้จะเปลี่ยนตัวผู้นำได้ ก็จะไม่ช่วยให้ประเทศดีขึ้นได้ เพราะยังจะอยู่เป็นทุนนิยมที่เอารัดเอาเปรียบอยู่เหมือนเดิม ความทุกข์เข็ญลำเค็ญก็จะยังมีอยู่เช่นเดิม 

ระบบเศรษฐกิจบุญนิยมสาธารณะโภคี แก้ปัญหาความยากจนได้ทุกที่ ทุกประเทศ ทั่วโลก หรือโลกทั้งโลก  และช่วยทางด้านสังคมและการเมืองกลับมาสู่ความเป็นปกติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนได้

ประเทศไทย กำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจรุนแรง เงินท่วมประเทศมา 4 ปีแล้ว  ตอนนี้ท่วมประมาณ 4 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ ช่วงกว้างดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ (Spread) สูงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ คนฝากเงินได้รับดอกเบี้ยต่ำมาก คนกู้เงินต้องกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก

รัฐบาลก็ใช้วิธีการระบายสภาพคล่องล้นระบบแบบที่ไม่ถูกต้อง เช่นตั้งงบประมาณสูง ถลุงอย่างเมามัน ใช้งบประมาณทำโครงการเมกะโปรเจ็คท์สูง หว่านไปกับประชานิยมหลายรูปแบบ นำมาขึ้นค่าใช้จ่ายประจำในหน่วยงานรัฐสูง เอามาขึ้นเงินเดือนข้าราชการหลายรอบ รวมทั้งขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง ขึ้นมาแล้วเงินเฟ้อสูงขึ้น ก็กลับมาขึ้นเงินเดือนไล่หลังเงินเฟ้ออีก เงินเฟ้อก็สูงขึ้นไปอีก ก็ขึ้นเงินเดือนตามขึ้นไปอีก จะก่อปัญหาให้งบประมาณแผ่นดินในอนาคตอย่างรุนแรง ค่าเงินบาทจะเสียหาย เงินเฟ้อสูง และหนี้สาธารณะพุ่งสูง

ทางออกการแก้ปัญหาของระบบของทุกประเทศที่กล่าวข้างต้น และที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น รวมทั้งการแก้ปัญหาของประเทศไทยมีเหลืออยู่ 2 ทาง คือ

1) หยุดยั้งสิ่งผิดปกติที่อยู่ในระบบ ตลาดหุ้นคือสิ่งผิดปกติของระบบ

2) นำระบบเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบุญนิยมสาธารณโภคีมาปรับใช้กับโครงสร้าง เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ

“ผู้รับใช้” ในระบบบุญนิยม เทียบได้เท่ากับ “คณะรัฐมนตรีและนักการเมือง” ในระบบทุนนิยม

จุดเด่นของบุญนิยมสาธารณโภคีคือระดับ"ผู้รับใช้"ทำงานฟรี ไม่เอาค่าตอบแทน

วิสัยทัศน์-ปรัชญาทางด้าน “ผู้รับใช้” ของชุมชนบุญนิยมสาธารณะโภคี ที่อุทิศ ทั้งแรงกาย แรงใจ และแรงสมอง มอบไว้กับระบบทั้งหมด นอกจากจะไม่เอาผลตอบแทนแล้ว ผู้รับใช้ยังไม่เอาและไม่มีทรัพย์สินเป็นของส่วนตนด้วย สละทุกสิ่งทุกอย่าง ก่อให้เกิดคุณธรรม-จริยธรรมต่อระบบสูงสุด

ผู้บริหารระดับสูงในระบบทุนนิยม ไม่ว่าจะมาโดยการเลือกตั้ง หรือโดยการปฏิวัติ ไม่ได้แตกต่างกัน ทำความเสื่อมและความเสียหายกับระบบโดยต่อเนื่อง จะยุบสภากี่รอบ จะเลือกตั้งกี่รอบ ก็อีหรอบเดิม คนมาโดยปฏิวัติก็ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เข้ามาแล้วก็ก่อความเสียหายไม่แพ้กัน ทุกวันนี้จึงไม่กล้าปฏิวัติ คนที่มาโดยเลือกตั้งก็ก่อความเสียหายให้ชาติต่ออย่างสบายใจเฉิบ

การบริหารประเทศ หากผู้บริหารระดับบนปรับมาเป็นแบบ “ผู้รับใช้” ตามระบบบุญนิยมสาธารณะโภคี จะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ เมื่อระดับบนไม่คิดเอาอะไรเป็นของส่วนตนเลย (ไม่ใช้กำหนดว่าถือหุ้นได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์) จะเป็นการเสียสละที่แท้จริง จะเกิดกลไกการบริหารจัดการประเทศในทางที่ดี จะทำให้ประเทศดีขึ้น สิ่งแวดล้อมจะดีขึ้น ลดการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ ไม่คิดคอร์รัปชัน ประเทศชาติก็จะดีขึ้น ก็จะทำให้เกิดความมั่งคั่งและมั่นคงจริง

.

คุณขวัญดิน สิงห์คํา ผู้รับใช้ชุมชนอโศก เล่า "ที่ประเทศภูฐาน ไม่มีใครอยากทำงานการเมือง เนื่องจากไม่มีเงินเดือน" ผิดกับประเทศไทย แย่งกันเข้ามาทำงานการเมือง นักการเมืองเข้ามาแล้ว ยังมาขึ้นเงินเดือนให้ตนเองอีก และอยากได้อยากเป็นอะไรก็สามารถแก้กฎหมายให้ตนเองได้ง่ายดาย

.

โครงร่างโดยประมาณ ประชาธิปไตยวิถีพุทธ ให้นักการเมืองเป็นนักอาสา นักการเมืองไม่มีเงินเดือน ไม่มีสินทรัพย์เป็นของตนเอง ให้รัฐเลี้ยงดูไปตลอดชีวิต และเลี้ยงดูสมาชิกครอบครัวนักการเมืองแบบมีเงื่อนไข ..บัญญัติสู่การเมืองใหม่ นักการเมืองเป็นนักอาสาหรือเป็นนักบุญ http://bit.ly/bnaZpC .

เรื่องนี้ยากสำหรับสังคมอุดมกิเลส กระแสแห่งทุนนิยม วกวนและเชี่ยวกราก

ทั้งๆที่เป็นกระแสของการทำลายตามปกติ จนกระทั่งทำลายล้างระบบที่ตนตั้งอยู่ 

แต่เป็นวิธีที่ดีที่จะแก้ปัญหาของไทยและของโลกได้

.

...

พระนามพระเจ้าแผ่นดิน ให้ความหมายได้ว่า แว่นแคว้นแดนดิน ทรัพย์สิน ราษฎร เป็นของพระองค์

หากทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ก็คือทรัพย์สินของประเทศชาติเสียหาย หรือคือทรัพย์สินของพระองค์เสียหาย เมื่อประเทศชาติประชาชนเดือดร้อนเป็นทุกข์ ก็คือพระองค์ทรงเดือดร้อนและทรงทุกข์ด้วย สุขภาพพลานามัยของประเทศชาติ ก็คือพระสุขภาพและพระพลานามัยของพระองค์ท่านด้วย

ช่วงที่ผ่านมาทรัพย์สินของชาติเสียหายหนัก ประเทศชาติ ประชาชนเดือดร้อน โดยต่อเนื่อง

ศักดินา นักวิชาการระดับสูง นักการเมือง นายทุน สื่อกระแสหลัก เป็น 5 อาชีพหลัก ที่เกาะกุมการบริหารจัดการประเทศมายาวนาน ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 มีแต่ชาวบ้านบางระจันเท่านั้นที่พยายามปกป้องแผ่นดินและอธิปไตยของประเทศ ศักดินาในกรุงล้วนแต่อ่อนแอ มักง่าย เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ ลุ่มหลงอยู่กับอบายมุข ทำให้ต้องเสียกรุงในที่สุด

พระชนมายุของสมเด็จพ่อหลวง มาถึงช่วงพระชนม์ 84 พรรษา กลับพบว่าทรัพย์สินของพระองค์ตกเป็นของต่างชาติแทบหมด แทบไม่เหลืออะไรเป็นของคนท้องถิ่น เป็นกระแสเสื่อมของทั้งโลก หนี้สาธารณะพุ่งขึ้นแรงและเร็วทุกปี คนระดับบนก่อกรรมทำเข็ญชาติไม่วางมือ แย่งอำนาจ แย่งทรัพยากรกัน แอบอ้างพ่อหลวง แอบอ้างประเทศชาติและประชาชนหาประโยชน์ตน เอาคนในชาติมาเป็นเครื่องมือแห่งตน ก่อให้ เกิดความแตกแยก เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ทุกข์เข็ญลำเค็ญ ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม พระองค์ทรงทุกข์กับเรื่องนี้

ประเทศไทยเสื่อมต่อเนื่องมายาวนาน

ทางกอบกู้ประเทศไทยมีแน่นอน ง่ายด้วย หากระดับการปกครองตระหนักเรื่องกิเลสแห่งตน แต่กิเลสของผู้ปกครองระดับบนแท้จริงเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากสะสมกันมาตั้งแต่เกิด ยากที่จะปล่อยวาง ยากที่จะคิดถึงผู้อื่น หรือคิดถึงประเทศชาติ การร้องขอระดับบนให้ลดละกิเลสเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ นอกจากจะออกมาเป็นกฎเกณฑ์หรือกฎระเบียบในรัฐธรรมนูญ 

.....................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
indexthai2@yahoo.com
http://twitter.com/indexthai2



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ตาหนุ่ม วันที่ : 10/04/2011 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zumon
รวม เรื่องดีๆ จากประสบการณ์ชีวิตและงานที่ปรึกษาด้านการวางระบบบริหารค่าจ้างเงินเดือน มาแบ่งปันสู่สังคม

"พอเพียง" คำสั้นๆ แต่ได้ใจความ

เสีัยดายนัก หากนักการเมืองทั้งหลายใส่ใจคำพ่อหลวง(อย่างจริงจัง)บ้าง ประเทศชาติ จะเจริญผาสุกดีกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ป้านพ วันที่ : 02/04/2011 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thammanamai
จิตอาสาดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ ของมูลนิธิกัลยาณการุณย์ อาสาสมัครhttp://www.ictforall.org/https://www.facebook.com/#!/PalliativeCareThailand?fref=ts,คณะทำงาน"ธรรมานามัยชน" รุ่นที่ 1,อายุวัฒนาร.พ.นครธน พระราม 2

กำลังดู http://livestream.boonniyom.net/ อยู่น่ะค่ะ

ขออนุญาตแบ่งปันไปไว้ในเฟสบุคด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 21/03/2011 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีครับ
ผมชอบความพอเพียงครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ซันญ่า วันที่ : 17/03/2011 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

คาราวะ ด้วยยินดี ที่สุดเลยค่ะ อาจารย์ โหวตต่ออีก
เพราะ อ่านหลายเที่ยว ภาพ ทุกภาพซาบซึ้งเป็นที่สุด
.....
วิถีพุทธ วิถี พอดี ...พอดี ...
ด้วยจิตคาราวะ
ซันญ่า
.
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ardusias วันที่ : 16/03/2011 เวลา : 10.40 น.

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ค่ะอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Cat@ วันที่ : 16/03/2011 เวลา : 01.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

พูดได้คำเดียวต้องโหวต

................
.............................
........................................


ในที่สุด ก็ได้เวลามาหาเพือนๆ
จากไปนาน กันลืมเลือน

มาวันนี้ มาด้วยความคิดถึง
วันอังคาร ที่ 15 มีนาคม 2554
น้ำพริกเผา ไส้กรอกเยอรมัน
Posted by Cat@ ,
หมวด : ไดอารี่

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สตังค์ วันที่ : 09/03/2011 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

อัตตาในตัวคน...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ยากันยุง วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ


ความรู้ ต้องควบคู่ กับคุณธรรม

นี่แหละค่ะ สิ่งหนึ่งที่สังคมต้องการในเวลานี้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
indexthai วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 19.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

สวัสดีตรับพี่
น่าจะลองปรับแนวคิดเรื่อง ธรรมิกสังคมนิยม ของ ท่านพุทธทาส มานำเสนอให้กว้างขวาง เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งครับ
ขอบตคุณครับ
วสันต์(สิทธิเขต)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนโง่ที่อยากฉลาด วันที่ : 06/03/2011 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/james007
รู้อะไรไม่สู้รู้ไปหมด

เป็นความคิดที่ดีมากๆครับ..แต่ผมว่า บุญนิยมก็ไม่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยเท่าไหร่ แค่ทำ 1 ใน 4 แบบในหลวงพูดก็น่าจะมีนะครับ..แต่บุญนิยมก็มีมานานแล้ว ก็โตได้ไม่เท่าไหร่ คงต้องมีอะไรเพิ่มเติมอีกหน่อยครับ..ปรับให้เข้ากับยุคสมัย.งน่าจะดีมากขึ้นไปอีก...555+

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sayellow วันที่ : 02/03/2011 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sayellow

สำหรับ นักการเมืองไทย ณ ปัจจุบันนี้คงหวังที่จะให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คงเพียงได้แค่ตัวหนังสือ เพราะยังจ้องแต่งาบโครงการใหญ่ ยกเว้นน่าจะถวายคืนพระราชอำนาจชักระยะหนึ่ง ให้นักการเมืองชั่ว ๆ ค่อย ๆ หายไป

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 02/03/2011 เวลา : 07.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

โหวตเช้านี้..
พอเพียง..
ตามรอยเท้าพ่อ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน