*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 540959
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน 2554
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 4764 , 13:55:48 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Cat@ โหวตเรื่องนี้

  
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตลาดทุนกับตลาดเงิน

สภาพคล่อง หรือ สภาพคล่องทางการเงิน หมายถึงปริมาณเงินที่อยู่ในระบบ หากปริมาณเงินอยู่ในระบบมากเรียกว่าสภาพคล่องทางการเงินสูง  หากปริมาณเงินอยู่ในระบบน้อยเรียกว่าสภาพคล่องทางการเงินต่ำ สภาพคล่องทางการเงินสามารถพิจารณาได้จากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ(ธปท.) หากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศต่ำ สภาพคล่องจะต่ำ ยกตัวอย่างเช่นปลายเดือนกรกฎาคม 2540 (เดือนที่เข้าไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2) ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอยู่ที่ระดับ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ หากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูง สภาพคล่องของระบบจะสูง เช่นปลายเดือนเมษายน 2554 ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสุทธิอยู่ที่ระดับ 211,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

.

ผลที่เกิดขึ้นหลังจากการพังทลายของตลาดหุ้น เกิดกับประเทศใด เมื่อใด จะเป็นแบบเดียวกันทุกประเทศ ต่างกันที่มากน้อย

.

การพังทลายของสภาพคล่องครั้งแรก

ตลาดหุ้นไทยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2518(1975) จากนั้นอีก 3 ปี ตลาดหุ้นเริ่มตก ระหว่างปี 2521-2525(1987-1982) ตลาดหุ้นตกรวม 62 เปอร์เซ็นต์

 
 

การพังทลายของตลาดหุ้นระหว่างปี ปี 2521-2525 ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยรุนแรง ทำให้ต้องลดค่าเงินบาทหลายครั้ง จากระดับประมาณ 20.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาเป็น 28.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สภาพคล่องของระบบเสียหายรุนแรง ประเทศไทยต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟเป็นครั้งแรก

การที่สภาพคล่องเสียหาย ทำให้ภาคการผลิตและภาคการเงินของประเทศล้มลงเป็นจำนวนมาก ภาคการเงิน ได้แก่บริษัทเงินทุน เงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ล้มลงตามมา เกิดเป็นโครงการ 4 เมษายน 2527 ทางการเข้าควบกิจการ บริษัทเงินทุน เงินทุนหลักทรัพย์ และเครดิตฟองซิเอร์รวม 25 แห่ง

เป็นที่มาของการตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (Financial Institution Development Fund) FIDF

.

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)

วิสัยทัศน์ “กองทุนจัดตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2528 มีเจตนารมณ์เพื่อดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือในทางการเงิน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤตการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงิน ภายใต้กรอบนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐบาล รวมถึงการให้ประกันความเสียหาย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามสมควรแก่กรณีสำหรับผู้ฝากเงินของสถาบันการเงิน.. ฯลฯ “

จะเห็นว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ (2528) ตั้งขึ้น หลังการเกิดขึ้นของโครงการ 4 เมษายน (2527)

ไฟแนนซ์ในโครงการ 4 เมษายน เป็นบทบาทแรกที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูเข้าไปบริหารจัดการ 

เวลาผ่านไปประมาณ 10 ปี สามารถคืนเงินฝากให้ผู้ฝากเงินจากโครงการ 4 เมษายนได้หมด ผู้ต้องการรับเงินฝากเร็วก็เสนอขอรับเฉพาะเงินต้น ไม่ขอรับดอกเบี้ย หรือขอลดเงินต้น สถาบันการเงินในโครงการ 4 เมษายน บางแห่งถูกขายคืนเอกชน ภายหลังเกิดวิกฤต (หลังการพังทลายของตลาดหุ้นในปี 2537) ก็ล้มลงอีก ล้มลงถาวร

.

การพังทลายของสภาพคล่องครั้งที่ 2

 
 

วันที่ 1 ตุลาคม ปี 2536 ในรัฐบาลชวน-1 ตลาดหลักทรัพย์ได้นำระบบ Maintenance margin &  Force sell มาใช้ในตลาดหุ้น Maintenance และ Forced sell คือการให้มีการกู้ยืมเงินมาซื้อขายหุ้น โดยมีใบหุ้นเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน หากราคาหุ้นสูงขึ้น มูลค่าหุ้นสูงขึ้น มูลค่าหลักประกันเพิ่มขึ้น ก็สามารถซื้อหุ้นเพิ่มได้อีก แต่หากราคาหุ้นตกลง มูลค่าหุ้นลดลง มูลค่าหลักประกันลดลง ก็สามารถเรียกหลักประกันเพิ่ม (Call margin) หากไม่สามารถหาหลักประกันมาเพิ่มได้ ก็จะถูกบังคับขายหุ้น (Forced sell) ทางการอธิบายว่า วิธีการนี้ว่า จะช่วยทำให้สถาบันการเงินทั้งระบบมีความเข้มแข็ง

ตลาดหุ้นทุกประเทศทั่วโลก ล้วนถูกปั่นโดยกองทุนข้ามชาติ หรือกองทุนโลก เช่นบรรดา Hedge Fund ต่างๆ และหากพวกเขาพบว่า มีการนำเครื่องมือและวิธีการที่ไม่เหมาะสมมาใช้ในระบบ พวกเขาจะเข้ามาจัดการทันที พวกเห็นว่าการนำระบบ Maintenance และ Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้น จะสามารถทำให้เกิดความผันผวนในระบบเศรษฐกิจสูง ความผันผวนในระบบเศรษฐกิจยิ่งมากเท่าใด พวกเขายิ่งสามารถทำกำไรจากตลาดทุนและตลาดเงินมากเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เขาทราบว่า เมื่อตลาดหุ้นพังทลาย จะทำให้ค่าเงินบาทพังทลายด้วย เมื่อเทขายหุ้นออกมา จะได้เงินบาท ก็เอาบาทไปซื้อดอลลาร์ และประเทศไทยช่วงดังกล่าวได้มีการผูกค่าเงินไว้ ทำให้ค่าเงินบาทแข็งผิดจริง ยิ่งทำให้เขาซื้อดอลลาร์ได้ที่ราคาถูกมาก ซื้อจนดอลลาร์แทบหมดไปจากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ถึงขั้นอันตราย จนต้องเข้าพึ่งความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 และต้องลอยค่าเงินบาท

การพังทลายของตลาดหุ้นระหว่างปี 2537 – 2541 ตลาดหุ้นตก 88 เปอร์เซ็นต์ ต้องลอยค่าเงินบาท ค่าเงินบาทพังทลายลง 55 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหายรุนแรงกว่าครั้งแรก กองทุนเพื่อการฟื้นฟู ได้แสดงบทบาทตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ ได้เข้าช่วยเหลือสภาพคล่องแก่สถาบันการเงินและธนาคารเต็มความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือให้สถาบันการเงินและธนาคารมีความมั่นคงอยู่ได้ ต้องเข้าควบคุมและประกาศยุติการดำเนินงานของสถาบันการเงิน 56 แห่ง ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงรุนแรง ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอมเอฟเป็นครั้งที่ 2

ความเสียหายของสภาพคล่อง เห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นตกระหว่างปี 2537 – 2541 ประกอบกับมีการผูกค่าเงินไว้ และลอยค่ากลางปี 2540 ทำให้สภาพคล่องเสียหารรุนแรง เห็นได้จาก Interbank Rate สูงถึงระดับ 15 – 30 เปอร์เซ็นต์

.

รายงานจากเอกสารของคณะกรรมการศึกษาและเสนอแนะมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการเงินของประเทศ (ศปร.) ว่า “เมื่อสิงหาคม 2539 กองทุนฟื้นฟูฯ ให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องสถาบันการเงินเพียง 2 ราย คือ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด และ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ในเครือ คือ บงล. ไทยฟูจิ เป็นจำนวนเงินเพียง 9,000 ล้านบาท สิ้นปี 2539 จำนวนสถาบันการเงินที่รับความช่วยเหลือจากกองทุนฟื้นฟูฯเพิ่มเป็น 7 แห่ง จำนวนเงินเพิ่มเป็น 27,500 ล้านบาท มาในเดือนกุมภาพันธ์ 2540 สถาบันการเงิน 15 แห่งพึ่งเงินกองทุนฟื้นฟูฯ ใช้วงเงินเพิ่มเป็น 53,800 ล้านบาท จาก 15 แห่งดังกล่าว 14 แห่งเป็นบริษัทเงินทุนและเงินทุนหลักทรัพย์ แสดงว่าบริษัทเงินทุนและเงินทุนหลักทรัพย์มีปัญหาชัดเจน”

.

“เดือนสิงหาคม 2540 ทางการได้ประกาศปิดบริษัทเงินทุนและเงินทุนหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราวเพิ่มอีก 42 บริษัท รวมเป็นบริษัทเงินทุนและเงินทุนหลักทรัพย์ที่ถูกปิดกิจการทั้งสิ้น 56 บริษัท ถึงปลายปี 2540 กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ให้เงินช่วยเหลือสถาบันการเงินไปกว่า 700,000 ล้านบาท” ฯลฯ


รัฐบาลกับการชดใช้(ค้ำประกัน)ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

1) ปี 2541 ตรา พ.ร.ก. FIDF1 ให้คลังกู้เงิน ในวงเงิน 500,000 ล้านบาท เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินที่ถูกปิด 56 แห่ง และกรณีธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ

2) 31 ตุลาคม 2543 มติ ครม. (FIDF2) ให้คลังค้ำประกันหนี้กองทุน ในวงเงิน 120,000 ล้านบาท เป็นมาตรการแก้ปัญหาสถาบันการเงินที่ทางการเข้าแทรกแซง (มาตรการ 14 สิงหาคม 2541) และการค้ำประกันผู้ฝาก และเจ้าหนี้ของสถาบัน

3) ปี 2545 ตรา พ.ร.ก. FIDF3 ให้คลังกู้เงิน ในวงเงิน 780,000 ล้านบาท ตามมาตรการต่อสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการเพิ่มเติม ความเสียหาย 892,000 ล้านบาท

รวม 1,400,000 ล้านบาท

.

ธปท.ได้นัดหารือนัดแรกกับกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553 เพื่อหาทางชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู 1.1 ล้านล้านบาท ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ให้ธปท.นำทรัพย์สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูที่เหลืออยู่ อันได้แก่ หุ้นและที่ดินมาตีค่าได้ประมาณ 2-3 แสนล้านบาท นำมาชำระหนี้

หนี้ส่วนที่เหลือ จะมีการหารือเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งวิธีการมีทั้งการปรับวิธีการบันทึกบัญชี และ การรวมบัญชีของธปท. (กรุงเทพธุรกิจ 28 ธันวาคม 2553)

.

จากการตรวจสอบงบดุลของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ณ.วันที่ 30 กันยายน 2552 พบว่ามีสินทรัพย์รวมจำนวน 200,354 ล้านบาท ..เป็น

สินทรัพย์หมุนเวียนรวม 15,911 ล้านบาท

เงินฝากธนาคารมีภาระผูกพันรวม 1,050 ล้านบาท

เงินลงทุนในบริษัทรวม 102,587 ล้านบาท

เงินลงทุนระยะยาว 170 ล้านบาท

สิทธิการชำระหนี้ ตามโครงการช่วยเหลือ 76,855 ล้านบาท

ลูกหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน 3,101 ล้านบาท

สินทรัพย์รอการขาย สุทธิ 646 ล้านบาท

ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สุทธิ 2.3 ล้านบาท

.

สำหรับทรัพย์สินที่ถือในรูปหลักทรัพย์ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู แบ่งเป็น

ถือหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ในบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) TAMC

ถือหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพาณิชย์การ จำกัด (บสก.) BAM

ถือหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสข.) SAM

และ ถือหุ้น 55 เปอร์เซ็นต์ ในธนาคารกรุงไทย (ปัจจุบัน กองทุนเพื่อการฟื้นฟู ถือหุ้นธนาคารกรุงไทย 6,148,072,567 หุ้น หรือ 55.31 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ราคาหุ้นธนาคารกรุงไทยปิดตลาดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2543 ที่ 17.30 บาท ทำให้มูลค่าหุ้นปัจจุบันที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูถือในธนาคารกรุงไทย อยู่ที่ 106,000ล้านบาทโดยประมาณ)

.

ข้อตกลงระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กับกระทรวงการคลัง ธปท.จะเป็นฝ่ายชำระเงินต้น กระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายชำระดอกเบี้ย 

.

รวมระยะเวลา 12 ปี จากปี 2541 ถึงปี 2553 หนี้เงินต้นลดลงเพียง 249,898 ล้านบาท จากหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู 1.392 ล้านล้านบาท ขณะที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้จัดสรรงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยไปแล้ว 604,473 ล้านบาท จึงยังมีหนี้เหลืออยู่ 1.14 ล้านล้านบาท กองทุนเพื่อการฟื้นฟูมีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท สมมุติว่า มีการใช้สินทรัพย์ทั้งหมดชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู กองทุนเพื่อการฟื้นฟูก็จะมีหนี้คงเหลืออยู่ 9.4 แสนล้านบาท

12 ปี ใช้หนี้ได้ 249,898 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 20,825 ล้านบาท หากเป็นเช่นนี้ หนี้ที่เหลือ 9.4 แสนล้านบาท ก็ต้องใช้เวลาใช้หนี้ 45 ปี

12 ปี ชำระดอกเบี้ยไปแล้ว 604,473 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 50,373 ล้านบาท เราจะต้องใช้เวลาชำระดอกเบี้ยต่อไปอีก 45 ปีเช่นกัน 

สรุปผลการดำเนินงาน ถึงวันนี้ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูมียอดความเสียหายเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยรวมโดยประมาณ 1.4+0.6 = 2 ล้านล้านบาท ความเสียหายก็ยังคงมีอยู่ต่อไปในอนาคต อยู่ที่การชำระหนี้จะทำได้เร็วหรือช้าเพียงใด ความเสียหายในอนาคตก็จะต้องมากกว่า 2 ล้านล้านบาท หากเป็นคนธรรมดา ก็อาจจะผูกคอตาย

.

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูจะยุติบทบาทลงในปี 2556 รวมอายุกองทุน 28 ปี เป็น 28 ปีที่เป็นฝันร้ายของประเทศไทย และจะยังคงเป็นฝันร้ายต่อเนื่องไปอีก ได้มีการตั้งสถาบันใหม่ รูปแบบงานคล้ายๆกับกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ขึ้นมาแทนกองทุนเพื่อการฟื้นฟู คือสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

.

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก 2551 (สคฝ) (Deposit Protection Agency - DPA)
http://www.dpa.or.th/Main.aspx

วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรที่ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่เชื่อถือ และมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงและความมีเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความมั่นใจของประชาชนในการออมและการใช้บริการของสถาบันการเงิน”

มีผลบังคับใช้วันที่ 11 สิงหาคม 2551

คุ้มครองเงินฝากตามจำนวนที่ฝากไว้ และดอกเบี้ยค้างจ่ายจากเงินฝากดังกล่าว 
ปีที่ 1 11 สิงหาคม 2551 – 10 สิงหาคม 2552 คุ้มครองเต็มจำนวน
ปีที่ 2 11 สิงหาคม 2552 – 10 สิงหาคม 2553 คุ้มครองเต็มจำนวน
ปีที่ 3 11 สิงหาคม 2553 – 10 สิงหาคม 2554 คุ้มครองเต็มจำนวน
ปีที่ 4 11 สิงหาคม 2554 – 10 สิงหาคม 2555 ไม่เกิน 50 ล้านบาท
ปีที่ 5 11 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป คุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท

เงินนำส่งที่เก็บจากสถาบันการเงิน ให้สถาบันการเงินนำส่งเงินเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝาก อัตราร้อยละศูนย์จุดสี่ต่อปี ของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2551 สถาบันจะนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและความเสี่ยงต่ำ (รายละเอียดต่างๆ สามารถหาดูได้จากประกาศของคณะกรรมการสถาบันประกันเงินฝาก)

.

การระบุต้นเหตุของการเกิดปัญหา กรรมการร่วมระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสางปัญหา ระบุว่า ต้นเหตุความเสียหาย มาจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 และบอกว่าเกิดจาก 3 ปัญหาหลัก 1) ธปท.นำ 90 เปอร์เซ็นต์ ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศเข้าปกป้องค่าเงินบาท 2) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้เงินอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง 3) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูเข้าให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคง ที่มีความเสียหายรวม 1.4 ล้านล้านบาท 

กล่าวด้วยว่า ต้นเหตุความเสียหาย มาจากเอกชนไม่มีธรรมาภิบาล

.

การระบุต้นเหตุของปัญหาว่ามาจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ผู้เขียนว่าเป็นเพียงเรื่องปลายเหตุ ถามว่า ต้นเหตุการณ์เกิดวิกฤตปี 2540 เกิดจากอะไร เรื่องการไม่มีธรรมาภิบาลของเอกชนมีบ้าง เป็นปัจเจกเอกชนไม่กี่ราย เป็นเรื่องธรรมดา แต่ความเสียหายนี้เกิดกับทั้งระบบ แสดงว่าเกิดจากความเบี่ยงเบนทางวิสัยทัศน์ จากการบริหารและการจัดการที่ตัวระบบมากกว่า

.

ลำดับช่วงเวลาการเกิดปัญหา และการตั้งหน่วยงานขึ้นมาแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่อง

1) ตลาดหุ้นตกแรงระหว่างปี 2521-2525 ทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย สภาพคล่องเสียหาย

2) โครงการ 4 เมษายน 2527 คือโครงการที่เกิดขึ้นจากการที่ 25 ไฟแนซ์ เกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง กระทั่งไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้าควบกิจการทั้ง 25 แห่ง

3) 27 พฤศจิกายน 2528 ตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน “มีเจตนารมณ์เพื่อดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือในทางการเงินเพื่อฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤตการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงิน ภายใต้กรอบนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐบาล รวมถึงการให้ประกันความเสียหาย”

4) 1 ตุลาคม 2536 นำระบบ Maintenance margin & Force sell มาใช้ที่ตลาดหุ้น

5) ตลาดหุ้นตกแรงระหว่างปี 2537-2541 ทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย สภาพคล่องเสียหาย

6) 2 กรกฎาคม 2540 เข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ และลอยค่าเงินบาท

7) กุมภาพันธ์ - สิงหาคม 2540 ปิด 14+42 = 56 ไฟแนนซ์ ที่มีปัญหาสภาพคล่อง กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ให้เงินช่วยเหลือสถาบันการเงินไปกว่า 700,000 ล้านบาท ตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บสท.) มาช่วยแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน

8) มาตรการ 14 สิงหาคม 2541 เข้าแทรกแซงไฟแนนซ์ และธนาคาร ที่ขาดสภาพคล่อง

9) 31 กรกฎาคม 2546 ชำระหนี้งวดสุดท้ายไอเอ็มเอฟ ประเทศไทยเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540  มีการเบิกใช้จริง 12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 510,000 ล้านบาท  

10) 11 สิงหาคม 2551 ตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก “มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงและความมีเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความมั่นใจของประชาชนในการออมและการใช้บริการของสถาบันการเงิน”

เหตุการณ์ทั้ง 10 เป็นเหตุการณ์สำคัญ นำมาเรียงลำดับตามช่วงเวลา แสดงให้เห็นปัญหาเกิดขึ้นช่วงใด ทางการจัดตั้งหน่วยงานเข้าไปแก้ปัญหาช่วงใด และการแก้ปัญหาประสบความสำเร็จหรือไม่

.
 

 

ความเสียหายหลังการพังทลายของตลาดหุ้นปี 2537 เสียหายถึงธนาคารเอกชนทั้งหมด ธนาคารตกเป็นของต่างชาติหมด ธ.กรุงเทพ และธ.กสิกรไทย เหลือเป็นของคนไทย 10.39% และ 1.37% ตามลำดับ

.

วิจารณ์สรุป

วิสัยทัศน์ปรัชญาของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูล้มเหลว ที่ซ้ำเติมทำความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้นกว่าเดิม กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตั้งขึ้นในปี 2528 กว่าจะทราบว่าเกิดความล้มเหลวในวิสัยทัศน์ และเกิดความเสียหาย เมื่อเวลาผ่านไป 12-13 ปี (ปี 2539 – 2541)
   
กองทุนเพื่อการฟื้นฟู(2528) นอกจากไม่สามารถฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงินขึ้นมาได้แล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาหนักกว่าเดิม ไม่เพียงแต่ไฟแนซ์เท่านั้นที่ล้มลง ธนาคารทั้งระบบก็ล้มลง และยังก่อให้เกิดหนี้ก้อนโตอย่างเหลือเชื่อ ถึงทุกวันนี้ความเสียหายรวมแล้วกว่า 2 ล้านล้านบาท ความเสียหายนี้จะยังเพิ่มขึ้นอีก ตราบเท่าที่ให้หนี้ของกองทุนยังไม่ได้ชำระได้หมด หากเป็นบุคคลธรรมดา ถือว่าสิ้นเนื้อประดาตัว เป็นคนธรรมดามีผูกคอตาย ไม่ทราบจะเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายไหน หรือจากใคร

การใช้เงินในการแก้ปัญหา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แทนที่จะหาว่าต้นเหตุของปัญหาเกิดจากอะไร แล้วแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา จะทำให้ปัญหายุติลง ความเสียหายก็จะไม่มาก และไม่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก 

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้ลดบทบาทบางอย่างลง คือจะไม่เข้าไปช่วยเหลือสภาพคล่องแก่สถาบันการเงิน จะคุ้มครองเงินฝากของผู้ฝากเงินอย่างเดียว สถาบันคุ้มครองเงินฝากยังคงมีวิสัยทัศน์เดียวกันกับกองทุนเพื่อการฟื้นฟู คือแก้ที่ปลายเหตุของปัญหาเหมือนเดิม ไม่คิดหาว่าต้นเหตุอะไรที่ทำสภาพคล่องของระบบมีปัญหา ไม่คิดแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา เป็นไปได้ว่าในอนาคตสถาบันคุ้มครองเงินฝากก็จะก่อความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในแบบเดียวกันกับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูอีก 

ความเสียหายประเทศไทยที่เกิดวิกฤตจนต้องเข้าไอเอ็มเอฟครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แต่นี่เราต้องเข้าไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว แล้วเรายังคง “ใช้เงิน” ในการแก้ปัญหาซ้ำแบบเดิมอีก แล้วปัญหาจะยุติได้อย่างไร

เงินนำส่งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เก็บจากสถาบันการเงิน 0.4 เปอร์เซ็นต์ ของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับความคุ้มครอง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของธนาคารสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการกู้เงินสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตของระบบสูงขึ้น ต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงิน 1 - 2 ปี อยู่ที่ระดับ 1.50 – 2.00 เปอร์เซ็นต์ มีค่าใช้นำส่งสถาบันคุ้มครองเงินฝากอีก 0.40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้นทุนของธนาคารเพิ่มมาเป็น 1.90 – 2.40 เปอร์เซ็นต์

ฐานเงินฝากประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 7 ล้านล้านบาท อนาคตฐานเงินฝากนี้ก็จะสูงถึง 10 ล้านล้านบาท ทำให้มีเงินนำส่งสถาบันคุ้มครองเงินฝากปีละ 28,000-40,000 ล้านบาท ช่วงระยะเวลา 10 ปีสถาบันคุ้มครองเงินฝากก็จะมีเงินเรียกเก็บ 2.8 – 4.0 แสนล้านบาท สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะเป็นองค์กรที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศไทย แต่เมื่อมีวิกฤตสภาพคล่องอีก ก็ไม่พอต่อการคุ้มครองเงินฝากของระบบอยู่ดี ดูกรณีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูเป็นตัวอย่าง     

ตลาดหุ้นประเทศซิมบับเวเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2001 ขึ้นมากว่า 2,300 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็พังทลายลงรุนแรง ทำให้เงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2008 สูงถึง 2.2 ล้านเปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าประเทศซิมบับเวปิดตลาดหุ้นไปแล้ว เนื่องจากไม่มีรายงานในอินเตอร์เน็ท

ตลาดหุ้นกรีก บาห์เรน ฯลฯ พังทลายรุนแรง ทำให้ไม่ได้รับความเชื่อมั่น เงินไหลออก สภาพคล่องเสียหาย เงินเฟ้อสูง ค่าครองชีพสูง ประชาชนเดือดร้อน พากันเดินขบวน ก่อจลาจล ยังแก้ปัญหาไม่ถูกทาง ต้องยกเลิกตลาดหุ้น แล้วค่อยฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่ ก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศค่อยๆดีขึ้นได้  

การพังทลายของตลาดหุ้น ทำให้ค่าเงินเสียหาย ทำให้ทุนสำรองลดลง ทำให้สภาพคล่องของระบบลดลงหรือเสียหาย ทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น (เพราะสภาพคล่องเสียหาย) ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น (เพราะค่าเงินเสียหายกรือเล็กลง ) ทำให้ภาคการเงิน และภาคการผลิตจริงล้มลง และล้มละลาย ทำให้เกิดภาวะหนี้เสีย หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ทำให้คนตกงานมาก ทำให้ต้องเข้าไอเอ็มเอฟ ทำให้ระบบจนลง

 

 
 
http://twitter.com/indexthai
indexthai@yahoo.com
FB: Suthipong Prachayapruit


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
indexthai วันที่ : 30/08/2011 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

บสก.เดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในเดือนก.ย.ปี"55 ตามแผน พร้อมโชว์ผลงานขาย NPA เพียง 4 วัน กวาดรายได้กว่า 500 ล้าน

นายสุเมธ มณีวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) กล่าวว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา บสก. ได้จัดงานมหกรรมจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย BAM NPA Grand Sale ทั่วประเทศ พร้อมทั้งในช่วงวันดังกล่าว ยังได้นำทรัพย์สินรอการขายประเภท “บ้านพร้อมอยู่ ที่ดินพร้อมใช้” ไปจำหน่ายในงาน NPA Grand Sale 2011 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในช่วงการจัดกิจกรรมทั้ง 4 วัน บสก. สามารถจำหน่ายทรัพย์ได้กว่า 500 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวน 400 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าให้ความสนใจซื้อทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย

ทั้งนี้ ส่วนสำคัญที่ทำให้ บสก. สามารถจำหน่ายทรัพย์ได้เกินจากเป้าหมาย นอกจากทรัพย์ราคาพิเศษที่ต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 20-30% แล้ว บสก. ยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ในงาน ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ทุกประเภท รับคูปอง 1 ใบ ต่อการซื้อทรัพย์แต่ละรายการ ขณะที่ลูกค้าซื้อทรัพย์ที่มีมูลค่าเกินกว่า 1 ล้านบาท จะได้รับคูปองเพิ่มอีก 1 ใบ ทุกๆ ช่วง 1 ล้านบาท เพื่อลุ้นรับรางวัล SMART TOWNHOME ทาวน์โฮม 2 ชั้น เนื้อที่ 16 ตร.ว. ราคาประมาณ 8 แสนบาท ในราคาเพียง 99 บาท เท่านั้น โดยจะจับรางวัลผู้โชคดีที่ บูธ บสก. ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 25 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2554 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บสก. ยังได้กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัดว่า ขณะนี้ ได้สั่งการไปยังภาคและสำนักงานต่างๆ ให้ลงพื้นที่ เพื่อรับทราบปัญหาของลูกค้าว่าได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

"หากลูกค้ารายใดประสบปัญหาอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็จะพิจารณาหลาย ๆ แนวทาง อาทิ การลดดอกเบี้ย หรือพักชำระหนี้ในระยะเวลา 6 – 12 เดือน หรือลดวงเงินผ่อนชำระ ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่ลูกหนี้ได้รับ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน"นายสุเมธ กล่าว

สำหรับด้านความคืบหน้าในการแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ ขณะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินได้เข้ามาศึกษา ประเมินและยืนยันความพร้อมของ บสก. ในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายหลังจากที่คณะกรรมการบริษัทได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2554 ให้ บสก. แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากนั้นเตรียมพร้อมจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการจำหน่ายหลักทรัพย์และรับประกันการจำหน่าย เพื่อเสนอขายหลักทรัพย์ให้กับนักลงทุนและประชาชนต่อไป ซึ่งหากกระบวนการต่าง ๆ เป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ หุ้นของ บสก. จะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ในช่วงประมาณเดือนกันยายน 2555

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20110830/407167/%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%81.%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B555%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99.html?utm_source=S3TTR4D3NEWS&utm_medium=twitter

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
indexthai วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

11/7/2554

เขมรเปิดตลาดหุ้น เปิดไว้ก่อนค่อยซื้อขายกันภายหลัง
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9540000085149

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
indexthai วันที่ : 08/07/2011 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

เรื่องที่เกี่ยวข้อง..

http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&directory=1815&contents=58534

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 05/07/2011 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

http://www.youtube.com/watch?v=i721aiGF6_k

บสท. ที่ได้มีการขายทอดตลาดไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีผู้ที่ใช้ชื่อว่า ผู้กองมนัส

http://www.komchadluek.net/detail/20110702/102026/ชุดดำ200คนปะทะเดือดกับชาวบ้าน4ภาค.html

http://www.tcijthai.com/investigative-story/511 แกะจิ๊กซอว์ "ธรรมนัส พรหมเผ่า" คว้าที่ดินไทยเมลอน 3,200 ล้าน โยงบิ๊ก กลุ่มทุน?

๑. พฤติกรรมของมาเฟียกลุ่มนี้ เข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร - แต่เนื่องจากหัวหน้าโจรจบจากโรงเรียนเตรียมทหารจึงมีเครือข่ายและบริวารในราชการทหาร­ตำรวจ อีกทั้งมีเงินทุนมหาศาลจากกิจการเรียกเก็บค่าคุ้มครองและสลากกินแบ่งจึงสามารถใช้ผีโม่แป้งแทนได้

๒. ที่ดินเป็นของ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท) ซึ่งปิดกิจการไปเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยผลของกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการชำระบัญชี มีอธิบดีกรมสรรพากรเป็นประธานฯ อธิบดีผู้นี้ อยู่ในข่ายผู้ใช้จ้างวานให้กระทำผิดอาญา

๓. ชายชุดดำที่เฝ้าที่ดินอยู่ขณะนี้คือ สมาชิกอั้งยี่ และสมุนโจร

๔. ผู้มอบอำนาจต้องรับผิดเสมือนกระทำการเอง - งานนี้สนุกแน่

๕. ไม่เคยฟ้องศาล ไม่เคยเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้าน - เขาต้องการแสดงอิทธิพล ว่าพวกตนอยู่เหนือกฎหมาย ผู้กำกับฯ พูดทางโทรศัพท์ขณะเกิดเหตุระดมยิงชาวบ้าน ว่าเจ้าของที่ดินเขามาแจ้งความแล้วว่าจะเข้าเคลียร์พื้นที่ และบอกว่าเป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน ถ้ามีผู้ใดเสียหายให้ไปแจ้งความที่โรงพัก

ขณะเดียวกัน ณ ที่เกิดเหตุมีนายตำรวจชั้ยนายพันในเครื่องแบบสองนายและประทวนอีกประมาณสามนายอำนวยกา­รจราจรและยืนดูการยิงอย่างไม่อนาทรร้อนใจ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Cat@ วันที่ : 05/07/2011 เวลา : 01.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

โหวตๆๆ

.....................

เชิญนะค่ะ มาคุยกัน
มาทำ ที่รัดผม กับ เศษวัสดุ ในบ้าน
by Cat@ ,

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน