*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531236
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม 2554
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 7784 , 22:46:39 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

.


ความหมาย ของคำว่า "เฉโก" คล้ายกับคำว่า "ฉลาด" แต่คนละแบบกัน  


คำว่า “ฉลาด” โดยทั่วไปที่คนเข้าใจ คือฉลาดทางบวก ฉลาดทางเจริญ มีสติ มีศีลธรรม คิดถึงคนอื่น ไม่กอบโกย ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น ไม่เอารัดเอาเปรียบระบบ ไม่เอารัดเอาเปรียบสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรของระบบจะเจริญ จะมั่นคง คำว่า "เฉโก" ก็ไม่ได้หมายถึงปัญญาอ่อน 


คำว่า “เฉโก” คือฉลาดอีกแบบ ตรงกันข้ามจากคำว่าฉลาดโดยทั่วไปที่คนเข้าใจ ไม่ตรงไปตรงมา เห็นแก่ตัวด้วยอัตตาตน ขาดสติ ไม่มีศีลธรรม มีกิเลสเป็นมรรค กอบโกย เอารัดเอาเปรียบคนอื่น เอารัดเอาเปรียบระบบ เอารัดเอาเปรียบสิ่งแวดล้อม เต็มไปด้วยอัตตา คิดถึงแต่ตัวของกูของของกู (แต่คำพูด จะอ้างถึงว่า ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อเด็ก ทำเพื่อความสนานฉันท์ ทำเพื่อประชาธิปไตย ทำเพื่อประเทศชาติ เป็นรูปแบบของความเจ้าเล่ห์) ทำให้ระบบเสื่อม ทรัพยากรของระบบเสียหาย


พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่า "เฉโก" ว. ฉลาดแกมโกง ไม่ตรงไปตรงมาโฉเก ก็ว่า. (ป. เฉโก ว่า ฉลาด)

คำว่าฉลาด ประกอบด้วย มีวิชชา มีปัญญา มีจริยธรรม มีคุณธรรม มีสติ รู้ตัว รู้ดี รู้ชั่ว หากได้คนเช่นนี้เป็นผู้นำ จะทำให้ระบบเจริญ นำมาซึ่งความรุ่งเรือง มั่นคง อยู่เย็นเป็นสุข 

คำว่าเฉโก ประกอบด้วย อวิชชา อับปัญญา ไม่มีจริยธรรม ขาดคุณธรรม ขาดสติ ไม่รู้ตัว ไม่รู้ดี ไม่รู้ชั่ว หากได้คนแบบนี้มาเป็นผู้นำ ระบบจะเดือดร้อน จะเสื่อม ไม่มั่นคง ถึงย่อยยับ 


การศึกษาและสื่อทุกวันนี้ ไม่ได้ทำให้คนฉลาดขึ้น แต่ทำให้ผู้คนเฉโกมากขึ้น หลงใหลในกิเลสอบาย มักง่าย หลงในอวิชชา หลงบริโภคนิยม ความเจริญทางวัตถุสูง แต่จิตใจเสื่อมทราม


4-5 ปีที่ผ่านมา อดีตนายกทักษิณ ชินวัตรและคนในแวดวง เอาทักษิณ ไปเปรียบเทียบกับ มหาตมะ คานธี กับ เนลสัน มันเดลา กับ ศ.ปรีดี พนมยงค์ หรือแม้แต่กับ พระเจ้าตากสินมหาราช ดูแล้วไม่ใกล้เคียง มหาตะมะ คานธีใช้ชีวิตแบบสมถะ ไม่ได้กอบโกยหาความมั่งคั่งจากระบบเหมือนทักษิณ เนลสัน มันเดลาก็ติดคุกหลายปี ต่างจากทักษิณที่หนีคุก ท่านปรีดี พนมยงค์ลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ อยู่ด้วยความสงบเสงี่ยม ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง แต่ทักษิณหนีคุกไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ยอมรับความผิดที่ตนเองก่อไว้ ใช้โฟนอินและวิดีโออิน โจมตีใครต่อใคร โฆษณาหาดีใส่ตัว ว่าตัวเองไม่มีอะไรผิด คนอื่นทุกระดับเลวและโง่ทั้งหมด พระเจ้าตากสินมหาราชกอบกู้อิสรภาพให้ประเทศไทย แต่ทักษิณเอาสมบัติของประเทศขายให้ต่างชาติ


เป็นรูปแบบการทำตัวและวาจาที่แสดงออกถึงความเป็น "คนเจ้าเล่ห์" หรือ "คนเฉโก" 


หากทักษิณมีคุณสมบัติเท่ารัฐบุรุษ 3 ท่านและ 1 พระองค์รวมกันจริง 6 ปีที่อยู่ในอำนาจ เป็นเวลาที่มากพอที่จะทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง สงบร่มเย็น ประเทศไทยคงไม่เดือดร้อน ไม่แตกแยก และไม่ยากจน(เงินเฟ้อสูง) และไม่เสื่อมเหมืนทุกวันนี้


ทิฏฐิของนายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี คล้ายกับของ พ.ต.ท. ดร. นช. ทักษิณ มากกว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ


นายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิตาลี อายุ 74 ปี เจ้าพ่อสื่อสารโทรคมนาคม เป็นประธานสโมสรฟุตบอล เอซี มิลาน และเป็นมหาเศรษฐีในวงการสื่อของอิตาลี ดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีแห่งชาติของอิตาลี ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2001 ตำแหน่งของเขาเทียบเท่าได้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย โดยที่อิตาลีมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ พตท.นช.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกครั้งแรกในปีเดียวกัน คือวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2001(2544) เป็นนายกก่อนนายแบร์ลุสโกนี 4 เดือน แต่ตกจากตำแหน่งก่อนนายแบร์ลุสโกนี นายแบร์ลุสโกนีเป็นนายกรัฐมนตรี 3 สมัย แต่พ.ต.ท.นช.ทักษิณ เป็นนายก 2 สมัย แต่มีนอมินีเป็นนายก 3 สมัย รวมทั้งสมัยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรด้วย

นายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนีเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองชื่อว่า ฟอร์ซา อิตาเลีย ที่เขาได้จัดตั้งขึ้นเป็นการพิเศษ เพื่อเป็นการปูทางเข้าสู่ถนนทางการเมืองของตนเอง ที่เขาอ้างว่า "เป็นการกระทำโดยชอบธรรม" และเขายังเป็นเจ้าของบริษัทฟินอินเวสต์ จักรวรรดิสื่อสารมวลชนในประเทศอิตาลี ที่ควบคุมกิจการของมีเดียเซ็ตอีกต่อหนึ่ง เขาสามารถควบคุมสื่อส่วนใหญ่ในประเทศอิตาลีได้ โดยไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีโทรทัศน์ 6 ช่องในประเทศ ที่ 3 ช่องเป็นของเอกชน และ 3 ช่องเป็นของรัฐโดยที่เขาสามารถควบคุม 3 ช่องหลังได้ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

การจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกของนิตยสารฟอร์บ ได้ระบุว่าเขาเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศอิตาลี โดยมีทรัพย์สินรวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นราว 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2004 หรือประมาณ 480,000 ล้านบาท ทักษิณมีน้อยกว่าเล็กน้อย ประมาณ 415,000 ล้านบาท


ความสำเร็จทางธุรกิจ


ปี 1960 ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนีได้เริ่มอาชีพผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
 

ปี 1978 เปิดตัว เทเลมีลาโน สถานีโทรทัศน์เคเบิลในคอมเพล็กเพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งต่อมาสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวก็ได้แพร่ภาพไปทั่วทั้งแคว้นลอมบาร์ดี และต่อมา เขาก็ได้ก่อตั้งบริษัทฟินอินเวสต์ บริษัทแม่ของกลุ่มกิจการ เพื่อดำเนินกิจการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวงการโทรทัศน์ทั้งหมด
 

ปี 1980 ได้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ คานาเล ชิงเก ซึ่งเป็นเคเบิลทีวีเอกชนแห่งแรก ที่มีการออกอากาศทั่วประเทศ โดยอาศัยเทคนิคการอัดรายการล่วงหน้าสามวัน แล้วสำเนาเทปแจกจ่ายไปยังสถานีท้องถิ่น เพื่อออกอากาศพร้อมกันทั่วประเทศ จากนั้นเขาก็ได้ซื้อกิจการสถานีโทรทัศน์ อิตาเลีย อูโน จากกลุ่มธุรกิจรุสโกนีในปี 1982 และสถานีโทรทัศน์ เรเต กวาโตร จากกลุ่มธุรกิจริซโซนีในปี 1984 ในเวลาไม่นาน กิจการของเขาก็ได้แพร่ขยายไปในกลุ่มประเทศต่างๆในทวีปยุโรป เขาได้ซื้อกิจการสถานีโทรทัศน์ ลา ซังก์ ของฝรั่งเศสปี 1986 ซื้อเทเลฟุนฟ์ของเยอรมนี ในปี1987 จากนั้นก็ซื้อกิจการช่องเทเลซิงโกในประเทศสเปนปี 1989
 

ในปีค.ศ. 1989 เขายังได้ซื้อกิจการของสำนักพิมพ์มอนดารี และทำให้สำนักพิมพ์นี้กลายเป็นสำนักพิมพ์หนังสือและนิตยสารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศ จากนั้น การร่วมทุนกับกลุ่มเมดูซา และซีเนมา ชิงเก ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้กลายเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี


ปี 1986 เขาซื้อทีมฟุตบอลเอซี มิลาน (ทักษิณก็มีทีมฟุตบอลแมนซิตี้ในปี 2007)


นอกจากนั้น ในส่วนของธุรกิจประกันภัยและไฟแนนซ์ เขาเป็นเจ้าของบริษัทเมดีโอลานุม และโปรกรามมา อิตาเลีย
 

เครือธุรกิจฟินอินเวสต์ของเขา เป็นกลุ่มธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศอิตาลี


ถนนการเมืองของแบร์ลุสโกนี


จากการที่แบร์ลุสโกนีเป็นเพื่อนเก่าแก่ของนายกรัฐมนตรีเบตตีโน คราซี ประธานสภาที่ปรึกษาแห่งชาติสังกัดพรรคสังคมนิยม เขาจึงถูกกล่าวหาว่าได้ใช้อำนาจทางการเมืองเอื้ออำนวยกิจการของตนในฐานะผู้ประกอบการ ชื่อของเขาปรากฏอยู่บนบัญชีหางว่าวอันยาวเหยียดของกลุ่มล็อกเจีย มาซโซนีกา เปดูเอ ซึ่งเป็นองค์กรติดอาวุธต่อต้านสาธารณรัฐที่ต้องการก่อการยึดอำนาจ
 

ปี 1994 เขาได้ตัดสินใจเข้าสู่วงการการเมือง และเป็นผู้สมัครจากพรรคฟอร์ซา อิตาเลีย พรรคการเมืองที่เขาสร้างขึ้นมาเองเพียงสองเดือนก่อนการเลือกตั้ง เพื่อเข้าชิงเก้าอี้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเขาก็ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นจากการใช้สื่อโทรทัศน์ในการโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนัก ซึ่งนับว่ารูปแบบแปลกใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองของอิตาลี ในที่สุด เขาก็ได้ก้าวถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยการจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคเลกา นอร์ด และพรรคอาลีอานซา นาซีโอนาเล แต่ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา เขาก็ต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาล(แบร์ลุสโกนี-1) เนื่องจากพรรคแนวร่วมตอนเหนือ (เลกา นอร์ด) พรรคร่วมรัฐบาลได้ถอนตัวออกไปรวมกับฝ่ายค้าน
 

ในปีเดียวกัน ทางการอิตาลีได้เข้าตรวจค้นสำนักงานกว่า 560 แห่งของกลุ่มธุรกิจฟินอินเวสต์


แบร์ลุสโกนีที่ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานสภาที่ปรึกษาแห่งชาติ(แบร์ลุสโกนี-2) ได้รับเชิญให้การต่อศาลที่นครมิลาน ขณะที่เขากำลังเป็นประธานในการประชุมองค์การสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องอาชญากรรมที่เมืองเนเปิล จากเหตุการณ์นี้ เขาได้กลายเป็นบุคคลขาวสะอาดขึ้นมาทันที จากการที่ศาลตัดสินใจไม่ดำเนินคดี


แบร์ลุสโกนีได้ฟ้องกลับต่อคณะมนตรียุติธรรม ว่ากลุ่มผู้พิพากษาในนครมิลานได้รวมหัวกันดำเนินการขัดต่ออำนาจรัฐ

 

รัฐมนตรีของรัฐบาลแบร์ลุสโกนี มีผู้หญิงหลายคน หน้าตาเด็กก็มี
 

Mara Carfagna ซึ่งเคยครองตำแหน่ง  Miss Italy pageant อันดับ 6 ในปี 1997 และเป็นนักแสดงที่นุ่งน้อยห่มน้อยทางรายการทีวี "เป็นรัฐมนตรี Equal Opportunities" 

รัฐบาลแบร์ลุสโกนี-2 ยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป ต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์เล็กบ้างใหญ่บ้าง มีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี 19 ครั้ง จนกระทั่งหมดวาระเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2005 ทำให้รัฐบาลของเขาเป็นรัฐบาลอิตาเลียนที่อยู่ในวาระนานที่สุดตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา


รัฐบาลแบร์ลุสโกนี-3


แบร์ลุสโกนีได้ผ่านวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดมาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2005 จากการที่พรรคสหภาพคริสเตียนเดโมแครต (UDC) ของพวกคริสเตียนประชาธิปไตย หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลผสมสองพรรค ขอถอนตัว ทำให้แบร์ลุสโกนีต้องลงเอยด้วยการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีคาร์โล อาเซกลีโอ คีอามปี แห่งสาธารณรัฐอิตาลีเมื่อวันที่ 20 เมษายน  2005  "ซึ่งก็อนุญาตให้เขาลาออกอย่างสงวนท่าที" ไม่ว่า เพื่อต้องการจัดตั้งรัฐบาลแบร์ลุสโกนี-3 (โดยไม่มีพรรคพันธมิตรสองพรรคเดิมมาร่วมรัฐบาล) หรือไม่ ก็เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดผลได้ล่วงหน้า (ซึ่งมีขึ้นเมื่อในเดือนมิถุนายน 2005)


ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิตาลีได้เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่จะต้องมีรัฐมนตรีหลายตำแหน่งมาจากพรรคสหภาพคริสเตียนเดโมแครต


วันที่ 23 เมษายน เวลา 12 นาฬิกา 50 นาที เขาได้นำเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี 26 คนของคณะรัฐบาลแบร์ลุสโกนี-3 โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆมากมาย นอกจากการที่นายจูลีโอ เทรมอนตีเข้ามาดำรงตำแหน่งรองประธานที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรี แทนที่นายมาร์โค โฟลลีนี และการก่อตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นมาโดยไม่มีรัฐมนตรีเพื่อบริหารองค์กรเพื่อการพัฒนาแคว้นต่างๆทางภาคใต้ของประเทศอิตาลี


ชีวิตส่วนตัวแบร์ลุสโกนี


 

นางคาร์ลา เดลโลกลีโน ภรรยาคนแรก และมาเรีย เอลวีรา ลูกสาวคนโต

ปี 1965 เขาได้เข้าพิธีสมรสกับคาร์ลา เดลโลกลีโน ซึ่งเขามีบุตรด้วยสองคน มาเรีย เอลวีรา เกิดปี 1966 และ ปีแอร์ซิลวีโอเกิดปี 1968

 

เขาแต่งงานครั้งที่ 2 กับ เวโรนีกา ลารีโอ นักแสดงสาวทางจอเงิน ซึ่งเขามีบุตรด้วยสามคน บาร์บารา(1984) เอลเลโอโนรา(1986) และลุยกิ (1988)


ปัจจุบัน มารีนา(ลูกคนโต) ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัทฟินอินเวสต์ ปีแอร์ซิลวีโอ(ลูกคนที่ 2) ดำรงตำแหน่งรองประธานมีเดียเซ็ต และประธานของอาร์เตอี ซึ่งเป็นบริษัทที่ควบคุมกิจการต่างๆของเขาทางด้านโทรทัศน์

(ที่มา: หลายส่วนจากวิกิพีเดีย)

 


ข่าวเปิดโปง แบร์ลุสโคนี่(วัย 72 ปี) แอบไปอวยพรวันเกิด โนเอมี่ เลติเซีย นางแบบชุดชั้นในวัย 18 ปี ที่บ้านฝ่ายหญิง พร้อมกับมอบของขวัญเป็นสร้อยคอทองคำฝังเพชร มูลค่าประมาณ 265,000 บาท ให้กับเธอ ทำให้เวโรนิก้า ลาริโอภรรยาวัย 52 ปีหมดความอดทน และยื่นฟ้องหย่า


ข่าวฉาวและข่าวโฉ่ของผู้นำอิตาลี ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โด่งดังไปทั่วโลก เรื่องใต้สะดือก็แรง มีเรื่องซื้อบริการทางเพศแม้จากผู้เยาว์อายุ 17 ปี เป็นคนเจ้าชู้อย่างร้ายกาจ พัวพันเรื่องบนเตียงโดยตลอด เขาแต่งงาน 2 ครั้ง และหย่าร้างกับภรรยาคนแรกแล้ว และภรรยาคนที่ 2 ได้ยื่นฟ้องหย่าเขาอีก มีข้อกล่าวหาต่อตัวซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี พัวพันถึงการรับสินบน การโกงภาษี การใช้อำนาจโดยมิชอบ ตอนนี้ตัวเขามีคดีที่ค้างอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลจำนวน 3 คดี

 

เป็นคน เฉโก ที่ยากจะหาใครเปรียบ เป็นคนมุสา จนต้องหาภาพที่ไม่เหมาะสมมาช่วยแสดงให้เห็นว่าเขาพูดแต่ความจริง เช่นเดียวกับทักษิณที่พยายามที่จะแสดงว่าตนเองเป็นรัฐบุรุษ โดยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคานธี และ มันเดลา เป็นต้น เป็นวิธีการทางตลาด แต่แล้วภาพดังกล่าวก็ไม่สามารถแสดงความจริงได้ นักประวัติศาสตร์ทางศิลป์ วิจารณ์เรื่องนี้รุนแรง จนต้องมีการตกแต่งภาพให้ดูเหมาะสมขึ้น(ภาพขวา)


เขาเป็นคนมอบรางวัล International Forgiveness Award ประจำปี 2547 แก่พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร องค์สิทธิมนุษยชนจากประเทศไทยยื่นหนังสือประท้วง จากรณีสวมรอยฆ่า 2,500 ศพ ในสงครามยาเสพติด


เขาเป็นผู้นำอิตาลีติดต่อกันถึง 3 สมัย ที่เคยมีคะแนนนิยมอยู่สูงถึงร้อยละ 55


การพังทลายของตลาดหุ้น ตอกย้ำว่าเศรษฐกิจของประเทศอิตาลีเสียหายหนัก
 

หลังการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรก กลางเดือนมิถุนายน 2001 ตลาดหุ้นที่ตกอยู่แล้ว กลับตกรุนแรงมากขึ้น ต้นปี 2007 - ต้นปี 2009 ตลาดหุ้นตกแรงถึง 69 เปอร์เซ็นต์  


อิตาลีมีขนาดเศรษฐกิจโตเป็นลำดับที่ 3 ในประชาคมเศรษฐกิจยุโรป รองจากเยอรมันและฝรั่งเศส

สภาพคล่องของระบบเสียหายรุนแรง จนต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากประชาคมยุโรป และไอเอ็มเอฟ ประเทศใดก็ตาม ที่ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ เป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดแล้ว ภาคการผลิตจริงและภาคการเงินล้มลงทั้งระบบ คนตกงาน เงินเฟ้อสูง หนี้สาธารณะสูงขึ้น


ปี 2011 หนี้สาธารณะของอิตาลีสูงกว่าร้อยละ 113 ของจีดีพี


สุดท้าย มีแต่เพียงลมปาก ผู้รู้จะรู้ว่า “ดีแต่พูด” ไม่มีอะไรที่จะเป็นไปตามที่เขาพูด


แบร์ลุสโกนีแถลงว่า รัฐบาลของเขาอยู่ระหว่างการหารือในรัฐสภาเพื่อเร่งลดหนี้สินอย่างเร่งด่วน และรัฐบาลจะเร่งกระบวนการแก้ไขโดยเร็วที่สุด เพื่อให้งบประมาณของประเทศกลับสู่สมดุลภายในปี 2557


ฟังแล้วคุ้นๆ เชื่อว่าคนไทยลืมไปแล้ว คล้ายๆรัฐบาลทักษิณ-สมคิดบอก ปี 2554 งบประมาณของประเทศจะเข้าสู่ภาวะสมดุล คล้ายๆรัฐบาลอภิสิทธิ์-กรณ์แถลงว่า งบประมาณของประเทศจะเข้าสู่ภาวะสมดุลในปี 2558


ปี 2011 คะแนนนิยมแบร์ลุสโกนีทรุดอย่างมีนัยสำคัญ


“Zero Sum Game" แบร์ลุสโกนีมั่งคั่งขึ้นจากการกอบโกยความมั่งคั่งไปจากระบบ ยากที่ระบบจะเจริญและมั่นคงอยู่ได้ แบร์ลุสโกนีมั่งคั่งขึ้นเท่าใด ประชาชนของอิตาลีก็จะจนลงและเดือดร้อนมากขึ้นเท่านั้น

เป็นจุดอ่อนของระบอบประชาธิปไตยวิถีทุน


ความมั่งคั่งแบบผิดปกติของผู้นำ คือความยากจนของคนในประเทศ ที่ยากจนอยู่แล้ว ก็จะยากจนมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศอิตาลีเป็นแบบใด สิ่งที่เกิดกับประเทศไทยก็เป็นแบบเดียวกัน 


การอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศ สามารถใช้อำนาจหน้าที่ ที่สามารถให้ประโยชน์ และให้โทษแก่ระบบได้ ผู้นำที่คิดจะ "ให้" ประโยชน์แก่ระบบ ระบบก็จะได้ประโยชน์ เช่นมหาบุรุษ มะหาตะมะ คานธีเป็นต้น ผู้นำที่คิดจะ "เอา" ประโยชน์จากระบบ ก็จะสามารถกอบโกยประโยชน์ไปจากระบบง่ายดาย  


ทิฏฐิของคนที่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงของประเทศต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่หลงอยู่แต่ในกิเลิสอบายส่วนตน แบร์ลุสโคนีบอกกับผู้สื่อข่าวว่า "ผมไม่ใช่นักบุญ'  เป็นวลีบาป ที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว นำบาปกรรม ทุกข์เข็ญลำเค็ญ มาให้คนอิตาลีทั้งประเทศ


มิจฉาวาจาของเขา ไม่สามารถกลบเกลื่อนความจริงที่เกิดขึ้นประเทศอิตาลีและคนอิตาลีได้


ความเดือดร้อนของคนอิตาลี คงไม่ต่างไปจากประชาชนคนไทย

 

โฉมหน้า นายมัสซิโม ตาร์ตากลียา วัย 42ปี ได้เข้าทำร้ายนายแบร์ลุสโกนี ระหว่างที่เขาเดินสายออกไปพบกับบรรดาผู้สนับสนุนพรรคในทางเหนือของประเทศ เมื่อปลายปี 2009 และก็ไม่ใช่หนแรกที่เขาถูกทำร้ายในฐานะผู้นำอิตาลี


94% ประชาชนส่วนใหญ่มีมติคัดค้านแผนหวนกลับไปใช้พลังงานนิวเคลียร์


95% ลงมติให้เพิกถอนเอกสิทธิ์คุ้มครองแบร์ลุสโกนีทางกฎหมายในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยกฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้เขาได้รับการยกเว้นการขึ้นให้การในชั้นศาล เสียงคัดค้านกฎหมายเอกสิทธิ์คุ้มครองเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าประชาชนหมดศรัทธาในตัวนายกรัฐมนตรีวัย 74 ปีคนนี้ ก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ไม่ว่าเมืองมิลาน และเมืองเนเปิลส์ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญ


'แบร์ลุสโกนี' ยืนยัน เขาจะไม่ลงชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอิตาลีสมัยหน้า


องค์ประกอบความเฉโก ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ ที่ทำให้ แบร์ลุสโกนีทำลายอิตาลีเสื่อมรุนแรง อวิชชาท่วมประเทศ ประกอบด้วย 2 อย่าง

1) มิจฉาทิฏฐิการใช้เงิน

2) มิจฉาทิฏฐิการใช้สื่อ

.


ชีวิตทางการเมืองของแบร์ลุสโคนีกำลังจะจบลงแบบหมดรูป แต่การหมดสภาพของแบร์ลุสโคนี น้อยกว่าความเสียหายที่เขาทำไว้กับประเทศอิตาลีและคนอิตาลี

.


http://twitter.com/indexthai2
"Google+" or "facebook" : Suthipong Prachayapruit
indexthai2@yahoo.com
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
ขอบคุณ http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=10039.0



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
indexthai วันที่ : 29/07/2011 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

สงสัย จะกินกันไม่ลง
อวิชชา แก่กล้า ด้วยกันทั้งคู่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Roonny วันที่ : 29/07/2011 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Roonny
มาสร้างเกราะป้องกัน ระบอบทักษิณ ด้วย เศรษฐกิจพอเพียง ในครอบครัวดีกว่าครับ

จริงๆแล้วน่าจะเป็น แบร์ลุสโกนี่แห่งเมืองไทย มากกว่านะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 29/07/2011 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

หลายปีก่อน เคยได้ยิน ทักษิณ แบร์ลุสโคนีแห่งอิตาลี

ความจริงพิสูจน์แล้วไม่แตกต่่างกันเท่าไร่ ใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 29/07/2011 เวลา : 06.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

Zero Sum Game
ต้นแบบมาจากอิตา ...นีเอยลีเอง
เขาคิดว่าสื่อ มีอิทธิพล จึงรอยเชื่อกจูง...จูง...
สื่อก็จูงๆๆๆต้นหญ้าอีกที
ประชาไม่ชื่นไปเลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
OXYGEN2 วันที่ : 29/07/2011 เวลา : 02.09 น.
http://www.copycddvd.com/


ผมเองเห็นว่าทักษิณเลวกว่าเยอะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน