*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531155
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม 2554
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 4067 , 23:24:54 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Casper โหวตเรื่องนี้

.

 

แท้จริงประเทศสหรัฐอเมริกาได้ความเสียหายทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด  ประเทศสหรัฐอเมริกาเคยประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงเมื่อปี 1929 รู้จักกันในชื่อ The Great Depression ช่วงดังกล่าวดัชนีดาวโจนส์ตกลงประมาณ 89 เปอร์เซ็นต์ ช่วงนั้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่างๆของโลก ไม่ได้มีรูปแบบที่หลากหลายเช่นทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมซื้อขายของภาคการผลิตจริง ความเสียหายจึงอยู่ในวงแคบ

ไม่เหมือนทุกวันนี้ มีเรื่องของการซื้อขายกระดาษ คือการซื้อขายของในตลาดหุ้น และตลาดสินค้าล่วงหน้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าตลาดซื้อขายสินค้าจริงมาก เช่นการซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) มีขนาดใหญ่กว่าการซื้อทองคำที่บริโภคจริง 8-9 เท่าตัว

ธุรกรรมการซื้อขายกระดาษ ไม่ต้องมีที่ดิน ไม่ต้องโรงงาน ไม่ต้องมีโกดังเก็บสินค้า ไม่ต้องมีคนงาน ไม่ต้องมีการขนส่ง นั่งทำธุรกรรมที่หน้าคอมพิวเตอร์ ห้องแอร์ สามารถกดคีย์บอร์ดคำสั่งซื้อขายกระดาษในรูปแบบต่างๆไปได้ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง รับจ่ายเงินก็ทำผ่านบัญชีของสถาบันการเงินของผู้ซื้อ-ผู้ขาย

การซื้อขายกระดาษ หรือซื้อขายตัวเลขในกระดาษ ให้นึกถึงการซื้อขายล๊อตเตอรี่ ซื้อขายหวยบนดินใต้ดิน ที่เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นอบายมุข ที่ไม่ได้ทำให้เกิดผลิตผลแก่ระบบ (No products added ) ไม่เหมือนปลูกข้าว ปลูกข้าวยังมีเมล็ดข้าวเกิดขึ้น  

ลองดูวิธีคิดแบบเปรียบเทียบ

วิธีคิดแบบที่ 1
สมมุติคนทั้งโลก มี 10 คน หากคนทั้ง 10 คนนี้ทำการซื้อขายกระดาษ หรือซื้อขายตัวเลขในกระดาษ ซื้อหวย เตะบอล ตีกอล์ฟ ตีเทนนิสอาชีพ แสดงหนัง เล่นละคร ประกวดความงาม แล้วจะเอาอะไรมากิน จะมีอะไรกิน ก็อดตาย ตายทั้งหมด 

วิธีคิดแบบที่ 2
คนทั้งโลก มี 10 คน หากคนทั้ง 10 คนนี้ ทำนาทำไร่ ปลูกข้าว ปลูกถั่วปลูกงา ก็ทำให้มีข้าว มีถั่ว มีงา ไว้รับประทาน ไม่อดตาย

แสดงให้เห็นว่า ธุรกรรมการซื้อขายกระดาษ คือธุรกรรมอบายมุข คือธุรกรรมที่เอารัดเอาเปรียบภาคการผลิตจริง เกิดจากความคิดแบบตะวันตก ที่ขาดความลึกซึ้ง ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั้งโลก

พระพุทธเจ้าสอนไว้แล้ว “เงินทองคือของมายา แต่ข้าวปลาเป็นของจริง" ศีลข้อ 10 ก็บอกไว้ “ให้เว้นจากการรับทองและเงิน” พิจารณาตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำให้ทราบถึงจุดอ่อนของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอยู่ตรงไหน และระบอบเศรษฐกิจวิถีพุทธเป็นระบบอบที่ดีที่สุดในโลก

อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค คือปัจจัยสี่ เป็นสิ่งจำเป็นของชีวิต อาชีพที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสี่ เป็นอาชีพที่ไม่เอารัดเอาเปรียบระบบ 

กิเลส ทำให้คนทั่วโลกไปเอาตามอย่างตะวันตก อยากร่ำอยากรวย เอารัดเอาเปรียบส่วนอื่น ทุกวันนี้ตะวันตกยากจนหนัก หนี้ท่วมประเทศ ไม่ว่าอเมริกาหรือยุโรป ที่ไม่รู้จักว่าอบายมุขคืออะไร 

ได้มีการสร้างอาชีพที่ไม่ทำให้เกิดผลผลิตมากขึ้นอีก ได้แก่กีฬาอาชีพต่างๆ ฟุตบอลอาชีพ เทนนิสอาชีพ กอล์ฟอาชีพ การแสดงอาชีพ ประกวดความงาม ซีเลบริตี้ การโฆษณาสุดลิ่ม ฯลฯ ค่าตัวและรายได้เป็นร้อย เป็นพันล้าน ได้ยืดกัน ดูไทเกอร์ วูดส์ ยืดขนาดไหน มอมเมากัน อดหลับนอนกันตี 3 ตี 4 เพื่อดูบอล  

“วันหนึ่งๆมีบอล ตามมุมต่างๆของโลก ถ่ายทอดผ่านเคเบิลทีวี ดูได้กันทั่วโลก เตะกันหลายสิบคู่ ไม่มีเมล็ดข้าวเกิดขึ้นแม้แต่เมล็ดเดียว” เป็นธุรกรรมขายความบันเทิงอย่างหนึ่ง พระพุทธเจ้าก็สอนเรื่องการบันเทิงไว้ไว้เช่นกัน ศีลข้อ 7 เว้นจากฟ้อนรำขับร้อง ฯลฯ ศีลข้อ 8 เว้นจากการทัดดอกไม้ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้ประยุกต์บอกว่า อาชีพเอ็นเตอร์เทนขายบันเทิงที่กล่าวข้างต้น เป็นอบายมุข นำพาความเสื่อมมาสู่โลก

อีกวลีหนึ่งที่โบราณว่าไว้ “สุรา นารี (เที่ยวกลางคืน รวมดู การละเล่น โขน หนัง ละคร) พาชี (การพนัน) กีฬาบัตร (การพนัน)“ เป็นอบาย เรื่องเช่นนี้ตะวันตกไม่รู้จัก ที่อังกฤษมีการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายหลายรูปแบบ การถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าถูกต้องทางศีลธรรม

ตลาดอนุพันธ์ (Futures) อิงแอบเอา ตัวเลขดัชนี ตัวเลขราคาสิ่งของ ตัวเลขราคาหุ้นมาซื้อขายกัน ใช้เงินค้ำประกัน 10 บาท ซื้อขายตัวเลขได้ 100 บาท นั่นคือซื้อขายกัน 10 บาท แต่ได้เสียกันเป็น 100 บาท

ตลาดหุ้น คืออบายมุขกองโตที่สุดในโลก มีการสวมรอยปั่นให้ราคาสูง-ต่ำผิดจริงได้มาก ทำให้สภาพคล่องของระบบ บางครั้งก็ท่วมระบบ (ทำให้กิจการขยายตัวมาก) บางครั้งก็เหือดแห้งไปจากระบบ (ทำให้กิจการล้มลงและล้มละลาย) หรือภาคการผลิตจริง (Real Trade) ล้มละลาย

ภาคการซื้อขายกระดาษ (Paper Trade) นักลงทุนท้องถิ่นล้มละลาย แต่ Hedge Fund มั่งคั่ง ส่งผลให้เงินท่วมโลก ทุกวันนี้สินทรัพย์ของทั่วโลกตกเป็นของ Hedge Fund แทบหมดแล้ว เงินที่อยู่ตามธนาคารกลางของประเทศต่างๆ เป็นเงินของบรรดา Hedge Fund เขาจะนำมาเพิ่ม หรือเขาจะย้ายออกไปประเทศไหน เมื่อใด ก็ได้

เงินท่วมโลกแต่โลกยากจนลง http://t.co/6MDDTNB อนาคต หากรูปการยังเป็นไปในรูปแบบนี้ คนฝากเงิน จะต้องจ่ายค่าฝากเงินให้กับธนาคาร ไม่ใช้ได้ดอกเบี้ยจากธนาคาร
 

ปี 2000-2002 ตลาดแนสแดกซ์ตกลงแรง 78 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลงตามตลาดหุ้น (ดูกราฟ) ทำให้มีการขายหุ้น ขายสินทรัพย์ในอเมริกา ขนเงินมาลงทุนนอกอเมริกา ทำให้ทุนสำรองประเทศต่างๆสูงขึ้น โดยเฉพาะทุนสำรองของประเทศจีน พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก เวลาเดียวกัน ทุนสำรองของประเทศไทยก็พุ่งสูงขึ้น จนสามารถนำไปใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกำหนดในเดือนกรกฎาคม 2003 ที่อดีตนายกทักษิณแอบอ้างว่าเป็นฝีมือของเขา

 

การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000 กว่าจะเห็นว่าสภาพคล่องเสียหายจริงจัง ก็เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 4-5 ปี หรือปี 2004 – 2005 คล้ายที่ตลาดหุ้นของประเทศไทยพังทลายในปี 2537 ถึงปี 2540 จึงพบว่าสภาพคล่องเสียหายหนัก ต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟ 

หนี้มากมายเกิดจากอะไร? เมื่อแนวโน้มดอลลาร์เสียหาย คนไม่ถือดอลลาร์ เงินไหลออกจากอเมริกา ทำให้สภาพคล่องของประเทศอเมริกาเสียหาย ส่งผลให้ภาคการเงินและภาคการผลิตจริงเสียหาย เห็นได้จากกรณี Subprime และการล้มลงของ  Enron  WorldCom Bear Stern Fannie Mae Freddie Mac Lehman Brothers  Merrill Lynch  AIG ฯลฯ รัฐบาลอเมริกันต้องเข้าไปอุ้ม ทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้น

อเมริกาแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องด้วยการตั้ง CDOs (Collateralized debt obligations) และ CDS (A credit default swap) หมายถึงให้สถาบันการเงินกู้เงิน และให้มีการค้ำประกันเงินกู้ มาใช้ในธุรกรรมตลาดเงิน ส่งผลให้การล้มละลายต่างๆดังกล่าวสูงกว่าปกติมาก

4 ปีที่ผ่านมา หนี้เพิ่มขึ้นทุกปี
ปี 2007 ระดับหนี้อยู่ที่ 7.38 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2008 ระดับหนี้อยู่ที่ 11.32 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2009 ระดับหนี้อยู่ที่ 12.39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2010 ระดับหนี้อยู่ที่ 14.29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ช่วงระยะเวลา 4 ปี ปี 2007 – 2010 เพดานหนี้เพิ่มจาก 7.38 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มาเป็น 14.29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มเกือบเท่าตัว (94 เปอร์เซ็นต์)

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งบอกว่า หนี้ของอมริกาเกิดจากการมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายรับ เช่นโครงการประชานิยม โครงการประกันสังคม โครงการประกันสุขภาพ โครงการอวกาศ และการทำสงครามทางทหาร ก็มีส่วน แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านั้น น้อยกว่าค่าใช้จ่ายของรัฐบาลอเมริกันที่ใช้อุ้มสถาบันการเงินที่ล้มจากวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000

หลายประเทศ รวมทั้งยุโรปเช่น กรีก อิตาลี ปอร์ตุเกส ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ยูเครน ปากีสถาน ฯลฯ ประเทศเหล่านี้ไม่มีสงคราม แต่ก็เกิดหนี้ท่วมประเทศเช่นกัน จนต้องพึงพากองทุนการเงินระหว่างประเทศและประชาคมยุโรป 
  

วันที่ 2 สิงหาคม 2554 ถึงกำหนดชำระหนี้ แต่รัฐบาลอเมริกาไม่มีเงิน ทำเนียบขาวจึงต้องหาทางออกกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้  ขอพึ่งกฎหมาย เพื่อให้สามารถกู้เงินมาชำระหนี้เพิ่ม

ตามรายละเอียดข้อตกลงของทำเนียบขาว และวุฒิสมาชิก (วันที่ 31 กรกฎาคม 2554) เพิ่มเพดานหนี้อย่างน้อย 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ให้ชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย 2-3 ล้านล้านเหรียญในช่วง 10 ปีข้างหน้า ยอมให้มีการกู้ยืมเงินให้เพียงพอถึงปี 2013 งบประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐจะต้องถูกตัดลงโดยทันที งบประมาณของกองทัพลดลงอย่างน้อย 350,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 10 ปีข้างหน้า การตัดลดงบประมาณ ยังคงในความดูแลของคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่าย

นั่นคือเพดานหนี้ปี 2011-2013 จะขึ้นมาเป็น 16.39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่แน่ว่า ตามความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นตัวเลขที่ถูกต้องแล้ว หรือพอดีแล้ว 

 


ความเสียหายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ที่เป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์เมื่อปี 2000 หมายความค่าเงินเหรียญสหรัฐมีค่าเล็กลง นั่นคือ การซื้อสินค้าและบริการต่างๆด้วยปริมาณเท่าเดิม จะต้องใช้เงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น จึงทำให้เห็นว่าสินค้าและบริการนั้นราคาสูงขึ้น

จะเห็นว่าราคาทองคำและน้ำมัน มีราคาสูงขึ้น ราคาทองคำ และราคาน้ำมันเริ่มขึ้นหลังปี 2000 (หลังการพังทลายของเงินเหรียญสหรัฐ) ราคาทองคำยังขึ้นต่อเนื่องถึงปี 2011 ซึ่งขึ้นมา 525 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนราคาน้ำมันขึ้นมาถึงกลางปี 2008 ขึ้นมา 683 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ปรับตัวลงรวดเร็วถึงต้นปี 2009 และตอนนี้ราคาได้เริ่มไต่ระดับขึ้นมาใหม่แล้ว  

ราคาพลังงานโลกสูงขึ้น เป็นที่มาของเงินเฟ้อโลกสูงขึ้น 

การพังทลายของแนสแดกซ์และค่าเงินเหรียญสหรัฐ คือต้นเหตุเงินเฟ้อโลก

เงินเฟ้อโลกเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2000

แต่ปัญหาหนี้ของอเมริกา ที่เก็บเงียบไว้นาน ก็โผล่ให้ขึ้นมาให้เห็นว่าเป็นปัญหา วันที่ 2 สิงหาคม 2554 เป็นกำหนดเส้นตาย ว่าการแก้ไขปัญหาจะออกมาในรูปใด ซึ่งสรุปผลออกมาแล้วในช่วงกลางของบทความนี้ 

ขนาดเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก เงินเหรียญสหรัฐเป็นเงินที่มีส่วนแบ่งสูงสุดในโลก กล่าวได้ว่าเงินเหรียญสหรัฐ เป็นสกุลเงินของโลกได้

ดูวิธีการแก้ปัญหาแล้ว เห็นเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

ตลาดหุ้นคือต้นเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจอเมริกาเกิดวิกฤตรุนแรงมา 2 ครั้งแล้ว และทำเศรษฐกิจ-สังคม-การเมืองของอเมริกาเสียหายต่อเนื่องตลอด 82 ปีที่ผ่านมา ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ทำเงินเฟ้อของอเมริกาและของโลกสูงขึ้น

ความเสียหายทางเศรษฐกิจของอเมริกา ยุโรป และประเทศต่างๆ มีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน มีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดหุ้นคืออบายมุขกองโตที่สุดในโลก ก่อความเดือดร้อนไปทั่วโลก ทำให้โลกยากจนลง

ให้โลกมีตลาดเงินตลาดเดียวก็พอแล้ว

เมื่ออเมริกาหรือโลกไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ปัญหาก็ยังคงอยู่ ประชาชนโลกจะพบกับความเดือดร้อนที่รุนแรงขึ้น เดือดร้อนจากเงินเฟ้อ หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต่อเนื่อง

.

เรื่องเดียวกัน

เพดานหนี้ประเทศสหรัฐอเมริกา จะเกิดอะไรกับโลก http://t.co/kfi6bNp (ผู้จัดการ)

การแก้ปัญหาเพดานหนี้ประเทศสหรัฐอเมริกา บอกว่าเงินเ http://t.co/kj1xOGI (blogspot)

.

เรื่องที่สัมพันธ์กัน

สองรูปแบบการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกา: http://bit.ly/q2FjA1

สหรัฐอเมริกาสมาชิกประเทศยากจนใหม่: http://bit.ly/pEEHxi

การล่มเศรษฐกิจประชาคมยุโรปและยุโรป: http://bit.ly/pBa4oZ

 
http://twitter.com/indexthai2
"Google+" or "facebook" : Suthipong Prachayapruit
indexthai2@yahoo.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
indexthai วันที่ : 08/08/2011 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

นี่ไงครับความเดือดร้อนที่กระจายไปทั่วโลก
ชาวอิสราเอล 2.5 แสนประท้วงกดดันรัฐบาลต่อปัญหา “ค่าครองชีพสูง”
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000098130

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


จริงๆแล้วเรื่องพวกนี้มีปัญหามาก่อนหน้านั้นแล้ว เพียงแต่มันคือ สหรัฐอเมริกา ถามว่า ถ้าเรื่องกินมาก่อน เรื่องเงินตามมา แล้วยังจะมีหน้าไปรบกับอาหรับหมดเงินไปไม่รู้เท่าไหร่ทำไม ?ปล่อยให้ชาติอื่นเขาทำก็ได้ ไม่เกี่ยวหรอกครับ มันอยู่ที่ผู้บริหารประเทศมากกว่า ว่า ความพอดี ความหน้าใหญ่ใจโต ความถูกต้อง ศีลธรรม มีไว้มั่งประเทศก็อาจจะไม่เดือดร้อน คนใหญ่คนโต มักจะมีคนหมั่นไส้คอยซ้ำเวลาตกอับ มันก็ธรรมดาครับ เพียงแต่ตอนนั้นเราอาจจะไม่ทราบก็เท่านั้นว่าในความจงรักภักดี หรือ ดูเหมือนรักใคร่กันดี นั้นมีอะไรซ่อนอยู่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น จีน รัสเซีย หรือ อื่นๆ เลือกตั้งประธานาธิบดีคราวหน้า ชาวอเมริกาอาจจะเข็ดก็ได้กับพรรคของนายกคนปัจจุบันที่มีนโยบายแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ardusias วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 22.01 น.

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพชัดเลย เงินทองคือของมายา ข้าวปลาคือของจริง
คักแถ่น๊อ อีกจั่กคาว หนูจะเมือบ้านไปเฮ็ดนาฮองอี่เต่าหนูเกิ่น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
indexthai วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 07.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000095292

สาระสำคัญของแผนเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐฯ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน