*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531201
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม 2554
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 2566 , 17:10:17 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน คนชั้นล่าง โหวตเรื่องนี้


ปี 2518 วงกลมซ้าย เป็นปีที่เปิดตลาดหุ้น อีก 3-4 ปีต่อมา ตลาดหุ้นตก 62 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้อง ”ลดค่าเงินบาท” หลายครั้ง เกิดโครงการ 4 เมษายน 2527 ทางการเข้าควบกิจการ 25 ไฟแนนซ์และเครดิตฟองซิเอร์ เปิดกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ทุนสำรองเสียหาย ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินครั้งแรกจาก IMF

ปี 2536 วงกลมขวา เดือนตุลาคม นำระบบ Maintenance margin & force sell มาใช้ในตลาดหุ้น ตลาดหุ้นขึ้นไปที่ 1,750 และพังทลายลง 88 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลถึงต้อง “ลอยค่าเงินบาท” เกิดโครงการ 14 สิงหาคม 2541 ปิดกิจการ 56 สถาบันการเงิน ทุนสำรองลดลงรุนแรง ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF ครั้งที่ 2

กองทุนเพื่อการฟื้นฟู (FIDF) มีหนี้ที่เกิดจากการปิด 56 สถาบันการเงิน 1.4 ล้านล้านบาท ช่วง 12 ปีของการบริหารจัดการกองทุน (2541-2553) ได้ชำระคืนหนี้ 249,898 ล้านบาท หรือเฉลี่ยชำระหนี้ปีละ 20,825 ล้านบาท ชำระดอกเบี้ย 604,473 ล้านบาท หรือเฉลี่ยชำระดอกเบี้ยปีละ 50,373 ล้านบาท เงินที่ใช้ในการชำระดอกเบี้ยเป็นภาษีของประชาชน

ยังคงมีหนี้คงเหลือ 1.14 ล้านล้านบาท หักกับสินทรัพย์ที่มีอยู่ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูประมาณ 2 แสนล้านบาท จะต้องใช้เวลาประมาณ 45 ปี จึงจะใช้หนี้นี้ได้หมด

.

ทางการจะยุติบทบาทของกองทุนฟื้นฟูในปี 2556

แล้วหนี้ที่เหลือประมาณ 1 ล้านล้านบาทของกองทุนฟื้นฟูจะเอาไปไว้ที่ไหน

.

ปี 2551 ทางการตั้ง “สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (PDA)” ซึ่งมีวิสัยทัศน์ใกล้เคียงกับของกองทุนฟื้นฟู แต่ลดบทบาทลงมาก คือไม่ได้ช่วยเหลือสภาพคล่องเมื่อสถาบันการเงินประสบปัญหาด้านสภาพคล่อง และไม่คุ้มครองเงินฝากทั้งจำนวน แต่จะคุ้มครองเงินฝากประชาชนไม่เกินบัญชีละ 1 ล้านบาท

วิสัยทัศน์สถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุคล้ายกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ประวัติศาสตร์บอกว่าวิสัยทัศน์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูล้มเหลวและก่อหนี้ก้อนโตให้ระบบ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ก็มีโอกาสจะล้มเหลวและเกิดหนี้ก้อนโตให้ระบบเช่นเดียวกัน

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds)

พบว่าประเทศต่างๆที่ตั้งกองทุนมั่งคั่ง เพราะมีรายได้เหลือล้น ไม่มีหนี้ เช่นประเทศที่มีบ่อน้ำมันในตะวันออกกลางเป็นต้น แต่มีหลายประเทศที่ตั้งกองทุนมั่งคั่ง โดยไม่สนใจฐานะเศรษฐกิจของประเทศ

ประเทศไทย กำลังคิดจะออกพรบ.ดึงเงิน 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท จากทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศ มาตั้งเป็นกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) หรือนำไปลงทุนในกิจการพลังงาน


ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศ

การเปลี่ยนแปลงของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ในอดีตจะเกี่ยวข้องกับดุลบัญชีเดินสะพัด เช่นผลต่างของมูลค่าการส่งออกและนำเข้า ผลต่างจากมูลค่าการท่องเที่ยว ที่ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในไทยและคนไทยเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมทั้งคนไทยไปขายแรงงานที่ต่างประเทศ และต่างชาติมาขายแรงงานในไทย

ทุกวันนี้ทุนสำรองเงินตราของทุกประเทศ เป็นเรื่องไม่มั่นคง และอาจจะผิดปกติได้ง่าย ที่เป็นผลมาจากการไหลเข้าออกของทุนโดยตรง โดยเฉพาะการไหลเข้าของการลงทุนทางอ้อม เช่นการลงทุนในตลาดทุนและตลาดพันธบัตร ทำให้เงินทุนไหลเข้าก็ง่าย ไหลออกก็ง่าย ที่ส่งผลให้ทุนสำรองเพิ่ม-ลดได้ง่าย

ทุนสำรองของประเทศไทยเคยเสียหายมาแล้วถึง 2 ครั้ง ที่เป็นผลให้ประเทศไทยต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง วงกลมใหญ่ในแผนภูมิทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสุทธิ แสดงให้เห็นว่าทุนสำรองของประเทศตกลงต่ำมาก ที่ทำให้ประเทศต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2 นั่นเอง

แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังปี 2000 เงินทุนไหลออก เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า จนเกิดปัญหาการล้มลงของภาคการผลิตจริง และภาคการเงิน ทำให้มีหนี้ท่วมประเทศ ที่ระยะหลังนี้ต้องเพิ่มเพดานหนี้ทุกปี 

ประเทศเวียดนาม เงินทุนไหลออก เงินดองอ่อนค่า ตั้งแต่ปี 2008 ถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ดีขึ้น

การจะนำเงินจากทุนสำรองมาใช้ จึงควรระมัดระวัง

การตั้งกองทุนมั่งคั่ง  ควรนำมาจากเงินคงคลัง แต่เงินคงคลังของไทยก็ 2 ปีดี 3 ปีไข้ ยกตัวอย่างเช่นปี 2551 ปีเดียว เงินคงคลังติดลบกว่า 4 แสนล้านบาท

ผู้เขียนไม่อยากจะโทษนักการเมืองทั้งหมด เรื่องเลวร้ายส่วนใหญ่มาจากการ “ชงเรื่อง” ของข้าราชการและนักวิชาการระดับสูง แล้วนำเสนอต่อฝ่ายการเมือง

ประเทศไทย มีทุนสำรองประมาณ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 ล้านล้านบาท

ประเทศไทย มีหนี้สาธารณะสูงถึง 4.5 ล้านล้านบาท

ประเทศไทย มีหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1 ล้านล้านบาท

ทำไมจึงมองเห็นแต่ตัวเลขทุนสำรองที่มาก และคิดว่าจะเอามาตั้งเป็นกองทุนมั่งคั่ง ทำไมจึงมองไม่เห็นว่าหนี้สาธารณะ และหนี้ที่กองทุนฟื้นฟูก็สูงมาก ไม่คิดจะหาวิธีเอามาชำระหนี้เหล่านี้บ้าง 

 

วิสัยทัศน์ระดับสูงของกระทรวงการคลัง “น่ากลัว” ประเทศไทยทุกวันนี้ไม่ได้ยืนอยู่บนขา(ทุน)ของตัวเอง แต่ยืนอยู่บนขา(ทุน)ของต่างชาติ จากตารางผู้ถือหุ้นรายใหญ่(ธนาคารเอกชนไทย) จะเห็นว่า ทุกวันนี้ไม่เหลือธนาคารเอกชนใดเป็นของคนไทยแล้ว

ยิ่งออกวิสัยทัศน์มาเท่าใด ประเทศชาติยิ่งหมดตัวมากเท่านั้น มักโยนอุจจาระมาให้ประชาชน เช่นเรื่องหนี้เพื่อการฟื้นฟูที่ต้องใช้ภาษีประชาชนชำระดอกเบี้ยแล้ว 604,473 ล้านบาท หวั่นใจว่า หนี้ที่เหลืออาจจะโยนมาให้ประชาชนเป็นผู้ชำระแทนอีก อุจจาระกองใหม่อย่างสถาบันคุ้มครองเงินฝากก็เพิ่มมาอีก

กระทรวงการคลัง “มักชง” เรื่องที่เป็นอันตรายแก่ประเทศชาติเป็นประจำ ช่วงรัฐบาลทักษิณ ก็ชงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ชงปตท.เข้าตลาดหุ้น ทำให้สินทรัพย์ของประเทศตกไปเป็นของต่างชาติมากขึ้น ใครจะช่วยประเทศได้บ้าง ตัวเลขหนี้สาธารณะก็สูง ทำไมไม่ชงเรื่องการลดหนี้สาธารณะบ้าง

เป็นไปได้ ที่จะเอาเงินจากทุนสำรองออกมาทำประโยชน์ โดยต้องเข้าใจ และระมัดระวัง เรื่องการเคลื่อนย้ายเงินทุนให้ดี สิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรแก้ไข อาจจะเอาทุนสำรองออกมามาทำประโยชน์สัก 10-15 เปอร์เซ็นต์

.

ผู้เขียนเห็นด้วย หากจะนำทุนสำรองออกมาช่วยชำระหนี้สาธารณะบ้าง และชำระหนี้ให้กับกองทุนเพื่อการฟื้นฟู จะได้ช่วยลดงบประมาณในการชำระดอกเบี้ยแต่ละปีลง

แต่ไม่ใช่เอามาตั้งเป็นกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ หรือนำไปลงทุนในกิจการพลังงาน

.

เรื่องที่คล้ายกัน

http://indexthai-suthipong.blogspot.com/2011/08/blog-post.html

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000108492


.

.................................
http://twitter.com/indexthai2
indexthai2@yahoo.com
http://indexthai-suthipong.blogspot.com/



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Roonny วันที่ : 29/08/2011 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Roonny
มาสร้างเกราะป้องกัน ระบอบทักษิณ ด้วย เศรษฐกิจพอเพียง ในครอบครัวดีกว่าครับ

เรื่องการเงินการนาคารไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ครับ

แต่เห็นด้วยที่ ไม่เห็นมีรัฐบาลไหนมีนโยบาย ลดหนี้สาธารณะ เลย หรือเพราะไม่ได้คะแนนเสียง

ส่วนตัวมองว่า ข้าราชการประจำจริงๆแล้ว อาจจะร้ายกว่านักการเมืองด้วยซ้ำ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน