*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 530975
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม 2554
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 2841 , 22:42:47 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

.
สมการตลาดทุน-ตลาดเงินตรา เขียนขึ้นจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง โดยนำวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทยระหว่างปี 1992 – 2000 และวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างปี 1999 – 2008 มาเป็นตัวอย่างของการเขียนสมการความสัมพันธระหว่างกัน
 

แผนภูมิที่ 1 SET Index และ BAHT ของประเทศไทย (ช่วงเวลาเดียวกัน)

การนำระบบ Maintenance margin & Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้นในต้นเดือนตุลาคมปี 1993 Hedge Fund ทราบได้ว่า จะสามารถหาประโยชน์จากตลาดทุนและตลาดเงินตราได้ จึงได้ลาก SET Index จากระดับ 1,000 จุด ไปสูงสุดที่ 1,750 จุด ที่ต้นปี 1994 ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น จากนั้นก็ถล่มทุบลงมาอย่างรุนแรง มีการโปรโมทให้นักลงทุนมาใช้ Maintenance margin & Forced sell อย่างกว้างขวาง ทำให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนด้วยเครื่องมือตัวใหม่นี้

Maintenance margin & Forced sell คือระบบซื้อขายหุ้นที่ให้มีการกู้ยืมเงินมาซื้อหุ้น โดยใช้หุ้นที่ซื้อเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน หากราคาหุ้นสูงขึ้น มูลค่าหุ้นสูงขึ้น ก็สามารถซื้อหุ้นเพิ่มได้ แต่หากราคาหุ้นตกลง มูลค่าหุ้นลดลง นักลงทุนจะต้องหาหลักประกันมาเพิ่ม หากหาหลักประกันมาเพิ่มไม่ได้ จะต้องถูกบังคับขายหุ้น เพื่อนำเงินมาชำระค่าหุ้นและเงินที่กู้ยืม

ดูจาก SET Index พบว่าหลังการนำระบบ Maintenance margin & Forced sell มาใช้ หุ้นขึ้นแรงในช่วงเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น หลังจากปี 1994 SET Index ตกต่ำลงอย่างเดียว ทำให้นักลงทุนท้องถิ่นที่ใช้เครื่องมือการซื้อขายหุ้นแบบใหม่นี้ถูกบังคับขายหุ้นกันทั่วหน้า ซ้ำเติมตลาดหุ้นให้ตกหนักลงไปอีก

ตลาดหุ้นเสียหาย ทำให้ค่าเงินเสียหายด้วย แต่เนื่องจากมีการพยุงค่าเงินบาทไว้ จึงทำให้ไม่เห็นว่าค่าเงินบาทเสียหาย ในทางตรงกันข้ามกลับส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งผิดจริง จึงมีการขายบาททำกำไร


 

แผนภูมิที่ 2 ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ

การขายบาททำกำไร หมายถึง การนำบาทมาแลกเป็นดอลลาร์ ส่งผลให้ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศปีกลางปี 1997(2540) ลดลงติดพื้น (บริเวณสี่เหลี่ยมปี 2540) จากที่ปีก่อนหน้ามีอยู่ประมาณ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องทุนสำรองลดลงมาก จึงส่งผลให้ต้องลอยค่าเงินบาท(ดูแผนภูมิที่ 1) และเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 (เมื่อปี 2524-2527 ประเทศไทยเคยเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟมาครั้งหนึ่งแล้ว)

ก่อนกลางปี 1997(2540) Hedge Fund ซื้อดอลลาร์ที่ราคาประมาณ 26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ(เปลี่ยนบาทเป็นดอลลาร์) หลังลอยค่าเงินบาท เงินบาทตกลงไปที่ 35-56 บาท (ดูแผนภูมิที่ 1) ทำให้พวกเขาไม่ได้รับความเสียหายจากความเสียหายของค่าเงินบาท

.

แผนภูมิที่ 3  Nasdaq Index และ US$ ของประเทศสหรัฐอเมริกา

การปรับปรุงตัวหุ้นที่ประกอบการคำนวณดัชนีแนสแดกซ์ในปี 1999 ทำให้ดัชนีแนสแดกซ์เบี่ยงเบนมากขึ้น ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของดัชนีสูงขึ้น ทำให้ดัชนีอ่อนแอลงและถูกโจมตีได้ง่าย ทำให้มีการลากดัชนีจากระดับ 1,500 จุด ขึ้นไปที่ระดับ 5,000 จุดในช่วงระยะเวลา 1 ปี จากนั้นก็ถล่มทุบลง ทำให้ตลาดหุ้นตกลงรุนแรง และตกลงถึง 78 เปอร์เซ็นต์

หุ้นตก ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกด้วย ในแผนภูมิที่ 3 แสดงให้เห็นว่า หลังการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ในปี 2000  ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลงเมื่อเทียบกับ “สกุลเงินยูโร” และ “สกุลเงินเยน” หรือแทบทุกสกุลเงิน รวมทั้ง”สกุลเงินบาท”  
      
   
 

แผนภูมิที่ 4 สมการตลาดทุน-ตลาดเงินตรา


แถว A ค่าของตลาดทุน มีค่าเท่ากับตลาดเงินตรา หรือมีค่าใกล้เคียงกัน ถือว่าปกติ

แถว B ค่าของตลาดทุนตกลง ค่าของตลาดเงินตราก็ตกลงมาด้วยกัน ดังเช่นการตกลงของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ในปี 2000 ที่ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกตามกันลงมาด้วย ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ปกติ

แถว C ค่าของตลาดทุนตกลง แต่เนื่องจากมีการผูกค่าเงินไว้ อาจจะเรียกว่ามีการพยุงค่าเงินไว้ จึงทำให้ไม่เห็นว่าค่าเงินตกตามค่าหุ้น ดังเช่นเหตุการณ์พยุงค่าเงินบาท หลังการพังทลายของตลาดหุ้นเมื่อต้นปี 1994(2537) จนถึงกลางปี 1997(2540) ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งผิดจริง จึงได้มีการนำบาทมาแลกดอลลาร์ กระทั่งดอลลาร์ที่ทุนสำรองลดลงเหลือประมาณ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ปีก่อนหน้า ที่มีทุนสำรองประมาณ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ส่งผลให้ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2           

ความสัมพันธ์ ของตลาดทุน ตลาดเงินตรา สภาพคล่องของระบบ การล้มลงของภาคการผลิตจริง(Real trade) การขาดทุนในตลาดหุ้น (Paper trade) และการล้มลงของสถาบันการเงิน และคนตกงานมาก อธิบายตามแผนถูมิที่ 5, 6, 7   

ความเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ และหรือการเก็งกำไรในตลาดเงินตราและตลาดทุน มีผลต่อการเพิ่ม-ลดสภาพคล่องของระบบ ปกติภาคการผลิตจริง (Real trade) ไม่ได้ทำให้สภาพคล่องเพิ่ม-ลดแบบรุนแรง เพราะการได้ดุล-ขาดดุลของภาคการผลิตจริงจะไม่มาก สาเหตุที่ทำให้เงินทุนไหลเข้า-ออกแรง จะเกิดจากภาคตลาดทุน (Paper trade) เมื่อเห็นว่าจะหาประโยชน์จากตลาดทุนได้ เงินทุนก็จะไหลเข้าเก็งกำไรในตลาดทุน คือจะเข้ามาลงทุนหรือเข้ามาเก็งกำไรทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ต่อเมื่อตลาดทุนและเงินตรามีแนวโน้มลดลง เขาก็ขายหุ้นและพันธบัตรออก เมื่อตลาดหุ้นตกลง จึงพบว่าค่าเงินอ่อนค่าลง และทุนสำรองก็ลดลงด้วย

.
 

แผนภูมิที่ 5 สภาพคล่องปกติ คือสภาพคล่องที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป ทำสำรองเงินตราต่างประเทศไม่มากไม่น้อย

.


แผนภูมิที่ 6 ประเทศไทยกำหนดว่า เงินตราต่างประเทศที่ได้จากการส่งออก หรือนำมาลงทุนทางตรง หรือนำเข้ามาลงทุนในตลาดทุน จะต้องเป็นเงินบาท จึงได้มีการนำดอลลาร์มาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทสูงขึ้น ทุนสำรองสูงขึ้น ขณะเดียวกันเงินบาทก็เข้ามาอยู่ในระบบมากตามไปด้วย เรียกว่าสภาพคล่องสูงขึ้น สภาพคล่องที่สูงขึ้น ก็ทำให้มีการลงทุน และมีการขยายกิจการมากขึ้น 


 

แผนภูมิที่ 7 อีกภาวะหนึ่ง ตลาดหุ้นตกลง เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อค่าเงินบาท จึงไม่คิดที่จะถือเงินบาท นำบาทมาแลกดอลลาร์ ทำให้บาทหายไปจากระบบ และทำให้ดอลลาร์ที่อยู่หายไปจากทุนสำรอง หรือจะพบว่าทุนสำรองลดลงนั่นเอง หากทุนสำรองลดลงมาก จึงต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ 

สภาพคล่องของระบบลดลง ทำให้ภาคการผลิตจริงล้มลง และทำให้คนตกงาน และเมื่อสถาบันการเงินก็ล้มลงตามมา ทำให้เกิดหนี้เสีย เมื่อทางการต้องเข้าไปรับผิดชอบเงินฝากของสถาบันการเงินที่ล้มลง ก็จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 

 

แผนภูมิที่ 8 การพังทลายของตลาดหุ้นประเทศใด ภูมิภาคใด หรือทั้งโลก ก็จะเป็นแบบเดียวกันทุกประการ และก็มีการสวมปั่นให้ขึ้นแรง ลงแรง มากขึ้นไปอีก ผลกระทบต่อระบบจากการพังทลายของตลาดหุ้น สามารถนำมาเรียงลำดับตามที่เห็นในแผนภูมิที่ 8 เมื่อเดือนสิงหาคม-กันยายน 2554(2011) ประเทศสหรัฐอเมริกาอาจจะต้องพบกับการผิดนัดชำระหนี้ ได้ต้องขออนุมัติวุฒิสภาเพิ่มเพดานหนี้ และของบประมาณเพื่อนำมากระตุ้นการเพิ่มตำแหน่งงาน

กรณีอัตราการว่างงานสูง และหนี้เสียสูงขึ้น เป็นผลมาจากการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ในปี 2000 นั่นเอง

 

แผนภูมิที่ 9 แสดงให้เห็นหนี้เสียของประเทศไทยที่เกิดจากการพังทลายของ SET Index ระหว่างปี 2537-2540(1994-1997) ซึ่งเป็นเพียงความเสียหายส่วนหนึ่ง ที่ปรากฏไว้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเท่านั้น มีความเสียหายอื่นๆอีกมาก ก่อนที่จะเกิดความเสียหายส่วนหนี้ เช่นค่าเงินบาทเสียหาย ภาคการผลิตจริงเสียหาย เงินเฟ้อสูง คนตกงาน สินทรัพย์ตกเป็นของต่างชาติ ดังที่แสดงไว้ในแผนภูมิที่ 8  



แผนภูมิที่ 10 หลังการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ ระหว่างปี 2000-2002 พบว่าหนี้เสียของประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มเร็วและแรงขึ้น กระทั่งประธานาธิบดีต้องขอเพิ่มเพดานหนี้ ความเสียหายนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น มีความเสียหายอื่นๆอีกมาก ดังที่แสดงไว้ในแผนภูมิที่ 8

.

"โลกของทุน" FMTV วันพฤหัสบดีที่ 6/10/2554 12.30 น. พบกับ "สมการตลาดทุนตลาดเงินตรา" 

.

....................................
http://twitter.com/indexthai2 
indexthai2@yahoo.com



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน