*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531027
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน 2554
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 2296 , 17:47:48 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       จากการศึกษาติดตามศึกษาข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ได้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด บันทึกเป็นกลไกได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเกิดกับประเทศไหน ปีใด จะเป็นแบบเดียวกัน นั่นคือ เมื่อตลาดหุ้นตกหนัก
      
       1) จะทำให้ค่าเงินเสียหาย เงินนั้นไม่ได้รับความเชื่อมั่น ทำให้เงินไหลออกจากระบบ ไปถือเงินสกุลอื่น หรือซื้อสินทรัพย์ในรูปของเงินสกุลอื่น
      
       2) สภาพคล่องของระบบเสียหาย เพราะเงินไหลออก ทำให้ปริมาณเงินในระบบมีน้อย
      
       3) ทำให้ภาคการผลิตจริงและภาคการเงินล้มลง เพราะสภาพคล่องของระบบเสียหาย
      
       4) ทำให้คนตกงาน เหตุเพราะเอกชนล้มลง
      
       5) เกิดหนี้เสียท่วมระบบ และหนี้สาธารณะสูง เหตุเพราะเอกชนล้มลง
      
       6) ทำให้เงินเฟ้อสูง หรือค่าครองชีพสูงขึ้น เหตุเพราะค่าเงินเสียหายหรือมีค่าเล็กลง
      
       ยกตัวอย่าง (ดูภาพข้อมูลที่ใหญ่ขึ้น ให้คลิกที่ link ของภาพ)

http://yfrog.com/h2jt50dj

       1) ประเทศไทยเปิดตลาดหุ้นในปี 2518 ตลาดหุ้นถูกลากขึ้นไปสูงสุดในต้นปี 2521 จากนั้นก็ถล่มทลายพังลงมารุนแรง และมาต่ำสุดในปี 2524-2525 หรือตกลงมา 62 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นพบว่าต้องประกาศ “ลดค่าเงินบาท” 3-4 ครั้ง จาก 20.672 ลงมาต่ำสุดที่ 28.12 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือลดลงประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์ สภาพคล่องของระบบเสียหาย ภาคการผลิตจริงล้ม สถาบันการเงินก็ล้ม ทางการต้องเข้าไปควบกิจการไฟแนนซ์และเครดิตฟองซิเอร์ 25 แห่ง เรียกว่าโครงการ 4 เมษายน 2527 ประเทศไทยต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟเป็นครั้งแรก ใช้เงินกู้ไอเอ็มเอฟ 982 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้มีการตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินในปี 2528 มีปรัชญาที่จะช่วยสถาบันการเงินเมื่อสภาพคล่องมีปัญหา และช่วยรับผิดชอบเงินฝากของระบบ

http://yfrog.com/j2pi1aj


       2) ประเทศไทยได้นำระบบ Maintenance margin & Forced sell หรือระบบให้กู้ยืมเงินมาซื้อขายหุ้น และสามารถบังคับขายหุ้นได้ มาใช้ในเดือนตุลาคม 2536 ทำให้ตลาดหุ้นถูกลากขึ้นไปสูงสุดที่ 1,750 จุด จากนั้นก็มีการทุบถล่มทิ้งหุ้นลงมารุนแรง ยิ่งมีการบังคับขายหุ้นด้วย ยิ่งซ้ำเติมให้ตลาดหุ้นตกหนักยิ่งกว่าเดิม ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หุ้นตกหนักทำให้ค่าเงินบาทตกด้วย แต่ทางการได้เข้าปกป้องค่าเงินบาทไว้ในช่วงแรก จึงไม่เห็นว่าค่าเงินตก

http://yfrog.com/ntlp00j

กระทั่งทุนสำรองสุทธิลดลงจากระดับ 4 หมื่นล้าน เหลือไม่ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศไทยจึงต้องขอเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินครั้งที่ 2 จากไอเอ็มเอฟ และประกาศ “ลอยค่าเงินบาท” ประเทศไทยได้ใช้เงินกู้ไอเอ็มเอฟ 12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ ทางการต้องประกาศยุติการดำเนินงานของสถาบันการเงิน 56 แห่ง เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2541

http://yfrog.com/j2t3p3j

ทำให้เกิดหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ 1.392 ล้านล้านบาท ถึงปี 2553 ยังมีหนี้คงค้างอยู่ 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะต้องใช้เวลา 45 ปี จึงจะใช้หนี้ก้อนนี้ได้หมด กองทุนยังมีสินทรัพย์รอการจำหน่ายเหลืออยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท ทางการกำลังจะยุติบทบาทของกองทุนฟื้นฟู แต่ก็ตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากขึ้นมาเมื่อปี 2551 ที่มีลักษณะคล้ายกองทุนเพื่อการฟื้นฟู โดยไม่มีการช่วยเหลือสภาพคล่องของสถาบันการเงิน แต่จะรอช่วยเหลือเงินฝากของระบบเมื่อเกิดปัญหาเป็นสำคัญ

http://yfrog.com/h7a0oyqj

       3) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ปรับปรุงตัวหุ้นในการคำนวณดัชนี Nasdaq Index ในปี 1999 (2542) โดยได้เพิ่มหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูง 3-4 ตัวเข้าไปในการคำนวณดัชนี เช่นหุ้นไมโครซอฟท์ Nasdaq Index เป็น Capitalization Weighted Index ส่งผลให้ Nasdaq Index มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสูงขึ้นทันที ทำให้ดัชนีอ่อนแอลง ทำให้มีการลากดัชนีจากระดับ 2,500 จุด ในต้นปี 2000 ที่ 5,000 จุด จากนั้นก็ถล่มทุบลงมารุนแรง ลงไปต่ำสุดในปี 2002 ตกลง 78 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ตามมา ก็เป็นแบบเดียวกันกับที่เคยเกิดกับประเทศไทย หรือเป็นไปตามกลไกการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ 6 ข้อ ที่กล่าวไว้ในช่วงต้น เช่น การเสียหายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ

http://yfrog.com/h20t2bj

       การล้มละลายของเอกชน เกิดหนี้เสีย คนตกงาน เงินเฟ้อสูงขึ้น คนอเมริกันเดือดร้อนกันทั่วหน้า เห็นได้จากการออกมาชุมนุมตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ (Occupy Wall Street) เรียกร้องตำแหน่งงาน และสมดุลทางรายได้ เงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเสมือนว่าเป็นสกุลเงินของโลกได้ ส่งผลให้เงินเฟ้อ และค่าครองชีพทั่วโลกสูงขึ้นด้วย เดือดร้อนกันไปทั่วทั้งโลก
      
       ประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดตลาดหุ้นมาได้กว่า 100 ปีแล้ว หากตลาดหุ้นดีจริง ประเทศสหรัฐอเมริกาจะไม่ยากจนลงเช่นทุกวันนี้ หนี้ท่วมประเทศ คนตกงานมาก ตลาดหุ้นเป็นต้นเหตุให้เศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาเสื่อม
      
       ประเทศไทยตั้งตลาดหุ้นมาได้ 36 ปีแล้ว นำพาเศรษฐกิจประเทศสู่วิกฤต กระทั่งต้องเข้าไอเอ็มเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง แล้วยังคิดจะแปรรูปตลาดหุ้นอีก ใจร้ายกับประเทศไทยมาก จะมีใครช่วยยับยั้งตลาดหุ้นไทยได้บ้าง back to basic เหลือตลาดเงินอย่างเดียว ก็จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้น
      
       ความมั่นคงของระบบต่างหากคือสิ่งที่มีคุณค่าต่อระบบ ไม่ใช่ความมั่งคั่ง ซึ่งเอารัดเอาเปรียบระบบ ทุกวันนี้ก็เป็นเพียงความมั่งคั่งจอมปลอม ไม่พบว่าประเทศใดมั่งคั่งจากการเปิดตลาดหุ้น

       ..........................................
      http://twitter.com/indexthai2
      indexthai2@yahoo.com
      "Google+" or "facebook" : Suthipong Prachayapruit
      "โลกของทุน" FMTV ทุกวันพฤหัสบดี หลังเที่ยง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 10/12/2011 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

เอาบทความมาฝากครับ:
Fred Harrison was the first and earliest economist to have predicted the global financial crisis, as far back as 1997, well before other economists such asSteve Keen, Robert Shiller, Peter Schiff, or Nouriel Roubini.
(จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Fred_Harrison_(author) ) เขามีบล้อกอยู่ที่ fredharrison.com

สองทฤษฎีเศรษฐกิจฟองสบู่
ตำราเศรษฐศาสตร์ของ ศ. ดร. Fred E. Foldvary ที่ http://foldvary.net/economics.html บทที่ 12: The Business Cycle ต้องการรายละเอียดเพิ่มจะดูได้ที่ http://foldvary.net/works/geoaus.html เรื่อง The Business Cycle: A Geo-Austrian Synthesis ซึ่ง ดร.Foldvary ได้ทำนายไว้ตั้งแต่ปี 2541 ว่าในปี 2551 จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์

ขอให้โชคดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 20/11/2011 เวลา : 18.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

พรุ่งนี้หุ้นแบงค์รูดอีกซิท่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน